Compartir

บทที่ 6

Autor: มู่เฉิงซินสวี่
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”

นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเอง

ตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วย

เจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจาง

หมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างยากจะจับสังเกต

เขารู้สภาวะของเจียงโย่วหนิงดี ย่อมไม่เปิดโปงนาง มือของเขาวางไว้บนเส้นชีพจรของนางหาน เริ่มตรวจอาการให้นาง

เจียงโย่วหนิงนั่งลงข้างนางหานอย่างกระวนกระวาย มุมนี้มองเห็นสถานการณ์หลังฉากกั้นพอดี

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะ วางมือหนึ่งไว้บนโต๊ะ ท่าทางผ่อนคลาย ทว่าก็ยังดูสูงส่งสุขุม สง่างามไร้ราคีย์ เขามองดูเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่รู้ว่ามองนอกหน้าต่าง หรือมองแม่นางตรงหน้า

เจียงโย่วหนิงเห็นเขาไม่ชำเลืองมอง เหมือนไม่สนใจที่นางเข้ามา มือที่กำแน่นถึงได้คลายออก

อีกด้านของโต๊ะ คุณหนูสามสกุลหวังกำลังพูดคุยกับจ้าวหยวนเช่อ

“วันที่ซื่อจื่อชนะศึกกลับมา ข้าเห็นจากบนตึกแล้ว ท่านช่างน่าเกรงขามจริง ๆ ทุกคนล้วนวิจารณ์ ต่างบอกว่าท่านคือวีรบุรุษแห่งยุคผู้ยิ่งใหญ่”

น้ำเสียงนางใสกังวาน เป็นคนร่าเริง ดวงตาเรียวแก้มแดงระเรื่อ ผิวขาวดุจหิมะ สมกับเป็นคนงาม บนใบหน้ามีความขวยเขินอย่างหญิงสาวบางส่วน ดวงตาที่มองจ้าวหยวนเช่อเป็นประกาย คือความยินดีที่ปิดไม่มิด

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้าเบา ๆ “คุณหนูหวังชมเกินไปแล้ว”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก คิดว่าวันที่จ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา คุณหนูสามสกุลหวังก็ถูกใจเขาแล้ว

ฐานะคู่ควร เป็นผลดีต่อการงาน คิดว่าจ้าวหยวนเช่อน่าจะตอบตกลงเช่นกัน

การหมั้นหมายนี้น่าจะสำเร็จแล้ว

“เยี่ยนหลิงบ้านข้าชอบวีรบุรุษในนิยายมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ถือว่าได้เห็นตัวจริงสักที”

นางเฉียวฮูหยินราชครูนั่งอยู่ข้างลูกสาว ยิ้มแล้วมองลูกสาวแวบหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู

นางเอ่ยชื่อลูกสาวออกมา

เล็บเจียงโย่วหนิงจิกชายเสื้อเอาไว้ จนปลายนิ้วรู้สึกเจ็บ ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้ว่านางเฉียวก็ถูกใจการหมั้นในครั้งนี้เหมือนกัน มิเช่นนั้นชื่อของหญิงสาวย่อมไม่บอกคนนอกง่าย ๆ

“ฮูหยินมีอาการใจสั่นเล็กน้อย ไม่อันตราย ยามปกติอย่าหักโหมเกินไป ยาเม็ดนี้ หากรู้สึกไม่สบายหน้าอกให้กินหนึ่งเม็ด จะช่วยบรรเทาได้”

หมอจางหยิบขวดยาเม็ดออกมาแล้วยื่นให้

เจียงโย่วหนิงได้สติ รีบรับมา “ข้าจะรับใช้ท่านแม่กินยาเจ้าค่ะ”

ระหว่างที่นางพูด เปิดฝาขวดแล้วเทยาสีน้ำตาลออกมาหนึ่งเม็ด วางไว้ในฝ่ามือนางหาน แล้วหันไปรินน้ำ

เฝิงมามาบ่าวคนสนิทของนางหานรินน้ำชาไว้หนึ่งถ้วยแล้ว ยื่นให้ด้วยสองมือ

เจียงโย่วหนิงไม่ลังเล ยื่นมือไปรับมา วินาทีที่นิ้วมือสัมผัสถ้วยชา เกิดความร้อนวูบวาบ

นางถึงได้สังเกตว่าสิ่งที่เฝิงมามารินคือน้ำเดือด

ปลายนิ้วปวดหนึบ นางอยากโยนถ้วยชาทิ้งตามสัญชาตญาณ แต่เพียงชั่ววินาทีก็หยุด... หากโยนออกไป ต้องไปรบกวนสองคนที่กำลังดูตัวอยู่หลังฉากกั้นแน่

นางเก็บมือกลับมา รีบเดินไปข้างโต๊ะแล้ววางถ้วยน้ำชาลง น้ำเดือดกระเซ็นไปโดนหลังมือนางเล็กน้อย ท้องนิ้วถูกลวกจนเจ็บ

“ซี้ด...”

นางสูดลมหายใจเข้า แต่ก็อดกลั้นไว้ไม่ยอมส่งเสียง เจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า

ยังดีที่นางว่องไวมากพอ จึงโดนลวกไม่รุนแรงนัก

“คุณหนูเจียงไม่เป็นไรนะเจ้าคะ? โทษบ่าวที่ไม่ระวังเอง ทำไมถึงเทน้ำเดือดนะ?”

เฝิงมามาเข้าไปสอบถามเสียงค่อย ดูเหมือนตำหนิตัวเอง แต่ข้างในกลับสะใจมาก

ท่านซื่อจื่อเพิ่งกลับมา เจียงโย่วหนิงก็ตามไปฟ้อง จะเอาทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ จะเอาเรือนฝูหรงอีก นางคู่ควรหรือ?

นางหานกวาดมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง “ไม่เป็นไรกระมัง? เฝิงมามาไม่ได้ตั้งใจ”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลงพร้อมส่ายหน้า

เฝิงมามาเป็นคนสนิทของนางหาน สิ่งที่ทำล้วนเป็นสิ่งที่นางหานไม่สะดวกทำ อย่างเฝิงมามาจะให้นางหานกินยาด้วยน้ำเดือดหรือ? ยังบอกว่าไม่จงใจอีก

เพียงแต่รู้ว่านางคงไม่ว่าอะไร จึงจงใจเล่นงานนาง

นางหานกินยาเม็ดเข้าไป

เจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยลา กลิ่นหอมหนึ่งพลันโชยมา สองมือควงแขนนางเอาไว้

“เจ้าก็คือน้องหญิงสามสกุลจ้าวกระมัง?”

หวังเยี่ยนหลิงมองนางอย่างยิ้มแย้ม

เจียงโย่วหนิงดึงแขนกลับมา กำลังจะอธิบาย พลันได้ยินนางหานด้านข้างกล่าว “เยี่ยนหลิง นี่คือเจียงโย่วหนิงลูกเลี้ยงของบ้านเรา ไม่ใช่จ้าวเชียนหัวลูกสาวคนที่สามของข้า”

หวังเยี่ยนหลิงรีบคลายมือทันที พร้อมกับแอบบ่นพึมพำว่า ‘อัปมงคล’ แล้วถอยห่างไปด้านข้างหลายก้าวอย่างรังเกียจ

เจียงโย่วหนิงมองท่าทางเอาแต่ใจของนาง กลับดูคล้ายจ้าวเชียนหัวอยู่บ้าง ล้วนถูกที่บ้านตามใจจนเสียคน

หากทั้งสองคนเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามี ไม่รู้ว่าจะเป็นภาพอย่างใด?

จ้าวหยวนเช่อเดินออกมาจากหลังฉากกั้น กวาดมองหลังมือเจียงโย่วหนิงที่ถูกลวกจนแดง สายตายิ่งเยือกเย็น

“ควรปักปิ่นได้แล้วกระมัง?”

นางหานรีบลุกขึ้นยืน ยิ้มแล้วกล่าว

หากการดูตัวเป็นที่พอใจ ฝ่ายชายจะปักปิ่นให้ฝ่ายหญิง การหมั้นหมายถือว่าเสร็จสิ้น

ช่วงเวลาอย่างนี้ หากเอ่ยปากขอตัวจากไป ย่อมไม่เหมาะสม เจียงโย่วหนิงก้มหน้าแล้วถอยไปหลบที่มุม พยามยามลดความมีตัวตนของตัวเอง

ความเจ็บปวดที่หลังมือเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในใจ แต่ก็แอบดีใจ เมื่อจ้าวหยวนเช่อกำหนดการหมั้นหมาย ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนางอย่างสิ้นเชิง ต่อไปนางไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนอีกแล้ว

ดีมากที่เป็นเช่นนี้

หวังเยี่ยนหลิงได้ยินคำพูดของนางหาน ก็แอบมองจ้าวหยวนเช่ออย่างเหนียมอาย

สายตาของทุกคนมองไปที่จ้าวหยวนเช่อ

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีเพิกเฉย

ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของนางหาน

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาบ้าง

นางเฉียวเห็นดังนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าว “ไม่ต้องรีบร้อนปักปิ่นหรอก ตอนนี้ในเมืองหลวงนิยมให้เด็กสองคนทำความรู้จักกันก่อน หากรู้สึกเหมาะสมกันค่อยปักปิ่นดีหรือไม่?”

นางกลัวจ้าวหยวนเช่อจะปฏิเสธ จึงถอยก่อนหนึ่งก้าว วันนี้ตอนออกมา นายท่านกำชับไว้แล้ว จ้าวหยวนเช่อมีอนาคตยาวไกล การหมั้นหมายครั้งนี้ต้องสำเร็จ

“ก็ดี” นางหานไหลไปตามน้ำ ก่อนจะเรียนเชิญอย่างกระตือรือร้น “นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว อย่างไรไปทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารดีกว่า”

นางเฉียวตอบรับอย่างดีใจ

เจียงโย่วหนิงหาโอกาส บอกนางหานสักคำ แล้วเดินย้อนกลับไป

ขณะที่กำลังจะก้าวจากเรือสำราญขึ้นฝั่ง ทันใดนั้นได้ยินเสียงร้องตกใจด้านหลัง

“ตายแล้ว!”

เจียงโย่วหนิงได้ยินจึงหันหลังมอง

ไม่รู้ว่าเฝิงมามาตกลงไปในน้ำได้อย่างไร ตอนนี้กำลังลอยคอร้อง “ช่วยด้วย”

พวกคนเรือได้ยินจึงรีบมา ใช้ไม้พายคอยช่วยอยู่ด้านข้าง

เฝิงมามาถูกช่วยขึ้นมาแล้ว ในปากบอกว่า “มีคนผลักข้า” แต่ถามนางว่าใครนางก็พูดไม่ออก

เจียงโย่วหนิงมองดูแล้วยิ้ม เฝิงมามาถือว่าทำชั่วได้ชั่ว นางหมุนตัวเตรียมจะเดินไปข้างหน้าต่อ

หลังมือยังปวดอยู่ ต้องรีบกลับไปทายาที่โรงหมอ

“คุณหนูเจียง”

ขณะนี้ชิงหลิวตามมา

เขาเป็นลูกน้องอีกคนของจ้าวหยวนเช่อ ต่างจากนิสัยสุขุมของชิงเจี้ยน เขานิสัยโลดโผนกว่า

เจียงโย่วหนิงเงยหน้ามองเขา “มีธุระหรือ?”

“นายท่านให้ข้าไปเอามาให้ท่าน”

ชิงหลิวยัดของในมือใส่นางโดยตรง

เจียงโย่วหนิงเตรียมจะปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก เขาก็หายไปแล้ว

นางก้มหน้ามองสิ่งที่อยู่ในมือ

เป็นน้ำมันพังพอน ใช้รักษาแผลโดนลวก

นางอึ้งไปชั่วขณะ

จ้าวหยวนเช่อพูดคุยกับหวังเยี่ยนหลิงหลังฉากกั้น แล้วสังเกตเห็นว่ามือนางโดนลวกตั้งแต่เมื่อใด?

พอกลับไปถึงโรงหมอ นางยุ่งจนถึงยามโพล้เพล้ค่อยกลับจวนเจิ้นกั๋วกง

เพิ่งย้ายมาเรือนฝูหรง สิ่งของมากมายยังกองไว้ในห้องไม่ได้จัดเก็บให้เข้าที่

เจียงโย่วหนิงไม่พักผ่อน ช่วยฟางเฟยจัดเก็บพร้อมกัน

มีแต่ตอนงานยุ่งเท่านั้น นางถึงจะไม่มีเวลาไปคิดฟุ้งซ่านในสิ่งที่ไม่สมควรคิด

“วันนี้คุณหนูห้ามาเจ้าค่ะ บอกว่าคุณหนูสามไม่พอใจที่ท่านย้ายมาอยู่เรือนฝูหรง จะคิดบัญชีกับท่าน บอกให้ท่านระวังตัวหน่อย”

ฟางเฟยพูดขณะที่มือก็พับผ้า

มือเจียงโย่วหนิงหยุดไปชั่วครู่ แต่ไม่ว่าอะไร

ทั่วทั้งจวนเจิ้นกั๋วกง คนเพียงหนึ่งเดียวที่ดีกับนาง คงมีแค่คุณหนูห้าจ้าวเยว่ไป๋เท่านั้นกระมัง

ฟางเฟยมองออกไปข้างนอกทางหน้าต่าง “ยัยเด็กบ้าฟู่อวี้นั่น ไม่รู้หายไปไหนอีกแล้ว ไม่รู้จักมาช่วยเก็บเลย”

“ไม่ต้องสนใจนาง พวกเราเก็บกันเอง” เจียงโย่วหนิงไม่ถือสา

ยังดีที่ฟู่อวี้กลับมาหลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม

นายบ่าวสามคนช่วยกันเก็บอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็จัดเก็บสิ่งของทุกอย่างจนเข้าที่

ฟ้ามืดแล้ว

หลังจากเจียงโย่วหนิงป้อนข้าวอู๋มามาแล้ว พอเปิดประตูห้องด้านในร่างกายนิ่งไปฉับพลัน ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

กลางห้องด้านใน จ้าวหยวนเช่อยืนหันหลัง มือไพล่หลังให้นาง

สงบนิ่งมั่นคง สูงส่งเป็นสง่า
Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 30

    จ้าวหยวนเช่อดึงลิ้นชักออกมา แล้วหยิบตำราเล่มหนึ่งส่งมาให้ตรงหน้านาง “กลับไปคัดบท 'วิญญูชน' มาสามจบ พรุ่งนี้เอามาส่งให้ข้า”เจียงโย่วหนิงเหลือบมองปกตำราอยู่ชั่วครู่ ด้านบนมีตัวอักษรที่งดงามทว่าซับซ้อนอยู่นางไม่รู้จักเลยสักตัว“ท่านพี่ ท่านลืมแล้วหรือว่าข้ารู้จักตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว...”นางหลุบขนตาสีดำขลับ ไม่ได้ไปรับเอาไว้จ้าวหยวนเช่อเริ่มศึกษาร่ำเรียนตั้งแต่อายุสามขวบ แต่เพราะตามความตั้งใจของนางหาน นางเพิ่งจะศึกษาร่ำเรียนตอนอายุหกขวบปีนั้นตอนอายุได้แปดขวบเชียนหัวกลับมา นางหานก็ไม่ได้ให้นางร่ำเรียนอีก บอกว่าสตรีไร้ความสามารถจึงจะนับว่าดีเวลาสั้น ๆ แค่สองปี นางยังเด็กขนาดนั้น จะรู้จักตัวอักษรสักกี่ตัวกัน?โชคดีที่หลังจากไปที่โรงหมอ ติดตามหมอจางจนพอจะรู้จักตัวหนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาบ้าง ทว่าตัวอักษรพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรย่อ แตกต่างจากตัวอักษรที่อยู่บนตำราของจ้าวหยวนเช่อเล่มนี้นางเองก็ไม่อยากคัดลอกตำราตอนบ่ายยังต้องไปทำงานที่โรงหมออีก จะมีเวลาคัดตำราได้เช่นไร?เดิมทีนางคิดว่าเหตุผลนี้น่าจะหนักแน่นพอ จ้าวหยวนเช่อคงไม่ยืนกรานต่อไปคิดไม่ถึงว่าจ้าวหยวนเช่อกลับพูดว่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 29

    จ้าวหยวนเช่อไม่ได้สนใจนาง ยกมือขึ้นยิงศรสัญญาณขึ้นไปในอากาศศรสัญญาณส่งเสียง “ฟิ้ว” แล้วทะยานไปบนท้องฟ้า แผดเสียงแหลมสูงออกมานี่ใช้สำหรับเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเจียงโย่วหนิงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ค่อย ๆ เบาใจขึ้นขอเพียงชิงเจี้ยนมาถึง องค์หญิงจิ้งเหอย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นจ้าวหยวนเช่อก็จะสามารถพานางออกไปจากจวนองค์หญิงได้อย่างราบรื่น“จ้าวหยวนเช่อ ข้าถามเจ้าอยู่นะ!”องค์หญิงจิ้งเหอสีหน้าย่ำแย่บนโลกนี้ คนที่กล้าไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเช่นนี้สามารถนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวน่าเสียดายที่จ้าวหยวนเช่อก็คือหนึ่งในนั้นพอผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาถึง นางขวางเขาเอาไว้ไม่อยู่แน่นอนจ้าวหยวนเช่อมองลงมา มองนางอย่างเย็นชา ไม่แยแสแม้แต่น้อยอยู่ ๆ องค์หญิงจิ้งเหอก็เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มอย่างเอาใจพลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าคงไม่คิดจริงจังหรอกกระมัง? ตอนนี้ข้าจะพาพวกเขาถอยไปเดี๋ยวนี้ เจ้าก็อย่าไปฟ้องเสด็จพ่อเลยนะ”ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับจ้าวหยวนเช่อมาตลอดจ้าวหยวนเช่ออุปนิสัยซื่อตรง เกรงก็แต่ว่าเขาจะไปทูลฟ้องต่อหน้าเสด็จพ่อเดิมทีนางคิดว่าคนที่ยอดเย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 28

    เจียงโย่วหนิงได้ยินคำพูดที่หยาบโลนขององค์หญิงจิ้งเหอก็ใบหน้าแดงก่ำ ขนตายาวดุจปีกผีเสื้อหลุบลงในทันที ทว่าสายตากลับไปสบเข้ากับบริเวณหน้าท้องส่วนล่างของจ้าวหยวนเช่อพอดีจิตใจของนางว้าวุ่นจนทำอันใดไม่ถูก รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ามันไม่เหมาะสม ไม่มองและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ไม่รู้ว่าจะมองไปทางใด ปลายนิ้วบิดชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว คำพูดขององค์หญิงจิ้งเหอสะท้อนอยู่ภายในสมองโดยไม่รู้ตัวนางไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่น ยังคิดว่าบุรุษทุกคนต่างก็เหมือนกันกับจ้าวหยวนเช่อเสียอีกที่แท้ก็มีเล็กมีใหญ่อย่างนั้นหรือ?เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วจ้าวหยวนเช่อ...มิน่าเล่าถึงได้เจ็บถึงเพียงนี้สายตาขององค์หญิงจิ้งเหอ เป็นสายวัดจริง ๆแต่นางบอกว่าไม่นานจ้าวหยวนเช่อก็จะเป็นของซูอวิ๋นชิงแล้วงั้นหรือ? จิ้งเหอเป็นองค์หญิง ถึงแม้เสเพลไม่ยึดประเพณี แต่กลับไม่เคยลดตัวลงไปโกหกคิดดูแล้ว ที่ฝ่าบาทประสงค์จะพระราชทานสมรสให้จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงเป็นเรื่องจริงสินะ“ลุกขึ้น”จ้าวหยวนเช่อประคองเอวบางไม่ถึงหนึ่งกำมือของนางไว้ชั่วครู่น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย จะเหลือก็เพียงแหบพร่าเล็กน้อยเพิ่งจะผ่านไปชั่วครู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 27

    มีสาวใช้เข้ามาทูลรายงาน“แถว ๆ นี้? อยู่ที่ใดเล่า? ไร้ประโยชน์กันทั้งหมดจริง ๆ คนที่ถูกวางยายังจับตาเอาไว้ไม่ได้!”องค์หญิงจิ้งเหอตำหนิ แต่กลับไม่ได้โกรธมากมายนัก ฟังดูแล้วในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสียดายมากกว่า“องค์หญิงไม่ต้องกังวล หม่อมฉันจะส่งคนไปค้นหาเพคะ”สาวใช้ผู้นี้แย้มยิ้มพลางเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมนาง“เฝ้าทางเข้าไว้ให้ดี ค้นหาให้ละเอียด ยาของข้ามีฤทธิ์แรงนัก แม้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์ลึกล้ำ ถ้าไม่ระบายออกมาก็แก้พิษไม่ได้หรอก เขาหนีไม่พ้นกำมือของข้าแน่”องค์หญิงจิ้งเหอยกมือขึ้นสั่งการ มีแผนการในใจอยู่แล้วเจียงโย่วหนิงได้ยินก็ยิ่งลนลาน หดกายถอยหนีแล้วซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวหยวนเช่อราวกับนกกระทาที่กำลังหวาดกลัวทำเช่นนี้ อย่างน้อยยามที่องค์หญิงจิ้งเหอเงยหน้าขึ้นมามองก็จะเห็นแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อ ไม่ใช่ใบหน้าของนางจ้าวหยวนเช่อบีบลำคอระหงของนาง พลางโน้มกายลงจุมพิต ไล่ต้อนริมฝีปากของนางริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดลงมาเขาไม่ได้ช่ำชองมากนัก จุมพิตทั้งรีบร้อนและหนักหน่วง งุ่มง่ามบุ่มบ่าม ไม่มีแบบแผนแม้แต่น้อยเจียงโย่วหนิงยิ่งอ่อนประสบการณ์ ถูกเขาจูบจนริมฝีปากชา ลมหายใจร้อนระอุ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 26

    จ้าวหยวนเช่อหายใจหนัก หางตาแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับไม่เย็นชาและเฉียบคมอีกต่อไปแล้ว แต่กลับปกคลุมไปด้วยความพร่าเลือนลุ่มหลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น“อย่าขยับ ข้าถูกวางยา”ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วชี้ช่วยดึงสติของเขากลับมาได้หลายส่วน เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ เหงื่อเย็นไหลลงมาตามข้างแก้ม กำหมัดทั้งสองข้างแน่นพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดกำลังเจียงโย่วหนิงคลายปากออก นัยน์ตาที่เปียกชื้นเบิกกว้างมองไปทางเขาอย่างตกตะลึงนางไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เปราะบาง ดูคล้ายคนป่วย ไม่มีความเฉียบคมและเย็นชาเหมือนยามปกติอีกต่อไป ริมฝีปากแดงราวกับโลหิต อ่อนแอและงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนคิดไปไกลตัวของเขาร้อนผ่าว ราวกับภายในกายเก็บซ่อนเปลวไฟที่ลุกโชนเอาไว้ แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก จนเกือบจะทำให้นางหลอมละลายเขาแนบชิดนางตลอดเวลานางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าหากไม่ฟังคำพูดเขาอีกจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ขนตาเพรียวยาวสั่วไหวอยู่ชั่วครู่ ร่างกายแข็งค้างไม่กล้าขยับมั่วซั่วอีกเมื่อครู่อยู่ที่งานเลี้ยงยังดี ๆ อยู่เลย อยู่ ๆ ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ได้? หรือว่า มีคนเล่นตุกติกกับสุราของเขากระนั้นหรือ?แผ่นอกของจ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 25

    เจียงโย่วหนิงกล่าวกับตู้จิ่งเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นออกจากโถงหลักไปนางไม่อยากเห็นทุกฉากทุกตอนที่จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ริษยา แล้วก็ไม่ได้หวังสูงเกินตัวด้วยแต่ว่านางเจ็บปวดใจ และอึดอัดในอกตาไม่เห็นก็ใจสงบนางเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ในสวน พลางครุ่นคิดถึงเส้นทางที่จะออกจากจวนองค์หญิง มิสู้กลับไปที่โรงหมอเสียเลยจะดีกว่าอยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาเจียงโย่วหนิงหันหน้ากลับไป ก็พบกับจ้าวหยวนเช่อสาวเท้ามา ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ คิ้วขมวดมุ่นเจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นสีหน้าเขาย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจ“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อเรียกนางเจียงโย่วหนิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่หยุดฝีเท้า แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นด้วยไม่ว่าเขาจะมีธุระอันใด นางก็ไม่อยากข้องแวะกับเขาแล้วหากมีเรื่องอันใดจริง ๆ ก็ไม่ถึงคราวที่นางจะต้องกังวล มีซูอวิ๋นชิงช่วยเขาอยู่แล้วจ้าวหยวนเช่อไม่ได้ส่งเสียงอีก ทว่าเขาถึงขนาดไล่ตามมาทันแล้วทางเดินมาถึงจุดสิ้นสุด ด้านหน้าคือถ้ำแห่งหนึ่งเจียงโย่วหนิงไม่มีที่ให้หนีแล้ว จึงได้มุดเข้าไปจ้าวหยวนเช่อไล่ตามนาง เป็นเรื่อง

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status