공유

บทที่ 2

last update 게시일: 2026-06-29 15:22:24

ริตา ตื่นขึ้นมาด้วยความกังวล ร่างกายเหมือนจะยังอ่อนเพลียจากการนอนหลับไม่สนิท ‘เสียงอะไรกันนะที่เธอได้ยิน’ หรือจะคิดมากไปเอง เดินไปเปิดม่านมองออกไปด้านนอกระเบียง สบตากับนกเขาตัวน้อยที่มาเกาะราวระเบียงอยู่ เสียงเลื่อนประตูทำให้นกตกใจบินหนีไป 

‘หนีทำไมนะ น่าจะอยู่เป็นเพื่อนกัน’ บ่นในใจอย่างเสียดายที่นกบินหนีไป ยืนนิ่งดูหยดน้ำพราวที่เกาะสายไฟริมถนนอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินไปหยิบขวดน้ำเติมลงในกระติกกดปุ่มให้กระติกน้ำร้อนทำงาน หยิบช้อนตักกาแฟลงในแก้ว เติมน้ำ เติมนมสด แค่นี้ก็ได้ลาเต้ร้อนง่าย ๆ พร้อมแล้วสำหรับมื้อเช้าของวันใหม่สำหรับริตา หยิบแก้วกาแฟมานั่งละเลียดที่โต๊ะทำงาน กดรีโมทโทรทัศน์ในมือเพื่อติดตามข่าวสาร มีข่าวคนหายตัวไปจากอพาร์ทเมนท์ พ่อแม่ติดต่อลูกไม่ได้ ริตาไม่ทันได้หันไปดูภาพข่าว ได้ยินแต่เสียง เพราะมัวแต่เปิดขวดแยมส้มป้ายลงไปบนขนมปังเพื่อรองท้องสำหรับมื้อเช้าเพื่อกินร่วมกับกาแฟ หลังจากอิ่มจากกาแฟกับขมปังแล้วก็เป็นเวลาปฏิบัติภารกิจส่วนตัว เมื่อเรียบร้อยดีจึงมานั่งเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจงานที่เขียนไปเมื่อวาน  แต่ใจกลับล่องลอยคิดถึงอดีต

‘หนูอยากจะเป็นนักเขียน’ เธอบอกพ่อกับแม่ไปตอนอายุสิบขวบกว่า ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเป็นนักเขียนต้องทำยังไง เรียนทางไหน จะก้าวไปยังไง แต่เธอติดใจนางเอกนิยายที่เป็นนักเขียนเรื่องสั้นหักมุม และฉลาดพอที่จะสืบคดีคนหายในหมู่บ้านที่ค่อย ๆ หายไปทีละคน ทุกค่ำคืนเดือนเพ็ญ แม้ว่าคนในหมู่บ้านจะเล่าลือกันว่าเป็นฝีมือจากเทพเจ้ามาเอาคนไปสังเวย ตามพิธีกรรมโบราณที่หมู่บ้านนี้เคยเป็นมาตั้งแต่ครั้งอดีตที่ต้องเซ่นสังเวยด้วยชีวิตเพื่อความสุขของคนที่เหลือ โดยให้หมอผีเชือดลูกหมูเกิดใหม่เพื่อสังเวย แต่เมื่อหมดหมอผีคนนั้น และไร้การสืบทอด ประกอบกับเวลาผ่านไปความเจริญก้าวย่างเข้ามา ไม่มีการสังเวยอีกต่อไป คนในหมู่บ้านพวกเขาเชื่อว่าการหายไปของคนในทุกคืนวันพระจันทร์เพ็ญขึ้นสิบห้าค่ำในแต่ละเดือนนั้นคือการโดนลงโทษ แต่นางเอกไม่เชื่อแบบนั้น เธอลงมือสืบเสาะจนรู้ว่าที่จริงแล้วเป็นฝีมือของลูกหลานหมอดูที่อยากเรียกร้องให้ครอบครัวตนเองกลับมามีความสำคัญ จึงลงมือลักพาตัวคนไป ครั้งแรกก็ไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ความพลั้งมือจากการอุดปากเหยื่อให้เงียบ จนทำให้สิ้นลมไปนั้น กลับกลายเป็นสิ่งกระตุ้นให้เขาตื่นเต้นแบบแปลก ๆ แม้จะพยายามข่มความรู้สึกนั้นเพียงใด แต่เมื่อถึงคืนวันพระจันทร์ขึ้นสุกสว่าง ความรู้สึกแบบนั้นกระตุ้นให้เขาลงมือครั้งแล้วครั้งเล่า จนนางเอกสืบความจริงได้และกระชากหน้ากากคนร้ายได้ในที่สุด ริตาทึ่งกับการสืบสวนของนางเอกมาจนถึงกับตั้งปณิธานในใจว่าเธอจะต้องเป็นเหมือนนางเอกคนนี้ให้ได้

พ่อกับแม่ชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินคำพูดของริตา ก่อนที่แม่จะยิ้มและพูดตอบกลับเธอมาว่า

“ทุกอย่างที่ลูกฝันอยากจะเป็น ลูกจะต้องพยายามฝ่าฟันด้วย ลูกรู้ใช่ไหม ไม่ใช่แค่ฝันแต่ลูกต้องไขว่คว้าเส้นทางนั้นด้วย แม้จะยากลำบากเพียงใด เข้าใจไหมจ๊ะ” 

“ค่ะแม่ หนูรู้” เธอรับคำอย่างยินดีที่พ่อกับแม่ไม่ว่าอะไรในอาชีพที่เธอฝัน เพราะหากไปถามเพื่อน ๆ ในรุ่นเดียวกันคำตอบคงยังไม่ต่างจากยุคก่อน ที่มีคำตอบเพียง หมอ ตำรวจ ทหาร พยาบาล นักเขียนคงไม่อยู่ความสนใจจากเด็ก ๆ เท่าไหร่นัก

หลังจากวันนั้นหนังสือหลากหลายรูปแบบจะมีมาให้เธออย่างน้อยเดือนละสองเล่ม นี่คือวิธีแสดงความรักของพ่อและแม่ที่มีให้เธอ พ่อกับแม่สลับกันซื้อหนังสือ และชวนเธอพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ อยู่เสมอเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน ว่าเธอคิดอย่างไรจากการอ่านหนังสือเล่มนั้นจบ ถ้าเป็นริตาจะให้จบแบบไหน จบแบบในหนังสือไหม พ่ออยากจะให้จบยังไง แม่จะให้จบยังไง ทุกการแลกเปลี่ยนความคิดของการอ่านหนังสือแต่ละเล่มทำให้ริตาสนุกกับการอ่าน ช่วงเวลายามหัวค่ำที่แลกเปลี่ยนความคิดกันนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขมาอีกหลายปี เป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุดยามได้ย้อนนึกถึง แต่ความสุขมักจะไม่อยู่กับเราไม่นาน เมื่อใดที่เรามั่นใจในชีวิตว่าดีพอ เมื่อนั้นความทุกข์มักจะคืบคลานมาเพื่อเตือนให้มนุษย์ตัวจ้อยได้รู้ถึงสัจธรรมแห่งชีวิตที่ไม่มีใครหลุดพ้น

เมื่อริตาสอบติดต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ได้เพียงแค่เทอมเดียว งานแต่งงานของลูกสาวลุงที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ่อกับแม่ขับรถไปตามลำพังจากจังหวัดลำปาง อุบัติเหตุในวันฝนพรำ กับเส้นทางคดเคี้ยวที่ไม่ชินเส้นทาง นั่นทำให้พ่อกับแม่เสียชีวิต ริตาทนเห็นบ้านหลังนั้นไม่ได้ พ่อแม่คือทุกอย่างของริตา ครอบครัวเล็ก ๆ สามชีวิต แม้จะมีปู่ย่าตายายเหลืออยู่ แต่ความคุ้นชินของการเป็นครอบครัวเล็ก ๆ ริตาคุ้นกับปู่ย่าตายายแค่การไปหาตามเทศกาลเท่านั้น และตอนนี้เธอก็โตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว

เมื่อจัดงานของพ่อกับแม่เรียบร้อย คืนที่กลับมานั่งเพียงลำพังในบ้านหลังน้อยนั้น ทุกที่ในบ้านนี้ล้วนมีเรื่องราว โต๊ะกินข้าวที่สามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินไปคุยไป ถกเรื่องหนังสือที่อ่านกันอย่างออกรสออกชาติ ไหนจะโซฟาที่พ่อมักจะเอ่ยปากจ้างให้     ริตาบีบนวดขาเพื่อคลายความอ่อนล้าจากการทำงาน แม้จะนวดไปอู้ไป พ่อก็ยังจ่ายค่าจ้างให้ริตาตามที่ตกลงกัน ทุกร่องรอยสัมผัสของพ่อกับแม่อวลอยู่ในทุกสิ่งของบ้าน ชิงช้าที่แม่มักจะมานั่งเล่นรอเธอกลับบ้านในตอนเย็น มาตอนนี้จะไม่มียิ้มต้อนรับกลับบ้านจากแม่อีกแล้ว ริตานอนในบ้านนั้นอยู่หนึ่งอาทิตย์ก่อนจะตัดสินใจขายบ้านนั้นให้กับป้าสายเพื่อนบ้านที่เพียรมาถามว่าไหวไหม ขายบ้านให้ป้าไหม เพราะอยากได้ไว้ให้ลูกชายที่กำลังจะแต่งงาน เธอจึงขายบ้านนั้นไปด้วยราคาที่พอจะทำให้เธอมีทุนสำหรับเรียนจนจบมหาวิทยาลัยได้แบบไม่ลำบากอะไรนัก

จากที่อ่านหนังสือมาหลากหลายชนิด ริตาค้นพบตัวเองว่าหนังสือที่เธอสนุกและมีอารมณ์ร่วมด้วยทุกครั้งคือแนวสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรมอำพราง และนั่นคือแนวที่เธอหัดเขียน อาจจะฝังใจจากนางเอกที่ติดใจจนอยากมีอาชีพนักเขียนด้วยก็ได้ที่ทำให้เธอชอบงานแนวนี้เป็นพิเศษ เมื่อเรียนจบริตาจึงไม่ไปสมัครงานที่ไหน เธอมุ่งมั่นหัดแต่งเรื่องสั้น และนวนิยายมาตั้งแต่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ชมรมวรรณศิลป์ทำให้เธอเรียนรู้อะไรได้มากในเรื่องการหัดเขียน และสาขาบริหารที่เธอจบมาคงช่วยในการเผยแพร่งานของตัวเองได้ไม่ยากนัก

จนถึงตอนนี้ ริตาสาวน้อยนัยน์ตาชวนฝันสีดำกลมโต บนใบหน้ารูปไข่ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มที่มักรวบแบบง่าย ๆ ไว้ที่ท้ายทอยเพื่อความสะดวก นาน ๆ ครั้งเมื่ออารมณ์ดีริตาจึงจะปล่อยผมสยายสักครั้ง เธอมีรูปร่างเล็กกะทัดรัดแบบคนไม่ชอบออกกำลังกายนัก ผิวขาวแบบคนเหนือทำให้เธอดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ริตามักไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครพบเจอมากนัก วัน ๆ เธอขลุกอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กคู่ใจที่ใช้มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย

ริตาเริ่มมีผลงานตีพิมพ์แล้ว แม้ว่าอาจจะยังไม่ดังเหมือนใคร แต่ก็พออยู่ได้อย่างสบาย อาชีพนักเขียนก็ทำให้เธอกลายเป็นคนมีเพื่อนน้อย เพราะวัน ๆ มักจะขลุกอยู่กับหนังสือ เพื่อนสมัยเรียนก็หาว่าริตาเป็นหนอนหนังสือจืดชืดน่าเบื่อ ผู้ชายริตาก็ไม่เคยมองเกินคำว่า “เพื่อน” แม้จะรู้ว่า “กาย” เพื่อนชายร่วมชั้นเรียนมีสายตาพิเศษให้มากกว่าคำว่าเพื่อน แต่ริตาก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเธออยากตั้งใจเรียน ไหนจะฝึกเขียนเรื่องสั้น เขียนนวนิยาย แค่นี้เวลาของริตาก็แทบไม่พอแล้ว

ริตามีเพื่อนสนิทแค่สามสี่คนเท่านั้น เมื่อเรียนจบต่างก็แยกย้ายกันไป เพื่อนทุกคนกลับไปทำงานต่างจังหวัดที่บ้านเกิดกันหมด เพราะรู้ดีว่าที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเกิด การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวนั้นย่อมดีกว่าต้องมาอยู่ห้องคับแคบตามลำพังในเมืองหลวงที่รายได้แทบจะชนเพดานกับรายจ่าย ยิ่งรับรู้ความสูญเสียของริตายิ่งทำให้เพื่อนคิดได้ว่าชีวิตนั้นเปราะบางและไม่อาจคาดคิดอะไรล่วงหน้าได้ การดูแลพ่อแม่ยามที่ยังมีเวลาอยู่จึงเป็นสิ่งที่เพื่อน ๆ เลือกทำ

การใช้ชีวิตลำพังของริตานั้นก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ได้ทำงานที่รัก นิสัยชอบอยู่เงียบ ๆ คิดงาน เขียนงาน ทำให้เธอชินกับการอยู่ลำพัง งานเขียนนวนิยายนั้นทำให้ริตาเพลิดเพลินและไม่จำเป็นต้องพบปะใคร

สายวันนั้นริตาเดินหอบขวดน้ำลงไปชั้นล่างเพื่อกดน้ำดื่มเติมใส่ขวด เธอมองรถคันเล็กสีเขียวสดของตัวเองที่จอดอยู่ด้านริมสุด รถที่จอดอยู่ด้านข้างติดกับรถเธอเป็นรถกระบะสีขาว ที่บังเอิญเจ้าของเดินมาขึ้นรถขับออกไปพอดี ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก ใบหน้าที่ริตาเห็นนั้นงดงามด้วยการแต่งหน้าที่ดูพอดีไม่มากไม่น้อยไป ตากลมโตที่เห็นเพียงแวบเดียวก็ทำให้คนเห็นใจละลายได้แล้ว ชุดฟอร์มสีเขียวเข้มขับผิวขาวนั้นให้สว่างเจิดจ้า บวกกับท่าทางทะมัดทะแมง คะเนดูแล้วริตาเดาว่าอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน

อีกด้านของรถเธอมีผู้ชายอายุราวสามสิบกว่าตัดผมสั้นเกรียนใส่ชุดทหารสีน้ำเงินในมือมีบุหรี่คีบ เขายืนสูบบุหรี่อยู่ เพราะการสูบบุหรี่ต้องสูบภายนอกอาคาร 

เมื่อเดินกลับขึ้นมาบนห้อง ริตาก็เพลินกับการเขียน   นวนิยายจนถึงห้าทุ่มกว่า เมื่อรู้สึกว่าประสาทตาชักจะล้า ริตาจึงกดปุ่มปิดคอมพิวเตอร์ ขณะกำลังจะเอื้อมมือไปกดปุ่มรีโมทโทรทัศน์ เธอได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว มันดังชัดเหลือเกินในความเงียบแบบนี้

ตุ๊บ ๆๆๆๆ ครืด ๆๆๆๆ 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 12

    ริตาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล มีส้มนั่งกุมมืออยู่ข้างหนึ่ง เธอเห็นหมวดแดนดินนั่งบนโซฟา พลิกแฟ้มในมืออ่านอย่างตั้งใจ เมื่อริตาขยับตัวส้มก็รู้สึกตัว “อ้าวริตา ฟื้นแล้วเหรอ” “ส้มเหรอ ทำไมเรามาอยู่นี่ได้ล่ะ” “เดี๋ยวค่อยพูดเถอะ” พูดจบส้มก็กดกริ่งเรียกให้พยาบาลเข้ามาในห้อง พยาบาลและหมอเดินเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน หมดตรวจเลิกนัยน์ตาเธอเอาไฟฉายอันเล็ก ๆ ส่อง วัดชีพจรที่มือ ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ และฟังเสียงจากปอดด้วยสเต็ทโตสโคป หมอยิ้มให้เธอก่อนจะหันไปพูดกับส้มว่า“เรียบร้อยดีทุกอย่าง คนไข้ไม่เป็นอะไรแล้วครับ” แล้วก็เดินออกจากห้องไป หมวดขยับตัวเข้ามาแทนที่หมอ ยิ้มให้ริตา ก่อนจะพูดขึ้นว่า“ผมบอกให้รอผมก่อน ริตาก็ไม่เชื่อ ดีนะครับที่ผมเอะใจเลยรีบไปช่วยไว้ได้ทัน”“ริตาขอโทษค่ะ มันสุดวิสัยน่ะค่ะ คุณอาทบอกว่ามีเวลาให้ริตาแป๊บเดียว”“ไม่ต้องพูดหรอกครับ เรารู้เรื่องหมดแล้ว เพราะเปิดดูโทรศัพท์ของคุณอาทแล้ว” “หิวน้ำจัง” ริตาพูดลอย ๆ ส้มจึงขยับตัวนำน้ำมาให้เธอดื่ม เมื่อดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่แล้ว ริตาก็ขยับตัวลุกขึ้นจากการนอนมาเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยความช่วยเหลือของส้ม“

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 11

    ข้อความนั้นเป็นข้อความตัวพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ลายมือเขียน และริตามั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของคนในตึกอย่างแน่นอน หรือฆาตกรจะคือ... ริตาถ่ายภาพข้อความนั้นส่งในโปรแกรมแชทให้หมวดแดนดิน และคุณอาท ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาส้ม เพราะว้าวุ่นใจ จนต้องคุยกับใครสักคน“ส้ม เราจะทำยังไงดี” น้ำเสียงร้อนรนนั้นทำให้ส้มตกใจ“มีอะไรเหรอแก พรุ่งนี้ฉันจะไปกรุงเทพฯ พอดี มีสัมมนาจะเลิกตอนบ่ายสาม เดี๋ยวไปหานะดีไหม”“ก็ดีเหมือนกัน เรากลัวไปหมดแล้ว ว่าแต่ตอนนี้คุยได้ไหม”“ได้ เลิกงานแล้ว ฉันกำลังพักเบรกก่อนทำโอทีน่ะ เพราะจะเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนไปสัมมนา มีอะไรเล่ามาเลย”ริตาพรั่งพรูเรื่องราวทั้งหมดให้ส้มฟัง ด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น ส้มเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ให้ริตามาเสมอ ยามท้อใจ ยามมีปัญหา ส้มเป็นคนเดียวที่ช่วยให้ริตาผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้“เรื่องราวเยอะขนาดนี้เลย แต่เราจะคิดว่าเป็นคุณอาทไม่ได้หรอกนะแก เพราะกุญแจน่ะเจ้าของห้องอาจปั๊มให้ใครก็ได้ เหตุการณ์อาจแค่บังเอิญ และอพาร์ทเมนท์ไหน ๆ ก็มีเรื่องราวมากมายเกือบทุกที่แหละ”“แล้วกระดาษใบนั้นที่สอดเข้ามาล่ะส้ม คนนอกจะสอดเข้ามาได้ยังไง”“อันนี้น่าคิดที่สุด เอางี

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 10

    “จงเชื่อคนที่ควรเชื่อ” ริตาตื่นมากับความจำของคำนี้ในหัว แล้วใครกันคือคนที่ควรเชื่อ ริตาจะเชื่อใครได้บ้าง คนที่ตึกนี้ก็มีแค่ฝน คุณอาทเจ้าของตึก คุณทหารก็เพิ่งคุยกันครั้งเดียว คุณน้ำก็เป็นวิญญาณไปแล้ว หรือจะเชื่อหมวดแดนดินได้ ก็เขาเป็นตำรวจคงจะน่าเชื่อถือที่สุดแล้วล่ะมั้ง เมื่อคิดแบบนั้น ริตาจึงอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปหาหมวด“คุณริตา มาหาผมแต่เช้ามีอะไรครับ” หมวดทักริตา เพราะนี่เพิ่งจะแปดโมงกว่า ก็พบริตามาหา และจอดรถแทบจะไล่เลี่ยกันเลยทีเดียว“ริตาร้อนใจ เรื่องเมื่อวานที่ไลน์มาถามน่ะค่ะ เห็นหมวดยังไม่ตอบ และริตาก็ไม่ค่อยสบายใจ เลยอยากมาปรึกษาด้วยน่ะค่ะ”“อ๋อ ผมได้แฟ้มมาเมื่อวานตอนค่ำแล้ว ว่าจะดูเช้านี้เหมือนกัน ไปครับไปกินกาแฟที่ห้องทำงานผมก่อนดีกว่า สมองจะได้โล่ง” เขารู้สึกพึงพอใจในตัวของริตา ผู้หญิงคนนี้สวยแบบสบายตาไม่ฉูดฉาด นิสัยก็ไม่วุ่นวาย เป็นคนมีเหตุผล พูดจารู้เรื่อง ไม่เจ้าอารมณ์ ไม่หยาบคาย จึงยินดีที่จะคุยกับริตา จริง ๆ เขาอยากสานสัมพันธ์กับเธอมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ยังไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ริตาหยิบแฟ้มบนโต๊ะนั้นขึ้นมาดู เมื่อหมวดแดนดินผายมืออนุญาต แฟ้มแรกเป็นของห้องสามีภรรยา ภาพ

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 9

    ริตากลับเข้าห้องพัก อดคิดถึงภาพในห้องพักคุณน้ำที่เห็นมาในวันนี้ไม่ได้ มั่นใจว่าที่เธอเห็นในความฝันคือความจริงที่คุณน้ำแสดงให้เห็น ทุกอย่างกระจ่างชัด เพียงแต่ว่าผู้ร้ายเท่านั้นที่คลุมหน้าตามิดชิด จนไม่อาจรู้ได้ว่าคือใครกัน ริตาอาบน้ำสวดมนต์แผ่บุญกุศลให้คุณน้ำ ก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ในฝันเธอเห็นภาพคนร้ายคนแรกเปิดโม่งคลุมหน้าออก ริตาตะลึงงันไป เพราะภายใต้โม่งนั้นคือ คุณอาท สะดุ้งตื่นเนื้อตัวเย็นยะเยียบ ตกใจเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก‘เป็นไปไม่ได้ คุณอาทจะเป็นคนร้ายไปได้ยังไง เราคงคิดมากไปจนเอามาปนกันสะเปะสะปะไปหมด แน่ ๆ’ นึกถึงเหตุความน่าจะเป็นแล้วไม่น่าเป็นไปได้ แม้ว่าคุณอาทจะมีกุญแจห้องทุกห้อง ริตาดุตัวเองที่คิดฟุ้งซ่านจนวุ่นวายไปหมด เธอคงจะต้องพักจากเรื่องนี้บ้างแล้ว งานการก็คิดเขียนไม่ออก แล้วก็ล้มตัวลงนอนไปเช้าวันถัดมาริตานำถุงขยะไปทิ้ง พบเจอคุณทหารที่เคยยืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ รถเธอ เขายืนสูบบุหรี่ใกล้ ๆ ประตู ริตายิ้มทักทายให้ด้วยไมตรี เขายิ้มกลับมาแบบแห้งแล้ง ก่อนจะทักกลับมาว่า“อยู่ที่นี่มานานรึยังครับ”“ประมาณเกือบสามเดือนแล้วค่ะ พี่ล่ะคะ”“ผมอยู่มาจะปีครึ่งเดือนหน้านี้แล้ว

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 8

    ควันฉุย ๆ และกลิ่นคอหมูย่างบนเตาทำเอาน้ำลายสอ ริตาออกมาสั่งอาหารตั้งแต่ช่วงบ่าย เพราะดีใจที่จะได้กินข้าวกับฝน เธอรู้สึกรักและสนิทสนม แม้จะพบเจอกันไม่นาน ริตาอบอุ่นเหมือนมีพี่สาว ความรู้สึกแบบนี้หายไปนานแล้วตั้งแต่พ่อกับแม่จากไป การอยู่เพียงลำพังที่เคยคิดว่าชิน แต่เมื่อมีฝนก้าวเข้ามาเธอจึงรู้ว่าที่ผ่านมาเธอปิดบังความรู้สึกตัวเอง แสร้งทำเป็นไม่ยี่หระต่อความเหงา ทานทนมันด้วยการทำงานอย่างบ้าคลั่ง ปิดหัวใจตัวเองไม่สนใจสิ่งใด เพราะกลัวการสูญเสีย การเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุคราวนั้นเป็นแผลลึกเกินเยียวยาที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดเมี้ยว ... เมี้ยว ... เสียงโปรแกรมสนทนาที่เธอตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเสียงแมวร้องดังขึ้น ข้อความจากหมวดแดนดินนั่นเอง“ตอนบ่ายสาม ผมจะเข้าไปตรวจห้องคุณน้ำนะครับ คุณริตา”“บ่ายสามเหรอคะ ตอนนี้ริตาออกมาข้างนอกน่าจะกลับเข้าไปทัน ขอเข้าไปดูด้วยได้ไหมคะ”“ผมเกรงว่าจะน่าเกลียดนะครับ เพราะคุณไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เกรงคนจะครหาน่ะครับว่ามายุ่มย่ามกับคดี อาจมีผลเสียต่อการสืบสวน เกิดมีหลักฐานในห้องนั้น ผมจะใช้ไม่ได้เลย เพราะทางฝ่ายผู้ต้องหาจะแย้งได้ว่ามีการให้คนไม่เกี่ยวข้องเข้า

  • พล็อตฆาตกรรมลับของริตา - ตึกพัก   บทที่ 7

    คำภาวนาของริตาเป็นผล เธอฝันอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เหมือนเข้าไปนั่งดูภาพยนตร์จอใหญ่ระบบ 3 มิตินั่นทีเดียว คุณน้ำกลับมาจากทำงานยามโพล้เพล้ ซึ่งไม่ใช่ห้าทุ่มแน่นอน หอบของที่ซื้อมาเดินขึ้นตึกไปอย่างปกติที่สุด ปฏิบัติภารกิจตามธรรมดา แล้วเข้านอน ริตาไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าไหร่ แต่ไม่น่าจะถึงห้าทุ่ม สักพักหนึ่งก็มีคนใส่ชุดโม่งลักษณะตัวไม่ใหญ่นัก ดูขนาดตัวแล้วแทบไม่ต่างจากริตานัก หรือจะเป็นผู้หญิง? คนปริศนานั้นไขกุญแจก้าวเข้าไปในห้องของคุณน้ำ และจ้วงแทงทั้งที่นอนหลับอยู่ หลังจากแทงครั้งแรก คุณน้ำสะดุ้งพรวดขึ้น ก่อนที่จะได้ส่งเสียง คมมีดนับครั้งไม่ถ้วนก็กระหน่ำเข้าสู่ร่างกาย ริตาสัมผัสได้ถึงความเจ็บเหมือนโดนแทงด้วยตัวเอง เมื่อทุกอย่างสงบลง คนชุดดำคลุมหน้านั้นก็เปิดประตูห้องออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักพักใหญ่ ๆ มีคนใส่ชุดดำอีกคนเข้ามาในห้อง แต่คนนี้ตัวสูงใหญ่กว่าคนเดิม เขาเดินเข้ามาหันรีหันขวางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินไปที่ตะกร้าใส่เสื้อผ้า นำชุดที่คุณน้ำใส่เมื่อตอนเย็นมาสวมให้ ค่อย ๆ คลำไปตามจุดที่โดนแทง แล้วแทงซ้ำไปตามรอยนั้น ให้เสื้อผ้ามีรู แล้วจึงนำชุดกันฝนที่เตรียมมาห่อร่าง แล้วเอาผ้าห่มม้วน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status