تسجيل الدخولริตาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล มีส้มนั่งกุมมืออยู่ข้างหนึ่ง เธอเห็นหมวดแดนดินนั่งบนโซฟา พลิกแฟ้มในมืออ่านอย่างตั้งใจ เมื่อริตาขยับตัวส้มก็รู้สึกตัว “อ้าวริตา ฟื้นแล้วเหรอ” “ส้มเหรอ ทำไมเรามาอยู่นี่ได้ล่ะ” “เดี๋ยวค่อยพูดเถอะ” พูดจบส้มก็กดกริ่งเรียกให้พยาบาลเข้ามาในห้อง พยาบาลและหมอเดินเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน หมดตรวจเลิกนัยน์ตาเธอเอาไฟฉายอันเล็ก ๆ ส่อง วัดชีพจรที่มือ ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ และฟังเสียงจากปอดด้วยสเต็ทโตสโคป หมอยิ้มให้เธอก่อนจะหันไปพูดกับส้มว่า“เรียบร้อยดีทุกอย่าง คนไข้ไม่เป็นอะไรแล้วครับ” แล้วก็เดินออกจากห้องไป หมวดขยับตัวเข้ามาแทนที่หมอ ยิ้มให้ริตา ก่อนจะพูดขึ้นว่า“ผมบอกให้รอผมก่อน ริตาก็ไม่เชื่อ ดีนะครับที่ผมเอะใจเลยรีบไปช่วยไว้ได้ทัน”“ริตาขอโทษค่ะ มันสุดวิสัยน่ะค่ะ คุณอาทบอกว่ามีเวลาให้ริตาแป๊บเดียว”“ไม่ต้องพูดหรอกครับ เรารู้เรื่องหมดแล้ว เพราะเปิดดูโทรศัพท์ของคุณอาทแล้ว” “หิวน้ำจัง” ริตาพูดลอย ๆ ส้มจึงขยับตัวนำน้ำมาให้เธอดื่ม เมื่อดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่แล้ว ริตาก็ขยับตัวลุกขึ้นจากการนอนมาเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยความช่วยเหลือของส้ม“
ข้อความนั้นเป็นข้อความตัวพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ลายมือเขียน และริตามั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของคนในตึกอย่างแน่นอน หรือฆาตกรจะคือ... ริตาถ่ายภาพข้อความนั้นส่งในโปรแกรมแชทให้หมวดแดนดิน และคุณอาท ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาส้ม เพราะว้าวุ่นใจ จนต้องคุยกับใครสักคน“ส้ม เราจะทำยังไงดี” น้ำเสียงร้อนรนนั้นทำให้ส้มตกใจ“มีอะไรเหรอแก พรุ่งนี้ฉันจะไปกรุงเทพฯ พอดี มีสัมมนาจะเลิกตอนบ่ายสาม เดี๋ยวไปหานะดีไหม”“ก็ดีเหมือนกัน เรากลัวไปหมดแล้ว ว่าแต่ตอนนี้คุยได้ไหม”“ได้ เลิกงานแล้ว ฉันกำลังพักเบรกก่อนทำโอทีน่ะ เพราะจะเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนไปสัมมนา มีอะไรเล่ามาเลย”ริตาพรั่งพรูเรื่องราวทั้งหมดให้ส้มฟัง ด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น ส้มเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ให้ริตามาเสมอ ยามท้อใจ ยามมีปัญหา ส้มเป็นคนเดียวที่ช่วยให้ริตาผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้“เรื่องราวเยอะขนาดนี้เลย แต่เราจะคิดว่าเป็นคุณอาทไม่ได้หรอกนะแก เพราะกุญแจน่ะเจ้าของห้องอาจปั๊มให้ใครก็ได้ เหตุการณ์อาจแค่บังเอิญ และอพาร์ทเมนท์ไหน ๆ ก็มีเรื่องราวมากมายเกือบทุกที่แหละ”“แล้วกระดาษใบนั้นที่สอดเข้ามาล่ะส้ม คนนอกจะสอดเข้ามาได้ยังไง”“อันนี้น่าคิดที่สุด เอางี
“จงเชื่อคนที่ควรเชื่อ” ริตาตื่นมากับความจำของคำนี้ในหัว แล้วใครกันคือคนที่ควรเชื่อ ริตาจะเชื่อใครได้บ้าง คนที่ตึกนี้ก็มีแค่ฝน คุณอาทเจ้าของตึก คุณทหารก็เพิ่งคุยกันครั้งเดียว คุณน้ำก็เป็นวิญญาณไปแล้ว หรือจะเชื่อหมวดแดนดินได้ ก็เขาเป็นตำรวจคงจะน่าเชื่อถือที่สุดแล้วล่ะมั้ง เมื่อคิดแบบนั้น ริตาจึงอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปหาหมวด“คุณริตา มาหาผมแต่เช้ามีอะไรครับ” หมวดทักริตา เพราะนี่เพิ่งจะแปดโมงกว่า ก็พบริตามาหา และจอดรถแทบจะไล่เลี่ยกันเลยทีเดียว“ริตาร้อนใจ เรื่องเมื่อวานที่ไลน์มาถามน่ะค่ะ เห็นหมวดยังไม่ตอบ และริตาก็ไม่ค่อยสบายใจ เลยอยากมาปรึกษาด้วยน่ะค่ะ”“อ๋อ ผมได้แฟ้มมาเมื่อวานตอนค่ำแล้ว ว่าจะดูเช้านี้เหมือนกัน ไปครับไปกินกาแฟที่ห้องทำงานผมก่อนดีกว่า สมองจะได้โล่ง” เขารู้สึกพึงพอใจในตัวของริตา ผู้หญิงคนนี้สวยแบบสบายตาไม่ฉูดฉาด นิสัยก็ไม่วุ่นวาย เป็นคนมีเหตุผล พูดจารู้เรื่อง ไม่เจ้าอารมณ์ ไม่หยาบคาย จึงยินดีที่จะคุยกับริตา จริง ๆ เขาอยากสานสัมพันธ์กับเธอมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ยังไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ริตาหยิบแฟ้มบนโต๊ะนั้นขึ้นมาดู เมื่อหมวดแดนดินผายมืออนุญาต แฟ้มแรกเป็นของห้องสามีภรรยา ภาพ
ริตากลับเข้าห้องพัก อดคิดถึงภาพในห้องพักคุณน้ำที่เห็นมาในวันนี้ไม่ได้ มั่นใจว่าที่เธอเห็นในความฝันคือความจริงที่คุณน้ำแสดงให้เห็น ทุกอย่างกระจ่างชัด เพียงแต่ว่าผู้ร้ายเท่านั้นที่คลุมหน้าตามิดชิด จนไม่อาจรู้ได้ว่าคือใครกัน ริตาอาบน้ำสวดมนต์แผ่บุญกุศลให้คุณน้ำ ก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ในฝันเธอเห็นภาพคนร้ายคนแรกเปิดโม่งคลุมหน้าออก ริตาตะลึงงันไป เพราะภายใต้โม่งนั้นคือ คุณอาท สะดุ้งตื่นเนื้อตัวเย็นยะเยียบ ตกใจเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก‘เป็นไปไม่ได้ คุณอาทจะเป็นคนร้ายไปได้ยังไง เราคงคิดมากไปจนเอามาปนกันสะเปะสะปะไปหมด แน่ ๆ’ นึกถึงเหตุความน่าจะเป็นแล้วไม่น่าเป็นไปได้ แม้ว่าคุณอาทจะมีกุญแจห้องทุกห้อง ริตาดุตัวเองที่คิดฟุ้งซ่านจนวุ่นวายไปหมด เธอคงจะต้องพักจากเรื่องนี้บ้างแล้ว งานการก็คิดเขียนไม่ออก แล้วก็ล้มตัวลงนอนไปเช้าวันถัดมาริตานำถุงขยะไปทิ้ง พบเจอคุณทหารที่เคยยืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ รถเธอ เขายืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ ประตู ริตายิ้มทักทายให้ด้วยไมตรี เขายิ้มกลับมาแบบแห้งแล้ง ก่อนจะทักกลับมาว่า“อยู่ที่นี่มานานรึยังครับ”“ประมาณเกือบสามเดือนแล้วค่ะ พี่ล่ะคะ”“ผมอยู่มาจะปีครึ่งเดือนหน้านี้แล้ว
ควันฉุย ๆ และกลิ่นคอหมูย่างบนเตาทำเอาน้ำลายสอ ริตาออกมาสั่งอาหารตั้งแต่ช่วงบ่าย เพราะดีใจที่จะได้กินข้าวกับฝน เธอรู้สึกรักและสนิทสนม แม้จะพบเจอกันไม่นาน ริตาอบอุ่นเหมือนมีพี่สาว ความรู้สึกแบบนี้หายไปนานแล้วตั้งแต่พ่อกับแม่จากไป การอยู่เพียงลำพังที่เคยคิดว่าชิน แต่เมื่อมีฝนก้าวเข้ามาเธอจึงรู้ว่าที่ผ่านมาเธอปิดบังความรู้สึกตัวเอง แสร้งทำเป็นไม่ยี่หระต่อความเหงา ทานทนมันด้วยการทำงานอย่างบ้าคลั่ง ปิดหัวใจตัวเองไม่สนใจสิ่งใด เพราะกลัวการสูญเสีย การเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุคราวนั้นเป็นแผลลึกเกินเยียวยาที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดเมี้ยว ... เมี้ยว ... เสียงโปรแกรมสนทนาที่เธอตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเสียงแมวร้องดังขึ้น ข้อความจากหมวดแดนดินนั่นเอง“ตอนบ่ายสาม ผมจะเข้าไปตรวจห้องคุณน้ำนะครับ คุณริตา”“บ่ายสามเหรอคะ ตอนนี้ริตาออกมาข้างนอกน่าจะกลับเข้าไปทัน ขอเข้าไปดูด้วยได้ไหมคะ”“ผมเกรงว่าจะน่าเกลียดนะครับ เพราะคุณไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เกรงคนจะครหาน่ะครับว่ามายุ่มย่ามกับคดี อาจมีผลเสียต่อการสืบสวน เกิดมีหลักฐานในห้องนั้น ผมจะใช้ไม่ได้เลย เพราะทางฝ่ายผู้ต้องหาจะแย้งได้ว่ามีการให้คนไม่เกี่ยวข้องเข้า
คำภาวนาของริตาเป็นผล เธอฝันอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เหมือนเข้าไปนั่งดูภาพยนตร์จอใหญ่ระบบ 3 มิตินั่นทีเดียว คุณน้ำกลับมาจากทำงานยามโพล้เพล้ ซึ่งไม่ใช่ห้าทุ่มแน่นอน หอบของที่ซื้อมาเดินขึ้นตึกไปอย่างปกติที่สุด ปฏิบัติภารกิจตามธรรมดา แล้วเข้านอน ริตาไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าไหร่ แต่ไม่น่าจะถึงห้าทุ่ม สักพักหนึ่งก็มีคนใส่ชุดโม่งลักษณะตัวไม่ใหญ่นัก ดูขนาดตัวแล้วแทบไม่ต่างจากริตานัก หรือจะเป็นผู้หญิง? คนปริศนานั้นไขกุญแจก้าวเข้าไปในห้องของคุณน้ำ และจ้วงแทงทั้งที่นอนหลับอยู่ หลังจากแทงครั้งแรก คุณน้ำสะดุ้งพรวดขึ้น ก่อนที่จะได้ส่งเสียง คมมีดนับครั้งไม่ถ้วนก็กระหน่ำเข้าสู่ร่างกาย ริตาสัมผัสได้ถึงความเจ็บเหมือนโดนแทงด้วยตัวเอง เมื่อทุกอย่างสงบลง คนชุดดำคลุมหน้านั้นก็เปิดประตูห้องออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักพักใหญ่ ๆ มีคนใส่ชุดดำอีกคนเข้ามาในห้อง แต่คนนี้ตัวสูงใหญ่กว่าคนเดิม เขาเดินเข้ามาหันรีหันขวางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินไปที่ตะกร้าใส่เสื้อผ้า นำชุดที่คุณน้ำใส่เมื่อตอนเย็นมาสวมให้ ค่อย ๆ คลำไปตามจุดที่โดนแทง แล้วแทงซ้ำไปตามรอยนั้น ให้เสื้อผ้ามีรู แล้วจึงนำชุดกันฝนที่เตรียมมาห่อร่าง แล้วเอาผ้าห่มม้วน







