LOGINเด็กน้อยเฝ้ารอการมาของพี่ชายใจดีวันแล้ววันเล่า แต่ข่าวคราวของเขาก็หายเงียบไป เธอแอบไปด้อมๆ มองๆ ที่บ้านของเขาก็ไม่มีวี่แวว ไม่กล้าเอ่ยถามใครแต่ใจก็เฝ้ารอ คิดว่าสักวันต้องได้เจอกันอีกครั้ง
ทุนการศึกษาที่ครูใหญ่สุภาพจัดหาให้นั้นบิดาของเธอไปรับด้วยตัวเอง ท่าทางดีใจของท่านทำให้เธอดีใจตามไปด้วย น้อยมากที่บิดาจะดีใจในตัวของเธอ
“นายพันอย่าเอาเงินไปกินเหล้าเสียล่ะ เก็บเงินเอาไว้ให้ลูกเรียน ต่อไปพลับพลึงได้ทำงานดีๆ นายพันนั่นแหละจะสบาย” ครูใหญ่กำชับนายพัน อีกฝ่ายก็รีบรับปากอย่างมั่นเหมาะ
โดยทุนการศึกษานั้นจะโอนเข้าบัญชีของเด็กน้อยทุกเดือน เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน เงินเดือนครูใหญ่ในชนบทแบบนี้น้อยนิด ครูสุภาพก็ช่วยเหลือเด็กๆ ไปตามสมควร เขาช่วยหมดคงเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีกำลังทรัพย์ มีเด็กหลายคนไม่มีชุดนักเรียน ไม่มีรองเท้า เสื้อผ้าอาหาร เขาก็พยายามเจียดเงินส่วนตัวช่วยจนบางเดือนแทบไม่มีเงินใช้จ่าย บางครั้งเลยต้องรอเงินทุนและปล่อยเด็กๆ ให้พึ่งพาตัวเองไปตามมีตามเกิดบ้าง
กลับบ้านเย็นนั้นพลับพลึงบอกบิดาถึงความฝันของตัวเอง เด็กน้อยคิดว่าได้ทุนเรียนหนังสือแบบนี้ต่อไปเธอจะดูแลบิดาไม่ให้ลำบาก มีบ้านหลังเล็กๆ ที่แข็งแรงกว่านี้ มีรถมอเตอร์ไซค์มือสองสักคันไว้ขับไปซื้อของและทำงาน
“หนูอยากเป็นครูจังเลยจ้ะพ่อ”
“เพ้อเจ้ออะไรของมึง เป็นครูน่ะเหนื่อยจะตายไป จะอยากเป็นไปทำไม ดูอย่างครูใหญ่สิ ทำงานมาหลายปียังจนเหมือนเดิม”
“แต่เป็นครูได้บุญนะจ๊ะพ่อ ได้ช่วยเหลือเด็กๆ สอนให้เด็กๆ มีความรู้”
“บุญนี่มันกินได้ไหม เงินต่างหากทำให้มีกิน ข้าวของเครื่องใช้ไปเรียนของมึงมีคนซื้อให้แล้วนี่ ลูกกำนันอะไรนั่นที่กลับกรุงเทพฯ ไป เงินทุนในบัญชีที่เขาโอนให้เดือนนี้ กูจะเก็บเอาไว้เอง” พูดจบคนอยากเหล้าก็เดินลงจากบ้านไปอย่างมีความสุข พลับพลึงมองตามบิดาไปด้วยสายตาเศร้าๆ
เด็กน้อยชินเสียแล้วที่ไม่มีบิดาอยู่ร่วมบ้าน บางครั้งท่านไปกินเหล้า กลับบ้านมา ไม่ไหวก็นอนอยู่ข้างถนน บิดาชอบดื่มเหล้าจนเมาหัวราน้ำ กินจนลุกไม่ไหว แถมยังชอบด่าว่าเวลาเมา เรื่องอะไรๆ ก็จะขุดมาด่าว่าสารพัด แม้แต่เรื่องเมื่อนานมาแล้ว
“นางพลับพลึงไปเอาชุดใหม่มาจากไหน” ปภากับพวกอีกสองคนเอ่ยถาม รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อเห็นพลับพลึงในเสื้อผ้าชุดนักเรียนชุดใหม่ทุกวัน ปกติอีกฝ่ายจะใส่ชุดนักเรียนเก่าๆ สีเหลืองซีดกับกระโปรงที่มีรอยปะ ถุงเท้าก็ยับย่นไร้ยางรัดโคนขา
“มีพี่ชายใจดีซื้อให้จ้ะ” พลับพลึงพูดด้วยรอยยิ้ม พวกของปภามองอย่างอิจฉาตามประสาเด็ก
พลับพลึงเล่าเรื่อของเหมราชให้ครูใหญ่ฟังด้วย ท่านถึงกับยิ้มกว้างกับความใจดีของลูกชายกำนัน แม้คนเป็นพ่อแม่จะมีชื่อเสียงในเรื่องเสียๆ หายๆ อยู่บ้าง แต่ลูกชายดูเป็นคนดีนัก
พลับพลึงเป็นเด็กมีน้ำใจ เธอพยายามช่วยเหลือคุณครูเท่าที่จะทำได้ เวลาเพื่อนๆ ส่งการบ้านเธอก็จะช่วยหอบหิ้วสมุดการบ้านกลับไปให้ครูที่ห้องพัก ถึงเวลาทำเวรเธอก็ทำความสะอาดห้องอย่างแข็งขันจนบางครั้งก็โดนเอาเปรียบ แต่พลับพลึงยึดประโยคของครูใหญ่ที่ว่าทำดีได้ดี เธอจึงไม่เคยคิดจะกินแรงใคร
“นางพลับพลึงเอาการบ้านมาลอกหน่อย” พวกของทิดซึ่งประกอบด้วยชัยและธรรมเอ่ยขึ้น ปกติเวลาครูใหญ่สั่งการบ้านพลับพลึงจะรีบทำจนเสร็จก่อนที่โรงเรียนจะเลิกเพราะกลับบ้านจะได้ทำงาน พวกของทิดขี้เกียจทำการบ้านก็มักจะมาขอลอกสมุดการบ้านของพลับพลึงอยู่บ่อยๆ
“ทิดควรทำเองนะ”
“จะให้หรือไม่ให้” เสียงขู่ดังขึ้น พลับพลึงกลัวจนตัวสั่นเพราะพวกของทิดเป็นผู้ชาย เธอเลยยอมยกสมุดการบ้านให้พวกนั้นลอก
“ลอกเสร็จจะเอามาคืนนะ” ทิดพูดแบบนั้นแต่พอตอนเช้าพวกของทิดเอาการบ้านไปส่งหน้าตาเฉย ในขณะที่พลับพลึงกระสับกระส่ายรอคอยสมุดการบ้านของตัวเองจากทิดแต่ไม่มี
“ของเราล่ะทิด”
“ไม่รู้สิ ไอ้ชัยมันเอาไปลอก”
“ชัยสมุดการบ้านของเราล่ะ เอามาให้เราเถอะ”
“ไอ้ธรรมมันเอาไปลอก คืนให้นางพลับพลึงไปสิวะ” ชัยตอบ
“กูคืนมึงไปแล้ว ความจำเสื่อมหรือไงวะ” ธรรมร้องขึ้นสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนโยนกันไปมา สรุปว่าไม่มีใครรับผิดชอบ
“ครูมาแล้วๆ” เสียงเพื่อนๆ ดังขึ้น
“นักเรียนทำความเคารพ”
“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณครู”
“ใครยังไม่ส่งการบ้านบ้าง” คุณครูศรีสุภางค์เอ่ยถามเสียงดุเข้ม โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ ครูคนเดียวสอนหนังสือหลายชั้นเรียน พอสอนเสร็จก็จะสั่งงานแล้วไปสอนอีกชั้น ครูใหญ่เลยต้องลงมาสอนเองด้วยเพราะครูไม่พอ
พลับพลึงนั่งนิ่ง ในใจหวาดกลัวตามประสาเด็กที่รู้ดีว่าตัวเองทำความผิด ครูศรีสุภางค์นับสมุดการบ้านก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ขาดของใครไปหนึ่งเล่ม” เสียงเข้มของคุณครูทำให้พลับพลึงสะดุ้ง ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ คุณครูวัยห้าสิบขมวดคิ้วเข้าหากันในทันทีเมื่อเห็นว่าเด็กเรียนดีอย่างพลับพลึงไม่ส่งการบ้าน
“ทำไมไม่ส่งการบ้านล่ะพลับพลึง”
“คือ... คือหนู” พวกของทิดหันมามองเหมือนจะบอกว่าถ้ากล้าฟ้องครูวันนี้โดนแกล้งแน่ๆ นั่นเป็นสิ่งที่พลับพลึงกลัว
“หนูลืมค่ะ” พลับพลึงไม่กล้าบอกความจริงกับครูเพราะกลัว
“งั้นต้องโดนตี” ครูศรีสุภางค์รู้ว่าเด็กน้อยค่อนข้างลำบาก ต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง ชีวิตจึงไม่เหมือนเด็กวัยเดียวกันที่ไม่ต้องทำงานอะไรเลยก็มีกิน แต่ครูศรีสุภางค์จำต้องตีสั่งสอน ลงโทษเพื่อเป็นการไม่ให้นักเรียนคนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างและมีข้ออ้างไม่ทำการบ้านส่งบ้าง ไม่อย่างงั้นเด็กๆ จะหาครูว่าลำเอียง รักลูกศิษย์ไม่เท่ากัน
“ยื่นมือมา” ครูวัยห้าสิบพูดเสียงเฉียบ พลับพลึงสะดุ้งกับเสียงเข้มๆ ดุๆ นั้น แม้จะรู้ว่าครูใจดีแต่ก็ดุจนไม่มีใครกล้า เด็กน้อยค่อยๆ ยื่นมืออันสั่นเทาออกไปตรงหน้าก่อนจะสะดุ้งเมื่อโดนไม้หวายตีลงบนมือหนึ่งที
เธอดึงมือกลับมาถูเบาๆ ที่กระโปรงนักเรียนเพราะเจ็บ ครูศรีสุภางค์ อบรมอีกครูใหญ่ว่าเป็นเด็กต้องขยันทำการบ้านส่งและต้องรับผิดชอบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ก่อนจะสั่งให้เด็กๆ คัดลายมือ
หลายครั้งที่ครูวัยห้าสิบต้องเกณฑ์รุ่นพี่ป.หกมาช่วยดูน้องตัวเล็กๆ การช่วยสอนการบ้านน้องนั้น จะทำให้การเรียนคืบหน้าเพราะครูคนเดียวสอนหลายๆ ห้องไม่ทัน
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว พลับพลึงก็เดินมาเล่นกับเพื่อนๆ สายตาของเด็กน้อยหันไปเห็นสมุดคุ้นตาของตัวเองถูกวางทิ้งเอาไว้ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นมะยมจึงรีบปรี่เข้าไปหยิบขึ้นมาดู เห็นสมุดนั้นถูกเปิดหน้าตรงกลางเอาไว้ ฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนทำให้สมุดเปียกจนกระดาษติดกันเป็นก้อนแข็งๆ จนดึงไม่ออก ดินสอที่เขียนลงไปจางจนแทบมองไม่เห็นตัวหนังสือบนกระดาษ
เด็กน้อยหน้าเศร้าในทันทีที่เห็นสภาพสมุดของตัวเอง ตอนนี้มันไม่เป็นทรงเพราะเมื่อคืนโดนฝนหนัก ถึงจะแห้งไปบ้างบางส่วนแต่ก็เอามาใช้ไม่ได้อีก
“เสียดายจัง” เสียงเล็กๆ พูดขึ้นเพราะสมุดสวยๆ พวกนี้เป็นสมุดที่ เหมราชซื้อให้ เด็กน้อยไม่กล้าบอกครูเพราะพวกของทิดขู่เอาไว้ กลัวจะโดนแกล้งแรงๆ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนครั้งก่อนอีก
ในช่วงบ่ายเด็กๆ ทุกชั้นเข้าเรียนตามปกติ ชั้นไหนยังไม่มีครูสอน ก็จะนั่งคัดลายมือตามที่ครูเขียนเอาไว้บนกระดานดำ ครูศรีสุภางค์ใจดีก็จริงแต่พกไม้เรียวเดินตรวจตราตามห้องอย่างเข้มงวด ใครเล่นซนไม่คัดลายมือจะโดนครูตี เด็กๆ จึงไม่กล้าส่งเสียงดังและวิ่งออกมาจากห้อง นอกจากขออนุญาตไปห้องน้ำเท่านั้น
ยางลบหายไปไหน? พลับพลึงรื้อยางลบจากกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ที่เหมราชซื้อแต่หาไม่เจอ
“ยางลบของนายหอมจังเลยทิด เอามาลบบ้างสิ” ปภาเอ่ยขอทิดเพราะนั่งอยู่ใกล้กัน ประโยคพูดของปภาที่บอกว่ายางลบกลิ่นหอม ทำให้พลับพลึงหันไปมอง นั่นมันยางลบของเธอนี่นา
“ทิดขโมยยางลบของพลับพลึงเหรอ”
“ใครไปขโมยยางลบของเธอ เธอมียางลบสวยๆ แพงๆ ดีๆ มีกลิ่นหอม แบบนี้ด้วยเหรอ” ทิดผลักอกของพลับพลึงจนล้ม
“ขี้ตู่ ไม่ใช่ยางลบของตัวเอง” ทิดจิ้มหน้าผากเพื่อนร่วมห้อง ด่าว่าวางก้ามเหมือนพวกนักเลง
“ยางลบของเรา เราจำได้” พลับพลึงร้องไห้แต่ก็ยังเถียง
แต่ไม่บังคับ ไม่ยัดเยียดอะไรให้เขา ปล่อยให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง พลับพลึงอยากสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปันตั้งแต่เด็กและไม่เลี้ยงลูกด้วยเงินแต่เลี้ยงด้วยความรักและหัดให้ลูกพึ่งพิงตัวเองได้ จะได้ไม่เป็นภาระใครวันเสาร์และวันอาทิตย์เหมราชจะพาเธอไปเรียนหนังสือ เขาช่วยทำรายงาน ช่วยหาข้อมูล แล้วก็ช่วยติวหนังสือให้เธอ เหมราชเป็นคนหัวดี เขาสอนหนังสือเธอเก่งกว่าครูที่สอนหนังสือเธอเสียอีก“ดึกแล้วนะ นอนได้แล้วครับ” เหมราชบอกภรรยาที่นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างขะมักเขม้น“อีกนิดนะคะ” เธอพูดก่อนจะหาว“หาวขนาดนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ พี่ว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเลยถึงอ่านไปก็ไม่หัวแล้ว นอนพักผ่อนให้เพียงพอค่อยลุกมาอ่านตอนหัวรุ่งก็ได้ครับ”“ค่ะ” เธอรับคำ กราบหนังสือและปิดตำราเรียน เหมราชยิ้มอ่อนโยนกับกิริยาของเธอ พลับพลึงได้กลับมาเรียนใหม่อีกครั้ง เธอก็รักการเรียน ขอบคุณหนังสือที่ให้ความรู้เธอเสมอ แม้ได้เรียนจริงๆ แล้วกลับรู้สึกว่าห้องเรียนในโลกกว้างและการลงมือทำสำคัญกว่าการเรียนในห้องเรียน แต่เพราะความตั้งใจแต่เด็กที่อยากเรียนให้จบอยากถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆ อยากสอนหนังสือเธอเลยมีความสุขกับการเรียนเหมร
เราต้องแก้ไขให้ปัจจุบันดีขึ้น เชื่อแม่สิเหม มีลูกมีเต้าด้วยกันแล้วเราเอาความดีเข้าสู้ต้องชนะใจเขาแน่ๆ” คุณนายจำปาบีบไหล่ของลูกชายเอาไว้แน่น เมื่อก่อนนางไม่เคยเชื่อว่าความดีของใครจะมาชนะใจได้ แต่เมื่อเจอวิบากกรรมโดนทำร้ายปางตาย ความดีของพลับพลึงชนะใจนางมาแล้ว เหมราชก็ต้องเอาชนะใจพลับพลึงได้เช่นเดียวกัน“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” เขารีบถลาเข้าไปหาคุณหมออย่างมีความหวัง“ภรรยาของคุณปลอดภัยแล้วครับ” เหมราชแทบจะก้มลงกราบคุณหมอ“พลับพลึงปลอดภัยแล้วครับคุณแม่ ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ยอมให้เกิดอันตรายกับเธออีก ชีวิตพลับพลึงน่าสงสารตั้งแต่เด็ก เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว ผมจะไม่มีวันทิ้งเธอหรือทำให้เธอเสียใจอีก” ประโยคซ้ำๆ ของเหมราชทำให้คุณนายจำปาตบไหล่ของลูกชายเบาๆ เขาเดินไปยังห้องพักฟื้นของเธอ ดึงมือน้อยมากุมเอาไว้แล้วแนบกับแก้ม ดวงตาแดงก่ำ“เหมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมลูก”“ไม่ครับ พลับพลึงตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครอาจจะกลัว”“งั้นแม่จะให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้นะ”“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะขอคุณแม่”“ว่ามาเลยจ้ะ แม่ยินดีทำให้ทุกอย่าง”“ผมฝากลูกสองคนด้วยนะครับ”“ได้สิ แม่จะดูแลหลานแม่ทั้งสองคนให้ดีที
แต่วันนี้ยังไม่ได้ปั๊มนมเลย ถ้าหิวก็จับเต้าให้ดูดด้วยความเคยชินอาจเพราะทำงานอยู่บ้าน เธอเลยสะดวกเวลาจะให้นมลูก“ครับ” เขาตอบหน้าเป็นไม่ยอมไปไหน พลับพลึงค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะหันหลังให้เขาแล้วจัดการจับลูกน้อยมานอนดูดเต้า แฝดน้องนั้นกำลังเล่นสนุกท่าทางจะไม่หิวเหมือนคนโตเหมราชรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกไม่น้อย เขาแอบชะโงกหน้าไปดูเห็นปากเล็กๆ สีแดงกำลังดูดจุกนมอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเจ้าแฝดคนเล็กก็เดินเตาะแตะมาหา นั่นทำให้พลับพลึงหันมามอง เธอหน้าแดงมองค้อนเขา“พี่ซื้อเสื้อผ้ามาฝากลูกด้วยนะ”“จริงๆ คุณเหมไม่เห็นต้องลำบากเลยนะคะ ลูกมีเสื้อผ้าเยอะแล้ว” น้ำเสียงของเธอสะบัดนิดๆ เขาเลยยิ้ม“ไม่ลำบากเลย พี่อยากซื้อให้ลูก อยากดูแล อยากเห็นหน้าทั้งแม่ทั้งลูกทุกวัน” เธอเงยหน้ามองเขา พอสบประสานสายตาเข้าหากัน เธอก็หลบวูบ รู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก“อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ”“ต่อจากนี้ไปพี่จะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พี่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ปล่อยให้พลับพลึงต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่พี่อยากทำให้พลับพลึงคือทำให้พลับพลึงกับลูกมีความสุขมากที่สุด ขอให้พี่ได้ทำแบบนั้น
“ความฝันเล็กๆ ของหนูคือมีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง มีเงินเอาไว้ให้ลูกเรียนหรือทำตามความฝัน ป้าเชื่อไหมคะ พอหนูไปเรียนหนังสือจริงๆ กลับค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในชีวิตไม่ใช่การเรียน แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างไรให้เราพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระของใคร”“ป้าแค่เป็นห่วง เพราะป้าแก่แล้วไม่รู้จะอยู่ได้นานสักแค่ไหน”“ป้าอย่าพูดแบบนี้สิจ๊ะ หนูรู้สึกใจคอไม่ดีเลย เพิ่งรู้ข่าวเรื่องแม่ที่จากโลกนี้ไปแล้ว ป้าก็จะมาจากหนูไปอีกคนเหรอคะ หนูคิดว่าถึงเราไม่มีผู้ชายคอยเลี้ยงดู เราก็ยืนได้ด้วยลำแข้งนะจ๊ะป้า ถ้าพี่เหมเขาเวทนาหนูเพราะยากจนและรู้สึกผิดเลยอยากรับผิดชอบหนูก็ไม่ต้องการหรอกจ้ะ”“แล้วเอ็งต้องการอะไร”“ต้องการความรักและความจริงใจจากเขาค่ะป้า เพราะถ้าเราอยู่ด้วยความรัก เราก็จะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ ต้องอึดอัดใจ แต่เราจะพยายามถนอมน้ำใจกันและกัน ทำให้คนที่เรารักมีความสุข และให้อิสระกับคนที่เรารัก หนูเลยไม่เรียกร้องให้เขาต้องมารับผิดชอบหรือรู้สึกผิดจนต้องมาทนอยู่ด้วยกันค่ะ” คำตอบของพลับพลึงทำให้ลำไยยิ้มกว้าง พลับพลึงในอดีตกับในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะพลับพลึงในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท
“หนูออกไปซื้อของก่อนนะจ๊ะป้า”“จ้ะ ไปเถอะ” ลำไยขานรับ มีความสุขกับการเลี้ยงหลาน ทุกครั้งที่พลับพลึงออกไปข้างนอก เหมราชจะมาหาลูกโดยความช่วยเหลือท่าน“ป้าครับ เรื่องที่ป้าขอร้อง ผมทำให้แล้วนะครับ” เหมราชคุ้นเคยกับเด็กๆ ทั้งสองดี เพราะเขามาหาแทบจะทุกวันที่มีโอกาส เขากอดหอมเล่นกับลูกยกร่างน้อยมานั่งบนตักไม่ยอมห่าง สิ่งที่ลำไยเคยขอเอาไว้คือให้ช่วยสืบเรื่องของจินดา มารดาของพลับพลึงให้หน่อย“เป็นยังไงบ้างคะ” คนถามหัวใจลุ้นระทึก อยากจะรู้ข่าวคราวของจินดาเต็มที ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว เหมราชร่ำรวยและมีเงินท่านจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงสามารถสืบหาจินดาได้อย่างแน่นอน เธอนั้นเป็นแค่หญิงชราแก่ๆ ที่ไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมายจึงไม่มีความสามารถจะทำแบบนั้นได้“ผมต้องเสียใจด้วยนะครับ” จินดาถูกรถชนตายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจึงกลายเป็นศพไร้ญาติ“โธ่...” ลำไยยกมือขึ้นทาบอก ค่อยๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแล้วร้องไห้สงสารเพื่อนเหมราชกลับไปไม่นานพลับพลึงก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นป้าลำไยนั่งร้องไห้“ป้าเป็นอะไรจ๊ะ” เสียงของพลับพลึงทำให้ลำไยรีบเช็ดน้ำตา“มาหาป้ามาพลับพลึง” ลำไยดึงร
เธอหยุดกิจการไปเป็นเดือนก็คิดว่าจะกลับมาค้าขายอีกครั้ง แม้ป้าลำไยจะแก่แล้วแต่ท่านก็ถือว่าเป็นคนสูงอายุที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน เรื่องดูแลลูกๆ ท่านเลยช่วยแบ่งเบาไปได้มาก เรื่องเรียนพลับพลึงก็ไม่ทิ้ง เธอตั้งใจเรียนและสอบเทียบไปเรื่อยๆ คาดหวังว่าไม่นานจะจบการศึกษา พอได้วุฒิมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว เธอจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่จะเรียนมหาวิทยาลัยเปิดที่สามารถเรียนทางไกลได้ อ่านหนังสืออยู่บ้านได้และค่อยไปสอบเอา หากมีอบรมหรือสัมมนาอะไรก็ค่อยไปเพราะเธอทำงานอิสระเป็นของตัวเองไม่ต้องลางานก็ไปได้สะดวก“ป้าจ๊ะ หนูจะออกไปซื้อของข้างนอกนะจ๊ะ ฝากป้าดูแลสองแฝดด้วยนะจ๊ะ” เธอตั้งชื่อลูกง่ายๆ ว่าหนึ่งกับสองคนพี่เป็นแฝดชายชื่อหนึ่ง คนน้องเป็นแฝดหญิงชื่อสอง“ได้ๆ ไปเถอะ ขับรถดีๆ ไม่ต้องรีบ”“ป้าอยากได้อะไรไหมจ๊ะ”“ไม่แล้วล่ะ”“เดี๋ยวมื้อกลางวันหนูจะทำแกงเลียงให้กินนะจ๊ะ”“อะไรก็ได้ ป้าไม่เรื่องมากหรอก ไปเถอะ เดินทางปลอดภัย ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง” ป้าลำไยยิ้มให้เด็กสาว อีกฝ่ายก็สวมใส่หมวกกันน็อก สตาร์ตรถ มอเตอร์ไซค์ขับออกไปจากบ้าน หลังจากจดรายการซื้อของเรียบร้อยแล้วพลับพลึงเก็บเงินได้ก







