Share

บทที่ 2

Auteur: มู่เฉิงซินสวี่
“ลองเปิดประตูดูสิ”

เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้ง

ได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสติ

นางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือยื่นมือไปผลักหัวไหล่จ้าวหยวนเช่อตามสัญชาตญาณ

สำหรับนาง นี่คือการใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแล้ว

แต่เมื่อไปอยู่บนตัวจ้าวหยวนเช่อ มันเป็นเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มเท่านั้น

ดวงตาดอกท้อสุกใสของนางน้ำตาคลอ ขนตางอนงามเปียกชื้นน้ำตา ตาละห้อยอย่างน่าสงสาร ริมฝีปากก็คว่ำลง ร่างกายสั่นเทาทั้งร่าง

นางตกใจจนใกล้จะร้องไห้แล้ว

“ข้ากำลังแต่งตัวอยู่”

จ้าวหยวนเช่อไม่เงยหน้า พูดกระชับได้ใจความ น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นเหมือนเดิม

ฟังไม่ออกสักนิดว่าในมือของเขากำลังทำสิ่งใดอยู่

นางหานตอบรับไปคำหนึ่ง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไป

เจียงโย่วหนิงโล่งอก แผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อ ขณะนี้ถึงรับรู้ว่าความเย็นของยาช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของตรงนั้น

“พอแล้ว ข้าไม่เจ็บแล้ว...”

นางอยากผลักจ้าวหยวนเช่อออก แต่มือถูกเขาปัดออกอีกครั้ง

ระหว่างรออย่างยากลำบาก ในที่สุดจ้าวหยวนเช่อก็เก็บมือกลับไป

นางรีบตัวลง แล้วรวบชายกระโปรงอย่างลนลานทำอะไรไม่ถูก ขณะมือไม้พัลวันขาพลันหมดแรงล้มไปทางด้านข้างโดยตรง

แขนกำยำของจ้าวหยวนเช่อยื่นออกไป แล้วโอบนางไว้ในอ้อมกอด

ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงแนบกับแผงอกกำยำของเขา กลิ่นหอมเย็นของโกฏชฎามังสีโอบล้อมนาง

มือหนึ่งของนางดันอยู่ตรงอกเขา อยากดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด แต่จนใจที่อ่อนปวกเปียกไปทั่วร่าง มีแรงเพียงน้อยนิด ราวแมลงชีปะขาวเขย่าต้นไม้

จ้าวหยวนเช่อโน้มตัวลงมาช่วยนางผูกผ้าคาดเอวให้เรียบร้อย แล้วจัดชายกระโปรงให้อย่างละเอียด

ขณะนี้แรงของเจียงโย่วหนิงกลับมาบ้างแล้ว จึงผลักเขาออกและก้าวออกข้างก้าวหนึ่ง เอาสองมือไว้ด้านหลัง ก้มหน้าเหมือนนกกระทา

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ก่อนจะดึงมือนางมาแล้วยัดกล่องยาหยกขาวให้นาง พร้อมกำชับเสียงเรียบ

“ตอนค่ำอย่าลืมให้สาวใช้ไปคั่วเกลืออุ่นมาประคบที่ท้อง”

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก หน้าแดงหูแดงไปหมด เขายังจำได้ว่านางบอกว่าปวดเมื่อยตรงท้องอย่างรุนแรงหรือนี่

เห็นเขาหันหลังเตรียมจากไป นางตามไปหนึ่งก้าวพร้อมเรียกเขา “ท่านพี่...”

ฝีเท้าของจ้าวหยวนเช่อหยุดชะงักลง

“เมื่อคืน...ท่านพี่ไม่ต้องรู้สึกผิด และไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ให้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นเถอะเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรีบนำกล่องยาหยกขาวกลับไปใส่ในมือเขา ก้มหน้าก้มตา ขนตางามงอนหลุบต่ำ เสียงเหมือนยุงริ้น

จ้าวหยวนเช่อมีพรสวรรค์โดดเด่น บัดนี้จวนเจิ้นกั๋วกงเองก็รุ่งเรืองมากขึ้นทุกวันเพราะเขา ย่อมต้องมีสตรีดีเลิศที่เพียบพร้อมคู่ควรฐานะกับเขา

นางกับเขาต่างกันราวฟ้ากับเหว

เรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงอุบัติเหตุ แม้ขณะนี้ความคิดของนางจะยุ่งเหยิงมาก แต่ก็พอเข้าใจว่าตัวเองควรทำสิ่งใด

คุณค่าของคนคือการรู้จักประมาณตน นางไม่เคยคิดฝันในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองเลย

จ้าวหยวนเช่อกำกล่องยาในมือแน่น นิ่งไปครู่หนึ่งจึงตอบรับว่า “อืม” ฟังไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ใด

เจียงโย่วหนิงพิงกำแพง มองเขาเปิดประตูเดินออกไป นางจ้องบานประตูที่ปิดลง ในใจยากจะสงบ

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครเข้าใจผิด นางจึงรออยู่นาน เว้นเวลาให้นานพอแล้วจึงจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปจากหลังศาลบรรพบุรุษ

ภายในศาลบรรพบุรุษ คนในตระกูลต่างยืนประจำที่แล้ว

เจียงโย่วหนิงฉวยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เดินไปยืนอยู่ตรงมุมในแถวสุดท้าย พร้อมช้อนตาดำมองเบื้องหน้า

จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่หน้าสุด รูปร่างสูงตรง นิ่งเฉยงามสง่า เข็มขัดหยกหรูอี้เกี่ยวรัดให้เห็นเส้นกล้ามเนื้อตรงเอวท้อง ชายชุดตัวยาวสีฟ้าน้ำทะเลทิ้งตัวลงมาสบาย ๆ เผยให้เห็นกางเกงผ้าต่วนสีขาวด้านใน พู่ห้อยของหยกและถุงหอมเกี่ยวพันกัน สูงส่งไร้ตัณหา เปี่ยมด้วยพลังในวัยหนุ่ม

ท่าทางเยือกเย็นที่ไม่อาจล่วงเกินกับเมื่อคืนที่ลุ่มหลงมัวเมาช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลงเงียบ ๆ ต่อมาเมื่อทุกคนทำพิธีเซ่นไหว้เสร็จ จึงเตรียมแยกย้ายพร้อมพวกเขา

“เจียงโย่วหนิง มานี่”

น้ำเสียงเยือกเย็นของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงร่างกายแข็งทื่อ ไม่รู้ว่าเขาต้องการทำสิ่งใด ทำได้เพียงเดินสวนผู้คนขึ้นไปตามคำสั่ง

เมื่อคนแยกย้ายกันหมดแล้ว

ตรงหน้ามีเพียงจ้าวหยวนเช่อกับนางหาน ฮูหยินเจิ้นกั๋วกง

นางหานอายุเลยสี่สิบแล้ว ทว่าดูแลตัวเองอย่างดี จึงยังคงงดงาม

นางไม่สนใจเจียงโย่วหนิง สายตามองไปที่ใบหน้าของจ้าวหยวนเช่อ แล้วขมวดคิ้ว “อวี้เหิง ที่คอเป็นอะไร?”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าว

นั่นคือรอยฟันกัด เป็นร่องรอยที่ใหม่มาก

เมื่อคืนนางอดไม่ไหวเลยกัดเขา

ปกเสื้อของจ้าวหยวนเช่อบังไปแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งโผล่ออกมาข้างนอก รอยกัดครึ่งวงกลมสีแดงก่ำซึ่งอยู่บนผิวสีขาว ยากจะละเลยได้

“ถูกแมลงกัดขอรับ”

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

เห็นชัดว่านางหานไม่เชื่อ แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ กล่าวเพียง “เจ้าอายุยี่สิบหกแล้ว จะมีสตรีข้างกายก็มิใช่เรื่องผิดแผก หากไม่ต้องไปนำทัพทำศึกที่ชายแดน ควรแต่งงานมีภรรยามีลูกไปนานแล้ว การหมั้นหมายของพวกน้อง ๆ ก็ต้องล่าช้าเพราะเจ้า หลายวันนี้ที่บ้านกำลังไปทาบทามให้เจ้า สำรวมเสียบ้างเถอะ พักสตรีข้างนอกเอาไว้ก่อน”

เจียงโย่วหนิงได้ยินดังนั้น ในใจขมขื่นเล็กน้อย แต่ก็กดข่มเอาไว้

นางหานกล่าวไม่ผิด ชายหนุ่มในเมืองหลวงอย่างเร็วสิบหกสิบเจ็ด อย่างช้าอายุยี่สิบก็แต่งงานกันแล้ว ชายหนุ่มที่อายุเท่าจ้าวหยวนเช่อ มีลูกไปหลายคนแล้ว

เดิมทีควรเป็นเช่นนี้

จ้าวหยวนเช่อไม่รับคำของนางหาน เพียงมองเจียงโย่วหนิง น้ำเสียงเยือกเย็น “ท่านแม่ดูเสื้อผ้าของเจียงโย่วหนิง มีสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือไม่?”

เสื้อตัวนอกสีน้ำเงินแขนสั้นและกระโปรงสีขาวนวลที่เจียงโย่วหนิงสวมเป็นผ้าที่พบเห็นทั่วไป ใช่ว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร

แบบเสื้อและกระโปรงเป็นของสองปีที่แล้ว บนมวยผมนอกจากปิ่นสีเงินก็ไม่เห็นเครื่องประดับอื่น เอวเล็กคอดกิ่ว แต่ก็เหมือนดอกชาที่ชุ่มด้วยน้ำค้างยามเช้า ถูกโอบล้อมท่ามกลางหมอกยามรุ่งอรุณ ทั้งเชื่อฟังและน่าสงสาร

นางหานจูงมือเจียงโย่วหนิงอย่างสนิทสนม หันไปยิ้มให้จ้าวหยวนเช่อ “เจ้าเด็กคนนี้ เอาแต่สงสัยว่าข้าทำไม่ดีกับโย่วหนิง แม้นางไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของข้า แต่อย่างไรข้าก็เลี้ยงจนเติบใหญ่ ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร? แท้จริงแล้วนางชอบแบบนี้ต่างหาก โย่วหนิง เจ้าบอกพี่ชายเจ้าสิ ว่าเป็นเช่นนี้หรือไม่?”

นางมองเจียงโย่วหนิงแบบเหมือนยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้ม นางมั่นใจเรื่องควบคุมเจียงโย่วหนิงมาก ควรจะพูดอย่างไรในใจเจียงโย่วหนิงน่าจะรู้ดี

เจียงโย่วหนิงไม่ค่อยชอบให้ใครมาสัมผัส จึงดึงมือกลับแล้วพยักหน้าอย่างเชื่อง ๆ “เจ้าค่ะ”

นางหานเป็นนายหญิงตระกูลใหญ่ ไม่ใจร้ายกับนางอย่างโจ่งแจ้ง

เพียงแต่ยามที่นางแต่งกายเรียบง่ายจะชมว่านางสมถะไม่ฟุ้งเฟ้อ ถือเป็นแบบอย่างให้พี่น้องในจวน

นางกับนางหานต่างรู้ดี

อาศัยอยู่ใต้ชายคาคนอื่น นางจะไม่ทำตามนางหานได้อย่างไร? อีกทั้งนางไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าเครื่องประดับ ใส่เยอะแต่งเยอะกลับทำให้ไม่คล่องตัว

แต่นางคิดไม่ออกว่าเพราะเหตุใดกัน ทั้งที่เพิ่งรู้ชาติกำเนิดนางตอนแปดขวบ แต่นางหานกลับห่างเหินกับนางตั้งแต่เด็ก มีเพียงเสแสร้งยิ้มแย้มกับนางต่อหน้าคนอื่น แต่พอลับหลังกลับไม่แม้แต่จะชายตาแลนางสักครั้ง

นางโตมาจนป่านนี้ ผู้ที่ใกล้ชิดกับนางที่สุดกลับเป็นแม่นมของนาง

จ้าวหยวนเช่อไม่ไว้หน้านางหานสักนิด กล่าวเสียงเรียบ “ผู้คนรู้ชาติกำเนิดของนางกันไปทั่ว ท่านแม่ดูแลบริหารจวน ควรจะรู้ความเหมาะสมถึงจะถูก”

สีหน้าเขาเรียบเฉย แต่คำพูดกลับรุนแรง

ทำให้สีหน้านางหานก็เปลี่ยนไป

เจียงโย่วหนิงเข้าใจความหมายของจ้าวหยวนเช่อ

นางเป็นลูกเลี้ยงในจวนเจิ้นกั๋วกง แต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้ ถ้าคนนอกมาเห็นเข้า จะหาว่าจวนเจิ้นกั๋วกงดูแลนางไม่ดี ทำให้จวนกั๋วกงเสียหน้า

“เจ้าพูดถูก” สีหน้านางหานกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว อมยิ้มแล้วกล่าว “ข้าไม่รอบคอบเอง โย่วหนิง ตอนสายข้าจะให้คนนำเครื่องประดับศีรษะและเครื่องประดับไปให้เจ้า แล้วให้คนที่ร้านขายเสื้อผ้ามาตัดชุดให้เจ้าอีกสองสามชุด”

นางรู้นิสัยลูกชายดี เป็นคนเถรตรงไม่ยอมงอ ตอนนี้ย่อมต้องโอนอ่อนตามเขาไปก่อน

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง “ย้ายไปพักที่เรือนฝูหรงด้านหน้า”

เจียงโย่วหนิงเงยหน้าอย่างแปลกใจ

สายตาทั้งสองประสานกัน สายตาของจ้าวหยวนเช่อเรียบเฉยเกินไป ราวกับเรื่องชิดใกล้เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น

ใจนางบีบรัด รีบหลุบแพขนตาดำลงแล้วพูดเสียงค่อย “ขอบคุณท่านพี่ แต่ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องยุ่งยากหรอกเจ้าค่ะ”

ที่พักของนางอยู่มุมสุดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวน เป็นสถานที่ห่างไกล

นางไม่เคยคาดหวังให้จ้าวหยวนเช่อปฏิบัติกับนางอย่างแตกต่าง และเข้าใจว่าเขากำลังใช้วิธีนี้ชดเชยให้นาง

ความจริงไม่จำเป็นเลย นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ นางไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องทำนองนั้นกับเขา ยิ่งไม่เคยอยากได้สิ่งใดจากเขา

“เรือนฝูหรงใกล้กับเรือนของหัวเอ๋อร์ เกรงว่านางจะอาละวาดเอาได้...”

นางหานไม่เห็นด้วย นางเองก็มีความคิดของนาง

เพราะเจียงโย่วหนิงเป็นต้นเหตุ ลูกสาวนางจ้าวเชียนหัวถึงต้องลำบากอยู่ข้างนอกตั้งแต่เด็กถึงแปดปี นางจึงไม่ชอบเจียงโย่วหนิงมาโดยตลอด

อีกอย่าง เจียงโย่วหนิงเป็นเพียงลูกเลี้ยง จวนเจิ้นกั๋วกงมีที่พักให้นางได้พักอาศัยก็ถือว่ามีเมตตาธรรมมากแล้ว ยังจะเลือกอะไรอีก?

แต่ว่าจะบอกคำพูดพวกนี้กับลูกชายไม่ได้

“หากจ้าวเชียนหัวเห็นค้าน ก็ให้นางมาหาข้า” จ้าวหยวนเช่อเดินมือไพล่หลังไปข้างนอก น้ำเสียงไม่ให้โต้แย้ง ชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง “เจ้าตามข้ามา”

หน้าผากเจียงโย่วหนิงมีเม็ดเหงื่อผุดพราย

นางไม่อยากอยู่กับเขาตามลำพัง

แต่หากปฏิเสธตอนนี้ก็กลัวนางหานจะพบพิรุธ จึงได้แต่ตามไป
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 30

    จ้าวหยวนเช่อดึงลิ้นชักออกมา แล้วหยิบตำราเล่มหนึ่งส่งมาให้ตรงหน้านาง “กลับไปคัดบท 'วิญญูชน' มาสามจบ พรุ่งนี้เอามาส่งให้ข้า”เจียงโย่วหนิงเหลือบมองปกตำราอยู่ชั่วครู่ ด้านบนมีตัวอักษรที่งดงามทว่าซับซ้อนอยู่นางไม่รู้จักเลยสักตัว“ท่านพี่ ท่านลืมแล้วหรือว่าข้ารู้จักตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว...”นางหลุบขนตาสีดำขลับ ไม่ได้ไปรับเอาไว้จ้าวหยวนเช่อเริ่มศึกษาร่ำเรียนตั้งแต่อายุสามขวบ แต่เพราะตามความตั้งใจของนางหาน นางเพิ่งจะศึกษาร่ำเรียนตอนอายุหกขวบปีนั้นตอนอายุได้แปดขวบเชียนหัวกลับมา นางหานก็ไม่ได้ให้นางร่ำเรียนอีก บอกว่าสตรีไร้ความสามารถจึงจะนับว่าดีเวลาสั้น ๆ แค่สองปี นางยังเด็กขนาดนั้น จะรู้จักตัวอักษรสักกี่ตัวกัน?โชคดีที่หลังจากไปที่โรงหมอ ติดตามหมอจางจนพอจะรู้จักตัวหนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาบ้าง ทว่าตัวอักษรพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรย่อ แตกต่างจากตัวอักษรที่อยู่บนตำราของจ้าวหยวนเช่อเล่มนี้นางเองก็ไม่อยากคัดลอกตำราตอนบ่ายยังต้องไปทำงานที่โรงหมออีก จะมีเวลาคัดตำราได้เช่นไร?เดิมทีนางคิดว่าเหตุผลนี้น่าจะหนักแน่นพอ จ้าวหยวนเช่อคงไม่ยืนกรานต่อไปคิดไม่ถึงว่าจ้าวหยวนเช่อกลับพูดว่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 29

    จ้าวหยวนเช่อไม่ได้สนใจนาง ยกมือขึ้นยิงศรสัญญาณขึ้นไปในอากาศศรสัญญาณส่งเสียง “ฟิ้ว” แล้วทะยานไปบนท้องฟ้า แผดเสียงแหลมสูงออกมานี่ใช้สำหรับเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเจียงโย่วหนิงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ค่อย ๆ เบาใจขึ้นขอเพียงชิงเจี้ยนมาถึง องค์หญิงจิ้งเหอย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นจ้าวหยวนเช่อก็จะสามารถพานางออกไปจากจวนองค์หญิงได้อย่างราบรื่น“จ้าวหยวนเช่อ ข้าถามเจ้าอยู่นะ!”องค์หญิงจิ้งเหอสีหน้าย่ำแย่บนโลกนี้ คนที่กล้าไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเช่นนี้สามารถนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวน่าเสียดายที่จ้าวหยวนเช่อก็คือหนึ่งในนั้นพอผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาถึง นางขวางเขาเอาไว้ไม่อยู่แน่นอนจ้าวหยวนเช่อมองลงมา มองนางอย่างเย็นชา ไม่แยแสแม้แต่น้อยอยู่ ๆ องค์หญิงจิ้งเหอก็เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มอย่างเอาใจพลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าคงไม่คิดจริงจังหรอกกระมัง? ตอนนี้ข้าจะพาพวกเขาถอยไปเดี๋ยวนี้ เจ้าก็อย่าไปฟ้องเสด็จพ่อเลยนะ”ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับจ้าวหยวนเช่อมาตลอดจ้าวหยวนเช่ออุปนิสัยซื่อตรง เกรงก็แต่ว่าเขาจะไปทูลฟ้องต่อหน้าเสด็จพ่อเดิมทีนางคิดว่าคนที่ยอดเย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 28

    เจียงโย่วหนิงได้ยินคำพูดที่หยาบโลนขององค์หญิงจิ้งเหอก็ใบหน้าแดงก่ำ ขนตายาวดุจปีกผีเสื้อหลุบลงในทันที ทว่าสายตากลับไปสบเข้ากับบริเวณหน้าท้องส่วนล่างของจ้าวหยวนเช่อพอดีจิตใจของนางว้าวุ่นจนทำอันใดไม่ถูก รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ามันไม่เหมาะสม ไม่มองและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ไม่รู้ว่าจะมองไปทางใด ปลายนิ้วบิดชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว คำพูดขององค์หญิงจิ้งเหอสะท้อนอยู่ภายในสมองโดยไม่รู้ตัวนางไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่น ยังคิดว่าบุรุษทุกคนต่างก็เหมือนกันกับจ้าวหยวนเช่อเสียอีกที่แท้ก็มีเล็กมีใหญ่อย่างนั้นหรือ?เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วจ้าวหยวนเช่อ...มิน่าเล่าถึงได้เจ็บถึงเพียงนี้สายตาขององค์หญิงจิ้งเหอ เป็นสายวัดจริง ๆแต่นางบอกว่าไม่นานจ้าวหยวนเช่อก็จะเป็นของซูอวิ๋นชิงแล้วงั้นหรือ? จิ้งเหอเป็นองค์หญิง ถึงแม้เสเพลไม่ยึดประเพณี แต่กลับไม่เคยลดตัวลงไปโกหกคิดดูแล้ว ที่ฝ่าบาทประสงค์จะพระราชทานสมรสให้จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงเป็นเรื่องจริงสินะ“ลุกขึ้น”จ้าวหยวนเช่อประคองเอวบางไม่ถึงหนึ่งกำมือของนางไว้ชั่วครู่น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย จะเหลือก็เพียงแหบพร่าเล็กน้อยเพิ่งจะผ่านไปชั่วครู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 27

    มีสาวใช้เข้ามาทูลรายงาน“แถว ๆ นี้? อยู่ที่ใดเล่า? ไร้ประโยชน์กันทั้งหมดจริง ๆ คนที่ถูกวางยายังจับตาเอาไว้ไม่ได้!”องค์หญิงจิ้งเหอตำหนิ แต่กลับไม่ได้โกรธมากมายนัก ฟังดูแล้วในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสียดายมากกว่า“องค์หญิงไม่ต้องกังวล หม่อมฉันจะส่งคนไปค้นหาเพคะ”สาวใช้ผู้นี้แย้มยิ้มพลางเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมนาง“เฝ้าทางเข้าไว้ให้ดี ค้นหาให้ละเอียด ยาของข้ามีฤทธิ์แรงนัก แม้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์ลึกล้ำ ถ้าไม่ระบายออกมาก็แก้พิษไม่ได้หรอก เขาหนีไม่พ้นกำมือของข้าแน่”องค์หญิงจิ้งเหอยกมือขึ้นสั่งการ มีแผนการในใจอยู่แล้วเจียงโย่วหนิงได้ยินก็ยิ่งลนลาน หดกายถอยหนีแล้วซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวหยวนเช่อราวกับนกกระทาที่กำลังหวาดกลัวทำเช่นนี้ อย่างน้อยยามที่องค์หญิงจิ้งเหอเงยหน้าขึ้นมามองก็จะเห็นแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อ ไม่ใช่ใบหน้าของนางจ้าวหยวนเช่อบีบลำคอระหงของนาง พลางโน้มกายลงจุมพิต ไล่ต้อนริมฝีปากของนางริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดลงมาเขาไม่ได้ช่ำชองมากนัก จุมพิตทั้งรีบร้อนและหนักหน่วง งุ่มง่ามบุ่มบ่าม ไม่มีแบบแผนแม้แต่น้อยเจียงโย่วหนิงยิ่งอ่อนประสบการณ์ ถูกเขาจูบจนริมฝีปากชา ลมหายใจร้อนระอุ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 26

    จ้าวหยวนเช่อหายใจหนัก หางตาแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับไม่เย็นชาและเฉียบคมอีกต่อไปแล้ว แต่กลับปกคลุมไปด้วยความพร่าเลือนลุ่มหลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น“อย่าขยับ ข้าถูกวางยา”ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วชี้ช่วยดึงสติของเขากลับมาได้หลายส่วน เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ เหงื่อเย็นไหลลงมาตามข้างแก้ม กำหมัดทั้งสองข้างแน่นพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดกำลังเจียงโย่วหนิงคลายปากออก นัยน์ตาที่เปียกชื้นเบิกกว้างมองไปทางเขาอย่างตกตะลึงนางไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เปราะบาง ดูคล้ายคนป่วย ไม่มีความเฉียบคมและเย็นชาเหมือนยามปกติอีกต่อไป ริมฝีปากแดงราวกับโลหิต อ่อนแอและงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนคิดไปไกลตัวของเขาร้อนผ่าว ราวกับภายในกายเก็บซ่อนเปลวไฟที่ลุกโชนเอาไว้ แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก จนเกือบจะทำให้นางหลอมละลายเขาแนบชิดนางตลอดเวลานางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าหากไม่ฟังคำพูดเขาอีกจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ขนตาเพรียวยาวสั่วไหวอยู่ชั่วครู่ ร่างกายแข็งค้างไม่กล้าขยับมั่วซั่วอีกเมื่อครู่อยู่ที่งานเลี้ยงยังดี ๆ อยู่เลย อยู่ ๆ ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ได้? หรือว่า มีคนเล่นตุกติกกับสุราของเขากระนั้นหรือ?แผ่นอกของจ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 25

    เจียงโย่วหนิงกล่าวกับตู้จิ่งเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นออกจากโถงหลักไปนางไม่อยากเห็นทุกฉากทุกตอนที่จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ริษยา แล้วก็ไม่ได้หวังสูงเกินตัวด้วยแต่ว่านางเจ็บปวดใจ และอึดอัดในอกตาไม่เห็นก็ใจสงบนางเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ในสวน พลางครุ่นคิดถึงเส้นทางที่จะออกจากจวนองค์หญิง มิสู้กลับไปที่โรงหมอเสียเลยจะดีกว่าอยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาเจียงโย่วหนิงหันหน้ากลับไป ก็พบกับจ้าวหยวนเช่อสาวเท้ามา ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ คิ้วขมวดมุ่นเจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นสีหน้าเขาย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจ“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อเรียกนางเจียงโย่วหนิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่หยุดฝีเท้า แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นด้วยไม่ว่าเขาจะมีธุระอันใด นางก็ไม่อยากข้องแวะกับเขาแล้วหากมีเรื่องอันใดจริง ๆ ก็ไม่ถึงคราวที่นางจะต้องกังวล มีซูอวิ๋นชิงช่วยเขาอยู่แล้วจ้าวหยวนเช่อไม่ได้ส่งเสียงอีก ทว่าเขาถึงขนาดไล่ตามมาทันแล้วทางเดินมาถึงจุดสิ้นสุด ด้านหน้าคือถ้ำแห่งหนึ่งเจียงโย่วหนิงไม่มีที่ให้หนีแล้ว จึงได้มุดเข้าไปจ้าวหยวนเช่อไล่ตามนาง เป็นเรื่อง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status