Mag-log in“หมามันอยู่ที่หลังวัดค่ะ หมาแม่ลูกอ่อนด้วย”
“แล้วทำไมไม่เอามาให้ตอนกลางวัน”
“ก็ไม่ว่างนี่คะ แล้วเอามาให้กลางคืนมันจะผิดอะไร พระท่านก็จำวัดหมดแล้ว ฉันไม่ได้เข้าไปที่กุฏิท่านสักหน่อย”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คุณควรจะห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้าง คุณไม่ได้ข่าวฆาตกรรมบ้างหรือไง”
กฤษณ์ถาม ขณะดวงตาจ้องสำรวจความสวยงามของใบหน้าหญิงสาวไม่วางตา เธอสวย และสวยมากจริงๆ สวยระดับที่ไปเป็นดาราได้ แต่ทำไมถึงมาใช้ชีวิตอยู่ในคุ้งน้ำแห่งนี้ แม้ว่าซอยแยกย่อยแห่งนี้จะไม่ไกลจากถนนใหญ่ย่านที่คนพลุกพล่านมากนัก แต่คนที่สวยงามระดับเธอคนนี้ ก็ไม่น่าจะมาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ได้
เธอควรจะได้ดิบได้ดี มีคนมาสู่ขอไปเป็นภรรยา มากกว่าที่จะมาหิ้วตะกร้าให้อาหารสุนัขในยามค่ำคืนที่วัดแห่งนี้ และรอยยิ้มพร้อมดวงตาสวยหวานที่มองสบมาก็ทำให้กฤษณ์ต้องวูบวาบเพราะกระแสเลือดสูบฉีดไปที่ใบหน้าอีกครั้ง สายตาของเธอบ่งบอกว่า ‘รู้นะ’ ว่าเขากำลังชื่นชมความสวยของเธออยู่
“ได้ข่าวสิคะ ข่าวออกจะดังขนาดนั้น ถ้าฉันไม่รู้ก็คงจะอุดอู้อยู่แต่ในสวนแล้วล่ะค่ะ”
“คุณทำสวน”
“ใช่ค่ะ มีอะไรแปลกหรือคะ ในซอยนี้ก็ยังมีคนทำสวนอยู่หลายบ้าน วิถีชาวบ้านไม่ได้น่าอายนี่คะ เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้พอแล้ว และฉันก็คุ้นเคยกับที่นี่ตั้งแต่เด็ก ไม่มีอะไรน่ากลัวมากกว่ามนุษย์อีกแล้วล่ะค่ะ”
“ยังไง คุณก็ไม่ควรจะออกจากบ้านตอนกลางคืนอย่างนี้ ยิ่งทางเจ้าหน้าที่ยังจับตัวฆาตกรไม่ได้ คุณยิ่งต้องระวัง”
“จะให้ระวังอะไรกันคะ คนตายก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ผู้หญิงคงไม่ต้องกลัวหรอกมั้ง”
“ถึงยังไงคุณก็ต้องระวัง เพราะจะรู้ได้อย่างไรว่าคนร้ายมันจะไม่ทำร้ายผู้หญิง หากมันไม่มีเหยื่อ มันก็อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ มันอาจกำลังจ้องหาเหยื่ออยู่ แต่เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราอยู่ตลอด มันเลยยังไม่มีจังหวะที่จะทำร้ายใครได้อีก ยังไงก็ขอให้คุณเชื่อผม อย่าออกมาจากบ้านในตอนกลางคืนอีกนะครับ หากจะมาให้อาหารสุนัขก็ขอให้มาในช่วงที่ยังมีแสงแดดอยู่ อย่าให้มันค่ำ ผม... ผมขอเตือนด้วยความหวังดี”
กฤษณ์มองใบหน้าสวยหวานที่อมยิ้มน้อยๆ ราวกับหลุดเข้าไปในภวังค์ เพราะกิริยายิ้มๆ พร้อมคำพูดต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัวอะไรของเธอ ทำให้เขาถึงกับเคลิ้ม เธอน่ารักและน่าค้นหามากๆ ไม่บ่อยนักที่เขาจะเกิดความรู้สึกนี้กับใคร และใจจริงนั้นประโยคสุดท้ายเขาอยากจะบอกกับเธอว่า ‘เขาเป็นห่วง’ แต่ในสถานะไหนกันเล่าสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก ไม่สิ... ยังไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำไป
“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง แต่ยังฉันก็ยังคิดว่าผู้หญิงปลอดภัยแน่นอนค่ะ ฉันกลับก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวสิครับ บ้านคุณอยู่ไหนผมจะไปส่ง” กฤษณ์รั้งเธอไว้ด้วยน้ำเสียงห่วงใย
หญิงสาวแสนสวยหันมายิ้มให้เขาเพียงนิดก่อนจะขยับริมฝีปากพูด ทว่ากฤษณ์กลับแทบไม่ได้ยินที่เธอพูดเลย จนเธอต้องเอ่ยซ้ำ เพราะสายตาของเขามันจ้องจับอยู่แต่เพียงที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่ขยับขึ้นลงเจรจานั้น
“คุณตำรวจคะ... คุณตำรวจ...”
“ครับ... เอ่อ... ผมขอโทษครับ”
กฤษณ์ประหม่า ยิ่งเห็นสายตาปนล้อเลียนของเธอเขาก็ยิ่งประหม่ามากขึ้นไปอีก นี่เขากำลังตกหลุมรักเธอคนนี้ใช่หรือไม่
“ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ บ้านฉันอยู่ตรงนี้เอง และอีกอย่างคุณตำรวจไปส่งไม่ได้ด้วยค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ”
“ก็ฉันพายเรือมานี่คะ ถ้าคุณตำรวจไปส่งฉัน ฉันก็ต้องพายเรือกลับมาส่งคุณตำรวจอยู่ดี เห็นทีคืนนี้คงไม่ได้นอนกันหรอกค่ะ”
“อ้อครับ” กฤษณ์ยิ้มอย่างเขินๆ เพราะเธอหัวเราะเขาอีกแล้ว กฤษณ์จึงต้องแก้เก้อด้วยการมองลงไปที่ท่าน้ำก็เห็นเรือลำน้อยคล้องเชือกไว้ที่เสาบันไดของศาลาท่าน้ำ
“คุณครับ ผม... ผมขอทราบชื่อคุณได้มั้ย”
“ทำไมคะ เผื่อจะได้เหมาว่าฉันเป็นผู้ต้องหาคนที่หนึ่งหรือคะ”
“เอ่อ...” คำถามของเธอทำให้เขาอึ้งอีกแล้ว จะตอบแบบไหนดีล่ะที่จะทำให้ความสัมพันธ์สานต่อไปได้
“ฉันล้อเล่นค่ะ ฉันชื่อบัว บ้านอยู่คุ้งน้ำข้างหน้านั่น ที่มองเห็นแสงไฟนั่นน่ะค่ะ”
“ครับ... อย่างนั้นพายเรือดีๆ นะครับ ถ้ามีอะไรผิดปกติร้องเรียกผมได้เลย ผมจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณบัวจะพายเรือถึงบ้าน”
เธอยิ้มก่อนจะพาเรือนร่างงดงามสมส่วนนั้นเดินตรงไปยังท่าน้ำ กฤษณ์มองตามจนแสงไฟจากตะเกียงหน้าเรือของเธอไปสว่างวาบอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง ฝั่งที่เธอบอกว่านั่นคือบ้านของเธอ แม้จะมองไม่เห็นตัวบ้านริมน้ำนั้นเพราะทิวไม้บดบัง แต่กฤษณ์ก็หมายมั่นว่าในยามฟ้าสางของวันพรุ่งนี้ เขาต้องหาทางไปเยือนที่บ้านของเธอให้ได้
“บัว...” ร้อยตำรวจเอกพึมพำชื่อของเธอด้วยรอยยิ้มที่หุบไม่ลง หัวใจวูบวาบลิงโลดราวกับความแห้งแล้งได้รับหยาดน้ำชุ่มฉ่ำรดรินลงมา
กฤษณ์คร่อมมอเตอร์ไซค์แต่สายตาก็ยังจับจ้องไปที่แสงไฟเล็กๆ ที่คุ้งน้ำด้านหน้านั้น ก่อนจะตัดสินใจสตาร์ทรถแล้วขับออกไปในทางเดิม แต่หากกฤษณ์จะหันมองรอบกายเพียงนิดเขาก็จะได้รู้ว่า ณ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเขาและสาวงามที่มีชื่อว่า ‘บัว’ อยู่ตามลำพัง เพราะคาคบไม้ให้ร่มเงาในบริเวณวัด หลังคาของศาลาริมน้ำ ตลิ่งริมน้ำ บนขั้นบันไดที่ใช้ผูกเชือกเรือ ตลอดจนในน้ำบริเวณท่า นั้นมากมีไปด้วยเงาตะคุ่มดำๆ ที่จ้องมองตามร่างของผู้กองกฤษณ์ไป และดวงตาแดงวาบนั้นมันคือความแค้นเคืองอย่างที่สุด
เสียงนกที่ออกหากินในยามเช้าทำให้ดวงตาที่ยังคงหลับพริ้มต้องกลอกกลิ้งไปมา ความง่วงงุนและความอ่อนเพลียยังคงมีอยู่มากจนทำให้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นเลย ทว่าแสงแดดที่ค่อยๆ สาดส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าก็ทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเปิดขึ้นในทันทีเวลาเช้าตรู่เพราะแสงแดดเพิ่งส่องผ่านเข้ามาไม่มาก และสายลมที่พัดพาเอาละอองไอเย็นเข้ามาก็ทำให้ผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาพัดปลิวไสว และเจ้านกน้อยที่โผบินมาเกาะอยู่ที่ริมหน้าต่างก็เอียงหน้ามองเขาไปมาราวกับกำลังพบเจอกับสิ่งประหลาดกายแกร่งลุกขึ้นนั่ง ทบทวนสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าและทั่วบริเวณ ดวงตาคมเข้มหันมองไปรอบๆ กาย ‘ห้องนอน’ นี้เขาเคยอยู่อาศัย เครื่องเรือนต่างๆ ที่ยังคงอยู่ที่ตำแหน่งเดิมไม่ผิดเพี้ยน และเสียงจากด้านนอกที่ดังแว่วเข้ามาก็บ่งบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง ร่างสูงใหญ่พาตัวเองเดินออกมาตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน และจุดหมายก็คือ ‘ห้องครัว’ และที่นั่นเขาก็ได้เห็นใครอีกคนที่ทำให้ขอบตาของเขาต้องร้อนผ่าว แค่เห็นเพียงด้านหลังเขาก็จดจำได้ไม่ผิด เมื่อคนที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจยังคงอยู่ “บัว...” เสียงเรียกเบาๆ แต่ก็ทำให
หากเป็นเช่นนั้น เขาที่รักเธอ ก็ควรจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นใช่หรือไม่ เพราะหากนี้คือ ‘กรรม’ ที่เธอต้องเผชิญหน้าและยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็จะพร้อมยอมรับกรรมไปกับเธอ“พี่พร้อมแล้วบัว พี่จะเป็นอาหารให้บัว กินพี่เถอะ พี่ให้บัวด้วยความรักของพี่”ดวงตาสวยหวานที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ตะลึงมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากเธอ ทุกความคิดของเขาเธอรับรู้ทั้งหมด เมื่อเขายอมเสียสละตัวเองเพื่อเธอ เธอล่ะ...“บัวรักพี่กฤษณ์ค่ะ และจะรักตลอดไป”“บัว! ไม่นะบัว!”กฤษณ์ร้องเสียงหลงเมื่อร่างอวบอิ่มที่เขาตระกองกอดไว้ในอ้อมแขนกำลังละลายจางหายไป รอยยิ้มพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลอาบ 2 แก้มมันคือการล่ำลาจากกันตลอดกาล ซึ่งเขาไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนี้แน่“พี่รักบัว”สิ้นคำพูด กฤษณ์ก็ประกบริมฝีปากอุ่นวาบของเขากับริมฝีปากอวบอิ่มเย็นยะเยือกของบัว สอดแทรกปลายลิ้นเข้าชอนชิมความหอมหวานที่กำลังละลายจางหาย ฝ่ามือก็คลึงเคล้นไปทุกที่ที่สามารถจับต้องได้ เพราะแรงเสน่หาจากเขาเท่านั้นที่จะรั้งร่างกายนี้ให้คงอยู่และก็ได้ผลเมื่อร่างอวบอิ่มยังคงมีเนื้อหนังอยู่ในอ้อมกอด และปลายลิ้นที่แตะต้องสัมผัสกันและกันก็กำลังตอบ
“พี่ไม่ปล่อย และไม่มีวันปล่อยแน่” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง“พี่กลับไปซะเถอะ ต่างคนต่างอยู่เถอะพี่ เรื่องของเรามันไม่มีวันเป็นไปได้ บัว... บัวเป็นอะไรพี่ก็รู้”“พี่ไม่สน พี่รู้แต่ว่าพี่รักบัว และบัวก็รักพี่ ไม่อย่างนั้นพี่คงเป็นเหยื่อของบัวไปแล้ว พี่คงไม่ได้มีความสุขกับบัวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนั้น”“นั่นเพราะบัวอิ่มอยู่หรอก ถ้าบัวหิว พี่จะไม่มีวันรอดไป”“เช่นวันนี้ใช่มั้ย บัวกำลังจะฆ่าผู้ชายคนนั้น พี่จะไม่มีวันให้บัวทำแบบนั้นแน่”“แต่พี่ห้ามบัวไม่ได้ กลับไปพี่กฤษณ์ก่อนที่บัวจะทนไม่ไหว กลับไป...”บัวสะบัดกายว่ายน้ำหนี แต่กฤษณ์ก็ยังว่ายตามอย่างไม่ลดละ ก่อนจะคว้าร่างของบัวไว้ได้อีก และครานี้เขาจะไม่ปล่อยให้บัวหลุดมือไปอีก“พี่กฤษณ์ ได้โปรดปล่อยบัวเถอะค่ะ ถ้าพี่กลัวว่าบัวจะทำให้พี่เดือดร้อน บัวจะไปอยู่ที่อื่น จะไม่ให้มีคดีในพื้นที่ของพี่อีก ปล่อยบัวเถอะนะ ปล่อยบัว...”เรี่ยวแรงที่มีคล้ายจะหดหายไม่เหลือเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา บัวพยายามดิ้นรนไปให้พ้นแต่ก็ทำไม่ได้ แต่ในค่ำคืนนี้เธอกับเขาไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน เพราะนั่นคืออันตรายอย่างมหันต์จะบังเกิด เมื่อร่างกายของเธอกำลังเรียกร้องหาอาหาร
“ฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะยอมตาย”“ยอมตาย! นี่เธอมันบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ผู้ชายที่เพิ่งเจอกันไม่นานกลับทำให้เธอเป็นได้มากขนาดนี้”“บัว... เธอฟังฉันนะ ไม่ใช่ว่าฉันต้องเจอกับเขานานแค่ไหน แต่มันเป็นเพราะฉันรู้ว่าเขารักฉันจริงๆ และฉันก็รักเขาอย่างที่ไม่เคยรักผู้ชายคนไหนมาก่อน และตอนนี้ฉันก็ไม่เหลือใครที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้วนี่ ตอนนั้นฉันต้องการมีชีวิตอยู่ เพราะฉันมีพ่อแม่มีญาติพี่น้อง แต่ตอนนี้ล่ะ ฉันมีใคร แค่ได้มีคนที่รักและรักเรา มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เธอก็คิดอย่างเดียวกับฉัน ฉันรู้ เพราะเธอคือฉัน ฉันคือเธอ”“เธอพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง ฉันรู้แต่ว่าแรมห้าค่ำที่จะถึงนี้ ถ้าไม่มีผู้ชายคนไหนมาให้ฉันกิน ใครที่ผ่านเข้ามา ฉันก็จะกินไม่ให้เหลือ รวมทั้งพี่กฤษณ์ด้วย”บัวมองตามร่างของบัวอีกคนที่สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำก่อนจะพวยพุ่งออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์ที่ครุกรุ่นไม่แพ้กัน หยาดน้ำตายังคงไหลอาบ 2 แก้มเป็นสายเมื่อเธอทั้งคู่ผูกพันกันด้วยจิตวิญญาณ คนหนึ่งรู้สึกเช่นไร ใช่ว่าอีกคนจะไม่รู้สึก ในเมื่อนั่นคือบัวอีกครึ่งหนึ่งของเธอ บัวที่เป็นพรายน้ำ ส่วนเธอบัวที
กฤษณ์ดึงดันจะไปพบบัวให้ได้ แต่เมื่อข้ามไปอีกฝั่งก็ไม่ต่างจากที่มองเห็น เพราะนอกจากต้นไม้และหญ้าที่ขึ้นสูงท่วมหัวแล้วนั้น ในพื้นที่ตั้งของบ้านโบราณก็ไม่มีอะไรอีก ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะกลับมาอีกครั้งในเวลานัดพบของเขากับบัวในทุกคืน ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของจ่านิกรและนายตำรวจอีก 2 นายที่รู้เรื่อง แต่เขาก็ไม่ยอมยังยืนยันที่จะไปพบบัวให้ได้ เมื่อไม่มีเรือลำใดยอมพายมาส่ง กฤษณ์ก็เลือกที่จะว่ายน้ำข้ามคลองไปเอง“ไม่ได้นะครับผู้กอง เฮ้ย! ช่วยกันจับผู้กองไว้เร็ว!” “ปล่อยผม! จ่า! ปล่อยผม !” กฤษณ์พยายามดิ้นรนให้หลุดจากท่อนแขนของนายตำรวจ 2 นายที่เข้ามาล็อคไม่ให้เขากระโดดลงคลอง เพราะเขาไม่มีทางเลือกที่จะไปหาบัวได้ด้วยวิธีอื่น มีวิธีนี้เท่านั้นที่จะไปได้ “ปล่อยผมนะ! ผมจะไปหาบัว ปล่อยผม!” “ไม่ได้หรอกครับผู้กอง ผมไม่มีทางปล่อยให้ผู้กองไปตายแน่” “ไม่มีทาง บัวไม่มีวันทำร้ายผม! ปล่อย!” “ผู้กองครับ ผู้กองใจเย็นๆ นะครับ ได้โปรดฟังผมหน่อย ถ้าผู้กองเป็นอะไรไป ทั้งผม ทั้งชาวบ้านพวกนี้ ตำรวจทั้ง สน. จะเป็นยังไงล่ะครับ ผู้กองคิดบ้างมั้ยครับ
ท่านเจ้าอาวาสหันมองจ่านิกรและนายตำรวจอีก 2 นาย แต่ทั้งหมดนั้นได้แต่ก้มหน้าก้มตาหน้าซีดจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อครู่“อาตมาอยากให้คุณผู้กองไปที่วัดกับอาตมาหน่อย” “มีอะไรหรือเปล่าครับหลวงพ่อ” “ไปคุยกันที่วัดเถอะ คุยที่นี่คงไม่สะดวก” คำพูดสื่อความหมายของท่านเจ้าอาวาสพร้อมดวงตาที่มองเลยไปยังด้านหลังของเขา ทำให้ผู้กองกฤษณ์ต้องหันมองตาม และก็เห็นบัวที่ยืนหลบมุมอยู่ในความมืด ราวกับกลัวเกรงอะไรบางอย่าง “เอ่อ... อย่างนั้นหลวงพ่อรอผมสักครู่นะครับ” “ไปกันตอนนี้เลยเถอะ คุณโยมผู้หญิงรับรู้แล้วล่ะ” กฤษณ์ชะงักร่างที่จะเดินเข้าไปหาบัว ก่อนจะหันมองดวงตาฝ้าฟางของท่านเจ้าอาวาสอย่างไม่เข้าใจ แต่สายตาของท่านก็ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ ยิ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของจ่านิกรและนายตำรวจอีก 2 นาย ที่ไม่กล้ามองบัวตรงๆ ได้แต่ชำเลืองมอง ก่อนจะเหลียวซ้ายมองหน้ามองหลัง ดูพื้นน้ำมืดทึบไปด้วย เขายิ่งรู้สึกไม่ดีมากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้าไปในบ้าน ในจุดที่บัวยืนหลบมุมอยู่ “บัว...
วันคืนที่ผ่านพ้นไปจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ดำเนินหมุนเวียนโดยการที่เธอต้องใช้ร่างกายนี้เพื่อดึงดูดชายที่มักมากในกามารมณ์มาเสพสมกับร่างของนางพราย และเมื่อความกระสันอยากของผู้ชายถึงขีดสุดโพรงฉ่ำน้ำที่บีบรัดอย่างรุนแรงจะทำหน้าที่ไม่ต่างจากการซูบหยาดน้ำที่กลั่นออกมาจากความใคร่ จากกามารมณ์ที่จะก่อเกิดเป็น
“เจ็บรึ ถ้าเธอยังไม่หยุด เธอจะเจ็บยิ่งกว่านี้”“เธอไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันอย่างนี้นะ ข้อตกลงของเรา” บัวหันมาเผชิญหน้าหญิงสาวอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนเธอราวกับเป็นฝาแฝด“ใช่ ข้อตกลงของเรา เธอได้เป็นมนุษย์ ฉันได้อาหาร”ดวงตาสวยปรายมองเรือนร่างงดงามที่อยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์ครบถ้วนดั่งจะบ่งบอกว่านี่คือสิ่งที่มน
“นี่คุณพูดอะไรจ่า ผมไม่มีเวลาจะมาล้อเล่นกับคุณหรอกนะ แค่คดีที่ยังปิดไม่ได้ก็เยอะแล้ว ไหนจะเรื่องผีพรายที่พวกคุณกลัวกันอีกล่ะ แค่นี้ยังมีเรื่องปวดหัวให้ผมไม่พอเหรอ คุณจะโยงทุกเรื่องเป็นเรื่องผีสางไปหมดไม่ได้นะ” กฤษณ์ถอนหายใจเสียงดังก่อนจะพูดต่อ“ผมบอกคุณแล้วว่าถ้าคุณพิสูจน์ไม่ได้ว่าผีมันมีจริงในโลก
คุ้งน้ำด้านหน้าที่มองเห็นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาทึบ และเท่าที่มองเห็นอยู่นี้ก็ไม่มีบ้านเรือนของใครอยู่ในบริเวณนี้เลยด้วยซ้ำ หรือว่ามีแต่ต้นไม้บัง หรือจะอยู่ในละแวกนี้แต่ผู้กองสื่อสารผิด อาจจะอยู่ฝั่งเดียวกันกับวัดก็ได้‘บ้านริมน้ำในรูปทรงโบราณสมัยร้อยปีก่อน มีศาลาท่าน้ำ เจ้าของบ้านชื่อบัว ไ







