เข้าสู่ระบบหลังจากบ่ายวันนั้นในห้องชมรมดนตรี โลกของข้าวฟ่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านระเบียงไม้ของอาคารเรียนเก่า เสียงฝีเท้าของนักเรียนหญิงนับร้อยกลายเป็นเพียงเสียงที่อยู่ไกลออกไป สายตาของเธอจะคอยมองหาแต่..ระริน เพื่อนสาวที่กุมความลับอันเร่าร้อนของเธอเอาไว้
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้จบลงแค่ครั้งเดียว แต่มันกลับกลายเป็นเสมือนยาที่ช่วยชโลมจิตใจอันอ่อนล้าของข้าวฟ่าง ในห้องน้ำหลังอาคารเรียนที่มักจะไร้ผู้คนช่วงพักเที่ยง... กลิ่นสบู่เหลวที่ใช้ล้างมือของโรงเรียนผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากคาบพละกลายเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ชั้นดี ข้าวฟ่างมักจะดึงระรินเข้าไปในห้องน้ำแคบๆ ล็อกกลอนอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะรุกรานด้วยจูบที่เริ่มทวีความรุนแรงและโหยหาขึ้นเรื่อยๆ "ฟ่าง... วันนี้เธอดู 'ดุ' จังนะ" ระรินกระซิบแนบชิดใบหูเธอ แต่มือซุกซนก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของข้าวฟ่างออกทีละเม็ด ข้าวฟ่างไม่ได้ขัดขืน ตรงกันข้าม... เธอชอบเสียอีกที่ได้เป็นฝ่าย 'ถูกกระทำ' ภายใต้พันธนาการของเครื่องแบบสีขาวสะอาดตาที่ดูสุภาพเรียบร้อยนั้น ร่างกายของเธอเรียกร้องหาสัมผัสที่หยาบโลนกว่าเดิม ความกดดันจากงานบริษัทที่เธอต้องแบกไว้ ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านเสียงครางแผ่วเบาที่พยายามกักเก็บไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกนอกห้องน้ำ ระรินเริ่มเรียนรู้จุดอ่อนของข้าวฟ่าง เธอรู้ว่าผิวขาวๆ บริเวณซอกคอและลาดไหล่ของข้าวฟ่างไวต่อสัมผัสเพียงใด เมื่อริมฝีปากของระรินพรมจูบไปทั่วเนินอกที่กำลังกระเพื่อมไหว ข้าวฟ่างถึงกับต้องหลับตาแน่น มือเรียวสวยคว้าบ่าเพื่อนสาวไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว "ริน... ตรงนั้น... แรงอีกหน่อย" ข้าวฟ่างครางกระเส่า ความเป็น 'ฟารีดา' ผู้ทรนงหายไปสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวที่กำลังมัวเมาในรสสวาทที่เพื่อนสาวมอบให้ การสลับกันปรนเปรอด้วยปลายนิ้วและปลายลิ้นที่ช่ำชองขึ้นตามกาลเวลา ทำให้ข้าวฟ่างเข้าสู่โลกอีกใบที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ โลกที่ความเครียดถูกเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิว และความโดดเดี่ยวถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มของร่างกายที่เบียดเสียดกันในที่แคบ การระเบิดของความสุขสุดยอดที่ต้องกลั้นเสียงกรีดร้องเอาไว้อาจจะทำให้เหมือนมันระเบิดออกมาไม่สุดพลัง แต่นี่ก็เพียงพอที่จะทำให้ข้าวฟ่างกับระรินไปถึงสวรรค์... "อึ้ยยยย... ฟ่างแตกแล้ว..รินจ๋า.." "รอรินด้วย... รินก็... ออกๆๆ ออกแล้ว..." อ้อมกอดของกันและกันเป็นเหมือนพื้นที่แห่งความสุขที่มีเฉพาะคนสองคนเท่านั้นที่จะเข้าใจ ก่อนจะออกจากห้องน้ำ ข้าวฟ่างจัดแจงเสื้อผ้าและทรงผมให้กลับมาดู เรียบร้อยสมบูรณ์แบบเหมือนเดิมเสมอ เธอจะเดินกลับเข้าห้องเรียนด้วยท่าทีที่สง่างามและเยือกเย็น จนไม่มีใครสงสัยเลยว่า... ภายใต้กระโปรงสีกรมท่าและเสื้อนักเรียนที่รีดเรียบกริบนั้น ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านและเปียกชื้นจากรสสัมผัสที่เพิ่งจบลงไป ..... เย็นวันพฤหัสบดีที่ท้องฟ้าครึ้มฝน ห้องชมรมนาฏศิลป์ที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคารไม้เก่าแก่เงียบสงัด กลิ่นธูปจางๆ และแป้งร่ำผสมกับกลิ่นอับของชุดรำโบราณสร้างบรรยากาศที่ชวนให้ใจสั่น ข้าวฟ่าง นั่งกอดเข่าอยู่บนเสื่อน้ำมัน ความเครียดจากการต้องอ่านเอกสารสัญญาที่พ่อส่งมาให้ทางอีเมลทำให้ขมับของเธอเต้นตุบ "ฟ่าง... ดูนี่สิ รินไปแอบหยิบมาจากชั้นหนังสือ" ระรินยื่นหนังสือนิยายปกแข็งเล่มเก่าที่มีภาพประกอบแนวอีโรติกโบราณมาให้ ทั้งสองคนนั่งเบียดกันอยู่หลังตู้เก็บเครื่องประดับ แสงรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้ทำให้บรรยากาศดูสลัว ข้าวฟ่างเริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พวงแก้มเมื่อนิ้วของพิมพ์เริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามต้นขาและล้วงเข้าไปใต้กระโปรงนักเรียนสีกรมท่า "ฟ่างอยากลองไหม... รินว่ามันจะช่วยให้เราได้ลองอะไรแปลกใหม่นะ" ความรู้สึกประหลาดๆ ความอยากลองอะไรแปลกใหม่ น่าจะทำให้รสสัมผัสรักจากปลายลิ้นของระรินมีรสชาติที่น่าเอร็ดอร่อยขึ้น ท่าทางแปลกๆจากหนังสือที่ระรินลองทำตามทำให้สมองของข้าวฟ่างขาวโพลน รินเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักเรียนขาวสะอาดออกทีละเม็ด ความเย็นของอากาศในห้องกระทบผิวสาวสะพรั่ง ข้าวฟ่างไม่ได้ขัดขืน แต่กลับแอ่นอกรับสัมผัสจากปลายหน้าอกระรินที่แตะเสียดสีกันแผ่วๆ แต่เหมือนมีไฟฟ้าวิ่งแปล๊บแล่นเข้าหาร่างกายเธอ และแล้ว... ในจังหวะที่เธอเข้าสู่จุดสุดยอดนั้น... เปรี้ยง!!... เสียงไฟฟ้าลัดวงจรของหม้อแปลงโรงเรียน ทำให้เกิดการระเบิดเสียงดังสนั่น พอดีกับวินาทีที่ร่างกายของข้าวฟ่างเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ประกายแสงสีทองวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของเธอจนระรินถึงกับผงะถอยหลัง "ฟ่าง... ตาเธอ... ตาเธอเป็นอะไร..!" ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองของข้าวฟ่างประมวลผลสัญญาธุรกิจที่เธอเคยอ่านไม่เข้าใจให้กลายเป็นภาพที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง เธอเห็นกลโกงที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข เห็นแผนผังของอาคารนี้ทะลุผ่านผนังไม้ไปถึงสนามหญ้า พลังมหาศาลพุ่งพล่านจนเธอรู้สึกเหมือนจะระเบิดออก แต่ทว่า... พลังนั้นหายวับไปรวดเร็วพอๆกับที่มันมา ร่างกายของข้าวฟ่างทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง ราวกับมีคนดึงปลั๊กพลังงานชีวิตออกไปจนหมดสิ้น เรี่ยวแรงที่เคยมีหายไปจนแม้แต่จะขยับปลายนิ้วยังทำไม่ได้ ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดเซียว และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ในสมองเธอมีแต่ความว่างเปล่าที่มาแทนที่อัจฉริยภาพเมื่อครู่ "ริน... เกิดอะไรขึ้นกับฟ่างน่ะ ริน...ฟ่างเหมือนจะไม่มีแรงเลย ฟ่างอยากทำอีก... ทำให้ฟ่างหน่อย..." ข้าวฟ่างครวญครางเสียงแผ่วสั่นพร่า น้ำตาไหลพรากด้วยความทรมาน "ฟ่าง... เราเพิ่งทำกันไปเองนะ เธอจะไหวเหรอ?" ระรินตกใจกับท่าทางแปลกๆของฟ่างที่ดูน่ากลัว "ไม่รู้... แต่มัน... มันหายไปหมดเลย ความรู้สึกเมื่อตะกี้... มันหายไป..." ข้าวฟ่างดิ้นรนเข้าหาอ้อมกอดของเพื่อนสาวด้วยสัญชาตญาณแห่งความใคร่ เธอโหยหาความเสียวซ่านนั้นอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพื่อความสุขเท่านั้น แต่เพื่ออะไรบางอย่างที่เธอสัมผัสได้เมื่อสักครู่... พลังพิเศษ..เหนือมนุษย์ แต่ข้าวฟ่างก็ไม่ได้เจอมันอีกในวันนั้น เพราะเธอหมดแรงจนหลับไปในเวลาต่อมา ระรินกอดเธอไว้...แต่งตัวให้เธอ เฝ้ามองและรอจนเธอตื่นขึ้นมา ต่างคนต่างก็ไม่ได้พูดอะไร.. พากันจูงมือเดินออกจากห้องนาฏศิลป์เงียบๆ แต่ในใจมีเสียงมากมายดังกึกก้อง... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่... ..... วันต่อมา... ข้าวฟ่างก็พบว่า...เธอเริ่มมีประจำเดือน เป็นการแสดงความเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริงของร่างกายตามธรรมชาติ ตอนนี้เธอเป็นนางสาวทางกายเต็มตัว แม้ว่าจะยังใช้คำว่าเด็กหญิงบนบัตรนักเรียนก็ตาม... หรือเหตุการณ์เมื่อวันวานจะเปืดประตูบานแรกที่พาเธอไปสู่อีกโลกหนึ่ง โลกแห่งพลังพิเศษที่มีแต่เธอที่เติบโตผู้ใหญ่แล้วจะผ่านเข้าไแได้... "โลกแห่งพลังพิเศษ..ยินดีต้อนรับนางสาวฟารีดา" พลังแห่งอัจฉริะภาพ...!!! .....พี่แพรวเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง Hot Love Flora วัย 32 ปี ผู้ที่ดูเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ริมฝีปากบางทาลิปสีเบจดูอ่อนละมุน แววตาที่คมกริบของเธอจับจ้องดูนีน่าที่เป็นพนักงานสาวพาร์ทไทม์ นักศึกษาภาควิชาคหกรรมที่มาขอฝึกงานช่วยจัดดอกไม้ช่วงปิดเทอม เธอคอยชำเลืองมองดูนีน่าบ่อยครั้ง จะว่าคอยตรวจตราหรือจับผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากนั้นดูมีความหมายที่น่าจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น วันนี้เป็นวันแรกที่นีน่าเริ่มมาฝึกงาน เธอมาในชุดที่พี่แพรวสั่งให้ใส่มา โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตลูกไม้ขาวบาง กับกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า นีน่าสูงเกือบ 170 ซม. มีสัดส่วน 34-25-36 คัพ D ใครเห็นก็แทบอดใจไม่ไหวกันเกือบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่แพรวผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอตั้งใจให้นีน่าแต่งตัวมาเพื่อความสุขทางสายตาของเธอ ที่ห้องเย็นเก็บดอกไม้หลังร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวลของกุหลาบเอลซัลวาดอร์ และลิลลี่ฮอลแลนด์ แสงไฟสีขาวสลัวตัดกับอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำจนผิวหนังลุกชัน วันนี้นีน่ากำลังจัดเรียงดอกไม้ที่เพิ่งมาใหม่ให้เป็นระเบียบ ความเย็นทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาบ่อยๆ ขนแขนลุกเกร
ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไว้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการลงไปได
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้




![Boylove the Serise | ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


