Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-06-29 15:22:30

ริต้าสะดุ้งเฮือก ลนลานลุกจากเตียงเดินไปที่ประตู มือชื้นเหงื่อสองข้างจนเย็น ใจเต้นสั่นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก จินตนาการคิดไปต่าง ๆ นานา เสียงเหมือนคนทุบอะไรบางอย่าง ครืดๆๆๆ นั่นก็ฟังคล้ายคนกำลังเลื่อยอะไร ใครทำอะไรกันนะห้าทุ่มแบบนี้แล้ว

‘เป็นไงเป็นกัน’  ริตาคิดก่อนจะเอื้อมมือไปดึงที่เปิดปุ่มตาแมวออก สอดสายตาเข้าไปในช่องนั้นด้วยใจที่ยังเต้นโครมคราม เธอเห็นเงาอะไรบางอย่างผ่านหน้าห้องไปแว่บหนึ่งอย่างรวดเร็ว สะดุ้งผงะเดินถอยหลังห่างออกมาจากประตู มือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโปรแกรมสนทนาพิมพ์ข้อความลงไป

“คุณอาทคะ ริตาได้ยินเสียงดังแปลก ๆ”

“เสียงดังมาจากห้องไหนครับ” ข้อความตอบกลับมาทันทีอย่างรวดเร็ว

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ริตาไม่ได้ได้ออกไปดู จับเสียงไม่ถูกว่าดังมาจากทางไหน”

“งั้นเดี๋ยวผมจะลองสอบถามดูให้นะครับ” คุณอาทเงียบหายไป นานจนริตาเริ่มจะเคลิ้มด้วยความง่วง 

เมี้ยว... เมี้ยว…. เสียงไลน์ของริตาดังขึ้น เมื่อเลื่อนเปิดโปรแกรมดู คุณอาทนั่นเอง

“ห้องชั้นสองครับคุณริตาเขาเฉาะมะพร้าวกิน”

“เฉาะมะพร้าว ? กินดึกจังนะคะ”

“ครับเขาเลิกงานดึก แต่มันก็สิทธิ์ของเขานะครับ”

“ค่ะใช่ ขอบคุณค่ะ งั้นริตาไม่กวนแล้ว”

“ยินดีครับผม”

“สวัสดีค่ะ” เธอจบบทสนทนา วางโทรศัพท์ลงด้วยความโล่งใจ ‘ก็แค่คนเฉาะมะพร้าวกินคิดมากเป็นตุเป็นตะไปได้ หรือเราจะเขียนนิยายมากไปนะ’

ริตาอมยิ้มคิดด้วยความเขินอายในจิตนาการของตนเอง ก่อนจะเคลิ้มหลับไปอย่างสบายใจ แต่ถ้าเธอหูไม่ฝาด เธอว่าเสียงนั้น ยังคงแว่วมาในความมืดมิดของรัตติกาล มันยังคงแว่วมาตามสายลม ดังแผ่ว ๆ เหมือนกึ่งฝัน

ตุ๊บ ๆๆๆ ครืด ๆๆๆ 

#

ยามเช้าที่อากาศสดชื่นเย็นสบาย ท้องฟ้าสดใสด้วยสีฟ้ากับเมฆสีขาวที่กระจัดกระจายอยู่นั่นทำให้ริตารื่นรมย์ใจ ใบกล้วยแกว่งไหวโอนเอนทักทายมองคล้ายกำลังโบกมือ ลมเย็นแผ่ว ๆ พัดมา ทำให้ริตาสดชื่นกับภาพเบื้องหน้า แม้ว่าในใจของ ริตาจะยังคงกังวลกับเสียงที่ได้ยิน

ริตาอดที่จะหาที่ปรึกษาไม่ได้ เธอคว้าโทรศัพท์มากดหาเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ที่สุด “ส้ม” มีบ้านอยู่ใกล้กรุงเทพฯ บ้านของส้มอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ส่วนเพื่อนคนอื่นนั้นอยู่สงขลา ปัตตานี อุบลราชธานี และเชียงราย 

“ส้ม เป็นยังไงบ้าง คิดถึงจัง” ริตากรอกเสียงทักทายเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนกล่าวสวัสดี ส้มเป็นเพื่อนคนแรกในมหาวิทยาลัย เธอถูกจับคู่รับน้องเป็นบัดดี้กัน จึงสนิทกันมาก กว่าใคร ส้มมีนิสัยโตเกินอายุ เธอชอบวิเคราะห์หาเหตุผลในเรื่องราวต่าง ๆ โดยไม่เอาอารมณ์มาเกี่ยวข้อง จึงมักถูกเพื่อนฝูงคอยปรึกษาเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ 

“ไงยะ แม่นักเขียนใหญ่ สบายดีรึเปล่า” ส้มทักทายกลับมาด้วยน้ำเสียงดีใจ 

“คือตอนนี้เราย้ายออกจากบ้านเช่าหลังนั้นแล้ว มาอยู่ อพาร์ทเมนท์ใกล้ ๆ ที่เดิม แต่สองคืนแล้วนะที่ได้ยินเสียง     แปลก ๆ คล้ายมีคนทุบหรือเลื่อยอะไรก็ไม่รู้ เสียงมันดังตุ๊บ ๆๆๆๆ ครืด ๆๆๆ น่ะส้ม เราควรทำยังไงดี”

“แล้วนอกจากเสียงนี้ มีอะไรผิดปกติอีกไหม”

“ก็ไม่มีนะ พอถามเจ้าของตึกไป เขาก็ว่าห้องชั้นล่างเฉาะมะพร้าวกิน แต่มันสี่ห้าทุ่มแล้วนะส้ม ไม่ดึกไปหน่อยเหรอ”

“แล้วแกถามไหมล่ะว่าดึกขนาดนี้ยังมีคนเฉาะมะพร้าวกินอีก”

“ก็ถามนะ เขาว่าห้องนั้นเลิกงานดึกน่ะ”

“ก็เป็นไปได้ อย่าลืมนะว่ากรุงเทพฯ คนนอนดึก เลิกงานดึกเป็นเรื่องธรรมดา เขาอาจดูโทรทัศน์แล้วหิวก็ได้”

“ก็จริงเนอะ เราคงคิดมากไป ได้คุยกับส้มแบบนี้ ก็สบายใจแล้วล่ะ”

“ว่าแต่ย้ายไปอยู่ตรงไหน ส่งพิกัดเข้ามาในไลน์ไว้ด้วยนะ วันไหนฉันไปกรุงเทพฯ จะได้แวะไปหา”

“จ้า ได้เลย” 

“งั้นฉันทำงานต่อก่อนนะ บ่ายมีประชุม ค่อยคุยกันนะ”

“จ้ะส้ม ขอบคุณนะ”  ริตาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยใจที่สงบมากขึ้น และไม่ลืมกดส่งตำแหน่งที่ตั้งไปให้เพื่อนในโปรแกรมไลน์ ส้มกดสติ๊กเกอร์โอเค ก่อนจะกดบันทึกที่ตั้งนั้นไว้ในโน้ตของโปรแรม ริตาส่งสติ๊กเกอร์ ขอบคุณนะไปให้กับสติ๊กเกอร์ตาวิ้ง ๆ เพื่อบอกเพื่อนว่าเธอซาบซึ้งใจ ในใจนึกขอบคุณส้มที่ให้คำปรึกษา การไม่มีใครแบบริตาจะว่าไปก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย  บางครั้งริตาก็รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกัน 

เกือบเย็นแล้ว ดวงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า ฟ้าเบื้องหน้าเริ่มมีสีส้มปนแดง ริตาหยิบถุงขยะที่ใส่เศษอาหารและกล่องข้าวเปล่า ๆ ที่กินหมดแล้ว ผูกหูถุงเข้าหากันก่อนจะเดินแกว่งเดินบันไดลงไปข้างล่าง ขณะที่ใจก็คิดพล็อตต่อไปของนิยายไปด้วย เมื่อเดินลงมาถึงข้างล่าง ริตาก็กดปุ่มด้านในข้างประตูเพื่อเปิด เมื่อก้าวขาออกไปนอกตึก ขณะที่เสียงประตูงับกลับเข้าที่   ริตาก็สะดุ้งเฮือก   เพราะนึกได้ว่าเธอมัวแต่คิดเรื่องงานในหัวเพลินจนถือลงมาแค่ถุงขยะใบเดียว กุญแจห้องและโทรศัพท์มือถือไม่ได้ถือติดมือมาเลยสักอย่างเดียว

‘บ้าจริงริตา … แล้วจะเข้าตึกได้ยังไง’ บ่นสบถกับตัวเองเบา ๆ เดินไปหย่อนถุงในมือลงในถังขยะด้านหลังตึก ก่อนจะเดินมานั่งอย่างหงอยเหงาอยู่ตรงด้านหน้าที่มีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน เพราะยังไม่ใช่เวลากลับบ้านของห้องอื่น ๆ แหงนมองฟ้าที่เหงากว่าทุกวัน แสงสีส้มค่อย ๆ จางลงไปสีดำเริ่มขับเคลื่อนขึ้นมาแทนที่ ริตานั่งกระสับกระส่ายอยู่คนเดียวมาพักใหญ่แล้ว เมื่อรถคันเล็ก ๆ สีขาว ยี่ห้อยาริส คันนั้นค่อย ๆ ขับเข้ามาจอด คนขับรถที่ก้าวลงมานั้นมีผิวขาว ผมดำยาวถึงกลางหลัง หน้าตาสวย อายุน่าจะไล่เลี่ยพอ ๆ กับริตา ในมือถือของมากมายพะรุงพะรังทั้งแฟ้มงานและถุงพลาสติกสองสามถุง ริตารีบเดินเข้าไปหาเธอคนนั้น

“สวัสดีค่ะ ริตาลงมาทิ้งขยะ แล้วลืมถือกุญแจลงมา ขอเข้าตึกด้วยคนนะคะ มาค่ะ ริตาช่วยถือของ” เธออาสาอย่างเต็มใจ ส่งยิ้มไปให้อย่างผูกมิตร 

“สวัสดีค่ะ ฝนค่ะ ได้สิคะ รอแป๊บนะ” ว่าแล้วก็หยิบคีย์การ์ดยื่นมาให้ริตา พยักหน้าเป็นเชิงให้ริตาเป็นคนเปิดประตู  

เมื่อเข้ามาในตึกแล้วริตาจึงยื่นคีย์การ์ดส่งคืนให้กับฝน ก่อนจะยื่นมือไปประคองแฟ้มที่กำลังจะร่วงลงมาจากมือของฝน ทั้งคู่หัวเราะให้กันเสียงใส

“มาค่ะ ริตาถือให้เอง”

“ขอบคุณค่ะ ริตาพักอยู่ชั้นไหนคะ”

“ชั้นสามค่ะห้อง 305 ฝนล่ะคะ”

“ฝนอยู่ชั้นสี่ค่ะ ห้อง 406” 

“งั้นเดี๋ยวริตาถือแฟ้มไปส่งให้ฝนก่อนแล้วกันนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ริตาเอาวางซ้อนมาให้ฝนได้เลยจะได้ไม่เสียเวลา”

“เสียเวลาอะไรคะ ริตานั่งเล่นนอกตึกมาตั้งนาน ยังนั่งได้ ฝนหอบแฟ้มแล้วยังข้าวของแบบนี้เดี๋ยวแฟ้มก็หล่นอีก ริตายินดีช่วยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ พอดีวันนี้มีงานที่ต้องเอามาตรวจดู” เมื่อเปิดประตูห้องพักแล้ว ริตาก็ทำท่าจะเดินกลับลงไป 

“ริตากินอะไรหรือยังคะ ฝนซื้อกับข้าวมาเยอะเลย กินข้าวด้วยกันก่อนดีไหม” ฝนเอ่ยชวน

“ไม่ดีกว่าค่ะ ริตามีข้าวกล่องในตู้เย็น” ขณะตอบกลับเสียงท้องของริตาก็ร้องดังโครกครากขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงอาหาร ฝนหัวเราะขำ

“กินด้วยกันเถอะค่ะ ฝนกินคนเดียวก็เบื่อ จะได้มีเพื่อนกินข้าวด้วย นะคะริตา”

“งั้นริตาไม่กรงใจนะคะ” กล่าวจบทั้งคู่ก็ประสานเสียงหัวเราะกันอย่างเห็นขำ 

ห้องของฝนอยู่ฝั่งเดียวกับริตาคือหันหน้าออกนอกถนน ภายในห้องทุกอย่างดูไม่แตกต่างกันนัก แต่ที่น่าแปลกใจคือกระเป๋าเดินทางน้อยใหญ่หลายใบภายในห้องที่ริตานับได้ถึงหกใบ ฝนหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นริตามองกระเป๋าเดินทาง

“ของจำเป็นน่ะ” ฝนเอ่ยขึ้นลอย ๆ

“ฝนคงเดินทางบ่อยสินะคะ ถึงมีกระเป๋าเดินทางเยอะ  ริตาไม่ค่อยไปไหนหรอกค่ะ”

“ก็เดินทางบ้าง กระเป๋าก็ได้แจกมาบ้าง แถมจากการสมัครบัตรเครดิตบ้าง ก็พยายามใช้ให้หมด ๆ อยู่นะ” ริตารู้สึกแปลกในน้ำเสียงที่ดูเย็น ๆ นิด ๆ นั้น ก่อนที่ฝนจะปรับน้ำเสียงให้ร่าเริง ขณะแกะถุงอาหารในมือ

“วันนี้ฝนอยากกินอะไรที่แซ่บ ๆ เลยซื้ออาหารอีสานมา ริตากินได้รึเปล่าคะ”

“ได้สิคะ ของชอบเลย มาค่ะริตาช่วยแกะ แต่ขออนุญาตล้างมือก่อนนะคะ” ริตาผลักประตูห้องน้ำฝนเข้าไป ได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นคาวแปลก ๆ แต่ริตาก็แยกไม่ออกว่าคือกลิ่นอะไร

ทั้งคู่นั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน อย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา มิตรภาพที่มีให้กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างผลัดกันเล่าเรื่องให้กันและกันฟัง ทำให้สนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว  ริตามองภายในห้องของฝน แล้วต้องนึกชมในใจ เพราะห้องชองฝนนั้นสะอาดเรียบร้อยมาก ข้าวของทุกอย่างจัดเก็บวางเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ทั้งห้องไม่มีเศษฝุ่นหรือเศษเส้นผมที่พื้นแม้แต่นิดเดียว ก็ขนาดริตากวาดห้องทุกวัน ยังมีเศษเส้นผมตกอยู่เรื่อย แปลว่าฝนต้องเป็นคนรักความสะอาดอย่างมากแน่ ๆ

จากการพูดคุยกันระหว่างอาหารมื้อนั้น ทั้งคู่ต่างก็ดีใจ ได้มีเพื่อนใหม่ที่อาศัยอยู่ในตึกเดียวกัน ฝนบอกเล่าว่าเธอทำงานเป็นเซลล์ในบริษัทเอกชนไม่ไกลจากอพาร์ทเมนท์มากนัก และน่าแปลกที่ทั้งคู่เป็นกำพร้าเหมือน ๆ กัน แต่ฝนไม่บอกว่าพ่อแม่เสียชีวิตเพราะอะไร บอกแค่ว่าพวกท่านเสียไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน และทำท่าไม่อยากพูดถึง ริตาเข้าใจดี เพราะบางครั้งริตาเองก็อดคิดถึงพ่อกับแม่ไม่ได้เหมือนกัน เมื่อกินข้าวอิ่มและช่วยกันล้างจานชามเรียบร้อยแล้ว ริตาจึงขอตัวกลับลงมาที่ห้อง 

ริตาเข้านอนโดยลืมไปเลยว่า คืนนี้ไม่มีเสียงใด ๆ ในความมืด เสียง ตุ๊บ ๆๆๆ ครืด ๆๆๆๆ ไม่มีมาให้กังวล ริตานอนหลับไปอย่างเป็นสุขที่สุดด้วยความยินดีที่มีเพื่อนใหม่ในอพาร์ทเมนท์แห่งนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 12

    ริตาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล มีส้มนั่งกุมมืออยู่ข้างหนึ่ง เธอเห็นหมวดแดนดินนั่งบนโซฟา พลิกแฟ้มในมืออ่านอย่างตั้งใจ เมื่อริตาขยับตัวส้มก็รู้สึกตัว “อ้าวริตา ฟื้นแล้วเหรอ” “ส้มเหรอ ทำไมเรามาอยู่นี่ได้ล่ะ” “เดี๋ยวค่อยพูดเถอะ” พูดจบส้มก็กดกริ่งเรียกให้พยาบาลเข้ามาในห้อง พยาบาลและหมอเดินเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน หมดตรวจเลิกนัยน์ตาเธอเอาไฟฉายอันเล็ก ๆ ส่อง วัดชีพจรที่มือ ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ และฟังเสียงจากปอดด้วยสเต็ทโตสโคป หมอยิ้มให้เธอก่อนจะหันไปพูดกับส้มว่า“เรียบร้อยดีทุกอย่าง คนไข้ไม่เป็นอะไรแล้วครับ” แล้วก็เดินออกจากห้องไป หมวดขยับตัวเข้ามาแทนที่หมอ ยิ้มให้ริตา ก่อนจะพูดขึ้นว่า“ผมบอกให้รอผมก่อน ริตาก็ไม่เชื่อ ดีนะครับที่ผมเอะใจเลยรีบไปช่วยไว้ได้ทัน”“ริตาขอโทษค่ะ มันสุดวิสัยน่ะค่ะ คุณอาทบอกว่ามีเวลาให้ริตาแป๊บเดียว”“ไม่ต้องพูดหรอกครับ เรารู้เรื่องหมดแล้ว เพราะเปิดดูโทรศัพท์ของคุณอาทแล้ว” “หิวน้ำจัง” ริตาพูดลอย ๆ ส้มจึงขยับตัวนำน้ำมาให้เธอดื่ม เมื่อดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่แล้ว ริตาก็ขยับตัวลุกขึ้นจากการนอนมาเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยความช่วยเหลือของส้ม“

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 11

    ข้อความนั้นเป็นข้อความตัวพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ลายมือเขียน และริตามั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของคนในตึกอย่างแน่นอน หรือฆาตกรจะคือ... ริตาถ่ายภาพข้อความนั้นส่งในโปรแกรมแชทให้หมวดแดนดิน และคุณอาท ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาส้ม เพราะว้าวุ่นใจ จนต้องคุยกับใครสักคน“ส้ม เราจะทำยังไงดี” น้ำเสียงร้อนรนนั้นทำให้ส้มตกใจ“มีอะไรเหรอแก พรุ่งนี้ฉันจะไปกรุงเทพฯ พอดี มีสัมมนาจะเลิกตอนบ่ายสาม เดี๋ยวไปหานะดีไหม”“ก็ดีเหมือนกัน เรากลัวไปหมดแล้ว ว่าแต่ตอนนี้คุยได้ไหม”“ได้ เลิกงานแล้ว ฉันกำลังพักเบรกก่อนทำโอทีน่ะ เพราะจะเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนไปสัมมนา มีอะไรเล่ามาเลย”ริตาพรั่งพรูเรื่องราวทั้งหมดให้ส้มฟัง ด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น ส้มเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ให้ริตามาเสมอ ยามท้อใจ ยามมีปัญหา ส้มเป็นคนเดียวที่ช่วยให้ริตาผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้“เรื่องราวเยอะขนาดนี้เลย แต่เราจะคิดว่าเป็นคุณอาทไม่ได้หรอกนะแก เพราะกุญแจน่ะเจ้าของห้องอาจปั๊มให้ใครก็ได้ เหตุการณ์อาจแค่บังเอิญ และอพาร์ทเมนท์ไหน ๆ ก็มีเรื่องราวมากมายเกือบทุกที่แหละ”“แล้วกระดาษใบนั้นที่สอดเข้ามาล่ะส้ม คนนอกจะสอดเข้ามาได้ยังไง”“อันนี้น่าคิดที่สุด เอางี

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 10

    “จงเชื่อคนที่ควรเชื่อ” ริตาตื่นมากับความจำของคำนี้ในหัว แล้วใครกันคือคนที่ควรเชื่อ ริตาจะเชื่อใครได้บ้าง คนที่ตึกนี้ก็มีแค่ฝน คุณอาทเจ้าของตึก คุณทหารก็เพิ่งคุยกันครั้งเดียว คุณน้ำก็เป็นวิญญาณไปแล้ว หรือจะเชื่อหมวดแดนดินได้ ก็เขาเป็นตำรวจคงจะน่าเชื่อถือที่สุดแล้วล่ะมั้ง เมื่อคิดแบบนั้น ริตาจึงอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปหาหมวด“คุณริตา มาหาผมแต่เช้ามีอะไรครับ” หมวดทักริตา เพราะนี่เพิ่งจะแปดโมงกว่า ก็พบริตามาหา และจอดรถแทบจะไล่เลี่ยกันเลยทีเดียว“ริตาร้อนใจ เรื่องเมื่อวานที่ไลน์มาถามน่ะค่ะ เห็นหมวดยังไม่ตอบ และริตาก็ไม่ค่อยสบายใจ เลยอยากมาปรึกษาด้วยน่ะค่ะ”“อ๋อ ผมได้แฟ้มมาเมื่อวานตอนค่ำแล้ว ว่าจะดูเช้านี้เหมือนกัน ไปครับไปกินกาแฟที่ห้องทำงานผมก่อนดีกว่า สมองจะได้โล่ง” เขารู้สึกพึงพอใจในตัวของริตา ผู้หญิงคนนี้สวยแบบสบายตาไม่ฉูดฉาด นิสัยก็ไม่วุ่นวาย เป็นคนมีเหตุผล พูดจารู้เรื่อง ไม่เจ้าอารมณ์ ไม่หยาบคาย จึงยินดีที่จะคุยกับริตา จริง ๆ เขาอยากสานสัมพันธ์กับเธอมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ยังไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ริตาหยิบแฟ้มบนโต๊ะนั้นขึ้นมาดู เมื่อหมวดแดนดินผายมืออนุญาต แฟ้มแรกเป็นของห้องสามีภรรยา ภาพ

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 9

    ริตากลับเข้าห้องพัก อดคิดถึงภาพในห้องพักคุณน้ำที่เห็นมาในวันนี้ไม่ได้ มั่นใจว่าที่เธอเห็นในความฝันคือความจริงที่คุณน้ำแสดงให้เห็น ทุกอย่างกระจ่างชัด เพียงแต่ว่าผู้ร้ายเท่านั้นที่คลุมหน้าตามิดชิด จนไม่อาจรู้ได้ว่าคือใครกัน ริตาอาบน้ำสวดมนต์แผ่บุญกุศลให้คุณน้ำ ก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ในฝันเธอเห็นภาพคนร้ายคนแรกเปิดโม่งคลุมหน้าออก ริตาตะลึงงันไป เพราะภายใต้โม่งนั้นคือ คุณอาท สะดุ้งตื่นเนื้อตัวเย็นยะเยียบ ตกใจเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก‘เป็นไปไม่ได้ คุณอาทจะเป็นคนร้ายไปได้ยังไง เราคงคิดมากไปจนเอามาปนกันสะเปะสะปะไปหมด แน่ ๆ’ นึกถึงเหตุความน่าจะเป็นแล้วไม่น่าเป็นไปได้ แม้ว่าคุณอาทจะมีกุญแจห้องทุกห้อง ริตาดุตัวเองที่คิดฟุ้งซ่านจนวุ่นวายไปหมด เธอคงจะต้องพักจากเรื่องนี้บ้างแล้ว งานการก็คิดเขียนไม่ออก แล้วก็ล้มตัวลงนอนไปเช้าวันถัดมาริตานำถุงขยะไปทิ้ง พบเจอคุณทหารที่เคยยืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ รถเธอ เขายืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ ประตู ริตายิ้มทักทายให้ด้วยไมตรี เขายิ้มกลับมาแบบแห้งแล้ง ก่อนจะทักกลับมาว่า“อยู่ที่นี่มานานรึยังครับ”“ประมาณเกือบสามเดือนแล้วค่ะ พี่ล่ะคะ”“ผมอยู่มาจะปีครึ่งเดือนหน้านี้แล้ว

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 8

    ควันฉุย ๆ และกลิ่นคอหมูย่างบนเตาทำเอาน้ำลายสอ ริตาออกมาสั่งอาหารตั้งแต่ช่วงบ่าย เพราะดีใจที่จะได้กินข้าวกับฝน เธอรู้สึกรักและสนิทสนม แม้จะพบเจอกันไม่นาน ริตาอบอุ่นเหมือนมีพี่สาว ความรู้สึกแบบนี้หายไปนานแล้วตั้งแต่พ่อกับแม่จากไป การอยู่เพียงลำพังที่เคยคิดว่าชิน แต่เมื่อมีฝนก้าวเข้ามาเธอจึงรู้ว่าที่ผ่านมาเธอปิดบังความรู้สึกตัวเอง แสร้งทำเป็นไม่ยี่หระต่อความเหงา ทานทนมันด้วยการทำงานอย่างบ้าคลั่ง ปิดหัวใจตัวเองไม่สนใจสิ่งใด เพราะกลัวการสูญเสีย การเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุคราวนั้นเป็นแผลลึกเกินเยียวยาที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดเมี้ยว ... เมี้ยว ... เสียงโปรแกรมสนทนาที่เธอตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเสียงแมวร้องดังขึ้น ข้อความจากหมวดแดนดินนั่นเอง“ตอนบ่ายสาม ผมจะเข้าไปตรวจห้องคุณน้ำนะครับ คุณริตา”“บ่ายสามเหรอคะ ตอนนี้ริตาออกมาข้างนอกน่าจะกลับเข้าไปทัน ขอเข้าไปดูด้วยได้ไหมคะ”“ผมเกรงว่าจะน่าเกลียดนะครับ เพราะคุณไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เกรงคนจะครหาน่ะครับว่ามายุ่มย่ามกับคดี อาจมีผลเสียต่อการสืบสวน เกิดมีหลักฐานในห้องนั้น ผมจะใช้ไม่ได้เลย เพราะทางฝ่ายผู้ต้องหาจะแย้งได้ว่ามีการให้คนไม่เกี่ยวข้องเข้า

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 7

    คำภาวนาของริตาเป็นผล เธอฝันอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เหมือนเข้าไปนั่งดูภาพยนตร์จอใหญ่ระบบ 3 มิตินั่นทีเดียว คุณน้ำกลับมาจากทำงานยามโพล้เพล้ ซึ่งไม่ใช่ห้าทุ่มแน่นอน หอบของที่ซื้อมาเดินขึ้นตึกไปอย่างปกติที่สุด ปฏิบัติภารกิจตามธรรมดา แล้วเข้านอน ริตาไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าไหร่ แต่ไม่น่าจะถึงห้าทุ่ม สักพักหนึ่งก็มีคนใส่ชุดโม่งลักษณะตัวไม่ใหญ่นัก ดูขนาดตัวแล้วแทบไม่ต่างจากริตานัก หรือจะเป็นผู้หญิง? คนปริศนานั้นไขกุญแจก้าวเข้าไปในห้องของคุณน้ำ และจ้วงแทงทั้งที่นอนหลับอยู่ หลังจากแทงครั้งแรก คุณน้ำสะดุ้งพรวดขึ้น ก่อนที่จะได้ส่งเสียง คมมีดนับครั้งไม่ถ้วนก็กระหน่ำเข้าสู่ร่างกาย ริตาสัมผัสได้ถึงความเจ็บเหมือนโดนแทงด้วยตัวเอง เมื่อทุกอย่างสงบลง คนชุดดำคลุมหน้านั้นก็เปิดประตูห้องออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักพักใหญ่ ๆ มีคนใส่ชุดดำอีกคนเข้ามาในห้อง แต่คนนี้ตัวสูงใหญ่กว่าคนเดิม เขาเดินเข้ามาหันรีหันขวางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินไปที่ตะกร้าใส่เสื้อผ้า นำชุดที่คุณน้ำใส่เมื่อตอนเย็นมาสวมให้ ค่อย ๆ คลำไปตามจุดที่โดนแทง แล้วแทงซ้ำไปตามรอยนั้น ให้เสื้อผ้ามีรู แล้วจึงนำชุดกันฝนที่เตรียมมาห่อร่าง แล้วเอาผ้าห่มม้วน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status