Beranda / มาเฟีย / พลาดรักมาเฟียร้าย / บทที่ 3 ปากอย่างใจอย่าง

Share

บทที่ 3 ปากอย่างใจอย่าง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-06 20:08:05

เทียร์

ทุกวันนี้ชีวิตฉันมีอยู่แค่สองอย่างคือเรียนและทำงาน ถามว่าเหนื่อยไหม ตอบเลยว่าเหนื่อยมาก! แต่ก็ต้องกัดฟันทำต่อไป เพราะเงินประกันชีวิตที่ได้รับหลังจากที่พ่อกับแม่เสียชีวิต มันไม่มากพอที่จะส่งฉันเรียนจนจบได้ หรือไม่ก็เฉียดฉิวมาก ไหนจะค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากิน ข้าวของเครื่องใช้จิปาถะทั้งหลาย มันไม่ใช่น้อยๆ เลย ข้าวของก็ขึ้นราคาทุกวัน ฉันเลยต้องทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะมีเงินมากพอที่จะส่งตัวเองเรียนจนจบและมีเงินเก็บฉุกเฉินด้วย

ความจริงงานที่ทำอยู่ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเลย ณ ตอนนี้นะ ช่วงแรกๆ ก็เอาเรื่องเหมือนกัน เพราะการฝึกเป็นบาร์เทนเดอร์มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความจำค่อนข้างเยอะ ชื่อแอลกอฮอล์แต่ละอย่างก็ใช่ว่าจะง่าย ต้องเอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมกันอีก แต่พอทำได้สักพักก็รู้สึกคล่องและพยายามตั้งใจทำงานและพัฒนามาเรื่อยๆ ให้สมกับเงินเดือนและจะทำให้พี่ชายเพื่อนที่ช่วยฝากงานนี้ให้เสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด

ระหว่างที่ยืนเช็ดแก้วที่เคาน์เตอร์บาร์ สายตาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉันเก็บเอาไปฝันเมื่อคืน ดวงตาสีเทาคมเฉี่ยวเหมือนเหยี่ยว

สันจมูกโด่งสวยเข้ารูป รูปร่างสูงใหญ่กำยำไซซ์ยุโรป เมื่อวานแค่เขาใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนยังก็ดูโดดเด่นเกินต้านทานแล้ว แต่วันนี้เขากลับมาในลุค

 All black ที่ดูเป็นทางการมากกว่าในเสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงสแล็กส์และรองเท้าหนังมันวาว ไม่ต้องบอกเลยว่าเขาโดดเด่นแค่ไหน

แค่เดินเข้าในตัวเลาจน์ที่หรี่ไฟให้มืดลงเพื่อเหมาะแก่บรรยากาศยามค่ำคืน ก็เหมือนมีสปอร์ตไลท์ส่องร่างหนาของเขาอยู่ทุกย่างก้าว คนอะไรออร่าตาแตกขนาดนี้ ได้แต่บอกตัวเองหยุดใจสั่นกับร่างสูงที่นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดียวกับเมื่อคืน

เมื่อวานเขาใส่เสื้อยืดคอกลม ฉันเลยไม่เห็นว่ารอยสักที่โพล่พ้นคอเสื้อมันคืออะไร แต่วันนี้เขาใส่เสื้อเชิ้ตและปลดกระดุมหลายเม็ดจนเห็นรอยสักรูปมังกรขนาดใหญ่ที่หน้าอกข้างขวา เขายิ่งดูแบดบอยกร้าวใจสุดๆ ไปเลย

ไม่คิดมาก่อนว่าฉันจะใจสั่นกับผู้ชายทรงนี้ เพราะคิดตลอดมาว่าตัวเองชอบผู้ชายแนวคุณชายๆ พูดจาสุภาพ อบอุ่น อะไรประมาณนี้ แต่คนตรงหน้าช่างห่างไกลจากคำว่าคุณชายมากโข

“สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วนะคะ” ในฐานะผู้บริการก็ต้องทักทายแขกก่อนตามมารยาท ซึ่งปากเรียวบางก็กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นการทักทายกลับ

“รับอะไรดีคะวันนี้”

“เหมือนเดิมครับ” เขาดูนิ่ง ไม่หว่านเสน่ห์เกลื่อนกลาดเหมือนเมื่อวาน แต่แค่นั่งนิ่งๆ ก็มีเสน่ห์เหลือล้น

“ได้ค่ะ” บอกเขาแล้วหันไปหยิบขวดวิสกี้ราคาเกือบแสนมาเทใส่แก้วที่ถูกเช็ดจนใสวิ้งวับให้สมกับราคาวิสกี้และการบริการแขกระดับ VVIP

ตอนแรกที่เริ่มทำงานนี่บอกเลยว่าทุกครั้งที่ลูกค้าสั่งเหล้าที่มีราคาสูงๆ ก็แอบมือสั่นทุกครั้งที่ต้องรินเหล้าแพงๆ พวกนั้นเหมือนกันนะ ยิ่งเป็นพวกไวน์ที่มีอายุหลายสิบปียิ่งแพงและเป็นที่นิยมของลูกค้า โชคดีที่บาร์เทนเดอร์อย่างฉันไม่ต้องเสิร์ฟมันบ่อยครั้ง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแขกที่นั่งโซนโซฟาและนั่นคือหน้าที่ของพนักงานเสิร์ฟ

“นี้ค่ะ Macallen 25 years Sherry Oak”

“ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยขอบคุณแล้วยกแก้ววิสกี้ไปจิบพลางใช้สายตาเฉี่ยวคมนั้นจดจ้องใบหน้าฉันไปด้วย

อยากยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าที่กำลังร้อนวูบวาบอยู่ตอนนี้ แต่ก็ทำไม่ได้เดี๋ยวคนตรงหน้าจะดูออกว่าฉันเสียอาการ อย่าเผลอแสดงอาการใดๆ ให้รู้เขาเด็ดขาดว่าเสน่ห์แพรวพราวของเขามีผลต่อฉันมากมาย

คือฉันก็ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งนะ ถึงปากจะปฏิเสธเขาไปอย่างชัดเจนและหนักแน่นเมื่อวาน ใช่ว่าฉันจะไม่หวั่นไหวกับผู้ชายที่หล่อสมบูรณ์แบบอย่างเขาเสียหน่อย

“คุณทำงานที่นี่ทุกวันเหรอครับ”

“ก็เกือบทุกวันค่ะ หยุดแค่วันพุธกับพฤหัส”

“งั้นพรุ่งนี้ถ้าผมมาอีกก็จะได้เจอคุณใช่ไหม” ก็คงต้องเป็นอย่างงั้นเพราะพรุ่งนี้เป็นวันอังคารฉันก็ต้องมาทำงานตามปกติอยู่แล้ว

“ค่ะ ปกติวันอาทิตย์-วันอังคาร ฉันทำงานถึงแค่เที่ยงคืนค่ะ” ไม่รู้ทำไมถึงบอกเขาไปละเอียดขนาดนั้น เหมือนอยากให้เขารู้ว่าถ้าอยากเจอฉันก็ต้องมาก่อนเที่ยงคืนงั้นแหละ

นี่ฉันอยากให้เขามาเจอฉันงั้นเหรอ?

“ครับ งั้นพรุ่งนี้คุยงานเสร็จแล้วผมจะรีบมาที่นี่นะ”

หมายความว่าไงฝ? เมื่อวานไม่ใช่ว่าเขาเข้าใจแล้วเหรอว่าฉันไม่สนใจข้อเสนอที่เขายื่นให้ แต่ทำไมเขายังทำเหมือนมาหยอดกันอยู่ล่ะ

“ค่ะ” ก็ได้แต่ตอบรับเขากลับอย่างสุภาพเพราะยังไงเขาก็ลูกค้า

ซึ่งเขาไม่ได้พูดจาไม่ดีหรือตอแยน่ารำคาญเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา

“เทียร์” จู่ๆ เขาก็เรียกชื่อฉัน

“คะ?”

“คุณชื่อ เทียร์เหรอครับ”

“ค่ะ ฉันชื่อเทียร์”

“เมื่อวานผมไม่เห็นป้ายชื่อคุณน่ะ แล้วก็ลืมถามด้วย”

“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีเมื่อวานฉันทำป้ายชื่อตกไว้ที่ห้องพัก” โดนผู้จัดการติงมาเหมือนกันเพราะกฎระเบียบที่นี่ค่อนข้างเคร่งครัดและเรื่องการแต่งตัวอย่างถูกระเบียบของพนักงานถือเป็นเรื่องสำคัญ

“ไม่เป็นไรครับ เพราะผมจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในกลับมาที่นี่คืนนี้”

“ยังไงเหรอคะ?” ทำไมต้องมีข้ออ้างด้วยเพราะเขาก็เข้าออกที่นี่ได้ตลอดอยู่แล้ว

“ก็ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะอยากรู้ชื่อคุณบาร์เทนเดอร์ไงครับ” แหนะ หยอดแล้วหนึ่ง

เขาไม่ได้เซ้าซี้หรือตื้อเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมาก็จริง ทว่าเขากลับใช้เสน่ห์จากรูปร่างหน้าตาและการพูดจาหลอกล้อฉันเป็นกลายๆ ซึ่งฉันยอมรับเต็มปากเลย ว่าเสน่ห์ที่เขาได้โปรยไว้นั้นได้ผล เพราะแค่เห็นเขาหัวใจฉันก็คันยุบยิบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ได้แต่ภาวนาในใจให้ตัวเองไม่หลงเสน่ห์อันแพรวพราวของเขาจนตกปากรับคำขึ้นเตียงกับเขาไปง่ายๆ

“ไคเดนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” มือใหญ่ถูกยื่นมาตรงหน้า ฉันจำต้องยื่นมือตัวเองไปจับทักทายตามมารยาท

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

ฉันเป็นฝ่ายถอนมือออกก่อนเพราะรู้สึกถึงความมือไม้สั่นของตัวเอง และความสั่นไหวนั้นได้ไล่ลามไปถึงหัวใจด้วย

“ทำไมถึงมาเป็นบาร์เทนเดอร์ล่ะ รูปร่างหน้าตาอย่างคุณเป็นสาวเสิร์ฟไม่ได้เงินเยอะกว่าเหรอครับ”

เขาถามพลางพยักพเยิดหน้าไปทางพนักงานสาวเสิร์ฟที่อยู่ใน

ชุดเดรสรัดรูปแขนกุดยาวเหนือเข่าสีดำ แหวกประมาณคืบตรงหน้าขา

ข้างขวาเพื่อให้ง่ายต่อการเดิน ส่วนตัวคิดว่าเป็นยูนิฟอร์มที่ดูคลาสสิกและ

ไฮคลาสมาก ไม่ได้เปิดเนื้อหนังให้เปลืองตัวเลย แต่ชุดมันรัดรูปมากพอที่จะโชว์สรีระบนร่างกายให้ดูเซ็กซี่น่าค้นหา

“เงินอาจจะเยอะกว่าก็จริงค่ะ แต่เปลืองตัวกว่า”

ถึงจะรับแขกระดับ vvip ก็เหอะ แต่ใช่ว่าคนมีตังจะนิสัยดี

เป็นสุภาพบุรุษกันหนิ ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่มีคนเหี้ยก็คนเหี้ยนั่นแหละ

เรื่องแต๊ะอั๋งอะไรพวกนี้มีให้เห็นบ่อยไป และส่วนมากคือเดือนร้อนโวยวายอะไรมากไม่ได้เสียด้วยสิ เพราะแต่ละคนระดับบึ้มๆ ทั้งนั้น ทิปหนักแค่ไหนฉันก็ทำใจให้พวกมือปลาหมึกมาลวนลามไม่ได้

“เป็นบาร์เทนเดอร์ใช่ว่าจะไม่ได้ทิปเสียหน่อยหนิคะ”

“บาร์เทนเดอร์หน้าตาอย่างคุณคงได้ทิปหนักไม่เบาสินะ” เขาพูดด้วยสีหน้ารู้ทัน

ก็มันแน่นอนอยู่แล้ว บางเดือนทิปเยอะกว่าเงินเดือนเสียอีก จะว่ามั่นก็ได้เพราะฉันก็มั่นใจว่าตัวเองสวยระดับหนึ่ง ซึ่งหน้าตาที่พ่อแม่ให้มามันช่วยในการทำมาหากินได้เยอะเลย ก็อย่างที่บอกไปว่ามีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มากหน้าหลายตาอยากรับฉันไปเลี้ยง นั่นก็หมายความว่าพวกเขาได้ถูกใจกับรูปร่างลักษณะภายนอกฉัน เมื่อถูกใจมีเหรอพวกเขาจะไม่ให้ทิปฉัน บางคนแค่ชงเหล้าแก้วเดียวก็ให้ทิปหลักหมื่นเลยทีเดียว เห็นไหมไม่ต้องเปลืองตัวเลย

คุยกับเขาได้อีกแค่สองสามประโยคก็ต้องขอตัวไปทำค็อกเทล จากที่คิดว่าแขกไม่เยอะเท่าไหร่แต่ออร์เดอร์ค็อกเทลมาไม่หยุดไม่หย่อนเลย

คงเป็นเพราะแขกผู้หญิงกลุ่มใหญ่ที่มาฉลองวันเกิด เลยยุ่งจนไม่สามารถคุยกับเขานานๆ เหมือนก่อนหน้านี้อีก

มีมาเติมเหล้า คุยกันเล็กๆ น้อยๆ ดื่มได้สักพักเขาก็ขอตัวกลับห้องและฉันก็ได้รู้ว่าเขาพักอยู่โรงแรมแห่งนี้ด้วย จริงๆ ก็พอเดาไว้อยู่บ้าง เพราะเขาเป็นแขกหน้าใหม่และมาสองวันติดกันแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นแขกที่มาพักห้องสวีทแล้วได้บัตร VVIP ที่เป็นสวัสดิการพิเศษสำหรับแขกที่เข้าห้องพักห้องราคาหลักแสนต่อคืน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลาดรักมาเฟียร้าย   บทที่ 10 ไม่ผ่าน!

    “คั่วสาวที่ไหนกัน เฮียทำแต่งาน กลับจากภูเก็ตก็มาคุยงานต่อกับไอ้ฟรานเลย…. เราด้วยโตแล้วยังหวงพี่ชายอยู่ได้” แม้ว่าเทียร์จะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้เห็น แต่ผมก็รีบแก้ตัวไว้ก่อน ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทยยังไม่ได้คั่วผู้หญิงคนไหนเลย ก็รอคั่วกับเธอคนนี้อยู่ไง ไม่รู้ว่าจะได้คั่วรึเปล่า“ไม่ได้หวงซะหน่อย แค่มีคนที่จองไว้ให้แล้วต่างหาก”“จองไว้? ใครเหรอบอกเฮียได้ไหม?” ถามไปเพราะอยากรู้ว่าใครกันที่เฟรจะยอมให้เป็นเมียไอ้ฟราน ก็เล่นหวงพี่ชายมาแต่ไหนแต่ไรทว่าผมอยากตะโกนบอกน้องสาวเพื่อนดังๆ ว่า คนนี้ไม่ได้ เฮียจองแล้วววว!!! เมื่อเห็นเฟรชี้นิ้วไปทางเทียร์“เทียร์….เพื่อนสนิทเฟรเอง สวย เก่ง ขยัน ผ่าน! ผ่าน! ผ่าน! 3 ผ่านเลย”ไม่ผ่านโว้ยยยย!!! ไหนเทียร์บอกว่าไอ้ฟรานเป็นแค่พี่ชายไงผมจึงเบนสายตาตั้งคำถามไปที่เทียร์ ซึ่งเธอสบตาผมและส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ เลยทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเม้มปากซ่อนรอยยิ้มไว้เพราะกลัวเฟรจะสังเกตเห็น“ดูหน้าเพื่อนเราก่อน ว่าเขาอยากได้พี่ชายเราไหม”“เทียร์มันไม่เคยมองผู้ชายคนไหนหรอกค่ะ วันๆ มีแต่เรียนกับงาน” เฟรถอนหายใจอย่างเ

  • พลาดรักมาเฟียร้าย   บทที่ 9 คนแก่

    “คุณคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้ฟรานใช่ไหม?” และไม่คิดว่าเทียร์จะเป็นเด็กฟรานซิสมันด้วย ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปทำงานที่คลับเลาจน์หรอก เพราะไอ้ฟรานมันไม่ปล่อยให้เด็กตัวเองไปทำงานในสถานที่แบบนั้นแน่นอน แต่ของแบบนี้สรุปเองไม่ได้ต้องถามให้มั่นใจว่าเธอกับเพื่อนผมไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ“ฉันคงไม่ได้ดูแก่ขั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฮียฟรานหรอกมั้งคะ” เธอตอบผมด้วยคำพูดติดตลก ซึ่งผมขำไม่ออกเพราะถ้าเธอว่าไอ้ฟรานซิสแก่ หมายความว่าผมก็แก่ด้วยสิ เพราะผมกับมันอายุเท่ากัน“คุณว่าผมแก่เหรอ” แล้วคนที่กำลังยิ้มร่าก็หน้าเจื่อนทันที“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ว่าให้คุณนะ แค่แซวเฮียฟรานเล่นเฉยๆ ค่ะ” เธอบอกพร้อมยกมือไว้ผมอย่างร้อนรนเหมือนกลัวคนแก่อย่างผมจะโกรธเอา หารู้ไหมว่าอารมณ์ของผมตอนนี้มันห่างไกลจากคำว่าโกรธโดยสิ้นเชิง ผมกำลังดีใจที่ได้เจอเธอ เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าใสๆนี้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการทำงานมันเบาลง หรือเป็นเพราะความสดใสที่เปร่งประกายจากร่างบางที่ทำให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เลือดในกายสูบฉีดจนหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะเป็นเอามากนะกู! จะหัวใจวายตายไหมเนี่ย!ด้วยลุคที่แปลกตาบวกกับการเป็นตัวของตัวเอง

  • พลาดรักมาเฟียร้าย   บทที่ 8 บังเอิญ

    ไคเดนผมขับรถตรงจากสนามบินมาที่บ้านฟรานซิส หลังบินกลับจากภูเก็ตเพื่อไปดูความคืบหน้าของโรงแรมที่ร่วมหุ้นกับคีย์ที่ฟรานซิสเป็นคนแนะนำให้รู้จักเมื่อสองปีก่อน ซึ่งตอนนี้โรงแรมสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการตกแต่งภายในและบริษัทตกแต่งภายในที่ประมูลได้คือบริษัทในเครือของฟรานซิสเอง วันนี้ผมเลยอยากแวะมาคุยกับมันเสียหน่อยบวกกับไม่รู้ไปไหน เพราะในเมืองไทยผมมีมันเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเลยถือโอกาสแวะมาดื่มกับมันด้วยเสียเลย ตามประสาหนุ่มๆ ที่ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน จะว่าหนุ่มโสดสนิทก็พูดได้ไม่เต็มปากความจริงจะคุยเรื่องงานกันผ่านโทรศัพท์ก็ได้ แต่การมานั่งคุยงานแล้วจิบวิสกี้ไปด้วยมันดีกว่าเป็นไหนๆ กลับห้องไปก็มีแต่งานและความเหงา บวกกับช่วงนี้ที่เกิดเบื่อหน่ายกับเรื่องบนเตียง แต่….เอ๊ะ! เรื่องบนเตียงไม่น่าเบื่อหน่ายแต่แค่ไม่อยากได้ใครเลย ในหัวมีแต่เธอคนนั้นคนเดียว ไม่รู้เป็นบ้าอะไร!เจอกันสองสามครั้งเธอก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด ว่างเป็นไม่ได้เอาแต่คิดถึงใบหน้าสวยละมุนนั้นตลอด พอรู้ตัวว่าตัวเองอาการค่อนข้างหนัก ไม่เคยอยากได้ใครมากเท่านี้มาก่อน ก็ได้แต่หวังว่าเธอ

  • พลาดรักมาเฟียร้าย   บทที่ 7 ข้อเสนอ

    ถึงก่อนหน้านี้จะมีเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่มายื่นข้อเสนอให้จนหัวกระไดไม่แห้งก็ตาม และหลายคนก็ทุ่มไม่น้อย บางคนเสนอให้เงินเดือนหลักแสน ซื้อคอนโดให้อยู่บ้าง ซื้อรถให้ก็มี แต่ไม่มีใครบ้าจ่ายหนักเท่าเขาคนนี้มาก่อน แค่รถคันนี้ก็หลักสิบล้านแล้ว ไหนจะคอนโด บ้าน เงินสดอีกนี่ฉันไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม?ความรู้สึกเหมือนกำลังฝันว่าตัวเองถูกหวยไม่มีผิด ถ้าถามว่าสนใจข้อเสนอเขาไหม ตอบเลยว่า สนมาก!ฉันไม่ได้โลกสวยนะที่จะไม่สนใจข้อเสนอดีๆ แบบนี้ แต่ที่ปฏิเสธตลอดมาเพราะฉันไม่ได้ถูกใจคนพวกนั้นไง ไม่สามารถหลับหูหลับตานอนกับใครก็ได้เพื่อแลกกับเงิน อีกอย่างผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้ามามักมีครอบครัวกันแล้ว ซึ่งข้อนี้ฉันรับไม่ได้เด็ดขาด“คุณโสดใช่ไหมคะ” คนที่ขับรถสบายอารมณ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจทันที“ถ้าผมไม่โสดจะยื่นข้อเสนอให้คุณทำไมกัน” ผู้ชายมักมากมีให้เห็นเยอะแยะไป ดูจากเสี่ยๆ ที่มาขอเลี้ยงดูก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะโสดสักคน“คุณมีอะไรมายืนยันกับฉันไหมคะ” เขาขำพรืดทั้งที่ฉันกำลังถามเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะชะลอรถจอดหน้าหอพัก ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาคุยกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมไม่มีเอกสารอะไรมายืนยันสถานะตัวเอง

  • พลาดรักมาเฟียร้าย   บทที่ 6 ถ้าถูกใจ เท่าไหร่ก็จ่าย

    “ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมมาจากไหน” ทว่าเหมือนมีคนอ่านใจฉันได้“กลัวดูละลาบละล้วงคุณเกินไปค่ะ” ถึงเขาเปิดโอกาสให้ แต่เราพึ่งเจอกันเป็นครั้งที่สามเองนะ กลัวถามอะไรไปแล้วดูอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาจนเกินงาม“ตอนนี้เราไม่อยู่ในฐานะบาร์เทนเดอร์กับลูกค้าแล้ว คุยกับผมเป็นกันเองได้ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผม ถามได้ ผมไม่ถือว่าเป็นการละลาบละล้วง ถือเสียว่าเป็นการทำความรู้จักระหว่างเราแล้วกัน”เขาบอกฉันด้วยท่าสบายๆ แต่เป็นฉันที่ปรับตัวไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้ฉันพูดคุยกับเขาในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งบทสนทนาต้องถูกกลั่นกรองและเลือกสรรมาแล้วในระดับหนึ่งเพื่อให้ถูกกาลเทศะในสถานที่ทำงาน“คุยกับผมเหมือนผู้ชายคนหนึ่งได้ไหม”“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงพลางเหลือบตามองคนที่กำลังตั้งใจขับรถ ในระดับที่เรียกว่าช้ามาก อาจจะเป็นเพราะเขาไม่คุ้นชินกับถนนที่กรุงเทพอย่างที่บอก“คุณไม่ได้อาศัยอยู่ที่กรุงเทพใช่ไหมคะ?”“เปล่าครับ ปกติผมอยู่ที่ฮ่องกง”“คุณเป็นลูกครึ่งไทย - ฮ่องกง?” เพราะเขาพูดไทยได้เลยคิดว่าเขาต้องมีเชื้อไทย“ผมเป็นลูกผสมน่ะ พ่อเป็นลูกครึ่งฮ่องกง - เยอรมัน ส่วนแม่เป็นลูกครึ่งไทย - เยอรมัน”ก็ว่าทำไมรูปร่างเขาถึงสูง

  • พลาดรักมาเฟียร้าย   บทที่ 5 อยากเจอ

    นอนพักไปเกือบสองชั่วโมงได้ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน โชคดีหน่อยที่โรงแรมไม่ได้ไกลจากหอพักมากและใกล้กับรถไฟฟ้าอย่าง Bts ด้วย จึงสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่งั้นคงต้องเสียเวลาบนท้องถนนอีกมากโขเวลาล่วงเลยจนถึง 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่เห็นใครบางคนที่บอกว่าจะมาที่นี่เพราะอยากเจอฉันเลย แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดเขาด้วยเนี่ย! เขาก็แค่แขกขาจรที่มานั่งดื่มคนหนึ่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ดูจากหน้าตาไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ตาคมเฉี่ยวเหมือนมีเชื้อจีน แต่สีตาและเค้าโครงหน้าดูจะมีเชื้อยุโรปด้วย แต่เขากลับพูดไทยได้ชัดแจ๋ว เลยเดาไม่ออกว่าเขาเป็นลูกครึ่งหรือลูกผสมจากที่ไหน มีอย่างเดียวที่มั่นใจคือเขารวยแน่ๆ ดูจากเครื่องประดับกายทุกชิ้นบนตัวเขาแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น ที่สำคัญเขาดูมีภูมิฐานดูมีอำนาจบารมีใหญ่โตและเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขาม“ถึงเวลาเลิกงานแล้ว น้องเทียร์ไปพักเถอะ” เสียงพี่ ‘โจ’ บาร์เทนเดอร์อีกคนที่เข้ากะดึกต่อจากฉันเอ่ยบอกเที่ยงคืนแล้วเหรอทำไมเวลาคืนนี้มันเร็วจัง….“ค่ะ พี่โจ ไว้เจอกันวันศุกร์นะคะ”“ครับ กลับดีๆ ล่ะเรา ถึงแล้วไลน์มาบอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status