تسجيل الدخولในอพาร์ทเมนท์ที่ดูเงียบสงบและสะอาดตา กลับมีคดีฆาตกรรมปริศนาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า... 'ริตา' เพียงแค่ต้องการที่อยู่ใหม่ที่สงบเงียบเพื่อสร้างสรรค์งานเขียน แต่เธอกลับต้องตกเป็นพยานปากเอกในคดีฆาตกรรมที่โหดเหี้ยม เมื่อเหยื่อถูกสังหารอย่างเลือดเย็นภายในพื้นที่ส่วนตัวที่ดูปลอดภัย ใครกันที่ซ่อนตัวอยู่หลังรอยยิ้มที่เป็นมิตร? และเสียงกระซิบจากความตายจะนำทางให้เธอไขคดีนี้ หรือจะลากเธอลงสู่ขุมนรกเดียวกัน? ร่วมค้นหาความจริงใน "ตึกพัก" นิยายสืบสวนที่จะทำให้คุณไม่กล้าอยู่คนเดียวในห้องอีกต่อไป!
عرض المزيدตุ๊บ ๆๆๆๆๆๆๆ ครืด ๆๆๆ
นี่มันเสียงอะไรกัน!
แค่ไม่กี่วันที่ย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ ก็ได้ยินเสียงประหลาดแว่วมาในความมืดเสียแล้ว
#
“ขอให้ย้ายออกให้เรียบร้อยภายในสิ้นเดือนนี้นะครับ ผมจะให้ช่างเข้ามาปรับปรุงบ้าน ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่”
บ้านหลังที่ริตาเช่าอยู่มาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เจ้าของบ้านได้ขายให้กับคนซื้อแล้ว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องรายได้ คนซื้อต้องการย้ายเข้ามาอยู่แทนริตาเพราะต้องออกจากบ้านพักราชการตอนเกษียณในเดือนตุลาคม ริตาอ่านข้อความสั้น ๆ จากผู้ซื้อบ้านที่ส่งมาในโปรแกรมสนทนา ด้วยความรู้สึกปวดมวนท้องแบบที่ไม่อาจบรรยาย ความอาลัยอาวรณ์ทำให้กรดในกระเพาะออกมาเล่นงาน มองเหลียวไปมุมไหนของบ้านก็ล้วนแต่มีความทรงจำ ยังดีที่ไม่ใช่คนชอบสะสมอะไรนัก ข้าวของจึงมีไม่มาก ระหว่างที่ต้องสาละวนกับการเก็บของต่าง ๆ แยกใส่ถุงไว้เพื่อย้าย เธอก็ต้องทำอีกเรื่องที่สำคัญด้วย แม้จะพยายามผัดผ่อนกับตัวเองมานาน เพราะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คราวนี้เห็นทีจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว
“นี่เราจะต้องย้ายที่อยู่ใหม่หรือนี่ เฮ้อไม่ชอบเลย”
ริตาเปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาคำว่า อพาร์ทเมนท์ใกล้ ๆ ฉันในกูเกิ้ล รูปภาพมากมายละลานตาที่ขึ้นมา ถึงกับทำให้ริตาสยองเพราะเกลียดความเปลี่ยนแปลงเป็นทุนเดิม เธอไม่ชอบย้ายไปไหน การอยู่ที่เดิม สิ่งแวดล้อมเดิม กินอาหารแบบเดิม ผู้คนรอบข้างคนเดิม ๆ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย สงบ และเหมาะกับอาชีพและนิสัยของเธอ
ภาพตึกสีเทาสูงสี่ชั้นในอินเทอร์เน็ตนั้นดูน่าสนใจที่สุด ด้วยสภาพที่ยังดูใหม่ ทำให้ริตารีบกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่ขึ้นอยู่หน้าจอ
“สวัสดีครับ เดอะ เกรย์ ยินดีต้อนรับครับ”
“ยังมีห้องว่างไหมคะ”
“ห้องจะมีว่างตอนสิ้นเดือน ตอนนี้ทุกห้องเต็มหมดแล้วครับ”
“งั้น...ก็ยังไม่สามารถดูห้องได้สิคะ”
“ยังครับ แต่ถ้าคุณลูกค้าสนใจ เดี๋ยวเราแอดไลน์กันแล้วผมส่งรูปให้ดูก่อนดีไหมครับ”
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ”
ภาพห้องที่ได้รับมาจากเจ้าของอพาร์ทเมนท์นั้น ดูใหม่ สีโทนขาวฟ้า มีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด สะอาด ริตารู้สึกพอใจมาก จึงตอบกลับไปทันทีว่า
“ริตาสนใจนะคะ ถ้าคนเช่าย้ายออกเมื่อไหร่ ขอไปดูห้องค่ะ”
“ได้ครับ น่าจะประมาณวันที่สามสิบ เดี๋ยวผมจะรีบแจ้งไป”
“ว่าแต่ทำไมเขาย้ายออกคะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหม” ริตารู้สึกกังวลใจนิด ๆ
“ไม่มีครับ พอดีน้องเขาย้ายที่ทำงานครับ”
“อ๋อ งั้นสิ้นเดือนอย่าลืมนะคะ ริตาจะเข้าไปดูห้องค่ะ”
“ครับ”
ระหว่างที่ยังไม่ได้ไปดูอพาร์ทเมนท์นั้น ริตาก็พยายามหาที่อื่น ๆ ดูเตรียมเอาไว้เหมือนกัน ห้องที่ไปดูบางที่ก็อึดอัด บางที่ก็มีจำนวนห้องมาก ซึ่งริตาก็ไม่ชอบ ที่ไหนคนเยอะที่นั่นย่อมมีเรื่องวุ่นวาย ริตาคิดแบบนั้น บางที่มีแต่นักศึกษานั่นก็ไม่น่าจะดี นักศึกษาวัยหนุ่มสาว มักจะชอบสังสรรค์เฮฮา ชอบมีเรื่องทะเลาะขัดใจ คงไม่สงบเงียบแบบที่ริตาต้องการ เมื่อหาที่ไหน ๆ ก็ไม่ถูกใจเท่ากับที่เดอะ เกรย์ ริตาจึงลงทุนขับรถไปดูสภาพโดยรอบของตึก โดยไม่แจ้งเจ้าของตึก เธออยากเห็นสภาพที่แท้จริงโดยไม่บอกล่วงหน้า หลังจากตั้งโปรแกรมนำทางจากบ้านเดิมขับรถมาเพียงไม่ถึงสิบนาที ตึกนั้นก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าริตา
ตัวตึกอยู่ห่างจากถนนใหญ่ไม่มาก แค่เลี้ยวหนึ่งครั้งในระยะทางไม่น่าจะเกินห้าร้อยเมตรจากถนนใหญ่ นั่นพอที่จะไม่มีเสียงดังมากนักในเวลากลางคืน แต่ก็ไม่เปลี่ยวนักเพราะใกล้ถนนใหญ่ ด้านข้างตึกสองข้างและด้านหลังเป็นบ้านหลังใหญ่มีรั้วรอบขอบชิดของคนพักอาศัย ตรงข้ามตึกเป็นที่ดินว่างเปล่ามีกอกล้วยปลูกอยู่ ใบกล้วยพัดสะพัดโอนเอนดูเพลินตาดีเหมือนกัน
เมื่อมาเห็นสภาพโดยรอบของตึก ริตาก็ยิ่งชอบ เธอส่งข้อความไปบอกเจ้าของอพาร์ทเมนท์ว่า
“วันนี้ริตาขับรถมาดูรอบนอกของตึกแล้วนะคะ ยืนยันว่าสิ้นเดือนขอดูห้องทันทีที่คนเก่าย้ายออกค่ะ”
วันสิ้นเดือนเจ้าของอพาร์ทเมนท์โทรศัพท์ตามให้เธอมาดูห้อง คราวนี้ริตาขับรถมาเองไม่ต้องพึ่งโปรแกรมนำทาง เมื่อจอดรถ ริตาก็เห็นป้ายติดว่าให้โทรศัพท์แจ้ง เนื่องจากเจ้าของตึกกำลังตรวจดูการล้างแอร์อยู่ที่ชั้นสอง ผู้ชายคนที่เดินลงมาเปิดประตูให้ริตานั้น เป็นชายผิวขาว แนะนำตัวเองว่าชื่อ “อาท” อายุราวสี่สิบ มีผมหงอกแซมกับเส้นผมสีดำ รูปร่างสูงโปร่ง แบบคนมีเชื้อสายจีน เขาสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้มใส่รองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมง ยิ้มที่ส่งมาต้อนรับก่อนเปิดประตูบ่งบอกถึงความเป็นคนสุภาพ ดูใส่ใจ ไม่ใช่ยิ้มแบบกะลิ้มกะเหลี่ยเมื่อเห็นหญิงสาว นั่นทำให้ริตาพอใจ แต่ในรอยยิ้มนั้น ริตาก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ เหมือนมีอะไรสะกิดใจ ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร
ห้องที่ริตามาดูนั้นอยู่ชั้นสาม เป็นฝั่งที่หันหน้าเข้าหาถนน แม้ใจจะอยากได้ห้องอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นห้องด้านหลังติดกับบ้านคนมากกว่า เพราะคงสงบเงียบ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกริตาก็ต้องจำยอม อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ทำได้ดูดี สภาพคล้ายคอนโด ทั้งตึกมีห้องเพียง 24 ห้องเท่านั้น ตึกสี่ชั้นด้านนอกทาสีสีเทาเข้มและอ่อนสลับชั้น มองจากภายนอกดูใหม่สวยไม่โทรม สร้างเสร็จมาแค่ปีกว่า ๆ ชั้นล่างมีที่จอดรถด้านหน้าตึก และด้านข้าง จอดรถได้ประมาณสิบคัน กล้องวงจรปิดมีอยู่โดยรอบทั้งด้านนอกและด้านในจำนวนกว่าสิบตัวเรียกว่าเห็นได้ทุกมุมทุกชั้นทุกจุดมีกล้องครอบคลุมอยู่หมด มีสัญญาณไวไฟให้แต่ละชั้นอย่างเพียงพอ
จากทางเข้าด้านหน้า เป็นประตูกระจกแบบต้องใช้ คีย์การ์ดสัมผัสถึงจะเข้าตึกได้ มีห้องออฟฟิศของเจ้าของ อพาร์ทเมนท์อยู่ตรงทางเข้าด้านนอก เมื่อเข้าประตูไปเป็นทางเดินปูด้วยแกรนิโต้สีเทาอ่อน ติดประตูเป็นส่วนซักผ้า มีเครื่องซักผ้าสองเครื่อง เครื่องอบผ้าหนึ่งเครื่อง พอใช้สำหรับจำนวนห้องที่มีอยู่ ชั้นล่างจะมีห้องพักอยู่สองห้อง ระหว่างทางเดินมีโคมไฟเรียงกันสามตัวแขวนห้อยลงมาจากฝ้าเพดาน ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีตู้รับจดหมายติดผนังทำจากไม้เหมือนที่เห็นตามคอนโดมิเนียม สุดทางเดินอีกด้านเป็นตู้กดน้ำดื่มอยู่ติดกับบันไดหนีไฟ เมื่อเดินขึ้นบันไดไปครึ่งชั้นจะเป็นลิฟท์ที่ขึ้นไปสุดแค่ชั้นสาม ทางเดินแต่ละชั้นสะอาดสะอ้าน
เมื่อออกจากลิฟท์ต้องเดินลงไปครึ่งชั้นจึงจะเป็นชั้นสาม และเดินขึ้นบันไดไปอีกครึ่งชั้นจึงจะเป็นชั้นสี่ เลขที่ติดอยู่ที่หน้าห้องด้วยกรอบอะครีลิกสวยงามสีขาวตัวหนังสือสีดำระบุเลข 305
สภาพภายในห้องยิ่งทำให้ริตาพอใจมากขึ้น ผนังของห้องทาสีขาวสองด้าน อีกด้านเป็นประตูกระจกกรอบสีดำกระจกใสมองจากด้านนอกเข้ามาไม่เห็นภายในห้อง มีม่านสีเทาติดไว้สองด้าน ประตูมุ้งลวดแบบบานเลื่อนเพื่อระบายอากาศยามอยากสูดอากาศภายนอก ส่วนผนังอีกด้านฝั่งหัวเตียงเป็นสีฟ้าอ่อน เตียงนอนสีขาวขนาดห้าฟุตพร้อมผ้าปูรองสีขาวสะอาดตา ที่นอนหุ้มพลาสติกไว้ดูใหม่เอี่ยม ตู้เสื้อผ้าติดผนังสูงจากพื้นติดฝ้าเพดาน ด้านขวามือมีกระจกบานใหญ่พร้อมโต๊ะขนาดยาวเอนกประสงค์ที่ริตาวางแผนให้เป็นโต๊ะแต่งหน้าและทำงานไปด้วยในตัว ด้านซ้ายมีโต๊ะขนาดย่อมลงมาสำหรับวางโทรทัศน์และมีช่องสำหรับใส่ของด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีชั้นหนังสือให้อีกทั้งสองฝั่งของห้อง มีโต๊ะหัวเตียงทั้งสองด้านของเตียงนอน
‘สะดวกแบบนี้ริตาหอบเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวเข้ามาอยู่ได้เลยนะนี่’ ริตาคิดในใจอย่างพึงพอใจ เมื่อเจ้าของอพาร์ทเมนท์เรียกขอค่าวางมัดจำเพื่อจองห้อง เพราะถ้าไม่อย่างนั้นจะมีอีกคนมาขอดู ริตาจึงไม่ลังเลที่จะโอนให้ และเขียนสัญญาจองกันทันที ก่อนที่จะขอย้ายเข้ามาช่วงกลางเดือน เพื่อให้โอกาสเจ้าของตึกได้เก็บห้องทำความสะอาดให้ใหม่อีกรอบ
หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ริตายิ่งมีความสุขมากขึ้นและดีใจที่ตัดสินใจเลือกพักที่นี่ ความเงียบสงบของตึกที่แทบจะไม่มีเสียงอะไรเลยทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้งานเขียนนิยายสยองขวัญของริตาคืบหน้าไปมาก โดยไม่ต้องรอดึกดื่นค่อนคืนแล้วค่อยเขียนเหมือนทุกที ที่นี่เธอสามารถเขียนได้ตอนกลางวัน บางวันมีเสียง ตั๊กแก …. เป็นเพื่อนจากกอกล้วยฝั่งตรงข้าม เพิ่มบรรยากาศให้ริตาได้เป็นอย่างดี เธอยังสามารถแบ่งเวลาช่วงบ่ายออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ ได้อีกด้วย เรียกว่าชีวิตในตอนนี้ของริตาลงตัวอย่างที่สุด และเธอก็พออกพอใจและคิดว่าตัวเองเลือกที่พักไม่ผิดด้วยความรู้สึกยินดีกับตัวเองอย่างที่สุด
กลางดึกคืนวันนั้นขณะที่ริตากำลังดูหนังสยองขวัญอยู่ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกมาในความเงียบสงบของรัตติกาลที่ท้องฟ้าเบื้องนอกถูกห่อหุ้มไปด้วยความมืดมิดดุจคลี่กำมะหยี่คลุม
ตุ๊บ ๆๆๆๆๆๆๆ ครืด ๆๆๆ
นี่มันเสียงอะไรกัน! ใจริตาเต้นระรัว สั่นไหว หัวเริ่มปวดตุ้บ ๆ ขึ้นมาตามแนวขมับ มือเท้าเริ่มเย็น ริตาไม่กล้าหาคำตอบว่ามันคือเสียงอะไร จินตนาการในหัวโลดแล่นไปสารพัดตามประสานักเขียนเรื่องสยองขวัญ มือกดปุ่มเร่งเสียงของโทรทัศน์ให้เสียงดังขึ้นเพื่อกลบเสียงแปลก ๆ ขยับลุกจากเตียงเดินไปตรวจล็อกประตูที่หมุนล็อกได้สองรอบ จับโซ่ที่ห้อยอยู่แขวนคล้องเข้ากับรางอีกชั้นหนึ่ง มองไปที่ช่องตาแมวสำหรับส่องดูภายนอกห้องด้วยความลังเล เธอตัดสินใจไม่มอง ค่อย ๆ ย่องขึ้นเตียง สอดตัวลงในผ้าห่มทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว ไม่กล้าปิดทั้งโทรทัศน์และโคมไฟ ไม่รู้ว่าตนเองผล็อยหลับไปตอนไหน ริตาหวังว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเธอแค่ประสาทไปเอง คิดไปเองจากหนังสยองขวัญที่กำลังดู
ริตาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล มีส้มนั่งกุมมืออยู่ข้างหนึ่ง เธอเห็นหมวดแดนดินนั่งบนโซฟา พลิกแฟ้มในมืออ่านอย่างตั้งใจ เมื่อริตาขยับตัวส้มก็รู้สึกตัว “อ้าวริตา ฟื้นแล้วเหรอ” “ส้มเหรอ ทำไมเรามาอยู่นี่ได้ล่ะ” “เดี๋ยวค่อยพูดเถอะ” พูดจบส้มก็กดกริ่งเรียกให้พยาบาลเข้ามาในห้อง พยาบาลและหมอเดินเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน หมดตรวจเลิกนัยน์ตาเธอเอาไฟฉายอันเล็ก ๆ ส่อง วัดชีพจรที่มือ ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ และฟังเสียงจากปอดด้วยสเต็ทโตสโคป หมอยิ้มให้เธอก่อนจะหันไปพูดกับส้มว่า“เรียบร้อยดีทุกอย่าง คนไข้ไม่เป็นอะไรแล้วครับ” แล้วก็เดินออกจากห้องไป หมวดขยับตัวเข้ามาแทนที่หมอ ยิ้มให้ริตา ก่อนจะพูดขึ้นว่า“ผมบอกให้รอผมก่อน ริตาก็ไม่เชื่อ ดีนะครับที่ผมเอะใจเลยรีบไปช่วยไว้ได้ทัน”“ริตาขอโทษค่ะ มันสุดวิสัยน่ะค่ะ คุณอาทบอกว่ามีเวลาให้ริตาแป๊บเดียว”“ไม่ต้องพูดหรอกครับ เรารู้เรื่องหมดแล้ว เพราะเปิดดูโทรศัพท์ของคุณอาทแล้ว” “หิวน้ำจัง” ริตาพูดลอย ๆ ส้มจึงขยับตัวนำน้ำมาให้เธอดื่ม เมื่อดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่แล้ว ริตาก็ขยับตัวลุกขึ้นจากการนอนมาเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยความช่วยเหลือของส้ม“
ข้อความนั้นเป็นข้อความตัวพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ลายมือเขียน และริตามั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของคนในตึกอย่างแน่นอน หรือฆาตกรจะคือ... ริตาถ่ายภาพข้อความนั้นส่งในโปรแกรมแชทให้หมวดแดนดิน และคุณอาท ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาส้ม เพราะว้าวุ่นใจ จนต้องคุยกับใครสักคน“ส้ม เราจะทำยังไงดี” น้ำเสียงร้อนรนนั้นทำให้ส้มตกใจ“มีอะไรเหรอแก พรุ่งนี้ฉันจะไปกรุงเทพฯ พอดี มีสัมมนาจะเลิกตอนบ่ายสาม เดี๋ยวไปหานะดีไหม”“ก็ดีเหมือนกัน เรากลัวไปหมดแล้ว ว่าแต่ตอนนี้คุยได้ไหม”“ได้ เลิกงานแล้ว ฉันกำลังพักเบรกก่อนทำโอทีน่ะ เพราะจะเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนไปสัมมนา มีอะไรเล่ามาเลย”ริตาพรั่งพรูเรื่องราวทั้งหมดให้ส้มฟัง ด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น ส้มเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ให้ริตามาเสมอ ยามท้อใจ ยามมีปัญหา ส้มเป็นคนเดียวที่ช่วยให้ริตาผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้“เรื่องราวเยอะขนาดนี้เลย แต่เราจะคิดว่าเป็นคุณอาทไม่ได้หรอกนะแก เพราะกุญแจน่ะเจ้าของห้องอาจปั๊มให้ใครก็ได้ เหตุการณ์อาจแค่บังเอิญ และอพาร์ทเมนท์ไหน ๆ ก็มีเรื่องราวมากมายเกือบทุกที่แหละ”“แล้วกระดาษใบนั้นที่สอดเข้ามาล่ะส้ม คนนอกจะสอดเข้ามาได้ยังไง”“อันนี้น่าคิดที่สุด เอางี
“จงเชื่อคนที่ควรเชื่อ” ริตาตื่นมากับความจำของคำนี้ในหัว แล้วใครกันคือคนที่ควรเชื่อ ริตาจะเชื่อใครได้บ้าง คนที่ตึกนี้ก็มีแค่ฝน คุณอาทเจ้าของตึก คุณทหารก็เพิ่งคุยกันครั้งเดียว คุณน้ำก็เป็นวิญญาณไปแล้ว หรือจะเชื่อหมวดแดนดินได้ ก็เขาเป็นตำรวจคงจะน่าเชื่อถือที่สุดแล้วล่ะมั้ง เมื่อคิดแบบนั้น ริตาจึงอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปหาหมวด“คุณริตา มาหาผมแต่เช้ามีอะไรครับ” หมวดทักริตา เพราะนี่เพิ่งจะแปดโมงกว่า ก็พบริตามาหา และจอดรถแทบจะไล่เลี่ยกันเลยทีเดียว“ริตาร้อนใจ เรื่องเมื่อวานที่ไลน์มาถามน่ะค่ะ เห็นหมวดยังไม่ตอบ และริตาก็ไม่ค่อยสบายใจ เลยอยากมาปรึกษาด้วยน่ะค่ะ”“อ๋อ ผมได้แฟ้มมาเมื่อวานตอนค่ำแล้ว ว่าจะดูเช้านี้เหมือนกัน ไปครับไปกินกาแฟที่ห้องทำงานผมก่อนดีกว่า สมองจะได้โล่ง” เขารู้สึกพึงพอใจในตัวของริตา ผู้หญิงคนนี้สวยแบบสบายตาไม่ฉูดฉาด นิสัยก็ไม่วุ่นวาย เป็นคนมีเหตุผล พูดจารู้เรื่อง ไม่เจ้าอารมณ์ ไม่หยาบคาย จึงยินดีที่จะคุยกับริตา จริง ๆ เขาอยากสานสัมพันธ์กับเธอมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ยังไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ริตาหยิบแฟ้มบนโต๊ะนั้นขึ้นมาดู เมื่อหมวดแดนดินผายมืออนุญาต แฟ้มแรกเป็นของห้องสามีภรรยา ภาพ
ริตากลับเข้าห้องพัก อดคิดถึงภาพในห้องพักคุณน้ำที่เห็นมาในวันนี้ไม่ได้ มั่นใจว่าที่เธอเห็นในความฝันคือความจริงที่คุณน้ำแสดงให้เห็น ทุกอย่างกระจ่างชัด เพียงแต่ว่าผู้ร้ายเท่านั้นที่คลุมหน้าตามิดชิด จนไม่อาจรู้ได้ว่าคือใครกัน ริตาอาบน้ำสวดมนต์แผ่บุญกุศลให้คุณน้ำ ก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ในฝันเธอเห็นภาพคนร้ายคนแรกเปิดโม่งคลุมหน้าออก ริตาตะลึงงันไป เพราะภายใต้โม่งนั้นคือ คุณอาท สะดุ้งตื่นเนื้อตัวเย็นยะเยียบ ตกใจเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก‘เป็นไปไม่ได้ คุณอาทจะเป็นคนร้ายไปได้ยังไง เราคงคิดมากไปจนเอามาปนกันสะเปะสะปะไปหมด แน่ ๆ’ นึกถึงเหตุความน่าจะเป็นแล้วไม่น่าเป็นไปได้ แม้ว่าคุณอาทจะมีกุญแจห้องทุกห้อง ริตาดุตัวเองที่คิดฟุ้งซ่านจนวุ่นวายไปหมด เธอคงจะต้องพักจากเรื่องนี้บ้างแล้ว งานการก็คิดเขียนไม่ออก แล้วก็ล้มตัวลงนอนไปเช้าวันถัดมาริตานำถุงขยะไปทิ้ง พบเจอคุณทหารที่เคยยืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ รถเธอ เขายืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ ประตู ริตายิ้มทักทายให้ด้วยไมตรี เขายิ้มกลับมาแบบแห้งแล้ง ก่อนจะทักกลับมาว่า“อยู่ที่นี่มานานรึยังครับ”“ประมาณเกือบสามเดือนแล้วค่ะ พี่ล่ะคะ”“ผมอยู่มาจะปีครึ่งเดือนหน้านี้แล้ว





