تسجيل الدخولนั่งจิบวิสกี้แก้วที่สองพลางคิดไปด้วยว่าผมจะเอาผู้หญิงตรงหน้าขึ้นเตียงได้ยังไง เพราะหน้าที่การงานเธอค่อนข้างผิดจากที่เคยเจอมา ถ้าเป็นพวกพนักงานเสิร์ฟผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย นั่งอยู่เฉยๆ พวกเธอก็ส่งสายตาสื่อความหมายให้อยู่แล้ว แค่กระดิกนิ้วก็หิ้วกลับห้องอย่างง่ายดาย
แต่แม่สาวบาร์เทนเดอร์คนนี้สิ ไม่แม้แต่จะส่งสายตาสื่อความหมายอะไรกับผมทั้งสิ้น มีแค่คำพูดสุภาพและรอยยิ้มการตลาด เธอเว้นระยะไว้อย่างชัดเจน ทรงนี้กระดิกจนนิ้วล็อกก็ไม่ได้แอ้ม
เอาไงดีวะ?
ผมเป็นพวกอยากได้อะไรก็ต้องได้ด้วยสิ และตอนนี้กำลังอยากได้เธอคนนี้แทบขาดใจ รู้สึกถูกตาต้องใจใอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเหล้าแก้วที่สามหมดลง ผมจึงเรียกเธอมาเติมให้อีกครั้ง โดยจะใช้โอกาสตรงนี้คุยกับเธอด้วย
“คุณมีแฟนรึยัง?”
เอาวะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ขืนคีพคูลต่อไป อดแดกแม่กวางน้อยคนนี้แน่นอน
จากที่คิดไว้เธออาจจะตกใจนิดหน่อยที่ถามตรงๆ แบบนี้ เนื่องจากผมเป็นคนประดิดประดอยคำพูดไม่ค่อยเก่ง บวกกับอยากเข้าเรื่องตรงๆ ไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลา
และที่เลือกคำถามนี้ เพราะผมอยากแน่ใจก่อนว่าเธอยังไม่มีเจ้าของ แม้จะอยากได้จนใจเจ็บแต่ก็ไม่ใช่พวกแย่งของของใครหรือกินร่วมกับใครได้
ผมชอบกินคนเดียวอย่างมูมมาม!
ทว่าคำถามของผมไม่ได้ทำให้เธอตกใจเลยแม้แต่นิด ตรงกลันข้ามเธอดูชินชา รินเหล้าเสร็จ ใบหน้าสวยก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่ติดขำนิดๆ
มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไง? ผมถามผิดตรงไหน?
“ยังค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบและมาพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพ คงไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนจู่โจมแบบนี้สินะ
แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ผมได้รับคำตอบแล้วว่าเธอคนนี้ไม่ได้ติดสถานะกับใครอย่างที่ผมต้องการ ฉะนั้น....
“สนใจมาเป็นเด็กเสี่ยไหม? ”
เธอหลุดยิ้มขำพรืดเบาๆ มาทันทีหลังประโยคนั้นจบ เล่นเอาความมั่นใจของผมหดหายไปเกือบครึ่ง
ทำไมมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิผลแห่งเกาะฮ่องกงอย่างผมเหมือนรู้สึกถูกหยาม!
เดี๋ยวเถอะแม่คุณ ถ้าได้มาขย้ำบนเตียงเมื่อไหร่ จะขย้ำให้จมเขี้ยว แต่ตอนนี้ทำได้แค่คาดโทษไว้ในใจเพราะยังไม่ได้เริ่มดีลเลยด้วยซ้ำและดูเหมือนจะดีลยากเสียด้วย
“เสี่ยที่ว่านี้คือคุณเหรอคะ?”
เอ้า! หรือเพราะวันนี้ผมไม่ได้สวมสูทผูกเนกไทเลยดูไม่รวยเหมือนเสี่ย
“ก็ใช่สิครับ หรือคุณคิดว่าผมจะดีลคนสวยๆ อย่างคุณไปให้พ่อผม
รึไง” ถามขนาดนี้แล้วถ้าไม่ดีลให้ตัวเองแล้วจะดีลไปให้ใครวะ“ขอโทษค่ะที่พูดไม่เคลียร์ ที่ฉันถามคุณไปแบบนั้น เพราะจากรูปร่างภายนอกคุณแล้วมันห่างไกลจากคำว่าเสี่ยมาก”
“แล้วเสี่ยในความคิดคุณเป็นแบบไหน”
“ก็….เออ ตัวท้วมๆ มีอายุหน่อยๆ อะไรประมาณนี้”
คงไม่อยากพูดลักษณะของอีพวกตาเสี่ยแก่ตัณหาพวกนั้นออกมาตรงๆ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมขยายความให้เอง
“คุณหมายถึง ตัวอ้วนๆ พูงย้วยๆ หัวล้านๆ อะไรแบบนั้นเหรอ” แล้วเธอก็ฉีกยิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับ
“งั้นอย่างผมเขาเรียกว่าอะไรกันล่ะ?”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”
“ดูแล้วคุณน่าจะอายุน้อยกว่าผมหลายปี เรียกป๋าดีไหม มาเป็นเด็กป๋าไหม? ” ซึ่งเธอก็ยิ้มขำใส่ผมเหมือนเดิม
อะไรวะ! เสี่ยก็ไม่ได้ ป๋าก็ไม่ใช่ มาเป็นเด็กมาเฟียงี้?
อยากถามแบบนี้เหมือนกัน แต่กลัวเธอจะแตกตื่นไปเสียก่อน เพราะที่นี่เมืองไทยไม่ใช่ฮ่องกง ผมเองก็ไม่อยากป่าวประกาศตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้ใครรู้ไปทั่ว
“ป๋าก็ยังดูแก่ไปสำหรับคุณค่ะ”
“งั้นสนใจมาเป็นเด็กผมไหม?”
“.…” ยิ้มการตลาดอีกแล้ว
จากที่สงสัยตอนนี้ผมค่อนข้างแน่ใจแล้วว่ามีผู้ชายหลายคนได้ยื่นข้อเสนอเลี้ยงดูปูเสื่อเธอมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะเจ้าตัวดูไม่โกรธเคืองที่ผมหยิบยื่นข้อเสนอให้ตรงๆ ตรงกันข้ามเธอกลับรับมือได้อย่างสุภาพและดูเคยชินกับคำถามแนวนี้
“ขอโทษนะคะ ฉันรับข้อเสนอของคุณไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
เหี้ย!
ครั้งแรกในชีวิตที่มาเฟียอย่างผมถูกผู้หญิงปฏิเสธด้วยสายตา
ไร้ความลังเล บอกตามตรงผมโคตรเสียหน้า ดีลผู้หญิงครั้งแรกก็แห้วเสียแล้วโว้ย! เกิดมาพึ่งรู้สึกว่าดีลผู้หญิงขึ้นเตียงมันยากก็วันนี้นี่แหละ
หรือจะกลับไปแดกผู้หญิงที่เลขาลงชื่อไว้ในลิสต์ที่ยาวเป็นห่างว่าวดีวะ“แต่ผมสนใจคุณมากนะ ทำยังไงดีล่ะ?” ถือว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะหยิบยื่นให้เธอ
“จีบมั้งคะ” จีบงั้นเหรอ?
อะไรวะ! เธอไม่เข้าใจเหรอ ถามเลี้ยงดูแบบนี้ก็แสดงว่าผมแค่สนใจเรื่องเซ็กซ์ ไม่ได้อยากมีคนมาใส่ปอกคอให้
“คุณแค่อยากนอนกับฉันสินะ หน้าคุณถึงได้เครียดขนาดนี้”
ก็รู้นี่ว่าผมกำลังดีลเธอขึ้นเตียง โดยมีค่าเลี้ยงดูให้อย่างที่เธอทำงานทั้งปีก็หาเงินขนาดนี้ไม่ได้ แต่ที่หน้าเครียดเพราะไม่รู้จะกล่อมเธอยังไงต่อดี
ดีลธุรกิจยังง่ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า!
“ผมยื่นข้อเสนอให้เพราะอยากได้ตัวคุณ บอกเลยว่าผมถูกใจคุณตั้งแต่แรกเห็น” เอาตรงๆ แบบนี้ล่ะวะ จะได้เข้าใจกันง่ายๆ
“ฉันรับข้อเสนอคุณผู้ชายไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
“โอเคครับ” พอผมบอกสั้นๆ แบบนั้น ใบหน้าสวยก็ดูแปลกใจนิดนึงก่อนจะปรับให้เป็นปกติอีกครั้งในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เก็บอารมณ์เก่งดี
แต่เธอคงแปลกใจไม่น้อยที่ผมยอมถอยง่ายๆ แล้วเรื่องอะไรผมจะไปซักไซ้เธออีก โดนปฏิเสธออกมาตรงๆ ก็เกินพอแล้ว อย่าให้เสียชื่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลไปมากกว่านี้เลย“ดื่มให้สนุกนะคะ ต้องการเครื่องดื่มเพิ่มเรียกใช้ฉันได้ตลอดนะคะ” เธอบอกด้วยรอยยิ้มหวานหยดก่อนจะเดินไปรับออเดอร์จากพนักงานเสิร์ฟ
เธอทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่อ่อน ที่พึ่งโดนเธอเชือดนิ่มๆ
ด้วยถ้อยคำและรอยยิ้มสุภาพนั้น แต่ผมยังไม่ยอมแพ้หรอกนะเพราะถ้าผมอยากได้ก็ต้องได้!“คั่วสาวที่ไหนกัน เฮียทำแต่งาน กลับจากภูเก็ตก็มาคุยงานต่อกับไอ้ฟรานเลย…. เราด้วยโตแล้วยังหวงพี่ชายอยู่ได้” แม้ว่าเทียร์จะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้เห็น แต่ผมก็รีบแก้ตัวไว้ก่อน ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทยยังไม่ได้คั่วผู้หญิงคนไหนเลย ก็รอคั่วกับเธอคนนี้อยู่ไง ไม่รู้ว่าจะได้คั่วรึเปล่า“ไม่ได้หวงซะหน่อย แค่มีคนที่จองไว้ให้แล้วต่างหาก”“จองไว้? ใครเหรอบอกเฮียได้ไหม?” ถามไปเพราะอยากรู้ว่าใครกันที่เฟรจะยอมให้เป็นเมียไอ้ฟราน ก็เล่นหวงพี่ชายมาแต่ไหนแต่ไรทว่าผมอยากตะโกนบอกน้องสาวเพื่อนดังๆ ว่า คนนี้ไม่ได้ เฮียจองแล้วววว!!! เมื่อเห็นเฟรชี้นิ้วไปทางเทียร์“เทียร์….เพื่อนสนิทเฟรเอง สวย เก่ง ขยัน ผ่าน! ผ่าน! ผ่าน! 3 ผ่านเลย”ไม่ผ่านโว้ยยยย!!! ไหนเทียร์บอกว่าไอ้ฟรานเป็นแค่พี่ชายไงผมจึงเบนสายตาตั้งคำถามไปที่เทียร์ ซึ่งเธอสบตาผมและส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ เลยทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเม้มปากซ่อนรอยยิ้มไว้เพราะกลัวเฟรจะสังเกตเห็น“ดูหน้าเพื่อนเราก่อน ว่าเขาอยากได้พี่ชายเราไหม”“เทียร์มันไม่เคยมองผู้ชายคนไหนหรอกค่ะ วันๆ มีแต่เรียนกับงาน” เฟรถอนหายใจอย่างเ
“คุณคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้ฟรานใช่ไหม?” และไม่คิดว่าเทียร์จะเป็นเด็กฟรานซิสมันด้วย ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปทำงานที่คลับเลาจน์หรอก เพราะไอ้ฟรานมันไม่ปล่อยให้เด็กตัวเองไปทำงานในสถานที่แบบนั้นแน่นอน แต่ของแบบนี้สรุปเองไม่ได้ต้องถามให้มั่นใจว่าเธอกับเพื่อนผมไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ“ฉันคงไม่ได้ดูแก่ขั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฮียฟรานหรอกมั้งคะ” เธอตอบผมด้วยคำพูดติดตลก ซึ่งผมขำไม่ออกเพราะถ้าเธอว่าไอ้ฟรานซิสแก่ หมายความว่าผมก็แก่ด้วยสิ เพราะผมกับมันอายุเท่ากัน“คุณว่าผมแก่เหรอ” แล้วคนที่กำลังยิ้มร่าก็หน้าเจื่อนทันที“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ว่าให้คุณนะ แค่แซวเฮียฟรานเล่นเฉยๆ ค่ะ” เธอบอกพร้อมยกมือไว้ผมอย่างร้อนรนเหมือนกลัวคนแก่อย่างผมจะโกรธเอา หารู้ไหมว่าอารมณ์ของผมตอนนี้มันห่างไกลจากคำว่าโกรธโดยสิ้นเชิง ผมกำลังดีใจที่ได้เจอเธอ เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าใสๆนี้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการทำงานมันเบาลง หรือเป็นเพราะความสดใสที่เปร่งประกายจากร่างบางที่ทำให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เลือดในกายสูบฉีดจนหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะเป็นเอามากนะกู! จะหัวใจวายตายไหมเนี่ย!ด้วยลุคที่แปลกตาบวกกับการเป็นตัวของตัวเอง
ไคเดนผมขับรถตรงจากสนามบินมาที่บ้านฟรานซิส หลังบินกลับจากภูเก็ตเพื่อไปดูความคืบหน้าของโรงแรมที่ร่วมหุ้นกับคีย์ที่ฟรานซิสเป็นคนแนะนำให้รู้จักเมื่อสองปีก่อน ซึ่งตอนนี้โรงแรมสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการตกแต่งภายในและบริษัทตกแต่งภายในที่ประมูลได้คือบริษัทในเครือของฟรานซิสเอง วันนี้ผมเลยอยากแวะมาคุยกับมันเสียหน่อยบวกกับไม่รู้ไปไหน เพราะในเมืองไทยผมมีมันเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเลยถือโอกาสแวะมาดื่มกับมันด้วยเสียเลย ตามประสาหนุ่มๆ ที่ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน จะว่าหนุ่มโสดสนิทก็พูดได้ไม่เต็มปากความจริงจะคุยเรื่องงานกันผ่านโทรศัพท์ก็ได้ แต่การมานั่งคุยงานแล้วจิบวิสกี้ไปด้วยมันดีกว่าเป็นไหนๆ กลับห้องไปก็มีแต่งานและความเหงา บวกกับช่วงนี้ที่เกิดเบื่อหน่ายกับเรื่องบนเตียง แต่….เอ๊ะ! เรื่องบนเตียงไม่น่าเบื่อหน่ายแต่แค่ไม่อยากได้ใครเลย ในหัวมีแต่เธอคนนั้นคนเดียว ไม่รู้เป็นบ้าอะไร!เจอกันสองสามครั้งเธอก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด ว่างเป็นไม่ได้เอาแต่คิดถึงใบหน้าสวยละมุนนั้นตลอด พอรู้ตัวว่าตัวเองอาการค่อนข้างหนัก ไม่เคยอยากได้ใครมากเท่านี้มาก่อน ก็ได้แต่หวังว่าเธอ
ถึงก่อนหน้านี้จะมีเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่มายื่นข้อเสนอให้จนหัวกระไดไม่แห้งก็ตาม และหลายคนก็ทุ่มไม่น้อย บางคนเสนอให้เงินเดือนหลักแสน ซื้อคอนโดให้อยู่บ้าง ซื้อรถให้ก็มี แต่ไม่มีใครบ้าจ่ายหนักเท่าเขาคนนี้มาก่อน แค่รถคันนี้ก็หลักสิบล้านแล้ว ไหนจะคอนโด บ้าน เงินสดอีกนี่ฉันไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม?ความรู้สึกเหมือนกำลังฝันว่าตัวเองถูกหวยไม่มีผิด ถ้าถามว่าสนใจข้อเสนอเขาไหม ตอบเลยว่า สนมาก!ฉันไม่ได้โลกสวยนะที่จะไม่สนใจข้อเสนอดีๆ แบบนี้ แต่ที่ปฏิเสธตลอดมาเพราะฉันไม่ได้ถูกใจคนพวกนั้นไง ไม่สามารถหลับหูหลับตานอนกับใครก็ได้เพื่อแลกกับเงิน อีกอย่างผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้ามามักมีครอบครัวกันแล้ว ซึ่งข้อนี้ฉันรับไม่ได้เด็ดขาด“คุณโสดใช่ไหมคะ” คนที่ขับรถสบายอารมณ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจทันที“ถ้าผมไม่โสดจะยื่นข้อเสนอให้คุณทำไมกัน” ผู้ชายมักมากมีให้เห็นเยอะแยะไป ดูจากเสี่ยๆ ที่มาขอเลี้ยงดูก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะโสดสักคน“คุณมีอะไรมายืนยันกับฉันไหมคะ” เขาขำพรืดทั้งที่ฉันกำลังถามเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะชะลอรถจอดหน้าหอพัก ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาคุยกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมไม่มีเอกสารอะไรมายืนยันสถานะตัวเอง
“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมมาจากไหน” ทว่าเหมือนมีคนอ่านใจฉันได้“กลัวดูละลาบละล้วงคุณเกินไปค่ะ” ถึงเขาเปิดโอกาสให้ แต่เราพึ่งเจอกันเป็นครั้งที่สามเองนะ กลัวถามอะไรไปแล้วดูอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาจนเกินงาม“ตอนนี้เราไม่อยู่ในฐานะบาร์เทนเดอร์กับลูกค้าแล้ว คุยกับผมเป็นกันเองได้ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผม ถามได้ ผมไม่ถือว่าเป็นการละลาบละล้วง ถือเสียว่าเป็นการทำความรู้จักระหว่างเราแล้วกัน”เขาบอกฉันด้วยท่าสบายๆ แต่เป็นฉันที่ปรับตัวไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้ฉันพูดคุยกับเขาในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งบทสนทนาต้องถูกกลั่นกรองและเลือกสรรมาแล้วในระดับหนึ่งเพื่อให้ถูกกาลเทศะในสถานที่ทำงาน“คุยกับผมเหมือนผู้ชายคนหนึ่งได้ไหม”“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงพลางเหลือบตามองคนที่กำลังตั้งใจขับรถ ในระดับที่เรียกว่าช้ามาก อาจจะเป็นเพราะเขาไม่คุ้นชินกับถนนที่กรุงเทพอย่างที่บอก“คุณไม่ได้อาศัยอยู่ที่กรุงเทพใช่ไหมคะ?”“เปล่าครับ ปกติผมอยู่ที่ฮ่องกง”“คุณเป็นลูกครึ่งไทย - ฮ่องกง?” เพราะเขาพูดไทยได้เลยคิดว่าเขาต้องมีเชื้อไทย“ผมเป็นลูกผสมน่ะ พ่อเป็นลูกครึ่งฮ่องกง - เยอรมัน ส่วนแม่เป็นลูกครึ่งไทย - เยอรมัน”ก็ว่าทำไมรูปร่างเขาถึงสูง
นอนพักไปเกือบสองชั่วโมงได้ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน โชคดีหน่อยที่โรงแรมไม่ได้ไกลจากหอพักมากและใกล้กับรถไฟฟ้าอย่าง Bts ด้วย จึงสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่งั้นคงต้องเสียเวลาบนท้องถนนอีกมากโขเวลาล่วงเลยจนถึง 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่เห็นใครบางคนที่บอกว่าจะมาที่นี่เพราะอยากเจอฉันเลย แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดเขาด้วยเนี่ย! เขาก็แค่แขกขาจรที่มานั่งดื่มคนหนึ่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ดูจากหน้าตาไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ตาคมเฉี่ยวเหมือนมีเชื้อจีน แต่สีตาและเค้าโครงหน้าดูจะมีเชื้อยุโรปด้วย แต่เขากลับพูดไทยได้ชัดแจ๋ว เลยเดาไม่ออกว่าเขาเป็นลูกครึ่งหรือลูกผสมจากที่ไหน มีอย่างเดียวที่มั่นใจคือเขารวยแน่ๆ ดูจากเครื่องประดับกายทุกชิ้นบนตัวเขาแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น ที่สำคัญเขาดูมีภูมิฐานดูมีอำนาจบารมีใหญ่โตและเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขาม“ถึงเวลาเลิกงานแล้ว น้องเทียร์ไปพักเถอะ” เสียงพี่ ‘โจ’ บาร์เทนเดอร์อีกคนที่เข้ากะดึกต่อจากฉันเอ่ยบอกเที่ยงคืนแล้วเหรอทำไมเวลาคืนนี้มันเร็วจัง….“ค่ะ พี่โจ ไว้เจอกันวันศุกร์นะคะ”“ครับ กลับดีๆ ล่ะเรา ถึงแล้วไลน์มาบอ
![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






