Share

บทที่ 6

Author: มู่เฉิงซินสวี่
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”

นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเอง

ตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วย

เจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจาง

หมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างยากจะจับสังเกต

เขารู้สภาวะของเจียงโย่วหนิงดี ย่อมไม่เปิดโปงนาง มือของเขาวางไว้บนเส้นชีพจรของนางหาน เริ่มตรวจอาการให้นาง

เจียงโย่วหนิงนั่งลงข้างนางหานอย่างกระวนกระวาย มุมนี้มองเห็นสถานการณ์หลังฉากกั้นพอดี

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะ วางมือหนึ่งไว้บนโต๊ะ ท่าทางผ่อนคลาย ทว่าก็ยังดูสูงส่งสุขุม สง่างามไร้ราคีย์ เขามองดูเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่รู้ว่ามองนอกหน้าต่าง หรือมองแม่นางตรงหน้า

เจียงโย่วหนิงเห็นเขาไม่ชำเลืองมอง เหมือนไม่สนใจที่นางเข้ามา มือที่กำแน่นถึงได้คลายออก

อีกด้านของโต๊ะ คุณหนูสามสกุลหวังกำลังพูดคุยกับจ้าวหยวนเช่อ

“วันที่ซื่อจื่อชนะศึกกลับมา ข้าเห็นจากบนตึกแล้ว ท่านช่างน่าเกรงขามจริง ๆ ทุกคนล้วนวิจารณ์ ต่างบอกว่าท่านคือวีรบุรุษแห่งยุคผู้ยิ่งใหญ่”

น้ำเสียงนางใสกังวาน เป็นคนร่าเริง ดวงตาเรียวแก้มแดงระเรื่อ ผิวขาวดุจหิมะ สมกับเป็นคนงาม บนใบหน้ามีความขวยเขินอย่างหญิงสาวบางส่วน ดวงตาที่มองจ้าวหยวนเช่อเป็นประกาย คือความยินดีที่ปิดไม่มิด

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้าเบา ๆ “คุณหนูหวังชมเกินไปแล้ว”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก คิดว่าวันที่จ้าวหยวนเช่อชนะศึกกลับมา คุณหนูสามสกุลหวังก็ถูกใจเขาแล้ว

ฐานะคู่ควร เป็นผลดีต่อการงาน คิดว่าจ้าวหยวนเช่อน่าจะตอบตกลงเช่นกัน

การหมั้นหมายนี้น่าจะสำเร็จแล้ว

“เยี่ยนหลิงบ้านข้าชอบวีรบุรุษในนิยายมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ถือว่าได้เห็นตัวจริงสักที”

นางเฉียวฮูหยินราชครูนั่งอยู่ข้างลูกสาว ยิ้มแล้วมองลูกสาวแวบหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู

นางเอ่ยชื่อลูกสาวออกมา

เล็บเจียงโย่วหนิงจิกชายเสื้อเอาไว้ จนปลายนิ้วรู้สึกเจ็บ ด้วยเหตุนี้จะเห็นได้ว่านางเฉียวก็ถูกใจการหมั้นในครั้งนี้เหมือนกัน มิเช่นนั้นชื่อของหญิงสาวย่อมไม่บอกคนนอกง่าย ๆ

“ฮูหยินมีอาการใจสั่นเล็กน้อย ไม่อันตราย ยามปกติอย่าหักโหมเกินไป ยาเม็ดนี้ หากรู้สึกไม่สบายหน้าอกให้กินหนึ่งเม็ด จะช่วยบรรเทาได้”

หมอจางหยิบขวดยาเม็ดออกมาแล้วยื่นให้

เจียงโย่วหนิงได้สติ รีบรับมา “ข้าจะรับใช้ท่านแม่กินยาเจ้าค่ะ”

ระหว่างที่นางพูด เปิดฝาขวดแล้วเทยาสีน้ำตาลออกมาหนึ่งเม็ด วางไว้ในฝ่ามือนางหาน แล้วหันไปรินน้ำ

เฝิงมามาบ่าวคนสนิทของนางหานรินน้ำชาไว้หนึ่งถ้วยแล้ว ยื่นให้ด้วยสองมือ

เจียงโย่วหนิงไม่ลังเล ยื่นมือไปรับมา วินาทีที่นิ้วมือสัมผัสถ้วยชา เกิดความร้อนวูบวาบ

นางถึงได้สังเกตว่าสิ่งที่เฝิงมามารินคือน้ำเดือด

ปลายนิ้วปวดหนึบ นางอยากโยนถ้วยชาทิ้งตามสัญชาตญาณ แต่เพียงชั่ววินาทีก็หยุด... หากโยนออกไป ต้องไปรบกวนสองคนที่กำลังดูตัวอยู่หลังฉากกั้นแน่

นางเก็บมือกลับมา รีบเดินไปข้างโต๊ะแล้ววางถ้วยน้ำชาลง น้ำเดือดกระเซ็นไปโดนหลังมือนางเล็กน้อย ท้องนิ้วถูกลวกจนเจ็บ

“ซี้ด...”

นางสูดลมหายใจเข้า แต่ก็อดกลั้นไว้ไม่ยอมส่งเสียง เจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า

ยังดีที่นางว่องไวมากพอ จึงโดนลวกไม่รุนแรงนัก

“คุณหนูเจียงไม่เป็นไรนะเจ้าคะ? โทษบ่าวที่ไม่ระวังเอง ทำไมถึงเทน้ำเดือดนะ?”

เฝิงมามาเข้าไปสอบถามเสียงค่อย ดูเหมือนตำหนิตัวเอง แต่ข้างในกลับสะใจมาก

ท่านซื่อจื่อเพิ่งกลับมา เจียงโย่วหนิงก็ตามไปฟ้อง จะเอาทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ จะเอาเรือนฝูหรงอีก นางคู่ควรหรือ?

นางหานกวาดมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง “ไม่เป็นไรกระมัง? เฝิงมามาไม่ได้ตั้งใจ”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลงพร้อมส่ายหน้า

เฝิงมามาเป็นคนสนิทของนางหาน สิ่งที่ทำล้วนเป็นสิ่งที่นางหานไม่สะดวกทำ อย่างเฝิงมามาจะให้นางหานกินยาด้วยน้ำเดือดหรือ? ยังบอกว่าไม่จงใจอีก

เพียงแต่รู้ว่านางคงไม่ว่าอะไร จึงจงใจเล่นงานนาง

นางหานกินยาเม็ดเข้าไป

เจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยลา กลิ่นหอมหนึ่งพลันโชยมา สองมือควงแขนนางเอาไว้

“เจ้าก็คือน้องหญิงสามสกุลจ้าวกระมัง?”

หวังเยี่ยนหลิงมองนางอย่างยิ้มแย้ม

เจียงโย่วหนิงดึงแขนกลับมา กำลังจะอธิบาย พลันได้ยินนางหานด้านข้างกล่าว “เยี่ยนหลิง นี่คือเจียงโย่วหนิงลูกเลี้ยงของบ้านเรา ไม่ใช่จ้าวเชียนหัวลูกสาวคนที่สามของข้า”

หวังเยี่ยนหลิงรีบคลายมือทันที พร้อมกับแอบบ่นพึมพำว่า ‘อัปมงคล’ แล้วถอยห่างไปด้านข้างหลายก้าวอย่างรังเกียจ

เจียงโย่วหนิงมองท่าทางเอาแต่ใจของนาง กลับดูคล้ายจ้าวเชียนหัวอยู่บ้าง ล้วนถูกที่บ้านตามใจจนเสียคน

หากทั้งสองคนเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามี ไม่รู้ว่าจะเป็นภาพอย่างใด?

จ้าวหยวนเช่อเดินออกมาจากหลังฉากกั้น กวาดมองหลังมือเจียงโย่วหนิงที่ถูกลวกจนแดง สายตายิ่งเยือกเย็น

“ควรปักปิ่นได้แล้วกระมัง?”

นางหานรีบลุกขึ้นยืน ยิ้มแล้วกล่าว

หากการดูตัวเป็นที่พอใจ ฝ่ายชายจะปักปิ่นให้ฝ่ายหญิง การหมั้นหมายถือว่าเสร็จสิ้น

ช่วงเวลาอย่างนี้ หากเอ่ยปากขอตัวจากไป ย่อมไม่เหมาะสม เจียงโย่วหนิงก้มหน้าแล้วถอยไปหลบที่มุม พยามยามลดความมีตัวตนของตัวเอง

ความเจ็บปวดที่หลังมือเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในใจ แต่ก็แอบดีใจ เมื่อจ้าวหยวนเช่อกำหนดการหมั้นหมาย ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนางอย่างสิ้นเชิง ต่อไปนางไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนอีกแล้ว

ดีมากที่เป็นเช่นนี้

หวังเยี่ยนหลิงได้ยินคำพูดของนางหาน ก็แอบมองจ้าวหยวนเช่ออย่างเหนียมอาย

สายตาของทุกคนมองไปที่จ้าวหยวนเช่อ

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีเพิกเฉย

ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของนางหาน

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาบ้าง

นางเฉียวเห็นดังนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าว “ไม่ต้องรีบร้อนปักปิ่นหรอก ตอนนี้ในเมืองหลวงนิยมให้เด็กสองคนทำความรู้จักกันก่อน หากรู้สึกเหมาะสมกันค่อยปักปิ่นดีหรือไม่?”

นางกลัวจ้าวหยวนเช่อจะปฏิเสธ จึงถอยก่อนหนึ่งก้าว วันนี้ตอนออกมา นายท่านกำชับไว้แล้ว จ้าวหยวนเช่อมีอนาคตยาวไกล การหมั้นหมายครั้งนี้ต้องสำเร็จ

“ก็ดี” นางหานไหลไปตามน้ำ ก่อนจะเรียนเชิญอย่างกระตือรือร้น “นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว อย่างไรไปทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารดีกว่า”

นางเฉียวตอบรับอย่างดีใจ

เจียงโย่วหนิงหาโอกาส บอกนางหานสักคำ แล้วเดินย้อนกลับไป

ขณะที่กำลังจะก้าวจากเรือสำราญขึ้นฝั่ง ทันใดนั้นได้ยินเสียงร้องตกใจด้านหลัง

“ตายแล้ว!”

เจียงโย่วหนิงได้ยินจึงหันหลังมอง

ไม่รู้ว่าเฝิงมามาตกลงไปในน้ำได้อย่างไร ตอนนี้กำลังลอยคอร้อง “ช่วยด้วย”

พวกคนเรือได้ยินจึงรีบมา ใช้ไม้พายคอยช่วยอยู่ด้านข้าง

เฝิงมามาถูกช่วยขึ้นมาแล้ว ในปากบอกว่า “มีคนผลักข้า” แต่ถามนางว่าใครนางก็พูดไม่ออก

เจียงโย่วหนิงมองดูแล้วยิ้ม เฝิงมามาถือว่าทำชั่วได้ชั่ว นางหมุนตัวเตรียมจะเดินไปข้างหน้าต่อ

หลังมือยังปวดอยู่ ต้องรีบกลับไปทายาที่โรงหมอ

“คุณหนูเจียง”

ขณะนี้ชิงหลิวตามมา

เขาเป็นลูกน้องอีกคนของจ้าวหยวนเช่อ ต่างจากนิสัยสุขุมของชิงเจี้ยน เขานิสัยโลดโผนกว่า

เจียงโย่วหนิงเงยหน้ามองเขา “มีธุระหรือ?”

“นายท่านให้ข้าไปเอามาให้ท่าน”

ชิงหลิวยัดของในมือใส่นางโดยตรง

เจียงโย่วหนิงเตรียมจะปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก เขาก็หายไปแล้ว

นางก้มหน้ามองสิ่งที่อยู่ในมือ

เป็นน้ำมันพังพอน ใช้รักษาแผลโดนลวก

นางอึ้งไปชั่วขณะ

จ้าวหยวนเช่อพูดคุยกับหวังเยี่ยนหลิงหลังฉากกั้น แล้วสังเกตเห็นว่ามือนางโดนลวกตั้งแต่เมื่อใด?

พอกลับไปถึงโรงหมอ นางยุ่งจนถึงยามโพล้เพล้ค่อยกลับจวนเจิ้นกั๋วกง

เพิ่งย้ายมาเรือนฝูหรง สิ่งของมากมายยังกองไว้ในห้องไม่ได้จัดเก็บให้เข้าที่

เจียงโย่วหนิงไม่พักผ่อน ช่วยฟางเฟยจัดเก็บพร้อมกัน

มีแต่ตอนงานยุ่งเท่านั้น นางถึงจะไม่มีเวลาไปคิดฟุ้งซ่านในสิ่งที่ไม่สมควรคิด

“วันนี้คุณหนูห้ามาเจ้าค่ะ บอกว่าคุณหนูสามไม่พอใจที่ท่านย้ายมาอยู่เรือนฝูหรง จะคิดบัญชีกับท่าน บอกให้ท่านระวังตัวหน่อย”

ฟางเฟยพูดขณะที่มือก็พับผ้า

มือเจียงโย่วหนิงหยุดไปชั่วครู่ แต่ไม่ว่าอะไร

ทั่วทั้งจวนเจิ้นกั๋วกง คนเพียงหนึ่งเดียวที่ดีกับนาง คงมีแค่คุณหนูห้าจ้าวเยว่ไป๋เท่านั้นกระมัง

ฟางเฟยมองออกไปข้างนอกทางหน้าต่าง “ยัยเด็กบ้าฟู่อวี้นั่น ไม่รู้หายไปไหนอีกแล้ว ไม่รู้จักมาช่วยเก็บเลย”

“ไม่ต้องสนใจนาง พวกเราเก็บกันเอง” เจียงโย่วหนิงไม่ถือสา

ยังดีที่ฟู่อวี้กลับมาหลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม

นายบ่าวสามคนช่วยกันเก็บอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็จัดเก็บสิ่งของทุกอย่างจนเข้าที่

ฟ้ามืดแล้ว

หลังจากเจียงโย่วหนิงป้อนข้าวอู๋มามาแล้ว พอเปิดประตูห้องด้านในร่างกายนิ่งไปฉับพลัน ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

กลางห้องด้านใน จ้าวหยวนเช่อยืนหันหลัง มือไพล่หลังให้นาง

สงบนิ่งมั่นคง สูงส่งเป็นสง่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 268

    เสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังแว่วมาจากเบื้องนอก เป็นคนของหวยหนานอ๋องที่หมายจะบุกเข้ามาในจวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อปลงพระชนม์ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งหน่วยกล้าตายอีกหลายคนพุ่งพรวดเข้ามาเหล่าองครักษ์กรูกันเข้าไปรับมือ เสียงต่อสู้ปะทะดังขึ้นรอบสารทิศ“ลูกเขย ยังไม่ลงมืออีก เจ้ากำลังรอสิ่งใดอยู่?”หวยหนานอ๋องพลันตะโกนลั่นใส่จ้าวหยวนเช่อฮ่องเต้เฉียนเจิ้งทอดพระเนตรจ้าวหยวนเช่อที่ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ สีพระพักตร์พลันแปรเปลี่ยนแววตาของจ้าวหยวนเช่อเยียบเย็นลงเล็กน้อย “ฝ่าบาทโปรดอย่าได้หลงเชื่อคำของกบฏพ่ะย่ะค่ะ”“ลูกเขยคนดีของข้า เจ้าเป็นถึงผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์หน้าพระที่นั่ง หากมิใช่เพราะเจ้าส่งมอบแผนที่ค่ายกลป้องกันเมืองหลวงให้แก่ข้า ข้าจะลักลอบนำกำลังคนสองหมื่นนายเข้ามาในเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบได้อย่างไร?” หวยหนานอ๋องแค่นเสียงหัวเราะหยันเขามองออกตั้งนานแล้วว่าฮ่องเต้เฉียนเจิ้งคิดจะปลิดชีพตน ประจวบเหมาะกับที่เขาก็คิดจะก่อกบฏพลิกฟ้าล้มล้างฮ่องเต้เฉียนเจิ้งอยู่พอดี หากจ้าวหยวนเช่อเลือกที่จะยืนหยัดอยู่ข้างเขา เช่นนั้นก็ยังนับว่าเป็นลูกเขยคนดีของเขาอยู่ทว่าหากไม่เป็นเช่นนั้น แม้เขาต้องตาย จ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 267

    “ให้ข้าน้อยส่งคนผู้หนึ่งติดตามแม่นางเจียงไปดีหรือไม่ขอรับ? ข้าน้อยต้องการรั้งอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือท่าน”หนานเฟิงเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี“เจ้าจงไปเอง” เซี่ยหวยอวี่ปัดมือของเขาออก “เรื่องในเมืองหลวง ข้าย่อมมีวิธีจัดการเอง”“องค์ชาย...”หนานเฟิงยังคิดจะกล่าวอันใดอีก“นี่คือคำสั่งของข้า” เซี่ยหวยอวี่เชิดคางขึ้นปรายตามองเขา “เจ้าต้องคุ้มครองนางให้ปลอดภัย อีกทั้งไม่อนุญาตให้บุรุษอื่นใดเข้าใกล้นาง หากเรื่องในเมืองหลวงนี้จบสิ้นลงเมื่อใด ข้าจะรีบปลีกตัวไปหานางโดยเร็วที่สุด”“ขอรับ”หนานเฟิงมิกล้าขัดขืน ทำได้เพียงประสานมือรับคำ แล้วเร่งฝีเท้าตามออกไปอย่างรวดเร็ว……จวนเจิ้นกั๋วกง ล้วนประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดงทุกหนแห่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติยินดียามเที่ยงวัน แขกเหรื่อไปมาหาสู่กันอย่างมิขาดสาย คึกคักเป็นอย่างยิ่ง เสียงดนตรีบรรเลงแว่วมามิได้ขาด เหล่านางรำต่างร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงาม“ฝ่าบาทเสด็จ—”เกาอี้เปล่งเสียงขานยาวครอบครัวเจิ้นกั๋วกงตลอดจนแขกเหรื่อทั่วทั้งจวนต่างรีบเร่งออกไปคุกเข่ารอรับเสด็จ“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเจิ้นกั๋

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 266

    เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ นางมิอาจอธิบายให้พวกนางฟังได้ จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องคุย“เตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว รอเพียงท่านมาถึงเจ้าค่ะ” ฟางเฟยกล่าว “ข้ากับอู๋มามาปรึกษากันแล้ว จึงให้คนขับรถม้ากลับไป ข้ากับฟู่อวี้ล้วนบังคับรถม้าเป็น เราสองคนผลัดเปลี่ยนกันก็พอ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินทองส่วนนั้นเจ้าค่ะ”“เอาเถิด ข้าจะประคองมามาขึ้นไปเอง”เจียงโย่วหนิงอยากอธิบายกับอู๋มามาว่า ยามนี้พวกนางมิได้ขัดสนเงินทองทว่าเรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือการรีบเดินทางออกจากเมืองให้ฟางเฟยกับฟู่อวี้เป็นคนขับรถม้าก็มิใช่ว่าจะทำมิได้ เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันก่อนเถิดทั้งสี่คนพากันขึ้นรถม้าฟางเฟยและฟู่อวี้นั่งอยู่ด้านนอกเจียงโย่วหนิงกับอู๋มามานั่งอยู่ภายในรถม้า“คุณหนู เหตุใดสีหน้าท่านจึงดูไม่สู้ดีนัก? เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?”เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว อู๋มามาก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใย“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้า ส่งยิ้มให้นางพลางรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า “ข้ากังวลเล็กน้อยว่าการเดินทางจากไปจะไม่ราบรื่น จึงนอนไม่ค่อยหลับ”นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง หวังจะปัดเป่าความร้อน

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 265

    “เจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเร่งเร้าเขา “ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวชิงเจี้ยนจะมาเร่งเอาอีก”เขามิได้อาลัยอาวรณ์นางหรอก ต่อให้มีบ้าง ก็เป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยังเล่นสนุกไม่พอเท่านั้นรอเขากลับมางั้นหรือ?ก่อนหน้านี้นางก็ทำเช่นนั้นมาโดยตลอดทว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้วนางกำลังจะไป ไปให้ไกลแสนไกล เพื่อใช้ชีวิตที่ไม่มีเขาอีก“เจ้าก็สวมเสื้อผ้าเถิด ประเดี๋ยวจะโดนลมเย็นเอาได้”จ้าวหยวนเช่อหยิบเอี๊ยมของนางขึ้นมา หมายจะสวมให้เอี๊ยมผ้าฝ้ายสีชมพูปักลายดอกชาภูเขาดอกเล็ก ๆ ไว้ตรงริมขอบ เนื้อผ้านุ่มนวลเมื่อสัมผัส ราวกับยังกรุ่นกลิ่นหอมของนาง“ประเดี๋ยวข้าสวมเองเจ้าค่ะ”ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครา นางรีบคว้าเอี๊ยมมาซุกไว้ใต้ผ้าห่มปกติเขาเป็นคนเด็ดขาดฉับไว ไฉนครานี้จึงได้อ้อยอิ่งไม่ยอมไปเสียที?จ้าวหยวนเช่อหันหลังเดินไปได้สองก้าว ก็เหลียวกลับมาถามนาง “พวกชิงหลานเล่า?”เจียงโย่วหนิงใจเต้นระรัว นางข่มความประหม่าแล้วแสร้งทำเป็นไม่มีอันใดเกิดขึ้น “มิได้เฝ้าอยู่หน้าเรือนหรอกหรือ? ท่านหาพวกเขามีอันใดหรือเจ้าคะ?”พวกชิงหลานล้วนถูกนางหลอกให้ไปที่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 264

    ค่ำคืนนี้ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นนางที่เต็มใจเองทั้งสิ้นนางมิได้นึกเสียใจแม้แต่น้อยภายภาคหน้า นางกับเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิงจ้าวหยวนเช่อ ลากันเพียงเท่านี้จ้าวหยวนเช่อจุมพิตลงบนหน้าผากนางแผ่วเบา คล้ายทะนุถนอมและเวทนารักใคร่ ประหนึ่งคอยปกป้องดูแลนางอย่างดีเขานั่งลงข้างเตียง ยื่นมือออกไปโอบกอดนาง“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกกำยำอุ่นร้อนของเขาไว้“อาบน้ำให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อตอบนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะอาบน้ำเอง”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนขัดขืนความปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวทำให้นางอดมิได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเขานับว่าใส่ใจ ทว่านางมิได้ต้องการ“มิใช่บอกว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วหรือ?”จ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ“ข้าพักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ท่านรีบไปเถิด ยังต้องผลัดเปลี่ยนชุดมงคล อย่าให้เสียฤกษ์ยาม หากฝ่าบาทและหวยหนานอ๋องเอาผิดลงมาคงไม่ค่อยดีนัก”เจียงโย่วหนิงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเขา“เช่นนั้นเจ้าก็พักสักประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตามใจนาง แล้วจึงลงจากเตียงเจียงโย่วหนิงคลำหาสะเปะสะปะเพื่อดึงผ้าห่มมาคลุมกายลวก ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 263

    ท่อนแขนเรียวของนางโอบรอบลำคอของเขาการเคลื่อนไหวของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังขบเม้มริมฝีปากนางชะงักไปชั่วครู่นางยินยอมหรือ? นางยินยอม!วินาทีต่อมา รสจูบของเขาก็ดุดันเร่าร้อนยิ่งขึ้นชุดยาวสีครามของเขา และกระโปรงสีรากบัวของนางร่วงหล่นลงบนพื้น เสื้อตัวในสีขาวงาช้างพัวพันกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของเขาหรือของนางเขาเอนกายนางลงบนผ้าห่มผืนงาม ก้มมองนางด้วยหางตาที่แดงก่ำ ใบหูและลำคอล้วนแดงซ่านไปหมดท่อนแขนที่ยันอยู่ข้างกายนางปูดโปนด้วยเส้นเลือด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านใบหน้างดงามของนางแดงระเรื่อดั่งคนเมามาย ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ แววตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเบือนหน้าหนี มิกล้าสบตาเขา“ตะเกียง...”น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอ่อนหวาน ดั่งน้ำผึ้งที่ละลาย เจือด้วยเสียงหอบหายใจแผ่ว ๆ ราวกับตะขอเล็ก ๆ ที่เกี่ยวตวัดจิตใจคนให้สั่นไหวจ้าวหยวนเช่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวบังเกิดเสียง “ฟึ่บ” เบา ๆ เทียนบนเชิงเทียนก็ดับลงจนหมดสิ้นความมืดมิดอันหนักอึ้งทาบทับลงมาในบัดดล แนบชิดกับนางอย่างแน่วแน่นางหดเอวเข้าหากันด้วยความหวาดกลัวมันจะต้องเจ็บประสบการณ์ในคราวก่อนยังคงทำให้นางหวาดหวั่นอยู่ในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status