Mag-log in“นี่แกได้นอนบ้างไหมเนี่ย หน้าตาดูไม่สดชื่นเลย ตอนเรียนก็เกือบเผลอหลับตั้งหลายครั้ง” น้ำเสียงเป็นกังวลของเพื่อนเอ่ยถามหลังจากที่เราเดินออกมาจากห้องเรียน
‘เฟรย่า’ หรือฉันมักเรียกว่า เฟร เฉยๆสาวสวยลูกครึ่งไทย - สวีเดน เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของฉัน เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกในรั้วมหาลัยเลยก็ว่าได้ เพราะเราบังเอิญได้เลขรหัสนักเรียนต่อกัน เวลาทำกิจกรรมรับน้องเราเลยมักนั่งติดกันตลอด พอได้คุยได้ทำความรู้จักกันเราก็สนิทกันโดยไม่รู้ตัว มันเหมือนคนที่คุยถูกคอละมั้ง
ปกติฉันเป็นคนมีเพื่อนน้อย อาจจะเป็นเพราะท่าทางแข็งๆ ไม่ค่อยอ่อนหวานสดใสหรือดูไม่ค่อยเฟรนลี่ ความจริงฉันก็แค่อายที่ต้องเป็นคนเข้าไปทักก่อนแค่นั้น เลยดูเป็นคนหยิ่งๆ ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเพื่อน
ส่วนเฟร เธอเป็นคนแสบๆ อัธยาศัยดี พูดเก่ง เข้าหาง่าย
ไม่ถือตัว ทั้งที่เธอมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยมากๆ แต่เฟรกลับเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย เดินเล่นตลาดนัดหน้ามหาลัยกับฉันได้สบาย หมูกระทะหน้ามหาลัยของโปรดเพื่อนเลย เรื่องฐานะที่ต่างกันของเราเลยไม่ใช่ปัญหา“ทำงานติดกันหลายวันเลยรู้สึกเพลียๆ”
ที่กลายเป็นซอมบี้อยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพราะทำงานหนักหรอก แต่ไม่รู้ทำไมสองคืนที่ผ่านมาถึงนอนไม่หลับ ในหัวมีแต่เสียงและใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่พึ่งเจอกันได้สองวัน เพราะเขาเลยทำให้ฉันเกือบเผลอหลับในคาบเรียน
และนี่แหละเหตุผลที่ไม่ยอมเปิดใจให้ตัวเองสนใจผู้ชายคนไหนมาก่อน เพราะแค่เรียนกับงานหัวก็หมุนแล้ว ไม่อยากเอาเวลามาวุ่นวายกับเรื่องผู้ชาย ซึ่งคนที่วนเวียนอยู่ในหัวฉันก็ไม่ได้เปิดใจให้นะ แต่เขาจะงัดประตูหัวใจเข้ามาเอง
‘ไคเดน’ ชื่อที่ฝังอยู่ในหัวทั้งคืน สลัดยังไงก็ไม่หลุด พอคิดถึงชื่อเขา ใบหน้าหล่อเหลาก็ลอยเข้ามาในหัว ตาเฉี่ยวคมเหมือนตาเหยี่ยวที่มองฉันด้วยความพึงพอใจอย่างเปิดเผยพร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาเป็นคนมีเสน่ห์เหลือล้น จนฉันแทบจะละสายตาจากใบหน้าหล่อดุดันนั้นไม่ได้
“สภาพนี้แกจะไปทำงานไหวไหมเทียร์ บอกแล้วไงอย่างก” เฟรยังบ่นต่อด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“แหมคุณหนูเฟรย่ามาว่าฉันงก แล้วที่แกแอบไปลงหุ้นเปิดร้านอาหารกี่สาขาต่อมิกี่สาขา ไม่งกเลยเนอะ” ได้โอกาสฉันจึงแซวเพื่อนกลับบ้างเรื่องความงก เพราะที่ว่าให้ฉันงก งกมากกว่าฉันเสียอีก
“แฮร่ๆ แค่ทำเล่นๆ” เฟรยิ้มเจื่อนเมื่อไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
ซึ่งฉันค่อนข้างชินกับการที่เพื่อนไปร่วมหุ้นเปิดร้านกับเพื่อนๆ ที่เธอรู้จักจากวงการธุรกิจ เพราะตั้งรู้จักกันมา จึงรู้ว่าเฟรเป็นพวกชอบหาเงินมากๆ เห็นอะไรน่าสนใจหน่อยไม่ได้รีบโล่เข้าหุ้นทำกับเพื่อนๆ คนอื่นของเธอทันทีหรือไม่ก็ซื้อแฟรนไชส์มาเปิดเองบ้าง ก็มีทั้งไปต่อได้และไม่ได้ ทว่าเฟรก็ไม่ได้ผิดหวัง ออกจะสนุกกับการเรียนรู้ธุรกิจใหม่เรื่อยๆ ซึ่งเพื่อนดูมีความรู้เรื่องการบริหารค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่แปลกเพราะเติบโตมาในบ้านนักธุรกิจ
“ถ้าบ้านไม่มีที่เก็บเงินแล้วแบ่งมาเก็บที่บ้านฉันได้นะ” ไม่รู้คุณหนูเฟรย่าจะขยันปั่นเงินไปไหน
“เดี๋ยวนี้เขามีธนาคารย่ะ ใครเก็บตังไว้ที่บ้านกันเล่า แต่ถึงฉันให้แก
ก็ไม่เคยเอา”“ตังแกจะมาให้ฉันทำไม เป็นเพื่อนก็ใช่ว่าต้องมาเลี้ยงดูฉันหนิ
แค่เฮียฟรานช่วยฝากงานให้ฉันที่เลาจน์ก็มีบุญคุณท่วมหัวจนชดใช้ไม่หมดแล้ว”“อยากใช้หนี้บุญคุณก็มาเป็นพี่สะใภ้ฉันสิ” ประโยคนี้อีกแล้ว
ฉันได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่ปีสองละมั้ง ที่เพื่อนพยายามจับคู่ฉันให้กับพี่ชายของตัวเอง“ถามเฮียแกก่อนว่าอยากได้ฉันไหม”
เฮีย ‘ฟรานซิส’ หรือฉันมักเรียกสั้นๆ ว่าเฮียฟราน ซึ่งเขาไม่ได้สนใจฉันในทางชู้สาวเลยเพราะสายตาที่เขามองฉันมันเป็นสายตาเดียวกันที่เขามองน้องสาวเขา ซึ่งมันดีแล้วเพราะฉันก็นับถือเขาเป็นเพียงแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น
“แล้วถ้าเกิดว่าเฮียอยากได้แกขึ้นมาล่ะ แกจะตกลงงั้นเหรอ”
มันไม่มีวันนั้นหรอก ฉันมั่นใจว่าเฮียฟรานไม่ได้คิดเกินพี่น้องกับฉันและฉันเองก็ไม่เคยคิดเกินเลยกับเขาเลย มีแต่เพื่อนตัวดีนี่แหละพยายามขายขนมจีบให้“แกก็รู้ว่าฉันกับเฮียฟรานไม่ได้ชอบกันแบบนั้น”
“แต่ฉันอยากได้แกเป็นพี่สะใภ้ ไม่อยากได้ผู้หญิงที่เฮียคั่วอยู่เป็นพี่สะใภ้” ความห่วงพี่นี่แก้ไม่หายเลยจริงๆ
“คุณหนูเฟรย่าเฟรย่าคะ เอาเวลาหวงพี่ไปหาผัวนะคะ”
ต้องเตือนสติเพื่อนเสียหน่อย ห่วงแต่จะจับคู่ให้คนอื่นจนลืมหาคู่ให้ตัวเอง“นางเทียร์!!! แรงมากกกก” เฟรโวยใส่ฉันใหญ่โต
“ฉันก็แค่กลัวเพื่อนจะขึ้นคานไปด้วย”
“อย่างแกเนี่ยนะจะขึ้นคาน”
“แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปให้ผู้ชายเขาล่ะ ทำงานงกๆ ทุกวัน”
“หาผัวรวยอย่างพี่ฉันซะก็จบ” เฮ้อ! แล้วเพื่อนก็วกมาเรื่องนี้อีกจนได้
หลังแวะทานข้าวเย็นหน้ามหาลัยกับเฟรย่าเสร็จ ฉันก็ขอตัวกลับห้องรีบมานอนเอาแรงก่อนออกไปทำงาน ไม่อยากไปทำงานด้วยสภาพอ่อนเพลีย
ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองเฟรอย่างช่างใจ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนกำลังรู้สึกยังไง แต่ดูจากสีหน้าก็ไม่ได้บึ้งตึงเหมือนคนกำลังโกรธ หรือแม้แต่น้ำเสียงที่ถามเมื่อกี้ฟังดูแปลกใจเสียมากกว่า“แกเห็นฉันกับเขาที่ห้องครัวเมื่อกี้ใช่ไหม”“อืม เห็นแกหายไปนาน เป่าผมเสร็จก็ยังไม่ขึ้นมาเลยลงไปตาม แล้วสรุปเป็นอะไรกัน ไปรู้จักกันตอนไหน ไหนเล่ามาซิ” ความลับแตกแล้วสิ! สงสัยไอ้นิยามที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดคงไม่มีอยู่จริง “ฉันเจอเขาที่เลาจน์อ่ะ ก่อนจะบังเอิญมาเจอที่นี่แล้วก็ได้รู้ว่าเขารู้จักแกกับเฮียฟราน”“โลกกลมจริงจริ๊ง!” ใช่! โลกกลมมาก และบางครั้งความโลกกลมก็ไม่ได้เป็นผลดีเลย เฟรยังยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง “แล้วไปรู้จักกันอีท่าไหนถึงได้จูบกอดรัดฟัดเหวี่ยง นัวเนียกันเหมือนในห้องครัวเมื่อกี้”“แค่จูบกันเฉยๆ” ฉันอ้อมแอ้มแก้คำพูดของเฟร ก็เพื่อนก็ใช้คำซะเกินงาม“สรุปคบกัน?” ฉันส่ายหัวตอบเฟร ไม่กล้าแม้แต่จะโกหกว่าเราคบกันเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการสถานะนี้กับฉันตั้งแต่แรก“อย่าบอกว่าแค่เอากันเฉยๆ เพราะฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างแกจะทำแบบนั้น” ความที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปีและเราก็รู้จักนิสัยใจคอกันมากแ
เทียร์คืนนี้เป็นคืนที่สี่ที่ฉันต้องมานอนค้างกับเฟรเพื่อความสบายใจของเฮียไคเดน ในระหว่างที่เขาบินไปเคลียร์งานที่ฮ่องกง ซึ่งตลอดสี่วันที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะยุ่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเจียดเวลาโทรมาถามไถ่ทุกวัน งานเขาคงยุ่งมากๆ เพราะทุกครั้งที่เขาโทรหาเราไม่เคยได้คุยกันเกิน 10 นาทีเลย และวันนี้เขาหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนบ่าย สงสัยจะประชุมลากยาวอีกตามเคยหลังจากดื่มน้ำและหยิบขวดน้ำติดมือมาอีกหนึ่งขวดเผื่อเฟรเพราะเมื่อตอนเย็นนั่งดูหนังด้วยกันพร้อมแล้วเผลอทานขนมขบเคี้ยวเยอะไปหน่อย ตอนนี้เลยรู้สึกคอแห้ง กระหายน้ำ เฟรเองก็คงไม่ต่างกันจังหวะที่กำลังเดินออกจากห้องครัวมุ่งหน้าไปที่บันไดขึ้นชั้นสอง ทว่ากลับเห็นแผ่นหลังหนาในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสีโทนเดียวกัน ที่ฉันจำได้แม่นว่าเจ้าของแผ่นหลังคือใคร“เฮีย” ฉันเรียกเขาเสียงไม่เบาและไม่ดังมาก แต่ดังพอที่ทำให้ขายาวๆ ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหยุดชะงักแล้วหันหลังมา“เทียร์! ทำไมไม่รับโทรศัพท์เฮีย” เขาเดินมาหาด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะลากฉันกลับเข้าไปในห้องครัวทั้งที่พึ่งเดินออกมา“เฮียปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวเฮียฟรานเห็น” ไม่ได้กลัวเฮียฟรานซิสลงมาเจอเท่ากับไอ้กล้อง
ไคเดน“นายต้องการให้ผมลงโทษมันยังดีครับ” ‘จางหมิ่น’ มือขวาคู่ใจถามผมผมก้มมองร่างผอมแห้งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองที่ตอนมันมีสภาพสะบักสะบอมเหมือนโดนหมาฟัดมา กำลังยกมือไหว้ร่ำร้องขอชีวิตอยู่บนพื้นห้องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีแดงสดหรือเลือดชั่วของมัน“เก็บมันซะ!” ผมไม่เคยลังเลที่จะลงโทษคนทรยศด้วยวิธีนี้ ในเมื่อลูกน้องที่ผมรับเข้ามาทำงานให้เงินเดือนดีๆ มันไม่จงรักภักดี ขโมยสินค้าล็อตใหญ่ของลูกค้าคนสำคัญไปขายทอดตลาด ส่งผลให้บริษัทของผมไม่สามารถส่งพัสดุให้ลูกค้าครบถ้วนได้ จนถูกลูกค้าโทรมาโวยและต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่ทั้งขาดทุนทั้งเสียชื่อบริษัท เพราะฉะนั้นบทลงโทษเดียวของไอ้หัวขโมยคือ ‘ความตาย’ก็อยากการตัดนิ้วมือทิ้งให้มันเป็นพิการตลอดชีวิตก็ได้ ทรมานมันเล่นๆ ทว่ามือขวาของผมได้สืบประวัติมาว่าไอ้พนักงานคนนี้มาแล้วว่ามันมีเมียและลูกน้อยที่อายุได้เพียงไม่กี่ขวบเอง เป็นพิการไปก็ลำบากครอบครัว ประกอบกับที่มันไม่ได้เป็นผัวและพ่อที่ดีเลย ชอบทำร้ายร่างกายลูกเมียตอนเมา เพราะฉะนั้นอยู่ไปก็หนักโลกเดนสังคมแบบมันควรตายๆ ซะ!ไม่แน่ลูกกับเมียมันอาจจะอยากขอบคุณผมก็ได้ที่สั่งเก็บพ่อชั่ว
ในขณะที่ยืนรอเฟรที่หน้าหอพัก ในหัวก็นึกถึงเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคืนวันเสาร์หลังทานมื้อค่ำเสร็จตอน 3 ทุ่มกว่า กิจกรรมเดียวที่เราทำคือกิจกรรมบนเตียง เขาจับฉันกินจนเวลาล่วงเลยไปตอนเช้ามืดอีกวัน คือไม่ได้มีแรงโหมกระแทกกันนานหลายชั่วโมงติดต่อกันขนาดนั้น ก็จบกันไปเป็นยกๆ มีพักคุยกันบ้าง สักพักก็นัวเนียกันใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้ทั้งคืนเขาน่าจะเป็นคนเซ็กซ์จัดคนหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากเรื่องงาน ก็มีกิจกรรมไม่กี่อย่างที่เขาทำ มีว่ายน้ำบ้างครั้งคราว ออกกำลังกายตอนเช้า ที่เหลือก็คือเรื่องบนเตียง ส่วนฉันก็ยอมรับอย่างไม่อาย ว่าฉันเองก็ชอบและติดใจรสเซ็กซ์ของเขาเหมือนกันรถปอร์เช่คันสีเหลืองแสบตาแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า ฉันเปิดประตูเดินขึ้นรถด้วยความคุ้นชินเพราะเพื่อนมารับไปเรียนทุกวันตั้งแต่ปี1 ยันปี4“กาแฟไหม” เฟรยื่นแก้วกาแฟเย็นจากร้านหรูมาให้ ก่อนจะออกรถ“ขอบใจนะ” ฉันยกแก้วกาแฟมาดูดไม่ให้เสียน้ำใจ เพราะเพื่อนคงคิดว่าเมื่อคืนฉันไปทำงานเลยแวะซื้อกาแฟมาให้เหมือนทุกวัน “แก ฉันลาออกจากงานแล้วนะ”“จริงดิ! ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะ” เฟรถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เพราะปกติถ้ามีเรื่องแบบนี้ฉันมักจะปรึกษาหรื
“ตรวจงานอะไรคะ?”“ว่าเฮียอาบน้ำให้หนูสะอาดดีไหม” ฉันยิ้มหวานให้กับข้ออ้างเขา จะกินฉันก็บอกมาเถอะ จะมาตรวจเช็คอะไร อาบน้ำเกือบชั่วโมงไม่สะอาดให้มันรู้ไปสิจมูกโด่งกดดมตั้งลำคอ บ่าไหล่ ทำเสียงฟุ๊ดฟิ๊ดไปด้วยเหมือนกำลังตรวจตราอย่างที่เขาว่า ก่อนจะแวะแทะเล็มยอดอกสีชมพูอ่อนชูชันด้วยริมฝีปากร้อน “อ๊ะ”แล้วฟัดทั้งสองเต้าขาวใหญ่อย่างมันเขี้ยว ฉันหลุดหัวเราะเพราะจั๊กจี้เมื่อโดนตอหนวดเขาขูดเบาๆ บนเนื้อบอบบาง“ต้องตรวจตราให้ครบทุกซอกทุกมุม” ฉันเม้มปากสบสายตากะลิ้มกะเหลี่ยคู่นั้น ขณะที่เขาลากจมูกโด่งลงต่ำไปถึงสะดือ กดริมฝีปากจูบตรงนั้น แล้วจูบไล้ลงไปที่ขาอ่อน ใช้ริมเม้มเบาๆ แต่ฉันกลับสะท้านไปทั้งตัว“อื้อ”“ตรงนี้ก็ต้องตรวจค่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาบอก แล้วจับขาทั้งสองข้างของฉันตั้งฉาก ก่อนจะส่งลิ้นนุ่มตวัดที่จุดอ่อนไหว เขาตวัดลิ้นขึ้นลง จนตรงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายและน้ำหวานที่ไหลออกจากตัวฉัน“อื้อ อ๊ะ” ทุกครั้งที่ปลายลิ้นเล่นงานติ่งเสียวฉันทั้งยัดสะโพกสู้และก็ยัดหนีเมื่อรับกับความเสียวเสียดไม่ไหว นอนหลับตาพริ้ม ตัวบิดเร้าปากครวญครางไม่เป็นภาษา ลมหายใจหอบถี่จนสุดท้ายของกรีดร้องออกมาก เมื่อช่องทางรัก
วันต่อมา....“เฮียอาบน้ำด้วยค่ะ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง ก่อนกายหนาเปลือยเปล่าจะแนบชิดเข้ามา จนสัมผัสกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเป็นรอน กับไอ้เข้ามังกรที่ดุนอยู่ตรงบั้นท้าย“อาบอย่างเดียวเหรอคะ?” ฉันเอียงหน้าถามอย่างรู้ทัน ก็แข็งทิ่มร่องก้นขนาดนี้ ไม่ใช่แค่อาบน้ำแน่ๆ“อยากเอาด้วยค่ะ” เขาเองก็ยอมรับออกมาตรงๆ ก่อนจูบลงที่หลังคอ ลากริมฝีปากและเล็มต้นคอมาเรื่อยๆ ต่ำลงไปที่ลาดไหล่ “เดี๋ยวเฮียอาบให้นะคะ จะอาบให้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุมเลย”ฉันลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอกับประโยคสุดท้าย ค่ำคืนอันเร่าร้อนของเรากำลังเริ่มขึ้นแล้วสินะ เขายังประกาศไว้อีกว่าจะโต้รุ่งเสียด้วย ตอนนี้แค่ 3ทุ่มกว่าๆ เอง อีกหลายชั่วโมงเลยนะกว่าฟ้าจะสร่างแต่ไม่เป็นไร ฉันสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะเขาอายุเยอะกว่าตั้งเป็นสิบปียังไม่เคยบ่นอิดออด ฉันยังเป็นสาวเป็นแส้อยู่เลย จะตายคาอกผู้ชายให้มันรู้ไปฉันหยิบขวดครีมอาบน้ำกดใส่มือใหญ่ที่แบมือมาข้างหน้า แล้วเขาก็ชโลมมันลงบนผิวกายฉัน มือใหญ่ลูบไล้ขึ้นลงตามจากบ่ายังแขนทั้งสองข้าง สัมผัสและกลิ่นของครีมอาบน้ำทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ฉันหลับตาลงพร้อมสูดดมกลิ่นหอมละมุนที่ตลบอบอวลพร้อมไอความร้อนของ
เทียร์“แกไม่ไปชอปปิ้งเป็นเพื่อนฉันจริงๆ อ่ะ” เฟรถามซ้ำอีกครั้งด้วยสายตาอ้อนวอน ถ้าว่างฉันก็ตกลงตั้งแต่แรกแล้ว แต่วันนี้ฉันมีนัดแล้ว นัดที่บอกเพื่อนไม่ได้ด้วย “วันนี้ไม่ได้จริงๆ อะแก ทำงานมาทั้งอาทิตย์ไม่มีเวลาทำความสะอาดห้องเลย ห้องรกจนฉันไม่มีที่นอนอยู่แล้ว ไว้คราวหน้านะ” ฉันอ้อนเฟรย่ากลับด้วยกา
“คั่วสาวที่ไหนกัน เฮียทำแต่งาน กลับจากภูเก็ตก็มาคุยงานต่อกับไอ้ฟรานเลย…. เราด้วยโตแล้วยังหวงพี่ชายอยู่ได้” แม้ว่าเทียร์จะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้เห็น แต่ผมก็รีบแก้ตัวไว้ก่อน ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทยยังไม่ได้คั่วผู้หญิงคนไหนเลย ก็รอคั่วกับเธอคนนี้อยู่ไง ไม่รู้ว่าจะได้ค
“คุณคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้ฟรานใช่ไหม?” และไม่คิดว่าเทียร์จะเป็นเด็กฟรานซิสมันด้วย ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปทำงานที่คลับเลาจน์หรอก เพราะไอ้ฟรานมันไม่ปล่อยให้เด็กตัวเองไปทำงานในสถานที่แบบนั้นแน่นอน แต่ของแบบนี้สรุปเองไม่ได้ต้องถามให้มั่นใจว่าเธอกับเพื่อนผมไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ“ฉันคงไม่ได้ดูแก่ขั้นอาย
ไคเดนผมขับรถตรงจากสนามบินมาที่บ้านฟรานซิส หลังบินกลับจากภูเก็ตเพื่อไปดูความคืบหน้าของโรงแรมที่ร่วมหุ้นกับคีย์ที่ฟรานซิสเป็นคนแนะนำให้รู้จักเมื่อสองปีก่อน ซึ่งตอนนี้โรงแรมสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการตกแต่งภายในและบริษัทตกแต่งภายในที่ประมูลได้คือบริษัทในเครือของฟร




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


