Share

17. จดหมายเรียกตัว (1)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-26 21:40:51

“คุณหนูเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เผิงจูวิ่งกระวีกระวาดเข้ามาเรียกเยว่ชิงในห้องทำงานหลังร้านซิ่งฟู่ เยว่ชิงที่บัดนี้ย่างเข้าวัยสิบหนาวเริ่มฉายแววงามล่มเมืองตั้งแต่ยังมิพ้นวัยปักปิ่น

“มีอันใดหรือเสี่ยวจู เหตุใดจึงร้อนรนเช่นนี้” เยว่ชิงและหมิงยู่เงยหน้าจากบัญชีรายรับรายจ่ายของร้าน

“ดะ ด้านนอก มีนักเลงยกพวกตีกันหน้าร้านเราเจ้าค่ะ พี่เผิงจงเข้าไปห้าม แต่กลับโดนทุบตีจนเลือดอาบหน้าแล้วเจ้าค่ะ ฮื่อออ” เผิงจูพูดไปก็ร้องไห้ไป เดิมนางคิดจะเข้าไปช่วยพี่ชาย เพราะนางเคยฝึกต่อสู้กับคุณหนูมาบ้าง แต่เผิงจงกลับสั่งให้นางรีบมาแจ้งคุณชายกับคุณหนู

“พวกนักเลงหัวไม้อีกแล้วหรือ หากข้าวของข้าเสียหาย ข้าจะฆ่าพวกมันเสียให้สิ้น!!!” เยว่ชิงเดินไปหยิบหน้ากากและดาบไม้ที่นางใช้ฝึกซ้อมอยู่ทุกวัน แล้วรีบสาวเท้าออกไปหน้าร้านทันที

“ดะ เดี๋ยวๆ เยว่ชิง! เจ้าใจเย็นๆ ก่อน รอข้าด้วย” หมิงยู่รีบวิ่งตามน้องสาวไป หากว่าเยว่ชิงมีเรื่องชกต่อยกับผู้อื่น นางต้องโดนลงโทษเหมือนคราที่นางเข้าไปชกต่อยกับพวกนักเลงเป็นแน่

เด็กหญิงวัยสิบหนาวที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า มือขวาถือดาบชี้ไปที่นักเลงพวกนั้น มิมีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

“หากพวกเจ้าจะทะเลาะกันก็ไปที่อื่น อย่ามาทะเลาะกันหน้าร้านข้า” ยิ่งเห็นว่าลูกค้าในร้านต่างแตกตื่น บ้างก็วิ่งหนีออกจากร้าน บ้างก็ถอยร้นเข้ามาหาที่กำบังในร้าน ยิ่งทำให้เยว่ชิงโมโห

“เจ้าหลีกไป อย่ายื่นมือเข้ามาสอด เป็นสตรีอยู่ส่วนสตรี อย่าก้าวย่างมาในเส้นทางของเอกบุรุษเช่นพวกข้า” หัวโจกพวกนักเลงเอ่ยขึ้นอย่างอาจหาญ

“เอกบุรุษงั้นหรือ ฮ่าๆ กริยาเช่นนี้เป็นสุนัขตัวผู้ยังสูงส่งเกินไปเสียด้วยซ้ำ” เยว่ชิงโมโหจนสุดขีด นี่มิใช่ครั้งแรกที่นักเลงพวกนี้มาสร้างความเสียหายให้กับร้านซิ่งฟู่ แม้ว่านางจะให้คนไปแจ้งทางการ แต่ทางการก็มิสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

เช่นนั้นนางขอสั่งสอนเองก็แล้วกัน

เยว่ชิงพุ่งเข้าใส่หัวโจกพวกนักเลง วาดดาบไม้ฟาดฟันไปทั่วร่างของหัวโจกผู้นั้น แต่อย่างว่า ยามสุนัขกัดกันมันมิสนว่าหญิงหรือชาย หมู่หรือเดี่ยว หน้าร้านซิ่งฟู่จึงเต็มไปด้วยนักเลงหัวไม้ที่ชกต่อยกันและมีเยว่ชิงเข้าไปร่วมวงด้วย เผิงจูและบ่าวชายที่เห็นว่าคุณหนูของตนถูกทำร้ายจึงรีบเข้าไปช่วยจนวุ่นวายเข้าไปใหญ่

“โอ๊ยยย หากผมข้าขาดข้าจะตัดมือเจ้า” เยว่ชิงหันไปฟาดดาบใส่ร่างของชายที่ดึงผมนาง โดยมิทันได้ระวังด้านหลังของตนแม้แต่น้อย

หมับ! เยว่ชิงถูกอุ้มขึ้นจนตัวลอย ร่างบางดีดดิ้นให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนใหญ่ แต่เมื่อหันกลับไปมองหน้าชายผู้นั้นกลับพบว่า…

พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ๆ ท่านกลับมาแล้ว” เยว่ชิงตะโกนลั่นออกมาด้วยความดีใจ สองแขนกอดรัดรอบคอพี่ชายแน่น พี่ใหญ่ของนางเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งร่างกายที่ดูแข็งแกร่งขึ้น สมกับเป็นชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดหนาว ทั้งผิวที่ดูคล้ำลงเล็กน้อย แต่อย่างไรนางก็ยังจดจำแววตาที่อ่อนโยนของพี่ใหญ่ได้เสมอ

“พี่กลับมาแล้ว แต่ตอนนี้เราต้องออกจากวงล้อมนี้ก่อน” เมื่อเฉินกงพาน้องสาวออกมาจากวงล้อมของพวกนักเลงได้ จึงจุดประทัดแล้วโยนเข้ากลางวงของพวกนักเลงที่ชกต่อยกัน

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงประทัดดังลั่นไปทั่วบริเวณ นักเลงบางคนก้มหมอบลงกับพื้น บางคนก็รีบวิ่งหนีออกไป ใช้เวลาไม่นานพื้นที่หน้าร้านซิ่งฟู่ก็ว่างเปล่า จะมีก็เพียงเศษซากของประทัดและข้าวของแตกหักที่พวกนักเลงเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า

“เห้ออออ หยุดกันเสียที หากไม่แล้วข้าวของคงเสียหายมากไปกว่านี้เป็นแน่” กว่าหมิงยู่จะไปตามบ่าวชายจากหลังร้านมาช่วย ทุกอย่างก็คลี่คลายไปหมดแล้ว

“ว่าแต่…เจ้าเป็นใคร! เหตุใดกล้าโอบอุ้มน้องสาวข้าเช่นนั้น ปล่อยน้องข้านะ! ปล่อย!” หมิงยู่ตะโกนออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นว่ามีชายหนุ่มกำลังโอบอุ้มน้องสาวของเขาอยู่ แต่เมื่อชายผู้นั้นหันกลับมาให้หมิงยู่มองหน้าชัดๆ แล้ว หมิงยู่ถึงกลับเบิกตากว้าง

“พะ พี่ใหญ่!” หมิงยู่วิ่งเข้าไปกอดเฉินกงด้วยอีกคน

“หึๆ พี่เอง แล้วลี่อินเล่า มาด้วยหรือไม่”

“วันนี้พี่สามต้องดื่มโอสถ พวกข้าจึงมิให้พี่สามมาทำงานเจ้าค่ะ”

“อาการของเขาดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่”

“น้องสามอาการคงที่แล้ว ตอนนี้ดื่มโอสถเพียงเดือนละหนึ่งคราเท่านั้น หากวันใดที่น้องสามมิได้ดื่มโอสถ เขาก็มาบรรเลงกู่เจิงในร้านเสมอ”

“ดียิ่ง พี่คิดถึงคนที่เรือนแล้ว สั่งให้คนมาเก็บกวาดแล้วเรากลับเรือนกันเถิด” เฉินกงเร่งให้น้องสาวและน้องชายสั่งให้คนมาจัดการหน้าร้านให้เรียบร้อย ดูเหมือนว่าวันนี้คงจะเปิดร้านต่อไปไม่ได้แล้ว หมิงยู่จึงได้ให้เสี่ยวเอ้อปิดร้านทำความสะอาดแล้วค่อยเปิดร้านใหม่ในวันพรุ่ง หลังจากจัดการเรื่องที่ร้านเสร็จสิ้นสามพี่น้องและบ่าวในเรือนสกุลลู่ที่มาทำงานในร้านซิ่งฟู่ก็เดินทางกลับเรือน

“ท่านแม่ พี่สาม พวกท่านออกมาดูเถิดว่าผู้ใดมา” เยว่ชิงวิ่งเข้าไปหามารดาและพี่ชายในห้องพักของลี่อินพร้อมกับเอ่ยแจ้งเรื่องสำคัญ

“ผู้ใดกันน้องเล็ก”

“นั้นสิลูก เหตุใดเจ้าจึงได้ดูดีอกดีใจจนเนื้อเต้นเช่นนี้”

“ไปห้องโถงเถิดเจ้าค่ะ เยว่ชิงรับรองได้ว่าท่านแม่และพี่สามต้องดีใจเช่นเดียวกับเยว่ชิง” เยว่ชิงรีบไปพยุงลี่อินให้ลุกขึ้นเดิน แท้จริงแล้วอาการของลี่อินมิได้น่าเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย แต่คนในครอบครัวสกุลลู่ต่างประคบประหงมเขาจนเกินเหตุ

เมื่อมาถึงห้องโถง ซูเมิ่งและลี่อินก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเฉินกงกลับมาจากสำนักศึกษาแล้ว

“ท่านแม่ น้องสาม” เฉินกงเดินเข้าไปโอบกอดมารดาและน้องชายเอาไว้แน่น นานเท่าใดแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกเช่นนี้

“ลูกแม่ เจ้ากลับมาเสียที เหตุใดจึงไปแล้วไม่กลับมาเยี่ยมเรือนเราบ้างเล่า”

“นั้นสิขอรับพี่ใหญ่ พวกข้ารอท่านกลับมาเยี่ยมทุกปี แต่ก็มีเพียงจดหมายเท่านั้น” ลี่อินเอ่ยขึ้นอย่างแง่งอน ก่อนออกเดินทางพี่ใหญ่ของเขาเอ่ยว่าจะกลับมาเยี่ยมเยือน พวกเขาจึงเฝ้ารอ แต่กลับได้รับเพียงจดหมายเท่านั้น

“พี่ต้องขออภัยพวกเจ้าด้วย ข้าขออภัยขอรับท่านแม่ ข้าอยากเร่งเรียนวิชาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะมิอยากให้ท่านพ่อต้องเสียงเงินทองมากนัก จึงมิได้กลับมาเยี่ยมเยือนท่านแม่และน้อง” เฉินกงเอ่ยบอกไปตามจริง

“โถ่ลูก จะคิดสิ่งใดให้มากความ ร้านชิ่งฟู่ของพวกเจ้าเจริญรุ่งเรือง จนสกุลเรามิต้องลำบากเช่นเก่าก่อนแล้ว ทั้งหนี้สินที่ท่านพ่อของเจ้าไปหยิบยืมมาตอนสอบขุนนางก็ใช้คืนเขาจนหมดแล้ว พวกเจ้าทั้งสามเองหากอยากเรียน แม่จะให้ท่านพ่อของเจ้าพาไปสามัครเรียน” เดิมทีครอบครัวสกุลลู่มีหนี้สินที่ใต้เท้าลู่ได้ไปหยิบยืมมายามสอบเข้าเป็นขุนนาง แต่เรื่องนี้นางและสามีมิได้เอ่ยเล่าให้ลูกๆ ฟัง ด้วยเหตุนี้เมื่อก่อนเบี้ยหวัดจึงมิพอใช้จ่ายในเรือน

“หากว่ากิจการคงที่แล้ว ข้าจะลองคิดดูขอรับ” หมิงยู่เอ่ยตอบรับมารดา

“พี่ใหญ่ เช่นนั้นหมายความว่าพี่ใหญ่ไม่ต้องกลับไปสำนักศึกษาแล้วหรือเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยถามพี่ชายอย่างคาดหวัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   100. บทเรียนจากมารดา (ตอนพิเศษ)

    “เสด็จพ่อ มิอยู่หรือเพคะ อื้ม” เสียงเล็กของเด็กหญิงวัยหกหนาวเอ่ยถามมารดาทั้งที่มือยังคงนำขนมเข้าปากน้อยๆ ไม่หยุด“ฉิเงอ๋อร์ เจ้าเรียบร้อยให้สมกับเป็นสตรีเสียบ้างเถิด” เยว่ชิงนำผ้ามาเช็ดปากให้บุตรสาวตัวน้อย ดูทีเถิดอันเอ๋อร์บุตรสาวของพี่ใหญ่กับเสี่ยวจูอายุเพียงสี่หนาวยังนั่งกินเรียบร้อยมิเลอะเทอะแม้แต่น้อย“มิจำเป็นเพคะ ท่านลุงรองเอ่ยว่ายามเสด็จแม่เด็กก็แก่นเซี้ยวเช่นฉิงเอ๋อร์” แม้จะถูกมารดาดุ แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับมาใส่ใจ เอาแต่กัดกินขนมด้วยท่าทีสบายอารมณ์“เสด็จแม่คงต้องทำใจเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ บุตรของผู้ใดย่อมเหมือนผู้นั้น ฉิงเอ๋อร์ย่อมซุกซนเหมือนเสด็จแม่ อันเอ๋อร์ย่อมเรียบร้อยเหนียมอายดั่งท่านป้าเผิงจู ส่วนอาหรานเองก็ปากเก่งเช่นท่านลุงรอง” อาหรานที่จางหย่งเอ่ยถึงคือ ลู่ห่าวหราน บุตรชายของพี่รองและพี่ฟางเอ๋อร์ที่อายุได้เพียงสี่หนาว แต่กลับช่างพูดช่างเจรจาดั่งพี่รองมิมีผิด“คิกๆ”“เสี่ยวจู เจ้าหัวเราะข้าหรือ”“มิได้เพคะพระชายา เพียงแต่หม่อมฉันนึกถึงยามที่พระชายาเป็นเด็ก ท่านหญิงมิมีสิ่งใดต่างจากพระชายาเลยเพคะ” เผิงจูยกมือปิดปากหัวเราะ ท่านหญิงช่างเหมือนพระชายาเหลือเกิน ส่วนท่านชายใหญ่ก็

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   99. ขอบคุณ

    “ปล่อยอาหย่งกับฉิงเอ๋อร์ไว้กับเหล่าองค์ชายจะดีหรือเพคะ เยว่ชิงกลัวว่าเจ้าก้อนของเราจะไปทำให้เหล่าองค์ชายลำบากเอาได้” บุตรชายและบุตรสาวของนางนั้นแม้จะเลี้ยงไม่ยาก ทว่าเอาแต่ใจตนเองเป็นที่หนึ่ง อยากร้องก็ร้อง อยากหยุดก็หยุด ชอบเล่นสนุกจนบางครั้งทำให้ขันทีฟ่งหรานถึงกับเหนื่อยหอบลมแทบจับ นางเกรงว่าเจ้าก้อนทั้งสองของนางจะทำให้เหล่าองค์ชายปวดหัวเอาได้“ฮ่าๆ มิได้ห่วงเจ้าก้อนหรอกหรือ” หลิวหยางพาเยว่ชิงควบม้าออกมาห่างจากเมืองหลวงพอควร เพื่อพาร่างบางไปยังสถานที่หนึ่ง ที่เขาได้ตระเตรียมเอาไว้นานแล้ว“เจ้าก้อนทั้งสองของเรา หากว่ามีพี่สามอยู่ เยว่ชิงก็มิห่วงอันใดแล้วเพคะ ทั้งเหล่าองค์ชายเองก็เอ็นดูอาหย่งและฉิงเอ๋อร์ของเราถึงเพียงนั้น จะต้องห่วงอันใดอีกเล่า…ว่าแต่ท่านพี่จะพาเยว่ชิงไปที่ใดหรือเพคะ” นัยน์ตาสดใสมองไปรอบข้างอยู่นาน แต่ก็มิคุ้นกับที่ทางเหล่านี้สักเท่าใด“พี่พาเจ้าออกมาเที่ยวเล่นอย่างไรเล่า จะได้มิน้อยใจ หาว่าพี่สนใจแต่บุตรมิสนใจมารดา”“โถ่~ เรื่องเพียงเท่านี้ ผู้ใดจะน้อยใจเล่าเพคะ” แขนเล็กถูกยกขึ้นกอดอก ดวงหน้างดงามเชิดขึ้นดั่งถือดี เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ถูกสวามีจับได้ว่าแอบน้อย

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   98. พบปะเสด็จอา (3)

    “อู้ๆ คิก เจี่ยมๆ”“โอ้ ฉิงเอ๋อร์ของลุงวาดภาพได้งดงามยิ่ง หากอาหย่งก็กลับมาแล้ว เราเอาไปอวดเขาดีหรือไม่ หืม” หมิงยู่ว่า พลางนำผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบสีที่ติดใบหน้าหลานสาวตัวน้อยออก อีกสองเดือนข้างหน้าก็จะถึงฤกษ์แต่งของเขากับฟางเอ๋อร์แล้ว ถึงครานั้นเขาจะรีบมีบุตรให้ทันใช้ เดิมทีมีการกำหนดฤกษ์แต่งก่อนหน้านี้ แต่ทว่าพี่ชายของฟางเอ๋อร์ออกเรือไปส่งสินค้าต่างแคว้นมิอาจมาร่วมงานได้ พวกเขาจึงเลื่อนออกไป เพราะอยากให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าในวันสำคัญ“คารวะองค์ชายทั้งห้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพาอาหย่งไปเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่มาแล้ว รับรองว่ากลิ่นหอมฉุย” ลี่อินอุ้มจางหย่งเข้ามาในศาลาที่เหล่าองค์ชายนั่งอยู่ รอยยิ้มหวานหยดของคุณชายรองลู่ทำเอาใครบางคนถึงกับหันมองมิวางตา จนเหล่าพี่น้องจับสังเกตได้“เชิญคุณชายรองและคุณชายสามลู่ตามสบาย ถือว่าพวกข้ามาพักผ่อนดั่งครอบครัวทั่วไป ใช่หรือไม่น้องสี่” จ้านฉือที่เห็นว่าน้องชายยังมิละสายตาจากใบหน้างามจึงได้เอ่ยเรียกสติ“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ คุณชายลู่พาอาหย่งมานั่งเถิด” เมื่อองค์ชายสี่เอ่ยเรียกคุณชายลู่ ทำให้ทั้งลี่อินและหมิงยู่ชะงักมองหน้ากัน เพราะมิรู้ว่าองค์ชายเอ่ยเรี

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   97. พบปะเสด็จอา (2)

    “ข้าฝากเจ้าพวกเจ้าด้วย มิถึงสองชั่วยามข้าก็กลับมาแล้ว หากว่ามีสิ่งใดก็เรียกฟ่งหราน หรือไม่ก็ขอคุณชายสามลู่ช่วยได้” ในยามเว่ย (13:00 – 14.59 น.) หลิวหยางตั้งใจจะออกไปที่หนึ่งกับเยว่ชิงตามลำพัง ทั้งบรรดาน้องชายอยากออกมาสังสรรค์กันที่จวนอ๋องของเขา เขาจึงใช้โอกาสนี้ขอให้น้องชายมาช่วยอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับบุตรทั้งสองเดิมทีเฉินกงและเผิงจูคิดจะตามไปด้วย แต่เขาคิดว่าควรจะให้เฉินกงได้พักเสียบ้าง จึงให้คู่บ่าวสาวที่พึ่งจะตบแต่งกันไปเมื่อสามเดือนก่อนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ้าง เฉิงกงจึงพาเผิงจูออกไปอารามเพื่อขอบุตร“เสด็จพี่ใหญ่ไว้ใจข้าได้ ข้าน่ะเลี้ยงเด็กมามาก เพียงแค่หลานสองคนจะยากสักเท่าใดกันเชียว” องค์ชายห้าเฉิงเฟยฟาตบอกตนเองอย่างมั่นอกมั่นใจ“หึ เด็กที่เจ้าเลี้ยงมิใช่เด็กทารกนะเจ้าห้า” องค์ชายสี่ส่ายหัวอย่างเอือมระอา เด็กที่น้องชายเขาว่าคงมิพ้นสาวงามในหอนางโลมเป็นแน่เหล่าองค์ชายต่างหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าองค์ชายสี่หมายถึงเรื่องใด เว้นก็แต่ผู้ที่ถูกว่าอย่างองค์ชายห้า“เอาเถิดๆ บุตรของข้าเลี้ยงง่าย มิทำให้พวกเจ้าหนักใจเป็นแน่ ถือเสียว่าออกมาพักผ่อนนอกวังเสียบ้าง” หลิวหยางว่าพลางก้มลงจุมพิตบุตร

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   96. พบปะเสด็จอา (1)

    กว่าเจ็ดเดือนที่หลิวหยางและเยว่ชิงแทบจะมิอยู่ห่างบุตรทั้งสอง โดยเฉพาะหลิวหยางที่ถึงขั้นหอบงานมาทำด้วยยามที่บุตรหลับ“บู้ๆ เอิ้ก แอ๊!” เสียงทารกน้อยวัยเจ็ดเดือนกำลังนอนสนทนากันอยู่บนเตียงสองคนเบาๆ ทั้งจางหย่งและอ้ายฉิงเป็นเด็กเลี้ยงง่าย มีร้องไห้งอแงตามประสาเด็กบ้าง แต่เมื่อได้ดื่มนมจากอกมารดาก็หยุดงอแงทันใด เพราะเหตุนี้ทารกน้อยทั้งสองจึงได้อ้วนท้วมสมบูรณ์ ประกอบกับผิวที่ขาวราวหิมะ ทำให้ผู้เป็นบิดามารดาและข้ารับใช้ในจวนอ๋องต่างเอ็นดูท่านชาย ท่านหญิงเป็นที่สุด“หึๆ ฉิงเอ๋อร์กับอาหย่งพูดคุยเรื่องใดกันอยู่หรือ ให้พ่อพูดคุยด้วยได้หรือไม่ หืม” หลิวหยางยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตแก้มกลมของบุตรทั้งสองคนละทีให้หายคิดถึง เขาพึ่งจะกลับมาจากการประชุมในท้องพระโรงจึงได้ตรงกลับจวนทันที แต่ก็มิทันได้ทานมื้อเช้ากับชายาและบุตรอยู่ดี ร่างสูงจึงรีบทานอาหารและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนเข้ามาหาเยว่ชิงและบุตรทั้งสอง“ท่านพี่” เยว่ชิงเมื่อเห็นว่าสวามีหอมแก้มบุตร จึงได้ยื่นแก้มของตนเองให้สวามีได้หอมบ้าง ตั้งแต่มีบุตร ดูเหมือนว่าท่านอ๋องจะมิสนใจเยว่ชิงแล้ว เมื่อก่อนกลับมาจากการทำงานจะต้องมาหานางเป็นคนแรก แต่บัดนี้กลับมุ่ง

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   95. เจ้าก้อนตัวน้อย

    “โอ๊ยยย ฮื่อ! เหตุใดจึงเจ็บเช่นนี้ ฮึก ท่านแม่ช่วยเยว่ชิงที” เสียงกรีดร้องของเยว่ชิงทำให้ผู้เป็นสวามีนั่งไม่ติด ร่างสูงเดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่างร้อนรน เยว่ชิงมิใช่สตรีที่อ่อนแอ แต่บัดนี้นางกลับกรีดร้องออกมา ย่อมตีความได้ว่านางกำลังลำบากอยู่เป็นแน่“ท่านอ๋องนั่งลงก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ มารดาของพระชายาเข้าไปอยู่ด้วยเช่นนี้ พระชายาย่อมอุ่นใจแล้ว” ลู่หวังเหล่ยและครอบครัวสกุลลู่กำลังเตรียมตัวเข้านอน แต่กลับมีทหารองครักษ์ของฮ่องเต้มาแจ้งข่าวถึงหน้าเรือน พวกเขาจึงได้รีบกลับมาที่จวนอ๋องอีกครั้ง“ท่านพ่อตา เยว่ชิงจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” ใบหน้าคมของชินอ๋องแคว้นเฉิงซีดเผือด ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังลอดออกมาเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขาขลาดกลัวมากขึ้น“พระชายาจะปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าอย่าได้วิตกไปหลิวหยาง สตรีคลอดลูกก็เป็นเช่นนี้ รอไม่นานบุตรของเจ้าก็จะคลอดแล้ว” ฮ่องเต้เจี้ยนกั๋วเข้ามาโอบบ่าของโอรส บีบเคล้นบ่าแกร่งเบาๆ ให้หลิวหยางได้คลายกังวลลงบ้าง“อื้ออออ กรี๊ดดดดดด”อุแว้! อุแว้! อุแว้!“นั่นอย่างไร ได้ยินหรือไม่ ฮ่าๆ ข้าได้หลานชายหรือหลานสาว!” ฮ่องเต้เจี้ยนกั๋วหัวเราะออกมาเสียงดัง เสียงทร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status