LOGINบนฟากฟ้าสีดำที่พร่างพรายไปด้วยดาวนับล้านๆ ดวง ซึ่งกำลังพากันอวดความงดงามในคืนเดือนดับ หากบนพื้นดินเบื้องล่างกลับมีแสงระยิบระยับจากไฟดวงเล็กๆ หลากหลายสีสันที่เปล่งประกายไล่ระดับตามมุมต่างๆ ของสถานเริงรมย์ที่ตั้งอยู่บนถนนโลกีย์ในเขตกรุงเทพมหานคร
สถานบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดและแขกเต็มทุกวันก็คือ แฮปปีไนท์ของ ‘ชยุตม์ เทวัญ’ หรือฉายาเจ้าพ่ออ่างชื่อดัง แฮปปีไนท์ทุกสาขาเป็นสถานบันเทิงแบบครบวงจร มีทั้งคลับ บาร์ เธค และคาราโอเกะ โดยสิ่งที่ทำให้แขกติดใจเป็นพิเศษก็คือ ‘อาบ-อบ-นวด’ ซึ่งใครที่เคยไปใช้บริการเป็นต้องพูดเสียงเดียวกันว่า นี่แหละคือ ‘สวรรค์ของภมร’ แฮปปีไนท์ไม่ได้มีแค่ในเมืองกรุง หากแต่ยังมีสาขาตามหัวเมืองท่องเที่ยวเช่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และอีกหลายจังหวัดใหญ่ๆ ในเมืองไทย
ชยุตม์ทายาทสิวารีกรุ๊ป ที่แยกตัวออกจากปีกของตระกูลมาสร้างอาณาจักรของตนเอง จนแฮปปีไนท์เป็นดั่งสรวงสวรรค์ของหมู่ภมรกระเป๋าหนัก เพราะสถานที่แห่งนี้บริการทุกอย่างแบบมีระดับ ซึ่งลูกค้าทุกคนก็พร้อมที่จะจ่ายแม้จะแพงแค่ไหนก็ตาม
เมื่อได้เวลาปิดสถานบันเทิง แสงสีต่างๆ ก็ค่อยๆ ดับลง บ่งบอกว่าความสุขแห่งค่ำคืนได้ปิดฉากแล้ว นักเที่ยวหลายรายที่อารมณ์ยังค้างๆ ต่างก็ยืนจับเข่าคุยกันอยู่หน้าลานจอดรถกว้าง บางกลุ่มก็เรียกรถแท็กซี่กลับบ้านหรือไปหาความสนุกกันต่อ เกือบตีสามความเงียบและความมืดสลัวของราตรีก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่ชั้นบนสุดของแฮปปีไนท์ ชยุตม์ เจ้าพ่ออ่างคนดังยังคงนั่งทำงานด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้ม ภายใต้คิ้วหนาดกดำ กำลังจ้องมองตัวเลขผลประกอบการอย่างพึงพอใจ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงาน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดเข้ามา
“รถพร้อมแล้วครับนาย” ราชิตรายงานด้วยกิริยานอบน้อม ชยุตม์พยักหน้าแล้วเซ็นต์เอกสารตรงหน้าสองสามแผ่นก่อนจะปิดแฟ้ม
“วันนี้เมกาคนเยอะหรือเปล่า” ชยุตม์ถามถึงสถานบันเทิงคู่แข่งพร้อมกับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
“พอสมควรครับ คุณวสันต์เจ้าของผับเข้ามาทำงานด้วยนะครับ”
ประโยคดังกล่าวทำเอาคนฟังถึงกับต้องหรี่ลงแคบๆ อย่างใคร่แปลกใจ เพราะเท่าที่ทราบข่าวมาว่า คุณวสันต์ซึ่งเป็นเจ้าของเมกานั้นให้เพื่อนที่ชื่อณรงค์เข้ามาบริหาร เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง แต่ณรงค์ทำตัวกร่างเหมือนเป็นเจ้าของเสียเอง พร้อมกับตกแต่งบัญชีรายรับรายจ่ายของผับเพื่อยักยอกเงิน เด็กในผับถ้าใครปากมากก็จะถูกทำร้ายด้วยการให้คนมารุมซ้อมแทบปางตาย สำหรับเขาและวสันต์รู้จักกันในฐานะคนที่ทำธุรกิจเดียวกัน และทักทายกันตามปกติยามได้เจอหน้า
“เรื่องการเจรจาซื้อเมกาไปถึงไหนแล้ว” ชยุตม์เอ่ยถามราชิตหลังจากเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังลิฟต์
“คุณวสันต์ขอคิดดูก่อนครับ แต่ทางนายณรงค์ไม่ยอมให้ขาย วันนี้คงจะมาคุยกันเรื่องนี้มั้งครับ เพราะคนของเราบอกว่าทั้งสองยังไม่ออกจากผับเลย”
“กำไรมากขนาดนั้น นายณรงค์คงจะยื้อเอาไว้สุดกำลัง”
หากชยุตม์กลัวมากกว่านั้น เพราะผลกำไรของเมกาแม้จะเป็นรองแฮปปีไนท์แต่ก็มากพอที่คนโลภจะตาโตได้
“นายจะกลับบ้านหรือไปคอนโดฯ ต่อครับ” ราชิตพูดขึ้น ขณะเดินนำหน้าเจ้านายออกมาจากลิฟต์ตรงไปที่ลานจอดรถ แต่พอเตรียมจะประตูรถ จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นปังๆๆๆๆ ติดกันหลายนัดจากเมกาผับ วินาทีนั้นราชิตรีบถลาตัวไปยืนด้านหน้าเพื่อปกป้องผู้เป็นนายทันที แล้วหันไปมองต้นเสียง เห็นผู้ชายสองคนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจากด้านในผับ ไม่นานก็มีอีกห้าคนวิ่งตามมาแบบหายใจรดต้นคอ
“มันอยู่นั่น! พวกเราเร็วเข้าโว้ย!” กลุ่มคนชุดหลังวิ่งฝ่าดงความมืดตามเข้าไปในตรอกซอยเล็กๆ และยิงปืนใส่หนึ่งในสองคนที่กำลังวิ่งหนีจนล้มลงกับพื้น แต่ดีที่ทั้งคู่ยังตะเกียกตะกายฝืนลุกขึ้นมาวิ่งต่อ ชยุตม์มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ไปออกกำลังกันดีกว่าชิต” พูดจบเจ้าพ่อหนุ่มกับลูกน้องคนสนิทก็วิ่งแยกกันไปดักคนละทาง
ส่วนคนที่ถูกไล่ล่าออกมาจากเมกาผับ วิ่งกระหืดกระหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องหยุดเพราะไปต่อไม่ไหว
“นายไหวไหมครับ”
“ฉันไปต่อไม่ไหวแล้วเดช แกรีบหนีไปก่อน” วสันต์พูดปนหอบ เลือดจากคมกระสุนไหลทะลักออกมาไม่หยุด เดชมองไปด้านหลังเห็นเงาคนที่วิ่งตามใกล้เข้ามาทุกที
“พยายามหน่อยครับนาย พวกมันตามมาแล้ว” คนเป็นลูกน้องบอกอย่างกังวล เพราะลำพังคนขับรถฝีมือคงสู้นักเลงคุมผับพวกนั้นไม่ได้
“ไป…” วสันต์กัดฟันใจแข็งออกวิ่งอีกครั้ง แต่พอวิ่งไปได้ไม่ถึงสองสามก้าวก็ถูกพวกที่ตามมาสาดกระสุนใส่จนล้มลงกองกับพื้น เดชหันไปยิงตอบโต้เพื่อให้ตนเองและเจ้านายมีเวลาหนี ก่อนจะพยุงร่างของวสันต์ไปนั่งพิงกับกำแพง
“ฉันไม่ไหวแล้วเดช แกต้องรีบหนีไปเดี๋ยวนี้ นะ...หนีไป...” วสันต์บอกเสียงแผ่วๆ ปนหอบ แต่เดชไม่ยอมทิ้งเจ้านายไปไหน พยายามใช้สองแขนประคองตัววสันต์ให้ลุกขึ้นอีกครั้ง “ไม่มีประโยชน์หรอกเดช ฉันไปไม่ไหวแล้ว...”
“ผมไม่มีวันทิ้งนายเด็ดขาดครับ” เดชบอกเสียงสั่นๆ ก่อนจะควงปืนยิงสวนกลับไปจนกลุ่มคนที่วิ่งตามมาถึงกับต้องหาที่หลบกันจ้าละหวั่น
“นี่เป็นคลิปวีดิโอที่ฉันอัดไว้ขณะคุยกับณรงค์ มันบังคับให้ฉันเซ็นต์ยกเมกาผับให้มัน ฉันไม่ยอมมันก็เลยให้คนซ้อมฉัน แต่ฉันหนีออกมาได้” วสันต์ยัดโทรศัพท์มือถือใส่ในมือของลูกน้องคนสนิท เดชถึงกับผงะไม่คิดว่าเพื่อนรักของเจ้านายจะกล้าทำแบบนี้
“แสดงว่าพวกที่ไล่ล่าเราเป็นคนของคุณณรงค์เหรอครับ”
“ชะ…ใช่...”
ปัง!!!
วสันต์ตอบได้เพียงเท่านั้นก็สะดุ้งเฮือกเมื่อคมกระสุนเจาะเข้าที่อกด้านซ้ายทะลุออกหลัง เดชเบิกตากว้างๆ ก่อนจะถลาเข้าไปกอดร่างเจ้านายแน่นแล้วยิงสวนกลับไปอย่างบ้าคลั่ง
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!
“โอ้ยยย!!!”
หนึ่งในกลุ่มคนร้ายที่ตามมาถูกกระสุนเจาะเข้าไปบริเวณชายโครงด้านขวาจนล้มลงชักดิ้นชักงอกับพื้น ก่อนจะขาดใจตายในที่สุด
“นาย…นาย” เดชร้องเสียงหลง วสันต์จับแขนลูกน้องและบีบแรงๆ
“หนีไป เอาหลักฐานไว้รอคุณหนูของแก ไป๊!” วสันต์รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักเดชออกห่าง เดชลังเลชั่วขณะ แล้วตัดสินใจวิ่งหนีไปแต่คนร้ายก็วิ่งมาดักหน้าเอาไว้ แต่ก่อนที่พวกมันจะมาถึงตัวเดช ราชิตก็ตามมาทันและจัดการลงมือยิงใส่กลุ่มชายฉกรรจ์ตายไปสองคน เหลืออีกสองคนก็เบนปลายปืนไปที่ราชิต แต่ก็ช้ากว่าลูกกระสุนจากปืนของชยุตม์ที่พุ่งตรงแหวกมวลอากาศเข้ามาเจาะกลางหน้าผากของพวกมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
“อ๊ากกก…”
เดชกระโดดหลบเข้าไปในพุ่มไม้หน้ารั้วอัลลอยของบ้านหลังหนึ่งและมองเห็นคนที่มาช่วยก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะหันไปมองวสันต์ซึ่งกำลังนั่งพิงกำแพงหายใจรวยริน “รีบไปเดช…” วสันต์พยายามเปล่งเสียงบอกเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เดชมองเจ้านายก็ถึงกับน้ำตาซึม แล้วรีบวิ่งหนีไปในความมืด ราชิตวิ่งตามไปแต่ไม่ทัน
“คุณวสันต์” ชยุตม์มองเห็นหน้าคนที่ช่วยชัดๆ ก็ตกใจไม่น้อย แต่วสันต์กลับดีใจที่เพื่อนร่วมอาชีพต่างวัยมาช่วยตน “พวกนั้นเป็นใคร?”
“พะ...พวกมันเป็นคนของ…” วสันต์พยายามจะเปล่งเสียงบอก แต่แรงเฮือกสุดท้ายก็หมดลง ชยุตม์เห็นวสันต์นิ่งไปทั้งๆ ที่ตายังเปิดค้างอยู่จึงแตะปลายนิ้วที่ลำคอ และรู้ว่าวสันต์สิ้นใจแล้วจึงลูบเปลือกตาให้ปิดลง
สองเดือนต่อมา...ชยุตม์สั่งให้ทนายประจำตระกูลของเวลัญจ์เปิดพินัยกรรมซึ่งเป็นฉบับจริง แล้วจัดการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนสู่เจ้าของคนเดิม หญิงสาวจัดการตกแต่งบ้านใหม่และพาพ่อกับแม่กลับมาอยู่ตามที่ตัวเองได้สัญญาเอาไว้“ลัญจ์พาพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้านของเราแล้วนะคะ เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด คนชั่วก็ได้รับผลกรรมไปแทน ลัญจ์เองก็อโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วค่ะ จากนี้ลัญจ์จะสานต่องานทุกอย่างของพ่อเองนะคะ” เวลัญจ์น้ำตาซึม ขณะมองภาพผู้ให้กำเนิดที่ติดคู่กันอยู่บนผนังในห้องโถง“ถ้าลัญจ์มีหลานให้พวกท่าน ผมคงต้องให้หยุดทำงานทันที แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาคนที่ไว้ใจที่สุดไปดูแลเมกาเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่เดินมายืนอยู่ข้างๆ สายตามองไปยังภาพบนผนัง“คงอีกนานค่ะพ่อขาแม่ขา เพราะลูกเขยคนนี้ไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย” เวลัญจ์ย่นจมูกใส่ ชยุตม์หน้าตึงที่ถูกเมียรักท้าทายเช่นนั้น“ว่าผัวไม่มีน้ำยาแบบนี้ คงต้องจัดชุดใหญ่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวแล้วอุ้มร่างกลมกลึงลอยหวืดขึ้นจากพื้น หญิงสาวตาโต รีบยกมือขึ้นคล้องคอหนาอย่างรวดเร็ว“คนบ้า...นี่กลางวันแสกๆ นะ” หล่อนต่อว่าปอดแปด พวงแก้มเปลี
“มอบตัวเถอะคุณณรงค์ คุณไม่มีทางหนีอีกแล้ว” สารวัตรหนุ่มและตำรวจทุกนายเล็งปืนมาที่ร่างของณรงค์เป็นจุดเดียวกัน เมื่อหมดหนทางต่อสู้ณรงค์ถึงกับเหงื่อตกแล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เพื่อที่จะมอบตัว แต่จัสมินก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด หญิงสาววิ่งไปแย่งปืนจากมือเดชซึ่งกำลังเดินสวนเข้ามาในห้องโถงพอดี“อย่าอยู่เลยไอ้ผัวสารเลว” เสียงแหลมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืน ณรงค์หันไปมองจัสมินซึ่งเป็นจังหวะที่กระสุนเจาะเข้าบริเวณอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาปัง!!!...“อ๊าก…” ณรงค์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง แต่ยังไม่สิ้นใจ ร่างหนาค่อยๆ เดินลากเท้าไปหา ก่อนจะใช้มือประกบที่ปืนของหญิงสาวแล้วบังคับปลายกระบอกจี้เข้าที่บริเวณคอหอย จากนั้นกดลั่นไกทันทีปัง!!!...กระสุนเจาะทะลุคอของจัสมินจนร่างกระตุกตุบๆ ณรงค์เหยียดยิ้มมองไปที่ชยุตม์และเวลัญจ์ แล้วล้มลงพื้นด้วยลมหายใจสุดท้าย เลือดไหลนองพื้นคอนกรีต“เรียกรถพยาบาล” ทรงยศสั่งการด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ชยุตม์กอดเวลัญจ์แนบอกเพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นภาพสะเทือนใจ จัสมินเอามือกุมที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับทำปากขมุบขมิบเหมือนจะ
“แต่อาก็กำลังได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้” หญิงสาวจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ณรงค์จึงสะบัดมือออกจากกรามเรียวจนร่างระหงถอยหลังไปชนกับพนักพิงโซฟา “อาทำกับพ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่พ่อเห็นอาเหมือนคนในครอบครัว”“พ่อแกไม่ยอมยกเมกาผับให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันขอดีๆ มันหวงเอาไว้ให้แก ในขณะที่ฉันทำมันใหญ่โตเกือบจะเท่ากับแฮปปีไนท์ของไอ้ชยุตม์ด้วยช้ำ” ณรงค์พูดตาแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความคับแค้น “ฉันก็เลยต้องฆ่ามัน แล้วจัดการโอนเมกามาเป็นของฉัน”“ฉันไม่คิดเลยว่าอาจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ แถมยังส่งคนไล่ฆ่าฉันอีกด้วย” เวลัญจ์ตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด จัสมินเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำตัวฉุนเฉียวก็รีบเข้าไปจิกทึ้งผมแล้วออกแรงกระชากไปข้างหลังจนหน้าหงาย “โอ้ย…ฉันคิดว่าเธอจะสำนึกได้แล้วนะจัสมิน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินในความมืดอีก”“เพราะคนที่จะให้ชีวิตใหม่ฉันได้ก็มีแค่คุณรงค์คนเดียวเท่านั้น ส่วนแกอีนังหน้าโง่ ปากก็บอกว่าจะช่วย แต่พอเสร็จคดีก็รีบไปนอนกกผัวเหมือนไก่ในเล้ากกไข่จนไม่เห็นหัวคนอย่างฉัน” จัสมินยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ“เธอแน่ใจเหรอจัสมิน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง เธอดูน้าเกศเป็นตัวอย่างสิ ต้องเป็นคนส่งยาจ
เวลัญจ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถตำรวจและมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน คนรับใช้พักงานเพราะตำรวจขออำนาจศาลปิดจนกว่าจะสอบสวนคดีเสร็จ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงโทร.ไปหาชยุตม์ รอสายไม่นานเสียงทุ้มก็ทักทายมา“ว่าไงครับที่รัก”“เอ่อ ตอนนี้ฉันมาหาจัสมินที่บ้านนะคะ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะมีตำรวจอยู่ด้วย” เวลัญจ์บอกเสียงหวานเพราะกลัวเขาโกรธ“ให้ตายสิลัญจ์ คุณออกไปคนเดียวได้ยังไง ผมอยากจะจับคุณขังในห้องจริงๆ เลย” ชยุตม์สบถอย่างหัวเสีย อุตส่าห์กำชับแล้วเชียวว่าอย่าออกไปไหนลำพังจนกว่าเขาจะกลับมา นี่ถ้าไม่ติดธุระกับคนมีสีเขาคงต้องหิ้วตัวหล่อนมาด้วย“ขอโทษค่ะ กลับไปจะให้ลงโทษเต็มที่เลย โอเคป๊ะ” หล่อนบอกเสียงหวานแล้วส่งจูบดังจุ๊บๆๆ ผ่านโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ชยุตม์คงแทบคลั่ง“ไม่ต้องมาหวาน ยังไงคืนนี้คุณโดนหนักแน่ลัญจ์ ผมจะรีบไปหานะ เปิดเครื่องไว้ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่เป็นไร” เขาสั่งเสียงเข้ม เวลัญจ์ย่นจมูกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าสะพาย แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าชยุตม์ได้โทร.หาทรงยศหลังวางสายจากหล่อน“จัสมิน…” เวลัญจ์เดินเข้าไปในห้องโถงขณะมองหาจัสมิน เมื่อไม่เจอก็เรียกหาอี
เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก็เข้าตรวจสอบแล้วเดินมารายงานทรงยศ “ผงขาวเกรดพรีเมียมครับสารวัตร ถ้าหลุดออกไปได้ มูลค่าของมันไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”“ไอ้พวกชั่ว ร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น ฉันจะจัดการพวกมันให้หมดทั้งแก๊งค์เลยคอยดู” พูดจบทรงยศก็เดินองอาจไปที่รถตำรวจซึ่งมีจอนนีและจัสมินนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นก็ลากตัวต้นเรื่องลงมา“ไงมึง คราวนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม” สารวัตรหนุ่มบอกเสียงต่ำ แต่กลับถูกจอนนีเหยียดยิ้มใส่ จนทรงยศแทบจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่ไหว โชคดีที่ชยุตม์ตามมาทันและจับเพื่อนรักออกห่างจากผู้ต้องหา“มันไม่ใช่ของฉัน มันอยู่ในเมกาก็ต้องเป็นของณรงค์ ไม่เกี่ยวกับฉัน” จอนนีไปได้น้ำขุ่นๆ จัสมินกลัวตัวเองจะมีความผิดไปด้วย จึงรีบแฉทุกอย่างหมดเปลือก“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ ไอ้ฝรั่งคนนี้แหละเป็นคนชวนคุณณรงค์ค้ายา ฉันเป็นพยานได้”จอนนีตวัดสายตามองจัสมินอย่างโมโหแล้วปรี่ไปที่ท้ายกระบะ จัสมินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังชยุตม์อย่างกลัวๆ“งานนี้โดนหนักแน่มึง” ทรงยศบอกอย่างสะใจแล้วให้สัญญาณลูกน้องพาผู้ต้องหาไปสอบสวน“เสียดายนายณรงค์หนีไปได้ ยังไงคุณลัญจ์ก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ
“ผมมั่นใจว่าของยังอยู่ที่เมกาครับ และที่สำคัญมันซ่อนอยู่ในน้ำ” ทรงยศพูดออกมาอย่างมั่นใจและบอกจุดซ่อนของยาเสพติด “ให้นักดำน้ำลงไปตรวจใต้สระหน้าเมกาผับด้วยครับ” สิ้นคำสั่งดังกล่าว สารวัตรหนุ่มก็รีบขับรถกลับไปสมทบเพื่อปิดบัญชีพ่อค้ายารายใหญ่อย่างจอนนีและพวกพ้องของมัน“แกเสร็จฉันแน่ไอ้จอนนี ไอ้นายณรงค์” ทรงยศบดกรามเข้าหากันแน่นทางด้านณรงค์และจอนนีรู้ว่าสินค้าที่เกศนีย์เอาไปส่งนั้นถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนรับของถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทั้งหมด ส่วนเกศนีย์ถูกฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันความลับเอาไว้“พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราจะขนของคืนนี้”“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ ผมไม่น่ามาลงทุนกับคุณเลยจริงๆ” จอนนีเริ่มออกลายเพื่อเอาตัวรอด ณรงค์ตวัดสายตาไปมองอย่างไม่พอใจ ประจวบกับเหมาะกับที่จัสมินเปิดประตูเข้ามาพอดี“คุณณรงค์ฉันดูข่าวเรื่องเกศนีย์ นังนั่นค้ายาเสตติดตั้งแต่เมื่อไหร่” จัสมินถามด้วยสีหน้าร้อนรน และมองณรงค์กับจอนนีสลับกันไปมาขณะรอคำตอบ“ไม่รู้ มันคงอยากรวยถึงทำเรื่องพวกนี้” ณรงค์บอกปัดๆ เป็นเชิงรำคาญ จัสมินจึงขยับมาใกล้อย่างคลางแคลงใจ เพราะคนอย่างเกศนีย์ไม่น่าจะกล้าค้ายาเองถ้าไม่มีคนบงการ“คุณไม่ได้อยู่เบื้องห







