LOGINรุ่งเช้า
“ทำอะไร ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก” ศุภวัฒน์ถามและดุเธอขึ้นมาทันที เมื่อเดินลงมาด้านล่างในช่วงเช้า กลับเห็นชนิดากำลังวุ่นอยู่ในครัว โดยที่เธอยังใส่ชุดนอนของเมื่อคืนอยู่เลย
เมื่อคืนกว่าเขาจะข่มตาให้หลับได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้ว แต่พอลงมาชั้นล่างของบ้านในตอนนี้กลับยังเจอเธอใส่ชุดนอนปล่อยผมสยายยาวปกหลัง มองจากด้านหลังหากว่าเขาไม่รู้อายุเธอ ก็คงจะคิดว่าเธอเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งนั้น
แต่พอเธออยู่ในชุดนักเรียนรวบผมขึ้นสวมแว่นตา เธอก็เหมือนเด็กนักเรียนน่ารักสดใสตามวัยของเธอ แต่ทำไมพอเธอใส่ชุดนอนปล่อยผมแบบนี้แล้ว เขากลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ แถมยังไม่ชอบใจเขาเอาเสียเลย
“ก็ทำมื้อเช้าให้พี่กินก่อนไปทำงานยังไงล่ะค่ะ” เธอหันมาตอบเขาหน้าตาเฉย
“ไม่ต้องทำแล้ว รีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวไปทานข้างนอกเอา” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำ ราวกับกำลังข่มให้เธอกลัว
“แต่ว่า...”
“อยู่กันสองคนจะทำไปทำไมให้ครัวเลอะเสียเปล่า”
ชนิดาที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบอยู่ ก็ต้องเอาเข้าไปเก็บไว้ที่เดิมทันที เมื่อเขาพูดออกมาแบบนี้ เธอแค่อยากทำอาหารเช้าให้เขากินบ้าง เพื่อตอบแทนที่เขาดูแลเธอมาตลอดสามปีที่เธออยู่ที่นี่
แต่เขากลับปฏิเสธหักหาญในน้ำใจเธอ เธอเลยจึงต้องเดินหน้ามุ่ยขึ้นบันไดไปโดยที่ไม่พูดไม่จาอะไรออกมาสักคำเพราะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
*
*
ระหว่างที่นั่งรถออกมาจากบ้านจนถึงบริษัทฯ ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดจาอะไรกันเลย ซึ่งก็ไร้บทสนทนาตั้งแต่ตอนที่ชนิดาขึ้นไปเปลี่ยนชุดแล้ว แถมพอลงมาศุภวัฒน์ก็มองหน้าเธอแบบไม่ค่อยพอใจอีก
เธอเลยเลือกที่จะเงียบ ไม่ปริปากถามด้วยว่าทำไมเขาถึงขับรถมาที่บริษัทแทนที่จะส่งเธอที่โรงเรียน เพราะทางมาบริษัทก็ต้องผ่านโรงเรียนของเธออยู่แล้ว
“เวย์ค่ะ”
ยังไม่ทันที่ชนิดาจะได้ปิดประตูรถเสียด้วยซ้ำ เสียงของนางแบบสาวก็ดังขึ้นมา พร้อมกับเดินมาคล้องแขนของศุภวัฒน์ทันที โดยที่เจ้าตัวไม่มีทีท่าจะปฏิเสธหรือต่อต้านอะไรเลย
“เชอรี่ มาได้ไง” ศุภวัฒน์ถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจ ที่เจอนางแบบสาวคู่ขาของตนที่นี่ เพราะตอนนี้ยังเช้าตรู่แม้แต่พนักงานที่นี่เอง ก็ยังไม่มีใครมาทำงานกันเลย
มีแต่เขากับชนิดาที่มาถึงบริษัทก่อนใคร เพราะวันนี้เขาจะเอาเอกสารที่ทำค้างอยู่ที่บ้านเข้ามาไว้ที่บริษัทแล้วจะพาชนิดาออกไปทานมื้อเช้าและจะไปส่งเธอที่โรงเรียนด้วย
“ก็มารอเวย์ยังไงค่ะ เพราะเมื่อคืนคุณไม่ได้ไปหารี่ รี่นอนคิดถึงคุณทั้งคืนเลย คืนนี้คุณ...” ณัชชารีย์ หรือ เชอรี่ นางแบบสาวลูกครึ่งที่เป็นคู่ขาคนปัจจุบันของประธานหนุ่ม
“ผมว่าเราคุยเรื่องแบบนี้กันตอนนี้มันดูไม่เหมาะมั้งเชอรี่” ศุภวัฒน์รีบปรามเพราะรู้ดีว่านางแบบสาวจะพูดอะไร
เขาไม่ได้อยู่กันตามลำพังแค่กับนางแบบสาว แต่ยังมีชนิดาที่ยังอยู่ในวัยเรียน เขาไม่อยากให้เธอมาได้ยินคำพูดที่สื่อไปในทางเพศให้เธอได้ยิน
เพราะเขากับณัชชารีย์มักจะคุยกันแค่เรื่องเดียว คือเรื่องบนเตียงเท่านั้น ส่วนสถานะของเขาและนางแบบสาวคือแค่ทางกายเท่านั้น ไม่มีพันธะใดมากผูกมัด เพราะตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
“รี่ขอโทษค่ะ รี่ไม่รู้ว่าน้องเขามากับคุณด้วย” ณัชชารีย์รีบทำเป็นขอโทษขอโพยเขาทันที เมื่อรู้ว่าที่เขาส่งสายตามองเธอนั้นหมายถึงอะไร
“พอดีช่วงนี้ที่บ้านไม่มีคนอยู่ ผมเลยต้องเป็นสารถีขับรถไปรับไปส่งก่อน” ศุภวัฒน์พูดกับนางแบบสาว แต่สายตากลับเอาแต่มองชนิดา
“ทำไมคุณต้องไปรับไปส่งเองให้เหนื่อยด้วยคะ รถประจำทางก็มี ไม่มีปัญญาไปเองหรือไง” ณัชชารีย์พูดออกมาด้วยวาจาที่กำลังเหน็บแนมคนตรงหน้า
“รถประจำทางมันอันตราย อีกอย่างหนูนิดก็ยังไม่ค่อยคุ้นกับที่นี่ด้วย” ศุภวัฒน์รีบแก้ต่างให้ทันที เพราะรู้ว่านางแบบสาวกำลังเหน็บแนมชนิดาอยู่
“เลขาคุณก็ทำแทนคุณได้นี้คะ” เธอหาข้ออ้างขึ้นมาทันที
“ผมไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของไอ้เจษมัน”
“ปกติเลขาของคุณ ก็เป็นคนจัดการแทนคุณตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แม้แต่จองโรงแรมเปิดห้องให้เราก็ด้วยยังเป็น...”
ณัชชารีย์พยายามยกเหตุผลขึ้นมาแย้ง เพราะทุกครั้ง หากว่าเขากับเธอจะออกหากันเมื่อไหร่ ก็จะมีเลขาส่วนตัวของเขาคอยจัดการให้เองตลอด แม้แต่เขาพาเธอเข้าโรงแรม เลขาของเขายังต้องเป็นคนมาจัดการให้เลย
แต่ทำไมกลับแค่รับส่งเด็กในบ้านของเขาถึงให้เลขามาทำให้ไม่ได้ ทำไมเขาต้องอาสาไปรับไปส่งเองด้วย
เด็กกาฝากนี้ก็อีกคน ไม่ใช่ว่ากำลังให้ท่าผู้ชายของหล่อนอยู่หรอกนะ ถึงทำตัวเป็นลูกแหง๋เหมือนทำอะไรไม่เป็นอยู่แบบนี้ เพราะจะได้ให้ประธานหนุ่มเอาใจ
“หนูขอไปเรียนเองนะคะ สวัสดีค่ะ” ชนิดาที่เริ่มหมดความอดทนกับหนุ่มสาวสองคน เธอรีบยกมือขึ้นไหว้ศุภวัฒน์และจะขอไปเอง โดยที่ไม่ตต้องรบกวนเขาไปส่ง
“เดี๋ยว...จะไปยังไง” ศุภวัฒน์รีบรั้งแขนเธอเอาไว้ แล้วถามเธอออกไป
“เมื่อวานมาแบบไหน วันนี้ก็ไปแบบนั้นแหละคะ” ชนิดาพูดประชดประชันขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังได้ยินก็รู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ
“เดี๋ยวพี่จะไปส่งเอง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ดูแลแฟนพี่ไปเถอะ ดูเหมือนว่าพี่เขากำลังหิวอยู่นะคะ ท่าจะหิวโซมากด้วย เอ๋...หรือว่าเมื่อคืนกินอาหารซ้ำ ๆ แล้วไม่อยู่ท้องค่ะ” ชนิดาสะบัดแขนให้หลุดจากมือของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล ก่อนที่จะพูดจาเหน็บแนมใสคนข้างกายของเขาบ้าง
ทำตัวเป็นนางแบบสาวสวยสดใสไร้เดียงสาไม่ทันคน แต่กลับรู้ไม่ว่าบนโลกโซเชียลของเธอมีเรื่องร้อนระอุไม่เว้นวัน เพราะควงผู้ชายออกงานไม่ซ้ำหน้า พอข่าวฉาวก็อ้างว่าผู้ชายเป็นฝ่ายเข้าหาเองเธอแค่ตตอบรับไม่ตรี
เพราะศุภวัฒน์ไม่สนสื่อหรือโซเชียล เขาเลยไม่สนใจเรื่องข่าวฉาวของเธอ หรืออาจจะรู้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพราะรสนิยมชองแบบนี้ก็เป็นได้
“นี่เธอ”
“หนูนิด ใครสั่งใครสอนพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ขอโทษชะ...” ศุภวัฒน์ดุเธอเสียงดังขึ้นมาทันที ที่เธอพูดจาแบบนี้ใส่ณัชชารีย์
“ไม่...”
ชนิดารีบปฏิเสธและสะบัดแขนให้หลุด แล้วเธอก็หันหลังวิ่งออกไปทันที โดยที่ไม่ทันได้ระวังได้ดูอะไร ก่อนที่จะมีเสียงล้อรถลากกับพื้นดังขึ้น
เปิดตัวอย่างเป็นทางการสามปีต่อมาและแล้ววันนี้ก็มาถึง คือวันที่ชนิดาเรียนจบเป็นที่เรียบร้อย และบริษัทก็มีการจัดงานเลี้ยงประจำปีตอบแทนพนักงานเหมือนทุกปี โดยที่ปีนี้จะพิเศษกว่าหน่อย เพราะศุภวัฒน์ตั้งใจจะเปิดตัวภรรยาของเขาอย่างเป็นทางการ ทำให้บรรยากาศของปีนี้นั้น ครึกครื้นมากว่าทุกปีที่ผ่านมาเด็กหญิงศุภนิษฐ์ อภิวัฒน์โภคิน หรือ น้องวีนัส ลูกสาวเพียงคนเดียวในวัยสามขวบเศษของศุภวัฒน์และชนิดา และวันนี้ศุภวัฒน์ก็พามาเปิดตัวด้วยอีกคนเช่นกันคนที่นี่จะเห็นลูกสาวของท่านประธานผ่านทางโซเชียลมีเดียเท่านั้น เพราะศุภวัฒน์ยังไม่เคยพาออกงานที่ไหนมาก่อนเลย“วีนัสค่ะ น้องไปกับคุณย่าคุณปู่ก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่จ๋ากับพ่อจ๋าจะตามไปทีหลังนะคะเด็กดี” ชนิดาเอ่ยบอกกับลูกสาว เมื่อเอาแต่กอดคอของคนเป็นพ่อเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเลยศุภวัฒน์จึงส่งลูกสาวในอ้อมอกให้กับผู้เป็นพ่ออุ้มเข้าไปด้านในก่อน เพราะเขายังต้องเตรียมความพร้อมที่จะพาชนิดาเข้าไปพร้อมกัน“ฝากวีนัสด้วยนะครับพ่อ” เขาเอ่ยบอกกับคนเป็นพ่อแล้วส่งยิ้มหวานให้กับลูกสาวที่อยู่ในอ้อมอกของคนเป็นปู่ศุภวัฒน์เอื้อมมือไปกุมมือเล็กของคนข้าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่กำลังประหม่า
สานสัมพันธ์ NC“พะ พี่เวย์ค่ะ ใจเย็นก่อนสิค่ะ...” ชนิดารีบเอ่ยห้ามเขาเอาไว้แต่ก็ไม่ทันเข้าเสียแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องพักปิดลง เขาก็เข้าจู่โจมปล้ำจูบเธออย่างบ้าคลั่ง“ไม่ไหวแล้วจ้ะเมียจ๋า ผัวอยากเอาเมียใจจะขาดอยู่แล้ว...” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอของเธอไม่ยอมออกห่างเลย“แต่หนูยังไม่ได้ทะ...”“กินพี่แทนได้เลยครับที่รัก...”ยังไม่ทันที่ชนิดาจะได้เอ่ยจบ เขาก็รีบพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน เพราะรู้ดีว่าเธอกำลังจะพูดอะไรออกมา อยู่กินด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว เขาย่อมทราบดีว่าเธอต้องการอะไร“พี่เวย์ ทำไมเอาถึงแต่ใจตัวเองแบบนี้ค่ะ...” เธอได้แต่เอ็ดเขาออกไป ที่วันนี้เขานั้นเอาแต่ใจจนไม่ยอมฟังอะไรจากเธอเอาเสียเลย“ผัวจะเอาเมียครับ”พูดแล้วศุภวัฒน์ก็อุ้มเธอขึ้นมาแล้วกระแตงพาเธอเดินไปยังเตียงกว้างในทันที โดยที่ไม่สนใจคำคัดค้านของเธออีก แล้วเขาก็จับเธอลอกคราบถอดชุดนักศึกษาอันแสนเกะกะออกทันทีในเวลาอันรวดเร็วเพราะเขาไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไปแล้ว เกือบครึ่งปีแล้ว ที่เขาต้องอดทนใช้แม่นางทั้งห้าของตัวเอง และมีเธอคอยช่วยบ้างเป็นบางครั้ง แต่มันก็ไม่เหมือนกันเลยสักนิดพอวันนี้ได้มีโอ
นานแล้วนะหนึ่งปีต่อมาบ้านอภิวัฒน์โภคิน“ใส่เสื้อคลุมทับไว้ด้วยครับ”ศุภวัฒน์เอ่ยบอกพร้อมกับส่งเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ให้แก่ชนิดา เมื่อเห็นว่าเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วดูจะรัดรูปจนเกินไป แทบจะเห็นอะไรเป็นอะไรจนเขารู้สึกหวงขึ้นมา“ทำไมละคะ” เธอได้แต่เลิกคิ้วมองเขาอย่างงุนงง เพราะตอนนี้เป็นฤดูร้อน แล้วทำไมเขาต้องให้เธอสวมใส่เสื่อคลุมด้วย“ต้องให้พี่พูดจริง ๆ เหรอ” เขาพูดพร้อมกับส่งสายมองสำรวจตามร่างกายของเธอตั้งศีรษะจรดลงปลายเท้า แล้วจ้องนิ่งอยู่ที่หน้าอกหน้าใจอันใหญ่เกินตัวของเธอ“แล้วทำไมหนูต้องใส่เสื้อคลุมด้วยค่ะ แค่อากาศก็ร้อนมากพออยู่แล้ว” เธอถามเขากลับไปด้วยความที่ยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขากำลังสื่อ“ก็เสื้อนักศึกษาหนูมันรัดจนเห็นอะไรต่อมิอะไร เพราะนมหนูมันใหญ่ขึ้นจนทุกอย่างฟิตไปหมดแล้ว” เขาเอ่ยบอก พร้อมกับจ้องที่หน้าอกหน้าใจของเธอ มองด้วยสายตาที่ปรารถนา“พี่เวย์ ก็เต้ามันคัดไหมค่ะ” เธอตอบออกไปเสียงแข็งเพราะว่าเธอยังคงให้นมลูก ถึงแม้จะไม่ทานดื่มจากเต้าก็ตาม เธอปั๊มออกมาเก็บไว้น้ำนมเลยผลิตตลอด ทำให้เต้าตึงคัดและดูใหญ่ขึ้นมากว่าเดิม“พี่ถึงบอกให้หนูใส่เสื้อคลุมไว้ไงครับ”“...” ชนิดานิ่งเงียบ
บทส่งท้าย“พวกนายสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่” วรากรถามขึ้นอย่างนึกจับผิด ที่เห็นสายตาของศุภวัฒน์มองชนิดาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เหมือนดูสนิทกันมากขึ้นแถมยังอ่อนโยนกับเธออีกด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะไม่ค่อยถูกกันเสียด้วยซ้ำ“บอกมันเอาเองน่ะ ฉันจะไปดูสาว ๆ ก่อน...” ชนาวิชญ์จึงลุกขึ้น แล้วเอ่ยบอกกับศุภวัฒน์ให้บอกความจริงกับวรากรเอาเอง เพราะเขาไม่อยากเป็นคนพูดเลยเลือกที่จะขอตัวเดินออกไปดูสาว ๆ ที่ครัวทันที“ที่ไอ้วิชญ์มันพูด หมายความว่ายังไงกันว่ะ นายมีอะไรจะบอกกับฉันงั้นเหรอไอ้เวย์?” วรากรหันไปถามทางเพื่อนขึ้นมาทันทีอย่างไม่เข้าใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่ชนาวิชญ์พูดกับศุภวัฒน์เมื่อสักครู่“อืม...ดูสิ่งที่ฉันโพสต์เอาเองสิ แล้วนายก็จะรู้เอง” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับ แล้วยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาเปิดแอบพลิเคชันโซเชียลหนึ่งให้กับเพื่อนดูเอาเอง เมื่อไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี“อับโซเชียลตั้งแต่เมื่อไหร่วะ...” วรากรพูดขณะที่ยื่นไปมือรับโทรศัพท์มือถือจากมือของเพื่อนมาดู“ดูเอาเองแล้วกัน ไม่เข้าใจค่อยถามออกมา” ศุภวัฒน์พูดเพียงแค่ก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มทันที เพื่อลดอาการสบประมาท“นี่นาย...” วรากรเบิกตาโพล้
เก็บไว้เป็นความลับก่อน“พี่เวย์จะทำอะไรค่ะ” ชนิดาเอ่ยถามเขาขึ้นมาทันที ที่เมื่อเข้ามาภายในรถแล้ว เห็นศุภวัฒน์กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปใบทะเบียนสมรสของเธอและเขา“ถ่ายรูปอับลงโซเชียลยังไงครับ คนจะได้รู้ว่าพี่มีครอบครัวแล้ว” เขาหันมาตอบเธอด้วยใบหน้าที่สดใสมีความสุข พร้อมกับชูโทรศัพท์ขึ้นให้เธอดูรูปที่เขาถ่ายนั่นให้เธอดูอย่างชัด ๆ“พี่เวย์” เธอได้แต่เอ่ยเรียกชื่อของเขา ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและใบหน้าแสดงถึงความกังวล“ครับ”“พี่ช่วยปิดเรื่องนี้ เรื่องที่หนูเป็นภรรยาของพี่ไว้ก่อนได้ไหมค่ะ” เธอเอ่ยขอเขาขึ้นมาทันที พร้อมกับมองหน้าของเขาด้วยความเป็นกังวล“ทำไมครับ ก็เรา...” เขาหันมาถามเธอด้วยความแปลกใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงให้เขาปิดบังสถานะกัน เธอไม่ดีใจเหรอที่มีเขาเป็นสามี“หนูอยากให้พี่รอจนกว่าหนูจะคลอดลูก แล้วเรียนต่อให้จบก่อน วันนั้นพี่ค่อยบอกกับทุกคนนะคะว่าหนูคือภรรยาคือแม่ของลูกพี่” เธอจึงเอ่ยบอกบอกเขา“แต่...”“นะคะพี่เวย์” เธอเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงออดอ้อน“พี่ขอเหตุผลหน่อยครับ ว่าทำไมหนูถึงอยากให้พี่เก็บเป็นความลับ ไม่ให้เปิดเผยสถานะของเรา” เขาถามหาเหตุผลจากเธอทันที ว่าเพราะเ
รอเซอร์ไพรส์ช่วงสายของวัน“ตื่นสายดีนะเขยใหม่ ท้องอยู่ก็ยังจะหักโหม อดอยากปากแห้งมาจากไหนว่ะ” ชนาวิชญ์ที่นั่งอยู่ห้องรับแขกเอ่ยแซวด้วยวาจาที่ประชดประชัน เมื่อเห็นศุภวัฒน์ลงมาจากชั้นบนวันนี้เขาไม่ได้เข้าสวน เพราะยายและแม่ออกไปวัดแต่เช้า เขาเลยต้องมาดูลูกชายที่บ้านกับผู้เป็นย่า ขณะที่กำลังนั่งรอภรรยาพาลูกชายลงมาจากชั้นบนนั้น ก็เห็นศุภวัฒน์เดินลงมาพอดี“ก็ฉันมีแค่น้องสาวนายคนเดียวมาตลอด ก็คงต้องอดอยากหน่อยสิวะ เพราะไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน” ศุภวัฒน์นั่งลงแล้วพูดบอกกับเพื่อน ถึงแม้ว่าชนาวิชญ์จะไม่เชื่อในสิ่งที่พูดก็ตาม“หลายวันที่ไหนกันวะ ยังไม่ถึงอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ หรือว่าอยู่ที่โน้นนายไม่เคยมีอะไรกันเลยอย่างนั้นเหรอ” ชนาวิชญ์พูดเหน็บแนมใส่เพื่อนทันที“มี แล้วก็มีทุกวันด้วยตั้งแต่วันแรกเลย” ศุภวัฒน์ตอบกลับเพื่อนในทันทีอย่างเย้ยหยัน ราวกับว่าภาคภูมิใจมากเสียอย่างนั้น“นี่นายมีอะไรกับน้องสาวฉันตอน...” ชนาวิชญ์ตกใจคิดเป็นตุเป็นตะ เพราะคิดว่าศุภวัฒน์มีความสัมพันธ์กับน้องสาวเขาตอนที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ“ใจเย็น ๆ สิวะ ครบสิบแปดแล้ว” ศุภวัฒน์รีบปรามแล้วพูดแทรกขึ้นมาทันที ก่อนที่ชนาวิชญ์จะคิ







