LOGINพีระกิตหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดถึงเรื่องราวที่เขาพยายามฝังกลบมานานกว่าสิบสองปี “แต่ความจริงคือ...เอกสารฉบับจริงไม่เคยหายไป” จอมทัพขมวดคิ้วทันที “อะไรนะครับ?” พีระกิตล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบซองเอกสารเก่าที่มีรอยพับหลายจุดออกมาวางบนโต๊ะ “มันถูกซ่อนไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้เพื่อไม่ให้ที่ดินถูกโอนสำเร็จ และคนที่รู้ตำแหน่งของมันมีเพียงสามคน” แพรมุกมองซองเอกสารด้วยหัวใจเต้นแรง “ใครบ้างคะ?” “มัตซึโตะ...นำทัพ...และฉัน” จอมทัพนิ่งงัน “แล้วเอกสารอยู่ที่ไหน?” พีระกิตไม่ได้ตอบ เขากลับหยิบกระดาษอีกแผ่นออกจากซอง เป็นสำเนาของคำสั่ง 19-041 ที่มีลายเซ็นของเขาอยู่ด้านล่าง “ก่อนคืนนั้น มัตซึโตะมาหาฉัน เขาบอกว่าเขาพบหลักฐานว่ามีคนกำลังพยายามยึดที่ดินของตระกูลมาเรวาชิอย่างผิดกฎหมาย และคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้มีแค่กลุ่มทุน” “ใครอีกครับ?” จอมทัพถาม พีระกิตเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “คนในตระกูลมาเรวาชิเอง” แพรมุกขมวดคิ้ว “มัตซึคาโตะ...น้องชายฝาแฝ
พีระกิตมองหญิงสาวตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ ลดมือลง “ใช่...ยูนะเป็นชื่อของลูก” แพรมุกเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาในอก ทั้งเจ็บปวด ทั้งโหยหา ราวกับชื่อที่เพิ่งได้ยินนั้นเป็นสิ่งที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต “แล้วทำไมคุณพ่อถึงไม่เคยบอกหนูเลยคะ?” พีระกิตถอนหายใจยาว ดวงตาของเขาแดงก่ำ “เพราะพ่อสัญญากับมัตซึโตะเอาไว้ว่า จะไม่ให้ใครรู้ว่าแพรเป็นลูกสาวของเขา” “แม้แต่หนูเองเหรอคะ?” “โดยเฉพาะแพร” แพรมุกนิ่งงัน พีระกิตหันไปมองจอมทัพ ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ “แต่ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกนายควรจะรู้ความจริงทั้งหมด...เรื่องที่ดินของ The River Crown และเรื่องของตระกูลมาเรวาชิสักที” จอมทัพขมวดคิ้ว “คุณพ่อรู้เรื่องที่ดินมากแค่ไหน?” “มากพอที่จะรู้ว่า ถ้าเอกสารฉบับจริงถูกเปิดเผย คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบอีก” พีระกิตกวาดตามองรอบบ้าน ก่อนจะหันไปสั่งชรินทร์ “ช่วยปิดประตูให้หน่อย แล้วอย่าให้ใครเข้ามารบกวน” ชรินทร์พยักหน้า เขาเดินไปปิดประตูโถง ก่อนจะยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก พีระกิตเดินไปยังโซฟากลางห
จอมทัพยังคงยืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บเอกสาร สายตาจับจ้องไปยังบันไดเบื้องล่าง ขณะที่ชรินทร์ขยับเข้ามาใกล้พร้อมรอรับคำสั่ง “ให้คนของเราเฝ้าทางเข้าออกไว้ อย่าให้ใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต” “ครับนายใหญ่” “แล้วก็อย่าเพิ่งแตะต้องเอกสารในห้องนี้” จอมทัพหันไปมองแพรมุก ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้ “อยู่กับฉันนะแพร” หญิงสาวพยักหน้า แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง ไม่ช้า...เสียงนั้นก็หยุดลงตรงหน้าบันได “จอมทัพ” เสียงของชายสูงวัยดังขึ้นอย่างคุ้นเคย แพรมุกสะดุ้ง เธอจำเสียงนี้ได้ดีเสียงของพีระกิต “ฉันคิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน ฉันเข้าไปนะ” จอมทัพสบตาชรินทร์ ก่อนจะพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เขาอยู่ดูแลแพรมุก จากนั้นจึงเปิดประตูแล้วเดินลงไปรับพีระกิตที่ด้านล่าง พีระกิตยืนอยู่กลางโถงชั้นล่าง เสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขายับเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งดูอ่อนล้ากว่าทุกครั้ง ทว่าเมื่อเห็นจอมทัพเดินลงมา แววตาของชายวัยกลางคนกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “คุณพ่อมาที่นี่ทำไมดึกดื่นแบบนี้ครับ?” จอมทัพถาม “ฉ
แพรมุกยืนนิ่งอยู่ตรงระเบียงทางเดิน หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บหน้าอก เธอจำเสียงนั้นได้ แม้จะยังมองไม่เห็นใบหน้าของเจ้าของเสียงก็ตาม “ใครน่ะ...” เธอพึมพำ จอมทัพก้าวเข้ามาบังเธอไว้ทันที สายตาคมกริบจับจ้องไปยังบันไดที่ทอดลงสู่ชั้นล่าง มือหนึ่งคว้าโทรศัพท์จากมือหญิงสาว ก่อนจะกดตัดสายโดยไม่ลังเล “จอมทัพ! คุณทำอะไรคะ?” “เงียบก่อน” เขากระซิบเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา กดโทรออกอย่างรวดเร็ว “ชรินทร์ ขึ้นมาที่ชั้นบนเดี๋ยวนี้” ปลายสายตอบกลับมาสั้นๆ “ครับนายใหญ่” จอมทัพกดวางสาย แล้วหันกลับมาหาแพรมุก “อยู่ข้างหลังฉัน อย่าเพิ่งขยับไปไหน” “แต่มันอันตรายนะคะ...” “ฉันรู้” น้ำเสียงของเขาเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด “และนั่นแปลว่าบ้านหลังนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” แพรมุกหน้าซีด เธอหันไปมองทางบันไดอีกครั้ง เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเมื่อครู่กลับเงียบหายไปอย่างน่าประหลาด ราวกับคนที่อยู่ด้านล่างรู้แล้วว่าพวกเขากำลังตื่นตัว ไม่นานนัก ชรินทร์ก็ปรากฏตัวขึ้นจากทางเดินอีกฝั่ง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ใบหน้าเ
แพรมุกแทบลืมหายใจ เธอหันไปมองจอมทัพที่นั่งอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มเองก็จ้องโทรศัพท์ในมือเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังพยายามปะติดปะต่อความทรงจำบางอย่างที่ถูกฝังเอาไว้ “คุณหมายความว่ายังไงคะ?” แพรมุกถามเสียงสั่น “พ่อของฉันช่วยฉันออกมาจากกองไฟด้วยเหรอ?” “เธอจำอะไรได้บ้าง?” “ฉันจำได้แค่เสียงของคุณ...จำได้ว่ามีคนอุ้มฉันออกมา แล้วก็มีอีกคนหนึ่งเรียกชื่อฉัน” เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แต่ฉันไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร” ปลายสายเงียบไป แพรมุกกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “คุณรู้จักฉันใช่ไหมคะ? คุณรู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันมาตั้งแต่แรก?” “เพราะถ้าเธอรู้ความจริงเร็วเกินไป เธออาจไม่มีโอกาสได้ถามคำถามเหล่านี้อีก...และมันจะทำให้เรื่องที่ดินมีปัญหามากขึ้นไปอีก” “คุณกำลังขู่ฉันเหรอ เรื่องที่ดินอะไรกันแน่คะ?” “ฉันแค่กำลังเตือนเธอ ตระกูลของเราครอบครองที่ดินนั้นมาหลายร้อยปี...มีแต่คนโง่เท่านั้นที่พร้อมจะยกที่ตรงนั้นให้คนอื่นฟรีๆ” น้ำเสียงของชายคนนั้นเปลี่ยนไป จากแผ่วเบาเป็นเคร่งขรึมจนแพรมุกรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
จอมทัพชะงักไป ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน “เธอเห็นหน้าเขาเหรอแพร?” “ไม่ชัดค่ะ” แพรมุกส่ายหน้า “ฉันเห็นแค่เงาครึ่งนึงของใบหน้าของเขา แต่ฉันจำเสียงได้...เขาบอกให้ฉันอย่าบอกใครว่าฉันอยู่ที่นั่น” “แล้วมีอะไรอีก?” หญิงสาวหลับตาลง พยายามรวบรวมภาพความทรงจำที่ยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหัว “เขาบอกว่า...อย่าให้ใครรู้ว่าฉันเป็นลูกสาวของเขา” จอมทัพนิ่งงัน แพรมุกเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น “จอมทัพคะ ถ้าคนที่ช่วยฉันเป็นพ่อแท้ๆ ของฉันจริงๆ ทำไมเขาถึงต้องปิดบังตัวตนของฉันด้วย?” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างอ่อนโยน “เราอาจยังไม่รู้เหตุผล แต่ฉันจะช่วยเธอหาคำตอบ” “แล้วถ้าคำตอบนั้น...ทำให้ฉันต้องสูญเสียคนที่ฉันรักอีกล่ะคะ?” จอมทัพกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น “ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องสูญเสียใครอีกเพียงเพราะความจริงที่เรากำลังตามหา” แพรมุกซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง ทว่าความรู้สึกหวาดกลัวยังคงไม่จางหาย ภาพชายที่อุ้มเธอออกจากกองไฟยังคงติดอยู่ใน







![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)