Share

8

last update publish date: 2026-04-12 21:15:18

พอเธอทำเสร็จจึงเดินออกมาข้างนอกก็เห็นว่าเพื่อนๆ กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานก่อนกลับบ้าน หลายคนกำลังซื้อขนมมานั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย พลับพลึงกลืนน้ำลายด้วยความหิว เธอไม่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ต้องเก็บเงินเอาไว้เผื่อมีเหตุจำเป็นเลยคิดว่าจะไปนั่งทำการบ้านที่      ม้านั่งใกล้สระเลี้ยงปลา

“ยายพลับพลึงมีพ่อขี้เมา กระจอกแบบนี้ยังจะมาเรียนอีก อยากกินขนมก็ไม่มีเงินซื้อ คลานมากราบฉันสิจะให้กิน” ปภาพูดขึ้นอย่างเหยียดๆ พลับพลึงเดินหนีไม่อยากมีเรื่องด้วย

“นางพลับพลึง ฉันพูดกับแกอยู่นะ” ปภาปาขนมใส่หัวของพลับพลึงเพื่อหาเรื่องอีกฝ่ายเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่กล้าตอบโต้

“ทำอะไรน่ะปภา ปาขนมใส่หัวเพื่อนทำไม” ครูใหญ่ถามเสียงดุ

“หนูเปล่านะคะ”

“ยังจะมาโกหกอีก ครูเห็นว่าเธอปาขนมใส่หัวพลับพลึง แถมยังล้อเลียนเพื่อนอีก” ปภาหน้าจ๋อยในทันที

“เห็นทีครูต้องทำโทษเธอแล้วล่ะปภา แกล้งเพื่อนแบบนี้มันไม่ดีรู้ไหม       ให้คิดถึงใจเขาใจเราสิ ถ้าเราโดนแกล้งแบบนี้บ้างจะรู้สึกยังไง ขอโทษพลับพลึงเดี๋ยวนี้”

“ขอโทษค่ะ” ปภากล่าวขอโทษ ก่อนกัดปากเบาๆ

“ปภากับทุกคนตรงนี้ที่ล้อพลับพลึงไปช่วยครูศรีสุภางค์ทำความสะอาดห้องสมุดและจัดหนังสือให้เสร็จเลย ไม่งั้นไม่ต้องกลับบ้าน” ปภาตาโตเมื่อได้ยินครูใหญ่พูดเช่นนั้น รู้สึกแค้นใจนักที่ตัวเองโดนทำโทษเพราะพลับพลึง

“เพราะนางพลับพลึงแท้ๆ เลยโดนครูใหญ่สั่งทำโทษ”

“พรุ่งนี้วันหยุดไปดักแกล้งนางพลับพลึงกันดีกว่าพวกเรา นางขอทานพ่อขี้เมานั่นชอบไปหาผักตรงชายป่าเอาไปขายที่ตลาดวันหยุดเพราะไม่มีจะกิน” ปภาพูดขึ้น เพื่อนในก๊วนเดียวกันยิ้มรับทันที

รุ่งขึ้นพลับพลึงออกไปเก็บผักกูดและหน่อไม้ตรงชายป่าแถวๆ คลองเพราะตรงนี้ผักขึ้นเยอะมาก เธอจะเอาไปขายตอนหัวรุ่งของอีกวัน พลับพลึงวางรองเท้าเอาไว้บนเนินทรายก่อนจะเดินลงไปในคลอง นอกจากมาหาผักแล้วเธอยังจะลงไปหากุ้งตัวเล็กๆ โดยใช้กระชอนช้อนขึ้นมาใส่ถัง เพราะว่าวันนี้เธอจะทำกุ้งฝอยทอด พอขึ้นมาจากน้ำ รองเท้าแตะที่วางทิ้งเอาไว้หายไป เด็กน้อยเดินหาจนทั่วก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างเสียดาย

“หายไปไหนนะ ใครขโมย” เด็กน้อยบ่นไปตลอดทาง แต่ก็หาไม่เจอ เธอกอดเข่าอย่างสิ้นหวัง ปาดน้ำตาทิ้ง เสียดายรองเท้าคู่นั้นจับใจเพราะใส่นุ่มสบายเท้าและคงแพงน่าดู ถ้าได้เจอกับเหมราชอีกครั้งจะบอกเขาว่าอย่างไรดีนะ เขาจะหาว่าเธอไม่รู้จักรักษาของหรือเปล่า

พลับพลึงหาจนถอดใจก่อนจะเดินเท้าเปล่ากลับบ้าน หนามไมยราบตำเท้าจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พอถึงบ้านล้างเท้าก็พบว่าเท้าเล็กๆ เป็นแผลเต็มไปหมด แต่เด็กน้อยต้องเร่งมือทำงานบ้านและมัดผัก พรุ่งนี้ต้องเอาไปขายที่ตลาดตอนหัวรุ่ง

“นางพลับพลึงเอ๊ย” เสียงของป้าลำไยดังขึ้นหน้าบ้าน เด็กน้อยที่กำลังทำงานบ้านอย่างแข่งขันขานรับและเดินมาดูหน้าบ้าน

“ป้าลำไยมีอะไรจ๊ะ”

“พ่อเอ็งนะ นอนเมาเหมือนหมาอยู่ข้างถนน เอ็งไปพากลับหน่อยเถอะ เห็นแล้วสมเพชเวทนาลูกตา” คนพูดถอนใจพรืดใหญ่ มองร่างเล็กๆ มอมแมมที่กำลังทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำด้วยความสงสาร

“จ้ะป้า” แม้จะรู้สึกอับอายที่บิดาชอบไปเมานอนอยู่ข้างถนนให้หมาเลียปากหรือคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมามองอย่างสมเพช แต่เธอก็ไม่อยากทิ้งบิดาเอาไว้แบบนั้น เด็กน้อยรีบลงจากบ้านไปหาบิดาในทันที ในบ้านของเธอไม่มีของมีค่าดังนั้นจะไปไหนมาไหนแค่งับประตูปิดเอาไว้เฉยๆ ก็พอ

“พ่อจ๊ะ พ่อกลับบ้านกันเถอะ” เด็กน้อยเข้าไปเขย่าบิดาที่นอนคลุกฝุ่นอยู่ตรงถนนในหมู่บ้าน กลิ่นเหล้าหึ่งนั้นทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนี เสียงคนยังไม่ส่างเมาเอะอะโวยวายไม่ยอมลุก แต่พลิกตัวนอนตะแคงไปอีกด้าน เด็กน้อยเลยไปหาใบไม้มาบังแดดให้บิดา เพราะมันสาดส่องลงมากระทบกับหน้า ก่อนจะนั่งรออยู่ตรงนั้น เพราะร่างเล็กๆ ของเธอคงประคองบิดากลับบ้านไม่ไหว ลำไยเห็นแล้วสงสารปนเวทนา จึงเอ่ยปากชวนมานั่งที่ร้านขนมตรงเพิงขายของ               แต่พลับพลึงเป็นห่วงบิดาเลยไม่ยอมลุกไปไหน นายพันตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็โวยวายว่าบุตรสาวไม่ยอมปลุก ให้มานอนอยู่ข้างถนนแบบนี้ ป้าลำไยที่เดินมาดูเด็กน้อยอย่างเป็นห่วงเลือดขึ้นหน้าในทันที

“ไอ้ชาติหมาเอ๊ย! ลูกมึงมานั่งเฝ้ามึง คอยเอาใบไม้มากางแดด ปัดแมลงหวี่แมลงวันให้ ยังไปว่ามันอีก จิตใจมึงทำด้วยอะไรห้ะ ลูกจะได้กินข้าวกินปลาไหมไม่เคยสนใจ ปล่อยให้ทำงานงกๆ เป็นพ่อประสาอะไร” ป้าลำไยเท้าสะเอวด่าฉอดๆๆ ด้วยความโมโห

“แล้วมึงเสือกอะไรด้วยอีแก่หนังเหี่ยว พูดมากปากหมา ยุ่งเรื่องครอบครัวกูเดี๋ยวก็เตะให้คอหักเลย”

“มึงกล้าก็เข้ามาสิ กูฟันกับอีโต้ไม่ยั้งแน่” คนที่กร่างจะเข้าไปตบตีลำไยถึงกับถอยกรูดเมื่อเห็นท่าทีเอาจริงของอีกฝ่าย ลำไยยกมีดอีโต้ขึ้นทำท่าจะฟันกลับเสียให้ขาดสองท่อน

“พ่อกลับบ้านกันเถอะจ้ะ ป้าจ๋าหนูขอโทษแทนพ่อด้วยนะจ๊ะ” พลับพลึงรีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“ไปขอโทษมันทำไม” พันกระชากเสียงใส่บุตรสาวก่อนจะลากมือให้เดินกลับบ้าน ลำไยด่าตามหลังไปแต่วูบหนึ่งอดสงสารเด็กน้อยไม่ได้

พอรุ่งขึ้นพลับพลึงไปขายผักที่ตลาด เธอเห็นปภาใส่รองเท้าคู่สวยซึ่งมันคือรองเท้าของเธอที่หายไปก็ตาโต

“ปภานี่รองเท้าของเรา”

“นางบ้า! รองเท้าอะไรของแก ฉันใส่ก็ต้องเป็นรองเท้าของฉันสิ ขี้ตู่อยากได้รองเท้าของคนอื่น” ปภาผลักร่างของพลับพลึงจนกระเด็น

“นี่มันรองเท้าของเราชัดๆ เราจำได้”

“รองเท้าแบบนี้ใครๆ ก็ซื้อใส่ได้ แต่แกนี่แหละ มีปัญญาซื้อรองเท้าแพงขนาดนี้ใส่เหรอ ไอ้พ่อขี้เมา ไอ้พวกขอทาน”

“เราไม่ใช่ขอทานนะ” พลับพลึงตรงเข้าไปแย่งรองเท้าที่ปภาสวมอยู่        แต่โดนอีกฝ่ายเตะจนกระเด็น

“เอารองเท้าเรามานะ” พลับพลึงเกาะขาปภาแน่น

“นางเด็กสกปรก อย่างแกมีปัญญาซื้อรองเท้าดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ          เจ้าข้าเอ๊ย นางพลับพลึงขี้ตู่อยากได้รองเท้าคนอื่น” ประไพเข้าข้างบุตรสาวตัวเอง จิ้มหน้าผากพลับพลึงจนหน้าหงาย

“อะไรกัน มึงทำอะไรหลานกู” ลำไยตรงเข้าปกป้องพลับพลึง แม้จะไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขกันแต่ก็รักเหมือนลูกหลานตัวเอง

“หลานมึงอยากได้รองเท้าสวยๆ ของลูกกูแต่ไม่มีปัญญาซื้อ มากอดแข้งกอดขาหน้าด้านตู่ว่าเป็นของตัวเอง” ประไพพูดฉอดๆ เท้าสะเอวทำท่าหัวหมอ

“รองเท้านั่นของพลับพลึงนะจ๊ะป้าลำไย พี่เหมซื้อให้แต่เมื่อวานพลับพลึงไปเก็บผักที่ริมคลองเลยถอดทิ้งเอาไว้แล้วมันหายไป” พลับพลึงรีบบอกลำไยปากคอสั่น

“หน้าด้าน รองเท้าของลูกกู มึงอยากได้ก็ไปบอกให้พ่อขี้เมาของมึงซื้อให้สิ”

“งั้นมึงกับลูกมึงกล้าสาบานไหม ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามึงกล้าสาบานให้ตายโหงตายห่ากูกับหลานจะยกให้ มันเป็นพวกเปรตขอส่วนบุญ อยากได้ของคนอื่น” ลำไยเท้าสะเอวท้าทายเสียงกร้าว คราแรกคนหันไปซุบซิบนินทาจนพลับพลึงรู้สึกอายที่โดนดูถูกว่าอยากได้ของคนอื่น แต่พอท้าให้สาบานสองแม่ลูกทำท่าเลิ่กลั่กหน้าซีดเผือด

“เอาสิ สาบานเลย ให้ตายห่าไปเลย ใครไม่ใช่เจ้าของแต่อยากได้ขอให้มันฉิบหายตายโหงไปเลยยิ่งดี”

“ถอดให้มันไปเถอะลูก ถือว่าทำทานให้หมาข้างถนน” ประไพบอกบุตรสาว

“แต่แม่!” ปภาไม่ยอมแต่โดนมารดาบังคับเลยต้องยอมถอด ก่อนจะโดนลากกลับบ้าน พลับพลึงดึงรองเท้าคู่นั้นมากอด ดีใจที่ได้คืน เพราะเป็นของที่เหมราชตั้งใจซื้อให้ พี่ชายใจดีที่เธอรอวันจะได้เจอเขาอีกครั้ง

“ขอบคุณป้ามากนะคะ” พลับพลึงยกมือไหว้ป้าลำไย อีกฝ่ายพยักหน้าให้บอกว่าไม่เป็นไร

“ถ้าป้าอยู่ด้วย จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเอ็งเด็ดขาด” ลำใยลูบศีรษะเด็กน้อยไปมาอย่างเอ็นดู

พลับพลึงรอการกลับมาของเหมราชวันแล้ววันเล่าแต่พี่ชายใจดีคนนั้นก็ไม่มา เธอไม่รู้จะติดต่อเขาได้อย่างไรเลยได้แต่รอ ดูเหมือนบิดาของเด็กน้อยจะสร้างเรื่องอีกเช่นเคย เพราะท่านเอาเงินทุนของบุตรสาวไปใช้จนต้องทะเลาะกับครูใหญ่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลับพลึงเหมราช   66

    แต่ไม่บังคับ ไม่ยัดเยียดอะไรให้เขา ปล่อยให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง พลับพลึงอยากสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปันตั้งแต่เด็กและไม่เลี้ยงลูกด้วยเงินแต่เลี้ยงด้วยความรักและหัดให้ลูกพึ่งพิงตัวเองได้ จะได้ไม่เป็นภาระใครวันเสาร์และวันอาทิตย์เหมราชจะพาเธอไปเรียนหนังสือ เขาช่วยทำรายงาน ช่วยหาข้อมูล แล้วก็ช่วยติวหนังสือให้เธอ เหมราชเป็นคนหัวดี เขาสอนหนังสือเธอเก่งกว่าครูที่สอนหนังสือเธอเสียอีก“ดึกแล้วนะ นอนได้แล้วครับ” เหมราชบอกภรรยาที่นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างขะมักเขม้น“อีกนิดนะคะ” เธอพูดก่อนจะหาว“หาวขนาดนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ พี่ว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเลยถึงอ่านไปก็ไม่หัวแล้ว นอนพักผ่อนให้เพียงพอค่อยลุกมาอ่านตอนหัวรุ่งก็ได้ครับ”“ค่ะ” เธอรับคำ กราบหนังสือและปิดตำราเรียน เหมราชยิ้มอ่อนโยนกับกิริยาของเธอ พลับพลึงได้กลับมาเรียนใหม่อีกครั้ง เธอก็รักการเรียน ขอบคุณหนังสือที่ให้ความรู้เธอเสมอ แม้ได้เรียนจริงๆ แล้วกลับรู้สึกว่าห้องเรียนในโลกกว้างและการลงมือทำสำคัญกว่าการเรียนในห้องเรียน แต่เพราะความตั้งใจแต่เด็กที่อยากเรียนให้จบอยากถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆ อยากสอนหนังสือเธอเลยมีความสุขกับการเรียนเหมร

  • พลับพลึงเหมราช   65

    เราต้องแก้ไขให้ปัจจุบันดีขึ้น เชื่อแม่สิเหม มีลูกมีเต้าด้วยกันแล้วเราเอาความดีเข้าสู้ต้องชนะใจเขาแน่ๆ” คุณนายจำปาบีบไหล่ของลูกชายเอาไว้แน่น เมื่อก่อนนางไม่เคยเชื่อว่าความดีของใครจะมาชนะใจได้ แต่เมื่อเจอวิบากกรรมโดนทำร้ายปางตาย ความดีของพลับพลึงชนะใจนางมาแล้ว เหมราชก็ต้องเอาชนะใจพลับพลึงได้เช่นเดียวกัน“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” เขารีบถลาเข้าไปหาคุณหมออย่างมีความหวัง“ภรรยาของคุณปลอดภัยแล้วครับ” เหมราชแทบจะก้มลงกราบคุณหมอ“พลับพลึงปลอดภัยแล้วครับคุณแม่ ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ยอมให้เกิดอันตรายกับเธออีก ชีวิตพลับพลึงน่าสงสารตั้งแต่เด็ก เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว ผมจะไม่มีวันทิ้งเธอหรือทำให้เธอเสียใจอีก” ประโยคซ้ำๆ ของเหมราชทำให้คุณนายจำปาตบไหล่ของลูกชายเบาๆ เขาเดินไปยังห้องพักฟื้นของเธอ ดึงมือน้อยมากุมเอาไว้แล้วแนบกับแก้ม ดวงตาแดงก่ำ“เหมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมลูก”“ไม่ครับ พลับพลึงตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครอาจจะกลัว”“งั้นแม่จะให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้นะ”“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะขอคุณแม่”“ว่ามาเลยจ้ะ แม่ยินดีทำให้ทุกอย่าง”“ผมฝากลูกสองคนด้วยนะครับ”“ได้สิ แม่จะดูแลหลานแม่ทั้งสองคนให้ดีที

  • พลับพลึงเหมราช   64

    แต่วันนี้ยังไม่ได้ปั๊มนมเลย ถ้าหิวก็จับเต้าให้ดูดด้วยความเคยชินอาจเพราะทำงานอยู่บ้าน เธอเลยสะดวกเวลาจะให้นมลูก“ครับ” เขาตอบหน้าเป็นไม่ยอมไปไหน พลับพลึงค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะหันหลังให้เขาแล้วจัดการจับลูกน้อยมานอนดูดเต้า แฝดน้องนั้นกำลังเล่นสนุกท่าทางจะไม่หิวเหมือนคนโตเหมราชรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกไม่น้อย เขาแอบชะโงกหน้าไปดูเห็นปากเล็กๆ สีแดงกำลังดูดจุกนมอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเจ้าแฝดคนเล็กก็เดินเตาะแตะมาหา นั่นทำให้พลับพลึงหันมามอง เธอหน้าแดงมองค้อนเขา“พี่ซื้อเสื้อผ้ามาฝากลูกด้วยนะ”“จริงๆ คุณเหมไม่เห็นต้องลำบากเลยนะคะ ลูกมีเสื้อผ้าเยอะแล้ว” น้ำเสียงของเธอสะบัดนิดๆ เขาเลยยิ้ม“ไม่ลำบากเลย พี่อยากซื้อให้ลูก อยากดูแล อยากเห็นหน้าทั้งแม่ทั้งลูกทุกวัน” เธอเงยหน้ามองเขา พอสบประสานสายตาเข้าหากัน เธอก็หลบวูบ รู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก“อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ”“ต่อจากนี้ไปพี่จะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พี่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ปล่อยให้พลับพลึงต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่พี่อยากทำให้พลับพลึงคือทำให้พลับพลึงกับลูกมีความสุขมากที่สุด ขอให้พี่ได้ทำแบบนั้น

  • พลับพลึงเหมราช   63

    “ความฝันเล็กๆ ของหนูคือมีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง มีเงินเอาไว้ให้ลูกเรียนหรือทำตามความฝัน ป้าเชื่อไหมคะ พอหนูไปเรียนหนังสือจริงๆ กลับค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในชีวิตไม่ใช่การเรียน แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างไรให้เราพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระของใคร”“ป้าแค่เป็นห่วง เพราะป้าแก่แล้วไม่รู้จะอยู่ได้นานสักแค่ไหน”“ป้าอย่าพูดแบบนี้สิจ๊ะ หนูรู้สึกใจคอไม่ดีเลย เพิ่งรู้ข่าวเรื่องแม่ที่จากโลกนี้ไปแล้ว ป้าก็จะมาจากหนูไปอีกคนเหรอคะ หนูคิดว่าถึงเราไม่มีผู้ชายคอยเลี้ยงดู เราก็ยืนได้ด้วยลำแข้งนะจ๊ะป้า ถ้าพี่เหมเขาเวทนาหนูเพราะยากจนและรู้สึกผิดเลยอยากรับผิดชอบหนูก็ไม่ต้องการหรอกจ้ะ”“แล้วเอ็งต้องการอะไร”“ต้องการความรักและความจริงใจจากเขาค่ะป้า เพราะถ้าเราอยู่ด้วยความรัก เราก็จะไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ ต้องอึดอัดใจ แต่เราจะพยายามถนอมน้ำใจกันและกัน ทำให้คนที่เรารักมีความสุข และให้อิสระกับคนที่เรารัก หนูเลยไม่เรียกร้องให้เขาต้องมารับผิดชอบหรือรู้สึกผิดจนต้องมาทนอยู่ด้วยกันค่ะ” คำตอบของพลับพลึงทำให้ลำไยยิ้มกว้าง พลับพลึงในอดีตกับในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะพลับพลึงในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท

  • พลับพลึงเหมราช   62

    “หนูออกไปซื้อของก่อนนะจ๊ะป้า”“จ้ะ ไปเถอะ” ลำไยขานรับ มีความสุขกับการเลี้ยงหลาน ทุกครั้งที่พลับพลึงออกไปข้างนอก เหมราชจะมาหาลูกโดยความช่วยเหลือท่าน“ป้าครับ เรื่องที่ป้าขอร้อง ผมทำให้แล้วนะครับ” เหมราชคุ้นเคยกับเด็กๆ ทั้งสองดี เพราะเขามาหาแทบจะทุกวันที่มีโอกาส เขากอดหอมเล่นกับลูกยกร่างน้อยมานั่งบนตักไม่ยอมห่าง สิ่งที่ลำไยเคยขอเอาไว้คือให้ช่วยสืบเรื่องของจินดา มารดาของพลับพลึงให้หน่อย“เป็นยังไงบ้างคะ” คนถามหัวใจลุ้นระทึก อยากจะรู้ข่าวคราวของจินดาเต็มที ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว เหมราชร่ำรวยและมีเงินท่านจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงสามารถสืบหาจินดาได้อย่างแน่นอน เธอนั้นเป็นแค่หญิงชราแก่ๆ ที่ไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมายจึงไม่มีความสามารถจะทำแบบนั้นได้“ผมต้องเสียใจด้วยนะครับ” จินดาถูกรถชนตายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจึงกลายเป็นศพไร้ญาติ“โธ่...” ลำไยยกมือขึ้นทาบอก ค่อยๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแล้วร้องไห้สงสารเพื่อนเหมราชกลับไปไม่นานพลับพลึงก็ขับรถกลับมาถึงบ้าน รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นป้าลำไยนั่งร้องไห้“ป้าเป็นอะไรจ๊ะ” เสียงของพลับพลึงทำให้ลำไยรีบเช็ดน้ำตา“มาหาป้ามาพลับพลึง” ลำไยดึงร

  • พลับพลึงเหมราช   61

    เธอหยุดกิจการไปเป็นเดือนก็คิดว่าจะกลับมาค้าขายอีกครั้ง แม้ป้าลำไยจะแก่แล้วแต่ท่านก็ถือว่าเป็นคนสูงอายุที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน เรื่องดูแลลูกๆ ท่านเลยช่วยแบ่งเบาไปได้มาก เรื่องเรียนพลับพลึงก็ไม่ทิ้ง เธอตั้งใจเรียนและสอบเทียบไปเรื่อยๆ คาดหวังว่าไม่นานจะจบการศึกษา พอได้วุฒิมัธยมศึกษาปีที่หกแล้ว เธอจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่จะเรียนมหาวิทยาลัยเปิดที่สามารถเรียนทางไกลได้ อ่านหนังสืออยู่บ้านได้และค่อยไปสอบเอา หากมีอบรมหรือสัมมนาอะไรก็ค่อยไปเพราะเธอทำงานอิสระเป็นของตัวเองไม่ต้องลางานก็ไปได้สะดวก“ป้าจ๊ะ หนูจะออกไปซื้อของข้างนอกนะจ๊ะ ฝากป้าดูแลสองแฝดด้วยนะจ๊ะ” เธอตั้งชื่อลูกง่ายๆ ว่าหนึ่งกับสองคนพี่เป็นแฝดชายชื่อหนึ่ง คนน้องเป็นแฝดหญิงชื่อสอง“ได้ๆ ไปเถอะ ขับรถดีๆ ไม่ต้องรีบ”“ป้าอยากได้อะไรไหมจ๊ะ”“ไม่แล้วล่ะ”“เดี๋ยวมื้อกลางวันหนูจะทำแกงเลียงให้กินนะจ๊ะ”“อะไรก็ได้ ป้าไม่เรื่องมากหรอก ไปเถอะ เดินทางปลอดภัย ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง” ป้าลำไยยิ้มให้เด็กสาว อีกฝ่ายก็สวมใส่หมวกกันน็อก สตาร์ตรถ มอเตอร์ไซค์ขับออกไปจากบ้าน หลังจากจดรายการซื้อของเรียบร้อยแล้วพลับพลึงเก็บเงินได้ก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status