LOGIN“แกเคยมียางลบสวยๆ เหรอนางพลับพลึง ใช้น้ำลายลบเอาก็แล้วกัน ขนาดกล่องดินสอสวยๆ ยังไม่เคยมีเลย จริงไหมพวกเรา” ทิดหาพวก หลายคนเข้าข้าง หลายคนไม่กล้าเข้าไปยุ่งเพราะทิดเป็นขาใหญ่ ชอบแกล้งคนอื่น พลับพลึงร้องไห้สะอึกสะอื้น เปิดเทอมทุกครั้งเธอจะเห็นเพื่อนๆ มีดินสอสวยๆ สมุดสวยๆ ยางลบสวยๆ กล่องดินสอดีๆ ในขณะที่เธอไม่มีอะไรเลย ใช้ดินสอทู่ๆ กับมีดเหลาดินสอหรือไม่ก็กบเหลาดินสอถูกๆ ในขณะที่คนอื่นมีกล่องดินสอที่สามารถเหลาดินสอกับกล่องก็ได้ บางคนมีเป็นแบบลายการ์ตูน มีสองชั้นเปิดออกแล้วเป็นกระจกส่องหน้าก็มี เธอได้แต่นั่งมองตาละห้อยเพราะอยากมีกับเขาบ้างแต่ไม่มีปัญญาซื้อ
“ทำอะไรกัน” ครูศรีสุภางค์เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนรีบวิ่งไปนั่งที่ของตัวเอง รีบคัดลายมือต่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ้าว... พลับพลึงทำไมลงไปนั่งตรงนั้นล่ะ ร้องไห้ทำไม ใครแกล้งหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะครู ไม่มีใครแกล้ง พลับพลึงแค่ตกเก้าอี้” พลับพลึงไม่กล้าฟ้องครูเพราะกลัวโดนพวกของทิดรุมแกล้งเอาอีกในตอนเย็น
“ถ้าใครแกล้งให้บอกครูนะ” ครูศรีสุภางค์รีบบอกเด็กน้อยเพราะรู้ว่าโดนแกล้งบ่อยๆ
“ค่ะ” พลับพลึงรับคำเสียงเบา รีบปาดน้ำตาทิ้ง
“เร่งมือเข้า อย่ามัวแต่เล่นซน คัดให้สวยๆ ด้วยนะ” ครูศรีสุภางค์เดินตรวจตราไปทั่วห้อง เด็กๆ ทุกคนจึงเร่งคัดลายมือกันอย่างตั้งใจ
“หนูขอไปห้องน้ำนะคะคุณครู” พลับพลึงรู้สึกปวดปัสสาวะก็เลยขออนุญาตคุณครูไปห้องน้ำ
“ไปเถอะจ้ะ” พลับพลึงไหว้คุณครูก่อนจะรีบเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังห้องพักครู ห้องน้ำที่โรงเรียนไม่ค่อยสะอาด ตามฝาห้องน้ำมีร่องรอยถูกขีดเขียนด่าพ่อล้อแม่เต็มไปหมด บางทีก็มีรูปวาดที่เขียนล้อเลียนแบบน่าเกลียดๆ เต็มฝาผนัง
พลับพลึงรู้สึกว่าเหมือนโดนแอบมอง พอเงยหน้าขึ้นไปเหนือศีรษะจึงเห็นว่าพวกของทิดปีนขึ้นมาแอบมองเธอฉี่
“ว้าย! ไอ้บ้า” เธอด่าออกไปก่อนจะสาดน้ำไล่ พวกของทิดชอบปีนมาแอบมองเด็กผู้หญิงฉี่บ่อยๆ นิสัยเสียมากๆ เคยโดนครูตีแต่ก็ไม่หลาบจำ
“ถ้ากล้าฟ้องครู ตอนเย็นโดนแน่ๆ” ทิดเปิดกระโปรงพลับพลึงเมื่อเด็กหญิงออกมาจำห้องน้ำ ก่อนที่เสียงเข้มๆ ดุๆ ของครูชูชัยจะดังขึ้น
“ทำอะไรน่ะ” พวกของเด็กชายทิดสะดุ้งรีบถอยหนีทันที
“ไม่มีอะไรครับครู”
“ฉันเห็นว่าเธอเปิดกระโปรงพลับพลึง” ครูชูชัยทำเสียงดุก่อนจะเรียกเข้าไปหา “ครูจะทำโทษพวกเธอ”
“อย่าทำโทษพวกผมเลยนะครับครู”
“ไปวิ่งรอบสนามสิบรอบ”
“โธ่... ครู”
“เร็วๆ หรือจะโดนเฆี่ยนยี่สิบที”
“ไปแล้วครับๆ” ทิดรีบตะโกนบอก โมโหไม่หายที่โดนทำโทษ แต่ไม่กล้าหือกับครูชูชัยเพราะครูชูชัยตีเจ็บกว่าครูใหญ่และครูศรีสุภางค์ ทิดคิดในใจว่าแค้นนี้ต้องชำระ เย็นนี้จะแกล้งพลับพลึงกลับ
พลับพลึงกลับมาที่ห้อง ในขณะที่ครูศรีสุภางค์เริ่มเก็บสมุดที่นักเรียนคัดลายมือเพื่อตรวจให้คะแนน พลับพลึงรีบคัดบรรทัดสุดท้ายให้จบก่อนจะนำไปส่งให้ครูบนโต๊ะ
“เปิดหนังสือวิทยาศาสตร์หน้าแปดสิบเก้าแล้วตอบคำถามทั้งหมดสิบข้อเดี๋ยวส่งครูนะ” ครูศรีสุภางค์นั่งลงก่อนจะเริ่มตรวจสมุดคัดลายมือของนักเรียนแต่ละคน
“มีคนได้เต็มด้วยนะคะนักเรียน คัดลายมือสวยมากจริงๆ”
“ใครเหรอคะคุณครู” เด็กๆ ในห้องเอ่ยถามกันใหญ่
“พลับพลึงจ้ะ ครูให้สิบเต็มเลยนะ” เพื่อนๆ ในห้องต่างตบมือ ยกเว้นพวกของปภาที่แอบเบ้หน้าไม่ชอบใจที่เห็นพลับพลึงโดนคุณครูชมอีกแล้ว
“เกลียดขี้หน้ามันนัก เป็นแค่ลูกไอ้พันขี้เมา ดันคัดลายมือสวย แถมยังได้คะแนนเต็มตลอด” ปภาหันไปพูดกับเพื่อนอีกสองคนที่นั่งใกล้กัน
“จริงด้วย” พอหมดวิชาวิทยาศาสตร์ครูก็ปล่อยให้เด็กๆ ออกไปพรวนดินรดน้ำต้นไม้ เป็นวิชาเกษตรซึ่งให้เด็กๆ ปลูกดอกไม้รอบโรงเรียน
“เธอจะทำอะไรน่ะปภา” สร้อยทองเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าปภายังไม่ยอมออกไปรดน้ำพรวนดินต้นดอกไม้ที่แปลงเกษตรของโรงเรียน
“เกลียดมันนัก ได้สิบคะแนนเต็มใช่ไหม” ปภาฉีกสมุดของพลับพลึงหน้าที่ได้คะแนนเต็มแล้วเอามาขยำก่อนจะกระทืบจนจมพื้น
“เธอทำอะไรน่ะ นั่นมันสมุดนางพลับพลึงนะ” สิรินารถตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายฉีกสมุดของพลับพลึง
“พวกแกไม่พูด ฉันไม่พูด ใครจะรู้ เกลียดขี้หน้ามันนัก ไปเถอะ” ปภากระทืบจนสาแก่ใจก่อนจะเดินไปรดน้ำพรวนดินต้นดาวเรืองที่แปลงเกษตร พอพลับพลึงถือบัวรดน้ำเดินผ่านหน้าเธอก็แกล้งขัดขาอีกฝ่ายจนล้มไม่เป็นท่า
“โอ๊ย!” ร่างเล็กๆ ของพลับพลึงล้มลงไปกองกับพื้น บัวรดน้ำหกเลอะเทอะจนเนื้อตัวเปียกปอนไปหมด
“ตายแล้วพลับพลึง พวกเราไม่เห็นน่ะ แต่เธอก็เดินไม่ดูเองนะ ซุ่มซ่ามจริงเชียว” ปภาหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ
“เธอแกล้งขัดขาเรา” พลับพลึงลุกขึ้นปัดเศษดินตามเนื้อตัว
“อย่ามาใส่ร้ายกันนะ” ปภาขึ้นเสียงเพราะถูกตามใจแต่เด็ก ทำผิดอะไรบิดามารดาก็เข้าข้าง จึงได้ใจคิดว่าตัวเองทำอะไรก็ไม่ผิด อยากจะแกล้งใครก็ได้เอาตามอำเภอใจ
“มีอะไรกัน” ครูศรีสุภางค์เอ่ยถาม เดินมาดูเมื่อเห็นว่าเด็กหญิงพลับพลึงตัวเลอะไปหมด
“พลับพลึงน่ะสิคะคุณครู เดินซุ่มซ่ามจนหกล้ม ไม่ดูตาม้าตาเรือเอาเสียเลย หนูขอไปรดน้ำต้นไม้ก่อนนะคะ” ปภาพูดแล้วแอบเบ้หน้าใส่
“เป็นยังไงบ้างพลับพลึง เดินระวังๆ หน่อยสิจ๊ะ” ครูศรีสุภางค์พูดอย่างห่วงใย พลับพลึงส่ายหน้าไปมาว่าไม่เป็นอะไร
“แปลงดอกไม้ของพลับพลึงดอกดาวเรืองงามที่สุดเลยนะ ครูจะให้คะแนนเต็มเพราะขยันรดน้ำพรวนดินใส่ใจดูแล ส่วนเทอมหน้าเราจะปลูกผักกินกัน ไว้เอากลับไปทำกับข้าวกินที่บ้านด้วย เทอมนี้ปลูกดอกไม้ไปก่อน โรงเรียนจะได้สดชื่นน่ามอง” ครูศรีสุภางค์เอ่ยชมเด็กน้อย
“ขอบคุณค่ะคุณครู” พลับพลึงยกมือไหว้ ดีใจที่จะได้คะแนนเต็มในวิชานี้ ปภาได้ยินเข้าก็นึกอิจฉา พอหลังเลิกเรียนเลยพาพวกมารุมกระทืบแปลงดอกไม้ของพลับพลึงจนย่อยยับ รุ่งเช้าพอพลับพลึงมาเห็นก็ถึงกับร้องไห้เสียใจ เพราะเธออุตส่าห์ดูแลรดน้ำพรวนดินเป็นอย่างดี แถมสมุดของตัวเองก็มีรอยฉีกขาด จึงรู้ว่ามีคนแกล้งเธอแน่ๆ
“ใครเป็นคนทำ” ครูศรีสุภางค์เอ่ยถามแต่ไม่มีใครกล้ายอมรับ
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ครูหักคะแนนพลับพลึงหรือไง ยังไงครูก็จะให้คะแนนพลับพลึงเต็มเหมือนเดิม” ปภาได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองพวกของเธอ คิดว่าครูลำเอียงแต่ไม่กล้าเถียงเพราะกลัวมีคนรู้ว่าเธอเป็นคนทำ
พลับพลึงสงสัยว่าพวกของปภาหรือไม่ก็พวกของทิดเป็นคนทำลายแปลงดอกไม้และสมุดของเธอแต่ไม่กล้าพูด เธอเลยพยายามหลบเลี่ยงไม่มีปัญหาด้วย กำลังใจในการไปโรงเรียนอีกอย่างหนึ่งก็คือครูใหญ่ ท่านมักจะให้ทำโจทย์คณิตคิดเลขเร็วในตอนเช้า เธอทำได้คะแนนเต็มและเสร็จก่อนเป็นคนแรกทุกครั้ง ครูใหญ่จะให้เงินตอบแทนข้อละ 1 บาท นั่นทำให้เธอมีเงินแอบหยอดกระปุกออมสินเล็กๆ เอาไว้ไม่ให้บิดารู้
อีกคนที่คอยช่วยเหลือเธออยู่ตลอดนั่นคือป้าลำไย ท่านแบ่งปันของกินมาให้บ้างตามมีตามเกิดเพราะท่านก็ลำบากหาเช้ากินค่ำ ถ้าเธอมีเวลาก็จะไปช่วยท่านทำงาน
ครูศรีสุภางค์นั้นสอนหลายวิชา วิชาที่เธอชอบมากก็วิชาเกี่ยวกับงานประดิษฐ์ วันนี้คุณครูให้ทำพรมเช็ดเท้า เธอได้เศษผ้าจากที่บ้านนำมาเย็บกับกระสอบป่าน
“ทำอะไรน่ะปภา” พลับพลึงตกใจเมื่อปภาดึงเศษผ้าที่เธอกำลังเย็บเอาไปหน้าตาเฉย
“ผ้าฉันไม่พอ ขอของเธอหน่อยสิ”
“ไม่ได้หรอก ของเราก็ไม่พอ”
“ยายพลับพลึงขี้เหนียว” ปภาหาเรื่องเมื่อเห็นว่าพลับพลึงเย็บได้สวยกว่า
“อย่านะ”
“ทำอะไรกัน” ครูศรีสุภางค์เดินเข้ามาในห้อง เอ่ยถามเสียงเข้ม ปภารีบกลับไปนั่งที่ของตัวเอง ก่อนจะตอบว่าไม่มีอะไร พลับพลึงเลยไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับพวกของปภาที่ชอบแกล้งเธอ
“พลับพลึงนี่เย็บสวยจริงๆ ทุกคนดูเป็นตัวอย่างเอาไว้นะ” พลับพลึงยิ้มเมื่อถูกชม หลังเลิกเรียนวันนั้นปภาและพวกจึงแกล้งให้พลับพลึงต้องทำความสะอาดห้องคนเดียว
“ทำไปคนเดียวเลย พวกชอบเอาหน้ากับครู” ปภาเหยียดปากใส่ก่อนจะออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ที่ลานโล่งใต้ต้นหูกวาง พลับพลึงไม่อยากมีปัญหากับใครก็เลยจัดการทำเองคนเดียว
แต่ไม่บังคับ ไม่ยัดเยียดอะไรให้เขา ปล่อยให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง พลับพลึงอยากสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปันตั้งแต่เด็กและไม่เลี้ยงลูกด้วยเงินแต่เลี้ยงด้วยความรักและหัดให้ลูกพึ่งพิงตัวเองได้ จะได้ไม่เป็นภาระใครวันเสาร์และวันอาทิตย์เหมราชจะพาเธอไปเรียนหนังสือ เขาช่วยทำรายงาน ช่วยหาข้อมูล แล้วก็ช่วยติวหนังสือให้เธอ เหมราชเป็นคนหัวดี เขาสอนหนังสือเธอเก่งกว่าครูที่สอนหนังสือเธอเสียอีก“ดึกแล้วนะ นอนได้แล้วครับ” เหมราชบอกภรรยาที่นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างขะมักเขม้น“อีกนิดนะคะ” เธอพูดก่อนจะหาว“หาวขนาดนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ พี่ว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเลยถึงอ่านไปก็ไม่หัวแล้ว นอนพักผ่อนให้เพียงพอค่อยลุกมาอ่านตอนหัวรุ่งก็ได้ครับ”“ค่ะ” เธอรับคำ กราบหนังสือและปิดตำราเรียน เหมราชยิ้มอ่อนโยนกับกิริยาของเธอ พลับพลึงได้กลับมาเรียนใหม่อีกครั้ง เธอก็รักการเรียน ขอบคุณหนังสือที่ให้ความรู้เธอเสมอ แม้ได้เรียนจริงๆ แล้วกลับรู้สึกว่าห้องเรียนในโลกกว้างและการลงมือทำสำคัญกว่าการเรียนในห้องเรียน แต่เพราะความตั้งใจแต่เด็กที่อยากเรียนให้จบอยากถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆ อยากสอนหนังสือเธอเลยมีความสุขกับการเรียนเหมร
เราต้องแก้ไขให้ปัจจุบันดีขึ้น เชื่อแม่สิเหม มีลูกมีเต้าด้วยกันแล้วเราเอาความดีเข้าสู้ต้องชนะใจเขาแน่ๆ” คุณนายจำปาบีบไหล่ของลูกชายเอาไว้แน่น เมื่อก่อนนางไม่เคยเชื่อว่าความดีของใครจะมาชนะใจได้ แต่เมื่อเจอวิบากกรรมโดนทำร้ายปางตาย ความดีของพลับพลึงชนะใจนางมาแล้ว เหมราชก็ต้องเอาชนะใจพลับพลึงได้เช่นเดียวกัน“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” เขารีบถลาเข้าไปหาคุณหมออย่างมีความหวัง“ภรรยาของคุณปลอดภัยแล้วครับ” เหมราชแทบจะก้มลงกราบคุณหมอ“พลับพลึงปลอดภัยแล้วครับคุณแม่ ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ยอมให้เกิดอันตรายกับเธออีก ชีวิตพลับพลึงน่าสงสารตั้งแต่เด็ก เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว ผมจะไม่มีวันทิ้งเธอหรือทำให้เธอเสียใจอีก” ประโยคซ้ำๆ ของเหมราชทำให้คุณนายจำปาตบไหล่ของลูกชายเบาๆ เขาเดินไปยังห้องพักฟื้นของเธอ ดึงมือน้อยมากุมเอาไว้แล้วแนบกับแก้ม ดวงตาแดงก่ำ“เหมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมลูก”“ไม่ครับ พลับพลึงตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครอาจจะกลัว”“งั้นแม่จะให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้นะ”“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะขอคุณแม่”“ว่ามาเลยจ้ะ แม่ยินดีทำให้ทุกอย่าง”“ผมฝากลูกสองคนด้วยนะครับ”“ได้สิ แม่จะดูแลหลานแม่ทั้งสองคนให้ดีที
แต่วันนี้ยังไม่ได้ปั๊มนมเลย ถ้าหิวก็จับเต้าให้ดูดด้วยความเคยชินอาจเพราะทำงานอยู่บ้าน เธอเลยสะดวกเวลาจะให้นมลูก“ครับ” เขาตอบหน้าเป็นไม่ยอมไปไหน พลับพลึงค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะหันหลังให้เขาแล้วจัดการจับลูกน้อยมานอนดูดเต้า แฝดน้องนั้นกำลังเล่นสนุกท่าทางจะไม่หิวเหมือนคนโตเหมราชรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกไม่น้อย เขาแอบชะโงกหน้าไปดูเห็นปากเล็กๆ สีแดงกำลังดูดจุกนมอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเจ้าแฝดคนเล็กก็เดินเตาะแตะมาหา นั่นทำให้พลับพลึงหันมามอง เธอหน้าแดงมองค้อนเขา“พี่ซื้อเสื้อผ้ามาฝากลูกด้วยนะ”“จริงๆ คุณเหมไม่เห็นต้องลำบากเลยนะคะ ลูกมีเสื้อผ้าเยอะแล้ว” น้ำเสียงของเธอสะบัดนิดๆ เขาเลยยิ้ม“ไม่ลำบากเลย พี่อยากซื้อให้ลูก อยากดูแล อยากเห็นหน้าทั้งแม่ทั้งลูกทุกวัน” เธอเงยหน้ามองเขา พอสบประสานสายตาเข้าหากัน เธอก็หลบวูบ รู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก“อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ”“ต่อจากนี้ไปพี่จะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พี่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ปล่อยให้พลับพลึงต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่พี่อยากทำให้พลับพลึงคือทำให้พลับพลึงกับลูกมีความสุขมากที่สุด ขอให้พี่ได้ทำแบบนั้น
“ความฝันเล็กๆ ของหนูคือมีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง มีเงินเอาไว้ให้ลูกเรียนหรือทำตามความฝัน ป้าเชื่อไหมคะ พอหนูไปเรียนหนังสือจริงๆ กลับค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในชีวิตไม่ใช่การเรียน แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างไรให้เราพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระของใคร”“ป้าแค่เป็นห่วง เพราะป้าแก่แล้วไม่รู้จะอยู่ได้นานสักแค่ไหน”“ป้าอย่าพูดแบบนี้สิจ๊ะ หนูรู้สึกใจคอไม่ดีเลย เพิ่งรู้ข่าวเรื่องแม่ที่จากโลกนี้ไปแล้ว ป้าก็จะมาจากหนูไปอีกคนเหรอคะ หนูคิดว่าถึงเราไม่มีผู้ชายคอยเลี้ยงดู เราก็ยืนได้ด้วยลำแข้งนะจ๊ะป้า ถ้าพี่เหมเขาเวทนาหนูเพราะยากจนและรู้สึกผิดเลยอยากรับผิดชอบหนูก็ไม่ต้องการหรอกจ้ะ”“แล้วเอ็งต้องการอะไร”“ต้องการความรักและความจริงใจจากเขาค่ะป้า เพราะถ้าเราอยู่ด้วยความรัก เราก็จะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ ต้องอึดอัดใจ แต่เราจะพยายามถนอมน้ำใจกันและกัน ทำให้คนที่เรารักมีความสุข และให้อิสระกับคนที่เรารัก หนูเลยไม่เรียกร้องให้เขาต้องมารับผิดชอบหรือรู้สึกผิดจนต้องมาทนอยู่ด้วยกันค่ะ” คำตอบของพลับพลึงทำให้ลำไยยิ้มกว้าง พลับพลึงในอดีตกับในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะพลับพลึงในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท
“หนูออกไปซื้อของก่อนนะจ๊ะป้า”“จ้ะ ไปเถอะ” ลำไยขานรับ มีความสุขกับการเลี้ยงหลาน ทุกครั้งที่พลับพลึงออกไปข้างนอก เหมราชจะมาหาลูกโดยความช่วยเหลือท่าน“ป้าครับ เรื่องที่ป้าขอร้อง ผมทำให้แล้วนะครับ” เหมราชคุ้นเคยกับเด็กๆ ทั้งสองดี เพราะเขามาหาแทบจะทุกวันที่มีโอกาส เขากอดหอมเล่นกับลูกยกร่างน้อยมานั่งบนตักไม่ยอมห่าง สิ่งที่ลำไยเคยขอเอาไว้คือให้ช่วยสืบเรื่องของจินดา มารดาของพลับพลึงให้หน่อย“เป็นยังไงบ้างคะ” คนถามหัวใจลุ้นระทึก อยากจะรู้ข่าวคราวของจินดาเต็มที ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว เหมราชร่ำรวยและมีเงินท่านจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงสามารถสืบหาจินดาได้อย่างแน่นอน เธอนั้นเป็นแค่หญิงชราแก่ๆ ที่ไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมายจึงไม่มีความสามารถจะทำแบบนั้นได้“ผมต้องเสียใจด้วยนะครับ” จินดาถูกรถชนตายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจึงกลายเป็นศพไร้ญาติ“โธ่...” ลำไยยกมือขึ้นทาบอก ค่อยๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแล้วร้องไห้สงสารเพื่อนเหมราชกลับไปไม่นานพลับพลึงก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นป้าลำไยนั่งร้องไห้“ป้าเป็นอะไรจ๊ะ” เสียงของพลับพลึงทำให้ลำไยรีบเช็ดน้ำตา“มาหาป้ามาพลับพลึง” ลำไยดึงร
เธอหยุดกิจการไปเป็นเดือนก็คิดว่าจะกลับมาค้าขายอีกครั้ง แม้ป้าลำไยจะแก่แล้วแต่ท่านก็ถือว่าเป็นคนสูงอายุที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน เรื่องดูแลลูกๆ ท่านเลยช่วยแบ่งเบาไปได้มาก เรื่องเรียนพลับพลึงก็ไม่ทิ้ง เธอตั้งใจเรียนและสอบเทียบไปเรื่อยๆ คาดหวังว่าไม่นานจะจบการศึกษา พอได้วุฒิมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว เธอจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่จะเรียนมหาวิทยาลัยเปิดที่สามารถเรียนทางไกลได้ อ่านหนังสืออยู่บ้านได้และค่อยไปสอบเอา หากมีอบรมหรือสัมมนาอะไรก็ค่อยไปเพราะเธอทำงานอิสระเป็นของตัวเองไม่ต้องลางานก็ไปได้สะดวก“ป้าจ๊ะ หนูจะออกไปซื้อของข้างนอกนะจ๊ะ ฝากป้าดูแลสองแฝดด้วยนะจ๊ะ” เธอตั้งชื่อลูกง่ายๆ ว่าหนึ่งกับสองคนพี่เป็นแฝดชายชื่อหนึ่ง คนน้องเป็นแฝดหญิงชื่อสอง“ได้ๆ ไปเถอะ ขับรถดีๆ ไม่ต้องรีบ”“ป้าอยากได้อะไรไหมจ๊ะ”“ไม่แล้วล่ะ”“เดี๋ยวมื้อกลางวันหนูจะทำแกงเลียงให้กินนะจ๊ะ”“อะไรก็ได้ ป้าไม่เรื่องมากหรอก ไปเถอะ เดินทางปลอดภัย ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง” ป้าลำไยยิ้มให้เด็กสาว อีกฝ่ายก็สวมใส่หมวกกันน็อก สตาร์ตรถ มอเตอร์ไซค์ขับออกไปจากบ้าน หลังจากจดรายการซื้อของเรียบร้อยแล้วพลับพลึงเก็บเงินได้ก




![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


