LOGIN“นี่แกได้นอนบ้างไหมเนี่ย หน้าตาดูไม่สดชื่นเลย ตอนเรียนก็เกือบเผลอหลับตั้งหลายครั้ง” น้ำเสียงเป็นกังวลของเพื่อนเอ่ยถามหลังจากที่เราเดินออกมาจากห้องเรียน
‘เฟรย่า’ หรือฉันมักเรียกว่า เฟร เฉยๆสาวสวยลูกครึ่งไทย - สวีเดน เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของฉัน เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกในรั้วมหาลัยเลยก็ว่าได้ เพราะเราบังเอิญได้เลขรหัสนักเรียนต่อกัน เวลาทำกิจกรรมรับน้องเราเลยมักนั่งติดกันตลอด พอได้คุยได้ทำความรู้จักกันเราก็สนิทกันโดยไม่รู้ตัว มันเหมือนคนที่คุยถูกคอละมั้ง
ปกติฉันเป็นคนมีเพื่อนน้อย อาจจะเป็นเพราะท่าทางแข็งๆ ไม่ค่อยอ่อนหวานสดใสหรือดูไม่ค่อยเฟรนลี่ ความจริงฉันก็แค่อายที่ต้องเป็นคนเข้าไปทักก่อนแค่นั้น เลยดูเป็นคนหยิ่งๆ ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเพื่อน
ส่วนเฟร เธอเป็นคนแสบๆ อัธยาศัยดี พูดเก่ง เข้าหาง่าย
ไม่ถือตัว ทั้งที่เธอมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยมากๆ แต่เฟรกลับเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย เดินเล่นตลาดนัดหน้ามหาลัยกับฉันได้สบาย หมูกระทะหน้ามหาลัยของโปรดเพื่อนเลย เรื่องฐานะที่ต่างกันของเราเลยไม่ใช่ปัญหา“ทำงานติดกันหลายวันเลยรู้สึกเพลียๆ”
ที่กลายเป็นซอมบี้อยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพราะทำงานหนักหรอก แต่ไม่รู้ทำไมสองคืนที่ผ่านมาถึงนอนไม่หลับ ในหัวมีแต่เสียงและใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่พึ่งเจอกันได้สองวัน เพราะเขาเลยทำให้ฉันเกือบเผลอหลับในคาบเรียน
และนี่แหละเหตุผลที่ไม่ยอมเปิดใจให้ตัวเองสนใจผู้ชายคนไหนมาก่อน เพราะแค่เรียนกับงานหัวก็หมุนแล้ว ไม่อยากเอาเวลามาวุ่นวายกับเรื่องผู้ชาย ซึ่งคนที่วนเวียนอยู่ในหัวฉันก็ไม่ได้เปิดใจให้นะ แต่เขาจะงัดประตูหัวใจเข้ามาเอง
‘ไคเดน’ ชื่อที่ฝังอยู่ในหัวทั้งคืน สลัดยังไงก็ไม่หลุด พอคิดถึงชื่อเขา ใบหน้าหล่อเหลาก็ลอยเข้ามาในหัว ตาเฉี่ยวคมเหมือนตาเหยี่ยวที่มองฉันด้วยความพึงพอใจอย่างเปิดเผยพร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาเป็นคนมีเสน่ห์เหลือล้น จนฉันแทบจะละสายตาจากใบหน้าหล่อดุดันนั้นไม่ได้
“สภาพนี้แกจะไปทำงานไหวไหมเทียร์ บอกแล้วไงอย่างก” เฟรยังบ่นต่อด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“แหมคุณหนูเฟรย่ามาว่าฉันงก แล้วที่แกแอบไปลงหุ้นเปิดร้านอาหารกี่สาขาต่อมิกี่สาขา ไม่งกเลยเนอะ” ได้โอกาสฉันจึงแซวเพื่อนกลับบ้างเรื่องความงก เพราะที่ว่าให้ฉันงก งกมากกว่าฉันเสียอีก
“แฮร่ๆ แค่ทำเล่นๆ” เฟรยิ้มเจื่อนเมื่อไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
ซึ่งฉันค่อนข้างชินกับการที่เพื่อนไปร่วมหุ้นเปิดร้านกับเพื่อนๆ ที่เธอรู้จักจากวงการธุรกิจ เพราะตั้งรู้จักกันมา จึงรู้ว่าเฟรเป็นพวกชอบหาเงินมากๆ เห็นอะไรน่าสนใจหน่อยไม่ได้รีบโล่เข้าหุ้นทำกับเพื่อนๆ คนอื่นของเธอทันทีหรือไม่ก็ซื้อแฟรนไชส์มาเปิดเองบ้าง ก็มีทั้งไปต่อได้และไม่ได้ ทว่าเฟรก็ไม่ได้ผิดหวัง ออกจะสนุกกับการเรียนรู้ธุรกิจใหม่เรื่อยๆ ซึ่งเพื่อนดูมีความรู้เรื่องการบริหารค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่แปลกเพราะเติบโตมาในบ้านนักธุรกิจ
“ถ้าบ้านไม่มีที่เก็บเงินแล้วแบ่งมาเก็บที่บ้านฉันได้นะ” ไม่รู้คุณหนูเฟรย่าจะขยันปั่นเงินไปไหน
“เดี๋ยวนี้เขามีธนาคารย่ะ ใครเก็บตังไว้ที่บ้านกันเล่า แต่ถึงฉันให้แก
ก็ไม่เคยเอา”“ตังแกจะมาให้ฉันทำไม เป็นเพื่อนก็ใช่ว่าต้องมาเลี้ยงดูฉันหนิ
แค่เฮียฟรานช่วยฝากงานให้ฉันที่เลาจน์ก็มีบุญคุณท่วมหัวจนชดใช้ไม่หมดแล้ว”“อยากใช้หนี้บุญคุณก็มาเป็นพี่สะใภ้ฉันสิ” ประโยคนี้อีกแล้ว
ฉันได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่ปีสองละมั้ง ที่เพื่อนพยายามจับคู่ฉันให้กับพี่ชายของตัวเอง“ถามเฮียแกก่อนว่าอยากได้ฉันไหม”
เฮีย ‘ฟรานซิส’ หรือฉันมักเรียกสั้นๆ ว่าเฮียฟราน ซึ่งเขาไม่ได้สนใจฉันในทางชู้สาวเลยเพราะสายตาที่เขามองฉันมันเป็นสายตาเดียวกันที่เขามองน้องสาวเขา ซึ่งมันดีแล้วเพราะฉันก็นับถือเขาเป็นเพียงแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น
“แล้วถ้าเกิดว่าเฮียอยากได้แกขึ้นมาล่ะ แกจะตกลงงั้นเหรอ”
มันไม่มีวันนั้นหรอก ฉันมั่นใจว่าเฮียฟรานไม่ได้คิดเกินพี่น้องกับฉันและฉันเองก็ไม่เคยคิดเกินเลยกับเขาเลย มีแต่เพื่อนตัวดีนี่แหละพยายามขายขนมจีบให้“แกก็รู้ว่าฉันกับเฮียฟรานไม่ได้ชอบกันแบบนั้น”
“แต่ฉันอยากได้แกเป็นพี่สะใภ้ ไม่อยากได้ผู้หญิงที่เฮียคั่วอยู่เป็นพี่สะใภ้” ความห่วงพี่นี่แก้ไม่หายเลยจริงๆ
“คุณหนูเฟรย่าเฟรย่าคะ เอาเวลาหวงพี่ไปหาผัวนะคะ”
ต้องเตือนสติเพื่อนเสียหน่อย ห่วงแต่จะจับคู่ให้คนอื่นจนลืมหาคู่ให้ตัวเอง“นางเทียร์!!! แรงมากกกก” เฟรโวยใส่ฉันใหญ่โต
“ฉันก็แค่กลัวเพื่อนจะขึ้นคานไปด้วย”
“อย่างแกเนี่ยนะจะขึ้นคาน”
“แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปให้ผู้ชายเขาล่ะ ทำงานงกๆ ทุกวัน”
“หาผัวรวยอย่างพี่ฉันซะก็จบ” เฮ้อ! แล้วเพื่อนก็วกมาเรื่องนี้อีกจนได้
หลังแวะทานข้าวเย็นหน้ามหาลัยกับเฟรย่าเสร็จ ฉันก็ขอตัวกลับห้องรีบมานอนเอาแรงก่อนออกไปทำงาน ไม่อยากไปทำงานด้วยสภาพอ่อนเพลีย
“คั่วสาวที่ไหนกัน เฮียทำแต่งาน กลับจากภูเก็ตก็มาคุยงานต่อกับไอ้ฟรานเลย…. เราด้วยโตแล้วยังหวงพี่ชายอยู่ได้” แม้ว่าเทียร์จะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้เห็น แต่ผมก็รีบแก้ตัวไว้ก่อน ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทยยังไม่ได้คั่วผู้หญิงคนไหนเลย ก็รอคั่วกับเธอคนนี้อยู่ไง ไม่รู้ว่าจะได้คั่วรึเปล่า“ไม่ได้หวงซะหน่อย แค่มีคนที่จองไว้ให้แล้วต่างหาก”“จองไว้? ใครเหรอบอกเฮียได้ไหม?” ถามไปเพราะอยากรู้ว่าใครกันที่เฟรจะยอมให้เป็นเมียไอ้ฟราน ก็เล่นหวงพี่ชายมาแต่ไหนแต่ไรทว่าผมอยากตะโกนบอกน้องสาวเพื่อนดังๆ ว่า คนนี้ไม่ได้ เฮียจองแล้วววว!!! เมื่อเห็นเฟรชี้นิ้วไปทางเทียร์“เทียร์….เพื่อนสนิทเฟรเอง สวย เก่ง ขยัน ผ่าน! ผ่าน! ผ่าน! 3 ผ่านเลย”ไม่ผ่านโว้ยยยย!!! ไหนเทียร์บอกว่าไอ้ฟรานเป็นแค่พี่ชายไงผมจึงเบนสายตาตั้งคำถามไปที่เทียร์ ซึ่งเธอสบตาผมและส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ เลยทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเม้มปากซ่อนรอยยิ้มไว้เพราะกลัวเฟรจะสังเกตเห็น“ดูหน้าเพื่อนเราก่อน ว่าเขาอยากได้พี่ชายเราไหม”“เทียร์มันไม่เคยมองผู้ชายคนไหนหรอกค่ะ วันๆ มีแต่เรียนกับงาน” เฟรถอนหายใจอย่างเ
“คุณคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้ฟรานใช่ไหม?” และไม่คิดว่าเทียร์จะเป็นเด็กฟรานซิสมันด้วย ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปทำงานที่คลับเลาจน์หรอก เพราะไอ้ฟรานมันไม่ปล่อยให้เด็กตัวเองไปทำงานในสถานที่แบบนั้นแน่นอน แต่ของแบบนี้สรุปเองไม่ได้ต้องถามให้มั่นใจว่าเธอกับเพื่อนผมไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ“ฉันคงไม่ได้ดูแก่ขั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฮียฟรานหรอกมั้งคะ” เธอตอบผมด้วยคำพูดติดตลก ซึ่งผมขำไม่ออกเพราะถ้าเธอว่าไอ้ฟรานซิสแก่ หมายความว่าผมก็แก่ด้วยสิ เพราะผมกับมันอายุเท่ากัน“คุณว่าผมแก่เหรอ” แล้วคนที่กำลังยิ้มร่าก็หน้าเจื่อนทันที“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ว่าให้คุณนะ แค่แซวเฮียฟรานเล่นเฉยๆ ค่ะ” เธอบอกพร้อมยกมือไว้ผมอย่างร้อนรนเหมือนกลัวคนแก่อย่างผมจะโกรธเอา หารู้ไหมว่าอารมณ์ของผมตอนนี้มันห่างไกลจากคำว่าโกรธโดยสิ้นเชิง ผมกำลังดีใจที่ได้เจอเธอ เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าใสๆนี้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการทำงานมันเบาลง หรือเป็นเพราะความสดใสที่เปร่งประกายจากร่างบางที่ทำให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เลือดในกายสูบฉีดจนหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะเป็นเอามากนะกู! จะหัวใจวายตายไหมเนี่ย!ด้วยลุคที่แปลกตาบวกกับการเป็นตัวของตัวเอง
ไคเดนผมขับรถตรงจากสนามบินมาที่บ้านฟรานซิส หลังบินกลับจากภูเก็ตเพื่อไปดูความคืบหน้าของโรงแรมที่ร่วมหุ้นกับคีย์ที่ฟรานซิสเป็นคนแนะนำให้รู้จักเมื่อสองปีก่อน ซึ่งตอนนี้โรงแรมสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการตกแต่งภายในและบริษัทตกแต่งภายในที่ประมูลได้คือบริษัทในเครือของฟรานซิสเอง วันนี้ผมเลยอยากแวะมาคุยกับมันเสียหน่อยบวกกับไม่รู้ไปไหน เพราะในเมืองไทยผมมีมันเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเลยถือโอกาสแวะมาดื่มกับมันด้วยเสียเลย ตามประสาหนุ่มๆ ที่ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน จะว่าหนุ่มโสดสนิทก็พูดได้ไม่เต็มปากความจริงจะคุยเรื่องงานกันผ่านโทรศัพท์ก็ได้ แต่การมานั่งคุยงานแล้วจิบวิสกี้ไปด้วยมันดีกว่าเป็นไหนๆ กลับห้องไปก็มีแต่งานและความเหงา บวกกับช่วงนี้ที่เกิดเบื่อหน่ายกับเรื่องบนเตียง แต่….เอ๊ะ! เรื่องบนเตียงไม่น่าเบื่อหน่ายแต่แค่ไม่อยากได้ใครเลย ในหัวมีแต่เธอคนนั้นคนเดียว ไม่รู้เป็นบ้าอะไร!เจอกันสองสามครั้งเธอก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด ว่างเป็นไม่ได้เอาแต่คิดถึงใบหน้าสวยละมุนนั้นตลอด พอรู้ตัวว่าตัวเองอาการค่อนข้างหนัก ไม่เคยอยากได้ใครมากเท่านี้มาก่อน ก็ได้แต่หวังว่าเธอ
ถึงก่อนหน้านี้จะมีเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่มายื่นข้อเสนอให้จนหัวกระไดไม่แห้งก็ตาม และหลายคนก็ทุ่มไม่น้อย บางคนเสนอให้เงินเดือนหลักแสน ซื้อคอนโดให้อยู่บ้าง ซื้อรถให้ก็มี แต่ไม่มีใครบ้าจ่ายหนักเท่าเขาคนนี้มาก่อน แค่รถคันนี้ก็หลักสิบล้านแล้ว ไหนจะคอนโด บ้าน เงินสดอีกนี่ฉันไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม?ความรู้สึกเหมือนกำลังฝันว่าตัวเองถูกหวยไม่มีผิด ถ้าถามว่าสนใจข้อเสนอเขาไหม ตอบเลยว่า สนมาก!ฉันไม่ได้โลกสวยนะที่จะไม่สนใจข้อเสนอดีๆ แบบนี้ แต่ที่ปฏิเสธตลอดมาเพราะฉันไม่ได้ถูกใจคนพวกนั้นไง ไม่สามารถหลับหูหลับตานอนกับใครก็ได้เพื่อแลกกับเงิน อีกอย่างผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้ามามักมีครอบครัวกันแล้ว ซึ่งข้อนี้ฉันรับไม่ได้เด็ดขาด“คุณโสดใช่ไหมคะ” คนที่ขับรถสบายอารมณ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจทันที“ถ้าผมไม่โสดจะยื่นข้อเสนอให้คุณทำไมกัน” ผู้ชายมักมากมีให้เห็นเยอะแยะไป ดูจากเสี่ยๆ ที่มาขอเลี้ยงดูก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะโสดสักคน“คุณมีอะไรมายืนยันกับฉันไหมคะ” เขาขำพรืดทั้งที่ฉันกำลังถามเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะชะลอรถจอดหน้าหอพัก ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาคุยกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมไม่มีเอกสารอะไรมายืนยันสถานะตัวเอง
“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมมาจากไหน” ทว่าเหมือนมีคนอ่านใจฉันได้“กลัวดูละลาบละล้วงคุณเกินไปค่ะ” ถึงเขาเปิดโอกาสให้ แต่เราพึ่งเจอกันเป็นครั้งที่สามเองนะ กลัวถามอะไรไปแล้วดูอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาจนเกินงาม“ตอนนี้เราไม่อยู่ในฐานะบาร์เทนเดอร์กับลูกค้าแล้ว คุยกับผมเป็นกันเองได้ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผม ถามได้ ผมไม่ถือว่าเป็นการละลาบละล้วง ถือเสียว่าเป็นการทำความรู้จักระหว่างเราแล้วกัน”เขาบอกฉันด้วยท่าสบายๆ แต่เป็นฉันที่ปรับตัวไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้ฉันพูดคุยกับเขาในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งบทสนทนาต้องถูกกลั่นกรองและเลือกสรรมาแล้วในระดับหนึ่งเพื่อให้ถูกกาลเทศะในสถานที่ทำงาน“คุยกับผมเหมือนผู้ชายคนหนึ่งได้ไหม”“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงพลางเหลือบตามองคนที่กำลังตั้งใจขับรถ ในระดับที่เรียกว่าช้ามาก อาจจะเป็นเพราะเขาไม่คุ้นชินกับถนนที่กรุงเทพอย่างที่บอก“คุณไม่ได้อาศัยอยู่ที่กรุงเทพใช่ไหมคะ?”“เปล่าครับ ปกติผมอยู่ที่ฮ่องกง”“คุณเป็นลูกครึ่งไทย - ฮ่องกง?” เพราะเขาพูดไทยได้เลยคิดว่าเขาต้องมีเชื้อไทย“ผมเป็นลูกผสมน่ะ พ่อเป็นลูกครึ่งฮ่องกง - เยอรมัน ส่วนแม่เป็นลูกครึ่งไทย - เยอรมัน”ก็ว่าทำไมรูปร่างเขาถึงสูง
นอนพักไปเกือบสองชั่วโมงได้ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน โชคดีหน่อยที่โรงแรมไม่ได้ไกลจากหอพักมากและใกล้กับรถไฟฟ้าอย่าง Bts ด้วย จึงสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่งั้นคงต้องเสียเวลาบนท้องถนนอีกมากโขเวลาล่วงเลยจนถึง 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่เห็นใครบางคนที่บอกว่าจะมาที่นี่เพราะอยากเจอฉันเลย แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดเขาด้วยเนี่ย! เขาก็แค่แขกขาจรที่มานั่งดื่มคนหนึ่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ดูจากหน้าตาไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ตาคมเฉี่ยวเหมือนมีเชื้อจีน แต่สีตาและเค้าโครงหน้าดูจะมีเชื้อยุโรปด้วย แต่เขากลับพูดไทยได้ชัดแจ๋ว เลยเดาไม่ออกว่าเขาเป็นลูกครึ่งหรือลูกผสมจากที่ไหน มีอย่างเดียวที่มั่นใจคือเขารวยแน่ๆ ดูจากเครื่องประดับกายทุกชิ้นบนตัวเขาแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น ที่สำคัญเขาดูมีภูมิฐานดูมีอำนาจบารมีใหญ่โตและเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขาม“ถึงเวลาเลิกงานแล้ว น้องเทียร์ไปพักเถอะ” เสียงพี่ ‘โจ’ บาร์เทนเดอร์อีกคนที่เข้ากะดึกต่อจากฉันเอ่ยบอกเที่ยงคืนแล้วเหรอทำไมเวลาคืนนี้มันเร็วจัง….“ค่ะ พี่โจ ไว้เจอกันวันศุกร์นะคะ”“ครับ กลับดีๆ ล่ะเรา ถึงแล้วไลน์มาบอ





![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

