Share

บทที่ 6

Author: โย่วจื่อฉา
“ไม่” ซ่งหว่านหนิงตอบกลับอย่างหนักแน่นเด็ดขาด

“เหตุใดเล่า?” เขาพยายามข่มโทสะ ความอดทนใกล้จะหมดลงเต็มที

นางแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำเย็นชาออกมาว่า “ข้าขยะแขยง”

“ขยะแขยงหรือ?” เซี่ยหลินยวนลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าไปหานางทีละก้าว ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด “รังเกียจเรือนหลังนั้น หรือว่ารังเกียจข้ากันแน่?”

เขาหยุดยืนอยู่หน้าเตียง ยื่นมือออกไปเชยคางซ่งหว่านหนิงขึ้น บังคับให้นางสบตาเขา

อาจเพราะกลัวว่าจะรบกวนการนอนของนาง เทียนในห้องจึงจุดไว้เพียงไม่กี่เล่ม แสงสว่างเดิมทีก็สลัวอยู่แล้ว

ซ่งหว่านหนิงถูกกักขังอยู่ใต้เงาร่างของเขา เบื้องหน้ามองเห็นเพียงแววตาดำมืดลึกล้ำ ชวนให้อึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

ทว่านางไม่อยากยอมแพ้ จึงเชิดหน้าขึ้นถามอย่างดื้อดึง “ต่างกันด้วยหรือ?”

แรงบีบที่ปลายคางเพิ่มขึ้นฉับพลัน ทำเอานางเจ็บจนต้องนิ่วหน้า

เซี่ยหลินยวนโน้มตัวลงมาประทับจูบ ลมหายใจร้อนระอุรุกรานเข้ามาในโพรงปากของนางอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งยังกดท้ายทอยของนางไว้แน่นเพื่อไม่ให้หลบหนี

ซ่งหว่านหนิงเบิกตากว้าง พยายามดิ้นรนปัดป้องด้วยมือและเท้า ทว่าต่อให้ทุ่มเทแรงกายทั้งหมดก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการพันธนาการ นางจึงตัดสินใจกัดลงบนลิ้นของเขาอย่างแรง

เซี่ยหลินยวนรู้สึกเจ็บจนต้องผละออกตามคาด เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เก่งขึ้นนี่ รู้จักแว้งกัดคนแล้วหรือ”

“ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วย” นางยกมือขึ้นเช็ดปาก ตวัดสายตามองเขาด้วยความรังเกียจ

“สำรวมรึ?” มุมปากของเซี่ยหลินยวนยกยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา “ข้าใกล้ชิดกับฮูหยินของตนเอง ไม่สำรวมตรงที่ใดกัน?”

“ข้าไม่อยากเป็นฮูหยินของท่านแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดปล่อยข้าไปเถิด”

“ข้าบอกแล้วไง ว่าจะไม่หย่า!”

จู่ ๆ เซี่ยหลินยวนก็บันดาลโทสะ เขาเงื้อหมัดทุบลงบนแผ่นเตียงอย่างแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว

ซ่งหว่านหนิงตกใจจนสะดุ้ง นั่งนิ่งอึ้งอยู่กับที่มิกล้าขยับเขยื้อน

เขากระชากเข็มขัดโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ดึงสาบเสื้อออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำ ก่อนจะพุ่งเข้ากดร่างของนางให้นอนราบลงไปใต้ร่างด้วยใบหน้าเย็นชา

“ท่านจะทำอันใด?” ซ่งหว่านหนิงได้สติกลับคืนมา สองมือรีบดันแผงอกของเขาไว้แน่นเพื่อหยุดยั้งการกระทำขั้นต่อไป

เซี่ยหลินยวนไม่เอ่ยสิ่งใด หลับตาพรมจูบลงบนพวงแก้ม ติ่งหู และซอกคอของนางอย่างชำนาญ ก่อนจะไล่ลงไปเบื้องล่าง

“ปล่อยข้านะ!” นางกัดฟันพยายามอดกลั้นต่อสัมผัสปลุกปั่น ใบหน้าแดงก่ำราวกับมีเลือดซึมออกมา

การดิ้นรนของนางนอกจากจะทำให้เขาตื่นตัวมากขึ้นแล้ว ก็มิได้ช่วยอันใดเลย

ในที่สุด ระหว่างที่เขาหอบหายใจหนักหน่วงและหยัดกายขึ้นเล็กน้อย ซ่งหว่านหนิงก็ฉวยโอกาสนั้นตบหน้าเขาฉาดใหญ่

ใบหน้าของเซี่ยหลินยวนหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือสีแดงปรากฏชัดบนผิว บรรยากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือก

จู่ ๆ นางก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา รีบยกมือปกปิดคอเสื้อที่หลุดลุ่ยแล้วหดตัวเข้ามุมกำแพง

เขาชะงักงันไปเนิ่นนาน เมื่อได้สติก็ก้มหน้าหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะจนร่างสั่นเทิ้ม

ยามที่หันกลับมามองนางอีกครั้ง ไฟราคะในดวงตาก็มอดดับลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงโทสะที่แผดเผา “ปกติเคยกินแต่กระต่ายน้อยแสนเชื่อง เปลี่ยนรสชาติมาลองแมวป่าพยศบ้างก็ไม่เลว”

กล่าวจบ เขาก็หยิบเข็มขัดบนพื้นขึ้นมา เอื้อมมือดึงร่างนางเข้ามาในอ้อมกอด บังคับรวบสองมือของนางขึ้นเหนือศีรษะ แล้วใช้เข็มขัดมัดติดไว้กับเสาเตียง

“น่าเสียดายที่กรงเล็บลูกแมวแหลมคมเกินไป คงต้องฝนทิ้งเสียหน่อย”

“เซี่ยหลินยวน ท่านมันคนสารเลว!”

ซ่งหว่านหนิงทั้งร้อนใจและโกรธแค้น เริ่มนึกเสียใจที่เมื่อครู่ไปยั่วยุโทสะของเขา นางควรจะรู้แต่แรกแล้วว่าเซี่ยหลินยวนมิใช่คนอารมณ์ดี

“ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วัน แสร้งทำตัวเป็นสตรีรักนวลสงวนตัวอันใดกัน?”

เซี่ยหลินยวนถอดเสื้อตัวในที่เกะกะออก เผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่า เขาโถมตัวลงมาทาบทับ แผงอกนั้นร้อนระอุราวกับเปลวเพลิง

“อย่าแตะต้องข้า...” ซ่งหว่านหนิงร้องไห้ออกมา หยาดน้ำตาเม็ดโตกลิ้งหล่นจากหางตา

“ร้องไห้ทำไมกัน?” เซี่ยหลินยวนขมวดคิ้ว สติสัมปชัญญะเริ่มฟื้นคืนกลับมาบ้าง เขาก้มลงจุมพิตที่หางตาของนาง ปลายลิ้นรับรู้ได้ถึงรสชาติขมปร่า

ความน้อยเนื้อต่ำใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาเอ่อล้นขึ้นมาในอก นางไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ

“เซี่ยหลินยวน ตกลงแล้วท่านเห็นข้าเป็นสิ่งใด? เป็นเพียงเครื่องมือระบายความใคร่? หรือเป็นแค่ตัวแทนของเฉียวอวี๋เอ๋อร์กันแน่?”

เซี่ยหลินยวนจ้องมองใบหน้าที่ไร้สีเลือดและซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดของนาง หัวใจพลันกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง

เขาลองนึกทบทวนดู ซ่งหว่านหนิงกับเฉียวอวี๋เอ๋อร์มีใบหน้าที่คล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุใด เวลาอยู่ต่อหน้าซ่งหว่านหนิงเท่านั้นที่เขาจะเกิดความปรารถนาอันยากจะอธิบายได้

สำหรับเขาแล้ว เฉียวอวี๋เอ๋อร์คือผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิต เขาจึงสมควรที่จะดีต่อนาง

ส่วนซ่งหว่านหนิงคือภรรยาที่ถูกยัดเยียดให้ เขาไม่ได้รักนาง และจะไม่มีวันรักนาง เพียงแต่ร่างกายของนางเข้ากับเขาได้ดี เขาจึงยังตัดใจปล่อยมือไม่ได้ในเวลานี้ก็เท่านั้น

เมื่อหาเหตุผลเกลี้ยกล่อมตนเองได้แล้ว เซี่ยหลินยวนก็กลับมามีท่าทีแข็งกร้าวอย่างชอบธรรมอีกครั้ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้างนอกนั่น มีคนตั้งเท่าใดที่อ้อนวอนอยากเป็นเครื่องมือระบายความใคร่ของข้า?”

“อย่างนั้นหรือ?” ซ่งหว่านหนิงเบือนหน้าหนีและหลับตาลง หยาดน้ำบนแพขนตาสั่นระริก “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะคัดเลือกสตรีตระกูลดีมาเป็นอนุให้ท่านอ๋องก็แล้วกัน ขออภัยที่ร่างกายข้าอ่อนแอ ไม่สะดวกปรนนิบัติท่านอีกต่อไป”

แม้จะคิดเช่นนี้มาตลอด ทว่าพอถูกเขาแทงใจดำเข้าจริง ๆ นางก็ยังรู้สึกอัปยศอดสูอยู่ดี

การทุ่มเทเอาอกเอาใจมาหลายปี ในสายตาเขาแล้วกลับไร้ค่า สุดท้ายก็เป็นได้แค่เครื่องมือ ไม่ต่างอันใดกับสตรีภายนอกที่ต้องคอยชะเง้อคอขอความเมตตาจากเขา

“ซ่งหว่านหนิง!” ท่าทีเย็นชาไม่ยี่หระของนางทำเอาเซี่ยหลินยวนเดือดดาล เส้นเลือดตรงลำคอปูดโปน สองมือที่ยันแผ่นเตียงไว้กำแน่นจนข้อต่อขาวซีด ในที่สุดเขาก็หมดอารมณ์ ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้ากลับตามเดิม

“ตราบใดที่ข้ายังไม่อนุญาต เจ้าก็จงเป็นพระชายาของเจ้าอย่างว่าง่ายเสียเถิด” เขาปลดเข็มขัดที่มัดซ่งหว่านหนิงเอาไว้ออก นำมาคาดเอวอีกครั้ง “และอีกอย่าง ข้าไม่ต้องการอนุภรรยาที่ไหนทั้งนั้น”

“แล้วเฉียวอวี๋เอ๋อร์เล่า?” ซ่งหว่านหนิงคลึงข้อมือที่ถูกรัดจนแดงเป็นปื้น ตวัดสายตาจ้องมองตัวการ “ท่านรักนางถึงเพียงนั้น ยินยอมให้นางเป็นแค่อนุนอกเรือนไปตลอดชีวิตหรือ? ข้าเต็มใจหลีกทางให้พวกท่านครองคู่กัน ไม่ดีหรืออย่างไร?”

โทสะที่เซี่ยหลินยวนเพิ่งสะกดกลั้นเอาไว้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เฉียวอวี๋เอ๋อร์ เฉียวอวี๋เอ๋อร์อีกแล้ว!

เฉียวอวี๋เอ๋อร์มีบุญคุณช่วยชีวิตเขา ซ่งหว่านหนิงในฐานะภรรยา นอกจากจะไม่ซาบซึ้งใจแล้ว ยังคอยจ้องจับผิดหึงหวง ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” เขาหรี่ตามองพลางทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ซ่งหว่านหนิงเหนื่อยล้าเหลือเกิน ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับเซี่ยหลินยวน สุดท้ายนางจะต้องหมดเรี่ยวแรงเช่นนี้เสมอ เขาช่างเป็นวิบากกรรมของนางโดยแท้

เมื่อลุกขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น นางก็พบว่าชุดแต่งงานที่ถูกโยนทิ้งไปแล้ว กลับมาวางอยู่ข้างเตียงในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยตำหนิ

น่าจะผ่านการซักจนสะอาดสะอ้าน พับเอาไว้อย่างเรียบร้อย ดูเหมือนว่าจะถูกรีดจนเรียบกริบ ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย

“เสื้อผ้าชุดนี้เป็นมาอย่างไร?” ซ่งหว่านหนิงเอ่ยถามเหล่าสาวใช้ที่เข้ามาปรนนิบัติล้างหน้าหวีผม

“เรียนพระชายา ท่านอ๋องเป็นผู้สั่งให้คนนำมาส่งเจ้าค่ะ”

นางรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อึดอัดทรมานอย่างยิ่ง

“เอาออกไปเผาทิ้งเสีย” นางจิบน้ำชาเพื่อกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นลงไป “ข้าไม่อยากเห็นเสื้อผ้าชุดนี้อีก”

“เอ่อ...” เหล่าสาวใช้ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัว

“ในเมื่อเรียกใช้พวกเจ้าไม่ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะตามนายหน้าค้าทาสมาขายพวกเจ้าทิ้งเสีย แล้วเปลี่ยนคนใหม่ที่ว่านอนสอนง่ายเข้ามาแทน” นางมองเงาในกระจกทองเหลือง ปักปิ่นดอกไม้ประดับมุกสีเงินอมขาวลงบนมวยผม พลางสังเกตสีหน้าหวาดหวั่นของพวกนาง

“เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบนำไปเดี๋ยวนี้”

บ่าวไพร่ในจวนอ๋องเหล่านี้ หากเป็นเรื่องสำคัญล้วนฟังแต่คำสั่งของเซี่ยหลินยวน หากไม่งัดไม้แข็งออกมาบ้าง คงเรียกใช้ยากเสียจริง

สามเดือน อดทนอีกเพียงสามเดือนเท่านั้น รอให้พ้นช่วงไว้ทุกข์เมื่อใด นางจะไปเข้าเฝ้าไทเฮาเพื่อขอราชโองการอนุญาตให้หย่าขาด!

“แม่นางเฉียว ท่านเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านอ๋องสั่งไว้ว่าห้ามมิให้ท่านรบกวนพระชายา!”

ซ่งหว่านหนิงที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่ริมหน้าต่าง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากนอกลานเรือน ดูท่าว่าความสงบสุขจะหายไปอีกแล้ว

นางลุกขึ้นเดินออกไปดู ก็เห็นเฉียวอวี๋เอ๋อร์พาคนกลุ่มใหญ่ บุกตะลุยเข้ามาในเรือนอย่างถือดี

เมื่อวานเพิ่งจะไปอาละวาดที่เรือนหลัก วันนี้ก็มาโวยวายที่เรือนรองอีก เฉียวอวี๋เอ๋อร์ผู้นี้ต้องการสิ่งใดกันแน่?

ซ่งหว่านหนิงรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

เมื่อเฉียวอวี๋เอ๋อร์เห็นนางเดินออกมา สีหน้าเย่อหยิ่งจองหองก็เปลี่ยนเป็นน่าสงสารในพริบตา “เรียนพระชายา จี้หยกของบ่าวหายไปเจ้าค่ะ ตามหาอยู่นานก็ไม่พบ เกรงว่าเมื่อวานตอนที่ยื้อยุดกับหลีรุ่ยคงจะทำตกเอาไว้ จึงได้มาตามหาที่นี่”

นางเบะปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสริมว่า “เป็นจี้หยกที่ท่านอ๋องเคยมอบให้บ่าวในตอนนั้นเจ้าค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 30

    “ที่นี่...คือที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงคิดอยากจะถอยหนีเซี่ยเหวินอินไม่รอให้เอ่ยปากก็ดึงนางเดินเข้าไปด้านใน ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ถอยกลับทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นประตู ซ่งหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่าเลือดลมทั่วร่างพากันสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้านางมองเห็นเวทีกลางโถงชั้นหนึ่ง บนนั้นมีเด็กหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่ท่วงท่ากระบี่มิได้วิจิตรงดงามอันใดนัก ทว่าสาบเสื้อของเขากลับผูกไว้ไม่แน่นหนา ยามขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวจึงเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกและหน้าท้องรำไรทัศนียภาพวับ ๆ แวม ๆ เช่นนี้นับว่ายั่วยวนใจผู้คนได้ดีที่สุดก่อนหน้านี้ซ่งหว่านหนิงเคยได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีหอคณิกาชายไว้ให้เหล่าสตรีสูงศักดิ์มาหาความสำราญ ทว่านางยังไม่เคยมาเปิดหูเปิดตาด้วยตนเองเลยสักครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อแท้ของนางยังคงเป็นคนหัวโบราณ การยอมรับเรื่องชายบำเรอจึงมีไม่มากนักนางอยากจะหนีไปให้พ้นเสียจริง“โอ้ นี่องค์หญิงเจาหยางมิใช่หรือขอรับ?” บุรุษผู้มีน้ำเสียงติดจะนุ่มนวลใช้พัดจีบกึ่งบังกึ่งเผยใบหน้าเดินตรงมาหาพวกนาง พลางเอ่ยกระเง้ากระงอด “ท่านไม่ได้มาเยือนเสียนานเลยนะขอรับ”เขาพินิจมองซ่งหว่านหนิงครู่

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 29

    นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ทว่า ท่านอ๋องคงจะไม่เคยเห็นภาพวาดของข้า ข้าไม่เคยวาดภาพพู่กันจีน ทั้งยังไม่ชอบเขียนบทกวีลงบนภาพ จานฝนหมึกอันนี้เกรงว่าจะไร้ประโยชน์แล้ว”เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดีซ่งหว่านหนิงเอ่ยต่อว่า “จานฝนหมึกที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง ของขวัญที่เลยเวลาไปแล้วชิ้นหนึ่ง ในสายตาท่าน ข้าคู่ควรได้รับเพียงของพรรค์นี้เท่านั้น ใช่หรือไม่?”รูปร่างของนางซูบผอม ราวกับเพียงลมพัดวูบเดียวก็อาจล้มพับได้ ทว่ากลับหยัดแผ่นหลังตั้งตรงอย่างดื้อรั้น สบตากับเขาด้วยแววตาเย็นชาเขาอยากจะเอ่ยแย้ง ทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มกล่าวจากตรงไหนดี“แต่ในเมื่อท่านอ๋องมอบให้แล้ว ก็ย่อมต้องใช้ให้คุ้มค่า” ซ่งหว่านหนิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่อง แล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน “จานฝนหมึกชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ใช้ของข้าจะดีกว่า”นางคลี่กระดาษปูลงบนโต๊ะริมหน้าต่าง แล้วให้หลีรุ่ยฝนหมึก จากนั้นจึงจรดพู่กันเริ่มเขียน“ด้วยวาสนาสิ้นสุด ไมตรีมิอาจประสาน ยินยอมพร้อมใจหย่าร้าง จึงเขียนหนังสือฉบับนี้ไว้เป็นหลักฐาน นับแต่ครองคู่กันมานานกว่าสามปี ระหว่างสามีภรรยา กลับเกิดความบาดหมางขึ้นเรื่อยมา จนท้ายที่

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 28

    เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง เซี่ยหลินยวนก็รื้อค้นข้าวของในคลังอยู่เป็นนาน ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดที่ถูกตาต้องใจเลยแม้แต่น้อยเขาจึงเรียกสาวใช้ในห้องของซ่งหว่านหนิงมาไต่ถาม “ยามปกติพระชายาชอบทำสิ่งใดหรือ?”สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับว่า “เรียนท่านอ๋อง ยามปกติพระชายานอกเสียจากจัดการดูแลเรื่องราวในจวนแล้ว สถานที่ที่อยู่บ่อยที่สุดก็คือห้องภาพเจ้าค่ะ คิดว่าคงจะชอบวาดภาพ”ชอบวาดภาพอย่างนั้นหรือ? นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหลินยวนเพิ่งรู้ว่านางวาดภาพเป็นด้วยซ้ำเขายังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในจวนของตนเองจะมีห้องภาพอยู่ด้วยทว่ายามนี้คงไม่มีเวลาไปเดินชมแล้ว เขากวาดสายตามองไปรอบชั้นวางของ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงตรงแท่นฝนหมึกอันหนึ่งของสิ่งนั้นเขาซื้อกลับมาจากเจียงหนานเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเป็นเพียงชิ้นเล็ก ๆ แต่มูลค่ากลับสูงลิ่ว ทว่าเขาไม่โปรดปรานงานกวีและอักษรศิลป์จึงไม่เคยหยิบออกมาใช้เลยเขาสั่งให้องครักษ์หยิบแท่นฝนหมึกนั้นมา ทั้งยังเลือกกระดาษชั้นเลิศอีกปึกหนึ่งใส่รวมเข้าไปในกล่อง แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังจวนหนิงหย่วนโหวยามที่เซี่ยหลินยวนมาถึง ซ่งหว่านหนิงกำลังคุกเข่าสวดมนต์อยู่ในศาลบรรพชน“เรียน

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 27

    “เจ้าว่ากระไรนะ?” เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้างอยู่นาน กว่าจะเค้นคำพูดเหล่านี้ออกมาได้เซี่ยเหวินอินโกรธจัดจนดึงกำไลหยกในมือปาใส่เขา กำไลวงน้อยร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง “เคร้ง” แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ท่านถึงกับเตรียมดอกไม้ไฟให้หญิงอื่นในวันเกิดของพี่สะใภ้ เสด็จพี่ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้!” นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความดูแคลนเซี่ยหลินยวนแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย โพล่งออกไปว่า “ข้าไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดของนาง เฉียวอวี๋เอ๋อร์ใกล้จะตายแล้ว ข้าช่วยทำความปรารถนาของนางให้เป็นจริงมันผิดตรงไหนกัน?”เหตุใดเขาต้องรู้ด้วยว่าเป็นวันเกิดของซ่งหว่านหนิง? เขาไม่ได้เป็นฝ่ายอ้อนวอนให้นางแต่งงานด้วยเสียหน่อยเขาอยากจะดีกับผู้ใด ก็ยังไม่ถึงคราวให้คนอื่นมาสอดปากวิจารณ์ข้ออ้างเหล่านี้โน้มน้าวใจเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที แววตาพลันเยียบเย็นลงทว่าในใจกลับยังคงเจ็บปวดอยู่จาง ๆ ราวกับมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่ตรงนั้น มันคอยทิ่มลึกลงในเนื้อทุกจังหวะลมหายใจเข้าออก“ผิดตรงไหนหรือ? เสด็จพี่ ท่านยังมีหัวใจอยู่หรือไม่?” เซี่ยเหวินอินผุดลุกขึ้น ยืนเท้าสะเอวเอ่ยถามอย่างเอาเรื่องนางชี้ไปที่ห

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 26

    เซี่ยหลินยวนประคองเฉียวอวี๋เอ๋อร์เดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง เงยหน้ามองดอกไม้ไฟที่เตรียมการมาอย่างพิถีพิถัน ทว่าในใจกลับรู้สึกเหม่อลอยชอบกล“ขอบคุณท่านอ๋องที่อุตส่าห์ใส่ใจ บ่าวดีใจยิ่งนักเจ้าค่ะ” เฉียวอวี๋เอ๋อร์เอนศีรษะซบแผงอกของเขา น้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงนับตั้งแต่หน้าผากกระแทกจนได้รับบาดเจ็บคราวก่อน อาการป่วยของนางก็ยิ่งทรุดหนัก หมอหลวงกล่าวว่าหากไม่ได้โสมพันปีมาเป็นกระสายยา เกรงว่าคงจะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้หลังจากฟื้นขึ้นมาในวันนั้น นางได้บอกกับเขาว่าตนเองฝันไปเรื่องหนึ่งในความฝันนางยืนอยู่บนป้อมปราการกำแพงเมือง ทอดสายตามองไปทางแคว้นซีเซี่ยอันห่างไกล โดยมีดอกไม้ไฟสว่างไสวเต็มท้องฟ้าอยู่เบื้องหลังเขาจึงเรียกตัวช่างทำดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองหลวงมาเร่งมือทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเนรมิตความฝันนี้ให้เป็นจริงในช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตที่เหลืออยู่ของนาง“เจ้ายังมีความปรารถนาใดอีกหรือไม่? ข้าจะช่วยทำให้มันเป็นจริงทุกประการ” เซี่ยหลินยวนยื่นมือลูบไล้เรือนผมของนางพลางเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยนเฉียวอวี๋เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น เอ่ยถ้อยคำอย่างระแวดระวัง “บ่าวรู้ตัวดีว่ามีฐานะต่ำต้อย มิอาจเอื้อมคู่ควร

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 25

    เซี่ยเหวินอินปักดอกไม้ประดิษฐ์สีเรียบง่ายลงบนมวยผมของซ่งหว่านหนิง พลางมองภาพของนางในกระจกทองเหลืองแล้วเอ่ยชมจากใจจริงซ่งหว่านหนิงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ล้อข้าเล่นอยู่เลย”เซี่ยเหวินอินหยิบผ้าแถบเส้นหนึ่งออกมา นำมาปิดตานางด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้ ท่านแค่เดินตามข้ามาก็พอ รับรองว่าต้องมีเรื่องประหลาดใจเป็นแน่!”เบื้องหน้ามืดมิดไปหมด เซี่ยเหวินอินจูงมือนางพาเดินออกไปจนกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถม้าดูเหมือนจะเดินทางมาไกลเอาการ จนถึงขั้นได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ ในที่สุดรถม้าก็หยุดลง“นี่เจ้าพาข้ามาที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงก้าวลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามน้ำเสียงของเซี่ยเหวินอินเจือรอยยิ้ม “อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ประเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง”ซ่งหว่านหนิงคิดจะปลดผ้าปิดตาออก ทว่ากลับถูกเซี่ยเหวินอินจับมือห้ามเอาไว้ “รออีกนิดเถิด หากเห็นก่อนก็ไม่ประหลาดใจแล้ว”นางไม่รู้ว่าเซี่ยเหวินอินต้องการให้รอสิ่งใด จึงทำได้เพียงเดินตามอีกฝ่ายก้าวขึ้นบันไดไปสู่ที่สูงทีละขั้นในที่สุดก็มาถึงชั้นบนสุด ข้างหูแว่วเสียงพลุดอกไม้ไฟระเบิดดังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเซี่ยเหวินอินยอมปลดผ้าผ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status