Masukนอนพักไปเกือบสองชั่วโมงได้ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน โชคดีหน่อยที่โรงแรมไม่ได้ไกลจากหอพักมากและใกล้กับรถไฟฟ้าอย่าง Bts ด้วย จึงสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่งั้นคงต้องเสียเวลาบนท้องถนนอีกมากโข
เวลาล่วงเลยจนถึง 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่เห็นใครบางคนที่บอกว่าจะมาที่นี่เพราะอยากเจอฉันเลย แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดเขาด้วยเนี่ย! เขาก็แค่แขกขาจรที่มานั่งดื่มคนหนึ่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครมาจากไหน
ดูจากหน้าตาไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ตาคมเฉี่ยวเหมือนมี
เชื้อจีน แต่สีตาและเค้าโครงหน้าดูจะมีเชื้อยุโรปด้วย แต่เขากลับพูดไทยได้ชัดแจ๋ว เลยเดาไม่ออกว่าเขาเป็นลูกครึ่งหรือลูกผสมจากที่ไหน มีอย่างเดียว ที่มั่นใจคือเขารวยแน่ๆ ดูจากเครื่องประดับกายทุกชิ้นบนตัวเขาแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น ที่สำคัญเขาดูมีภูมิฐานดูมีอำนาจบารมีใหญ่โตและเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขาม“ถึงเวลาเลิกงานแล้ว น้องเทียร์ไปพักเถอะ” เสียงพี่ ‘โจ’ บาร์เทนเดอร์อีกคนที่เข้ากะดึกต่อจากฉันเอ่ยบอก
เที่ยงคืนแล้วเหรอทำไมเวลาคืนนี้มันเร็วจัง….
“ค่ะ พี่โจ ไว้เจอกันวันศุกร์นะคะ”
“ครับ กลับดีๆ ล่ะเรา ถึงแล้วไลน์มาบอกพี่ด้วยนะ” พี่โจบอกด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
เขาพูดประโยคนี้ฉันกับทุกคืน คงเป็นห่วงที่ผู้หญิงตัวคนเดียวที่ต้องใช้บริการรถสาธารณะในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ ไม่ใช่แค่พี่โจที่เอ็นดูฉันนะ แต่ยังมีพี่ๆ อีกหลายคนในนี้ให้ความเอ็นดูและเป็นห่วงเป็นใยฉัน จนอดปลื้มปริ่มไม่ได้ เพราะการมีเพื่อนร่วมงานดีถือเป็นกำลังใจหนึ่งในการทำงานเลยก็ว่าได้
“ได้เลยค่า” ฉันพูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้พี่โจอย่างขอบคุณในความห่วงใยที่พี่เขามีให้ฉันในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง
หลังจากเปลี่ยนถ่ายเสื้อผ้ากลับมาใส่ชุดลำลองอย่างเสื้อยืดกลางเกงยีนและเสื้อคลุมคาร์ดิแกนที่ใส่มาก่อนเข้างาน ไหล่บางสะพายกระเป๋าใบโต เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เดินออกประตูด้านหลังของโรงแรม ที่มีไว้สำหรับพนักงาน ก่อนจะเดินอ้อมออกมาส่วนหน้าโรงแรมอีกทีเพราะต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสถานนีเยื้องหน้าโรงแรม
ผิดหวังจังที่คืนนี้ไม่ได้เจอเขาคนนั้นอีก พรุ่งนี้และวันมะรืนฉันก็ไม่ได้มาทำงานเพราะเป็นวันหยุดคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้วสินะ เพราะถ้าเขาเป็นแค่แขกที่มาพักโรงแรมก็คงมาพักไม่กี่วัน
นี่ฉันอยากเจอเขามากขนาดนี้เชียวเหรอ?
ในขณะที่กำลังเดินอยู่บนทางเดินเท้าของทางเข้าหน้าโรงแรมด้วยใจที่ห่อเหี่ยวก็ต้องหยุดกึกแล้วยกมือขึ้นมาบังหน้าเพราะถูกแสงจากไฟหน้ารถสาดเข้าตา แต่อึดใจต่อมาไฟหน้ารถคันนั้นก็ถูกปรับให้เป็นไฟหรี่ ฉันถึงลดมือที่บังหน้าลง
รถสปอร์ตคันหรูอย่าง Aston martin กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ก่อนจอดเทียบทางด้านข้างฉัน กระจกรถฝั่งข้างคนขับถูกลดลง
ด้วยสัญชาตญาณฉันก้มหน้าลงไปมองข้างในตัวรถ ก็เล่นจอดตรงหน้ากันขนาดนี้ก็ต้องมีธุระกับฉันแน่ล่ะ และพอเห็นว่าเจ้าของรถคันหรูเป็นใคร หัวใจที่แห้งเหี่ยวก็มีชีวิตวาขึ้นมาทันที อาการหงอยๆ เมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้แต่หัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ“คุณไคเดน!”
“ครับ ผมเอง เลิกงานแล้วใช่ไหม ขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง” เขาบอกฉันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมกดปลดล็อกประตูให้
“ค่ะ” ไม่รู้ว่าทำไมถึงตกปากรับคำรับไปง่ายๆ รู้แค่ว่าหัวใจมันเรียกร้องที่จะเจอเขา เลยไม่อยากจะคิดอะไรให้วุ่นวายมาก ทำตามสิ่งที่หัวใจตัวเองต้องการก่อนแล้วกัน
พอฉันรัดเข็มขัดนิรภัยเสร็จสรรพ เขาก็บอกให้ฉันพิมพ์ที่อยู่ใส่ GPS ที่หน้าจอตรงคอนโซลรถให้เขา พอมันโชว์เส้นทางการเดินทางเขาก็ออกรถทันทีโดยขับวนรถไปออกขาออกของโรงแรมอีกครั้งทั้งที่เขาพึ่งขับเข้ามาแท้ๆ
“ผมไม่คุ้นชินกับถนนที่กรุงเทพน่ะ” คนที่กำลังหมุนควงพวงมาลัยบอกเหตุผลที่เขาต้องการที่อยู่ของฉันบน GPS
“อ๋อค่ะ” ฉันไม่ค่อยแปลกใจหรอกขนาดฉันคนกรุงเทพยังไม่รู้ทุกซอกทุกมุมของกรุงเทพเลย ส่วนเขาเป็นคนที่ไหนฉันไม่รู้และก็ไม่กล้าถามด้วย
ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองเฟรอย่างช่างใจ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนกำลังรู้สึกยังไง แต่ดูจากสีหน้าก็ไม่ได้บึ้งตึงเหมือนคนกำลังโกรธ หรือแม้แต่น้ำเสียงที่ถามเมื่อกี้ฟังดูแปลกใจเสียมากกว่า“แกเห็นฉันกับเขาที่ห้องครัวเมื่อกี้ใช่ไหม”“อืม เห็นแกหายไปนาน เป่าผมเสร็จก็ยังไม่ขึ้นมาเลยลงไปตาม แล้วสรุปเป็นอะไรกัน ไปรู้จักกันตอนไหน ไหนเล่ามาซิ” ความลับแตกแล้วสิ! สงสัยไอ้นิยามที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดคงไม่มีอยู่จริง “ฉันเจอเขาที่เลาจน์อ่ะ ก่อนจะบังเอิญมาเจอที่นี่แล้วก็ได้รู้ว่าเขารู้จักแกกับเฮียฟราน”“โลกกลมจริงจริ๊ง!” ใช่! โลกกลมมาก และบางครั้งความโลกกลมก็ไม่ได้เป็นผลดีเลย เฟรยังยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง “แล้วไปรู้จักกันอีท่าไหนถึงได้จูบกอดรัดฟัดเหวี่ยง นัวเนียกันเหมือนในห้องครัวเมื่อกี้”“แค่จูบกันเฉยๆ” ฉันอ้อมแอ้มแก้คำพูดของเฟร ก็เพื่อนก็ใช้คำซะเกินงาม“สรุปคบกัน?” ฉันส่ายหัวตอบเฟร ไม่กล้าแม้แต่จะโกหกว่าเราคบกันเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการสถานะนี้กับฉันตั้งแต่แรก“อย่าบอกว่าแค่เอากันเฉยๆ เพราะฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างแกจะทำแบบนั้น” ความที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปีและเราก็รู้จักนิสัยใจคอกันมากแ
เทียร์คืนนี้เป็นคืนที่สี่ที่ฉันต้องมานอนค้างกับเฟรเพื่อความสบายใจของเฮียไคเดน ในระหว่างที่เขาบินไปเคลียร์งานที่ฮ่องกง ซึ่งตลอดสี่วันที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะยุ่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเจียดเวลาโทรมาถามไถ่ทุกวัน งานเขาคงยุ่งมากๆ เพราะทุกครั้งที่เขาโทรหาเราไม่เคยได้คุยกันเกิน 10 นาทีเลย และวันนี้เขาหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนบ่าย สงสัยจะประชุมลากยาวอีกตามเคยหลังจากดื่มน้ำและหยิบขวดน้ำติดมือมาอีกหนึ่งขวดเผื่อเฟรเพราะเมื่อตอนเย็นนั่งดูหนังด้วยกันพร้อมแล้วเผลอทานขนมขบเคี้ยวเยอะไปหน่อย ตอนนี้เลยรู้สึกคอแห้ง กระหายน้ำ เฟรเองก็คงไม่ต่างกันจังหวะที่กำลังเดินออกจากห้องครัวมุ่งหน้าไปที่บันไดขึ้นชั้นสอง ทว่ากลับเห็นแผ่นหลังหนาในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสีโทนเดียวกัน ที่ฉันจำได้แม่นว่าเจ้าของแผ่นหลังคือใคร“เฮีย” ฉันเรียกเขาเสียงไม่เบาและไม่ดังมาก แต่ดังพอที่ทำให้ขายาวๆ ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหยุดชะงักแล้วหันหลังมา“เทียร์! ทำไมไม่รับโทรศัพท์เฮีย” เขาเดินมาหาด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะลากฉันกลับเข้าไปในห้องครัวทั้งที่พึ่งเดินออกมา“เฮียปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวเฮียฟรานเห็น” ไม่ได้กลัวเฮียฟรานซิสลงมาเจอเท่ากับไอ้กล้อง
ไคเดน“นายต้องการให้ผมลงโทษมันยังดีครับ” ‘จางหมิ่น’ มือขวาคู่ใจถามผมผมก้มมองร่างผอมแห้งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองที่ตอนมันมีสภาพสะบักสะบอมเหมือนโดนหมาฟัดมา กำลังยกมือไหว้ร่ำร้องขอชีวิตอยู่บนพื้นห้องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีแดงสดหรือเลือดชั่วของมัน“เก็บมันซะ!” ผมไม่เคยลังเลที่จะลงโทษคนทรยศด้วยวิธีนี้ ในเมื่อลูกน้องที่ผมรับเข้ามาทำงานให้เงินเดือนดีๆ มันไม่จงรักภักดี ขโมยสินค้าล็อตใหญ่ของลูกค้าคนสำคัญไปขายทอดตลาด ส่งผลให้บริษัทของผมไม่สามารถส่งพัสดุให้ลูกค้าครบถ้วนได้ จนถูกลูกค้าโทรมาโวยและต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่ทั้งขาดทุนทั้งเสียชื่อบริษัท เพราะฉะนั้นบทลงโทษเดียวของไอ้หัวขโมยคือ ‘ความตาย’ก็อยากการตัดนิ้วมือทิ้งให้มันเป็นพิการตลอดชีวิตก็ได้ ทรมานมันเล่นๆ ทว่ามือขวาของผมได้สืบประวัติมาว่าไอ้พนักงานคนนี้มาแล้วว่ามันมีเมียและลูกน้อยที่อายุได้เพียงไม่กี่ขวบเอง เป็นพิการไปก็ลำบากครอบครัว ประกอบกับที่มันไม่ได้เป็นผัวและพ่อที่ดีเลย ชอบทำร้ายร่างกายลูกเมียตอนเมา เพราะฉะนั้นอยู่ไปก็หนักโลกเดนสังคมแบบมันควรตายๆ ซะ!ไม่แน่ลูกกับเมียมันอาจจะอยากขอบคุณผมก็ได้ที่สั่งเก็บพ่อชั่ว
ในขณะที่ยืนรอเฟรที่หน้าหอพัก ในหัวก็นึกถึงเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคืนวันเสาร์หลังทานมื้อค่ำเสร็จตอน 3 ทุ่มกว่า กิจกรรมเดียวที่เราทำคือกิจกรรมบนเตียง เขาจับฉันกินจนเวลาล่วงเลยไปตอนเช้ามืดอีกวัน คือไม่ได้มีแรงโหมกระแทกกันนานหลายชั่วโมงติดต่อกันขนาดนั้น ก็จบกันไปเป็นยกๆ มีพักคุยกันบ้าง สักพักก็นัวเนียกันใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้ทั้งคืนเขาน่าจะเป็นคนเซ็กซ์จัดคนหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากเรื่องงาน ก็มีกิจกรรมไม่กี่อย่างที่เขาทำ มีว่ายน้ำบ้างครั้งคราว ออกกำลังกายตอนเช้า ที่เหลือก็คือเรื่องบนเตียง ส่วนฉันก็ยอมรับอย่างไม่อาย ว่าฉันเองก็ชอบและติดใจรสเซ็กซ์ของเขาเหมือนกันรถปอร์เช่คันสีเหลืองแสบตาแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า ฉันเปิดประตูเดินขึ้นรถด้วยความคุ้นชินเพราะเพื่อนมารับไปเรียนทุกวันตั้งแต่ปี1 ยันปี4“กาแฟไหม” เฟรยื่นแก้วกาแฟเย็นจากร้านหรูมาให้ ก่อนจะออกรถ“ขอบใจนะ” ฉันยกแก้วกาแฟมาดูดไม่ให้เสียน้ำใจ เพราะเพื่อนคงคิดว่าเมื่อคืนฉันไปทำงานเลยแวะซื้อกาแฟมาให้เหมือนทุกวัน “แก ฉันลาออกจากงานแล้วนะ”“จริงดิ! ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะ” เฟรถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เพราะปกติถ้ามีเรื่องแบบนี้ฉันมักจะปรึกษาหรื
“ตรวจงานอะไรคะ?”“ว่าเฮียอาบน้ำให้หนูสะอาดดีไหม” ฉันยิ้มหวานให้กับข้ออ้างเขา จะกินฉันก็บอกมาเถอะ จะมาตรวจเช็คอะไร อาบน้ำเกือบชั่วโมงไม่สะอาดให้มันรู้ไปสิจมูกโด่งกดดมตั้งลำคอ บ่าไหล่ ทำเสียงฟุ๊ดฟิ๊ดไปด้วยเหมือนกำลังตรวจตราอย่างที่เขาว่า ก่อนจะแวะแทะเล็มยอดอกสีชมพูอ่อนชูชันด้วยริมฝีปากร้อน “อ๊ะ”แล้วฟัดทั้งสองเต้าขาวใหญ่อย่างมันเขี้ยว ฉันหลุดหัวเราะเพราะจั๊กจี้เมื่อโดนตอหนวดเขาขูดเบาๆ บนเนื้อบอบบาง“ต้องตรวจตราให้ครบทุกซอกทุกมุม” ฉันเม้มปากสบสายตากะลิ้มกะเหลี่ยคู่นั้น ขณะที่เขาลากจมูกโด่งลงต่ำไปถึงสะดือ กดริมฝีปากจูบตรงนั้น แล้วจูบไล้ลงไปที่ขาอ่อน ใช้ริมเม้มเบาๆ แต่ฉันกลับสะท้านไปทั้งตัว“อื้อ”“ตรงนี้ก็ต้องตรวจค่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาบอก แล้วจับขาทั้งสองข้างของฉันตั้งฉาก ก่อนจะส่งลิ้นนุ่มตวัดที่จุดอ่อนไหว เขาตวัดลิ้นขึ้นลง จนตรงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายและน้ำหวานที่ไหลออกจากตัวฉัน“อื้อ อ๊ะ” ทุกครั้งที่ปลายลิ้นเล่นงานติ่งเสียวฉันทั้งยัดสะโพกสู้และก็ยัดหนีเมื่อรับกับความเสียวเสียดไม่ไหว นอนหลับตาพริ้ม ตัวบิดเร้าปากครวญครางไม่เป็นภาษา ลมหายใจหอบถี่จนสุดท้ายของกรีดร้องออกมาก เมื่อช่องทางรัก
วันต่อมา....“เฮียอาบน้ำด้วยค่ะ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง ก่อนกายหนาเปลือยเปล่าจะแนบชิดเข้ามา จนสัมผัสกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเป็นรอน กับไอ้เข้ามังกรที่ดุนอยู่ตรงบั้นท้าย“อาบอย่างเดียวเหรอคะ?” ฉันเอียงหน้าถามอย่างรู้ทัน ก็แข็งทิ่มร่องก้นขนาดนี้ ไม่ใช่แค่อาบน้ำแน่ๆ“อยากเอาด้วยค่ะ” เขาเองก็ยอมรับออกมาตรงๆ ก่อนจูบลงที่หลังคอ ลากริมฝีปากและเล็มต้นคอมาเรื่อยๆ ต่ำลงไปที่ลาดไหล่ “เดี๋ยวเฮียอาบให้นะคะ จะอาบให้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุมเลย”ฉันลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอกับประโยคสุดท้าย ค่ำคืนอันเร่าร้อนของเรากำลังเริ่มขึ้นแล้วสินะ เขายังประกาศไว้อีกว่าจะโต้รุ่งเสียด้วย ตอนนี้แค่ 3ทุ่มกว่าๆ เอง อีกหลายชั่วโมงเลยนะกว่าฟ้าจะสร่างแต่ไม่เป็นไร ฉันสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะเขาอายุเยอะกว่าตั้งเป็นสิบปียังไม่เคยบ่นอิดออด ฉันยังเป็นสาวเป็นแส้อยู่เลย จะตายคาอกผู้ชายให้มันรู้ไปฉันหยิบขวดครีมอาบน้ำกดใส่มือใหญ่ที่แบมือมาข้างหน้า แล้วเขาก็ชโลมมันลงบนผิวกายฉัน มือใหญ่ลูบไล้ขึ้นลงตามจากบ่ายังแขนทั้งสองข้าง สัมผัสและกลิ่นของครีมอาบน้ำทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ฉันหลับตาลงพร้อมสูดดมกลิ่นหอมละมุนที่ตลบอบอวลพร้อมไอความร้อนของ
พอหายกังวลเรื่องเงินในบัญชี ก็ต้องเอะใจกับสรรพนามที่เขาเรียกฉันเมื่อกี้ ‘หนู’ งั้นเหรอ? ฟังดูเป็นเด็กเลี้ยงเขาไปแล้ว ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ตกลงเลย หรือจะลองเป็นเด็กเสี่ยสักครั้งดี? เพราะเสี่ยคนนี้ทั้งหล่อเหลาไร้ที่ติ หล่อจนใจเจ็บ เสน่ห์ก็ล้นหลาม รูปร่างสูงใหญ่ ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่สำคัญได้ทั้งรถ บ้
เทียร์“แกไม่ไปชอปปิ้งเป็นเพื่อนฉันจริงๆ อ่ะ” เฟรถามซ้ำอีกครั้งด้วยสายตาอ้อนวอน ถ้าว่างฉันก็ตกลงตั้งแต่แรกแล้ว แต่วันนี้ฉันมีนัดแล้ว นัดที่บอกเพื่อนไม่ได้ด้วย “วันนี้ไม่ได้จริงๆ อะแก ทำงานมาทั้งอาทิตย์ไม่มีเวลาทำความสะอาดห้องเลย ห้องรกจนฉันไม่มีที่นอนอยู่แล้ว ไว้คราวหน้านะ” ฉันอ้อนเฟรย่ากลับด้วยกา
“คั่วสาวที่ไหนกัน เฮียทำแต่งาน กลับจากภูเก็ตก็มาคุยงานต่อกับไอ้ฟรานเลย…. เราด้วยโตแล้วยังหวงพี่ชายอยู่ได้” แม้ว่าเทียร์จะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้เห็น แต่ผมก็รีบแก้ตัวไว้ก่อน ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทยยังไม่ได้คั่วผู้หญิงคนไหนเลย ก็รอคั่วกับเธอคนนี้อยู่ไง ไม่รู้ว่าจะได้ค
“คุณคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้ฟรานใช่ไหม?” และไม่คิดว่าเทียร์จะเป็นเด็กฟรานซิสมันด้วย ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปทำงานที่คลับเลาจน์หรอก เพราะไอ้ฟรานมันไม่ปล่อยให้เด็กตัวเองไปทำงานในสถานที่แบบนั้นแน่นอน แต่ของแบบนี้สรุปเองไม่ได้ต้องถามให้มั่นใจว่าเธอกับเพื่อนผมไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ“ฉันคงไม่ได้ดูแก่ขั้นอาย







