เข้าสู่ระบบนิยายยูริ Coming of Age ที่เล่าเรื่องแบบ Slice of Life มีฉากหลังเป็นวงการบันเทิง เรื่องราวการเติบโตบนเส้นทางอาชีพและความรักของ อรัญญา กับ ธีรญา พวกเธอจะมาสร้างความสุขแบบ Feel Good ให้กับทุกคน
ดูเพิ่มเติม“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับแขกผู้เกียรติทุกท่าน สู่งานแต่งงานของคู่รัก ที่ทั้งโลกกำลังเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้ค่ะ”
เสียงของพี่ดีดี้ลอยนุ่มไปทั่วห้องบอลรูมขนาดใหญ่ของโรงแรมหรูกลางกรุงเทพ แสงไฟสีอุ่นสะท้อนมวลดอกไม้สีขาวและชมพูที่เรียงราย
ราวกับพรมแห่งคำอวยพร ขณะที่กล้องหลักค่อย ๆ เคลื่อนเก็บภาพ ส่งต่อช่วงเวลานี้ไปยังผู้ชมทั่วโลก
บนหน้าจอเล็กในมือใครหลายคน แฮชแท็ก #AnPreawwedding พุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว
เสียงกรี๊ดจากแฟนคลับในอีกฟากฝั่งของกรุงเทพดังแข่งกับเสียงปรบมือในห้องบอลรูม
ท่ามกลางทุกสายตา อีกมุมของฮอลล์
เจ้าสาวทั้งสองคนยังคงยืนจับมือกันแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยไป เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเพียงความฝัน
“ดิฉันดีดี้ ดิษยาและ …” พี่ดีดี้พิธีกรหญิงในงาน เว้นจังหวะให้พิธีกรร่วม
“ผมอาท อารยะ เราทั้งคู่ยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้มาทำหน้าที่พิธีกรในวันมงคลวันนี้” อาท อารยะ แนะนำตัว
และพาเข้าสู่บรรยากาศของพิธีการ
“บรรยากาศวันนี้โรแมนติกมากนะคะคุณอาท"
"ดี้เชื่อว่าทุกท่านในงาน และแฟน ๆ ที่รับชมอยู่ทุกมุมโลกกำลังร่วมอวยพรให้กับความรักที่สุกงอมของทั้งคู่แน่นอนค่ะ”
เธอหันไปทางพิธีกรร่วม
“จริงไหมคะ…คุณอาท”
ชายหนุ่มหล่อเหลาระดับพระเอกข้างกายไม่ได้ตอบทันที
เขาก้มมองโทรศัพท์ในมือ คล้ายกำลังอ่านอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ผมกำลังคิดอยู่ครับพี่ดีดี้” อาท อารยะเอ่ยสบาย ๆ เว้นจังหวะนิดหนึ่ง
“ว่าวันนี้ ผมควรทำหน้าที่เป็นพิธีกรงานแต่ง หรือพิธีกรงานแฟนมีตกันแน่”
แขกเหรื่อทั้งฮอลล์หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“อ้าว ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ”
“ก็ลองดูนี่สิครับ” เขายกโทรศัพท์โชว์ขึ้น
“แฮชแท็ก #AnPreawwedding ตอนนี้ขึ้นอันดับหนึ่งไปหลายประเทศแล้วนะครับ”
พี่ดีดี้ยิ้มรับ
“จะเป็นแบบไหนก็ไม่สำคัญหรอกค่ะคุณอาท”
เธอหันไปมองเจ้าสาวทั้งสองที่กำลังเตรียมตัวอยู่อีกด้านของเวที
“เพราะไม่ว่าจะ ‘คู่จิ้น’ หรือ ‘คู่จริง’ วันนี้พวกเธอก็จับมือกันมาถึงคำว่า ‘คู่ชีวิต’ แล้วนะคะ”
เสียงปรบมือดังก้องขึ้น
อาทเหลือบมองไปทางเวทีเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมาที่แขกในงาน
“งั้นผมว่า…” เขาเว้นจังหวะ
“ได้เวลาเชิญเจ้าสาวของเราขึ้นเวทีแล้วครับ”
แสงไฟในฮอลล์มืดลง เพลงบรรเลงดังขึ้น ก่อนที่ไฟจะสว่างขึ้นอีกครั้งที่ทางเดิน และในวินาทีนั้น
ทุกสายตาก็หยุดอยู่ที่เจ้าสาวสองคนที่กำลังเดินเคียงกันขึ้นมา
ทั้งคู่จับมือกันแน่น ยิ้มเขิน ๆ ให้กัน สลับกับย่อตัวไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ในงานที่นั่งอยู่ตำแหน่งใกล้กับทางเดินไปพร้อมกัน
แสงไฟย้ายไปรวมที่กลางเวทีเมื่อทั้งคู่ขึ้นไปยืนในตำแหน่งตรงกลางที่กล้องหลักจับภาพได้ถนัดชัดเจน
เสียงปรบมือยังคงดังต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าสาวทั้งสองก้าวขึ้นมายืนเคียงกัน
“ขอเสียงให้เจ้าสาวของเราหน่อยครับ” อาทเอ่ย พร้อมรอยยิ้ม
คนทั้งฮอลล์กรี๊ดกันสนั่น ราวกับไม่มีใครอยากเก็บความยินดีเอาไว้เงียบ ๆ อีกต่อไป
แม้แต่ผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงและแวดวงธุรกิจก็ร่วมเป่าปากกรี๊ดแสดงความยินดีไปกับทุกคนด้วย
อรัญญายิ้มรับ ก่อนจะกระชับมือคนข้าง ๆ แน่นขึ้นเล็กน้อย
“เขินไหมคะ” เธอเอนมากระซิบ
ธีรญาหลบตา ยิ้มบาง
“ใครเขินคะ…ไม่มี้” ธีรญาหัวเราะเบา ๆ ไปกับบรรยากาศอบอุ่นนั้น
“ก่อนจะเข้าสู่ช่วงที่ทุกคนรอคอย จุดเริ่มต้นความรักของทั้งคู่นะคะ” พี่ดีดี้ทำหน้าที่ต่อพร้อมรอยยิ้ม
“ดี้ขอเรียนเชิญผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เรียกได้ว่าเป็นคนสำคัญของวงการ และของเจ้าสาวทั้งสองคน"
"ที่เห็นทุกการเติบโตของความรักในครั้งนี้ ขึ้นมากล่าวคำอวยพรก่อนค่ะ”
อาทรับช่วงต่อทันที
“บุคคลผู้นี้คือผู้ที่ให้กำเนิดซีรีส์ GL เรื่องแรกของทางช่อง และทำให้โลกรู้จักความรักของเจ้าสาวทั้งคู่ด้วยนะครับ”
“ขอเรียนเชิญ คุณภาสกร ขึ้นกล่าวคำอวยพรให้สาว ๆ หน่อยครับ”
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างให้เกียรติ เจ้าสาวทั้งคู่และพิธีกร ต่างยกมือไหว้คุณภาสกรที่กำลังเดินขึ้นเวทีมา
หนุ่มใหญ่หน้าตาหล่อเหลา ดูภูมิฐานในสูทเรียบหรูเดินขึ้นเวทีด้วยท่าทีสุขุม ก่อนจะรับไมโครโฟนจากทีมงานมาไว้ในมือ
เขามองไปที่เจ้าสาวทั้งสอง ส่งยิ้มให้ทั้งคู่เหมือนคนที่รู้เรื่องราวมากกว่าที่พูด
“ก่อนอื่นต้องบอกว่า ทั้งอันและแพรว ทั้งคู่ก็เหมือนลูกสาวของผม” เขาเริ่มช้า ๆ
“ผมจำได้ดี ตอนที่ผมเสนอโปรเจกต์ซีรีส์ GL ขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ"
"ผู้บริหารหลายคนลังเล ทีมงานหลายคนยังไม่แน่ใจ เกือบทุกคนไม่อยากไปต่อ”
เขาเว้นจังหวะก่อนพูดต่อ
“รวมถึงนักแสดงของผมบางคนด้วย” เขาหันไปมองทางอรัญญา
แขกเหรื่อพากันหัวเราะขำ
“ตอนนั้นอันบอกผมว่า ไม่อยากต่อสัญญาแล้ว จะให้แคสต์ก็บอก ‘ไม่มั่นใจค่ะพี่’ แต่ผมโชคดีนะ ที่ในที่สุดอันยอมมาแคสต์”
“แต่สุดท้าย…” คุณภาสกรเว้นจังหวะ
“แพรวคือคนที่โชคดีที่สุด อันไม่ใช่แค่กล้ามาแคสต์นะครับ กล้ารักจริงไปเลย”
คุณภาสกรพูดจบ เสียงเฮก็ดังขึ้นพร้อมกัน เขาเว้นจังหวะให้เสียงเงียบลง แล้วจึงหันไปทางธีรญา
“ส่วนอีกคน คนนี้เงียบมาก ไม่สนใจอะไรเลย นางเอกมากันทั้งช่องแล้ว เหลือเจ้าแพรวเป็นคนสุดท้าย”
“ผมถึงกับต้องไปขอกับคุณพลอยให้พาลูกสาวมาแคสต์ด้วยซ้ำ” คุณภาสกรอมยิ้ม
“แต่ก็อย่างที่ทุกคนเห็นนะครับ …” คุณภาสกรเว้นจังหวะอีกนิด
ธีรญาเกาะแขนอรัญญาหลบตาลง
“คนที่ดูไม่สนใจอะไรเนี่ย น่าจะรู้สึกอะไร ๆ ในหัวใจก่อนใครเลย”
เสียงกรี๊ดปนกับเสียงหัวเราะไปทั้งฮอลล์
คุณภาสกรหันไปขยิบตาให้ธีรญา แล้วหัวเราะขำกับท่าทีเขินอายของเธอ ก่อนจะพูดต่อ
“แต่สิ่งที่ผมเห็นมาตลอด คือความตั้งใจของลูกทั้งสอง ทั้งตั้งใจทำงาน และตั้งใจรัก”
“ตั้งแต่วันแรก ผมเห็นความรู้สึกของทั้งคู่ที่ชัดขึ้นในทุกวัน” เขายิ้ม
“จากวันที่ต้อง ‘แสดง’ ให้คนเชื่อ จนวันนี้ ไม่ต้องแสดงอะไรอีกแล้วนะเด็ก ๆ”
ทั้งฮอลล์เงียบลง
“ผมคงไม่ต้องอวยพรอะไรมาก เพราะสิ่งที่ดีที่สุด คือการที่ทั้งคู่เลือกจับมือกันในวันนั้น และจับจูงกันมาจนถึงวันนี้”
เขาหันไปมองทั้งคู่และยิ้มให้อีกครั้ง
“ขอให้ของลูก ๆ ทั้งสองจับมือเดินไปด้วยกันด้วยความรัก ดูแลกันและกันแบบนี้ไปตราบนานเท่านานนะครับ”
หลังคุณภาสกรจบคำอวยพร ทุกคนปรบมือแสดงความยินดีในความรักของเจ้าสาวทั้งสอง
พี่ดีดี้ยิ้ม รับบทบาทบนเวทีต่อ
“ขอบคุณพี่ภาสมาก ๆ เลยนะคะ”
อาทรับต่อทันที
“เรียกได้ว่าพี่ภาสอยู่กันมาตั้งแต่วันแรก เห็นต้นรักที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาอย่างงดงามเลยนะครับ”
เขาหันไปมองเจ้าสาวทั้งสอง
“งั้นผมว่า … ได้เวลาที่โลกจะได้เห็นเรื่องราวความรักของทั้งคู่ตั้งแต่ ‘วันแรก’ แบบไม่ต้องจิ้นกันแล้วนะครับ”
ไฟในฮอลล์มืดลง ภาพแรกปรากฏขึ้นบนจอขนาดใหญ่
ห้องเรียนการแสดงในวันแรกของพวกเธอ เสียงฮือฮาดังขึ้นจากผู้ชม แต่ยังไม่ทันที่ภาพจะเลื่อนไปไกล
“ทีมงานคะ…หยุดภาพก่อนค่ะ”
เสียงของธีรญาดังขึ้นผ่านไมโครโฟน ทั้งฮอลล์ชะงัก อรัญญาหันมามองทันที เช่นเดียวกับพี่ดีดี้ และอาท
“เปลี่ยนเป็นไฟล์ที่แพรวส่งให้ใหม่ได้ไหมคะ”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ ทีมงานชะงัก มองหน้าและสะกิดกันไปมา
ก่อนที่เจ้าหน้าที่ในทีมที่ได้รับไฟล์จากธีรญาจะเดินเข้ามาถึงแผงควบคุมและเปลี่ยนเป็นภาพตามคำขอของธีรญา
ภาพใหม่ปรากฏขึ้น เป็นวิดีโอจากเวทีการประกวด Miss Isan Cultural Ambassador เมื่อสิบปีก่อน
ภาพในวิดีโอไม่คมชัดนัก แต่รอยยิ้มของหญิงสาวบนเวทีกลับชัดเจนเกินกว่าจะละสายตา
ภาพในวิดีโอเริ่มด้วยการแนะนำกรรมการกิตติมศักดิ์ คุณพลอยประภัสนางเอกดังยุค 90s แม่ของธีรญา
ก่อนที่จะค่อย ๆ แพนกลับไปยังสาวงามผู้เข้าประกวดทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่อรัญญา ผู้เข้าประกวดหมายเลข 8
“ไม่มีใครเห็นแพรวในวิดีโอนี้หรอกค่ะ” ธีรญาพูดขึ้นช้า ๆ
“วันนั้น แพรวโดนคุณแม่ลากไปดูการประกวดแบบไม่เต็มใจ”
“แต่มีอยู่คนหนึ่ง” เธอเว้นจังหวะ ก่อนหันไปสบตาคนข้างกาย
“พี่คนสวยบนเวทีคนนั้น”
เสียงเธอเบาลงเล็กน้อย แต่ชัดพอให้ทั้งฮอลล์เงียบลง
“พี่คนสวยเบอร์แปด สวยแบบ…สวยตะโกนเลยค่ะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งฮอลล์
“สวยแบบ ก.ไก่ ล้านตัว”
คราวนี้ทั้งฮอลล์หัวเราะตาม
มีเพียงอรัญญาที่ไม่ได้หัวเราะ เธอมองคนข้าง ๆ อย่างไม่ละสายตา ราวกับกำลังพยายามปะติดปะต่อภาพบางอย่างในความทรงจำ
“ตั้งแต่วันนั้น…”
ธีรญาหันกลับไปสบตาอรัญญาอีกครั้ง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น ก่อนที่เธอจะหลบตาลงเล็กน้อย
“พี่เขาก็อยู่ในสายตา อยู่ในหัวใจของเด็กคนนี้มาตลอด”
ในห้องบอลรูมเงียบลง เหลือเพียงภาพในวิดีโอ และคำพูดที่ยังลอยค้างอยู่ในอากาศ
“พี่อันรู้ไหมคะ”
เธอหลบตา เอียงอาย
“พี่คนสวยเบอร์แปดบนเวทีในวันนั้น … เป็นเหตุผลที่ทำให้พี่ธี”
เธอชี้มาที่ตัวเอง หยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงแต่ทุกคนได้ยินชัดเจน
“กลายมาเป็น ‘น้องแพรว’ ของพี่อันในวันนี้”
เสียงกรี๊ดดังขึ้นทันที ดังจนกลบทุกอย่างไปชั่วขณะ แต่อรัญญาไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้นเลย
เธอยังคงมองหน้าคนข้าง ๆ ก่อนจะยกมือของธีรญาขึ้นและจูบลงเบา ๆ บนหลังมือ คนในฮอลล์ระเบิดเสียงกรี๊ดขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศราวกับอยู่ในแฟนมีต แต่ในวินาทีนั้น สำหรับคนทั้งคู่ โลกทั้งใบเงียบลงไปแล้ว
ภาพบนจอยังคงเลื่อนไหล ขณะที่ความทรงจำในอดีตค่อย ๆ ซ้อนทับขึ้นมา
พี่ธีม.5 นักบาสสุดเท่ที่จู่ ๆ ก็อยากเข้าวงการบันเทิง ทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน
อันอัน ฟง นางงามมงลงหมาด ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง
อรัญญาและธีรญายังคงยืนอยู่ข้าง ๆ กัน มือที่จับกันแน่น ไม่ได้คลายลง สายตาของพวกเธอส่งถึงกันอย่างมีความหมาย
“น้องแพรว” อรัญญากระซิบ
เสียงเรียกนั้นแผ่วเบา แทบจะถูกกลืนหายไปกับเสียงในฮอลล์ แต่ใกล้พอให้คนที่ยืนข้างกันได้ยิน
ธีรญาหันไปสบตาเจ้าสาวคนสวยอย่างมีความหมาย และในวินาทีนั้นเอง
บางเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเอ่ยถึงกำลังค่อย ๆ คลี่ตัวออกจากความเงียบ
พร้อมกับความทรงจำที่ไม่เคยถูกเล่าให้ใครฟัง
แม้แต่คนที่ยืนอยู่ข้างกันในตอนนี้ ก็กำลังจะได้รู้เป็นครั้งแรก
“ลำดับถัดไปขอเชิญท่านองอาจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการของจังหวัด ร่วมถ่ายรูปกับผู้ได้รับตำแหน่ง บนเวทีครับ”เสียงพิธีกรกล่าวเชิญบรรดาบุคคลสำคัญขึ้นบนเวที หลังการประกาศผลผู้ได้รับตำแหน่งอรัญญาสวมมงกุฎและสายสะพายของผู้ชนะ Miss Issan Cultural Ambassador ยืนถือดอกไม้อยู่กลางเวที ล้อมรอบด้วยรองอันดับหนึ่ง รองอันดับสอง และขวัญใจช่างภาพ รอถ่ายรูปร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่และผู้สนับสนุนการประกวดจนครบถ้วน เป็นช่วงเวลาทางการที่น่าเบื่อและยาวนาน แต่รอยยิ้มสดใสของเธอตรึงใครหลายคนให้ยังนั่งรับชมบรรยากาศแสนน่าเบื่อนั้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่ลุกไปไหน รวมถึงธีรญาในที่นั่ง VIP ด้วยเช่นกัน“พี่แพรว รอแม่อยู่แถว ๆ นี้ก่อนนะ ถ่ายรูปเสร็จแม่จะเข้าไปคุยธุระหลังเวทีก่อน”คุณพลอยปภัสหันมาบอกลูกสาวธีรญาพยักหน้ารับ สายตายังคงจดจ่อกับกิจกรรมการถ่ายรูปที่น่าเบื่อบนเวที พี่กะเทยคนสวยที่นั่งข้างเธอตอนนี้ไม่อยู่แล้ว แก๊งพี่มหาวิทยาลัยที่ส่งเสียงเชียร์พี่คนสวยเบอร์แปด กระหึ่มเมื่อครู่ก็ไม่รู้พากันลุกออกไปตอนไหน ที่นั่ง VIP เหลือเพียงผู้ใหญ่ที่นั่งห่างเธอออกไปหลายที่อยู่ไม่กี่คน บนเวทีทีมงานเริ่มเข้ามาจัดการสถา
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินโดยสารภายในประเทศดังขึ้นคุณพลอยปภัสสะกิดให้ธีรญาลุกไปที่ประตูธีรญาลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะช่วยแม่ยกกระเป๋า แล้วเดินไปต่อแถวสำหรับผู้โดยสารที่ซื้อที่นั่งล่วงหน้าเธอสวมหูฟังครอบหู สวมแว่นตากันแดด เดินนำไปเงียบ ๆ สีหน้าบอกบุญไม่รับบอร์ดดิ้งพาสถูกยื่นให้เจ้าหน้าที่ก่อนจะเดินผ่านประตูเข้าไปยังเครื่องบินที่จอดรออยู่คุณพลอยปภัสมองตามลูกสาวที่เดินนำหน้าไปโดยไม่พูดอะไร ได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อย ก็ยังดีที่ … ครั้งนี้เธอลากลูกออกจากบ้านมาได้ธีรญาแกล้งหลับตลอดการเดินทาง คุณพลอยปภัสเองก็ไม่ได้รบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกสาว จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง ธีรญาแกล้งหลับต่อไปไม่ได้แล้ว“อ้าว ยัยเมนี มาไฟลท์เดียวกันก็ไม่บอก”คุณพลอยปภัสทักทายเพื่อนสนิท ที่บังเอิญเจอกันที่สนามบินนานาชาติของเมืองหลวงแห่งภาคอีสานแบบไม่ได้นัดหมาย“โอ๊ยยยย พลอย ฉันยุ่งมากจนไม่มีเวลาทักหาน่ะสิ” เพื่อนสนิทที่ถูกเรียกว่าเมนีทักทายตอบ“อ้าว แล้วสาวหล่อสวยคนนี้ใครจ๊ะ” สายตาแมวมองมักดีเสมอ เธอถามทันทีแบบไม่เว้นระยะเมนีหรือเมธีอดีตพระเอกดาวรุ่ง ที่เกือบได้เป็นคู่ขวัญกับคุณพลอยปภัสแต่เธอผ
“แก ๆ แก๊งพี่ธี ๆ พวกพี่เขาเดินมาทางพวกเราด้วย”“อย่างสูง อย่างเท่อะ ไอดอลฉันเลยว่ะ”“ชุดนักบาสอีก ฉันตายอีกร้อยหนก็จะฟื้นมาติ่งพี่ธี อ๊าย”“มากับพี่เจ้าเอ๋ยอีก เท่คูณสองไปเลยพวกแก อ๊าย เขินว่ะ”น้อง ๆ ม.ต้น จับกลุ่มกันเม้ามอยเมื่อเห็นธีรญาที่กำลังถือลูกบาสเดินมากับกลุ่มเพื่อน ๆ เพื่อไปสนามบาส ก็พากันสะกิดกันและกัน และกรี๊ดกร๊าดให้ความเท่ของกลุ่มธีรญาระหว่างทางเดินไปสนามบาสเก็ตบอล ของโรงเรียนสตรีเอกชนชื่อดังของกรุงเทพธีรญาเดินล้วงกระเป๋าข้างหนึ่ง ส่งยิ้มให้กับรุ่นน้องไปตามรายทาง ที่บางกลุ่มโบกมือทักทาย บ้างก็ก้มหน้ายิ้ม ๆ เมื่อเธอเดินผ่านด้วยความเขินบางกลุ่มกล้าหน่อยก็เม้ามอยระยะเผาขน ชื่นชมเธอออกนอกหน้าเหมือนน้อง ๆ กลุ่มแรกที่เธอเดินผ่าน “โห พี่ธี เรทติ้งไม่มีตกจริงว่ะ” หลังจากเดินผ่านกลุ่มรุ่นน้องเข้ามาในสนามบาสแล้ว เจ้าเอ๋ยก็เริ่มหยอกธีรญา“ไอ้เอ๋ย แกก็ไม่เบานะเพื่อน น้อง ๆ ส่งของขวัญให้รายทาง” ธีรญาแซวเพื่อนกลับบ้าง“นี่ดีนะว่าฉันคาแร็กเตอร์ชัด ไม่งั้นคนได้ของขวัญคงเป็นเจ้าขา ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เจ้าเอ๋ยแซวตัวเองกับแฝดผู้พี่“น้องม.ต้น ก็กรี๊ดแกเยอะอยู่เจ้าขา ไม่คิดคีพลุคเท่ ๆ คูล ๆ
ในโรงอาหารวิทยาลัยนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคอีสานเสียงพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษผสมผสานไปกับภาษาถิ่นภาคอีสานฟังไม่ได้ศัพท์นักศึกษาหลากหลายเชื้อชาติที่กำลังต่อแถวซื้ออาหาร ขณะที่โต๊ะหลายตัวถูกจับจองจนแน่นท่ามกลางความวุ่นวาย ใครบางคนที่ดูไม่ใช่นักศึกษา ยกแว่นตากันแดดสีดำขึ้นคาดหัว หุบร่มกันแดดในมือเธอกวาดสายตามองหาใครบางคน ท่ามกลางเหล่านักศึกษาที่พลุกพล่านในช่วงพักกลางวัน ก่อนสายตาจะไปหยุดลงที่โต๊ะหนึ่ง “น้องอี้หลิน น้องเอม น้องอเล็กซ์สุดหล่อ อยู่กันเกือบครบเลย แล้วอันอันไปไหนจ๊ะ”บุคคลที่แต่งตัวผิดบรรยากาศ ทักทายนักศึกษาทั้งสามคนอย่างสนิทสนม“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะพี่คาร่า” เด็กอินเตอร์หน้าตา ที่เพื่อนร่วมรุ่นยกให้เป็นแก๊ง A List ยกมือสวัสดีทักทายรุ่นพี่ตามมารยาทไทย“เดี๋ยวตามมาค่ะ ไปคุยงานกับอาจารย์อยู่ค่ะ” เอม สาวเชื้อสายไทยคนเดียวในกลุ่มที่พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่สุดเป็นคนตอบ“สวัสดีค่ะ พี่คาร่า” แอรอนหนุ่มหล่อตาน้ำข้าว จีบปากจีบคอ ทักทายด้วยสำเนียงแปร่งหูเขาไม่ได้ยกมือขึ้นสวัสดี เพราะในมือทั้ง 2 ข้างถือจานข้าวสำหรับสองคน“นี่พวกเธอไม่ได้สอนฝรั่งนี่หรือไง เป็นผู้ชายก็ต้องพูด