Masuk“ชลไหนบอกจะกลับบ้าน บิ๊กกลับมาไม่เจอชล ตกลงว่าจะกลับไหม?”
“อีกสองสามวันนะบิ๊ก ชลต้องดูแลพี่ธารน่ะพี่ธารใกล้คลอดแล้ว บิ๊กก็รู้นี่”
เสียงโต้ตอบกลับมาฟังหงุดหงิดนัก ภาวิชถอนหายใจเฮือก จริงๆ แล้วคนที่ควรจะหงุดหงิดน่าจะเป็นเขามากกว่า ที่กลับมาก็ยังไม่เจอเธอ ทั้งที่คุยกันแล้วแท้ๆ ว่าเธอจะยอมกลับบ้าน หลังจากที่งอนเขามานานเกือบสองเดือน
เป็นการทะเลาะ และงอนกันที่นานที่สุดแล้วกระมัง แถมมาทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง งานวิวาห์จึงต้องเลื่อนไปอีกสามเดือน เขาก็ยอมตามใจเธอแล้ว ที่จะให้หาคนจัดงานแต่งงานใหม่ หมดเปลืองมากกว่าเดิม ภาวิชถึงกับไปกู้เงินมาไม่บอกให้เธอรู้ เพื่อจะได้บริษัทและทุกสิ่งที่เธอพอใจ
“อืม...แล้วบิ๊กจะได้เจอชลวันไหนครับ คิดถึงมาก คิดถึงแฟน”
“วันศุกร์นี้ล่ะ แค่นี้นะคะ หมอเรียกพี่ธารแล้ว”
เธอตัดบทและวางสายไป ภาวิชพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ หน้าของเขาหงิก จนคนที่ยืนอยู่ข้างๆ มองตาแป๋ว พลางเอ่ยเสียงใส
“เอ่อ...บุ้งขอตัวกลับก่อนนะคะพี่บิ๊ก”
“อยู่ก่อนสิ พี่บอกแล้วว่าจะตอบแทนบุ้งที่มาส่ง แล้วก็ดูแลจัดการของฝาก ของอะไรให้พี่ ทริปนี้ถ้าไม่มีบุ้ง พี่ก็คงแย่แน่ๆ เลย”
เขารีบเอ่ยห้ามเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องสาวไว้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะถึงประตูห้อง ทางนั้นหันมายิ้มแหยส่งให้เขา
“ก็หน้าพี่บิ๊ก ดูเหมือนว่าอยากอยู่คนเดียวน่ะค่ะ แล้วอีกอย่างหนึ่งพี่ชลก็ไม่อยู่ บุ้งไม่อยู่รบกวนดีกว่าค่ะ”
“ไม่รบกวนหรอก เฮ้อ...บุ้งไปกินหมูกระทะกับพี่ไหม? ไหนๆ ชลก็ไม่อยู่ล่ะ ตอนแรกพี่จะให้ชลทำของอร่อยๆ ให้กับบุ้งกินสักหน่อย แม่ครัวไม่อยู่แล้ว เราก็ไปหาอะไรข้างนอกกินกัน”
“หมูกระทะ” บุ้งหรือบุษภรณ์อุทาน แล้วมองกวาดภาวิชทั้งตัว ก่อนจะทำเสียงแหลม
“พี่บิ๊กจะกินหมูกระทะ”
“แล้วไง?”
ภาวิชมองตามสายตาเธอ แล้วจับที่รอบเอวตัวเอง แน่ล่ะเขาเป็นผู้ชายที่ตัวใหญ่ สูง และมีน้ำหนักเกินไปเล็กน้อย หลายเดือนมานี่เขาพยายามควบคุมน้ำหนักตัวเอง เพราะอยากจะดูดีที่สุดในวันแต่งงานกับชลกมล งานแต่งที่รอมานาน...เขารักกับเธอมายาวนานเหลือเกิน และรักมากขึ้นทุกวัน เขาน้ำหนักลดลงไปได้แล้วห้ากิโลกรัมด้วยความพยายามอย่างหนัก งดรับประทานของที่ชอบ และพยายามไปหาเวลาออกกำลังกาย แน่ล่ะกิจกรรมทุกอย่างที่เขาทำ มันเพราะแรงเชียร์และการเสาะหาสารพันเคล็ดลับ จากรุ่นน้องสาวคนนี้นั่นแหละ เขาค่อนข้างจะสนิทกับเธอเพราะทำงานด้วยกัน มาสองปี บุษภรณ์เป็นคนตัวเล็ก ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ชอบรับประทาน เข้าขาดีกับเขาที่ชอบรับประทานพอๆ กัน นิสัยของเธอเป็นสาวห้าวนิดๆ ว่องไว คล่องแคล่ว ตลก มองโลกในแง่ดี มันทำให้เขานึกรักเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
“วันชีสเดย์เพิ่งจะเมื่อวานนะคะพี่ขา ที่กินเนื้อย่างกันที่โอซาก้าก่อนกลับอะ”
“อีกชีสก็ได้ วันนี้อยากกิน”
เขาว่า บุษภรณ์ถอนใจน้อยๆ ตาของเธอมองใบหน้าของเขา เขาไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อคมสะดุดตา หากภาวิชเป็นผู้ชายที่มองไปมองมาแล้วจะหลงเสน่ห์เขาโดยไม่รู้ตัว เพราะเขาน่ารัก สุภาพ และยิ้มเก่ง เธอชอบรอยยิ้มของเขา ตาหยีๆ ที่ปิดแทบจะมองไม่เห็นเวลาที่เขายิ้มหรือหัวเราะ
เธอรักเขาเหมือนพี่ชาย...
เธอควรจะหยุดความรักและความห่วงใยทั้งหมด...แค่นั้น
เพราะเขามีคนรักที่รักกันมายาวนานและกำลังจะเข้าประตูวิวาห์กันอยู่แล้วอย่างชลกมล ผู้หญิงที่สวย เก่ง ครบสูตรคนนั้น คนที่เธอเทียบไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
นึกแล้วเธอก็แปลบใจนิดๆ เสียเหลือเกิน
“แนะ ลดแทบตายนะพี่บิ๊ก”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ไปวิ่งสักสามกิโล รีดออกวันมะรืน”
“แล้วพรุ่งนี้ล่ะ” บุษภรณ์หัวเราะ
“กินวันนี้ก็ต้องเอาออกพรุ่งนี้สิพี่บิ๊ก ทำไมจะต้องไปเอาออกมะรืน แล้วแค่สามกิโลน่ะ จะออกกี่แคลลอรี่กัน”
“เหอะน่า พรุ่งนี้พี่อยากนอน” ภาวิชโบกมือ แล้วหัวเราะบ้าง
“ตกลงจะไปไหม พี่เลี้ยงเอง กินไม่อั้นนะ”
“มันบุฟเฟ่อยู่แล้วหรือเปล่าล่ะ”
เธอแกล้งขัด เลยโดนภาวิชเอื้อมมือมาขยี้ผมเอาอย่างมันเขี้ยว จนต้องปัดป้องกรี๊ดกร๊าด
ในที่สุดเขาและเธอก็มากินหมูกระทะด้วยกัน ภาวิชสั่งเบียร์มาดื่ม ไม่สนว่าบุษภรณ์จะปราม ว่าแคลลอรี่จุกล้นแน่นอน วิ่งรอบกรุงเทพฯไม่น่าจะพอ
“หามพี่กลับบ้านด้วย พี่อยากเมา” เขาว่า แล้วสั่งเบียร์ดื่มอีกเป็นขวดที่สาม
“เอ๊า...อะไรน่ะพี่บิ๊ก เมามาบุ้งไม่แบกนะ”
“ต้องแบก” เขาว่าแล้วชี้หน้าเธอ พร้อมกับยิ้ม
“บุ้งเป็นน้องรักพี่นะเว้ยเฮ้ย จะทิ้งพี่เหรอ”
“เอ้า”
บุษภรณ์ได้แต่ร้องอ้าว แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อเธอจะต้องกึ่งลากกึ่งจูง ผู้ชายที่สูงกว่าเธอเกือบห้าสิบเซนติเมตร และหนักกว่าเธอถึงสามสิบกิโลกรัม ขึ้นไปยังห้องของเขา
“โอ๊ย...อิพี่บิ๊ก หนักเหมือนควาย”
เธอถึงกับสบถ เมื่อสุดปัญญาที่จะลากเขาต่อ ปล่อยให้ภาวิชนอนกลิ้งที่กลางห้อง แล้วถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องนอน เธอพยายามไม่มองสภาพในห้องนอนของเขาและ...คนรัก คว้าเอาหมอนและผ้าห่มเดินออกมาวางข้างๆ ให้กับภาวิช ก่อนจะเปิดแอร์ให้ แล้วทำท่าจะเดินก้าวออกไป แต่ชะงัก เพราะเสียงเรียกดังขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน...บุ้ง มานี่ก่อน”
“อะไรน่ะ อะไรอีกคะคุณพี่”
ภาวิชพยายามลืมตาขึ้นมามองเธอ แต่ก็ยากเหลือเกินเพราะมันคอยจะหลับอยู่เรื่อย มือเขาเอื้อมเปะปะ จนเจอเข้ากับมือของเธอ บุษภรณ์หน้าแดงก่ำ เมื่อเขาจับมือของเธอไปพรมจูบ จนต้องดึงหนี
“พี่บิ๊ก เมาแล้ว เอ๊อ วุ่นวายว่ะ”
“พี่จะขอบใจ ขอบใจที่บุ้งไม่ทิ้งพี่ ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ”
“ใครจะทิ้งได้เล่า พี่ชายทั้งคนน่ะ”
เธอถอนใจเฮือกใหญ่ ภาวิชดึงมือเธอไปแนบแก้มอีกหน หนนี้เธอ...ยอมให้เขาทำแบบนั้น
ใจของเธอเต้นแรง...กับสัมผัสนั้น
เขาทำไมน่ารักแบบนี้กันนะ แม้ยามเมามายไร้สติ ก็ยังน่ารักน่าหยิก
เฮ้อ...
ใจของเธอหน่วง...นัก
“พี่รักแกนะ บุ้งนะ”
“อื้อรู้แล้ว ว่ารัก”
“แล้วทำไมคนที่พี่รัก...เค้า...ไม่ยอมกลับบ้านเสียที เค้าไม่อยากแต่งงานกับพี่หรือเปล่า บุ้ง บุ้งรู้ไหมว่าพี่ไม่ดีตรงไหน รู้ไหม?”
“พี่บิ๊กน่ารัก เป็นคนดี เป็นหมีตัวใหญ่ที่น่ากอดจะตาย”
เธอว่า พลางฝืนหัวเราะ ทางนั้นเองได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะขำ เขามองจ้องหน้าของเธอ ความเมาและความรู้สึกในใจ แผลที่ชลกมลสร้างให้ ความอบอุ่นที่บุษภรณ์มอบให้ มันทำให้เขา...ดึงเธอมากอด เขาอยากได้ความอบอุ่นจากใครสักคน
“พี่ก็อยากกอดแก พี่อยาก ฮือๆ พี่อยากกอดใครสักคน”
“พี่บิ๊ก ปล่อยบุ้งนะ อิพี่บิ๊ก ร้องไห้ทำไมน่ะ”
ร่างเล็กที่ถูกเขารัดเข้าไปในอ้อมแขน หยุดดิ้นรนเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ เธอประคองใบหน้าของเขาไว้ แล้วเบิกตาโต ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้ เจ้ากรรม เห็นเขาร้องแบบนั้น เธอก็ดันร้องไห้ตามเขาไปเสียแบบนั้น
“พี่เจ็บใจ เจ็บมาก ชลโกรธพี่ไม่หายสักที”
“โอ๋ๆ เฮ้อ...ตัวยังกับหมี ร้องไห้เหมือนเด็กๆ”
เธอถอนใจ ลูบหลังให้เขา เอ่ยปลอบเขาเหมือนปลอบเด็ก ตอนแรกใจสั่นเพราะเกรงว่าเขาจะทำอะไรเข้า แต่เมื่อเขาทำแค่นั้น แค่นอนกอดเธอ...แถมร้องไห้...เธอควรจะต้องกลัวอะไรผู้ชายคนนี้อีก
“พรุ่งนี้ชลจะกลับมาเนาะ”
เขายังคงเอ่ยงึมงำ สะอื้นเบาๆ เสียด้วย บุษภรณ์ทำได้แค่ถอนใจ แล้วตอบเขาไปอย่างเอาใจคนเมา
“อื้อ ถ้าพี่ชลไม่กลับมา บุ้งจะไปตามให้นะ โอ๋ๆ นอนนะนอน”
“คร่อก” เสียงกรนเบาๆ ดังตอบกลับมา หลังจากเธอลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจไม่ถึงนาที
“เอ๊อ...คิกๆ”
อดขำคนตัวโตไม่ได้ เธอค่อยๆ ดึงตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขา แล้วก็นั่งขัดสมาธิ มองพิศหน้าของเขาที่ตอนนี้ซบกับหมอน นอนอ้าปากน้อยๆ ส่งเสียงกรนเบาๆ มือน้อยนั่นเอื้อมไป...เกือบจะแตะแก้มของเขา แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจดึงมือของตนออก ฝืนยิ้มให้กับคนหลับ
“บุ้งจะไปตามพี่ชลให้นะพี่บิ๊ก เฮ้อ...บุ้งก็ทำได้แค่นี้ล่ะ แค่อยู่ข้างๆ พี่บิ๊ก”
เธอเอ่ยพึมพำกับตนเอง แล้วเดินออกไปจากห้อง ทิ้งภาวิชไว้ตรงนั้น
บางทีกามเทพก็เล่นตลกกับหัวใจของคน
บุษภรณ์คิดอย่างเจ็บแปลบ แต่เธอก็อยากจะอยู่ในสถานะน้องสาว ของคนตัวโต ดูแลเขาไป ให้เขามีความสุข นั่นคือสิ่งทีเธอจะมีความสุขไปพร้อมกับเขา
ความรักของเธอคือการที่เห็นคนที่รักมีความสุขสินะ...ช่างเป็นความรักที่ดูไม่ได้หวังผลอะไรให้ตัวเองเลยสักนิด แต่เธอก็มีความสุขแล้วแค่นี้จริงๆ เธอรอวันที่ตัวเองจะ...มีใครสักคนที่ฟ้าส่งลงมาเคียงข้าง ทดแทนภาวิชที่เขาคงไม่รู้หรอกว่า น้องสาวนอกไส้คนนี้คิดอะไรกับเขาแบบไหน
หกเดือนต่อมา“พี่บิ๊ก...ไส้กรอกไหม อร่อยนะ” “อันเดียวพี่ไม่พอกิน ขอทั้งถุงเลยก็แล้วกัน”มือนั้นคว้าแย่งถุงพลาสติกบรรจุไส้กรอกทอดไปจากมือเธอ บุษภรณ์ปล่อยให้เขาได้ไป แล้วนั่งมองเขาที่กินมันตุ้ยๆ อย่างน่าอร่อย พลางยิ้ม“เอาอีกไหมล่ะ เดี๋ยวจะไปซื้อเพิ่มมาให้อีก”“อื้อ เอา”เธอลุกขึ้นไปซื้อมาให้เขาอีกหนึ่งชุด แล้วนั่งมองเขากิน ภาวิชเงยหน้าขึ้นจากถุงไส้กรอก แล้วหันมามองเธอ“มองอะไร?”“พี่บิ๊กกินได้แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย กินเยอะๆ นะ บุ้งชอบมองพี่กิน”“หึๆ เดี๋ยวจะให้เลี้ยงเลยนี่”“เลี้ยงได้นะ” บุษภรณ์ว่า แล้วล้วงกระเป๋าสตางค์ใบเล็กของเธอออกมา ยื่นส่งให้เขา“เอ้าให้หมดกระเป๋าเลย ขอแค่พี่บิ๊กกลับมาร่าเริงอีกหน กินเก่งอีกหน พูดมากอีกหน บุ้งยอมเปย์”“ขอบใจนะบุ้ง ที่อยู่ข้างพี่ตลอด...”เขาดึงเธอมากอด บุษภรณ์ขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้เขากอดไว้ เธอพึมพำอุบอิบกับอกกว้างนั่น“อื้อ...บุ้งทิ้งพี่บิ๊กไม่ได้หรอก”“บุ้งรักพี่มากกว่าพี่ชายหรือเปล่า” ๆ เขาก็ถามแบบนั้น ทำให้บุษภรณ์ถึงกับตัวแข็ง หน้าเธอแดงซ่านขึ้นมาทันที นึกดีใจที่เขากอดไว้แบบนั้นเพราะเขาจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าของเธอที่ฟ้องอาการพิรุ
“ธารฟังกันก่อนสิ ธาร คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ ผมไม่ให้คุณหย่า”อนพถึงกับก้มลงคุกเข่า กราบขอโทษภรรยา หากเธอเมินมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของเขา น้ำตาของเธอตอนนี้ไม่ไหลสักหยด เขาทำกับเธอได้อย่างไร?ถ้ากับผู้หญิงคนอื่น...มันอาจจะให้อภัยกันได้ แต่นี่คือน้องสาวแท้ๆ ของเธอเธอหลับตา สั่นหน้า แล้วเอ่ยเสียงเบาหวิว พร้อมกระชับลูกน้อยในอกที่กำลังหลับตาพริ้ม“ธารจะหย่า”“โธ่...ธาร ขอร้องเถอะ อย่าเพิ่งหย่าตอนนี้ พี่กำลังโดนกระแสโจมตีหนักเลย มันลามไปถึงการบอยคอดต์หลายอย่าง พี่จะแย่เอาถ้าธารหย่า มันคือการยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แล้วเรื่องนั้น แบบ...พี่กลบข่าวได้ ว่าเป็นการตัดต่อ การใส่ร้ายอะไรก็ได้ แต่ถ้าธารหย่าพี่ก็จะแก้ตัวอะไรไม่ได้เลย”“เรื่องของคุณ”คำเรียกสรรพนามของเขาช่างห่างเหินเหลือเกิน อนพมองหน้าเธอ แต่เธอเมินไปทางอื่นไม่มองเขา เขาหวังจะเห็นน้ำตา...เพราะมันจะแสดงบ้างว่าเธอมีเยื่อใย แต่เขาก็ไม่ได้เห็นหยดน้ำล้ำค่าเล่านั้นสักนิด“ธาร...โธ่...ธาร พี่รักธาร รักยัยหนู กับชล...มันคือความใกล้ชิดนะธาร พี่ไม่ได้รักเค้า แล้วเค้าก็...เป็นฝ่ายมายั่วพี่ก่อนด้วย ทั้งหมดพี่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ต
“ยินดีด้วยนะ บิ๊ก ชล”“รักกันไปนานๆ นะ คู่ประวัติศาสตร์ของรุ่น”“มีตัวเล็กไวๆ น้า”คำอวยพรมากมายมีให้กับคู่บ่าวสาว บรรยากาศในงานช่างแสนอบอุ่นและหรูหรา ชลกมลเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในรุ่นเพื่อนๆ เลยก็ว่าได้ งานนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นของเขาและเธอตอนเรียนมหาวิทยาลัยมาเป็นจำนวนมาก แทบจะเหมือนงานเลี้ยงรุ่นกลายๆ งานเลยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน งานพิธีผ่านไปอย่างราบรื่น สวยงาม บิดามารดาของชลกมลก็ยิ้มปลื้มที่ลูกสาวคนเล็กเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ธารกมลเองวันนี้ไม่ได้มางานของน้อง เพราะเธอต้องดูแลลูกสาวตัวน้อย ที่ไม่สบาย แต่ก็ขอให้มารดาส่งบรรยากาศในงานมาให้ดูเรื่อยๆ นึกปลื้มและภูมิใจแทนน้องสาวนัก อนพเป็นตัวแทนของเธอ ช่วยเหลือเตรียมงานจนลุล่วงมาถึงวันนี้อย่างสวยงาม เธอนึกดีใจที่สามีรักน้องสาวของเธอ อนพเคยบอกกับเธอว่าเอ็นดูชลกมลเหมือนน้องแท้ๆ “เหนื่อยไหมชล” เจ้าบ่าวสะกิดถาม ชลกมลสั่นหน้าน้อยๆ แล้วยิ้มสดใสส่งให้เขา คำชมเกี่ยวกับงานของเธอ รูปโฉมความงามของเธอ พิธีที่ราบรื่นสวยงาม มันทำให้ชลกมลมีความสุขในวันนี้เป็นอย่างมาก แม้เจ้าบ่าวที่ยืนข้างเธอนั้น จะเป็นคนที่เธอแทบจะไม่เหลือความพิศวาส หรืออยากจะครองคู
“อื้อๆ เดี๋ยวลองถามให้ก็แล้วกัน พี่อ๋อคงจะสั่งนั่นล่ะ มีอะไรอีกไหมบิ๊ก”“เรื่องวีดีโอพรีเซนเทชั่นของเราที่ถ่ายไว้ บิ๊กส่งให้ชลดู ชลอยากจะให้ปรับให้เพิ่มตรงไหนไหม?”“ไม่อะ ก็ดีอยู่แล้ว”“เรื่องรูปในงาน ชลเลือกแล้วหรือยังจ๊ะ ว่าจะเอารูปไหนบ้างที่จะตั้งโชว์ รูปที่บิ๊กเลือกๆ ไว้กลัวไม่ถูกใจชล”“เลือกไปได้เลย บิ๊กเอารูปไหน ก็ตามใจบิ๊ก”“เอ่อ...”“แค่นี้นะบิ๊ก ชลมีธุระอะ ต้องดูหลานให้พี่ธาร พักนี้คงยังไม่ได้กลับบ้านหรอก นี่ชลก็ออกมาซื้อของเพิ่ม ไม่สะดวกคุย ไม่สะดวกแชทเท่าไหร่ บิ๊กจัดการไปเลยจ้ะ เราจ้างมืออาชีพมาทำ จ่ายไปขนาดนั้น ยังไงงานก็ออกมาดีอยู่แล้วล่ะ”“จ้ะ...งั้นบิ๊กไม่กวนนะ”“อือ แค่นี้นะ จัดการเองไปได้เลย ไม่ต้องถามชล ทุกอย่างตามใจบิ๊ก”เธอตอบเหมือนจะเอาใจเขา แต่จริงๆ คือปัดรำคาญ และตัดปัญหาไม่ให้เขาโทรมากวนใจเธออีก เมื่อเขาวางสายลง ชลกมลก็ถอนหายใจพรืดใหญ่ เธอเร่งความเร็วของรถให้มากขึ้น เพื่อตรงไปยังเป้าหมายเธออาสามารับพี่เขยที่สนามบิน ตอนนี้ธารกมลป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องนอนในโรงพยาบาล ยัยหนูตัวน้อยอยู่ในมือพี่เลี้ยง เป็นโอกาสเล็กๆ ของเธอ ที่จะได้อยู่สองต่อสองกับอนพบ้าง
“พี่บิ๊กลองกล้องตัวใหม่ของบริษัทเราหรือยัง”เบญภรณ์เอ่ยถามขึ้น ขณะที่รับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน ภาวิชเลื่อนจานอาหารออกหลังจากที่กินไปได้ครึ่งจาน แน่ล่ะ...ตอนนี้เขากำลังไดเอต อยากจะน้ำหนักลดลงอีกสักนิดหน่อย ก่อนถึงวันวิวาห์ ที่ใกล้จะมาถึงแล้ว วันที่เขารอคอย...“พี่ลองเอาไว้ในห้องครัว ห้องนอน แล้วก็ห้องโถง สามจุดน่ะ”เขาเปิดแอพพิเคชั่นให้กับหล่อนได้ดูถึงความคมชัดของกล้อง“มันควบคุมการทำงานให้หมุนได้ 360 องศา จากตรงนี้ด้วยนะ โปรแกรมก็ใช้ได้ดีเลยล่ะ ทดลองมาแล้วสองวัน แต่หัวหน้าบอกให้พี่ติดไว้สักเดือน ดูเอฟเฟคจากการใช้งานไปด้วย”“ถ้าเกิดว่ามันใช้งานได้ดี น่าจะขายดีเลยเนาะ แต่ราคามันก็...ตามคุณภาพนะพี่อ๋อ เราคงจะต้องเหนื่อยกันหน่อยกับการกระตุ้นยอดขาย”เบญภรณ์ว่า ตอนนี้หัวสมองของเธอเริ่มแล่นไหลไปแล้วว่า ควรจะนำกล้องระบบความปลอดภัยนี้ ไปเสนอที่ไหนได้บ้าง ราคาของมันค่อนข้างสูง คงจะเน้นบริษัทขนาด ห้างร้าน และกลุ่มคนที่มีฐานะ ถึงจะมีกำลังซื้อ “อืม...คนแรกที่พี่จะเสนอขายก็คือพี่อ๋อนี่ล่ะ” ภาวิชว่า เบญภรณ์หัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่หยอก“แหม...หนนี้ปูพรมคนกันเองเลยนะพี่บิ๊กยอดทะลุแน่ๆ ได้คุ
พี่ว่าเราควรห่างกันสักพัก พี่มีจะต้องไปประชุมที่ต่างประเทศ ช่วงที่ธารอาจจะคลอดพอดี พี่ฝากชลดูแลหลานด้วยนะจ๊ะ เมียรัก ส่วนเรื่องข่าวในเพจ เราก็ทำเงียบๆ กันไป เดี๋ยวก็ซาไปเองเขาตอบข้อความของเธอมาเพียงแค่นี้ ไม่มีคำอธิบายใดๆ ว่าสาวๆ ที่เธอแคปส่งไปให้เป็นใคร แต่ก็ช่างเหอะ ไม่ใช่เวลาจะมาไล่บี้เขาตอนนี้ชลกมลถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เธอปฏิเสธการเล้าโลมจากภาวิช โดยบอกว่าเธอกำลังจะมีประจำเดือน แล้วก็หนีออกมานั่งเล่นที่ระเบียงรับลม เขาขอถอยห่างจากเธอก่อน งดการใกล้ชิดในพักนี้...แล้วเธอจะทนได้ไหมนะเธอหลงเขาเธอรักเขามากชลกมลกัดริมฝีปาก น้ำตาคลอตาขึ้นมาอย่างน้อยใจ เธอส่งข้อความหาเขาเป็นการตัดพ้อต่อว่า รอเขาตอบกลับมา รอ และรออย่างอแง แค่พักเดียว ไม่กี่อาทิตย์ ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม รอให้งานแต่งของชล และธารคลอดก่อน...พี่ว่าข่าวก็จะเงียบๆ ไป เราก็จะเหมือนเดิมพี่อ๋อรักชลไหม?รักสิ รักมาก รักกว่าพี่ธารไหม?เธอถามไปแล้วกลั้นใจรอคำตอบ พี่ขาดชลไม่ได้ ส่วนธาร เขาก็อยู่ในที่ของเค้า ไม่เกี่ยวกัน ไม่มีใครแทนที่ใครได้พี่อ๋อรักเมียคนนี้ไหมบอกแล้วว่ารัก พอเถอะชล อย่าเพิ่งมาถามอะไร







