ログインเทียร์
ทุกวันนี้ชีวิตฉันมีอยู่แค่สองอย่างคือเรียนและทำงาน ถามว่าเหนื่อยไหม ตอบเลยว่าเหนื่อยมาก! แต่ก็ต้องกัดฟันทำต่อไป เพราะเงินประกันชีวิตที่ได้รับหลังจากที่พ่อกับแม่เสียชีวิต มันไม่มากพอที่จะส่งฉันเรียนจนจบได้ หรือไม่ก็เฉียดฉิวมาก ไหนจะค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากิน ข้าวของเครื่องใช้จิปาถะทั้งหลาย มันไม่ใช่น้อยๆ เลย ข้าวของก็ขึ้นราคาทุกวัน ฉันเลยต้องทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะมีเงินมากพอที่จะส่งตัวเองเรียนจนจบและมีเงินเก็บฉุกเฉินด้วย
ความจริงงานที่ทำอยู่ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเลย ณ ตอนนี้นะ ช่วงแรกๆ ก็เอาเรื่องเหมือนกัน เพราะการฝึกเป็นบาร์เทนเดอร์มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความจำค่อนข้างเยอะ ชื่อแอลกอฮอล์แต่ละอย่างก็ใช่ว่าจะง่าย ต้องเอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมกันอีก แต่พอทำได้สักพักก็รู้สึกคล่องและพยายามตั้งใจทำงานและพัฒนามาเรื่อยๆ ให้สมกับเงินเดือนและจะทำให้พี่ชายเพื่อนที่ช่วยฝากงานนี้ให้เสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด
ระหว่างที่ยืนเช็ดแก้วที่เคาน์เตอร์บาร์ สายตาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉันเก็บเอาไปฝันเมื่อคืน ดวงตาสีเทาคมเฉี่ยวเหมือนเหยี่ยว
สันจมูกโด่งสวยเข้ารูป รูปร่างสูงใหญ่กำยำไซซ์ยุโรป เมื่อวานแค่เขาใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนยังก็ดูโดดเด่นเกินต้านทานแล้ว แต่วันนี้เขากลับมาในลุค All black ที่ดูเป็นทางการมากกว่าในเสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงสแล็กส์และรองเท้าหนังมันวาว ไม่ต้องบอกเลยว่าเขาโดดเด่นแค่ไหนแค่เดินเข้าในตัวเลาจน์ที่หรี่ไฟให้มืดลงเพื่อเหมาะแก่บรรยากาศยามค่ำคืน ก็เหมือนมีสปอร์ตไลท์ส่องร่างหนาของเขาอยู่ทุกย่างก้าว คนอะไรออร่าตาแตกขนาดนี้ ได้แต่บอกตัวเองหยุดใจสั่นกับร่างสูงที่นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดียวกับเมื่อคืน
เมื่อวานเขาใส่เสื้อยืดคอกลม ฉันเลยไม่เห็นว่ารอยสักที่โพล่พ้นคอเสื้อมันคืออะไร แต่วันนี้เขาใส่เสื้อเชิ้ตและปลดกระดุมหลายเม็ดจนเห็นรอยสักรูปมังกรขนาดใหญ่ที่หน้าอกข้างขวา เขายิ่งดูแบดบอยกร้าวใจสุดๆ ไปเลย
ไม่คิดมาก่อนว่าฉันจะใจสั่นกับผู้ชายทรงนี้ เพราะคิดตลอดมาว่าตัวเองชอบผู้ชายแนวคุณชายๆ พูดจาสุภาพ อบอุ่น อะไรประมาณนี้ แต่คนตรงหน้าช่างห่างไกลจากคำว่าคุณชายมากโข
“สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วนะคะ” ในฐานะผู้บริการก็ต้องทักทายแขกก่อนตามมารยาท ซึ่งปากเรียวบางก็กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นการทักทายกลับ
“รับอะไรดีคะวันนี้”
“เหมือนเดิมครับ” เขาดูนิ่ง ไม่หว่านเสน่ห์เกลื่อนกลาดเหมือนเมื่อวาน แต่แค่นั่งนิ่งๆ ก็มีเสน่ห์เหลือล้น
“ได้ค่ะ” บอกเขาแล้วหันไปหยิบขวดวิสกี้ราคาเกือบแสนมาเทใส่แก้วที่ถูกเช็ดจนใสวิ้งวับให้สมกับราคาวิสกี้และการบริการแขกระดับ VVIP
ตอนแรกที่เริ่มทำงานนี่บอกเลยว่าทุกครั้งที่ลูกค้าสั่งเหล้าที่มีราคาสูงๆ ก็แอบมือสั่นทุกครั้งที่ต้องรินเหล้าแพงๆ พวกนั้นเหมือนกันนะ ยิ่งเป็นพวกไวน์ที่มีอายุหลายสิบปียิ่งแพงและเป็นที่นิยมของลูกค้า โชคดีที่บาร์เทนเดอร์อย่างฉันไม่ต้องเสิร์ฟมันบ่อยครั้ง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแขกที่นั่งโซนโซฟาและนั่นคือหน้าที่ของพนักงานเสิร์ฟ
“นี้ค่ะ Macallen 25 years Sherry Oak”
“ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยขอบคุณแล้วยกแก้ววิสกี้ไปจิบพลางใช้สายตาเฉี่ยวคมนั้นจดจ้องใบหน้าฉันไปด้วย
อยากยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าที่กำลังร้อนวูบวาบอยู่ตอนนี้ แต่ก็ทำไม่ได้เดี๋ยวคนตรงหน้าจะดูออกว่าฉันเสียอาการ อย่าเผลอแสดงอาการใดๆ ให้รู้เขาเด็ดขาดว่าเสน่ห์แพรวพราวของเขามีผลต่อฉันมากมาย
คือฉันก็ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งนะ ถึงปากจะปฏิเสธเขาไปอย่างชัดเจนและหนักแน่นเมื่อวาน ใช่ว่าฉันจะไม่หวั่นไหวกับผู้ชายที่หล่อสมบูรณ์แบบอย่างเขาเสียหน่อย
“คุณทำงานที่นี่ทุกวันเหรอครับ”
“ก็เกือบทุกวันค่ะ หยุดแค่วันพุธกับพฤหัส”
“งั้นพรุ่งนี้ถ้าผมมาอีกก็จะได้เจอคุณใช่ไหม” ก็คงต้องเป็นอย่างงั้นเพราะพรุ่งนี้เป็นวันอังคารฉันก็ต้องมาทำงานตามปกติอยู่แล้ว
“ค่ะ ปกติวันอาทิตย์-วันอังคาร ฉันทำงานถึงแค่เที่ยงคืนค่ะ” ไม่รู้ทำไมถึงบอกเขาไปละเอียดขนาดนั้น เหมือนอยากให้เขารู้ว่าถ้าอยากเจอฉันก็ต้องมาก่อนเที่ยงคืนงั้นแหละ
นี่ฉันอยากให้เขามาเจอฉันงั้นเหรอ?
“ครับ งั้นพรุ่งนี้คุยงานเสร็จแล้วผมจะรีบมาที่นี่นะ”
หมายความว่าไงฝ? เมื่อวานไม่ใช่ว่าเขาเข้าใจแล้วเหรอว่าฉันไม่สนใจข้อเสนอที่เขายื่นให้ แต่ทำไมเขายังทำเหมือนมาหยอดกันอยู่ล่ะ
“ค่ะ” ก็ได้แต่ตอบรับเขากลับอย่างสุภาพเพราะยังไงเขาก็ลูกค้า
ซึ่งเขาไม่ได้พูดจาไม่ดีหรือตอแยน่ารำคาญเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา“เทียร์” จู่ๆ เขาก็เรียกชื่อฉัน
“คะ?”
“คุณชื่อ เทียร์เหรอครับ”
“ค่ะ ฉันชื่อเทียร์”
“เมื่อวานผมไม่เห็นป้ายชื่อคุณน่ะ แล้วก็ลืมถามด้วย”
“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีเมื่อวานฉันทำป้ายชื่อตกไว้ที่ห้องพัก” โดนผู้จัดการติงมาเหมือนกันเพราะกฎระเบียบที่นี่ค่อนข้างเคร่งครัดและเรื่องการแต่งตัวอย่างถูกระเบียบของพนักงานถือเป็นเรื่องสำคัญ
“ไม่เป็นไรครับ เพราะผมจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในกลับมาที่นี่คืนนี้”
“ยังไงเหรอคะ?” ทำไมต้องมีข้ออ้างด้วยเพราะเขาก็เข้าออกที่นี่ได้ตลอดอยู่แล้ว
“ก็ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะอยากรู้ชื่อคุณบาร์เทนเดอร์ไงครับ” แหนะ หยอดแล้วหนึ่ง
เขาไม่ได้เซ้าซี้หรือตื้อเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมาก็จริง ทว่าเขากลับใช้เสน่ห์จากรูปร่างหน้าตาและการพูดจาหลอกล้อฉันเป็นกลายๆ ซึ่งฉันยอมรับเต็มปากเลย ว่าเสน่ห์ที่เขาได้โปรยไว้นั้นได้ผล เพราะแค่เห็นเขาหัวใจฉันก็คันยุบยิบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ได้แต่ภาวนาในใจให้ตัวเองไม่หลงเสน่ห์อันแพรวพราวของเขาจนตกปากรับคำขึ้นเตียงกับเขาไปง่ายๆ
“ไคเดนครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” มือใหญ่ถูกยื่นมาตรงหน้า ฉันจำต้องยื่นมือตัวเองไปจับทักทายตามมารยาท
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
ฉันเป็นฝ่ายถอนมือออกก่อนเพราะรู้สึกถึงความมือไม้สั่นของตัวเอง และความสั่นไหวนั้นได้ไล่ลามไปถึงหัวใจด้วย
“ทำไมถึงมาเป็นบาร์เทนเดอร์ล่ะ รูปร่างหน้าตาอย่างคุณเป็นสาวเสิร์ฟไม่ได้เงินเยอะกว่าเหรอครับ”
เขาถามพลางพยักพเยิดหน้าไปทางพนักงานสาวเสิร์ฟที่อยู่ใน
ชุดเดรสรัดรูปแขนกุดยาวเหนือเข่าสีดำ แหวกประมาณคืบตรงหน้าขา ข้างขวาเพื่อให้ง่ายต่อการเดิน ส่วนตัวคิดว่าเป็นยูนิฟอร์มที่ดูคลาสสิกและ ไฮคลาสมาก ไม่ได้เปิดเนื้อหนังให้เปลืองตัวเลย แต่ชุดมันรัดรูปมากพอที่จะโชว์สรีระบนร่างกายให้ดูเซ็กซี่น่าค้นหา“เงินอาจจะเยอะกว่าก็จริงค่ะ แต่เปลืองตัวกว่า”
ถึงจะรับแขกระดับ vvip ก็เหอะ แต่ใช่ว่าคนมีตังจะนิสัยดี
เป็นสุภาพบุรุษกันหนิ ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่มีคนเหี้ยก็คนเหี้ยนั่นแหละ เรื่องแต๊ะอั๋งอะไรพวกนี้มีให้เห็นบ่อยไป และส่วนมากคือเดือนร้อนโวยวายอะไรมากไม่ได้เสียด้วยสิ เพราะแต่ละคนระดับบึ้มๆ ทั้งนั้น ทิปหนักแค่ไหนฉันก็ทำใจให้พวกมือปลาหมึกมาลวนลามไม่ได้“เป็นบาร์เทนเดอร์ใช่ว่าจะไม่ได้ทิปเสียหน่อยหนิคะ”
“บาร์เทนเดอร์หน้าตาอย่างคุณคงได้ทิปหนักไม่เบาสินะ” เขาพูดด้วยสีหน้ารู้ทัน
ก็มันแน่นอนอยู่แล้ว บางเดือนทิปเยอะกว่าเงินเดือนเสียอีก จะว่ามั่นก็ได้เพราะฉันก็มั่นใจว่าตัวเองสวยระดับหนึ่ง ซึ่งหน้าตาที่พ่อแม่ให้มามันช่วยในการทำมาหากินได้เยอะเลย ก็อย่างที่บอกไปว่ามีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มากหน้าหลายตาอยากรับฉันไปเลี้ยง นั่นก็หมายความว่าพวกเขาได้ถูกใจกับรูปร่างลักษณะภายนอกฉัน เมื่อถูกใจมีเหรอพวกเขาจะไม่ให้ทิปฉัน บางคนแค่ชงเหล้าแก้วเดียวก็ให้ทิปหลักหมื่นเลยทีเดียว เห็นไหมไม่ต้องเปลืองตัวเลย
คุยกับเขาได้อีกแค่สองสามประโยคก็ต้องขอตัวไปทำค็อกเทล จากที่คิดว่าแขกไม่เยอะเท่าไหร่แต่ออร์เดอร์ค็อกเทลมาไม่หยุดไม่หย่อนเลย
คงเป็นเพราะแขกผู้หญิงกลุ่มใหญ่ที่มาฉลองวันเกิด เลยยุ่งจนไม่สามารถคุยกับเขานานๆ เหมือนก่อนหน้านี้อีกมีมาเติมเหล้า คุยกันเล็กๆ น้อยๆ ดื่มได้สักพักเขาก็ขอตัวกลับห้องและฉันก็ได้รู้ว่าเขาพักอยู่โรงแรมแห่งนี้ด้วย จริงๆ ก็พอเดาไว้อยู่บ้าง เพราะเขาเป็นแขกหน้าใหม่และมาสองวันติดกันแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นแขกที่มาพักห้องสวีทแล้วได้บัตร VVIP ที่เป็นสวัสดิการพิเศษสำหรับแขกที่เข้าห้องพักห้องราคาหลักแสนต่อคืน
ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองเฟรอย่างช่างใจ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนกำลังรู้สึกยังไง แต่ดูจากสีหน้าก็ไม่ได้บึ้งตึงเหมือนคนกำลังโกรธ หรือแม้แต่น้ำเสียงที่ถามเมื่อกี้ฟังดูแปลกใจเสียมากกว่า“แกเห็นฉันกับเขาที่ห้องครัวเมื่อกี้ใช่ไหม”“อืม เห็นแกหายไปนาน เป่าผมเสร็จก็ยังไม่ขึ้นมาเลยลงไปตาม แล้วสรุปเป็นอะไรกัน ไปรู้จักกันตอนไหน ไหนเล่ามาซิ” ความลับแตกแล้วสิ! สงสัยไอ้นิยามที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดคงไม่มีอยู่จริง “ฉันเจอเขาที่เลาจน์อ่ะ ก่อนจะบังเอิญมาเจอที่นี่แล้วก็ได้รู้ว่าเขารู้จักแกกับเฮียฟราน”“โลกกลมจริงจริ๊ง!” ใช่! โลกกลมมาก และบางครั้งความโลกกลมก็ไม่ได้เป็นผลดีเลย เฟรยังยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง “แล้วไปรู้จักกันอีท่าไหนถึงได้จูบกอดรัดฟัดเหวี่ยง นัวเนียกันเหมือนในห้องครัวเมื่อกี้”“แค่จูบกันเฉยๆ” ฉันอ้อมแอ้มแก้คำพูดของเฟร ก็เพื่อนก็ใช้คำซะเกินงาม“สรุปคบกัน?” ฉันส่ายหัวตอบเฟร ไม่กล้าแม้แต่จะโกหกว่าเราคบกันเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการสถานะนี้กับฉันตั้งแต่แรก“อย่าบอกว่าแค่เอากันเฉยๆ เพราะฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างแกจะทำแบบนั้น” ความที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปีและเราก็รู้จักนิสัยใจคอกันมากแ
เทียร์คืนนี้เป็นคืนที่สี่ที่ฉันต้องมานอนค้างกับเฟรเพื่อความสบายใจของเฮียไคเดน ในระหว่างที่เขาบินไปเคลียร์งานที่ฮ่องกง ซึ่งตลอดสี่วันที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะยุ่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเจียดเวลาโทรมาถามไถ่ทุกวัน งานเขาคงยุ่งมากๆ เพราะทุกครั้งที่เขาโทรหาเราไม่เคยได้คุยกันเกิน 10 นาทีเลย และวันนี้เขาหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนบ่าย สงสัยจะประชุมลากยาวอีกตามเคยหลังจากดื่มน้ำและหยิบขวดน้ำติดมือมาอีกหนึ่งขวดเผื่อเฟรเพราะเมื่อตอนเย็นนั่งดูหนังด้วยกันพร้อมแล้วเผลอทานขนมขบเคี้ยวเยอะไปหน่อย ตอนนี้เลยรู้สึกคอแห้ง กระหายน้ำ เฟรเองก็คงไม่ต่างกันจังหวะที่กำลังเดินออกจากห้องครัวมุ่งหน้าไปที่บันไดขึ้นชั้นสอง ทว่ากลับเห็นแผ่นหลังหนาในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสีโทนเดียวกัน ที่ฉันจำได้แม่นว่าเจ้าของแผ่นหลังคือใคร“เฮีย” ฉันเรียกเขาเสียงไม่เบาและไม่ดังมาก แต่ดังพอที่ทำให้ขายาวๆ ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหยุดชะงักแล้วหันหลังมา“เทียร์! ทำไมไม่รับโทรศัพท์เฮีย” เขาเดินมาหาด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะลากฉันกลับเข้าไปในห้องครัวทั้งที่พึ่งเดินออกมา“เฮียปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวเฮียฟรานเห็น” ไม่ได้กลัวเฮียฟรานซิสลงมาเจอเท่ากับไอ้กล้อง
ไคเดน“นายต้องการให้ผมลงโทษมันยังดีครับ” ‘จางหมิ่น’ มือขวาคู่ใจถามผมผมก้มมองร่างผอมแห้งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองที่ตอนมันมีสภาพสะบักสะบอมเหมือนโดนหมาฟัดมา กำลังยกมือไหว้ร่ำร้องขอชีวิตอยู่บนพื้นห้องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีแดงสดหรือเลือดชั่วของมัน“เก็บมันซะ!” ผมไม่เคยลังเลที่จะลงโทษคนทรยศด้วยวิธีนี้ ในเมื่อลูกน้องที่ผมรับเข้ามาทำงานให้เงินเดือนดีๆ มันไม่จงรักภักดี ขโมยสินค้าล็อตใหญ่ของลูกค้าคนสำคัญไปขายทอดตลาด ส่งผลให้บริษัทของผมไม่สามารถส่งพัสดุให้ลูกค้าครบถ้วนได้ จนถูกลูกค้าโทรมาโวยและต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่ทั้งขาดทุนทั้งเสียชื่อบริษัท เพราะฉะนั้นบทลงโทษเดียวของไอ้หัวขโมยคือ ‘ความตาย’ก็อยากการตัดนิ้วมือทิ้งให้มันเป็นพิการตลอดชีวิตก็ได้ ทรมานมันเล่นๆ ทว่ามือขวาของผมได้สืบประวัติมาว่าไอ้พนักงานคนนี้มาแล้วว่ามันมีเมียและลูกน้อยที่อายุได้เพียงไม่กี่ขวบเอง เป็นพิการไปก็ลำบากครอบครัว ประกอบกับที่มันไม่ได้เป็นผัวและพ่อที่ดีเลย ชอบทำร้ายร่างกายลูกเมียตอนเมา เพราะฉะนั้นอยู่ไปก็หนักโลกเดนสังคมแบบมันควรตายๆ ซะ!ไม่แน่ลูกกับเมียมันอาจจะอยากขอบคุณผมก็ได้ที่สั่งเก็บพ่อชั่ว
ในขณะที่ยืนรอเฟรที่หน้าหอพัก ในหัวก็นึกถึงเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคืนวันเสาร์หลังทานมื้อค่ำเสร็จตอน 3 ทุ่มกว่า กิจกรรมเดียวที่เราทำคือกิจกรรมบนเตียง เขาจับฉันกินจนเวลาล่วงเลยไปตอนเช้ามืดอีกวัน คือไม่ได้มีแรงโหมกระแทกกันนานหลายชั่วโมงติดต่อกันขนาดนั้น ก็จบกันไปเป็นยกๆ มีพักคุยกันบ้าง สักพักก็นัวเนียกันใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้ทั้งคืนเขาน่าจะเป็นคนเซ็กซ์จัดคนหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากเรื่องงาน ก็มีกิจกรรมไม่กี่อย่างที่เขาทำ มีว่ายน้ำบ้างครั้งคราว ออกกำลังกายตอนเช้า ที่เหลือก็คือเรื่องบนเตียง ส่วนฉันก็ยอมรับอย่างไม่อาย ว่าฉันเองก็ชอบและติดใจรสเซ็กซ์ของเขาเหมือนกันรถปอร์เช่คันสีเหลืองแสบตาแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า ฉันเปิดประตูเดินขึ้นรถด้วยความคุ้นชินเพราะเพื่อนมารับไปเรียนทุกวันตั้งแต่ปี1 ยันปี4“กาแฟไหม” เฟรยื่นแก้วกาแฟเย็นจากร้านหรูมาให้ ก่อนจะออกรถ“ขอบใจนะ” ฉันยกแก้วกาแฟมาดูดไม่ให้เสียน้ำใจ เพราะเพื่อนคงคิดว่าเมื่อคืนฉันไปทำงานเลยแวะซื้อกาแฟมาให้เหมือนทุกวัน “แก ฉันลาออกจากงานแล้วนะ”“จริงดิ! ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะ” เฟรถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เพราะปกติถ้ามีเรื่องแบบนี้ฉันมักจะปรึกษาหรื
“ตรวจงานอะไรคะ?”“ว่าเฮียอาบน้ำให้หนูสะอาดดีไหม” ฉันยิ้มหวานให้กับข้ออ้างเขา จะกินฉันก็บอกมาเถอะ จะมาตรวจเช็คอะไร อาบน้ำเกือบชั่วโมงไม่สะอาดให้มันรู้ไปสิจมูกโด่งกดดมตั้งลำคอ บ่าไหล่ ทำเสียงฟุ๊ดฟิ๊ดไปด้วยเหมือนกำลังตรวจตราอย่างที่เขาว่า ก่อนจะแวะแทะเล็มยอดอกสีชมพูอ่อนชูชันด้วยริมฝีปากร้อน “อ๊ะ”แล้วฟัดทั้งสองเต้าขาวใหญ่อย่างมันเขี้ยว ฉันหลุดหัวเราะเพราะจั๊กจี้เมื่อโดนตอหนวดเขาขูดเบาๆ บนเนื้อบอบบาง“ต้องตรวจตราให้ครบทุกซอกทุกมุม” ฉันเม้มปากสบสายตากะลิ้มกะเหลี่ยคู่นั้น ขณะที่เขาลากจมูกโด่งลงต่ำไปถึงสะดือ กดริมฝีปากจูบตรงนั้น แล้วจูบไล้ลงไปที่ขาอ่อน ใช้ริมเม้มเบาๆ แต่ฉันกลับสะท้านไปทั้งตัว“อื้อ”“ตรงนี้ก็ต้องตรวจค่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาบอก แล้วจับขาทั้งสองข้างของฉันตั้งฉาก ก่อนจะส่งลิ้นนุ่มตวัดที่จุดอ่อนไหว เขาตวัดลิ้นขึ้นลง จนตรงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายและน้ำหวานที่ไหลออกจากตัวฉัน“อื้อ อ๊ะ” ทุกครั้งที่ปลายลิ้นเล่นงานติ่งเสียวฉันทั้งยัดสะโพกสู้และก็ยัดหนีเมื่อรับกับความเสียวเสียดไม่ไหว นอนหลับตาพริ้ม ตัวบิดเร้าปากครวญครางไม่เป็นภาษา ลมหายใจหอบถี่จนสุดท้ายของกรีดร้องออกมาก เมื่อช่องทางรัก
วันต่อมา....“เฮียอาบน้ำด้วยค่ะ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง ก่อนกายหนาเปลือยเปล่าจะแนบชิดเข้ามา จนสัมผัสกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเป็นรอน กับไอ้เข้ามังกรที่ดุนอยู่ตรงบั้นท้าย“อาบอย่างเดียวเหรอคะ?” ฉันเอียงหน้าถามอย่างรู้ทัน ก็แข็งทิ่มร่องก้นขนาดนี้ ไม่ใช่แค่อาบน้ำแน่ๆ“อยากเอาด้วยค่ะ” เขาเองก็ยอมรับออกมาตรงๆ ก่อนจูบลงที่หลังคอ ลากริมฝีปากและเล็มต้นคอมาเรื่อยๆ ต่ำลงไปที่ลาดไหล่ “เดี๋ยวเฮียอาบให้นะคะ จะอาบให้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุมเลย”ฉันลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอกับประโยคสุดท้าย ค่ำคืนอันเร่าร้อนของเรากำลังเริ่มขึ้นแล้วสินะ เขายังประกาศไว้อีกว่าจะโต้รุ่งเสียด้วย ตอนนี้แค่ 3ทุ่มกว่าๆ เอง อีกหลายชั่วโมงเลยนะกว่าฟ้าจะสร่างแต่ไม่เป็นไร ฉันสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะเขาอายุเยอะกว่าตั้งเป็นสิบปียังไม่เคยบ่นอิดออด ฉันยังเป็นสาวเป็นแส้อยู่เลย จะตายคาอกผู้ชายให้มันรู้ไปฉันหยิบขวดครีมอาบน้ำกดใส่มือใหญ่ที่แบมือมาข้างหน้า แล้วเขาก็ชโลมมันลงบนผิวกายฉัน มือใหญ่ลูบไล้ขึ้นลงตามจากบ่ายังแขนทั้งสองข้าง สัมผัสและกลิ่นของครีมอาบน้ำทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ฉันหลับตาลงพร้อมสูดดมกลิ่นหอมละมุนที่ตลบอบอวลพร้อมไอความร้อนของ
“อื้อออ…” ฉันเชิดหน้าครางระงม ในขณะที่คุกเข่าหันหลังให้เขาบนโซฟาหลังใหญ่กลางห้องนั่งเล่นที่เปิดม่านโล่งแจ้ง มองเห็นวิวรอบด้าน ศอกทั้งสองข้างค้ำพนักโซฟาไว้ เสยสะโพกอำนวยความสะอวยให้เขากระแทกตัวเข้ามาจากด้านหลัง“เฮีย…อ๊ะ” เรียกเขาอย่างขัดใจทั้งที่
หลังจากสู้รบปรบมือกับเขาบนเตียงนานเกือบ 3 ชั่วโมง เล่นเอาฉันสลบเหมือดไปเลยหลังจบยกสุดท้าย แต่นอนยังไม่ทันฝันหวานก็ถูกเขาปลุกขึ้นมาทานดินเนอร์สุดหรูเสียก่อนตอนแรกกะจะงอแงเพราะเหนื่อยล้าไปทั้งตัว แต่พอนึกได้ว่าเขาถึงขั้นจ้างเชฟมาทำให้ถึงที่ มันคงไม่ดีนักถ้าฉันปฏิเสธ และกลัวเสียความตั้งใจของ
ริมฝีปากร้อนเข้ามาประกบปากจูบบดขยี้พร้อมส่งลิ้นสากเข้ามาตวัดพันด้วยความดุดันในจังหวะเดียวกัน มือหนาบีบเคล้นสะโพกงอน ลูบไล้ตามสีข้างขึ้นมาถึงอกอวบอิ่ม เขาบีบเคล้นนวดคลึงไม่ค่อยเบามือนัก แต่ก็ไม่ได้เกิดความเจ็บปวด ทว่ากลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกฉันได้ยินเสียงหายใจหอบดังเหมือนกำลังกดกั้นอารมณ์หลังจากท
“ก่อนหน้านี้เฮียเสนอรถ บ้าน คอนโด ให้ใช่ไหม หนูก็เขียนลงไปหมดนั่นแหละ เพิ่มเงินรายเดือนไปด้วย อยากได้เท่าไหร่ก็แล้วแต่หนูเลย” ฮะ! ฮะ! จะบ้าเหรอ แค่อยากนอนกับฉันต้องทุ่มขนาดนี้เชียว ต้องรวยขนาดไหนถึงได้มีเงินมาโปรยเล่นแบบนี้ได้“หนูว่าเฮียควรกรอกเองดีกว่านะคะ แต่หนูขอไม่รับค่าจ้างเป็นสิ่งของอย่างพวก







