LOGINหากคุณคิดว่า ‘รักแท้’ มีได้แค่ ‘มนุษย์กับมนุษย์’ เท่านั้น... “คุณคิดผิด!!!” ความรักบริสุทธิ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ของ ‘บัว’ ผีพรายสาว และ ‘กฤษณ์’ ผู้กองหนุ่มรูปหล่อ
View Moreเสียงนกที่ออกหากินในยามเช้าทำให้ดวงตาที่ยังคงหลับพริ้มต้องกลอกกลิ้งไปมา ความง่วงงุนและความอ่อนเพลียยังคงมีอยู่มากจนทำให้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นเลย ทว่าแสงแดดที่ค่อยๆ สาดส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าก็ทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเปิดขึ้นในทันทีเวลาเช้าตรู่เพราะแสงแดดเพิ่งส่องผ่านเข้ามาไม่มาก และสายลมที่พัดพาเอาละอองไอเย็นเข้ามาก็ทำให้ผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาพัดปลิวไสว และเจ้านกน้อยที่โผบินมาเกาะอยู่ที่ริมหน้าต่างก็เอียงหน้ามองเขาไปมาราวกับกำลังพบเจอกับสิ่งประหลาดกายแกร่งลุกขึ้นนั่ง ทบทวนสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าและทั่วบริเวณ ดวงตาคมเข้มหันมองไปรอบๆ กาย ‘ห้องนอน’ นี้เขาเคยอยู่อาศัย เครื่องเรือนต่างๆ ที่ยังคงอยู่ที่ตำแหน่งเดิมไม่ผิดเพี้ยน และเสียงจากด้านนอกที่ดังแว่วเข้ามาก็บ่งบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง ร่างสูงใหญ่พาตัวเองเดินออกมาตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน และจุดหมายก็คือ ‘ห้องครัว’ และที่นั่นเขาก็ได้เห็นใครอีกคนที่ทำให้ขอบตาของเขาต้องร้อนผ่าว แค่เห็นเพียงด้านหลังเขาก็จดจำได้ไม่ผิด เมื่อคนที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจยังคงอยู่ “บัว...” เสียงเรียกเบาๆ แต่ก็ทำให
หากเป็นเช่นนั้น เขาที่รักเธอ ก็ควรจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นใช่หรือไม่ เพราะหากนี้คือ ‘กรรม’ ที่เธอต้องเผชิญหน้าและยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็จะพร้อมยอมรับกรรมไปกับเธอ“พี่พร้อมแล้วบัว พี่จะเป็นอาหารให้บัว กินพี่เถอะ พี่ให้บัวด้วยความรักของพี่”ดวงตาสวยหวานที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ตะลึงมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากเธอ ทุกความคิดของเขาเธอรับรู้ทั้งหมด เมื่อเขายอมเสียสละตัวเองเพื่อเธอ เธอล่ะ...“บัวรักพี่กฤษณ์ค่ะ และจะรักตลอดไป”“บัว! ไม่นะบัว!”กฤษณ์ร้องเสียงหลงเมื่อร่างอวบอิ่มที่เขาตระกองกอดไว้ในอ้อมแขนกำลังละลายจางหายไป รอยยิ้มพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลอาบ 2 แก้มมันคือการล่ำลาจากกันตลอดกาล ซึ่งเขาไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนี้แน่“พี่รักบัว”สิ้นคำพูด กฤษณ์ก็ประกบริมฝีปากอุ่นวาบของเขากับริมฝีปากอวบอิ่มเย็นยะเยือกของบัว สอดแทรกปลายลิ้นเข้าชอนชิมความหอมหวานที่กำลังละลายจางหาย ฝ่ามือก็คลึงเคล้นไปทุกที่ที่สามารถจับต้องได้ เพราะแรงเสน่หาจากเขาเท่านั้นที่จะรั้งร่างกายนี้ให้คงอยู่และก็ได้ผลเมื่อร่างอวบอิ่มยังคงมีเนื้อหนังอยู่ในอ้อมกอด และปลายลิ้นที่แตะต้องสัมผัสกันและกันก็กำลังตอบ
“พี่ไม่ปล่อย และไม่มีวันปล่อยแน่” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง“พี่กลับไปซะเถอะ ต่างคนต่างอยู่เถอะพี่ เรื่องของเรามันไม่มีวันเป็นไปได้ บัว... บัวเป็นอะไรพี่ก็รู้”“พี่ไม่สน พี่รู้แต่ว่าพี่รักบัว และบัวก็รักพี่ ไม่อย่างนั้นพี่คงเป็นเหยื่อของบัวไปแล้ว พี่คงไม่ได้มีความสุขกับบัวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนั้น”“นั่นเพราะบัวอิ่มอยู่หรอก ถ้าบัวหิว พี่จะไม่มีวันรอดไป”“เช่นวันนี้ใช่มั้ย บัวกำลังจะฆ่าผู้ชายคนนั้น พี่จะไม่มีวันให้บัวทำแบบนั้นแน่”“แต่พี่ห้ามบัวไม่ได้ กลับไปพี่กฤษณ์ก่อนที่บัวจะทนไม่ไหว กลับไป...”บัวสะบัดกายว่ายน้ำหนี แต่กฤษณ์ก็ยังว่ายตามอย่างไม่ลดละ ก่อนจะคว้าร่างของบัวไว้ได้อีก และครานี้เขาจะไม่ปล่อยให้บัวหลุดมือไปอีก“พี่กฤษณ์ ได้โปรดปล่อยบัวเถอะค่ะ ถ้าพี่กลัวว่าบัวจะทำให้พี่เดือดร้อน บัวจะไปอยู่ที่อื่น จะไม่ให้มีคดีในพื้นที่ของพี่อีก ปล่อยบัวเถอะนะ ปล่อยบัว...”เรี่ยวแรงที่มีคล้ายจะหดหายไม่เหลือเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา บัวพยายามดิ้นรนไปให้พ้นแต่ก็ทำไม่ได้ แต่ในค่ำคืนนี้เธอกับเขาไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน เพราะนั่นคืออันตรายอย่างมหันต์จะบังเกิด เมื่อร่างกายของเธอกำลังเรียกร้องหาอาหาร
“ฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะยอมตาย”“ยอมตาย! นี่เธอมันบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ผู้ชายที่เพิ่งเจอกันไม่นานกลับทำให้เธอเป็นได้มากขนาดนี้”“บัว... เธอฟังฉันนะ ไม่ใช่ว่าฉันต้องเจอกับเขานานแค่ไหน แต่มันเป็นเพราะฉันรู้ว่าเขารักฉันจริงๆ และฉันก็รักเขาอย่างที่ไม่เคยรักผู้ชายคนไหนมาก่อน และตอนนี้ฉันก็ไม่เหลือใครที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้วนี่ ตอนนั้นฉันต้องการมีชีวิตอยู่ เพราะฉันมีพ่อแม่มีญาติพี่น้อง แต่ตอนนี้ล่ะ ฉันมีใคร แค่ได้มีคนที่รักและรักเรา มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เธอก็คิดอย่างเดียวกับฉัน ฉันรู้ เพราะเธอคือฉัน ฉันคือเธอ”“เธอพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง ฉันรู้แต่ว่าแรมห้าค่ำที่จะถึงนี้ ถ้าไม่มีผู้ชายคนไหนมาให้ฉันกิน ใครที่ผ่านเข้ามา ฉันก็จะกินไม่ให้เหลือ รวมทั้งพี่กฤษณ์ด้วย”บัวมองตามร่างของบัวอีกคนที่สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำก่อนจะพวยพุ่งออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์ที่ครุกรุ่นไม่แพ้กัน หยาดน้ำตายังคงไหลอาบ 2 แก้มเป็นสายเมื่อเธอทั้งคู่ผูกพันกันด้วยจิตวิญญาณ คนหนึ่งรู้สึกเช่นไร ใช่ว่าอีกคนจะไม่รู้สึก ในเมื่อนั่นคือบัวอีกครึ่งหนึ่งของเธอ บัวที่เป็นพรายน้ำ ส่วนเธอบัวที
“อูย... พี่จ๋า... อา... ฉันเสียวนะ... อูย...”เสียงใส่จริตครางกระเส่าทำให้เขายิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ คาดหมายว่าครั้งนี้จะทำให้สาวงามติดใจให้มากที่สุด จะไม่มีทางที่เขาจะกลายเป็นไก่อ่อนสอนขันเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมาอีกแน่หยาดน้ำขุ่นข้นที่พุ่งทะยานไปแล้วครั้งแรก กว่าจะผสมผสานจนก่อเกิดได้อีกครั้ง แน่
เพราะกิจกรรมที่กินเวลาอาจทำให้ล่วงเลยไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าจะออกไปจับจ่ายหาซื้อของเพื่อขายตอนเช้า หากจะเล่นจ้ำจี้มะเขือเปาะกันตรงนี้คงไม่พ้นจะมีคนรู้เห็นให้ได้อาย และหากจะให้ลับตาหน่อยก็คงต้องเป็นคาคบต้นมะกอกด้านหน้า เป็นบุญของเขานักที่จะได้เชยชมนางฟ้าในค่ำคืนนี้ โชคดีที่เก็บงานจนดึกไม่อย่างนั้นเขาคงไ
สองเท้าที่กรำงานหนักมาทั้งวันพาร่างอ่อนล้ามุ่งตรงเข้าไปในตรอกเล็กๆ แยกมาจากถนนเส้นหลักของเมืองกรุงที่เต็มไปด้วยรถรามากมายวิ่งกันคับคั่ง แม้จะเป็นยามดึกแต่เสียงยวดยานที่ดังอยู่ไม่ขาดสายก็ทำให้รู้ว่าคนที่นี่คงแทบจะไม่หลับไม่นอนกัน เพราะมีทั้งคนที่ทำอาชีพในเวลาแดดออก หรือคนที่ทำอาชีพในเวลาแดดหุบ และก็
“หมามันอยู่ที่หลังวัดค่ะ หมาแม่ลูกอ่อนด้วย”“แล้วทำไมไม่เอามาให้ตอนกลางวัน”“ก็ไม่ว่างนี่คะ แล้วเอามาให้กลางคืนมันจะผิดอะไร พระท่านก็จำวัดหมดแล้ว ฉันไม่ได้เข้าไปที่กุฏิท่านสักหน่อย”“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คุณควรจะห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้าง คุณไม่ได้ข่าวฆาตกรรมบ้างหรือไง”กฤษณ์ถาม ขณะดวงตาจ้องสำรวจ