เข้าสู่ระบบข้าวฟ่างคิดถึงผลที่ได้จากการร่วมรักกับระริน และไลลา มันยืนยันว่าคุณภาพของคู่นอนส่งผลโดยตรงต่อระดับและคุณภาพของพลังที่เธอได้รับ ข้าวฟ่างก็เลยเลิกมองหาคนรัก และเริ่มมองหาคนที่มีศักยภาพแทน เธอยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกเรียน กวาดสายตามองลงไปยังลานกว้างเบื้องล่างที่คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักเรียนผู้มีพรสวรรค์ สำรับเธอตอนนี้ โรงเรียนหญิงล้วนแห่งนี้ไม่ใช่สถานศึกษาอีกต่อไป แต่มันคือแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยคนชั้นเลิศที่รอให้เธอเข้าไปสกัดเอาพลังงานออกมา
ข้าวฟ่างเปิดสมุดบันทึกดิจิทัลส่วนตัว ลิสต์รายชื่อเป้าหมายที่ถูกคัดกรองมาจากการวิเคราะห์อย่างดี ทั้งกัปตันทีมว่ายน้ำผู้มีสมรรถนะทางร่างกายยอดเยี่ยม นักแสดงละครเวทีที่มีจินตนาการล้ำเลิศ และประธานนักเรียนจอมเฮี้ยบผู้มีตรรกะเฉียบคม "หนึ่งคนคือหนึ่งพลังงานที่ต่างกันออกไป..." เธอกระซิบกับสายลมพลางคิดถึงสมองตัวเองที่กำลังโหยหาพลังพิเศษมาเติมเต็ม ข้าวฟ่างเริ่มวางแผนที่จะจัดการพวกเธอทีละคน ไม่ใช่ด้วยกำลัง แต่ด้วยเสน่ห์และการหยิบยื่นสิ่งที่พวกเธอขาด เพื่อล่อลวงให้ยอดคนเหล่านั้นเดินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพลังพิเศษของเธอ โดยที่พวกเธอไม่มีวันรู้เลยว่า... ทันทีที่บทรักจบลง พวกเธอจะถูกทิ้งไปในฐานะกากพลังที่ถูกเธอสูบไปจนหมดสิ้นแล้ว บนจอมอนิเตอร์ส่วนตัวของเธอ ข้าวฟ่างกวาดสายตามองกราฟแสดงดัชนีศักยภาพของเหล่าคนที่เป็นเป้าหมายอย่างละเอียด ข้อมูลเชิงลึกถูกจำแนกตามประเภทของพลังงานที่เธอโหยหา ตั้งแต่ค่าทางกายภาพทั่วไป จนถึงความสลับซับซ้อนของสมอง เธอกดขยายภาพแอบถ่ายและประวัติประพฤติกรรมของแต่ละคน พลางใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะวิเคราะห์หาส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด จากนั้นปฏิบัติการเพื่อรวบรวมพลังพิเศษตามแผนการก็เริ่มขึ้น ..... 'รัน' กัปตันทีมว่ายน้ำ (Athletic Power) ข้าวฟ่างนัดรันมาที่ห้องล็อกเกอร์ของสระว่ายน้ำหลังโรงเรียนปิด ร่างกายของรันเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแรงและผิวสัมผัสที่เย็นเยียบจากหยดน้ำ ข้าวฟ่างผลักเธอลงในน้ำตื้น การร่วมรักในน้ำเป็นไปอย่างดุดันและเนิ่นนาน รันมีความอึดเกินมนุษย์ เธอสามารถรองรับแรงอารมณ์ของข้าวฟ่างได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เหนื่อยหอบ จังหวะการสอดประสานท่ามกลางแรงต้านของน้ำทำให้ทุกสัมผัสหนักแน่น ข้าวฟ่างจิกกล้ามหลังที่ตึงเปรี๊ยะของรัน ขณะที่รันขยับกายอย่างทรงพลังราวกับลูกคลื่นที่โหมกระหน่ำ การสบัดร่างกายเป็นลอนคลื่นให้เนื้อนูนโหนกบดถูกัน รันช่างทำได้อย่างไม่มีที่ติ คุณภาพพลังงาน [Stamina Boost 180%] สมองของข้าวฟ่างไม่ได้เร็วขึ้น แต่เธอสามารถทำงานติดต่อกันได้ 48 ชั่วโมงโดยไม่เพลีย เหมาะสำหรับช่วง "ปั่นโปรเจกต์" ที่ต้องใช้ความถึก ..... 'เหมย' ดาวเด่นการแสดง (Creative Power) ในห้องแต่งตัวหลังเวทีละครเวที เหมยยังอยู่ในชุดคอสตูมเต็มยศ เธอเก่งเรื่องการสวมบทบาทและการใช้เสียง ข้าวฟ่างให้เหมยเล่นบทเป็นเชลยผู้ยอมสยบ การร่วมรักของสองสาวเต็มไปด้วยจินตนาการและการแสดงอารมณ์ที่พุ่งพล่านเกินจริง เหมยส่งเสียงครางที่หวานล้ำและจ้องจิกมองข้าวฟ่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยดราม่า เหมยสามารถกระตุ้นทุกโสตประสาทของข้าวฟ่าง สัมผัสของเหมยนั้นนุ่มนวลและพลิ้วไหวเหมือนการร่ายรำ ท่วงท่าสวาทที่ปรนเปรอเป็นเหทือนงานศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์สุนทรีย์ ยามที่ถึงจุดสุดยอดเหมยสามารถครวญครางจนข้าวฟ่างไม่สามารถแยกแยะได้ว่าจริงหรือหลอก ข้าวฟ่างเลือกที่จะตัดตรงนั้นทิ้งไป มีแค่คามสุขในความเสียวตรงหน้า แล้วตักตวงพลังที่ได้รับมาให้เต็มที่ คุณภาพพลังงาน: [Abstract Thinking 220%] พลังนี้ทำให้ข้าวฟ่างมองเห็นโมเดลธุรกิจในรูปแบบของงานศิลปะ เธอสามารถคิดแคมเปญการตลาดที่ไม่มีใครคาดถึงได้ในพริบตา ..... 'วีวี่' นักร้องวงร็อก (Vibrational Power) สัมพันธ์สวาทของข้าวฟ่างกับวีวี่เกิดขึ้นในห้องซ้อมดนตรีที่บุด้วยฟองน้ำเก็บเสียง ข้าวฟ่างให้ร็อคเกอร์สาวใช้เสียงเป็นตัวนำทาง วีวี่มีจังหวะที่เป็นธรรมชาติและแรงสั่นสะเทือนจากลำคอที่ส่งผ่านจูบได้อย่างประหลาด การร่วมรักบนตู้ลำโพงขนาดใหญ่ที่ส่งแรงเบสต่ำๆ ออกมาทำให้ร่างกายของทั้งคู่สั่นระริก นิ้วข้าวฟ่างที่สอดในร่องรูวีวี่สั่นสะเทือนเป็นสองเท่า เช่นเดียวกับจังหวะลิ้นของวีวี่ที่ดูเหมือนจะรัวเร็วไปมากกว่าสองเท่าเสียอีก แถมทุกครั้งที่วีวี่เปล่งเสียงครางในโทนสูง-ต่ำ ข้าวฟ่างรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่แล่นปราดเข้าสู่ไขสันหลัง จังหวะที่เร่งเร้าเหมือนกลองชุดทำให้หัวใจของเธอเต้นในจังหวะที่บ้าคลั่ง คุณภาพพลังงาน [Frequency Tuning 200%] สมองของเธอสามารถ "จับผิด" คำโกหกหรือคลื่นความถี่ที่ผิดปกติในที่ประชุมได้ดีเยี่ยม ..... 'พิม' ประธานนักเรียนจอมเฮี้ยบ (Precision Power) บนโต๊ะทำงานในห้องสภานักเรียนที่ทุกอย่างวางอย่างเป็นระเบียบ ข้าวฟ่างจัดการประธานนักเรียนผู้เคร่งครัดให้ค่อยๆ หลุดการควบคุม พิมพยายามรักษากิริยาแม้แต่ในยามที่ถูกข้าวฟ่างรุกรานทั้วจากลิ้นและนิ้ว สัมผัสของพิมนั้นสะอาด สะงาด และมีความ "เป๊ะ" ในทุกจุดที่เธอกดหรือสัมผัส การร่วมรักที่ดูเย็นชาแต่ลึกซึ้งของพิม เป็นขยับร่างกายด้วยท่วงท่าที่แม่นยำราวกับวางแผนมาอย่างดี ทุกองศาของร่างกายที่สอดประสานถูกคำนวณมาเพื่อมอบความสุขที่ขีดสุดในเวลาที่สั้นที่สุดไม่มีการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ แต่ข้าวฟ่างก็ยังแปลกใจที่คนเป๊ะแบบพิม ดันมาเสร็จด้วยลิ้นตอนที่เธอละเลงเลียจุดเสียวใต้ร่องรูใกล้ๆ รูทวาร...!! คุณภาพพลังงาน [Ultra-Logic 250%] สมองของข้าวฟ่างจะกลายเป็นเครื่องจักรตรรกะ เธอสามารถแก้สมการการเงินที่ซับซ้อนหรือตรวจทานสัญญานับพันหน้าได้โดยไม่มีที่ติภายในเวลาไม่กี่นาที ..... คนสุดท้ยในลิสต์นี่คือ อาจารย์เมย์... ครูฝึกสอนสาวสวยสุดเซ็กซี่จากรั้วมหาวิทยาลัย นี่คือการที่ข้าวฟ่างข้ามไปมีเกมสวาทกับคนที่อยู่คนละรุ่นกับเธอ ครูเมย์มีรอยยิ้มสดใส ทว่าสายตากลับฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย เธอมีเรือนร่างที่เย้ายวนและกำลังเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ รวมถึงมีแฟนที่คบหากันมานานแล้ว ข้าวฟ่างไม่ได้ใช้เงินทองในการเปย์เธอ แต่ใช้การเล่นเกมจิตวิทยา ค่อยๆ เข้าไปในชีวิตของอาจารย์เมย์อย่างแนบเนียน เธอเริ่มจากการปรึกษาปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว และปัญหาธุรกิจที่ซับซ้อนเกินกว่าเด็ก ม.ปลาย จะเจอ ทำให้เมย์รู้สึกว่าข้าวฟ่างไม่ใช่แค่นักเรียน แต่เป็นเพื่อนที่เธอคบหากันสนิทสนมในแบบที่เธอก็ไม่คาดคิดว่ามันจะก้าวไปสู่เรื่องบนเตียงได้ ข้าวฟ่างสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นให้เมย์ต้องช่วยเธอ เช่น เรื่องงานเอกสารที่ผิดพลาดหรือการรับมือกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน สลับกับการที่ครูเมย์ต้องขอความช่วยเหลือจากเธอในเรื่องบางเรื่องที่โรงเรียน ที่ข้าว่างใช้อำนาจทางธุรกิจกดดันฝ่ายบริการโรงเรียนได้ ทำให้เมย์เห็นว่าข้าวฟ่างมีอำนาจที่พิเศษ และความเก่งกาจของเธอคือสิ่งที่เมย์ไม่เคยเจอมาก่อน ในที่สุดเมย์ก็ยอมเปิดใจให้ข้าวฟ่างเข้ามาในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งความรู้สึกที่ซับซ้อนนั้นก็พาไปไกลเกินกว่าแค่ ครูกับศิษย์... และในคืนที่พายุฝนกระหน่ำรุนแรง...คืนนั้น ข้าวฟ่างนัดครูเมย์ให้มาพบที่คอนโดเพื่อปรึกษาเรื่องงานเร่งด่วน เมื่อประตูห้องเปิดออก... ร่างของครูเมย์ที่เปียกปอนเล็กน้อยปรากฏอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่เมื่อข้าวฟ่างรั้งตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด เมย์กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เหนือกว่าความกังวลใดๆ จูบแรกนั้นเริ่มต้นอย่างเนิบนาบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น ข้าวฟ่างค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของครูเมย์ออกทีละเม็ด เผยให้เห็นเนินอกอิ่มที่สั่นระริก สัมผัสจากมือของข้าวฟ่างที่เคยสำรวจร่างกายเพื่อนนักเรียนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับละเอียดอ่อนและลุ่มลึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครูเมย์หลับตาลงอย่างอ่อนระทวย เธอปล่อยให้ข้าวฟ่างนำพาไปสู่ห้วงอารมณ์ที่ไม่เคยสัมผัส แสงเทียนที่ริบหรี่สะท้อนเงาของสองร่างที่กำลังหลอมรวมกันบนเตียงนุ่ม ข้าวฟ่างใช้ริมฝีปากสำรวจทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างเธออย่างช่ำชอง ดูดดื่มความหอมหวานจากทุกส่วนที่ซ่อนเร้น มือของเธอสอดประสานเข้าไปในจุดซ่อนเร้นอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง สารคัดหลั่งเอ่อล้นเต็มร่องรูจากสารเอ็นโดฟินที่ทำงานสัมพันธ์กับความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น การเล้าโลมจนเสียวซ่านเต็มที่แล้วค่อยเน้นที่จุดสุดเสียวซ่านอย่างรุนแรงรัวเร็ว ทำให้ครูเมย์เริ่มแตกทะลักอย่างที่ชายคนรักก็ทำให้เธอไม่ได้ เมย์กรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำได้ เมื่อข้าวฟ่างเร่งบทรักสุดท้ายด้วยการสอดแทรกนิ้วเรียวยาวเข้าไปในกายสาวที่สั่นสะท้าน จังหวะที่หนักแน่นแต่ไม่รีบร้อนทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ข้าวฟ่างจ้องมองดวงตาของเมย์ที่เบิกโพลงด้วยความสุขสมปนทรมาน เธอรับรู้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และสลับซับซ้อนกว่าที่เคยได้รับมาจากใคร พลังงานแห่งประสบการณ์ชีวิต พลังงานแห่งความรักที่ถูกหักหลัง และพลังงานแห่งความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า ครูเมย์บิดร่างกายไปมาอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าไม่ควรปล่อยเสียงเช่นนี้ออกมา แต่ร่างกายกลับทรยศ ข้าวฟ่างโถมทับกายลงไป ประกบปากจูบเพื่อกลืนเสียงกรีดร้องนั้นไว้ทั้งหมด "ครูขา... ครูสุดยอดมาก..." ข้าวฟ่างกระซิบเสียงแตกพร่าชิดริมฝีปาก ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสจากผู้ใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนและสติปัญญาทำให้สมองของข้าวฟ่างพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดที่เธอเคยสัมผัส [ MAXIMUM OVERDRIVE: 320% - Emotional Intelligence Unlocked ] เมย์กรีดร้องออกมาอีกครั้งเมื่อความสุขสมทะลักทลายออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ข้าวฟ่างเองก็รับรู้ถึงพลังที่ไหลหลั่งเข้ามาในสมองอย่างมหาศาล เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น เธอไม่ได้แค่ฉลาดขึ้น แต่เธอเข้าใจจิตใจของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง พลังที่ได้จากการพิชิตใจครูเมย์นั้นไม่ใช่แค่พลังสมอง แต่มันคือ พลังแห่งความเข้าใจในอารมณ์มนุษย์... ที่จะทำให้เธอสามารถบงการใครต่อใครได้อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้นไปอีก คุณภาพพลังงานที่ได้ [Emotional Intelligence & Persuasion 320%] พลังนี้ช่วยให้ข้าวฟ่างสามารถอ่านใจคู่กรณีได้ขาดลอย เข้าใจแรงจูงใจที่แท้จริง และบงการอารมณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างแยบยล เหมาะสำหรับการเจรจาธุรกิจระดับสูงและการสร้าง "เครือข่ายความภักดี" ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด .....พี่แพรวเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง Hot Love Flora วัย 32 ปี ผู้ที่ดูเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ริมฝีปากบางทาลิปสีเบจดูอ่อนละมุน แววตาที่คมกริบของเธอจับจ้องดูนีน่าที่เป็นพนักงานสาวพาร์ทไทม์ นักศึกษาภาควิชาคหกรรมที่มาขอฝึกงานช่วยจัดดอกไม้ช่วงปิดเทอม เธอคอยชำเลืองมองดูนีน่าบ่อยครั้ง จะว่าคอยตรวจตราหรือจับผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากนั้นดูมีความหมายที่น่าจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น วันนี้เป็นวันแรกที่นีน่าเริ่มมาฝึกงาน เธอมาในชุดที่พี่แพรวสั่งให้ใส่มา โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตลูกไม้ขาวบาง กับกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า นีน่าสูงเกือบ 170 ซม. มีสัดส่วน 34-25-36 คัพ D ใครเห็นก็แทบอดใจไม่ไหวกันเกือบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่แพรวผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอตั้งใจให้นีน่าแต่งตัวมาเพื่อความสุขทางสายตาของเธอ ที่ห้องเย็นเก็บดอกไม้หลังร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวลของกุหลาบเอลซัลวาดอร์ และลิลลี่ฮอลแลนด์ แสงไฟสีขาวสลัวตัดกับอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำจนผิวหนังลุกชัน วันนี้นีน่ากำลังจัดเรียงดอกไม้ที่เพิ่งมาใหม่ให้เป็นระเบียบ ความเย็นทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาบ่อยๆ ขนแขนลุกเกร
ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไว้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการลงไปได
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้
บ่ายวันพุธในห้องบรรยายรวมที่มหาวิทยาลัยชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ เครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำกลับไม่ได้ช่วยให้ข้าวฟ่างรู้สึกดีขึ้นเลย เธอนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้เลคเชอร์ มือเรียวบีบปากกาแน่นจนปลายนิ้วซีด ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... กำไลข้อมือใต้สายนาฬิกาแบรนด์หรูสั่นเตือนด้วยจังหวะที่น่ากลัวที่สุดเท่าท
ข้าวฟ่างไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนที่คอยเตือนตารางนัดหมาย แต่ที่ข้อมือซ้ายภายใต้แขนเสื้อสูทหรูหรา เธอสวมกำไลโลหะฝังชิปพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทของเธอโดยตรง มันทำหน้าที่วัดระดับ 'Endorphin & Oxytocin' ในกระแสเลือด นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอ จากพลังพิเศษที่เธอได้ม
วันหนึ่งข้าวฟ่างให้ลินดาออกไปติดต่อธุรกิจให้ ลินดาขับรถคันหรูไปเสียกลางทาง เธอติดต่อให้คนมาจัดการเรื่องรถเสียจนเรียบร้อย จึงตั้งใจจะรีบไปจัดการธุระต่อ เธอเห็นว่าสถานที่ๆจะไปทำธระอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่อยู่ตรงนั้นพอดีได้ เธอจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไป แล้วบนรถไฟฟ้านั้นเธอ
ห้องทำงานของท่านประธานที่เงียบสงบ ปกติมีเพียงเสียงลมแอร์เย็นๆที่ดังหวีดหวิว บัดนี้ถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนสองคน วิศรุตไม่ใช่เด็กหนุ่มขี้อายที่แอบมองเธออยู่ห่างๆ อีกต่อไป ในวินาทีที่เขารู้ว่านางฟ้าของเขาต้องการเขาเพื่อเพิ่มพลังพิเศษ เขาจะรีบมาหาเธอทันที และตอบสนองเธอด้วยสัญชาตญาณด







