แชร์

พันธกาลเร้นรัก
พันธกาลเร้นรัก
ผู้แต่ง: มู่เฉิงซินสวี่

บทที่ 1

ผู้เขียน: มู่เฉิงซินสวี่
เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบาง

ภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่น

เจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่างทำให้ฝีเท้าของนางดูไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด

ทันใดนั้นประตูไม้สลักลวดลายด้านซ้ายก็เปิดออก มือข้างหนึ่งที่ขาวซีดแต่แรงเยอะยื่นออกมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของนางอย่างแม่นยำ แล้วดึงนางเข้าไปหลังศาลบรรพบุรุษโดยไม่รีรอ

เจียงโย่วหนิงหน้าซีด พลันจะร้องตกใจ

มือใหญ่ของคนผู้นั้นปิดปากนาง จากนั้นน้ำเสียงใสเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหูของนาง

“ข้าเอง”

กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันคุ้นเคยโชยมา เมื่อเจียงโย่วหนิงมองเห็นชายหนุ่มที่กอดนางชัดเจน นัยน์ตาสีดำพลันหดเล็ก ขณะที่ลนลานสองมือก็ยกขึ้นดันแผงอกกำยำของเขา ริมฝีปากชมพูเผยอออก กลับไม่สามารถเปล่งเสียง

ชายหนุ่มตรงหน้าจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางหยักแดงระเรื่อ เครื่องหน้าหล่อเหลา ผมมวยขึ้นกลางกระหม่อมอย่างคล่องตัว เยือกเย็นสูงส่ง แฝงความน่าเกรงขาม

เขาคือจ้าวหยวนเช่อ พี่ชายคนโตของนาง ซึ่งทำศึกอยู่ที่ชายแดนมาห้าปีเศษ และเพิ่งกลับมาเมื่อครึ่งเดือนก่อน

ที่วันนี้ในจวนเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็เพื่อแถลงผลงานของเขาแด่บรรพบุรุษ

จ้าวหยวนเช่อปล่อยตัวนาง กลับไม่ถอยหลัง ตาหงส์เรียวยาวดำขลับคู่นั้นหลุบต่ำแล้วจ้องมองนาง

เขาออกศึกในสนามรบมานานหลายปีทั้งยังเชี่ยวชาญการบัญชาทัพ จึงมีรัศมีกดดันแผ่ไปทั่วร่าง เพียงมองมาเงียบ ๆ ก็ยังแฝงความน่าเกรงขามที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้นางไม่กล้ามองตรง ๆ

นางมักสวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย บนมวยผมสีดำเงามีเพียงปิ่นเงินก้านหนึ่งยึดไว้ อาจเพราะใช้อยู่บ่อยครั้ง ดอกชาตรงหัวปิ่นโดนถูจนเลือนรางแล้ว บนติ่งหูอวบอิ่มอ่อนนุ่มสวมต่างหูแป้นเงินเม็ดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น

ใบหน้าดวงน้อยที่ขาวดุจหิมะมีผมสีดำขับให้โดดเด่นงดงามยิ่งขึ้น ดวงตาดอกท้อเป็นประกายหางตาสีชมพูระเรื่อ กรามเรียวเล็กแหลมสีหน้าหวาดกลัว ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ตื่นตระหนก

“ท่านพี่...”

เจียงโย่วหนิงกดข่มหัวใจที่เต้นระรัว พยายามพูดออกไป ใบหน้าขาวซีดก้มต่ำแล้วเรียกเขาเสียงค่อย

นางถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับชนเข้ากับผนังแข็งเย็น มือทั้งสองข้างสัมผัสผนังเย็นด้านหลัง ทั่วทั้งร่างถูกร่างสูงใหญ่ของเขากักขังไว้ในอ้อมแขน เหมือนกระต่ายน้อยที่ถูกเหยี่ยวต้อนให้จนมุม ทำอะไรไม่ได้ ไร้หนทางถอย

จ้าวหยวนเช่อตีประชิดไปหนึ่งก้าว

กลิ่นอายเฉพาะของเขาซึ่งเต็มไปด้วยการคุกคามกดทับลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เพียงคืบ นางกระทั่งมองเห็นเงาใต้แพขนตายาวของเขา ซึ่งทำให้หัวใจนางว้าวุ่น

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก แผ่นหลังแนบไปกับผนัง สองมืออยากจับบางอย่างตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นเร็วเหมือนรัวกลองอย่างห้ามไม่ได้ ในสมองว่างเปล่า เลือดทั่วสรรพางค์กายราวกับไหลย้อนกลับ หัวใจบีบเกร็งจนเหมือนจะหลุดออกมาจากลำคอ

เขาอยู่เหนือนาง เมื่อมองลงมาจากมุมนี้ก็ทำให้นางอดนึกถึงเรื่องในคืนนั้นไม่ได้...

จ้าวหยวนเช่อเม้มปากไม่พูด แต่ยกมือขึ้นกะทันหัน

หัวใจเจียงโย่วหนิงกระตุกวาบ แทบจะเด้งออกมา

กลับเห็นจ้าวหยวนเช่อนำยาทาสีเขียวบางส่วนออกมาจากกล่องยาหยกสีขาวอย่างเชื่องช้า

กลิ่นสมุนไพรหอมเลี่ยนเข้มข้นกระจายระหว่างทั้งสองอย่างรวดเร็ว ทำให้กลิ่นเฉพาะตัวของทั้งสองเจือปนกันจนยากจะแยกออกจากกันได้

มือของเขาคลำไปหาสายคาดเอวนาง

“ท่านพี่จะทำสิ่งใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงกุมเอวเอาไว้อย่างตระหนก แล้วลอบกลืนน้ำลาย ร่างกายหดถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

“ไม่ ไม่ต้องหรอก...”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงแดงเถือก แทบอยากจะเลิกชายกระโปรงขึ้นมาปิดหน้าเสีย สองมือโบกพัลวัน ทั้งจับข้อมือเขาเพื่อต้านทาน

ไอร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้าชั้นบางที่ขวางกั้น ร้อนจนทำให้หน้าผากของนางมีเม็ดเหงื่อซึม

นางกับจ้าวหยวนเช่อไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ ๆ

ตอนอายุแปดขวบ จวนกั๋วกงตามหาจ้าวเชียนหัวผู้เป็นบุตรสาวแท้ ๆ พบ กลับไม่สืบชาติกำเนิดของเจียงโย่วหนิงให้ละเอียด บอกเพียงว่าเดิมทีนางควรแซ่เจียง

เจียงโย่วหนิงจึงเปลี่ยนแซ่ให้ตัวเอง

โชคดีที่ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงเป็นคนมีเมตตาธรรม หลังตามหาลูกสาวแท้ ๆ กลับมาก็ไม่ได้ขับไล่เจียงโย่วหนิงออกไป แต่ยังคงเลี้ยงดูให้อยู่ในจวน

แต่หญิงกำพร้าคนหนึ่ง ชาติกำเนิดก็ไม่ชัดเจน ต้องอยู่ในเรือนหลังอันโหดร้าย สภาพความเป็นอยู่แค่คิดก็รู้แล้ว

ยังดีที่แต่ไหนแต่ไรมาจ้าวหยวนเช่อผู้เป็นพี่ชายคนโตนิสัยเถรตรง ตัดสินอย่างยุติธรรม ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้

เจียงโย่วหนิงได้อานิสงส์จากเขา เลี่ยงความลำบากไปไม่น้อย จึงรู้สึกกับจ้าวหยวนเช่อแตกต่างจากคนอื่นไปบ้าง แต่นางไม่กล้าคิดเกินเลย มีเพียงยิ่งเคารพเขาเท่านั้น

จ้าวหยวนเช่อเป็นดั่งเทพเทวดาในใจนาง ไม่กล้าลบหลู่แม้แต่น้อย

เมื่อคืนจ้าวหยวนเช่อดื่มเหล้าหนักเกินไป นางไม่วางใจ จึงต้มน้ำแกงสร่างเมาส่งไปให้เขาด้วยตัวเอง

แต่ไม่คาดคิด จ้าวหยวนเช่อที่หลังเมามายไม่รู้ว่าเห็นนางเป็นใคร ถึงได้พร่ำเรียกนางว่า ‘ชิงชิง’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรือโดดเดี่ยวถูกคลื่นโถมซัด บดขยี้หมู่ดาวที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำ

เจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นเขาเมามาก่อน และไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งนางจะต้องดูแลเขาหนึ่งคืนเต็ม

ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

คืนนี้เขาร้อนแรงดั่งไฟลุกโชน แตกต่างกับเขาในยามปกติที่เยือกเย็นไร้ความปรารถนา

คนที่เมามายช่างรับมือยากเสียจริง นางตรากตรำจนถึงยามฟ้าสาง ร่างกายราวกับจะแตกสลาย

เจียงโย่วหนิงอาศัยจังหวะที่ฟ้าเพิ่งสว่าง พาร่างกายที่ปวดเมื่อยทั้งร่างกลับเรือนตัวเอง แต่แค่ได้เปลี่ยนชุดกระโปรงใหม่เท่านั้น ก็ต้องมาที่ศาลบรรพบุรุษแล้ว

ไม่รู้ว่า‘ชิงชิง’ที่จ้าวหยวนเช่อคะนึงหาเป็นใครกันแน่?

ขณะที่นางเหม่อลอย เอวพลันถูกมือใหญ่มือหนึ่งโอบรัด

มือของจ้าวหยวนเช่อคล่องแคล่วว่องไวนัก เพียงเกี่ยวแล้วดึงเบา ๆ

นางยังไม่ทันดิ้นรน พลันรู้สึกโล่งที่เอว กระโปรงจีบรอบก็ร่วงลงบนพื้น

บนผิวที่ขาวดั่งหิมะเปล่งประกายแสงวิบวับ จุดชาดแดงกระจายเป็นแห่ง ค่อย ๆ ซึมเป็นรอยแดงรอยม่วง

ลมหายใจของจ้าวหยวนเช่อติดขัดเล็กน้อย สายตาเรียบเฉยพลันเกิดระลอกคลื่น

เขาค่อย ๆ ย่อตัวลง

“ท่าน...”

เจียงโย่วหนิงอยากหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ความอายดั่งคลื่นน้ำที่ท่วมท้นนางอย่างรวดเร็ว สีแดงบนใบหน้าลุกลามไปถึงไหปลาร้าอย่างเร็วรี่

ต้องดูแลเขาที่เมามายมาทั้งคืน นางได้รับความลำบากมาไม่น้อย นางพิงร่างกับผนังแล้วจิกเกร็งนิ้วเท้าอย่างเขินอาย กัดริมฝีปากเบือนหน้าหนี ติ่งหูขาวชมพูแดงจนแทบเหมือนจะมีเลือดหยดออกมา

จ้าวหยวนเช่อเป็นคนฝึกยุทธ์ นิ้วมือมีหนังหนาจากการจับกระบี่มานานปีจึงหยาบกระด้างไปบ้าง

กลิ่นหอมของยาฉุนขึ้นเรื่อย ๆ วนเวียนอยู่ในลมหายใจของเจียงโย่วหนิงไม่จางหาย

ร่างกายนางเกร็งแน่นอย่างลืมตัว ออกแรงจิกฝ่ามือ พยายามพิงผนังสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลักจนล้มลงไปนั่ง

ในสมองนึกถึงภาพเมื่อคืนอย่างควบคุมไม่อยู่

“อวี้เหิงล่ะ? ทำไมยังไม่มา?”

ด้านนอก จู่ ๆ ก็มีเสียงสอบถามของฮูหยินกั๋วกงดังขึ้น อวี้เหิงคือชื่อเล่นของจ้าวหยวนเช่อ

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าก็ขาวซีดในทันใด ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น มือเท้าเย็นเยียบ พร้อมกับลมหายใจที่หยุดชะงักทันที

ชื่อของนางกับจ้าวหยวนเช่อยังอยู่ในบันทึกลำดับญาติเล่มเดียวกัน ผู้คนข้างนอกรู้กันไปทั่วว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน

วินาทีนี้ หากนางหานเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่ต้องพังพินาศกันหมดหรือ?

“น่าแปลก ทั้งที่ท่านซื่อจื่อมาแล้วนะขอรับ บ่าวเห็นด้วยตาตัวเอง หรือว่าจะอยู่ที่หลังศาลบรรพบุรุษ?”

บ่าวชายตอบนางหาน

วินาทีต่อมา บ่าวชายก็เคาะประตูหลังศาลบรรพบุรุษ

“ท่านซื่อจื่อ ท่านอยู่ด้านในหรือไม่ขอรับ?”

คำพูดแต่ละคำของบ่าวชายเหมือนเหล็กแหลมที่ทิ่มลงไปในใจเจียงโย่วหนิง นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกย่างบนกองเพลิง ชั่วขณะนั้นใจร้อนดั่งไฟ จึงมองไปทางจ้าวหยวนเช่ออย่างไม่รู้ตัว

แต่จ้าวหยวนเช่อทำเหมือนไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวด้านนอก เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แพขนตายาวหลุบมอง สีหน้าเรียบเฉยใจเย็น จ้องมองการกระทำในมืออย่างตั้งใจ ทาอย่างละเอียดและทั่วถึงด้วยน้ำหนักมือสม่ำเสมอ

ราวกับนางหานด้านนอกไม่มีตัวตน ใต้หล้ามีเพียงเรื่องตรงหน้าที่สำคัญที่สุด
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 260

    “ถูกต้อง”แม่นางเซี่ยพยักหน้า“ข้าอยากรู้ว่า โรงรับจำนำเป่าซิงควรจะเป็นของข้าใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตามตรงแม่นางเซี่ยย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด“ควรจะกล่าวเช่นนั้น” แม่นางเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “คำไหว้วานที่ข้าได้รับมาก็คือ ยามที่แม่นางแต่งงาน ฮูหยินกั๋วกงจะต้องมอบโรงรับจำนำให้เป็นสินเดิมติดตัวท่านไป”“เป็นท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่ไหว้วานท่านหรือ? พวกเขาอยู่ที่ใด? เหตุใดจึงไม่ต้องการข้า?”เจียงโย่วหนิงตื่นเต้นอยู่บ้าง จึงถามข้อสงสัยในใจออกไปรวดเดียวมือทั้งสองข้างใต้โต๊ะของนางกำแน่นขึ้นไปอีกชาติกำเนิดของนางอยู่ตรงหน้านี้แล้ว อีกไม่ช้าก็จะได้รู้ถึงฐานะของท่านพ่อท่านแม่ และรู้ว่าเหตุใดตนเองจึงถูกทิ้งไว้ที่จวนเจิ้นกั๋วกง“แม่นางเจียง ข้าเข้าใจดีว่าท่านอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเองเพียงไร” แม่นางเซี่ยทอดมองนางด้วยความเห็นใจ “ทว่าเรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ สมาคมการค้าของพวกเรารับเพียงคำไหว้วาน มีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ผู้ว่าจ้างสั่งความมา ข้าบังเอิญรับผิดชอบโรงรับจำนำเป่าซิง ไม่เคยพบหน้าผู้ว่าจ้าง จึงไม่รู้เรื่องราวที่ท่านถามมาเหล่านี้”“ท่า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 259

    ยามนี้นางเพียงต้องการช่วยบุตรชายออกมา จึงยอมบอกเล่าทุกสิ่งที่ตนรู้จนหมดสิ้นเจียงโย่วหนิงได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นต้องรู้ก่อนว่า นางหานมิได้มีเพียงโรงรับจำนำแห่งนี้ร้านเดียว ยังมีร้านค้าอื่นอีกเจ็ดแปดแห่ง เมื่อรวมกันแล้วกำไรในหนึ่งปีก็นับว่ามากมายมหาศาลทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวของนางหาน มิได้นับรวมในบัญชีของจวนเจิ้นกั๋วกงอีกทั้งหลายปีมานี้จวนเจิ้นกั๋วกงก็มิได้จัดงานอันใดที่จำต้องใช้เงินทองเป็นพิเศษแต่ละปีมีรายรับมากมายถึงเพียงนั้น เงินของนางหานกลับยังไม่พอใช้อีกหรือ? เงินมากมายปานนั้น ถูกนำไปใช้จ่ายที่ใดหมดกัน?หากนางคิดจะทวงเงินของตนคืน นางหานจะมิใช่ไม่มีให้หรอกหรือ?“ในนามของนางหานยังมีร้านค้าอื่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าจิ่นซิ่วอีกหรือไม่?”ชิงหลานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามขึ้นมาอีกประโยคเจียงโย่วหนิงได้ยินคำถามนั้นก็ราวกับตื่นรู้ในทันทีไฉนนางถึงคิดไม่ถึงกัน? ในเมื่อโรงรับจำนำเป็นของนาง เช่นนั้นร้านค้าอื่น ๆ ในนามของนางหานจะเป็นของนางด้วยหรือไม่?ช่างน่าละอายใจนักจ้าวหยวนเช่อสั่งสอนนางมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่นางกลับยังสู้ผู้ใต้บังคับบัญชาธร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 258

    คนส่งจดหมายบอกกับนางแล้วว่า หากไปแจ้งทางการก็จะสังหารตัวประกันทิ้งเสียนางมิกล้าเอาชีวิตของบุตรชายตนเองไปเดิมพันเจียงโย่วหนิงลอบมองอยู่หลังฉากกั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนนางไม่เคยพานพบเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน การได้มองดูให้มากเข้าไว้ย่อมเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์“ข้าขอถามเจ้า เถ้าแก่โรงรับจำนำเป่าซิงคือผู้ใด?”ชิงหลานเอ่ยถามเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะเงี่ยหูฟังแม่นางหลิ่วได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “นั่นมิใช่... เป็นสินเดิมของฮูหยินเจิ้นกั๋วกงหรอกหรือ ข้าเป็นเพียงพนักงานบัญชีคนหนึ่งในนั้นเท่านั้น...”นางคิดไม่ถึงเลยว่าพวกโจรลักพาตัวจะเอ่ยถามเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันนางเกิดความระแวงสงสัยขึ้นมาในทันทีหรือว่าโจรลักพาตัวผู้นี้จะล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางอันใด? มิเช่นนั้น คนทั่วไปที่ใดจะถามเช่นนี้เล่า?“หากไม่ยอมพูดความจริง คือไม่อยากได้ชีวิตบุตรชายของเจ้าแล้วใช่หรือไม่?”น้ำเสียงของชิงหลานเย็นเยียบลงกว่าเดิมเจียงโย่วหนิงจ้องมองใบหน้าของแม่นางหลิ่วเขม็งโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาแม่นางหลิ่วผู้นี้ช่างซื่อสัตย์ต่อนางหานเสียจริง บุตรชายถูกลักพาตัวไปแล้ว ยังคงไม่ยอมเอ่ยความจริงออกมาอี

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 257

    “คุณหนู บุตรชายของแม่นางหลิ่วตกอยู่ในมือของข้าน้อยแล้ว ท่านต้องการไปไต่สวนแม่นางหลิ่วด้วยตนเองหรือไม่ขอรับ?”ดวงตะวันเพิ่งคล้อยต่ำไปทางทิศตะวันตก เจียงโย่วหนิงเอนกายหลับตาพักผ่อนอยู่บนตั่งนุ่ม พลางขบคิดว่าต่อไปจะหลบหนีออกไปอย่างราบรื่นได้อย่างไรพลันได้ยินเสียงชิงหลานรายงานอยู่ด้านนอกนางตกใจ ลืมตาขึ้นมาทันทีเดิมทีคิดว่าการลักพาตัวเด็กคนนั้นคงต้องใช้เวลาจัดการอยู่บ้าง ต่อให้รวดเร็วเพียงไรก็คงต้องเป็นวันพรุ่งนี้คิดไม่ถึงว่าชิงหลานจะจัดการจนเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามนางลุกขึ้นเปิดประตู ชะโงกหน้ามองออกไปด้านนอก“คุณหนู”ชิงหลานก้มศีรษะทำความเคารพ“ข้าไม่ไปแล้ว พวกเจ้าไต่สวนเสร็จค่อยนำผลลัพธ์มาบอกข้า”เจียงโย่วหนิงเอ่ยสั่งการประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสำหรับเรื่องลักพาตัวในครั้งนี้ ความจริงแล้วนางมิได้เป็นฝ่ายผิดนางหานคิดร้ายต่อนางมาหลายปี แม่นางหลิ่วในฐานะคนของนางหานก็มิใช่ผู้บริสุทธิ์แต่อย่างใดยามนี้นางต้องการสืบความจริงให้กระจ่าง การเริ่มจากแม่นางหลิ่วก็เป็นสิ่งที่แม่นางหลิ่วสมควรได้รับแล้วทว่านางเพียงแค่ไม่ค่อยกล้าเผชิญหน้าเท่านั้นในใจรู้สึกเสมอว่ากา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 256

    “พวกเรากินมื้อเช้ากันเถิด”เทศกาลหยวนเซียวจ้าวหยวนเช่อให้นางกินโคมหัวผักกาด ที่แท้ก็มีความหมายเช่นนี้นี่เองหากนางรู้แต่แรก ย่อมไม่มีทางกินโคมหัวผักกาดนั่นแน่ผู้ใดอยากมีลูกกับเขากัน?ช่างหน้าไม่อายเสียจริงเขาช่างน่ารังเกียจนัก ดีแต่รังแกที่นางไม่รู้ประสีประสา หลอกล่อให้นางทำเรื่องพรรค์นี้“คุณหนู ข้าทำเองเจ้าค่ะ”ฟางเฟยรีบก้าวเข้าไปรับงานในมือนางมาฟู่อวี้ก็เข้าไปช่วยด้วยอู๋มามาดึงมือเจียงโย่วหนิงเบา ๆเจียงโย่วหนิงขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มีอันใดหรือมามา?”“ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ ว่าจะไป?” อู๋มามาลดเสียงต่ำถามนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้าอย่างแรง แววตาแน่วแน่อู๋มามาพยักหน้าเช่นกัน “ดี ที่มามายังมีเงินอยู่อีกเล็กน้อย ท่านรับไปจัดการเถิด”“มามา เงินของท่านท่านเก็บไว้ก่อนเถิด หากข้าไม่พอใช้แล้วค่อยมาเอาที่ท่าน”เจียงโย่วหนิงรั้งตัวนางไว้อู๋มามาจะมีเงินสักเท่าไรกันเชียว? ก็แค่เบี้ยหวัดรายเดือนเมื่อหลายปีก่อน และเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อตัวนางทั้งสิ้นนางทำใจหยิบฉวยเงินของอู๋มามาไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็ได้ หากท่านไม่พอใช้ก็บอกข้า”อู๋มามามองนา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 255

    ……เรือนราคาถูกหลังนี้ อิฐสีเขียวล้วนซีดจางลงไปหมดแล้วอู๋มามากำลังอาบแดดอยู่ริมกำแพง พลางพูดคุยกับหญิงชราเพื่อนบ้านอีกสองสามคนดูเหมือนพวกนางจะพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีอันใดสักอย่าง จึงพากันหัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน“มามา”เจียงโย่วหนิงร้องทักทายขึ้นประโยคหนึ่งเมื่อเห็นว่าอู๋มามามีสีหน้าแดงปลั่งเปล่งปลั่ง กิริยาวาจากระฉับกระเฉงกว่าแต่ก่อนมาก ในใจก็ปลาบปลื้มยิ่งนักร่างกายของมามาฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย เช่นนี้ยามที่พวกนางจากไปก็จะสะดวกขึ้นบ้าง“โอ้!”อู๋มามาเห็นนางก็รีบหยัดกายลุกขึ้นนางมิกล้าเอ่ยเรียกเปิดเผยฐานะของอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยทักทายหญิงชราเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปจูงมือเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปในเรือน“มามา ยามนี้ท่านเดินได้เร็วมากแล้ว”เจียงโย่วหนิงทั้งประหลาดใจและดีใจ นางควงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อู๋มามาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก“มิใช่เพราะท่านดูแลเป็นอย่างดีหรอกหรือ? ท่านหมอจางยังแวะเวียนมาฝังเข็มให้ข้าอยู่บ่อย ๆ ยามนี้ดีขึ้นมากแล้ว” อู๋มามาจูงมือนางเข้าไปในเรือน “รีบนั่งลงเถิด เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เล่าเจ้าคะ?”“ข้ามาเยี่ยมท่าน” เจียงโย่วหนิงนั่งลงเคียงข้างนาง “

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status