공유

บทที่ 2

작가: มู่เฉิงซินสวี่
“ลองเปิดประตูดูสิ”

เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้ง

ได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสติ

นางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือยื่นมือไปผลักหัวไหล่จ้าวหยวนเช่อตามสัญชาตญาณ

สำหรับนาง นี่คือการใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแล้ว

แต่เมื่อไปอยู่บนตัวจ้าวหยวนเช่อ มันเป็นเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มเท่านั้น

ดวงตาดอกท้อสุกใสของนางน้ำตาคลอ ขนตางอนงามเปียกชื้นน้ำตา ตาละห้อยอย่างน่าสงสาร ริมฝีปากก็คว่ำลง ร่างกายสั่นเทาทั้งร่าง

นางตกใจจนใกล้จะร้องไห้แล้ว

“ข้ากำลังแต่งตัวอยู่”

จ้าวหยวนเช่อไม่เงยหน้า พูดกระชับได้ใจความ น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นเหมือนเดิม

ฟังไม่ออกสักนิดว่าในมือของเขากำลังทำสิ่งใดอยู่

นางหานตอบรับไปคำหนึ่ง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไป

เจียงโย่วหนิงโล่งอก แผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อ ขณะนี้ถึงรับรู้ว่าความเย็นของยาช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของตรงนั้น

“พอแล้ว ข้าไม่เจ็บแล้ว...”

นางอยากผลักจ้าวหยวนเช่อออก แต่มือถูกเขาปัดออกอีกครั้ง

ระหว่างรออย่างยากลำบาก ในที่สุดจ้าวหยวนเช่อก็เก็บมือกลับไป

นางรีบตัวลง แล้วรวบชายกระโปรงอย่างลนลานทำอะไรไม่ถูก ขณะมือไม้พัลวันขาพลันหมดแรงล้มไปทางด้านข้างโดยตรง

แขนกำยำของจ้าวหยวนเช่อยื่นออกไป แล้วโอบนางไว้ในอ้อมกอด

ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงแนบกับแผงอกกำยำของเขา กลิ่นหอมเย็นของโกฏชฎามังสีโอบล้อมนาง

มือหนึ่งของนางดันอยู่ตรงอกเขา อยากดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด แต่จนใจที่อ่อนปวกเปียกไปทั่วร่าง มีแรงเพียงน้อยนิด ราวแมลงชีปะขาวเขย่าต้นไม้

จ้าวหยวนเช่อโน้มตัวลงมาช่วยนางผูกผ้าคาดเอวให้เรียบร้อย แล้วจัดชายกระโปรงให้อย่างละเอียด

ขณะนี้แรงของเจียงโย่วหนิงกลับมาบ้างแล้ว จึงผลักเขาออกและก้าวออกข้างก้าวหนึ่ง เอาสองมือไว้ด้านหลัง ก้มหน้าเหมือนนกกระทา

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ก่อนจะดึงมือนางมาแล้วยัดกล่องยาหยกขาวให้นาง พร้อมกำชับเสียงเรียบ

“ตอนค่ำอย่าลืมให้สาวใช้ไปคั่วเกลืออุ่นมาประคบที่ท้อง”

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก หน้าแดงหูแดงไปหมด เขายังจำได้ว่านางบอกว่าปวดเมื่อยตรงท้องอย่างรุนแรงหรือนี่

เห็นเขาหันหลังเตรียมจากไป นางตามไปหนึ่งก้าวพร้อมเรียกเขา “ท่านพี่...”

ฝีเท้าของจ้าวหยวนเช่อหยุดชะงักลง

“เมื่อคืน...ท่านพี่ไม่ต้องรู้สึกผิด และไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ให้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นเถอะเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรีบนำกล่องยาหยกขาวกลับไปใส่ในมือเขา ก้มหน้าก้มตา ขนตางามงอนหลุบต่ำ เสียงเหมือนยุงริ้น

จ้าวหยวนเช่อมีพรสวรรค์โดดเด่น บัดนี้จวนเจิ้นกั๋วกงเองก็รุ่งเรืองมากขึ้นทุกวันเพราะเขา ย่อมต้องมีสตรีดีเลิศที่เพียบพร้อมคู่ควรฐานะกับเขา

นางกับเขาต่างกันราวฟ้ากับเหว

เรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงอุบัติเหตุ แม้ขณะนี้ความคิดของนางจะยุ่งเหยิงมาก แต่ก็พอเข้าใจว่าตัวเองควรทำสิ่งใด

คุณค่าของคนคือการรู้จักประมาณตน นางไม่เคยคิดฝันในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองเลย

จ้าวหยวนเช่อกำกล่องยาในมือแน่น นิ่งไปครู่หนึ่งจึงตอบรับว่า “อืม” ฟังไม่ออกว่าอยู่ในอารมณ์ใด

เจียงโย่วหนิงพิงกำแพง มองเขาเปิดประตูเดินออกไป นางจ้องบานประตูที่ปิดลง ในใจยากจะสงบ

เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครเข้าใจผิด นางจึงรออยู่นาน เว้นเวลาให้นานพอแล้วจึงจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปจากหลังศาลบรรพบุรุษ

ภายในศาลบรรพบุรุษ คนในตระกูลต่างยืนประจำที่แล้ว

เจียงโย่วหนิงฉวยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เดินไปยืนอยู่ตรงมุมในแถวสุดท้าย พร้อมช้อนตาดำมองเบื้องหน้า

จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่หน้าสุด รูปร่างสูงตรง นิ่งเฉยงามสง่า เข็มขัดหยกหรูอี้เกี่ยวรัดให้เห็นเส้นกล้ามเนื้อตรงเอวท้อง ชายชุดตัวยาวสีฟ้าน้ำทะเลทิ้งตัวลงมาสบาย ๆ เผยให้เห็นกางเกงผ้าต่วนสีขาวด้านใน พู่ห้อยของหยกและถุงหอมเกี่ยวพันกัน สูงส่งไร้ตัณหา เปี่ยมด้วยพลังในวัยหนุ่ม

ท่าทางเยือกเย็นที่ไม่อาจล่วงเกินกับเมื่อคืนที่ลุ่มหลงมัวเมาช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลงเงียบ ๆ ต่อมาเมื่อทุกคนทำพิธีเซ่นไหว้เสร็จ จึงเตรียมแยกย้ายพร้อมพวกเขา

“เจียงโย่วหนิง มานี่”

น้ำเสียงเยือกเย็นของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงร่างกายแข็งทื่อ ไม่รู้ว่าเขาต้องการทำสิ่งใด ทำได้เพียงเดินสวนผู้คนขึ้นไปตามคำสั่ง

เมื่อคนแยกย้ายกันหมดแล้ว

ตรงหน้ามีเพียงจ้าวหยวนเช่อกับนางหาน ฮูหยินเจิ้นกั๋วกง

นางหานอายุเลยสี่สิบแล้ว ทว่าดูแลตัวเองอย่างดี จึงยังคงงดงาม

นางไม่สนใจเจียงโย่วหนิง สายตามองไปที่ใบหน้าของจ้าวหยวนเช่อ แล้วขมวดคิ้ว “อวี้เหิง ที่คอเป็นอะไร?”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าว

นั่นคือรอยฟันกัด เป็นร่องรอยที่ใหม่มาก

เมื่อคืนนางอดไม่ไหวเลยกัดเขา

ปกเสื้อของจ้าวหยวนเช่อบังไปแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งโผล่ออกมาข้างนอก รอยกัดครึ่งวงกลมสีแดงก่ำซึ่งอยู่บนผิวสีขาว ยากจะละเลยได้

“ถูกแมลงกัดขอรับ”

จ้าวหยวนเช่อสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

เห็นชัดว่านางหานไม่เชื่อ แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ กล่าวเพียง “เจ้าอายุยี่สิบหกแล้ว จะมีสตรีข้างกายก็มิใช่เรื่องผิดแผก หากไม่ต้องไปนำทัพทำศึกที่ชายแดน ควรแต่งงานมีภรรยามีลูกไปนานแล้ว การหมั้นหมายของพวกน้อง ๆ ก็ต้องล่าช้าเพราะเจ้า หลายวันนี้ที่บ้านกำลังไปทาบทามให้เจ้า สำรวมเสียบ้างเถอะ พักสตรีข้างนอกเอาไว้ก่อน”

เจียงโย่วหนิงได้ยินดังนั้น ในใจขมขื่นเล็กน้อย แต่ก็กดข่มเอาไว้

นางหานกล่าวไม่ผิด ชายหนุ่มในเมืองหลวงอย่างเร็วสิบหกสิบเจ็ด อย่างช้าอายุยี่สิบก็แต่งงานกันแล้ว ชายหนุ่มที่อายุเท่าจ้าวหยวนเช่อ มีลูกไปหลายคนแล้ว

เดิมทีควรเป็นเช่นนี้

จ้าวหยวนเช่อไม่รับคำของนางหาน เพียงมองเจียงโย่วหนิง น้ำเสียงเยือกเย็น “ท่านแม่ดูเสื้อผ้าของเจียงโย่วหนิง มีสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือไม่?”

เสื้อตัวนอกสีน้ำเงินแขนสั้นและกระโปรงสีขาวนวลที่เจียงโย่วหนิงสวมเป็นผ้าที่พบเห็นทั่วไป ใช่ว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร

แบบเสื้อและกระโปรงเป็นของสองปีที่แล้ว บนมวยผมนอกจากปิ่นสีเงินก็ไม่เห็นเครื่องประดับอื่น เอวเล็กคอดกิ่ว แต่ก็เหมือนดอกชาที่ชุ่มด้วยน้ำค้างยามเช้า ถูกโอบล้อมท่ามกลางหมอกยามรุ่งอรุณ ทั้งเชื่อฟังและน่าสงสาร

นางหานจูงมือเจียงโย่วหนิงอย่างสนิทสนม หันไปยิ้มให้จ้าวหยวนเช่อ “เจ้าเด็กคนนี้ เอาแต่สงสัยว่าข้าทำไม่ดีกับโย่วหนิง แม้นางไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของข้า แต่อย่างไรข้าก็เลี้ยงจนเติบใหญ่ ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร? แท้จริงแล้วนางชอบแบบนี้ต่างหาก โย่วหนิง เจ้าบอกพี่ชายเจ้าสิ ว่าเป็นเช่นนี้หรือไม่?”

นางมองเจียงโย่วหนิงแบบเหมือนยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้ม นางมั่นใจเรื่องควบคุมเจียงโย่วหนิงมาก ควรจะพูดอย่างไรในใจเจียงโย่วหนิงน่าจะรู้ดี

เจียงโย่วหนิงไม่ค่อยชอบให้ใครมาสัมผัส จึงดึงมือกลับแล้วพยักหน้าอย่างเชื่อง ๆ “เจ้าค่ะ”

นางหานเป็นนายหญิงตระกูลใหญ่ ไม่ใจร้ายกับนางอย่างโจ่งแจ้ง

เพียงแต่ยามที่นางแต่งกายเรียบง่ายจะชมว่านางสมถะไม่ฟุ้งเฟ้อ ถือเป็นแบบอย่างให้พี่น้องในจวน

นางกับนางหานต่างรู้ดี

อาศัยอยู่ใต้ชายคาคนอื่น นางจะไม่ทำตามนางหานได้อย่างไร? อีกทั้งนางไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าเครื่องประดับ ใส่เยอะแต่งเยอะกลับทำให้ไม่คล่องตัว

แต่นางคิดไม่ออกว่าเพราะเหตุใดกัน ทั้งที่เพิ่งรู้ชาติกำเนิดนางตอนแปดขวบ แต่นางหานกลับห่างเหินกับนางตั้งแต่เด็ก มีเพียงเสแสร้งยิ้มแย้มกับนางต่อหน้าคนอื่น แต่พอลับหลังกลับไม่แม้แต่จะชายตาแลนางสักครั้ง

นางโตมาจนป่านนี้ ผู้ที่ใกล้ชิดกับนางที่สุดกลับเป็นแม่นมของนาง

จ้าวหยวนเช่อไม่ไว้หน้านางหานสักนิด กล่าวเสียงเรียบ “ผู้คนรู้ชาติกำเนิดของนางกันไปทั่ว ท่านแม่ดูแลบริหารจวน ควรจะรู้ความเหมาะสมถึงจะถูก”

สีหน้าเขาเรียบเฉย แต่คำพูดกลับรุนแรง

ทำให้สีหน้านางหานก็เปลี่ยนไป

เจียงโย่วหนิงเข้าใจความหมายของจ้าวหยวนเช่อ

นางเป็นลูกเลี้ยงในจวนเจิ้นกั๋วกง แต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้ ถ้าคนนอกมาเห็นเข้า จะหาว่าจวนเจิ้นกั๋วกงดูแลนางไม่ดี ทำให้จวนกั๋วกงเสียหน้า

“เจ้าพูดถูก” สีหน้านางหานกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว อมยิ้มแล้วกล่าว “ข้าไม่รอบคอบเอง โย่วหนิง ตอนสายข้าจะให้คนนำเครื่องประดับศีรษะและเครื่องประดับไปให้เจ้า แล้วให้คนที่ร้านขายเสื้อผ้ามาตัดชุดให้เจ้าอีกสองสามชุด”

นางรู้นิสัยลูกชายดี เป็นคนเถรตรงไม่ยอมงอ ตอนนี้ย่อมต้องโอนอ่อนตามเขาไปก่อน

จ้าวหยวนเช่อมองเจียงโย่วหนิง “ย้ายไปพักที่เรือนฝูหรงด้านหน้า”

เจียงโย่วหนิงเงยหน้าอย่างแปลกใจ

สายตาทั้งสองประสานกัน สายตาของจ้าวหยวนเช่อเรียบเฉยเกินไป ราวกับเรื่องชิดใกล้เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น

ใจนางบีบรัด รีบหลุบแพขนตาดำลงแล้วพูดเสียงค่อย “ขอบคุณท่านพี่ แต่ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องยุ่งยากหรอกเจ้าค่ะ”

ที่พักของนางอยู่มุมสุดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวน เป็นสถานที่ห่างไกล

นางไม่เคยคาดหวังให้จ้าวหยวนเช่อปฏิบัติกับนางอย่างแตกต่าง และเข้าใจว่าเขากำลังใช้วิธีนี้ชดเชยให้นาง

ความจริงไม่จำเป็นเลย นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ นางไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องทำนองนั้นกับเขา ยิ่งไม่เคยอยากได้สิ่งใดจากเขา

“เรือนฝูหรงใกล้กับเรือนของหัวเอ๋อร์ เกรงว่านางจะอาละวาดเอาได้...”

นางหานไม่เห็นด้วย นางเองก็มีความคิดของนาง

เพราะเจียงโย่วหนิงเป็นต้นเหตุ ลูกสาวนางจ้าวเชียนหัวถึงต้องลำบากอยู่ข้างนอกตั้งแต่เด็กถึงแปดปี นางจึงไม่ชอบเจียงโย่วหนิงมาโดยตลอด

อีกอย่าง เจียงโย่วหนิงเป็นเพียงลูกเลี้ยง จวนเจิ้นกั๋วกงมีที่พักให้นางได้พักอาศัยก็ถือว่ามีเมตตาธรรมมากแล้ว ยังจะเลือกอะไรอีก?

แต่ว่าจะบอกคำพูดพวกนี้กับลูกชายไม่ได้

“หากจ้าวเชียนหัวเห็นค้าน ก็ให้นางมาหาข้า” จ้าวหยวนเช่อเดินมือไพล่หลังไปข้างนอก น้ำเสียงไม่ให้โต้แย้ง ชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง “เจ้าตามข้ามา”

หน้าผากเจียงโย่วหนิงมีเม็ดเหงื่อผุดพราย

นางไม่อยากอยู่กับเขาตามลำพัง

แต่หากปฏิเสธตอนนี้ก็กลัวนางหานจะพบพิรุธ จึงได้แต่ตามไป

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 224

    ชิงหลิวอธิบายด้วยความรู้สึกผิดเรื่องที่นายท่านเพิ่งกระทำลงไปกลางตลาดเมื่อครู่ เขายังมิกล้ามองแล้วคุณหนูจะไม่โกรธได้อย่างไร?ทว่า นายท่านเองก็คงจะโกรธมากเช่นกัน ในเมื่อโคมไฟนั่นใต้เท้าตู้เป็นผู้มอบให้คุณหนูแถมคุณหนูยังอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมปล่อยมือนายท่านไม่โกรธถึงจะแปลก“เจ้าหยุดรถเดี๋ยวนี้!”เจียงโย่วหนิงเกิดความขุ่นเคืองในใจ จึงเอ่ยปากสั่งเขาจ้าวหยวนเช่อเพิ่งจะแย่งโคมดอกบัวของนางไปเอาใจซูอวิ๋นชิง ยามนี้กลับให้คนพานางไปที่ตลาดอีกไปทำสิ่งใดกัน?ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใด นางก็ไม่ไปเด็ดขาด!“คุณหนู ท่านอย่าโกรธเลยขอรับ ข้าไม่รู้เรื่องอันใด เป็นเพียงผู้รับใช้ทำตามคำสั่ง ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย...”ชิงหลิวร้องขอความเห็นใจไปพลาง เร่งม้าให้วิ่งเร็วขึ้นไปพลางในใจของเจียงโย่วหนิงยิ่งขุ่นเคืองนัก นางลุกขึ้นชะโงกหน้ามองเบื้องล่าง ก้าวเท้าออกจากรถม้าแล้วกระโดดลงไปยามนี้มาถึงบริเวณที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน รถม้าจึงวิ่งไม่เร็วนักนางกระโดดลงไปย่อมไม่เป็นอันตรายจ้าวหยวนเช่อเห็นนางเป็นสิ่งของไร้ค่าอันใดกัน ถึงได้ทำตามอำเภอใจ นึกอยากรังแกก็รังแก นึกอยากให้มาตลาดก็บังคับให้มาแต่นางไม่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 223

    แผ่นหลังบอบบางแลดูอ้างว้างน่าเวทนา ราวกับสูญเสียที่พึ่งพิงไปในชั่วพริบตา ถูกสูบเรี่ยวแรงและจิตวิญญาณไปจนสิ้น“พี่หญิงเจียง...”จ้าวเยว่ไป๋รีบวิ่งตามไป ก่อนจะหันขวับกลับมาแอบถลึงตาใส่ซูอวิ๋นชิงและพี่ใหญ่ของตนเองซูอวิ๋นชิงช่างร้ายกาจนัก พี่ใหญ่ก็เลวทราม! ภายนอกร่ำลือกันว่าพี่ใหญ่เป็นผู้ที่เที่ยงธรรมที่สุดในเมืองหลวง ทว่าการกระทำกลับไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!“ขอบคุณซื่อจื่อเจ้าค่ะ”ซูอวิ๋นชิงรับโคมไฟมาจากมือของจ้าวหยวนเช่อ ปรายตามองแผ่นหลังของเจียงโย่วหนิงที่เดินจากไป ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าครานี้เจียงโย่วหนิงคงประจักษ์แล้วกระมัง ว่าในสายตาของจ้าวหยวนเช่อนั้นผู้ใดสำคัญกว่ากัน? ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ความคิดเล็กคิดน้อยที่ไม่ควรมีเหล่านั้น เจียงโย่วหนิงควรจะรีบเก็บพับไปเสียแต่เนิ่น ๆจ้าวหยวนเช่อเพียงแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา“พี่หญิงเจียง ท่านอย่าได้โกรธเคืองไปเลย ข้ามอบโคมไฟลูกท้อให้ท่านดีหรือไม่?”จ้าวเยว่ไป๋ประคองโคมไฟลูกท้อสุดหวงแหนของตนไปตรงหน้าเจียงโย่วหนิง“ข้าไม่เอา เจ้าเล่นเถิด”เจียงโย่วหนิงคลี่ยิ้มบาง ๆ ทำทีประหนึ่งไม่มีอันใดเกิดขึ้น ทว่ากลับต้องข่มความปวดหนึบในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 222

    โคมดอกบัวดวงนี้ดูงดงามไม่เลวเลยทว่าของล้ำค่าอันใดบ้างที่นางไม่เคยพานพบ? มิใช่ว่าขาดโคมดวงนี้แล้วจะอยู่มิได้เสียหน่อยแต่นางเพียงต้องการให้เจียงโย่วหนิงขุ่นข้องหมองใจ เจียงโย่วหนิงไม่เบิกบานใจ นางถึงจะเบิกบานใจเจียงโย่วหนิงช้อนนัยน์ตาสีดำขลับขึ้นมองนางแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงดังเดิมนางไม่อยากให้คนทั้งหลายต่างเงียบงันไปชั่วขณะเจียงโย่วหนิงรับรู้ได้ว่าจ้าวหยวนเช่อกำลังมองมาที่นางเขาคงกำลังรอ รอให้นางมอบโคมดอกบัวให้แก่ซูอวิ๋นชิงหากเป็นดั่งเมื่อก่อนที่นางขลาดเขลาและไม่ชอบก่อเรื่อง ยามนี้คงประคองโคมดอกบัวส่งให้อย่างนอบน้อมไปแล้วทว่าตอนนี้นางไม่อยากโอนอ่อนผ่อนตามอีกโคมดอกบัวนี้ตู้จิ่งเฉินมอบให้นาง ย่อมต้องเป็นของนาง หากนางไม่เต็มใจ ก็ย่อมไม่ให้ผู้ใดทั้งสิ้นซูอวิ๋นชิงชาติตระกูลดี บิดามารดารักใคร่ถนอม ทั้งยังมีงานมงคลที่ดียิ่ง นางมีพร้อมทุกสิ่ง กลับยังดุดันบีบคั้นผู้อื่น นางมีทุกอย่างแล้ว เหตุใดยังต้องมาแย่งชิงโคมของนางด้วยเล่า?แท้จริงแล้วนางกระจ่างแจ้งแก่ใจ ซูอวิ๋นชิงมิได้ต้องการโคม แต่ต้องการให้นางปวดใจต่างหาก“ซื่อจื่อ น้องหญิงเจียงไม่เอ่ยกระไร ย่อมแปลว่าตกลงมอบโคมให้ข้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 221

    ภายในใจนางมีความเป็นปรปักษ์ต่อเจียงโย่วหนิง ทว่าบนใบหน้ากลับมิได้แสดงออกมาให้เห็นเจียงโย่วหนิงมิใช่เพียงเกิดมามีใบหน้างดงามหรอกหรือ? ถึงกับล่อลวงบุตรชายของนางจนหลงใหลไม่ได้สติ จากคนที่เคยเชื่อฟังและกตัญญูที่สุด บัดนี้กลับกล้าขัดใจนาง แอบไปพบเจียงโย่วหนิงเป็นการส่วนตัวจ้าวซือรุ่ยล้วนบอกนางหมดแล้ว เรื่องที่การแต่งงานระหว่างบุตรชายของนางกับจวนเจิ้นกั๋วกงต้องพังทลายลง ล้วนเป็นเพราะเจียงโย่วหนิงชักใยอยู่เบื้องหลังยามนี้ เจียงโย่วหนิงขับไล่จ้าวซือรุ่ยไปแล้ว ซ้ำยังเป็นที่ต้องตาของรุ่ยอ๋องจนกำลังจะเข้าไปเป็นอนุในจวนอ๋องหรือว่ายังคิดจะมาหน่วงเหนี่ยวบุตรชายของนางอีกกระนั้นหรือ?“ฮูหยิน”เจียงโย่วหนิงย่อกายคารวะนางด้วยความนอบน้อม“แม่นางเจียงเกรงใจไปแล้ว” มารดาตู้เผยรอยยิ้มส่งให้นาง “ข้าดูเสื้อผ้าชุดหนึ่งไว้ทางฝั่งโน้น จึงจะให้เฉินเอ๋อร์ไปช่วยเลือกเสียหน่อย”ระหว่างที่เอ่ยปาก นางก็ดึงตัวตู้จิ่งเฉินให้เดินจากไป“ท่านแม่ ข้า...”ตู้จิ่งเฉินขัดขืน หมายจะชักแขนกลับเขาอยากอยู่กับเจียงโย่วหนิงต่ออีกสักครู่หากคิดจะพบหน้านางในคราวหน้า ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยามใด“ไปเถิด ไปกันได้แล้ว”มารดา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 220

    “ท่านมาผู้เดียวหรือ?”เจียงโย่วหนิงมีรอยยิ้มในดวงตาคู่ดำขลับ นางมองซ้ายขวาข้างกายตู้จิ่งเฉินไม่เห็นผู้ใดอื่นตู้จิ่งเฉินยังคงรู้จักวางตัวอย่างเหมาะสมเมื่อก่อนเขาเคยเรียกขานนางว่า “อาหนิง” ทว่าพบหน้ากันในวันนี้กลับเรียกนางว่า “แม่นางเจียง” เสียแล้ว เขามีบุคลิกอ่อนโยนละมุนละไม การเรียกขานเช่นนี้จึงมิได้ดูห่างเหิน กลับกันยังดูสุภาพนอบน้อม ทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ“อืม มารดาข้าเดินไปทางด้านโน้นแล้ว” ตู้จิ่งเฉินมองนาง ใบหน้าเจือสีแดงระเรื่อ น้ำเสียงทุ้มกังวานใส “เหตุใดเจ้าจึงมิได้ซื้อโคมไฟสักดวงเล่า?”ใบหน้าที่งดงามสะดุดตาของนางเป็นทุนเดิม ถูกอาบไล้ด้วยแสงส่องสว่างนวลตาจากโคมไฟรอบด้าน คิ้วและดวงตาที่งดงามราวกระดาษวาดโค้งขึ้นน้อย ๆ นัยน์ตาดำขลับราวกับบรรจุแสงดาวดวงน้อยใหญ่เอาไว้จนเต็มเปี่ยมยิ่งขับเน้นให้รูปโฉมเปล่งประกายงดงาม หาผู้ใดเปรียบมิได้เขาอยากเรียกนางว่า “อาหนิง”แต่มันไม่เหมาะสมเขาไม่อยากทำให้ชื่อเสียงของนางต้องมัวหมอง“ยังไม่เห็นอันที่ถูกใจเลย”เจียงโย่วหนิงกลอกดวงตาดำขลับมองดูซ้ายขวา ก่อนจะตอบเขากลับด้วยรอยยิ้มแท้จริงแล้ว นางเพียงไม่อยากสิ้นเปลืองเงินทอง จึ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 219

    จ้าวหยวนเช่อจูงมือนางเดินไปที่เตียง“ท่านอย่าได้รั้งอยู่กับข้าที่นี่เลย...”เจียงโย่วหนิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรงนางถอยหลังไปหลายก้าว เอนกายพิงโต๊ะหนังสือพลางมองเขาด้วยแววตาต่อต้านกลางวันอยู่เป็นเพื่อนหญิงในดวงใจ ตกกลางคืนนึกจะมาค้างอ้างแรมที่นี่ก็มา เขาเห็นนางเป็นภรรยานอกสมรสจริง ๆ แล้วใช่หรือไม่?“ข้าต้องออกจากเมืองหลวงสักหลายวัน พรุ่งนี้จะออกเดินทาง เจ้าจงทำตัวให้ว่าง่ายหน่อย”จ้าวหยวนเช่อก้าวเข้าไปกุมข้อมือนางไว้ หว่างคิ้วคล้ายแฝงความเหนื่อยล้าอยู่หลายส่วนเจียงโย่วหนิงลังเลไปชั่วครู่ ท้ายที่สุดก็มิได้ขัดขืนอีกบางทีช่วงหลายวันที่เขาจากไป นางก็อาจจะออกจากเมืองหลวงไปแล้วกระมัง?เช่นนั้นนี่คงเป็นการอยู่ร่วมกันครั้งสุดท้ายของพวกเขาแล้วหลังจากทั้งสองเอนกายพักผ่อน เรื่องที่นางกังวลก็มิได้เกิดขึ้น เขาโอบกอดนางไว้ นับว่าหาได้ยากยิ่งที่มือเท้าของเขาจะสงบเสงี่ยมเจียงโย่วหนิงซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเขา กลับหลับสนิทได้อย่างน่าประหลาดใจ……สามวันให้หลังนับแต่จ้าวหยวนเช่อจากไป เจียงโย่วหนิงจึงเพิ่งทราบว่าเขาเดินทางไปรับพ่อตาของตนกลาง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 95

    จ้าวหยวนเช่อทำเหมือนไม่มีอะไร หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวมา จับนิ้วมือนาง แล้วค่อย ๆ เช็ดทีละนิ้วอย่างใจเย็นนิ้วมือดุจดั่งต้นหอม เรียวยาว อ่อนนุ่ม ขาวเนียนละเอียดเหมือนไร้กระดูก เหมือนหยกมันแพะชั้นดี เขาหลุบมองด้วยขนตางอนยาว อดทนเช็ดรอบแล้วรอบเล่าจนกระทั่งมือข้างนั้นถูกถูจนเริ่มแดง โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 20

    หลังจากเจียงโย่วหนิงรับปาก ก็คิดจะลุกขึ้นแล้วขอตัวนางหานลุกขึ้นแล้วหยิบเครื่องประดับสองสามชิ้นออกมา “เจียงโย่วหนิงเป็นผู้หญิงที่คนแรกในครอบครัวพวกเราที่ไปดูตัว เลือกมาสักชิ้นไว้ใส่พรุ่งนี้เถิด”เจียงโยว่หนิงหลุบตามองปิ่นปักผมที่อยู่บนโต๊ะ กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ที่เรือนของข้ามี”

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 18

    หวังเยี่ยนหลิงร้องไห้อย่างน่าเวทนา คิดว่าคงล้มลงมาอย่างแรงจ้าวหยวนเช่อลงมาจากม้า ทุกคนก็ลงจากม้าตามเขาด้วยเจียงโย่วหนิงก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง นางรู้วิชาแพทย์เล็กน้อย เดิมทีคิดจะไปข้างหน้าเพื่อดูตรวจดูทว่าคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็ชะงักฝีเท้าหวังเยี่ยนหลิงคงไม่เชื่อนาง หากนางไปเร็วเกินไป ในทา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status