Share

บทที่ 305

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
นางจึงตัดสินใจดึงตัวจ้าวเยว่ไป๋ให้เดินไปด้วยกัน

โชคดีที่จ้าวหยวนเช่อมิได้ข่มขู่นางอีก ทั้งฮูหยินผู้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 414

    “หากยามค่ำคืนรู้สึกหนาวเย็น ก็สามารถขยับกองไฟไปไว้ด้านข้างได้ นำหญ้าแห้งมาปูทับบริเวณที่พื้นถูกรนจนอุ่น แล้วค่อยลงไปนอนบนนั้น”จ้าวหยวนเช่อเก็บกวาดถ้วยชามและตะเกียบพลางเอ่ยสอนนาง“วันนี้คงไม่จำเป็นแล้วกระมัง?”เจียงโย่วหนิงเอียงศีรษะมองเขา“อืม” จ้าวหยวนเช่อปูหญ้าแห้งออก “เจ้านอนก่อนเถิด”“แล้วท่านเล่า?” เจียงโย่วหนิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“ข้าจะเฝ้ายามเอง” จ้าวหยวนเช่อขยับไปนั่งลงตรงปากถ้ำ ทอดสายตามองนางที่เอนกายตะแคงลงบนกองหญ้า ก่อนจะกล่าวต่อ “ยามอยู่กลางป่าเขาต้องคอยระแวดระวังภัยอยู่เสมอ มีคนผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามย่อมดีที่สุด หากไม่มีผู้ใดเฝ้ายาม ทางที่ดีควรหาวิธีปิดปากถ้ำเอาไว้”“ข้าจำไว้แล้ว” เจียงโย่วหนิงกล่าว “เช่นนั้นหากถึงกลางดึกท่านค่อยปลุกข้า ผลัดให้ข้ามาเฝ้ายาม แล้วท่านค่อยไปนอน”นางจะปล่อยให้เขาต้องอดหลับอดนอนทั้งคืนได้อย่างไร“เจ้าเข้านอนก่อนเถิด”จ้าวหยวนเช่อไม่ได้เอ่ยรับคำ ทว่าก็มิได้ปฏิเสธเช่นกันเจียงโย่วหนิงหลับตาลง พลางนึกย้อนทบทวนถึงสิ่งที่เขาสอนในวันนี้ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าการรอนแรมในป่าเขานั้นช่างอันตรายและยากลำบากยิ่งนักภายภาคหน้า ต่อให้นางจะหลบหนีออกจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 413

    จ้าวหยวนเช่อถอยไปด้านข้างก้าวหนึ่ง เพื่อให้แสงสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาได้เจียงโย่วหนิงกวาดรวมกิ่งไม้ใบไม้บนพื้นมากองไว้ตรงหน้า ก่อนจะเริ่มใช้หินเหล็กไฟจุดไฟนางรู้ดีว่าเขากำลังสอนวิธีเอาตัวรอดในป่าเขาลำเนาไพรให้นางเรื่องนี้นางจำเป็นต้องเรียนรู้เอาไว้วันข้างหน้าเมื่อต้องจากจวนเจิ้นกั๋วกงไป จากเขาไปสู่ดินแดนห่างไกล ออกไปเผชิญโลกภายนอกย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้างทักษะการเอาชีวิตรอดในป่าเหล่านี้ เรียนรู้ไว้ก็ถือเป็นวิชาติดตัวที่ไม่เสียหายก่อนหน้านี้ในห้องกรรมฐานที่วัด เขาเคยสอนวิธีใช้หินเหล็กไฟให้นางแล้ว ของพรรค์นี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีเคล็ดลับอันใดมากนัก เพียงแค่ต้องออกแรงและเสียเวลาสักหน่อย ต่อมานางก็แอบลองจุดเองอยู่หลายครั้ง จึงนับว่าพอจะใช้งานเป็นอยู่บ้าง“ใบไม้รอบ ๆ ต้องเก็บกวาดให้หมด” จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่ด้านข้าง หลุบตาลงมองนาง “มิเช่นนั้นหลังจากเจ้าจุดกองฟืนแล้ว ถ้ำทั้งถ้ำก็อาจจะถูกไฟไหม้เอาได้”เจียงโย่วหนิงได้ยินดังนั้น ก็วางหินเหล็กไฟลง แล้วรีบกวาดรวมกิ่งไม้ใบไม้รอบบริเวณนั้นเข้ามาอีกครั้งจากนั้นจึงหยิบหินเหล็กไฟขึ้นมาเริ่มจุดไฟใหม่เมื่อครู่จ้า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 412

    “เช่นนี้ จะหาเจอได้อย่างไร?”เจียงโย่วหนิงยืนอยู่บนยอดเขา ทอดสายตามองทิวเขาเบื้องหน้าที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ลูกแล้วลูกเล่าราวกับไร้จุดสิ้นสุดล่วงเข้าสู่วันที่สอง นางและจ้าวหยวนเช่อเดินทางผ่านหมู่บ้านมาอีกสองแห่ง จนกระทั่งปีนขึ้นมาถึงยอดเขาสูงชันลูกนี้เบื้องหน้านี้ คือ “เขตหวงห้าม” ตามที่สวี่ลิ่วเจี่ยเคยกล่าวไว้ทว่าภูเขามากมายถึงเพียงนี้ ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าเหมืองแร่ซ่อนอยู่ที่ใด? อาจจะอยู่ใจกลางเขาลูกใดลูกหนึ่ง หรืออาจจะอยู่ระหว่างหุบเขาสองลูกก็เป็นได้ แล้วเช่นนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะหาพบกัน?จ้าวหยวนเช่อจ้องมองยอดเขาที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเราย้อนกลับไปที่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาเรือนชาวบ้านขอพักแรมสักคืนดีหรือไม่?”เจียงโย่วหนิงหันไปเอ่ยถามเขาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ทำเช่นนี้มาตลอดจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้วบัดนี้ไม่ต้องรอให้เขาชี้แนะ นางก็รู้ดีว่าควรต้องทำเช่นไร“ไม่ไป”จ้าวหยวนเช่อคว้ามือนางมาจูงไว้ แล้วพาเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าทึบด้านข้าง“ยังจะไปที่ใดอีก? ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว”เจียงโย่วหนิงรู้สึกหวา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 411

    นางลืมตาขึ้นมาก็หันไปมองข้างกายโดยสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อไม่อยู่แล้ว บนเตียงเย็นเฉียบ เห็นได้ชัดว่าเขาลุกไปได้พักใหญ่แล้ว“เสี่ยวเถียน?”สวี่ลิ่วเจี่ยร้องเรียกนางอยู่ด้านนอก“มาแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงลุกขึ้นมองออกไปด้านนอกมิน่าเล่าแสงแดดถึงสว่างจ้าเพียงนี้ ที่แท้นางก็เผลอหลับจนถึงยามเที่ยงวันโดยไม่รู้ตัว“มีอันใดหรือเจ้าคะลิ่วเจี่ย?”นางขยี้ตาพลางเปิดประตูออกไป“สายป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่ลุกมากินมื้อเช้าอีก ประเดี๋ยวก็จะถึงมื้อเที่ยงอยู่แล้ว” สวี่ลิ่วเจี่ยคว้ามือนางไปกุมไว้ พลางกล่าวกลั้วหัวเราะ “ข้าเองก็อยากคุยกับเจ้า จึงมาปลุก เจ้าคงไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?”“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”เจียงโย่วหนิงแย้มยิ้มนางอยากจะถามสวี่ลิ่วเจี่ยว่ารู้หรือไม่ว่าจ้าวหยวนเช่อไปที่ใด และออกไปตั้งแต่เมื่อใด ทว่าเมื่อคิดได้ว่าหากถามออกไปก็ต้องอธิบายว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นสามีของนาง คำพูดที่มาจ่ออยู่ริมฝีปากจึงถูกกลืนลงคอไปคาดว่าเขาคงไปปรึกษาหารือเรื่องราวกับพวกชิงเจี้ยนกระมัง“ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถิด เจ้ามีเคล็ดลับมัดใจสามีอย่างไรกัน ถึงได้ทำให้เขารักใคร่เจ้าปานนั้น กระทั่งเรื่องพรรค์นี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 410

    “น้ำตาลต้มหรือ?”เจียงโย่วหนิงได้กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลทรายแดง จึงอดไม่ได้ที่จะยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงแล้วมองดูเขาเขารู้ได้อย่างไรว่านางอยากทานของหวาน?“น้ำตาลทรายแดงต้มกัญชาเทศ ใส่ขิงสดลงไปสองสามแว่น”จ้าวหยวนเช่อตักขึ้นมาหนึ่งช้อน เป่าเบา ๆ แล้วป้อนจ่อที่ริมฝีปากของนาง“ข้าดื่มเอง”เจียงโย่วหนิงยื่นมือออกไปรับชามนั้น“มันร้อน”จ้าวหยวนเช่อเบี่ยงมือหลบไปด้านหลังเล็กน้อยหลังมือของเจียงโย่วหนิงเฉียดขอบชามไป ร้อนดั่งที่เขาว่าจริง ๆ“อ้าปาก”จ้าวหยวนเช่อยืนกรานที่จะป้อนนางให้ได้เจียงโย่วหนิงจึงยอมดื่มน้ำตาลทรายแดงต้มในช้อนอย่างว่าง่าย เขาใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปมาก จึงกลบรสเผ็ดร้อนของขิงเสียมิด น้ำตาลต้มรสชาติหวานล้ำอุ่นร้อนไหลลื่นลงคอ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลตรงไปถึงท้องน้อย อาการปวดเมื่อยคล้ายจะทุเลาลงบ้างแล้วเมื่อได้ดื่มของหวาน นางก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงอย่างสบายใจนางโปรดปรานของหวานมาตั้งแต่เด็กในยามนี้ นางไม่อาจปฏิเสธน้ำตาลทรายแดงต้มชามนี้ได้ลงคอจริง ๆจ้าวหยวนเช่อป้อนนางอีกหลายคำนางเพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามว่า “ท่านได้น้ำตาลทรายแดงกับกัญชาเทศมาจากที่ใดหรือ?”“น้ำตา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 409

    “เสี่ยวเถียน เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าสามีของเจ้าไม่เหมือนผู้ช่วยหมอ และไม่เหมือนหมอเอาเสียเลย”สวี่ลิ่วเจี่ยมองแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อแล้วเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม“ไม่เหมือนที่ใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงได้ยินเช่นนั้น ในใจก็อดตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ นางลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเงียบ ๆหรือว่า สวี่ลิ่วเจี่ยจะมองอันใดออกแล้ว?“ข้าเองก็บอกไม่ถูก แต่เขากลับดูคล้ายพวกผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเสียมากกว่า” สวี่ลิ่วเจี่ยตากเสื้อผ้าไปพลาง หันมาส่งยิ้มให้นางไปพลาง “ภายภาคหน้าเขาจะต้องได้ดิบได้ดีอย่างแน่นอน บางทีอาจจะกลายเป็นหมอเทวดาชื่อดังยุคหนึ่งเลยก็ได้? เจ้าก็รอเสวยสุขได้เลย”เจียงโย่วหนิงได้ยินแล้วก็คลี่ยิ้ม โชคดีที่สวี่ลิ่วเจี่ยมิได้เกิดความสงสัยจ้าวหยวนเช่อนั้นช่างมีอนาคตก้าวไกลจริง ๆทว่าคนที่ได้เสวยสุข ย่อมไม่มีทางเป็นนางจ้าวหยวนเช่อออกไปราวหนึ่งชั่วยามยามที่เขากลับมา เจียงโย่วหนิงกำลังช่วยสวี่ลิ่วเจี่ยเตรียมอาหารกลางวันอยู่ในห้องครัว“ข้ากลับมาแล้ว”จ้าวหยวนเช่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องครัวและปรายตามองนางแวบหนึ่งเจียงโย่วหนิงสุมไฟอยู่หน้าเตา เมื่อได้ยินเสียงจึงหันขวับไปรับคำเขาออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status