ANMELDENเราทุกคนต่างมีความลับ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน แต่เด็กหนุ่มมหาเศรษฐีที่เพรียบพร้อมทุกอย่างละไม่ว่าจะเป็นเงินหรือหน้าที่การงานการสนับสนุน ความลับของพวกเขาจะเป็นยังไง ไหนจะความรักอันแสนวุ่นวายสนของคุณชายคนเล็กที่มีงานิดิเรกลับๆที่มีเพียงแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้ ความรักที่เกิดจากการพนันตอนนั้นจะทำให้ทั้งสองได้รักกัน หรือจะทำให้วุ่นวายมากกว่าเดิม ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกันจนวันหนึ่งถูกเปิดเผยขึ้นมาจะกลายเป็นอย่างไรต่อไป ความรักทั้งสองจะวุ่นวายขนาดไหนกันนะ
Mehr anzeigenภายในห้องโถงสนามบินสุวรรณภูมิที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านมากมายแต่ถึงแบบนั้นทุกคนที่มาสนามบินแห่งอยู่ในระเบียบราวกับมารอต้อนรับใครบางคน ไม่นานเสียงที่คุยกันของผู้คนกลับเงียบสงัดลงอย่างน่าเหลือเชื่อ พอทุกคนเงียบไปได้ไม่นานมากเสียงกรี๊ดมากมายก็ดังขึ้นทั้งห้องโถง สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องไปที่ชายคนหนึ่ง
ชายหนุ่มร่างบาง ผิวขาวราวหิมะใบหน้าที่เสมือนเทวทูตลงมาจากสวรรค์ ดวงตาสีอำพันประกายที่ใครเห็นก็เทียบดั่งอยู่ในมนต์สะกด ผมสีบลอนด์ทองประกายดั่งทูตสวรรค์ จมูกที่คมเป็นสันกำลังพอดี ปากอมชมพูเหมือนสีของทับทิมที่สุกกำลังได้ที่ 'นที'นายแบบชื่อดังของประเทศอังกฤษ ลูกชายคนเล็กของตระกูล'มอแกน'ผู้กลับมาจากต่างประเทศเพื่อสืบทอดธุกิจของครอบครัว เด็กชายที่เป็นดั่งนางฟ้าของครอบครัว จิตใจดี มีเมตตา จนได้ถูกยกย่องว่าเป็นคุณหนูที่แสนบริสุทธิ์ของสังคมชนชั้นสูง หลังจากนทีเรียนจบจากประเทศอังกฤษได้ไม่นานครอบครัวก็เรียกนทีกลับมายังประเทศไทยโดยทันที ทันทีที่ นทีถึงบ้านของตนก็ได้รีบไปยังห้องนอนโดยทันที นทีได้ฟุปหลับลงบนเตียงสีขาวเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ในขณะเดียวกัน ภายในห้องแสงไฟสลัว ผู้คนมากมายกำลังสนุกสนานไปกับแสงไฟและเสียงดนตรี แต่เวลานั้นภายในโซนวีไอพีมีชายคนหนึ่งกำลังนั่งแล้วดื่มไวน์อยู่ ชายร่างหนา ผิวสีน้ำผึ้งที่บ่งบอกถึงความเป็นเอเชีย ใบหน้าเจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอก ผมสีดำเหมือนท้องทะเลลึก ในตาสีฟ้าครามประกายดั่งอัญมณี จมูกที่คมเป็นสันกำลังพอดี ปากสีชมพูเหมือนดังดอกกุหลาบ "เห้ยน้อง!" พนักบริกรเดินมาที่โต๊ะของร่างหนาเพื่อจะจดรายการ "ขอไวน์เพิ่มอีกขวด"ร่างหนาได้พูดออกมา "มึงใจเย็นนี้จะขวดที่ยี่สิบแล้วนะเว้ย" "แล้วไง" "มึงกินซะขนาดนี้ เครียดเรื่องไรว่ะ" "สั้นๆนะ" เพื่อนสนิทของร่างหนามองร่างหนาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่จะถูกร่างหนาด้วคำสั้นๆ "เสือก" "เอ้า ก็กูอยากรู้ว่าอะไรดนใจให้มึงมาชวนกูกินเหล้าร้อยวันพันปีไม่เคยชวน" "หรอ" "ธาม มึงพอเถอะกูอยากกลับแล้ว"คนตรงข้ามเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นสภาพเพื่อนของตนที่เมามายจนแทบดูแทบไม่ได้ "เออ"ร่างหนาตอบมาสั้นๆ ก่อนที่จะลุกหนีเพื่อนสนิทไปอย่างไม่ใยดี เพื่อนธามที่เห็นแบบนั้นก็ถึงขั้นเกาหัวก่อนจะเรียกพนักงานมาเช็คบิลแล้ววิ่งตามเพื่อนออกไปอย่างไว "มึงรอกูด้วย" ไนซ์ยืนหอบข้างรถธามเนื่องจากถูกเพื่อนสนิทแบบธามทิ้งให้เช็คบิลคนเดียว "นี้มึงเป็นเดอะแฟรชรึไงว่ะ เดินไวชิบ" "..."ธามไม่ตอบอะไร พร้อมกับเปิดประตูรถฝังคนขับ ไนซ์ที่เห็นแบบนั้นไม่รอช้าที่จะวิ่งไปปรามเพื่อนของตน "ไม่ต้องคิดที่จะขับรถเลย" "ทำไม" ธามขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเพื่นของเขาไม่ให้ตัวเขาขึ้นรถ "กูยังไม่อยากตาย" ธามที่เห็นสีหน้าจริงจังของเพื่อนก็ปล่อยให้เพื่อนตนนั้นขับแทน หลังจากขึ้นรถเรียบร้อย ไนซ์ก็เอ่ยปากถามธามว่า "มึงจะนอนไหน" "คอนโด" "เคร" ไม่นานนักรถคันหรูก็เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของสถานบันเทิงแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็ถึงคอนโดย่านกลางเมืองของทั้งสองคน ทันทีที่ไนซ์มาชั้นที่ตัวธามอยู่นั้นเขาไม่รอช้าทิ้งจะธามลงเตียง และทิ้งธามไว้แบบนั้นจนถึงเช้า 'ธาม'เด็กหนุ่มธุรกิจไฟแรง ที่ฮอตมากในตอนนี้ เนื่องจากรูปร่างหน้าตา บวกกับอายุที่ยังน้อยแต่สามารถสร้างบริษัทและบริหารจนกลายเป็นอันดับต้น ทั้งในและต่างประเทศ และยังเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล 'ธิวารัตน์' ตระกูลที่มีทั้งทรัพย์สินเงินทองที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดรึป่าว และยังเป็นตระกูลที่ส่งออกเครื่องเพชรที่ดีที่สุดในอเมริกาอีกด้วย ตระกูลชื่อดังที่หญิงสาวหลายคนปราถนาที่จะได้ตัวธามมาครอบครองและหวังที่จะเป็นสะใภ้ตระกูลธิวารัตน์ ส่วนคนที่อยู่ข้างๆ คือ'ไนซ์'เป็นทั้งนังแสดงและนายแบบดาวรุ่งเพื่อนของธามตั้งแต่สมัยเด็กๆอีกด้วย รุ่งเช้าของอีกวัน นทีได้ลุกขึ้นจากเตียงและแต่งตัวเพื่อลงไปรับประทานอาหารเช้ากับครอบครัวหลังจากไม่ได้กินร่วมกันนานถึงห้าปี "อรุณสวัสดิ์ครับป๊า,ม๊า,เฮียทีม"นทีเอ่ยทักทายทุกคน "อรุณสวัสดิ์ครับลูกป๊า"พ่อนทีทักทายกลับและส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน "มานั่งเถอะลูก"แม่นทีพูดขึ้น "เป็นไงตัวเล็กหลับสบายมั้ย"ทีมเอ่ยถาม "สบายครับเฮีย"นทีตอบพร้อมกับยิ้ม ไม่นานนักคนใช้ก็ตักข้าวให้ทั้งสี่คน ระหว่างกินข้าวอยู่นั้น "นทีลูกต้องหมั้นนะ"พ่อพูดขึ้นอย่างโต้งๆ "ห๊ะ!?" "ป๊าแต่ผมชอบผู้ชาย" "แล้วใครพูดว่าจะให้แกหมั้นกับผู้หญิง" พ่อนทียักคิ้ว นทีอึ้งไปสักครู่ก่อนจะขอตัวไปที่อื่น "ป๊า'ม๊า ผมอิ่มแล้วนะ" ระหว่างที่กำลังจะลุกออกไป "นทีลูกต้องไปทำงานที่บริษัทป๊าด้วย" "ครับ"นทีตอบสั้นๆ นทีตรงดิ่งไปยังรถของตนทันที นทีเร่งสปีดรถขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากอารมณ์ที่ประทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปรียบดังภูเขาไฟที่กำลังจะประทุนั้น นทีกำลังพยายามดับอารมณ์ของตนด้วยการขับรถเล่นแต่กลับไม่เป็นผล เขาเลยตัดสินใจที่จะไปสถานที่หนึ่งเมื่อคิดได้ดังนั้นนทีขับรถออกจากในเมืองทันที ตัวเขาเองขับรถมาเกือบ3ชั่วโมงไม่นานนักรถคันหรูก็ได้หยุดลงด้วยสถานที่หนึ่ง ร่างบางค่อยๆเปิดประตูรถออกมาอย่างช้าๆ ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ลมอ่อนๆได้ประทะเข้าที่หน้าร่างบาง นทีค่อยๆก้าวลงมาจากรถของตนสิ่งแรกที่ถูกสัมผัสกับเท้าของตัวเขานั้นก้คือเม็ดทรายสีขาวนวล ภาพี่ปรากฎต่อหน้าของร่างบางตอนนี้คือชายหาดแห่งหนึ่งน้ำทะเลสีฟ้าอ่อน มีคลื่นอ่อนๆซัดทรายขึ้นมาในบางคราว สถานที่นี้สายราวกับไม่มีอยู่จริงแต่น่าแปลกที่สถานที่นั้นแทบไม่มีใครรู้จัก ร่างบางนั่งมองคลื่นที่ซัดเข้ามาอยู่บนโขดหิน เวลาล่วงเลยผ่านไปจนชั่วขณะหนึ่ง นทีมองทีนาฬิกาสีโกลด์โรสก็รับรู้ว่าถึงเวลาที่ตัวเขาเองนั้นต้องกลับไปแล้ว นทีทำหน้าเบื่อหน่ายลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้นิ่งเฉยรีบขึ้นรถและขับรถออกไปอย่างไม่รีรอ ระหว่างที่ตัวเขากำลังขับรถอยู่นั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น นทีเลือกที่จะอ่านขอความทีถูกส่งมานั้น "หนูต้องเข้าประชุมกับป๊าตอน 14:00นะ" นทีที่อ่านข้อความนั้นเสร็จสัพเรียบร้อยแล้วก็ปิดมือถือแล้วขับรถไปที่บริษัทของพ่อตน ทันทีที่นทีเก็บรถและเตรียมพร้อมทุกอย่างให้เรียบร้อย นทีเดินลงจากรถและเดินเข้าบริษัทระหว่างทางไปห้องทำงานนั้นมีเสียงกระซิบมากมายดังขึ้นระหว่างทางจนถึงหน้าห้องประธานหรือห้องของพ่อตนนั้นเอง พนักงานหลายคนต่างพากันสงสัยว่าตัวเทอนั้นเป็นใคร เนื่องจากนทีไม่เคยมาที่บริษัทพ่อของเทอ แต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยมาเทอเคยแต่ตนนั้นเทอยังอายุได้เพียงห้าขวบเท่านั้นซึ่งตนนี้เทอแตกต่างจากตอนนั้นเป็นย่างมากไม่น่าแปลกที่จะไม่มีใครจำเทอได้ เมื่อถึงหน้าห้องประธานแล้วขณะเทอกำลังจะเดินเข้าไปนั้นเทอก็ถูกห้ามไว้ด้วยผู้หญิงสีสวมเดรชสีแดงสด ทันทีที่ถูกห้ามไว้นทีก็ชะงักเล็กน้อยแต่ด็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนะ "หลบไป" "ฉันไม่หลบ แกจะทำไม" "อีป้ามึงจะหลอบดีๆมั้ย" "อีเด็กเมื่อวานซืน นี่แกเรียกใครว่าป้าห๊ะ!" "ตรงนี้มีแค่เทอกับฉันถ้าไม่เรียกเทอจะเรียกใคร" "อีเด็กนี้" เลขากำลังจะง้างมือขึ้นกำลังจะตบหน้าของนทีแต่ก็ถูกนทีจับไว้แล้วตบสวนไปอย่างจัง เลขาคนนั้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ "นี้แกตบฉันหรอ" "ใช่" "ฉันจะฟ้องท่านประธาน" "แกมีสิทธิ์อะไรไปฟ้องแด๊ดดี๊" "แด๊ดดี๊หรอ"คำพูดของนทีทำให้ เลขาคนนั้นเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบสวนนที "สิทธิ์การเป็นเมีย" เลขาพูดเสียงดังเพื่อที่จะให้คนบริเวณนั้นรู้ "หึ เมียหรอ" นทียกยิ้มขึ้นเบาๆ "ใช่ ท่านประธานไม่มีเอาพวกผิดเพศแบบแกมาเป็นเมียหรอก" นทีที่พยายามอดกลั้นความโกรธไว้ตั้งแต่เมื่อกี้เมื่อได้ยินคำว่าผิดเพศก็ทำให้ฟิวส์ขาดทันที ในตอนนี้ความอดทนของนทีนั้นได้หดลงแล้วเป็นที่เรียบร้อย นที่ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปกระชากหัวเลขาคนนั้น เลขาเริ่มกรีดร้องทันทีที่นทีเข้ามากระชากหัวเทอ ฝ่ามือของนทีตบไปที่ใบหน้าอันเรียวสวยของคุณเลขาจังๆ นทีไม่หยุดเพียงแค่นั้นเขายังตบเลขาซ้ำอีกรอบ จนทำให้จมูกที่ถูกเสริมขึ้นมาจากสิลิโคนนั้นเกิดเบี้ยวขึ้นมา "มีใครมีกระจกบ้างคับ" นทีถามคนแถวนั้น บางคนก็ต่างพากันหลบหน้านที "แต่ก็มีมือปริศนานั้น ยื่นกระจกให้นที" "หืออ" เมือเห็นดังนั้นทีจึงมองไปรอบๆ ก็เห็นหญิงสาวหลายคนต่างพากันต้นกระเป๋าเพื่อหากระจกให้นที นักหยักคิ้วขึ้นเล็กน้อยพรางคิดไปว่า คงมีคนไม่น้ยที่ไม่ชอบยัยนี้ ทันทีนทีได้รับกระจกมาแล้วเขาก็ยื่นให้เลขาชุดแดง เลขาทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็รับเอาไว้เพราะกลัวว่านทีจะตบซ้ำอีกรอบ แต่ทันทีที่เลขาเห็นสภาพตัวเองตอนนี้นั้นก็ทำให้ตัวเขานั้นกรีดร้องขึ้นมาอย่างสุดเสียง เพราะในตอนนี้เลขาทั้งจมูกเบี้ยวและใบหน้ายังมีรอยเขียวซ้ำแถมยังมีเลือดซิบอีก ร่างสูงที่นั่งทำงานอยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นตัวเขาเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด พ่อของนทีที่อยู่ในชุดสูทและดูภูมิฐานนั้นได้สาวเท้าออกมาจากในห้อง พร้อมกับเปิดประตูออกมา หน้าห้องก็พบกับลูกชายคนเล็กอันเป็นที่รักนั้นยืนอยู่ แต่ไม่ทันได้เดินไปหาลูกชายนั้นเขาก็เห็นสภาพเลขาตนที่สภาพดูไม่ได้ "นี้มันเกิดอะไรขึ้น" "ท่านประทานคะ ไล่เด็กคนั้นออกไปนะคะ" เลขาพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังนทีที่ยืยอยู่ "ทำไมฉันต้องไล่ออก" "เพราะมันทำให้สภาพอิฉันเป็นอย่างนี้ไงคะ" เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อของนทีก็รีบมาดูนทีทันที เพราะลูกชายอันเป็นที่รักบาดเจ็บ "เจ็บตรงไหนรึป่าวลูก" ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป้นห่วงเป็นใยลูกชายคนเล็ก "ห๊ะ ลูก" เลขาหน้าเหวเล็กน้อยเมื่อได้รับรู้ว่านทีคือใคร "ลูกชายคนเล็กฉันเอง และว่าที่ประธานบริษัทคนต่อไป" "ไม่จริง ท่านโกหกดิฉันแน่ๆ" "จริงสิคุณเลขา" "คุณพ่อคับ" "ว่าไงลูกรัก" "เลขาของคุณพ่อบอกว่าเทอเป็นเมียพ่ออะ" เลขาหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่นทีบอกพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น "จริงหรอครับคุณเลขา" "ไม่จริง อีเด็กนี้มันโกหกนะคะเชื่ออิฉันเถะค่ะ" "นี้เทอกล้าเรียกลูกฉันว่าอีเลยหรอ" "ไม่ค่ะ" "ต่อจากนี้ไม่ต้องมาที่นี้อีกนะ ฉันไล่เทอออก" สีหน้าตกใจของเลขานั้นทำให้คนบางกลุ่มมีรอยยิ้มอย่างมาก "ท่านทำแบบนี้กับดิฉันไม่ได้นะคะ" "ทำไมฉันจะทำไม่ได้" "ก็ๆ" ร่างสูงเลิกสนใจหญิงสาวก่อนที่จะหันมาสนใจที่ลูกชายคนเล็ก "ไปที่ห้องประชุมกันเถอะลูก" ร่างสูงกำลังจะเดินออกไปจากที่แห่งนั้นแต่ก็ถูกร่างของหญิงสาวกอดขาไว้แน่ๆ แต่ร่างสูงก็สะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี พ่อนทีเดินไปที่ห้องประชุมโดยที่ไม่ทันกลับมามองหญิงสาวแม้แต่น้อย เสียงขอร้องอ้อนวอนของหญิงสาวดังขึ้นเป็นระยะแต่ก็ได้แค่เพียงสร้างความลำคาญให้คนละแวกนั้นเพียงแค่นั้น ตอนนั้นหญิงสาวได้รับรู้ความจริงที่ว่าเทอเขี่ยทิ้งอย่างสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ เทอทำได้แค่เพียงร่ำไห้เบาๆพร้อมกับเก็บของไปด้วย ระหว่างเก็บของเทอก็ได้ยินเสียงพนักงานที่คอยดูถูกแทบตลอดทาง แต่มันก็สมควรแล้วละสำหรับคนแบบเทอ พนังานที่ดูถูกเทอก็ไม่ใช่ใครก็คนที่เธอเคยดูถูกในเมื่อก่อน ในตอนนี้เทอรู้แล้วว่าความรู้สึกที่โดนดูถูกบ้างมันเป็นเช่นไร ภายในห้องประชุมสีขาว พ่อของนทีนั่งอยู่บนเก้าอี้บนสุดของโต๊ะประชุม และตามด้วยคณะบริหารและตามด้วยหัวหน้าของแต่ละแผนก ภายในห้องเต้มไปด้วยบรรยากาศที่อึมครึมพอสมควร ทั้งหมดเต็มไปด้วยความเงียบได้ยินเสียงแค่เสียงแอร์ที่ดังอยู่ ก่อนที่จะถูกท่านประธานหรือพ่อของนทีเอ่ยเปิดการประชุมในครั้งนี้ "ก่อนที่จะประชุม ผมมีบุคคลที่จะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก" ทันทีที่พ่อนทีเอ่ยขึ้นก็ทำให้เกิดเสียงกระซิบมากมายตามมา "เงียบ" เมื่อสิ้นสุดเสียงภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง "ขอบคุณครับ และเชิญเข้ามา" ประตูห้องประชุมได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างที่สวมชุดสูทสีขาวเนียบทำให้เกิดความดูดี และมีราศีที่ สง่างาม นทีเดินเข้ามาภายในห้องและเดินไปที่ข้างพ่อของตนที่นั่งอยู่บนต่ำแหน่งประธานบริษัทแห่งนี้ ใบหน้าที่ราวกับเทพธิดานั้นสะกดใจผู้คนที่อยู่ในห้องแห่งนี้ได้มากพอสมควร "แนะนำตัวสิ" เมื่อผู้เป็นพ่อเอ่ยเช่นนั้นนทีก็ไม่รีรอที่จะเริ่มแนะนำตนเอง " ผม "สุธาพจน์ มอแกน" ลูกชายคนเล็กแห่งตระกูลมอแกน และว่าที่ประธานบริษัทแห่งนี้ " นทีโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อเป็นการเคารพพร้มกับทิ้งประโยคท้ายไว้ "ผมอาจจะดูไร้ประสบการณ์ดังนั้น ก็ขอความกรุณาสอนผมในเรื่องที่ไม่รู้ด้วยนะคับ" สิ้นสุดประโยคทุกคนในห้งประชุมก็ตยมือให้นที "อย่างทีทุกท่านทราบไปแล้วว่าลูกชายของผมนั้ยจะมาเป็นประธานที่นี้ ดังนั้นผมจึงจะให้เขามาอยู่ในต่ำแหน่งของรองประธาน" นทียิ้มเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะด้านขวามือที่อยู่ติดกับพ่อตนโต๊ะของรองประธานที่หลายคนรู้เพียงชื่อแต่กลับไม่รู้จักรู้ร่างหน้าตาบันนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว การประกาศรองประธานครั้งนี้เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะบุคคลภายนอนหรือแม้กระทั้งคนในบริษัทเอง มิหนำซ้ำยังมีเรื่องตบตีระหว่างลูกชายประธานกับเลขาคนเก่าอีก ไม่ให้หน้าสนใจได้เช่นไร หลังประชุมเสร็จสิ้นเรียบร้อย พ่อขอองนทีก็นำทางไปที่ห้องทำงานของนทีโดยทันที นทีตามไปโดยไม่เอ่ยอะไร ระหว่างทั้งสองก็คุยกันเล็กน้อยตามประสาพ่อลูก ทั้งมาหยุดที่ห้องๆหนึ่งพ่อขอองนทีใส่รหัสห้องก่อนจะเปิดเข้าไปในห้อง ภายในห้องเป็นห้องเป็นสีขาวลายหินอ่อนตามความชอบของนที นทีสังเกตูเห็นอีกสองห้อองนอนกเหนือจากห้องทำงาน นทีหันไปมองหน้าพ่อของตน พาอเขาหยักไหล่เล็กน้อย นทีจึงตัดสินใจเปิดเข้าไปดูด้วยตัวเองสิ่งตรงหน้าทำให้ตัวเขาเองตกอยู่ในภวังคในชั่วขณะหนึ่ง เขาเห็นห้องสีฟ้าอ่อน และใจกล้างห้องนั้นมีเตียงนอนอยู่ที่ใจกลางห้อง "ห้องนอนในบริษัท หรอ" "ใช่" นทีถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าพ่อของเขานั้นทำอะไร แต่ถามว่าตัวเองนั้นชอบมั้ยเขาชอบมากเพราะทุกอย่างของที่นี้เป็นสไตล์ของเขาทั้งหมดเลย นทีสำรวจห้องเล็กน้อย แต่สิ่งที่ไม่มีในห้องนี้นั้นคือห้องครัว เมื่อคิดดังนั้นนทีก็เข้าไปดูห้องข้างๆ ถึงจะคาดหวังว่าจะไม่ใช่แบบที่ตัวเขาคิด แต่ในใจลึกก็อยากให้เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้มี และใช่แล้วห้องข้างๆตัวเขาคือห้องครัว นทีตะลึงกับภาพตรงหน้าไปพักใหญ่เลยทีเดียว "นี้ห้องทำงาน"นทีถามย้ำพ่อตัวเองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "ใช่" "แน่ใจ" นทีถามซ้ำอีกรอบ "ใช่สิ" ในตอนนี้นทีกำลังจะหลุดไปดาวเนปจูนเนื่องจากตัวเขานั้นไม่อยากเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลย แต่คงทำได้แค่ทำใจ "และพ่อก็มีคนอยากให้หนูรู้จัก" "ใคร" "ทีเข้ามาสิ" "ครับท่าน" การ์ดหนุ่มเดินเข้ามาหาเจ้านายของตน "นับจากนี้นายต้องเป็นผู้ช่วยและเลขาให้คุณหนู" "ครับ" การ์ดหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ "นทีนี้เลขาลูก" นทีพยักหน้าเบาเพนาะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี "งั้นพ่อไปนะ รักลูกนะ" พูดจบพ่อของนทีก็ออกจากห้องไปทันที "นายก็ออกไปด้วยที" "มีอะไรก็เรียกนะครับคุณหนู" "อืม" นทีรับคำสั้นๆ นทีนั่งถอนหายใจอยู่ที่ปลายเตียงพักใหญ่ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทักหาใครสักคน "ลี่" นทีทักหาเพื่อนของตัวเขาเอง "ว่าไงเบบี๋" "จองสนามให้หน่อย" "วันไหน" "วันนี้" "ยูลงเองแบบนี้สนามคงลุกเป็นไฟ" "พูดมากน้าา" "เดี๋ยวเค้าลงให้" "ขอบใจ" "เจอกันตอนเย็น" "โอเค เบบี๋" นทียิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะโยนโทรศัพท์ลงไปบนเตียงพร้อมกับค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ แล้วผล็อยหลับไปในที่สุด ทางด้านของธามที่ตื่นมาก็พบว่าตนอยู่บนเตียงของตนเองเสียแล้ว คนที่พาก็คงไม่พ้นไนซ์เพื่อนสนิทของตัวเค้าเอง ธามควานหาโทรศัพท์จนเจอก่อนที่จะโทรหาเคน ผู้ช่วยและเลขาคนสนิทของตัวเขาเอง เพื่อให้ซื้อยาแก้แฮงค์กับข้าวต้มมาให้ตัวเขาเอง ในสาย "เคน" "ว่าไงคับคุณชาย" "ซื้อข้างต้มกับบาแก้แฮงค์มาให้ฉันที่คอนโดที" "ครับ" "ฉันให้เวลา10นาที" "ห๊ะ โอเคคับคุณชาย" สิ้นสุดการโทร ธามได้พยุงตัวเองเพื่อไปอาบน้ำ จนในท่สุดก็สามารถอาบน้ำได้ ธามสวมเพียงแค่ผ้าคลุมอาบน้ำเท่านั้นและนั่งรอยากับข้าวต้มอยู่ที่ปลายเตียงไม่นานนานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ธามลุกขึ้นไปเปิดประตูเพื่อเอาข้าวต้มกับยาก่อนจะไล่ไล่เลขาตนกลับไปทำงานที่ค้างไว้ เคนที่มาส่งของก็มึนงงกับเหตุการนี้เช่นเดียวกันเพราะตัวเขาเองก็เดินทางมาไกลเช่ยเดียวกัน แต่ก็สงสัยได้ไม่นานหรอก เพราะงานเอกสารที่เคนต้องเครียนั้นมีเป็นภูเขา คิดแล้วเศร้า ฮรุก ธามที่กินข้าวต้มกับยาเสร็จแล้วก็นั่งเล่นมือถือไปอีกสักพักเขาไล่ดูหน้าฟีดไปพรางๆ ก่อนที่จะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกรอบ "รอสักครู่" ธามตระโกนบกคนหน้าประตูก่อนที่จะเดินไปเปิดให้อีกคนเข้ามา "มึงมาทำไม" "มาแจ้งข่าว" "ข่าวไรว่ะ" "วันนี้มีแข่งรถ" "อ่า แล้วบอกกูเพื่อ" "มึงต้องลง" "ทำไม" "กูจ้าง" ธามพิจารณาคำพูดของไนซ์ระยะหนึ่ง "เท่าไหร่" "10ล้าน" "เชี่ยย มึงเอาจริงดิ" "เออ" ธามทำสีหน้าจริงจังเล็กน้อย ธามจึงตอบตกลงข้อเสนอของไนซ์อย่างง่ายดาย ถามไม่รอช้ารีบไปเลือกชุดที่จะต้องลงแข่งในวันนี้ทันที มิหนำซ้ำยังเอารถที่รักไปตรวจอีกด้วย พลบค่ำ หลังจากนทีตื่นนอน สิ่งแรกที่ตัวเขาทำคือการอาบน้ำและแต่งตัวเพื่อไปยังสนามแข่งรถนอกเมือง หลังมาถึงนทีก้ได้พบกับผู้คนมากมายแหละหลายคนเข้าหาตัวเขาเพื่อหวังผลประโยชน์กันซะส่วนใหญ่ มีรถแต่งมากมายหลากหลายรุ่นทยอยเข้ามาในสนามแข่งอย่างต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย ณ ห้องรับรอง VIP นทีมองผู้คนจากหน้าต่างชั้นข้างบนสุด อยู่ๆก็มีเสียงเดินประตูเปิดขึ้นจนต้องทำให้นทีต้องทำให้นทีต้องหันไปมอง คนที่มาใหม่นั้นไม่ใช้ใครที่ไหนแต่คือจางหลี่ เพื่อนสนิทลูกครึ่งจีนของนทีนั้นเอง "เซ ฮายเบบี๋" "อืม ฮาย" "เย็นชาจังน้าา" "มาสายนะ" "รถติดไงที่รัก" "..." "โอเคๆ ไม่เล่นละ" อยู่จางหลี่ก็ูเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา นทีเลิ้กคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมมองไปที่ใบหน้าจางหลี่ที่ดูเจ้าเลห์สุดๆ "นั้นอะไร" "ข้อมูลของคนที่ยูต้องแข่งด้วย" "เอาจริงดิ" นทีทำหน้าเบื่อหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนทำไรลงไป "ขอดูหน่อย" "หึ ได้สิ" รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะใสซื่อนั้นปรากฎขึ้นบนหน้าจางหลี่ ลี่ต้องมีแผนอะไรแน่นอนไม่ทันขาดคำจางหลี่ก็หอมแก้มของนที "หอมชื่นใจ" "นี้ตั้งใจ" "ไม่รับรู้" นทีถอนหายเล็กน้อย นทีนั่งอ่านประวัติคร่าวๆ ก็ทำให้รู้ว่าสนามแข่งปกปิดขอมูลในชีวิตจริงจึงทำให้รู้แค่ข้อมูลในวงการ "ทำงานดีเหมือนเดิม" "แน่นอนเค้าจัดการเองเลยนะ" "ว่าไป ทำไมถึงใช้ฉายยาว่ากะปอมยักษ์ว่ะ" "กูจะไปรู้มั้ย" "ชื่อโครตปัญยาอ่อน" "แล้วของมึงดีมากมั้งที คนห่าอะไรตั้งฉายยาเป็นเหี้ย" "ออกจะเท่" "จะแม่คุณ เท่แค่มึงคนเดียวแหละ" "อิอิ" "ไปเตรียมตัวแข่งได้ละ ใกล้จะถึงรอบสุดท้ายของมึงละ" "จ้าๆ" ทางด้านของธาม กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องพักนักแข่งอยู่นั้น ไนซ์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับปรวัตินักแข่งเหมือนกัน "นี้ประวัติ" "ขอบใจ" "ไม่เคยแพ้สักรอบ ดี" "มึงลองมองฉายยา" "Varanus salvator วอท" "เอาจริงดิ" "เออ" "คนคิดแปลก" "ฉายยามึงก็แปลก" "หรอ" "กระปอมยักษ์มึงอะ" "ออกจะเท่" "เคร กูเถียงไปก็ไม่ชนะ" "กูไปเตรียมตัวแข่งละ" ทั้งสองคนได้ลงมาที่สนามแข่ง แล้วเรียบร้อย "นี้นายเรามาพนันกันหน่อยมั้ย" "พนันอะไร" "ถ้าเราชนะนายต้องมาเป็นเมียเรา" "แล้วถ้าเราชนะละ" "เราจะสิ่งที่นายขอหนึ่งอย่าง" "หึ ฉันตกลงกะปอม" "รอก่อนนะคะคนสวย" ทั้งสองไปปรับกระจกขึ้นหลังจากนั้นกรมการก็ให้สัญญาณเตรียมพร้อม และเริ่มนับถอยหลัง ทรี ทู วัน รถของนทีได้ออกตัวไปอย่างรวดเร็ว และตามมาติดๆรถของธามก็ถูกเสริมมาอย่างดีด้วยอุปกรณ์ชั้นหนึ่ง ไม่นานนักนทีก็ถูกแซงจนได้ นทีไม่ยอมแพ้เร่งเครื่องตามมาจนกลับมาได้ที่หนึ่งและเก็บรอบแรกไปสวยๆ ตามด้วยธามที่มาแรงจนขึ้นกลับมาเป็นที่หนึ่งได้อีกครั้ง คู่นี้จัดได้ว่าสูสีมากเลยทีเดียว เพื่อทิ้งระยะห่างธามจึงจำเป็นต้องใช้เทอร์โบเพื่อเข้ามาเร่ง "คิดว่าตัวเองมีคนเดียวหรอกะปอมน้อย" ตามด้วยนทีที่เปิดเทอร์ตามมาติดๆแล้วเก็บรอบสองไปอย่างสวยงาม และแล้วก็มาถึงรอบสุดท้ายรอบตัดสินชัยชนะของทั้งสองคน นทีเร่งเครื่องด้วยความเต็มสปีดอีกเช่นเคยแต่ก็ยังถูกธามตามมาได้อย่างติดๆ ธามกับนทีผลัดกันแซงจนเกือบถึงเส้นชัย นทีที่กำลังจะน้ำเข้าเส้นชัยนั้นถูกธามแย่งไปต่อหน้าต่อตา หลังจากจบการแข่งขันธามได้เดินมาหานทีพร้อมกรับกระซิบที่ข้างหูเบาๆ "อย่าลืมเดิมพันเรานะคับคนสวย" ธามเดินออกมาจากสนามแข่งพร้อมฮัมเพลงไปขนาดขับรถจนไนซ์ต้องเอ่ยถาม "อะไรจะอารมณ์ดีขนาดนั้น" "ไม่บอก" ทั้งสองได้ตรงกับบ้านทันที ทางด้านนทีนั้นกำลังเก็บอุปกรณ์อยู่นั้นจู่ๆจางหลี่ ก็พูดขึ้นพร้อมมองหน้านที "ตอนสุดท้ายมึงลดความเร็วทำไมว่ะ" "อะ อไร" นทีมีท่าทีลนลานเล็กน้อย "มึงอาจจะลอกคนอื่นได้แต่ลอกกูไม่ได้หรอก" นทีที่เห็นว่าตัวเองโป๊ะก็ทำได้แค่เพียงจำนนต่อหลักฐานแต่โดยดี "กูพนันกับเขาไว้" "พนันอะไรว่ะ" "ไม่ต้องเสือก" "เคร๊" "รีบเก็บของจะได้กลับบ้าน" "รู้แล้วหน่าา" นี้พระเอกหรือลูกเราร้ายหว่า ทุกคอมเม้นคือแรงบัลดาลใจ รักนักอ่านทุกคนน้าาา เจอกันตอนหน้า ยังไม่ได้แก้คำผิด #ดวงดาวของนทีภายใต้เสียงที่ดังจอแจ เสียงรถแล่นบนถนนใหญ่เหล่าหนุ่มสาวมากมายต่างพากันสนุกสนานย้านเริงรมย์ เหล่ามั่วสุมของเหล่าวัยรุ่น แต่ในขณะเดียวกันภายในตรอกลึกที่มีเพียงแสงไฟจากถนนที่เล็ดลอดเข้ามา หญิงสาวหน้าตาสละสลวย ผมบลอนด์ยาวจนถึงกลางหลัง กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ไปลางเล่นมือถือไปพลาง ชุดเดรสสั้นจู๋สีดำเป็นสีที่พลางตาไปกับความมืดจนคนส่วนใหญ่มองไม่เห็น ตึกๆ เสียงเดินจากรองเท้าหนังค่อยไปเดินเข้ามาในตรอกซอย ชายร่างหนาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นเล็กน้อย ชายร่างหน้าเดินจนมาถึงตรงหน้าหญิงสาวหญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหนาย"ผมขอไฟแช็คหน่อย""อืม"หญิงสาวโยนไฟแช็คใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ใส่ใจนัก"มาเที่ยวคนเดียวหรอ""ใช่"หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่มีมีหน้าตาลูกครึ่งเลยเปลี่ยนนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือ "แล้วพี่ชายละคะ มาคนเดียวหรอ"หญิงสาวดันหน้าอกตนเองขึ้นเพื่อหวังให้ชายหนุ่มสนใจตน ชายหนุ่มทำเพียงเหลือบมอง ก่อนจะทิ้งบุหรี่ในมือและเปลี่ยนเป็นโอยเอวหญิงสาวแทน"ครับ"ชายหนุ่มพราวเสน่ห์ ถูกจิ้งจอกสาวยั่วยวนไปอย่างง่ายดาย หญิงสาวเอาผมทัดหนูขึ้นเล
เมื่อรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่มาถึงนทีค่อยลืมตาขึ้น นทีกระพริบตารัวเพื่อปรับตามให้รับกับแสงที่ผ่านม่านตา มือเรียวควานหาโทรศัพท์บนหัวเตียง แต่ไม่ทันได้ทักไปหาเพื่อนรักของตนก็ถูกสายโทรมาซะก่อน "ฮัลโหลเล็ก""ไปเที่ยวกัน""ตอนไหน""ตอนนี้เลยบี๋""โอเคๆ""งั้นเจอกัน""เค้ารออยู่ใต้คอนโดทีนะ""อืม"นทีรีบคว้าผ้าขนหนู ก่อนที่จะวิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยความเร่งรีบ ผ่านไปไม่นานนักนทีก็ลงมาหาอเล็กซ์ที่นั่งรอนทีมานานแล้ว"ไปกันเลยมั้ยครับคุณหนู""คุณหนูอะไรกัน""งั้นเรียกไรดี"นทียักคิ้วขึ้นเล็กน้อย"เจ้าหญิงดีมั้ยคะ""เลิกเล่นเถอะน้าอเล็กซ์""งั้นก็ได้"อเล็กซ์ขยี้ผมนทีเบาๆ "ผมยุ่งหมดแล้ววว"ก่อนที่จะสบัดตัวจากอเล็กซ์แล้วเดินไปที่รถ อเล็กซ์ไม่รอช้ามาเปิดประตูข้างฝั่งคนขับให้นทีขึ้นไป ในทันที "เราจะไปไหนก่อนเล็ก""สวนสนุก"อเล็กซ์พูดพร้อมยกไหล่เล็กน้อย นทีทำสีหน้ามึนงง ก่อนที่จะมองตัวของอเล็กซ์"ห๊ะ""ไปสวนสนุกกัน""ทำไมถึงไม่บอกเค้าก่อนละ""ก็เทอไม่ถามเอง""ชิ"นทีมุ้ยปากเล็กน้อย อเล็กซ์ที่มามองพอดี ก็เสียอาการจนหลุดยิ้ม น่าเอ็นดูชะมัด เป็นคำแรกที่อเล็กซ์นึกขึ้นมาได้ในหัว ทังสองเดินทางมาถึงสวนสนุก
ยามท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเล็กน้อย บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถที่สัญจรไปมอง กลับมีเด็กน้อยคนครหนึ่งกำลัง กำลังเดินลัดเลาะไปตามช่องว่างระหว่างรถ โดยการถือพวงมาลัยเร่ขายในขณะที่รถยนต์หลากหลายคันกำลังติดไฟแดงอยู่ "แทน" เด็กหนุ่มตัวเล็กที่ออกมาทำอาชีพด้วยตัวเอง ออกมาหาเงินเองโดยไม่หวังเพิ่งทางบ้าน ถึงตัวเขาจะลำบากแสนเค็ญ แต่ก็มีความสุขมากกว่าอยู่ที่บ้านที่เขาไม่อยากเจ้าไปเหยียบอีกเป็นครั้งที่สอง ครอบครัวของแทนเป็นถึงนักธุรกิจที่ประกอบกิจการมากมาย มีสื่อหลายสำนักคอยจับตามอง แต่ใครจะไปรู้ว่าในความจริงแล้วครอบครัวของแทนนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเห็น แทนนั้นเป็นน้องชายของธาม แต่หากว่าธามนั้นเติบโตมาด้วยเงินคือทุกสิ่ง เขาถูกจัดเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ดีที่สุดในสถานะ แตกต่างจากตัวของแทนนั้นราวฟ้ากับเหว ถึงแม้จะมีพ่อแม่คนเดียวกันอีกคนได้ใช้ชีวิตคุณชายส่วนอีกคนต้องตากแดดต่างลมเพื่อส่งตัวเองเรียนถึงแม้แทนจะไปออกงานบางครั้งบางคราวแต่ก็หลายคนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แทนเร่ขายพวงมาลัยด้วยตัวคนเดียวไปเรื่อยๆ ถึงแม้ตามจริงแล้วเขาจะมีเงินที่ธามแอบโอนมาให้ตัวเขาทุกเดือนก็ตาม แทนไม่เคยแตะต้อง
ทั้งสามพากันมาโรงพยาบาลอีก ประจวบเหมาะกับตอนที่แพทย์ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ธามได้ย้ายแม่ของบิว มาที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษหลังจากที่แม่ของบิวรอพักฝื้น"หิวมั้ย""ไม่ครับ""กินอะไรหน่อยเถอะถ้าเราล้มป่วยไปอีกคนจะทำไง""พี่...""ทำไมพี่ต้องมาทำดีกับผมขนาดนี้""ทั้งๆที่เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน"ธามเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของบิว ยิวที่เห็นทางทีของธามก็เลือกที่จะไม่ถามต่อเพราะกลัวอีกคนอึดอัด"เอ่อพี่""หืออ"ธามมองหน้าบิวนิ่งๆ บิวเลือกที่จะหันหน้าหนีธาม ซึ่งธามก็ไม่ได้ว่าอะไร ความเงียบได้เข้าปกคลุมท้องห้องทันที หลังจากคำถามของบิวจบลง แต่มันก็น้าแปลกจริงๆนั่น ใครเค้าจะมาช่วยอะไรกันง่าย แถมไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ แม่ของบิวลืมตาขึ้นก็พบกับสถานที่ที่เทอมไม่คุ้นเลย เทอมองไปรอบๆก็เห็นลูกชายตัวเล็กกำลังจ้องมองการกระทำของตัวเองเทอ ก่อนที่จะกดปุ่มเรียกหาพยาบาล "หิวน้ำมั้ยครับแม่""อืม"หญิงชราตอบอย่างเชื่องช้า"แม่ครับแม่หายแล้วนะ""งั้นหรอ"น้ำตาแห่งความดีใจ ได้หยดลงมาที่แก้มของหญิงชราท่านนี้ เทอสะอื้นเบาๆ"แล้วคุณ""ธามครับพี่เค้าชื่อธาม""ให้เค้าเข้ามาหาแม่หน่อย"แต่ไม่ทันที่บิวจะได้ไปตามร่างสูงก็อย