Share

บทที่ 304

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
นางเห็นสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวอึมครึมลงชั่ววูบ ก่อนจะกลับคืนสู่ความเป็นปกติ

สองมือของเจียงโย่วหน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 414

    “หากยามค่ำคืนรู้สึกหนาวเย็น ก็สามารถขยับกองไฟไปไว้ด้านข้างได้ นำหญ้าแห้งมาปูทับบริเวณที่พื้นถูกรนจนอุ่น แล้วค่อยลงไปนอนบนนั้น”จ้าวหยวนเช่อเก็บกวาดถ้วยชามและตะเกียบพลางเอ่ยสอนนาง“วันนี้คงไม่จำเป็นแล้วกระมัง?”เจียงโย่วหนิงเอียงศีรษะมองเขา“อืม” จ้าวหยวนเช่อปูหญ้าแห้งออก “เจ้านอนก่อนเถิด”“แล้วท่านเล่า?” เจียงโย่วหนิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“ข้าจะเฝ้ายามเอง” จ้าวหยวนเช่อขยับไปนั่งลงตรงปากถ้ำ ทอดสายตามองนางที่เอนกายตะแคงลงบนกองหญ้า ก่อนจะกล่าวต่อ “ยามอยู่กลางป่าเขาต้องคอยระแวดระวังภัยอยู่เสมอ มีคนผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามย่อมดีที่สุด หากไม่มีผู้ใดเฝ้ายาม ทางที่ดีควรหาวิธีปิดปากถ้ำเอาไว้”“ข้าจำไว้แล้ว” เจียงโย่วหนิงกล่าว “เช่นนั้นหากถึงกลางดึกท่านค่อยปลุกข้า ผลัดให้ข้ามาเฝ้ายาม แล้วท่านค่อยไปนอน”นางจะปล่อยให้เขาต้องอดหลับอดนอนทั้งคืนได้อย่างไร“เจ้าเข้านอนก่อนเถิด”จ้าวหยวนเช่อไม่ได้เอ่ยรับคำ ทว่าก็มิได้ปฏิเสธเช่นกันเจียงโย่วหนิงหลับตาลง พลางนึกย้อนทบทวนถึงสิ่งที่เขาสอนในวันนี้ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าการรอนแรมในป่าเขานั้นช่างอันตรายและยากลำบากยิ่งนักภายภาคหน้า ต่อให้นางจะหลบหนีออกจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 413

    จ้าวหยวนเช่อถอยไปด้านข้างก้าวหนึ่ง เพื่อให้แสงสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาได้เจียงโย่วหนิงกวาดรวมกิ่งไม้ใบไม้บนพื้นมากองไว้ตรงหน้า ก่อนจะเริ่มใช้หินเหล็กไฟจุดไฟนางรู้ดีว่าเขากำลังสอนวิธีเอาตัวรอดในป่าเขาลำเนาไพรให้นางเรื่องนี้นางจำเป็นต้องเรียนรู้เอาไว้วันข้างหน้าเมื่อต้องจากจวนเจิ้นกั๋วกงไป จากเขาไปสู่ดินแดนห่างไกล ออกไปเผชิญโลกภายนอกย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้างทักษะการเอาชีวิตรอดในป่าเหล่านี้ เรียนรู้ไว้ก็ถือเป็นวิชาติดตัวที่ไม่เสียหายก่อนหน้านี้ในห้องกรรมฐานที่วัด เขาเคยสอนวิธีใช้หินเหล็กไฟให้นางแล้ว ของพรรค์นี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีเคล็ดลับอันใดมากนัก เพียงแค่ต้องออกแรงและเสียเวลาสักหน่อย ต่อมานางก็แอบลองจุดเองอยู่หลายครั้ง จึงนับว่าพอจะใช้งานเป็นอยู่บ้าง“ใบไม้รอบ ๆ ต้องเก็บกวาดให้หมด” จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่ด้านข้าง หลุบตาลงมองนาง “มิเช่นนั้นหลังจากเจ้าจุดกองฟืนแล้ว ถ้ำทั้งถ้ำก็อาจจะถูกไฟไหม้เอาได้”เจียงโย่วหนิงได้ยินดังนั้น ก็วางหินเหล็กไฟลง แล้วรีบกวาดรวมกิ่งไม้ใบไม้รอบบริเวณนั้นเข้ามาอีกครั้งจากนั้นจึงหยิบหินเหล็กไฟขึ้นมาเริ่มจุดไฟใหม่เมื่อครู่จ้า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 412

    “เช่นนี้ จะหาเจอได้อย่างไร?”เจียงโย่วหนิงยืนอยู่บนยอดเขา ทอดสายตามองทิวเขาเบื้องหน้าที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ลูกแล้วลูกเล่าราวกับไร้จุดสิ้นสุดล่วงเข้าสู่วันที่สอง นางและจ้าวหยวนเช่อเดินทางผ่านหมู่บ้านมาอีกสองแห่ง จนกระทั่งปีนขึ้นมาถึงยอดเขาสูงชันลูกนี้เบื้องหน้านี้ คือ “เขตหวงห้าม” ตามที่สวี่ลิ่วเจี่ยเคยกล่าวไว้ทว่าภูเขามากมายถึงเพียงนี้ ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าเหมืองแร่ซ่อนอยู่ที่ใด? อาจจะอยู่ใจกลางเขาลูกใดลูกหนึ่ง หรืออาจจะอยู่ระหว่างหุบเขาสองลูกก็เป็นได้ แล้วเช่นนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะหาพบกัน?จ้าวหยวนเช่อจ้องมองยอดเขาที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเราย้อนกลับไปที่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาเรือนชาวบ้านขอพักแรมสักคืนดีหรือไม่?”เจียงโย่วหนิงหันไปเอ่ยถามเขาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ทำเช่นนี้มาตลอดจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้วบัดนี้ไม่ต้องรอให้เขาชี้แนะ นางก็รู้ดีว่าควรต้องทำเช่นไร“ไม่ไป”จ้าวหยวนเช่อคว้ามือนางมาจูงไว้ แล้วพาเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าทึบด้านข้าง“ยังจะไปที่ใดอีก? ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว”เจียงโย่วหนิงรู้สึกหวา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 411

    นางลืมตาขึ้นมาก็หันไปมองข้างกายโดยสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อไม่อยู่แล้ว บนเตียงเย็นเฉียบ เห็นได้ชัดว่าเขาลุกไปได้พักใหญ่แล้ว“เสี่ยวเถียน?”สวี่ลิ่วเจี่ยร้องเรียกนางอยู่ด้านนอก“มาแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงลุกขึ้นมองออกไปด้านนอกมิน่าเล่าแสงแดดถึงสว่างจ้าเพียงนี้ ที่แท้นางก็เผลอหลับจนถึงยามเที่ยงวันโดยไม่รู้ตัว“มีอันใดหรือเจ้าคะลิ่วเจี่ย?”นางขยี้ตาพลางเปิดประตูออกไป“สายป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่ลุกมากินมื้อเช้าอีก ประเดี๋ยวก็จะถึงมื้อเที่ยงอยู่แล้ว” สวี่ลิ่วเจี่ยคว้ามือนางไปกุมไว้ พลางกล่าวกลั้วหัวเราะ “ข้าเองก็อยากคุยกับเจ้า จึงมาปลุก เจ้าคงไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?”“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”เจียงโย่วหนิงแย้มยิ้มนางอยากจะถามสวี่ลิ่วเจี่ยว่ารู้หรือไม่ว่าจ้าวหยวนเช่อไปที่ใด และออกไปตั้งแต่เมื่อใด ทว่าเมื่อคิดได้ว่าหากถามออกไปก็ต้องอธิบายว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นสามีของนาง คำพูดที่มาจ่ออยู่ริมฝีปากจึงถูกกลืนลงคอไปคาดว่าเขาคงไปปรึกษาหารือเรื่องราวกับพวกชิงเจี้ยนกระมัง“ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถิด เจ้ามีเคล็ดลับมัดใจสามีอย่างไรกัน ถึงได้ทำให้เขารักใคร่เจ้าปานนั้น กระทั่งเรื่องพรรค์นี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 410

    “น้ำตาลต้มหรือ?”เจียงโย่วหนิงได้กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลทรายแดง จึงอดไม่ได้ที่จะยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงแล้วมองดูเขาเขารู้ได้อย่างไรว่านางอยากทานของหวาน?“น้ำตาลทรายแดงต้มกัญชาเทศ ใส่ขิงสดลงไปสองสามแว่น”จ้าวหยวนเช่อตักขึ้นมาหนึ่งช้อน เป่าเบา ๆ แล้วป้อนจ่อที่ริมฝีปากของนาง“ข้าดื่มเอง”เจียงโย่วหนิงยื่นมือออกไปรับชามนั้น“มันร้อน”จ้าวหยวนเช่อเบี่ยงมือหลบไปด้านหลังเล็กน้อยหลังมือของเจียงโย่วหนิงเฉียดขอบชามไป ร้อนดั่งที่เขาว่าจริง ๆ“อ้าปาก”จ้าวหยวนเช่อยืนกรานที่จะป้อนนางให้ได้เจียงโย่วหนิงจึงยอมดื่มน้ำตาลทรายแดงต้มในช้อนอย่างว่าง่าย เขาใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปมาก จึงกลบรสเผ็ดร้อนของขิงเสียมิด น้ำตาลต้มรสชาติหวานล้ำอุ่นร้อนไหลลื่นลงคอ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลตรงไปถึงท้องน้อย อาการปวดเมื่อยคล้ายจะทุเลาลงบ้างแล้วเมื่อได้ดื่มของหวาน นางก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงอย่างสบายใจนางโปรดปรานของหวานมาตั้งแต่เด็กในยามนี้ นางไม่อาจปฏิเสธน้ำตาลทรายแดงต้มชามนี้ได้ลงคอจริง ๆจ้าวหยวนเช่อป้อนนางอีกหลายคำนางเพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามว่า “ท่านได้น้ำตาลทรายแดงกับกัญชาเทศมาจากที่ใดหรือ?”“น้ำตา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 409

    “เสี่ยวเถียน เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าสามีของเจ้าไม่เหมือนผู้ช่วยหมอ และไม่เหมือนหมอเอาเสียเลย”สวี่ลิ่วเจี่ยมองแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อแล้วเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม“ไม่เหมือนที่ใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงได้ยินเช่นนั้น ในใจก็อดตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ นางลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเงียบ ๆหรือว่า สวี่ลิ่วเจี่ยจะมองอันใดออกแล้ว?“ข้าเองก็บอกไม่ถูก แต่เขากลับดูคล้ายพวกผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเสียมากกว่า” สวี่ลิ่วเจี่ยตากเสื้อผ้าไปพลาง หันมาส่งยิ้มให้นางไปพลาง “ภายภาคหน้าเขาจะต้องได้ดิบได้ดีอย่างแน่นอน บางทีอาจจะกลายเป็นหมอเทวดาชื่อดังยุคหนึ่งเลยก็ได้? เจ้าก็รอเสวยสุขได้เลย”เจียงโย่วหนิงได้ยินแล้วก็คลี่ยิ้ม โชคดีที่สวี่ลิ่วเจี่ยมิได้เกิดความสงสัยจ้าวหยวนเช่อนั้นช่างมีอนาคตก้าวไกลจริง ๆทว่าคนที่ได้เสวยสุข ย่อมไม่มีทางเป็นนางจ้าวหยวนเช่อออกไปราวหนึ่งชั่วยามยามที่เขากลับมา เจียงโย่วหนิงกำลังช่วยสวี่ลิ่วเจี่ยเตรียมอาหารกลางวันอยู่ในห้องครัว“ข้ากลับมาแล้ว”จ้าวหยวนเช่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องครัวและปรายตามองนางแวบหนึ่งเจียงโย่วหนิงสุมไฟอยู่หน้าเตา เมื่อได้ยินเสียงจึงหันขวับไปรับคำเขาออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status