Partager

พันธกาลเร้นรัก
พันธกาลเร้นรัก
Auteur: มู่เฉิงซินสวี่

บทที่ 1

Auteur: มู่เฉิงซินสวี่
เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบาง

ภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่น

เจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่างทำให้ฝีเท้าของนางดูไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด

ทันใดนั้นประตูไม้สลักลวดลายด้านซ้ายก็เปิดออก มือข้างหนึ่งที่ขาวซีดแต่แรงเยอะยื่นออกมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของนางอย่างแม่นยำ แล้วดึงนางเข้าไปหลังศาลบรรพบุรุษโดยไม่รีรอ

เจียงโย่วหนิงหน้าซีด พลันจะร้องตกใจ

มือใหญ่ของคนผู้นั้นปิดปากนาง จากนั้นน้ำเสียงใสเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหูของนาง

“ข้าเอง”

กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันคุ้นเคยโชยมา เมื่อเจียงโย่วหนิงมองเห็นชายหนุ่มที่กอดนางชัดเจน นัยน์ตาสีดำพลันหดเล็ก ขณะที่ลนลานสองมือก็ยกขึ้นดันแผงอกกำยำของเขา ริมฝีปากชมพูเผยอออก กลับไม่สามารถเปล่งเสียง

ชายหนุ่มตรงหน้าจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางหยักแดงระเรื่อ เครื่องหน้าหล่อเหลา ผมมวยขึ้นกลางกระหม่อมอย่างคล่องตัว เยือกเย็นสูงส่ง แฝงความน่าเกรงขาม

เขาคือจ้าวหยวนเช่อ พี่ชายคนโตของนาง ซึ่งทำศึกอยู่ที่ชายแดนมาห้าปีเศษ และเพิ่งกลับมาเมื่อครึ่งเดือนก่อน

ที่วันนี้ในจวนเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็เพื่อแถลงผลงานของเขาแด่บรรพบุรุษ

จ้าวหยวนเช่อปล่อยตัวนาง กลับไม่ถอยหลัง ตาหงส์เรียวยาวดำขลับคู่นั้นหลุบต่ำแล้วจ้องมองนาง

เขาออกศึกในสนามรบมานานหลายปีทั้งยังเชี่ยวชาญการบัญชาทัพ จึงมีรัศมีกดดันแผ่ไปทั่วร่าง เพียงมองมาเงียบ ๆ ก็ยังแฝงความน่าเกรงขามที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้นางไม่กล้ามองตรง ๆ

นางมักสวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย บนมวยผมสีดำเงามีเพียงปิ่นเงินก้านหนึ่งยึดไว้ อาจเพราะใช้อยู่บ่อยครั้ง ดอกชาตรงหัวปิ่นโดนถูจนเลือนรางแล้ว บนติ่งหูอวบอิ่มอ่อนนุ่มสวมต่างหูแป้นเงินเม็ดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น

ใบหน้าดวงน้อยที่ขาวดุจหิมะมีผมสีดำขับให้โดดเด่นงดงามยิ่งขึ้น ดวงตาดอกท้อเป็นประกายหางตาสีชมพูระเรื่อ กรามเรียวเล็กแหลมสีหน้าหวาดกลัว ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ตื่นตระหนก

“ท่านพี่...”

เจียงโย่วหนิงกดข่มหัวใจที่เต้นระรัว พยายามพูดออกไป ใบหน้าขาวซีดก้มต่ำแล้วเรียกเขาเสียงค่อย

นางถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับชนเข้ากับผนังแข็งเย็น มือทั้งสองข้างสัมผัสผนังเย็นด้านหลัง ทั่วทั้งร่างถูกร่างสูงใหญ่ของเขากักขังไว้ในอ้อมแขน เหมือนกระต่ายน้อยที่ถูกเหยี่ยวต้อนให้จนมุม ทำอะไรไม่ได้ ไร้หนทางถอย

จ้าวหยวนเช่อตีประชิดไปหนึ่งก้าว

กลิ่นอายเฉพาะของเขาซึ่งเต็มไปด้วยการคุกคามกดทับลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เพียงคืบ นางกระทั่งมองเห็นเงาใต้แพขนตายาวของเขา ซึ่งทำให้หัวใจนางว้าวุ่น

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก แผ่นหลังแนบไปกับผนัง สองมืออยากจับบางอย่างตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นเร็วเหมือนรัวกลองอย่างห้ามไม่ได้ ในสมองว่างเปล่า เลือดทั่วสรรพางค์กายราวกับไหลย้อนกลับ หัวใจบีบเกร็งจนเหมือนจะหลุดออกมาจากลำคอ

เขาอยู่เหนือนาง เมื่อมองลงมาจากมุมนี้ก็ทำให้นางอดนึกถึงเรื่องในคืนนั้นไม่ได้...

จ้าวหยวนเช่อเม้มปากไม่พูด แต่ยกมือขึ้นกะทันหัน

หัวใจเจียงโย่วหนิงกระตุกวาบ แทบจะเด้งออกมา

กลับเห็นจ้าวหยวนเช่อนำยาทาสีเขียวบางส่วนออกมาจากกล่องยาหยกสีขาวอย่างเชื่องช้า

กลิ่นสมุนไพรหอมเลี่ยนเข้มข้นกระจายระหว่างทั้งสองอย่างรวดเร็ว ทำให้กลิ่นเฉพาะตัวของทั้งสองเจือปนกันจนยากจะแยกออกจากกันได้

มือของเขาคลำไปหาสายคาดเอวนาง

“ท่านพี่จะทำสิ่งใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงกุมเอวเอาไว้อย่างตระหนก แล้วลอบกลืนน้ำลาย ร่างกายหดถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

“ไม่ ไม่ต้องหรอก...”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงแดงเถือก แทบอยากจะเลิกชายกระโปรงขึ้นมาปิดหน้าเสีย สองมือโบกพัลวัน ทั้งจับข้อมือเขาเพื่อต้านทาน

ไอร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้าชั้นบางที่ขวางกั้น ร้อนจนทำให้หน้าผากของนางมีเม็ดเหงื่อซึม

นางกับจ้าวหยวนเช่อไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ ๆ

ตอนอายุแปดขวบ จวนกั๋วกงตามหาจ้าวเชียนหัวผู้เป็นบุตรสาวแท้ ๆ พบ กลับไม่สืบชาติกำเนิดของเจียงโย่วหนิงให้ละเอียด บอกเพียงว่าเดิมทีนางควรแซ่เจียง

เจียงโย่วหนิงจึงเปลี่ยนแซ่ให้ตัวเอง

โชคดีที่ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงเป็นคนมีเมตตาธรรม หลังตามหาลูกสาวแท้ ๆ กลับมาก็ไม่ได้ขับไล่เจียงโย่วหนิงออกไป แต่ยังคงเลี้ยงดูให้อยู่ในจวน

แต่หญิงกำพร้าคนหนึ่ง ชาติกำเนิดก็ไม่ชัดเจน ต้องอยู่ในเรือนหลังอันโหดร้าย สภาพความเป็นอยู่แค่คิดก็รู้แล้ว

ยังดีที่แต่ไหนแต่ไรมาจ้าวหยวนเช่อผู้เป็นพี่ชายคนโตนิสัยเถรตรง ตัดสินอย่างยุติธรรม ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้

เจียงโย่วหนิงได้อานิสงส์จากเขา เลี่ยงความลำบากไปไม่น้อย จึงรู้สึกกับจ้าวหยวนเช่อแตกต่างจากคนอื่นไปบ้าง แต่นางไม่กล้าคิดเกินเลย มีเพียงยิ่งเคารพเขาเท่านั้น

จ้าวหยวนเช่อเป็นดั่งเทพเทวดาในใจนาง ไม่กล้าลบหลู่แม้แต่น้อย

เมื่อคืนจ้าวหยวนเช่อดื่มเหล้าหนักเกินไป นางไม่วางใจ จึงต้มน้ำแกงสร่างเมาส่งไปให้เขาด้วยตัวเอง

แต่ไม่คาดคิด จ้าวหยวนเช่อที่หลังเมามายไม่รู้ว่าเห็นนางเป็นใคร ถึงได้พร่ำเรียกนางว่า ‘ชิงชิง’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรือโดดเดี่ยวถูกคลื่นโถมซัด บดขยี้หมู่ดาวที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำ

เจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นเขาเมามาก่อน และไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งนางจะต้องดูแลเขาหนึ่งคืนเต็ม

ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

คืนนี้เขาร้อนแรงดั่งไฟลุกโชน แตกต่างกับเขาในยามปกติที่เยือกเย็นไร้ความปรารถนา

คนที่เมามายช่างรับมือยากเสียจริง นางตรากตรำจนถึงยามฟ้าสาง ร่างกายราวกับจะแตกสลาย

เจียงโย่วหนิงอาศัยจังหวะที่ฟ้าเพิ่งสว่าง พาร่างกายที่ปวดเมื่อยทั้งร่างกลับเรือนตัวเอง แต่แค่ได้เปลี่ยนชุดกระโปรงใหม่เท่านั้น ก็ต้องมาที่ศาลบรรพบุรุษแล้ว

ไม่รู้ว่า‘ชิงชิง’ที่จ้าวหยวนเช่อคะนึงหาเป็นใครกันแน่?

ขณะที่นางเหม่อลอย เอวพลันถูกมือใหญ่มือหนึ่งโอบรัด

มือของจ้าวหยวนเช่อคล่องแคล่วว่องไวนัก เพียงเกี่ยวแล้วดึงเบา ๆ

นางยังไม่ทันดิ้นรน พลันรู้สึกโล่งที่เอว กระโปรงจีบรอบก็ร่วงลงบนพื้น

บนผิวที่ขาวดั่งหิมะเปล่งประกายแสงวิบวับ จุดชาดแดงกระจายเป็นแห่ง ค่อย ๆ ซึมเป็นรอยแดงรอยม่วง

ลมหายใจของจ้าวหยวนเช่อติดขัดเล็กน้อย สายตาเรียบเฉยพลันเกิดระลอกคลื่น

เขาค่อย ๆ ย่อตัวลง

“ท่าน...”

เจียงโย่วหนิงอยากหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ความอายดั่งคลื่นน้ำที่ท่วมท้นนางอย่างรวดเร็ว สีแดงบนใบหน้าลุกลามไปถึงไหปลาร้าอย่างเร็วรี่

ต้องดูแลเขาที่เมามายมาทั้งคืน นางได้รับความลำบากมาไม่น้อย นางพิงร่างกับผนังแล้วจิกเกร็งนิ้วเท้าอย่างเขินอาย กัดริมฝีปากเบือนหน้าหนี ติ่งหูขาวชมพูแดงจนแทบเหมือนจะมีเลือดหยดออกมา

จ้าวหยวนเช่อเป็นคนฝึกยุทธ์ นิ้วมือมีหนังหนาจากการจับกระบี่มานานปีจึงหยาบกระด้างไปบ้าง

กลิ่นหอมของยาฉุนขึ้นเรื่อย ๆ วนเวียนอยู่ในลมหายใจของเจียงโย่วหนิงไม่จางหาย

ร่างกายนางเกร็งแน่นอย่างลืมตัว ออกแรงจิกฝ่ามือ พยายามพิงผนังสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลักจนล้มลงไปนั่ง

ในสมองนึกถึงภาพเมื่อคืนอย่างควบคุมไม่อยู่

“อวี้เหิงล่ะ? ทำไมยังไม่มา?”

ด้านนอก จู่ ๆ ก็มีเสียงสอบถามของฮูหยินกั๋วกงดังขึ้น อวี้เหิงคือชื่อเล่นของจ้าวหยวนเช่อ

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าก็ขาวซีดในทันใด ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น มือเท้าเย็นเยียบ พร้อมกับลมหายใจที่หยุดชะงักทันที

ชื่อของนางกับจ้าวหยวนเช่อยังอยู่ในบันทึกลำดับญาติเล่มเดียวกัน ผู้คนข้างนอกรู้กันไปทั่วว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน

วินาทีนี้ หากนางหานเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่ต้องพังพินาศกันหมดหรือ?

“น่าแปลก ทั้งที่ท่านซื่อจื่อมาแล้วนะขอรับ บ่าวเห็นด้วยตาตัวเอง หรือว่าจะอยู่ที่หลังศาลบรรพบุรุษ?”

บ่าวชายตอบนางหาน

วินาทีต่อมา บ่าวชายก็เคาะประตูหลังศาลบรรพบุรุษ

“ท่านซื่อจื่อ ท่านอยู่ด้านในหรือไม่ขอรับ?”

คำพูดแต่ละคำของบ่าวชายเหมือนเหล็กแหลมที่ทิ่มลงไปในใจเจียงโย่วหนิง นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกย่างบนกองเพลิง ชั่วขณะนั้นใจร้อนดั่งไฟ จึงมองไปทางจ้าวหยวนเช่ออย่างไม่รู้ตัว

แต่จ้าวหยวนเช่อทำเหมือนไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวด้านนอก เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แพขนตายาวหลุบมอง สีหน้าเรียบเฉยใจเย็น จ้องมองการกระทำในมืออย่างตั้งใจ ทาอย่างละเอียดและทั่วถึงด้วยน้ำหนักมือสม่ำเสมอ

ราวกับนางหานด้านนอกไม่มีตัวตน ใต้หล้ามีเพียงเรื่องตรงหน้าที่สำคัญที่สุด
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 240

    ยามเลิกงานเลี้ยง ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นเหนือยอดไม้เสียแล้วเมื่อออกจากวังเจียงโย่วหนิงเพิ่งจะขึ้นรถม้า ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนางจากด้านหลัง“คุณหนูเจียง”ชิงเจี้ยนเดินมาที่ข้างรถม้า“มีเรื่องอันใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงนั่งถามอยู่ภายในรถม้า มิได้เลิกม่านขึ้นมองเขาชิงเจี้ยนนับว่าเป็นคนดีผู้หนึ่งทว่าเพราะเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับจ้าวหยวนเช่อ ยามนี้นางจึงไม่อยากเห็นหน้าชิงเจี้ยนแม้แต่น้อย“นายท่านให้ผู้น้อยนำมามอบให้ท่านขอรับ”ชิงเจี้ยนยื่นกล่องอาหารเข้ามา“ข้าไม่เอา เจ้าเอากลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงรู้สึกอึดอัดในอก ปฏิเสธไปโดยมิต้องคิดเขากับซูอวิ๋นชิงอีกเพียงสิบสี่วันก็จะแต่งงานกันแล้ว ยังจะมาสนใจนางอีกทำไมกัน?ต่อให้นางต้องอดตาย ก็มิได้เกี่ยวอันใดกับเขาชิงเจี้ยนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะขยิบตาให้ฟู่อวี้ที่กำลังบังคับรถม้าฟู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “คุณหนู เมื่อครู่ในงานเลี้ยงพระราชวังท่านแทบจะมิได้ทานสิ่งใดเลยมิใช่หรือเจ้าคะ? อย่างไรเสียสุขภาพก็สำคัญที่สุด ท่านยังมีเรื่องต้องทำอีกมากนะเจ้าคะ”ยามนี้นางย่อมรู้ดีว่า หากคุณหนูทุกข์ใจเมื่อใดก็จะทานสิ่งใดไม่ลงในวังมีข่าวลือออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 239

    “ท่านพ่อ ท่านจะรีบร้อนไปไยเจ้าคะ?”ซูอวิ๋นชิงหน้าแดงก่ำ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางดูราวกับกำลังเอียงอาย ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจกลับประหม่ายิ่งนักนางรู้ดีว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับท่านพ่อเป็นพิเศษ แต่ท่านพ่อก็ไม่ควรหยิ่งผยองเพราะความโปรดปรานเช่นนี้การกล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าพระพักตร์ท่ามกลางผู้คนมากมาย เกรงว่าฝ่าบาทคงจะไม่พอพระทัยเป็นแน่เมื่อหันไปมองพระชายาหวยหนาน กลับพบว่านางยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ราวกับคุ้นชินที่หวยหนานอ๋องเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้วเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะปรายตามองจ้าวหยวนเช่อคราหนึ่งทว่ากลับเห็นเพียงใบหน้าเรียบเฉย เขาก้มมองอาหารเบื้องหน้า ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่เจียงโย่วหนิงมองเพียงแวบเดียว ก็ชักสายตากลับมาเขาจะเป็นเช่นไร แล้วเกี่ยวอันใดกับนางเล่า?นางไม่ควรใส่ใจเขาบรรยากาศภายในตำหนักหนักอึ้งตึงเครียดหวยหนานอ๋องจ้องมองเฉียนเจิ้งตี้โดยมิได้เอ่ยสิ่งใดครู่ต่อมา เฉียนเจิ้งตี้พลันแย้มพระสรวล “หวยหนานอ๋องช่างใจร้อนเสียจริง”เมื่อพระองค์ตรัสขึ้น ทุกคนก็พลันผ่อนคลายลง ต่างหัวเราะผสมโรงตามไปด้วย“โดยหลักเป็นเพราะชายแดนใต้ยังมีกิจธุระอีกมาก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 238

    เจียงโย่วหนิงผู้นี้ ภายนอกดูขลาดเขลา ทว่าแท้จริงแล้วกลับทำได้ทุกเรื่อง นี่คงเห็นว่าปีนป่ายจ้าวหยวนเช่อไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่กระมังยามนี้จิตใจของนางมิได้จดจ่ออยู่กับเจียงโย่วหนิงอีกแล้ว ทว่าต้องการสืบหาตัวตนของภรรยานอกสมรสของจ้าวหยวนเช่อผู้นั้น การที่สามารถทำให้จ้าวหยวนเช่อออกรับคมดาบแทนได้ ภรรยานอกสมรสผู้นั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนน่าเสียดายที่นางส่งคนออกไปมิใช่น้อย ทว่ากลับมิได้เบาะแสอันใดเลยแม้แต่น้อยเรื่องนี้นับว่าประหลาดนัก ตามหลักแล้วหากเป็นคนเป็น ย่อมต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้างภรรยานอกสมรสผู้นั้น ไฉนจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยถึงเพียงนี้? จ้าวหยวนเช่อนำคนไปซ่อนไว้ที่ใดกันแน่?เจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปากก่อนจะเดินตามไปนางมองดูคนทั้งสองที่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่งเบื้องหน้า ข่มความขื่นขมในใจลงไป แล้วฝืนยิ้มที่มุมปากทุกสิ่งกำลังจะจบสิ้นลงแล้วยังมีอันใดให้ต้องเศร้าเสียใจอีกเล่า?ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งเสด็จมาพร้อมกับหวยหนานอ๋องทุกคนต่างถวายพระพรโดยพร้อมเพรียงกัน“พวกท่านลุกขึ้นเถิด” ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งดูเหมือนจะทรงพระเกษมสำราญยิ่งนัก หลังจากประทับนั่งบนตำแหน่งประธานแ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 237

    “เหตุใดกัน? การแต่งเข้าจวนรุ่ยอ๋อง มีหญิงสาวในเมืองหลวงมากมายเพียงไรที่ปรารถนาแต่กลับมิอาจครอบครองได้?”เซี่ยหวยอวี่หรี่ตาลงจ้องมองนาง“ข้าไม่อยากออกเรือน”น้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงนั้นกระจ่างใสและอ่อนหวาน ทว่ากลับหนักแน่นเด็ดขาด“แล้วภายภาคหน้าเล่า?”เซี่ยหวยอวี่ซักไซ้“เรื่องในภายภาคหน้า ผู้ใดจะล่วงรู้ได้เล่า?”ในน้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงมีความสับสนเจืออยู่จาง ๆในยามนี้ นางมิได้อยากออกเรือนแต่อย่างใดในภายภาคหน้า นางอาจจะได้พบคนที่ดีสักคน คนที่ไม่ใส่ใจอดีตของนาง และยินดีที่จะอยู่เคียงข้างคอยเป็นความอบอุ่นให้แก่กันทว่าในโลกหล้าจะมีคนเช่นนั้นอยู่ที่ใดกันเล่า?“วางใจเถิด” เซี่ยหวยอวี่พลันหัวเราะออกมาเบา ๆ “ข้าจะไม่บอกกล่าวแก่ผู้ใดทั้งสิ้น”หากปล่อยให้จ้าวหยวนเช่อล่วงรู้ข่าวนี้เข้า นางจะยังจากไปได้อย่างไร?แล้วเขาจะฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าไปในใจนางได้อย่างไรเล่า?“มาเถิด ตั๋วเงินนี่ รับเอาไว้”เขาหยิบตั๋วเงินออกมาแล้วยัดใส่มือของนาง“ขอบใจท่าน...”เจียงโย่วหนิงเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยคก็พลันชะงักไปนางเหลือบเห็นปึกตั๋วเงินในมือ ใบที่อยู่บนสุดคือตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งร้อยตำลึง เงิ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 236

    “นายท่านของท่านไม่อนุญาตให้ท่านออกมาใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงเอียงคอพิจารณาเขา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานางคิดมาตลอดว่า เซี่ยหวยอวี่คงไปรับใช้ในจวนของขุนนางผู้ใหญ่ท่านใดในราชสำนัก ดูจากการแต่งกายของเขา อย่างน้อยก็ต้องเป็นจวนอัครมหาเสนาบดีชาติตระกูลสูงส่งถึงเพียงนั้น กฎระเบียบในจวนจะเคร่งครัดมากมายก็เป็นเรื่องธรรมดานางจึงมิได้เกิดความระแวงสงสัยอันใด“อืม ก็นับว่าใช่กระมัง” เซี่ยหวยอวี่ขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย ยกมุมปากขึ้น รอยยิ้มชวนให้ผู้คนหวั่นไหว “เจ้าตามหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ?”“ข้า...”เจียงโย่วหนิงไม่ค่อยคุ้นชินกับการที่เขาขยับมาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ จึงถอยหลังหลบเล็กน้อย รู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะเอ่ยปาก“เจ้าทำไมหรือ? พูดมาตามตรงเถิด ขอเพียงเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ ย่อมต้องช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน งานของข้าในยามนี้ ก็นับว่าเป็นผู้มีอำนาจบารมีอยู่บ้างแล้ว”เซี่ยหวยอวี่รวบรัดยอมรับเรื่องที่ตนรับใช้ในจวนของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งไปเสียเลย“คือว่า...ยามนี้ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน...”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบินในครานั้น เป็นนางเองที่เสนอตัวให้เซี่ยหวยอวี่ย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 235

    เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา ก็เพื่อดับความโอหังของเจียงโย่วหนิง ให้นางยอมไปเป็นอนุที่จวนรุ่ยอ๋องแต่โดยดี มิใช่เอาแต่เพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ“ข้าทราบแล้ว”เจียงโย่วหนิงพยักหน้ารับคำ มองดูเฝิงมามาเดินจากไป ใบหน้าก็ค่อย ๆ ซีดเผือดลง“คุณหนู ไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?”ฟางเฟยมองนางด้วยความห่วงใย แววตาเปี่ยมไปด้วยความปวดใจ“ข้าจะเป็นอันใดได้เล่า?”เจียงโย่วหนิงส่งยิ้มให้นาง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าเรือน กลางอกรู้สึกปวดหนึบ กระเพาะอาหารคล้ายกับบีบรัดตามไปด้วยจนรู้สึกอยากอาเจียนเล็กน้อยฟางเฟยส่ายหน้าพลางทอดถอนใจคุณหนูมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ กลืนกินทุกความขมขื่นปวดร้าวลงสู่ท้อง ไม่เคยยอมปริปากบอกกล่าวผู้ใดแม้แต่ครึ่งคำเก็บงำเอาไว้ในใจเช่นนี้ตลอดไป คงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่……งานเลี้ยงในวังหลวงจัดขึ้นที่หอเซิงผิงจากชั้นสองสามารถมองเห็นอุทยานหลวงได้ทั่วทั้งบริเวณทว่า ยามนี้เป็นเวลาค่ำคืน จึงมองเห็นเพียงแสงตะเกียงที่จุดสว่างไสวตามจุดต่าง ๆ ในอุทยานเท่านั้นเจียงโย่วหนิงเดินตามหลังนางหานและจ้าวเชียนหัว มิกล้าสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ อย่างพลการฮ่องเต้ยังเสด็จมาไม่ถึงนางหานกำลังทักทายปราศรั

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status