Share

บทที่ 6

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”

นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเอง

ตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วย

เจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจาง

หมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างยากจะจับสังเกต

เขารู้สภาวะของเจียงโย่วหนิงดี ย่อมไม่เปิดโปงนาง มือของเขาวางไว้บนเส้นชีพจรของนางหาน เริ่มตรวจอาการให้นาง

เจียงโย่วหนิงนั่งลงข้างนางหานอย่างกระวนกระวาย มุมนี้มองเห็นสถานการณ์หลังฉากกั้นพอดี

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะ วางมือหนึ่งไว้บนโต๊ะ ท่าทางผ่อนคลาย ทว่าก็ยังดูสูงส่งสุขุม สง่างามไร้ราคีย์ เขามองดูเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่รู้ว่ามองนอกหน้าต่าง หรือมองแม่นางตรงหน้า

เจียงโย่วหนิงเห็นเขาไม่ชำเลืองมอง เหมือนไม่สนใจที่นางเข้ามา มือที่กำแน่นถึงได้คลายออก

อีกด้านของโต๊ะ คุณหนูสามสกุลหวังกำลังพูดคุยกับจ้าวหยวนเช่อ

“วันที่ซื่อจื่อชนะศึกกลับมา ข้าเห็นจากบนตึกแล้ว ท่านช่างน่าเกรงขามจริง ๆ ทุกคนล้วนวิจารณ์ ต่างบอกว่าท่านคือวีรบุรุษแห่งยุคผู้ยิ่งใหญ่”

น้ำเสียงนางใสกังวาน เป็นคนร่าเริง ดวงตาเรียวแก้มแดงระเรื่อ ผิวขาวดุจหิมะ สมกับเป็นคนงาม บนใบหน้ามีความขวยเขินอย่างหญิงสาวบางส่วน ดวงตาที่มองจ้าวหยวนเช่อเป็นประกาย คือความยินดีที่ปิดไม่มิด

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้าเบา ๆ “คุณหนูหวังชมเกินไปแล้ว”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก คิดว่าวันที่จ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา คุณหนูสามสกุลหวังก็ถูกใจเขาแล้ว

ฐานะคู่ควร เป็นผลดีต่อการงาน คิดว่าจ้าวหยวนเช่อน่าจะตอบตกลงเช่นกัน

การหมั้นหมายนี้น่าจะสำเร็จแล้ว

“เยี่ยนหลิงบ้านข้าชอบวีรบุรุษในนิยายมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ถือว่าได้เห็นตัวจริงสักที”

นางเฉียวฮูหยินราชครูนั่งอยู่ข้างลูกสาว ยิ้มแล้วมองลูกสาวแวบหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู

นางเอ่ยชื่อลูกสาวออกมา

เล็บเจียงโย่วหนิงจิกชายเสื้อเอาไว้ จนปลายนิ้วรู้สึกเจ็บ ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้ว่านางเฉียวก็ถูกใจการหมั้นในครั้งนี้เหมือนกัน มิเช่นนั้นชื่อของหญิงสาวย่อมไม่บอกคนนอกง่าย ๆ

“ฮูหยินมีอาการใจสั่นเล็กน้อย ไม่อันตราย ยามปกติอย่าหักโหมเกินไป ยาเม็ดนี้ หากรู้สึกไม่สบายหน้าอกให้กินหนึ่งเม็ด จะช่วยบรรเทาได้”

หมอจางหยิบขวดยาเม็ดออกมาแล้วยื่นให้

เจียงโย่วหนิงได้สติ รีบรับมา “ข้าจะรับใช้ท่านแม่กินยาเจ้าค่ะ”

ระหว่างที่นางพูด เปิดฝาขวดแล้วเทยาสีน้ำตาลออกมาหนึ่งเม็ด วางไว้ในฝ่ามือนางหาน แล้วหันไปรินน้ำ

เฝิงมามาบ่าวคนสนิทของนางหานรินน้ำชาไว้หนึ่งถ้วยแล้ว ยื่นให้ด้วยสองมือ

เจียงโย่วหนิงไม่ลังเล ยื่นมือไปรับมา วินาทีที่นิ้วมือสัมผัสถ้วยชา เกิดความร้อนวูบวาบ

นางถึงได้สังเกตว่าสิ่งที่เฝิงมามารินคือน้ำเดือด

ปลายนิ้วปวดหนึบ นางอยากโยนถ้วยชาทิ้งตามสัญชาตญาณ แต่เพียงชั่ววินาทีก็หยุด... หากโยนออกไป ต้องไปรบกวนสองคนที่กำลังดูตัวอยู่หลังฉากกั้นแน่

นางเก็บมือกลับมา รีบเดินไปข้างโต๊ะแล้ววางถ้วยน้ำชาลง น้ำเดือดกระเซ็นไปโดนหลังมือนางเล็กน้อย ท้องนิ้วถูกลวกจนเจ็บ

“ซี้ด...”

นางสูดลมหายใจเข้า แต่ก็อดกลั้นไว้ไม่ยอมส่งเสียง เจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า

ยังดีที่นางว่องไวมากพอ จึงโดนลวกไม่รุนแรงนัก

“คุณหนูเจียงไม่เป็นไรนะเจ้าคะ? โทษบ่าวที่ไม่ระวังเอง ทำไมถึงเทน้ำเดือดนะ?”

เฝิงมามาเข้าไปสอบถามเสียงค่อย ดูเหมือนตำหนิตัวเอง แต่ข้างในกลับสะใจมาก

ท่านซื่อจื่อเพิ่งกลับมา เจียงโย่วหนิงก็ตามไปฟ้อง จะเอาทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ จะเอาเรือนฝูหรงอีก นางคู่ควรหรือ?

นางหานกวาดมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง “ไม่เป็นไรกระมัง? เฝิงมามาไม่ได้ตั้งใจ”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลงพร้อมส่ายหน้า

เฝิงมามาเป็นคนสนิทของนางหาน สิ่งที่ทำล้วนเป็นสิ่งที่นางหานไม่สะดวกทำ อย่างเฝิงมามาจะให้นางหานกินยาด้วยน้ำเดือดหรือ? ยังบอกว่าไม่จงใจอีก

เพียงแต่รู้ว่านางคงไม่ว่าอะไร จึงจงใจเล่นงานนาง

นางหานกินยาเม็ดเข้าไป

เจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยลา กลิ่นหอมหนึ่งพลันโชยมา สองมือควงแขนนางเอาไว้

“เจ้าก็คือน้องหญิงสามสกุลจ้าวกระมัง?”

หวังเยี่ยนหลิงมองนางอย่างยิ้มแย้ม

เจียงโย่วหนิงดึงแขนกลับมา กำลังจะอธิบาย พลันได้ยินนางหานด้านข้างกล่าว “เยี่ยนหลิง นี่คือเจียงโย่วหนิงลูกเลี้ยงของบ้านเรา ไม่ใช่จ้าวเชียนหัวลูกสาวคนที่สามของข้า”

หวังเยี่ยนหลิงรีบคลายมือทันที พร้อมกับแอบบ่นพึมพำว่า ‘อัปมงคล’ แล้วถอยห่างไปด้านข้างหลายก้าวอย่างรังเกียจ

เจียงโย่วหนิงมองท่าทางเอาแต่ใจของนาง กลับดูคล้ายจ้าวเชียนหัวอยู่บ้าง ล้วนถูกที่บ้านตามใจจนเสียคน

หากทั้งสองคนเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามี ไม่รู้ว่าจะเป็นภาพอย่างใด?

จ้าวหยวนเช่อเดินออกมาจากหลังฉากกั้น กวาดมองหลังมือเจียงโย่วหนิงที่ถูกลวกจนแดง สายตายิ่งเยือกเย็น

“ควรปักปิ่นได้แล้วกระมัง?”

นางหานรีบลุกขึ้นยืน ยิ้มแล้วกล่าว

หากการดูตัวเป็นที่พอใจ ฝ่ายชายจะปักปิ่นให้ฝ่ายหญิง การหมั้นหมายถือว่าเสร็จสิ้น

ช่วงเวลาอย่างนี้ หากเอ่ยปากขอตัวจากไป ย่อมไม่เหมาะสม เจียงโย่วหนิงก้มหน้าแล้วถอยไปหลบที่มุม พยามยามลดความมีตัวตนของตัวเอง

ความเจ็บปวดที่หลังมือเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในใจ แต่ก็แอบดีใจ เมื่อจ้าวหยวนเช่อกำหนดการหมั้นหมาย ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนางอย่างสิ้นเชิง ต่อไปนางไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนอีกแล้ว

ดีมากที่เป็นเช่นนี้

หวังเยี่ยนหลิงได้ยินคำพูดของนางหาน ก็แอบมองจ้าวหยวนเช่ออย่างเหนียมอาย

สายตาของทุกคนมองไปที่จ้าวหยวนเช่อ

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีเพิกเฉย

ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของนางหาน

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาบ้าง

นางเฉียวเห็นดังนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าว “ไม่ต้องรีบร้อนปักปิ่นหรอก ตอนนี้ในเมืองหลวงนิยมให้เด็กสองคนทำความรู้จักกันก่อน หากรู้สึกเหมาะสมกันค่อยปักปิ่นดีหรือไม่?”

นางกลัวจ้าวหยวนเช่อจะปฏิเสธ จึงถอยก่อนหนึ่งก้าว วันนี้ตอนออกมา นายท่านกำชับไว้แล้ว จ้าวหยวนเช่อมีอนาคตยาวไกล การหมั้นหมายครั้งนี้ต้องสำเร็จ

“ก็ดี” นางหานไหลไปตามน้ำ ก่อนจะเรียนเชิญอย่างกระตือรือร้น “นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว อย่างไรไปทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารดีกว่า”

นางเฉียวตอบรับอย่างดีใจ

เจียงโย่วหนิงหาโอกาส บอกนางหานสักคำ แล้วเดินย้อนกลับไป

ขณะที่กำลังจะก้าวจากเรือสำราญขึ้นฝั่ง ทันใดนั้นได้ยินเสียงร้องตกใจด้านหลัง

“ตายแล้ว!”

เจียงโย่วหนิงได้ยินจึงหันหลังมอง

ไม่รู้ว่าเฝิงมามาตกลงไปในน้ำได้อย่างไร ตอนนี้กำลังลอยคอร้อง “ช่วยด้วย”

พวกคนเรือได้ยินจึงรีบมา ใช้ไม้พายคอยช่วยอยู่ด้านข้าง

เฝิงมามาถูกช่วยขึ้นมาแล้ว ในปากบอกว่า “มีคนผลักข้า” แต่ถามนางว่าใครนางก็พูดไม่ออก

เจียงโย่วหนิงมองดูแล้วยิ้ม เฝิงมามาถือว่าทำชั่วได้ชั่ว นางหมุนตัวเตรียมจะเดินไปข้างหน้าต่อ

หลังมือยังปวดอยู่ ต้องรีบกลับไปทายาที่โรงหมอ

“คุณหนูเจียง”

ขณะนี้ชิงหลิวตามมา

เขาเป็นลูกน้องอีกคนของจ้าวหยวนเช่อ ต่างจากนิสัยสุขุมของชิงเจี้ยน เขานิสัยโลดโผนกว่า

เจียงโย่วหนิงเงยหน้ามองเขา “มีธุระหรือ?”

“นายท่านให้ข้าไปเอามาให้ท่าน”

ชิงหลิวยัดของในมือใส่นางโดยตรง

เจียงโย่วหนิงเตรียมจะปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก เขาก็หายไปแล้ว

นางก้มหน้ามองสิ่งที่อยู่ในมือ

เป็นน้ำมันพังพอน ใช้รักษาแผลโดนลวก

นางอึ้งไปชั่วขณะ

จ้าวหยวนเช่อพูดคุยกับหวังเยี่ยนหลิงหลังฉากกั้น แล้วสังเกตเห็นว่ามือนางโดนลวกตั้งแต่เมื่อใด?

พอกลับไปถึงโรงหมอ นางยุ่งจนถึงยามโพล้เพล้ค่อยกลับจวนเจิ้นกั๋วกง

เพิ่งย้ายมาเรือนฝูหรง สิ่งของมากมายยังกองไว้ในห้องไม่ได้จัดเก็บให้เข้าที่

เจียงโย่วหนิงไม่พักผ่อน ช่วยฟางเฟยจัดเก็บพร้อมกัน

มีแต่ตอนงานยุ่งเท่านั้น นางถึงจะไม่มีเวลาไปคิดฟุ้งซ่านในสิ่งที่ไม่สมควรคิด

“วันนี้คุณหนูห้ามาเจ้าค่ะ บอกว่าคุณหนูสามไม่พอใจที่ท่านย้ายมาอยู่เรือนฝูหรง จะคิดบัญชีกับท่าน บอกให้ท่านระวังตัวหน่อย”

ฟางเฟยพูดขณะที่มือก็พับผ้า

มือเจียงโย่วหนิงหยุดไปชั่วครู่ แต่ไม่ว่าอะไร

ทั่วทั้งจวนเจิ้นกั๋วกง คนเพียงหนึ่งเดียวที่ดีกับนาง คงมีแค่คุณหนูห้าจ้าวเยว่ไป๋เท่านั้นกระมัง

ฟางเฟยมองออกไปข้างนอกทางหน้าต่าง “ยัยเด็กบ้าฟู่อวี้นั่น ไม่รู้หายไปไหนอีกแล้ว ไม่รู้จักมาช่วยเก็บเลย”

“ไม่ต้องสนใจนาง พวกเราเก็บกันเอง” เจียงโย่วหนิงไม่ถือสา

ยังดีที่ฟู่อวี้กลับมาหลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม

นายบ่าวสามคนช่วยกันเก็บอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็จัดเก็บสิ่งของทุกอย่างจนเข้าที่

ฟ้ามืดแล้ว

หลังจากเจียงโย่วหนิงป้อนข้าวอู๋มามาแล้ว พอเปิดประตูห้องด้านในร่างกายนิ่งไปฉับพลัน ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

กลางห้องด้านใน จ้าวหยวนเช่อยืนหันหลัง มือไพล่หลังให้นาง

สงบนิ่งมั่นคง สูงส่งเป็นสง่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 264

    ค่ำคืนนี้ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นนางที่เต็มใจเองทั้งสิ้นนางมิได้นึกเสียใจแม้แต่น้อยภายภาคหน้า นางกับเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิงจ้าวหยวนเช่อ ลากันเพียงเท่านี้จ้าวหยวนเช่อจุมพิตลงบนหน้าผากนางแผ่วเบา คล้ายทะนุถนอมและเวทนารักใคร่ ประหนึ่งคอยปกป้องดูแลนางอย่างดีเขานั่งลงข้างเตียง ยื่นมือออกไปโอบกอดนาง“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกกำยำอุ่นร้อนของเขาไว้“อาบน้ำให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อตอบนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะอาบน้ำเอง”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนขัดขืนความปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวทำให้นางอดมิได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเขานับว่าใส่ใจ ทว่านางมิได้ต้องการ“มิใช่บอกว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วหรือ?”จ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ“ข้าพักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ท่านรีบไปเถิด ยังต้องผลัดเปลี่ยนชุดมงคล อย่าให้เสียฤกษ์ยาม หากฝ่าบาทและหวยหนานอ๋องเอาผิดลงมาคงไม่ค่อยดีนัก”เจียงโย่วหนิงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเขา“เช่นนั้นเจ้าก็พักสักประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตามใจนาง แล้วจึงลงจากเตียงเจียงโย่วหนิงคลำหาสะเปะสะปะเพื่อดึงผ้าห่มมาคลุมกายลวก ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 263

    ท่อนแขนเรียวของนางโอบรอบลำคอของเขาการเคลื่อนไหวของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังขบเม้มริมฝีปากนางชะงักไปชั่วครู่นางยินยอมหรือ? นางยินยอม!วินาทีต่อมา รสจูบของเขาก็ดุดันเร่าร้อนยิ่งขึ้นชุดยาวสีครามของเขา และกระโปรงสีรากบัวของนางร่วงหล่นลงบนพื้น เสื้อตัวในสีขาวงาช้างพัวพันกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของเขาหรือของนางเขาเอนกายนางลงบนผ้าห่มผืนงาม ก้มมองนางด้วยหางตาที่แดงก่ำ ใบหูและลำคอล้วนแดงซ่านไปหมดท่อนแขนที่ยันอยู่ข้างกายนางปูดโปนด้วยเส้นเลือด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านใบหน้างดงามของนางแดงระเรื่อดั่งคนเมามาย ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ แววตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเบือนหน้าหนี มิกล้าสบตาเขา“ตะเกียง...”น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอ่อนหวาน ดั่งน้ำผึ้งที่ละลาย เจือด้วยเสียงหอบหายใจแผ่ว ๆ ราวกับตะขอเล็ก ๆ ที่เกี่ยวตวัดจิตใจคนให้สั่นไหวจ้าวหยวนเช่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวบังเกิดเสียง “ฟึ่บ” เบา ๆ เทียนบนเชิงเทียนก็ดับลงจนหมดสิ้นความมืดมิดอันหนักอึ้งทาบทับลงมาในบัดดล แนบชิดกับนางอย่างแน่วแน่นางหดเอวเข้าหากันด้วยความหวาดกลัวมันจะต้องเจ็บประสบการณ์ในคราวก่อนยังคงทำให้นางหวาดหวั่นอยู่ในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 262

    “ตกลง”เจียงโย่วหนิงมองดูนางอยู่ครู่ใหญ่ จึงพยักหน้าพานางไปด้วยก่อน อย่างน้อยก็เพื่อรั้งตัวนางไว้เรื่องราวหลังจากนี้ ค่อยว่ากันอีกทียามดึกสงัด ท้องฟ้ามืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่น้อย“ไปกันเถิด”เจียงโย่วหนิงกอดเตาพกไว้ในอก เดินนำออกจากห้องไปก่อนยามนี้ จ้าวหยวนเช่อน่าจะเข้านอนแล้วนางจึงไม่มีสิ่งใดให้ต้องพะวงอีกฟู่อวี้ขานรับคำหนึ่ง แล้วเดินตามออกไป“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว จะไปที่ใดหรือ?”จ้าวหยวนเช่อเดินเข้ามาในลานเรือนพอดี น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยากแสงโคมไฟสีเหลืองนวลสาดส่องกระทบร่าง เงาของบุรุษผู้สูงใหญ่ผ่าเผยราวกับถูกฉาบด้วยแสงอันอบอุ่นเจียงโย่วหนิงสะดุ้งตกใจ สองมือบีบเตาพกแน่นจนชะงักฝีเท้า ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นกลัวเวลาเช่นนี้ เขามิใช่ควรจะเข้านอนแล้วหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาหานางได้เมื่อฟู่อวี้เห็นสถานการณ์ จึงรีบล่าถอยออกไปอย่างเงียบเชียบจ้าวหยวนเช่อทอดสายตาเป็นประกายมองนาง ราวกับมีดวงดารานับหมื่นพันโอบล้อมตัวนางไว้เจียงโย่วหนิงหัวใจเต้นรัวแรง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ“คิดจะไปหาข้าใช่หรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อยื่นมือออกไปรวบตัวนางเข้ามากอด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 261

    นี่มิใช่สิ่งที่นางปรารถนาจะพบเห็นในมือนางมีเงินอยู่สองร้อยกว่าตำลึง ส่วนที่เหลือเป็นเงินที่เซี่ยหวยอวี่ให้ยืม นางจำต้องหาวิธีคืนให้จงได้ขอเพียงแม่นางเซี่ยให้ยืมสักหนึ่งพันตำลึง ไม่ว่านางจะพาอู๋มามาไปที่ใดล้วนมีเงินทองจับจ่ายใช้สอยเหลือเฟือสำหรับโรงรับจำนำนั้น รอให้นางพบบุรุษที่เหมาะสม พอถึงยามแต่งงานค่อยนำกลับคืนมาก็ย่อมได้แม้ว่าไม่มีผู้ใดเหมาะสม ก็ยังสามารถจ่ายเงินจ้างคนมาแต่งงานด้วย นำโรงรับจำนำกลับมาแล้วค่อยหย่าร้างก็ยังได้นางมองแม่นางเซี่ย ในใจบังเกิดความกระวนกระวายอยู่บ้างหากมิใช่เพราะรู้ว่าตนเองมีโรงรับจำนำอยู่หนึ่งแห่ง ไม่ว่าอย่างไรนางก็คงมิกล้าเอ่ยปากกับแม่นางเซี่ยเป็นแน่แม่นางเซี่ยรู้ตื้นลึกหนาบางของนางดี คงจะไม่ปฏิเสธหรอกกระมังแม่นางเซี่ยทอดสายตามองนางพลางแย้มยิ้ม“ข้าให้ดอกเบี้ยได้นะเจ้าคะ”เจียงโย่วหนิงรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ไม่จำเป็นหรอก” แม่นางเซี่ยล้วงตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงเบื้องหน้านาง “นี่คือเงินห้าพันตำลึง แม่นางเจียงแต่งงานเมื่อใดก็อย่าลืมคืนข้าก็พอ”ตราบใดที่โรงรับจำนำเป่าซิงยังอยู่ เจียงโย่วหนิงย่อมไม่ขาดเงินก้อนนี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 260

    “ถูกต้อง”แม่นางเซี่ยพยักหน้า“ข้าอยากรู้ว่า โรงรับจำนำเป่าซิงควรจะเป็นของข้าใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตามตรงแม่นางเซี่ยย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด“ควรจะกล่าวเช่นนั้น” แม่นางเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “คำไหว้วานที่ข้าได้รับมาก็คือ ยามที่แม่นางแต่งงาน ฮูหยินกั๋วกงจะต้องมอบโรงรับจำนำให้เป็นสินเดิมติดตัวท่านไป”“เป็นท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่ไหว้วานท่านหรือ? พวกเขาอยู่ที่ใด? เหตุใดจึงไม่ต้องการข้า?”เจียงโย่วหนิงตื่นเต้นอยู่บ้าง จึงถามข้อสงสัยในใจออกไปรวดเดียวมือทั้งสองข้างใต้โต๊ะของนางกำแน่นขึ้นไปอีกชาติกำเนิดของนางอยู่ตรงหน้านี้แล้ว อีกไม่ช้าก็จะได้รู้ถึงฐานะของท่านพ่อท่านแม่ และรู้ว่าเหตุใดตนเองจึงถูกทิ้งไว้ที่จวนเจิ้นกั๋วกง“แม่นางเจียง ข้าเข้าใจดีว่าท่านอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเองเพียงไร” แม่นางเซี่ยทอดมองนางด้วยความเห็นใจ “ทว่าเรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ สมาคมการค้าของพวกเรารับเพียงคำไหว้วาน มีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ผู้ว่าจ้างสั่งความมา ข้าบังเอิญรับผิดชอบโรงรับจำนำเป่าซิง ไม่เคยพบหน้าผู้ว่าจ้าง จึงไม่รู้เรื่องราวที่ท่านถามมาเหล่านี้”“ท่า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 259

    ยามนี้นางเพียงต้องการช่วยบุตรชายออกมา จึงยอมบอกเล่าทุกสิ่งที่ตนรู้จนหมดสิ้นเจียงโย่วหนิงได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นต้องรู้ก่อนว่า นางหานมิได้มีเพียงโรงรับจำนำแห่งนี้ร้านเดียว ยังมีร้านค้าอื่นอีกเจ็ดแปดแห่ง เมื่อรวมกันแล้วกำไรในหนึ่งปีก็นับว่ามากมายมหาศาลทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวของนางหาน มิได้นับรวมในบัญชีของจวนเจิ้นกั๋วกงอีกทั้งหลายปีมานี้จวนเจิ้นกั๋วกงก็มิได้จัดงานอันใดที่จำต้องใช้เงินทองเป็นพิเศษแต่ละปีมีรายรับมากมายถึงเพียงนั้น เงินของนางหานกลับยังไม่พอใช้อีกหรือ? เงินมากมายปานนั้น ถูกนำไปใช้จ่ายที่ใดหมดกัน?หากนางคิดจะทวงเงินของตนคืน นางหานจะมิใช่ไม่มีให้หรอกหรือ?“ในนามของนางหานยังมีร้านค้าอื่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าจิ่นซิ่วอีกหรือไม่?”ชิงหลานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามขึ้นมาอีกประโยคเจียงโย่วหนิงได้ยินคำถามนั้นก็ราวกับตื่นรู้ในทันทีไฉนนางถึงคิดไม่ถึงกัน? ในเมื่อโรงรับจำนำเป็นของนาง เช่นนั้นร้านค้าอื่น ๆ ในนามของนางหานจะเป็นของนางด้วยหรือไม่?ช่างน่าละอายใจนักจ้าวหยวนเช่อสั่งสอนนางมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่นางกลับยังสู้ผู้ใต้บังคับบัญชาธร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status