LOGINหลังจากจบมัธยมปลายด้วยคะแนนสูงสุดติดอันดับหนึ่งในยี่สิบ ข้าวฟ่างได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองนักเรียนดีเด่นระดับประเทศ เธอไม่ได้สนใจคำกล่าวชื่นชม แต่สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับรางวัลสูงสุด เขาดูสุภาพและฉลาดเฉลียว ข้าวฟ่างคิดในใจพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ
"น่าลองกับผู้ชายจริงๆ สักครั้ง’" แต่ในจังหวะนั้นเอง เธอกลับสังเกตเห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่ม เธอคนนั้นสวมชุดเรียบง่าย ใบหน้าสวยคม แต่แววตากลับซ่อนความเฉลียวฉลาดที่ล้ำลึกยิ่งกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเสียอีก ออร่าบางอย่าง... มันบริสุทธิ์จนน่าสนใจ ข้าวฟ่างคิด... สัญชาตญาณของนักล่าสวาทในตัวเธอเริ่มขึ้นแล้ว... เธอเข้าไปทักทายพูดคุยกับทั้งคู่ การสนทนาสั้นๆ ทำให้ข้าวฟ่างรู้ว่าเด็กสาวคนนี้ชื่อมิ้น เธอคืออัจฉริยะตัวจริงของรุ่น ถ้าหากมิ้นไม่ป่วยหนักในวันสอบสำคัญ เธอนี่แหละคือคนที่ควรได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง ข้าวฟ่างรู้สึกถึงกระแสพลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากมิ้น มันไม่ใช่พลังแห่งความดิบเถื่อนเหมือนหลายๆครั้งที่เธอเคยผ่านมา ไม่ใช่พลังแห่งประสบการณ์เหมือนอาจารย์เมย์ แต่เป็นพลังแห่ง ความไร้เดียงสาทางปัญญา ที่ยังไม่ถูกโลกใบนี้กัดกร่อน ในคืนนั้นเอง ข้าวฟ่างเสนอข้อตกลง... ที่มิ้นไม่สามารถปฏิเสธได้ ข้าวฟ่างกระซิบบอกเธอ "เธอเก่งเกินกว่าจะถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังนะมิ้น ฉันจะให้ทุนการศึกษาและค่าครองชีพทั้งหมด ตั้งแต่ปริญญาตรีจนจบปริญญาเอก และเมื่อเรียนจบ เธอยังจะได้เข้าทำงานในบริษัทของฉัน... แลกกับคืนนี้แค่คืนเดียวเท่านั้น" มิ้นมองตาข้าวฟ่างอย่างลังเล แต่เมื่อเห็นความจริงจังและอำนาจในแววตานั้น เธอก็ยอมพยักหน้า ในห้องสวีทของโรงแรมหรู ข้าวฟ่างไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรุนแรง หรือหื่นกระหายแกมบังคับเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น เธอเลือกที่จะใช้ความละเมียดละไมและความอ่อนโยน เพื่อเคารพในความบริสุทธิ์ทางปัญญาของมิ้น ข้าวฟ่างค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของมิ้นออกทีละชิ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเรือนร่างที่บอบบางและยังคงไร้เดียงสา เธอประคองมิ้นให้นอนลงบนเตียง ก่อนจะโน้มตัวลงจูบอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน ไม่มีการเร่งเร้า ไม่มีเสียงครางที่ดังลั่น มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันอย่างเชื่องช้า มือของข้าวฟ่างลูบไล้ไปตามผิวเนียนของมิ้นอย่างอ่อนโยน เธอใช้ปลายนิ้วสำรวจทุกส่วนอย่างใจเย็น พยายามที่จะเชื่อมต่อ... ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่คือหัวใจ และจิตวิญญาณ ข้าวฟ่างพบว่ามิ้นมีความอ่อนไหวอย่างมาก ทุกสัมผัสที่เธอส่งไป มิ้นตอบรับด้วยปฏิกิริยาที่บริสุทธิ์และไร้การปรุงแต่ง [ Endorphin level: 250% - Pure Intellect Absorption Engaged ] เมื่อข้าวฟ่างเริ่มสอดแทรกนิ้วเรียวยาวเข้าไปในกายของมิ้นอย่างแผ่วเบา มิ้นตัวเกร็งไปชั่วขณะ แต่กลับไม่มีเสียงครางหลุดออกมา มีเพียงหยาดน้ำตาที่คลออยู่รอบดวงตา ข้าวฟ่างเฝ้ารออย่างอดทน ให้ร่างกายของมิ้นได้ปรับตัวเข้ากับสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักให้คุ้นเคยดีเสียก่อน เธอเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเพียงเล็กน้อย มิ้นเริ่มแอ่นกายรับสัมผัสด้วยสัญชาตญาณ เสียงครางที่หลุดออกมานั้นแผ่วเบา แต่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากใครๆ ที่ผ่านมา มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความใคร่ดิบๆ แต่เกิดจากการค้นพบ... โลกใบใหม่ [ MAXIMUM OVERDRIVE: 300% - Axiomatic Insight Unlocked ] ในวินาทีที่มิ้นถึงจุดสุดยอดเป็นครั้งแรก ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง แสงสีทองสว่างจ้าจากดวงตาของข้าวฟ่างระเบิดออกอย่างเงียบงัน ไม่ใช่ความรุนแรงดุจพายุ แต่เป็นความสงบนิ่งที่แผ่ซ่านเข้ามาในสมอง ข้าวฟ่างหลับตาลงรับรู้ถึงพลังงานมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา มันไม่ใช่เพียงแค่ความฉลาดแบบคำนวณ แต่มันคือ... ความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของจักรวาล เธอรู้สึกเหมือนสามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกันได้ด้วยตรรกะที่บริสุทธิ์และไร้ข้อกังขา เมื่อทุกอย่างสงบลง ข้าวฟ่างจูบหน้าผากมิ้นอย่างอ่อนโยน เธอไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำกับมิ้นลงไป... โดยไม่ไ่ได้ความรู้สึกของคำว่ารัก... เลย แต่เธอแต่กลับรู้สึกถึงความพึงพอใจอย่างลึกซึ้งที่ได้ค้นพบแหล่งพลังงานอันบริสุทธิ์ที่จะอยู่เคียงข้างเธอไปตลอดชีวิต คุณภาพพลังงานที่ได้จากมิ้น: [Axiomatic Insight & Fundamental Logic 300%] พลังนี้ช่วยให้ข้าวฟ่างสามารถมองเห็นโครงสร้างพื้นฐานของปัญหาที่ซับซ้อนที่สุด เข้าใจหลักการทำงานของระบบต่างๆ และคิดค้นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกได้จากพื้นฐานที่เรียบง่ายที่สุด ใช่แล้ว... บริษัทของเธอจะสามารถเติบโตขึ้นได้อีกกี่เปอร์เซ็นต์กันล่ะเนี่ย.. ..... ข้าวฟ่างจูบหน้าผากมิ้นเบาๆเป็นการบอกลา เหมือนกับที่เธอเคยทำกับทุกคน... มืออ่อนนุ่มเรียวขาวของมิ้นดึงมือข้าวฟ่างไว้ เธอเอ่ยขึ้นมาเบาๆ "ฟ่างจะว่าอะไรมั้ย ถ้ามิ้นจะขอให้ฟ่างช่วยมิ้นอีกสักครั้ง มันคือโลกใหม่อีกโลกหนึ่งของมิ้นเลย มิ้นกลัวว่าถ้าผ่านคืนนี้ไป มิ้นจะไม่ได้เจอกับมันอีก..." "เวลาของฟ่างมีค่ามากนะ" ข้าวฟ่างตอบเหมือนจะไม่ได้ไยดีในคำขอนั้นเลย สายตาเศร้าสร้อยของมิ้นมองมาที่ตาข้าฟ่างเหมือนจะวิงวอนอย่างที่สุด เธอหลบตาข้าวฟ่างแล้วพึมพัมเบาๆ... ทั้งน้ำตา "ถ้าทำแบบนั้นไม่ได้... ขอแค่จูบสักครั้ง ก็ยังดี" ข้าวฟ่างเลิกคิ้วสูง... เธอบอกมิ้นว่าจูบลาไปแล้วนี่ มิ้นชี้ที่เนินนูนที่ยังมีอาการสั่นระริกจากความเสียวซ่านเมื่อสักครู่ เธอหมายความถึงจุมพิตที่ตรงนั้นเป็นการสั่งลา "ดูเธอจะเรื่องมากจังนะ แต่เอาเถอะ... เห็นแก่สิ่งที่ฟ่างเพิ่งได้มาจากมิ้น ฟ่างจะจูบลามัน..." ผ้าห่มบางๆที่ปกคลุมร่างเปลือยของมิ้นถูกโยนทิ้งไปข้างเตียง เรียวขาทั้งสองถูกจับแยกออกจากกัน ริมฝีปากบางๆขิงข้าวฟ่างบรรจงจูบลงที่กลีบเนื้อที่ยังมีคราบคาวหลงเหลืออยู่ "โอยยย... ฟ่างขา... มิ้นมีความสุขที่สุดในชีวิตค่ะ จูบนม จูบปาก จูบทุกๆส่วนของมิ้นด้วยได้มั้ยคะ" นมสองข้างของมิ้นโดนบีบอย่างแรง เนื้อนมปลิ้นขึ้นตามง่ามนิ้วของข้าวฟ่าง ริมฝีปากถูกถอนออกจากส่วนล่าง ลิ้นเรียวเลียไล้ไปตามหน้าท้องขึ้นไปที่เนินนม หัวนมมิ้นแข็งเป็นไตเพราะลิ้นข้าวฟ่างวนเลียรอบๆ ปากอ้าอมหัวนมดูดอย่างแรง ลิ้นในปากวนเวียนรอบหัวนมแข็งๆ มือข้างหนึ่งประกบเนินอวบอูม นิ้วเริ่มถูไถเม็ดสวาทอีกครั้ง ความชุ่มชื้นฉ่ำเยิ้มก่อเกิดขึ้นมาะร้อมจะรับการสอดใส่แล้ว มิ้นครางเสียงกระเส่าบอกข้าวฟ่างว่า... เธอไม่ไหวแล้ว มิ้นพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมตัวข้าวฟ่าง เธอถอดเสื้อบางๆตัวนั้น แล้วดึงกระโปรงหนังสั้นๆออกไป ข้าวฟ่างทำได้แค่ยิ้ม... เธอปลอยให้มิ้นทำอย่างที่มิ้นอยากทำ เธอหยิบโทรศัพท์มากดข้อความบอกเลขาว่าคืนนี้คงไปประชุมช้า ให้จัดการประชุมกันไปก่อนได้เลย... ไม่ต้องรอ ..... ถุงน่องบางเบาถูกถอดออก... ข้าวฟ่างร่างเปลือยเปล่านอนรอสิ่งที่มิ้นจะทำให้เธอ มิ้นที่เคยดูเรียบร้อยและอ่อนแอ กลับกลายเป็นคนละคนเมื่อสัญชาตญาณสวาทถูกปลุกเร้าด้วยความปรารถนา เธอใช้สายตาสำรวจร่างเปลือยเปล่าของข้าวฟ่างราวกับกำลังจดจำทุกรายละเอียด เธอรุกเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ที่คิดว่าข้าฟ่างจะเสียวที่สุด มิ้นโน้มตัวลงมาใช้ริมฝีปากขบเม้มที่ซอกคอของข้าวฟ่างอย่างแรงจนเกิดรอยสีกุหลาบ ก่อนจะลากไล้ลิ้นร้อนผ่านยอดอกที่ชูชัน ข้าวฟ่างสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความแม่นยำในทุกจังหวะที่มิ้นปรนเปรอ เธอไม่ได้ทำตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนมิ้นจะรู้ว่าจุดไหนที่โลมไล้ลงไปแล้วจะทำให้ข้าวฟ่างแทบขาดใจ ข้าวฟ่างเริ่มหอบหายใจถี่พลางจิกมือลงบนผ้าปูที่นอนหรู มิ้นขยับกายลงไปเบื้องล่างใช้ปลายนิ้วแยกเรียวขาของเธอออกกว้าง จ้องมองความงดงามที่แสนลึกลับนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ก่อนจะฝังใบหน้าลงไปมอบรสสัมผัสที่ดุดันและล้ำลึกอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้เท่านี้มาก่อน เสียงครางของข้าวฟ่างดังระงมไปทั่วห้องสมองของเธอเริ่มพร่าเลือนจนเห็นภาพสมการและรอยต่อของมิติที่ผ่านเข้ามาทางความรู้สึก มิ้นเร่งจังหวะการรุกรานอย่างต่อเนื่อง ท่วงท่าของเธอมีความสง่างามแต่แฝงไปด้วยความรุนแรงที่สม่ำเสมอ จนกระทั่งข้าวฟ่างทนไม่ไหวต้องเอื้อมมือมาขยุ้มผมของมิ้นไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายไม่ให้ลอยเคว้งไปในอากาศ ในวินาทีที่มิ้นส่งนิ้วเรียวและเรียวลิ้นเข้ากระแทกกระทั้นในจุดสุดท้าย ข้าวฟ่างรู้สึกเหมือนจักรวาลระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พลังงานบริสุทธิ์จากมิ้นพุ่งทะลุขีดจำกัดเดิมๆ จนข้าวฟ่างบิดเร้าร่างกายด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนน้ำตาคลอ รอยยิ้มสุดท้ายที่เธอมีก่อนจะหลุดเข้าไปในความสุขสุดยอดคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่ได้พบแหล่งพลังงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต ....พี่แพรวเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง Hot Love Flora วัย 32 ปี ผู้ที่ดูเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ริมฝีปากบางทาลิปสีเบจดูอ่อนละมุน แววตาที่คมกริบของเธอจับจ้องดูนีน่าที่เป็นพนักงานสาวพาร์ทไทม์ นักศึกษาภาควิชาคหกรรมที่มาขอฝึกงานช่วยจัดดอกไม้ช่วงปิดเทอม เธอคอยชำเลืองมองดูนีน่าบ่อยครั้ง จะว่าคอยตรวจตราหรือจับผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากนั้นดูมีความหมายที่น่าจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น วันนี้เป็นวันแรกที่นีน่าเริ่มมาฝึกงาน เธอมาในชุดที่พี่แพรวสั่งให้ใส่มา โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตลูกไม้ขาวบาง กับกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า นีน่าสูงเกือบ 170 ซม. มีสัดส่วน 34-25-36 คัพ D ใครเห็นก็แทบอดใจไม่ไหวกันเกือบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่แพรวผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอตั้งใจให้นีน่าแต่งตัวมาเพื่อความสุขทางสายตาของเธอ ที่ห้องเย็นเก็บดอกไม้หลังร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวลของกุหลาบเอลซัลวาดอร์ และลิลลี่ฮอลแลนด์ แสงไฟสีขาวสลัวตัดกับอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำจนผิวหนังลุกชัน วันนี้นีน่ากำลังจัดเรียงดอกไม้ที่เพิ่งมาใหม่ให้เป็นระเบียบ ความเย็นทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาบ่อยๆ ขนแขนลุกเกร
ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไว้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการลงไปได
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้







