Mag-log inเทอมต่อมาของปีการศึกษาใหม่...
ในรั้วโรงเรียนสตรีนานาชาติชื่อดัง ข้าวฟ่าง ปรากฏตัวในฐานะแบดเกิร์ลตัวแม่ เธอขับรถสปอร์ตคันหรูมาเรียนตอนเช้า แล้วมักจะหายตัวไปในช่วงคาบบ่าย และมีข่าวลือหนาหูเรื่องการ "เรียกเด็กสาว" เข้าไปในคอนโดส่วนตัว แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังความเสเพลนั้น คือการรีดเค้นพลังเพื่อใช้ในการวางแผนธุรกิจพันล้านให้ครอบครัว ไลลา..เด็กสาวมัธยม 5 ห้องคิง ใส่แว่นหนาเตอะ ดูจืดชืดและบ้าเรียนที่สุดในรุ่น เธอแอบมองความมั่นใจของข้าวฟ่างด้วยความอิจฉาและอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งวันหนึ่ง...ข้าวฟ่างยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ ..... เย็นวันศุกร์ในห้องสมุดที่เงียบสงัด ข้าวฟ่างเดินเข้าไปหาไลลาที่กำลังนั่งจมหนังสือเรียนกองโต เธอวางกุญแจรถหรูลงบนโต๊ะ พร้อมกับไอแพดรุ่นล่าสุดที่เธออยากได้มานาน "อยากรู้ไหมว่าเธอต้องทำยังไงถึงจะได้ไอแพดนี้" ข้าวฟ่างกระซิบพลางเชยคางไลลาขึ้นมาสบตา "ไปกับฉันคืนนี้ แล้วฉันจะให้เธอได้เรียนรู้สิ่งที่หนังสือเล่มไหนก็ไม่มีบอก แล้วเธอจะได้มันไป" เมื่อมาถึงคอนโดเพนท์เฮาส์สุดหรู ข้าวฟ่างเปลี่ยนโหมดเป็นครูผู้เข้มงวด เธอจ้องมองไลลาที่ยืนด้วยความตื่นเต้นอยู่กลางห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว "ถอดแว่นออก... แล้วมานี่" ข้าวฟ่างสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ... ไลลาทำตามอย่างว่าง่าย ข้าวฟ่างเริ่มบทเรียนแรกด้วยการสอนให้เด็กเนิร์ดอย่างไลลารู้จักการสัมผัส... เธอนำมือที่สั่นเทาของไลลาวางบนร่างกายของเธอ สอนให้รู้ว่าจุดไหนที่ไวต่อความรู้สึก ข้าวฟ่างคอยกำกับทุกจังหวะอย่างละเอียด ตั้งแต่การใช้ริมฝีปากไปจนถึงการใช้นิ้วมือ "ช้าลงหน่อยไลลา... ใช้ความรู้สึกสิ อย่าใช้สมอง" ข้าวฟ่างดุเบาๆ เมื่อเห็นไลลาพยายามจะทำตามขั้นตอนเหมือนท่องจำตำรา บทเรียนเริ่มเข้มข้นขึ้น... ไลลาที่เคยจืดชืดกลับกลายเป็นนักเรียนที่เรียนรู้ไว ความอยากรู้อยากเห็นเปลี่ยนเป็นความกระหาย ข้าวฟ่างปล่อยให้ไลลาได้สำรวจร่างกายเธออย่างเต็มที่ ในขณะที่เธอก็เริ่มรีดเค้นพลังงานจากความสดใหม่ของรุ่นพี่สาวคนนี้ [ Endorphin level: 120%... 150%... ] พลังงานสีทองวาบขึ้นในดวงตาของข้าวฟ่างท่ามกลางความมืด ไลลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกมนต์สะกดให้ทำตามทุกอย่างที่ข้าวฟ่างต้องการ "ดีมาก... คราวนี้เรามาลองทำแบบนี้กัน... นี่เป็นบทเรียนบทสุดท้าย" ข้าวฟ่างส่งเสียงกระซิบพร่าข้างใบหู... พลางพลิกร่างของไลลาที่นอนหอบอยู่ใต้ตัวเธอให้คว่ำหน้าลงกับเตียงนุ่ม ไลลาตัวสั่นระริกด้วยความสับสนปนตื่นเต้นกับบทเรียนที่ไม่เคยมีในตำราเรียน ข้าวฟ่างเริ่มบทเรียนสุดท้ายด้วยการใช้หมอนหนุนหน้าท้องเธอให้ก้นลอยขึ้นเล็กน้อย แล้วลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียน สอนให้รับรู้ถึงสัมผัสที่รุนแรงกว่าเดิม นิ้วเรียวยาวเริ่มลากไล้จากบั้นเอว ลงไปตามร่องก้นที่ผายโค้ง สอดนิ้วแทรกเข้าไปในส่วนที่อ่อนไหวที่สุดอย่างช้าๆ ไลลาสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุกด้วยความไม่คุ้นชิน แต่กลับมีเสียงครางหลุดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่ได้ ข้าวฟ่างยิ้มมุมปาก เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการปลุกสัญชาตญาณดิบ... ในตัวเด็กเนิร์ดคนนี้ "ผ่อนคลายนะคะ... หายใจลึกๆ... แล้วปล่อยให้ร่างกายของเรียนรู้เอง" ข้าวฟ่างกระซิบสั่ง สวมบทบาทเป็นอาจารย์ผู้ควบคุมในทุกสัมผัส เธอใช้มืออีกข้างเชยคางไลลาให้เงยหน้าขึ้นรับจูบที่ร้อนแรงกว่าครั้งไหนๆ ลิ้นเรียวสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากอย่างดุดัน รสจูบแห่งความใคร่ทำให้สมองของไลลาขาวโพลนจนแทบจะหยุดคิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเรียนรู้มาถูกลบเลือนไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่พุ่งพล่าน ข้าวฟ่างขยับกายเข้าใกล้ ลดสะโพกลงไปใข้หน้าท้องบดเบียดกับก้นของอายที่กำลังเกร็งแน่น ไลลารับรู้ถึงแรงเสียดทานที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นิ้วมือข้าวฟ่างที่สอดใส่อย่างอ่อนโยนเริ่มเพิ่มจังหวะเข้าออกอย่างหนักหน่วงและรัวเร็ว เสียงอุ้งมือกระทบโหนกนูนดังขึ้นเป็นจังหวะเร้าอารมณ์ ไลลากรีดร้องออกมาเบาๆ เมื่อความสุขสมถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง นิ้วถูกดึงออกจากร่องกายไลลาอย่างรวดเร็ว ความเสียวทำให้ไลลาขยับก้นตามนิ้วของข้าวฟ่างไปอย่างเสียดาย แต่แล้วข้าวฟ่างก็สอดขาเข้ามาในระหว่างขาของเธอ เนินเนื้อโหนกนูนสัมผัสบดเบียดกัน ปลายติ่งเนื้อถูไถอย่างเสียวซ่าน มันชูช่อชันรับส่งความเสียวระหว่างเธอทั้งสอง ข้าวฟ่างเอี้ยวตัวโน้มใบหน้าลงประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม ปากทางสวาทเบื้องล่างก็ประกบกัน บนแลกลิ้น..ล่างแลกกลีบเนื้อ น้ำรักเริ่มหลั่งไหลท้วมท้นออกมาเรื่อยๆ ใบหน้าของข้าวฟ่างเรียบเฉย ในขณะที่ไลลาสะบัดหน้าเร่าๆ จากความเสียวสุดขีด ดวงตาสีอำพันของข้าวฟ่างเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังดูดซับพลังงานมาจากทุกขุมขนของไลลาที่กำลังบิดเร่าอยู่ใต้ร่างเธอ "ดีมาก... ไลลา... เก่งมาก" ข้าวฟ่างพึมพำชื่นชมพลางเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นอีก สังเกตเห็นตัวเลขพลังงานจากเอ็นโดฟินที่ลอยอยู่พุ่งทะยานเกิน 200% ไปแล้ว เธอรู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกอัปเกรดขึ้นเรื่อยๆ ความคิดเรื่องธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านที่เคยซับซ้อนกลับชัดเจนแจ่มแจ้งราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย ไลลาเงยหน้าขึ้นมองข้าวฟ่างด้วยแววตาพร่าเลือน เธอเห็นแสงสีทองที่เปล่งประกายจากดวงตาของแบดเกิร์ลผู้เป็นรุ่นน้อง ความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาทำให้เธอเสียวซ่านจนไม่อาจหยุดได้ จนกระทั่งเสียงกรีดร้องสุดท้ายของไลลาดังขึ้นพร้อมกับน้ำรักที่เปรอะเปื้อนเตียงนอน ข้าวฟ่างถอนกายออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาของเธอกลับมาเป็นปกติพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เธอนอนหอบหายใจอยู่ข้างๆ ไลลาที่นอนหมดเรี่ยวแรง เหมือนเด็กสาวเนิร์ดคนนี้ได้ผ่านพิธีเริ่มต้นสู่โลกใบใหม่ที่ไร้ขีดจำกัดไปแล้ว ..... ไลลานอนมองแผ่นหลังของข้าวฟ่างที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเหม่อลอย เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านความฝันอันแสนเร่าร้อน รสสัมผัสของข้าวฟ่างยังติดอยู่ทั้งที่ริมฝีปากทั้งบนและล่าง แม้จะรู้ดีว่ามันคือการซื้อขาย หรือการแลกเปลี่ยน แต่หัวใจของเด็กสาวเนิร์ดคนนี้สั่นคลอนไปเสียแล้ว ข้าวฟ่างแต่งตัวเสร็จในชุดที่ดูดีเหมือนเดิม เธอหันมามองไลลาที่นอนอยู่บนเตียงอีกครั้ง "รถจอดรออยู่ข้างล่าง ถ้ายังไม่ไหวก็นอนพัก หรือจะให้คนขับรถจะไปส่งเธอที่หอพักก่อนก็ได้... แล้วเจอกันวันจันทร์ที่โรงเรียนตามปกตินะ" ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบ ข้าวฟ่างเดินออกมาด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง สมองของเธอแล่นปราดพร้อมสำหรับการประชุมบอร์ดบริหารทางไกลแล้วในค่ำคืนนี้ เธอไม่ได้รู้สึกผิด และไม่ได้รู้สึกรัก... เธอแค่รู้สึกว่า..เสร็จสิ้นภารกิจ..." ......พี่แพรวเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง Hot Love Flora วัย 32 ปี ผู้ที่ดูเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ริมฝีปากบางทาลิปสีเบจดูอ่อนละมุน แววตาที่คมกริบของเธอจับจ้องดูนีน่าที่เป็นพนักงานสาวพาร์ทไทม์ นักศึกษาภาควิชาคหกรรมที่มาขอฝึกงานช่วยจัดดอกไม้ช่วงปิดเทอม เธอคอยชำเลืองมองดูนีน่าบ่อยครั้ง จะว่าคอยตรวจตราหรือจับผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากนั้นดูมีความหมายที่น่าจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น วันนี้เป็นวันแรกที่นีน่าเริ่มมาฝึกงาน เธอมาในชุดที่พี่แพรวสั่งให้ใส่มา โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตลูกไม้ขาวบาง กับกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า นีน่าสูงเกือบ 170 ซม. มีสัดส่วน 34-25-36 คัพ D ใครเห็นก็แทบอดใจไม่ไหวกันเกือบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่แพรวผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอตั้งใจให้นีน่าแต่งตัวมาเพื่อความสุขทางสายตาของเธอ ที่ห้องเย็นเก็บดอกไม้หลังร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวลของกุหลาบเอลซัลวาดอร์ และลิลลี่ฮอลแลนด์ แสงไฟสีขาวสลัวตัดกับอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำจนผิวหนังลุกชัน วันนี้นีน่ากำลังจัดเรียงดอกไม้ที่เพิ่งมาใหม่ให้เป็นระเบียบ ความเย็นทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาบ่อยๆ ขนแขนลุกเกร
ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไว้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการลงไปได
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้

![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

