Masuk“รีบไปจากที่นี่เถอะครับนาย เสียงปืนดังขนาดนี้ อีกไม่นานตำรวจก็คงแห่มาทั้งโรงพักเป็นแน่” ราชิตพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวอรถตำรวจก็ดังแว่วมาแต่ไกล ชยุตม์มองร่างวสันต์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะรีบออกจากจุดเกิดเหตุไปในทันที
เมื่อบทสวดอภิธรรมในงานศพของวสันต์จบลง แขกเหรื่อจากหลากหลายวงการที่มาร่วมพิธีต่างก็ทยอยกลับ เกศนีย์ยืนส่งแขกที่ประตูในฐานะภรรยาของวสันต์พร้อมกับณรงค์ จนกระทั่งแขกกลุ่มสุดท้ายออกจากศาลา ทั้งเกศนีย์และณรงค์ก็ถอนหายใจออกมายาวๆ
“วันแรกแขกก็จะเยอะแบบนี้แหละเกศ ทนเหนื่อยอีกไม่กี่วันหรอก” ณรงค์พูดปลอบเสียงเบาๆ แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงภายใต้ชุดเดรสสีดำ สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดบังใบหน้าขาวเนียนไปกว่าครึ่งเดินตรงมาที่ศาลา ดึงความสนใจของทั้งสองหันไปมองอย่างรวดเร็ว
“วะ...เวลัญจ์…” เกศนีย์และณรงค์อุทานขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน เวลัญจ์ทายาทเพียงคนเดียวของวสันต์พนมมือไหว้ภรรยาใหม่ของบิดาและณรงค์
“สวัสดีค่ะคุณน้า คุณอา” หญิงสาวทำความเคารพเสร็จก็เดินเข้าไปข้างใน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นนั้นแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมองภาพที่ตั้งอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีขาว แล้วทรุดตัวลงนั่งหน้าหีบศพซึ่งเป็นแบบโรงเย็น ขณะนั้นเกศนีย์ก็เดินเข้ามานั่งข้างๆ และจุดธูปส่งให้...
“พ่อขา...ลัญจ์กลับมาแล้วนะคะ ลัญจ์ขอโทษที่ไม่ได้กลับมาดูแลพ่อเหมือนที่ลูกคนหนึ่งต้องพึงกระทำ…” เวลัญจ์พูดได้เพียงเท่านั้นก็มีก้อนเหนียวๆ วิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอทำให้ต้องหยุดมองรูปบิดา น้ำตาที่พยายามสะกดกั้นเอาไว้พรั่งพรูออกมาอาบแก้ม เกศนีย์บีบบ่าบางเบาๆ อย่างปลอบใจ
“คุณพ่อไปสบายแล้วนะคะคุณลัญจ์” เกศนีย์เองก็เสียงเครืออย่างสะเทือนใจ เวลัญจ์สูดลมหายใจเข้าปอดแรงลึก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ณรงค์ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังถึงกับหน้าเครียดไปลงทันที
“จากวันนี้เป็นต้นไป ลัญจ์จะเข้ามาทำงานทุกอย่างแทนพ่อ พ่อหลับให้สบายนะคะ”
“อาว่าค่อยๆ คิดดีกว่านะหนูลัญจ์ สิ่งสำคัญเวลานี้คือเราต้องตามล่าตัวคนที่ทำกับวสันต์มาลงโทษให้จงได้” ณรงค์แสร้งบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เวลัญจ์ปักธูปที่แจกันใบใหญ่เสร็จก็ลุกขึ้นยืน
“คุณอารู้เหรอคะว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ในใจรุ่มร้อนตั้งแต่นั่งเครื่องบินมาจากลอนดอนแล้ว อยากจะรู้ว่าใครที่ทำกับบิดาของตนเช่นนี้
“บนถนนโลกีย์ ใครๆ ก็รู้ว่านายชยุตม์ เจ้าของแฮปปีไนท์นั้นอยากได้เมกาผับ และส่งคนมาทาบทามของซื้ออยู่หลายครั้งหลายครา แต่วสันต์ไม่ยอมขาย มันก็เลยใช้วิธีสกปรกร่วมมือกับไอ้เดชจัดการกับวสันต์”
“ไม่จริงค่ะคุณหนู เดชรักและซื่อสัตย์ต่อคุณผู้ชายมากที่สุด แม้แต่ชีวิตยังยอมแลกได้ เดชไม่มีวันทำแบบนั้นอย่างเด็ดขาด” เสียงคัดค้านและแก้ต่างให้เดชดังระงมมาจากด้านหลัง ทำให้ทุกคนรีบหันไปมองเป็นจุดเดียว
“ป้าปริ่ม!”
เวลัญจ์อุทาน แล้วโผเข้าไปสวมกอดหญิงวัยกลางคนที่เลี้ยงดูหล่อนมาตั้งแต่มารดาเสียชีวิต นมปริ่มโอบกอดคุณหนูสุดรักด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ “ลัญจ์คิดถึงป้าที่สุดเลยคะ”
“นมก็คิดถึงคุณหนู คิดถึงมากๆ ด้วยค่ะ” นมปริ่มลูบแผ่นบางนุ่มขึ้นลง จนกระทั่งเห็นสายตาแข็งกร้าวของเกศนีย์มองมาทำให้ต้องคลายวงแขนออก
“น้าเดชอยู่ที่ไหนคะป้า” หญิงสาวถามหาลูกน้องคนสนิทของบิดา และเห็นความกังวลในสายตาของคนที่เป็นถึงแม่นม แต่ยังไม่ได้คำตอบเกศนีย์ก็รีบพูดแทรกขึ้นเสียก่อน
“ป้ารู้เหรอว่านายเดชอยู่ที่ไหน ถ้ารู้ก็รีบบอกมาเถอะ ฉันจะให้ตำรวจไปลากคอมันมาเข้าคุก” เกศนีย์พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด นมปริ่มมีท่าทีอึดอัด ขณะมองหน้าผู้เป็นคุณหนู
“ป้าไม่รู้หรอกนะคะว่าเดชมันอยู่ที่ไหน แต่ป้าอยากจะให้คุณหนูเชื่อว่าเดชไม่มีวันทรยศนายของตัวเองอย่างแน่นอนค่ะ” นมปริ่มมองหน้าสวยหวานผ่านม่านน้ำตา ความจริงใจที่แสดงออกมาทางสายตาทำเอาเวลัญจ์นิ่งคิด
“รู้ได้ยังไงแม่ปริ่มว่าเดชมันไม่ได้ทำ บางทีมันอาจจะถูกเงินของเจ้าพ่ออ่างอย่างชยุตม์ซื้อก็ได้” ณรงค์มองหญิงวัยกลางคนด้วยประกายแข็งกร้าว แต่ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านั้น ร้อยเวรเจ้าของคดีพร้อมทั้งตำรวจอีกสองนายก็เดินเข้ามาข้างในศาลา
“ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่มารบกวน ผมอยากสอบปากคำคุณเกศนีย์กับคุณณรงค์เพิ่มเติมครับ” พันตำรวจตรีทรงยศบอกเสร็จก็เบนสายตาไปที่เวลัญจ์
“ได้สิครับ ผมให้ความร่วมมือเต็มที่อยู่แล้ว ขอแค่เอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้” ณรงค์บอกเสียงห้วนๆ มือกำเข้าหากันแน่น แสดงออกให้รู้ว่าโกรธแค้นแทนเพื่อนรักมากแค่ไหน “อ้อ...ผมลืมแนะนำไปเลย นี่คือคุณเวลัญจ์ ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของวสันต์ครับ”
“สวัสดีครับ ผมสารวัตรทรงยศ เป็นเจ้าของคดีของคุณวสันต์ครับ” ทรงยศแนะนำตัวเองหลังจากรับไหว้หญิงสาวเรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณสารวัตร คดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวฝืนยิ้มทักทาย หากใบหน้ายังคงหม่นเศร้าดุจดอกไม้ก้านเฉา ทรงยศสบตากลมโตแวบหนึ่งแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ
“ตอนนี้เราสั่งกำลังตำรวจทุกพื้นที่ตามหานายเดชอยู่ครับ เพราะนายเดชคือกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ทั้งหมด”
“แล้วคนทำอย่างนายชยุตม์ สารวัตรเรียกมาสอบปากคำหรือยัง” ณรงค์ชี้นำด้วยเสียงค่อนข้างกระด้าง ยิ่งเห็นท่าทีนิ่งๆ ของสารวัตรหนุ่มก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
“เรากำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่ครับ ถ้าเกี่ยวข้องกับคนที่คุณกล่าวหา ผมไม่ปล่อยไว้แน่นอน”
“ให้มันจริงเถอะ ผมกลัวแต่ว่าเงินและอิทธิพลของมันจะงัดกุญแจห้องขังได้” ณรงค์กวาดสายตามองตำรวจอย่างเย้ยหยัน ทำเอาดาบตำรวจอีกสองนายที่ติดตามมาด้วยถึงกับขยับตัว
“อ้าวคุณ พูดแบบนี้เดี๋ยวก็โดนข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงานเอาหรอก”
ทรงยศรีบยกมือขึ้นปรามลูกน้อง เวลัญจ์เริ่มเห็นความยุ่งยากที่กำลังจะตามมาในไม่ช้า เพราะกุญแจดอกสำคัญตอนนี้คือนายเดชลูกน้องคนสนิทของบิดานั่นเอง สงสัยหล่อนคงต้องสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองกระมัง
สองเดือนต่อมา...ชยุตม์สั่งให้ทนายประจำตระกูลของเวลัญจ์เปิดพินัยกรรมซึ่งเป็นฉบับจริง แล้วจัดการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนสู่เจ้าของคนเดิม หญิงสาวจัดการตกแต่งบ้านใหม่และพาพ่อกับแม่กลับมาอยู่ตามที่ตัวเองได้สัญญาเอาไว้“ลัญจ์พาพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้านของเราแล้วนะคะ เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด คนชั่วก็ได้รับผลกรรมไปแทน ลัญจ์เองก็อโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วค่ะ จากนี้ลัญจ์จะสานต่องานทุกอย่างของพ่อเองนะคะ” เวลัญจ์น้ำตาซึม ขณะมองภาพผู้ให้กำเนิดที่ติดคู่กันอยู่บนผนังในห้องโถง“ถ้าลัญจ์มีหลานให้พวกท่าน ผมคงต้องให้หยุดทำงานทันที แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาคนที่ไว้ใจที่สุดไปดูแลเมกาเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่เดินมายืนอยู่ข้างๆ สายตามองไปยังภาพบนผนัง“คงอีกนานค่ะพ่อขาแม่ขา เพราะลูกเขยคนนี้ไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย” เวลัญจ์ย่นจมูกใส่ ชยุตม์หน้าตึงที่ถูกเมียรักท้าทายเช่นนั้น“ว่าผัวไม่มีน้ำยาแบบนี้ คงต้องจัดชุดใหญ่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวแล้วอุ้มร่างกลมกลึงลอยหวืดขึ้นจากพื้น หญิงสาวตาโต รีบยกมือขึ้นคล้องคอหนาอย่างรวดเร็ว“คนบ้า...นี่กลางวันแสกๆ นะ” หล่อนต่อว่าปอดแปด พวงแก้มเปลี
“มอบตัวเถอะคุณณรงค์ คุณไม่มีทางหนีอีกแล้ว” สารวัตรหนุ่มและตำรวจทุกนายเล็งปืนมาที่ร่างของณรงค์เป็นจุดเดียวกัน เมื่อหมดหนทางต่อสู้ณรงค์ถึงกับเหงื่อตกแล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เพื่อที่จะมอบตัว แต่จัสมินก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด หญิงสาววิ่งไปแย่งปืนจากมือเดชซึ่งกำลังเดินสวนเข้ามาในห้องโถงพอดี“อย่าอยู่เลยไอ้ผัวสารเลว” เสียงแหลมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืน ณรงค์หันไปมองจัสมินซึ่งเป็นจังหวะที่กระสุนเจาะเข้าบริเวณอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาปัง!!!...“อ๊าก…” ณรงค์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง แต่ยังไม่สิ้นใจ ร่างหนาค่อยๆ เดินลากเท้าไปหา ก่อนจะใช้มือประกบที่ปืนของหญิงสาวแล้วบังคับปลายกระบอกจี้เข้าที่บริเวณคอหอย จากนั้นกดลั่นไกทันทีปัง!!!...กระสุนเจาะทะลุคอของจัสมินจนร่างกระตุกตุบๆ ณรงค์เหยียดยิ้มมองไปที่ชยุตม์และเวลัญจ์ แล้วล้มลงพื้นด้วยลมหายใจสุดท้าย เลือดไหลนองพื้นคอนกรีต“เรียกรถพยาบาล” ทรงยศสั่งการด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ชยุตม์กอดเวลัญจ์แนบอกเพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นภาพสะเทือนใจ จัสมินเอามือกุมที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับทำปากขมุบขมิบเหมือนจะ
“แต่อาก็กำลังได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้” หญิงสาวจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ณรงค์จึงสะบัดมือออกจากกรามเรียวจนร่างระหงถอยหลังไปชนกับพนักพิงโซฟา “อาทำกับพ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่พ่อเห็นอาเหมือนคนในครอบครัว”“พ่อแกไม่ยอมยกเมกาผับให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันขอดีๆ มันหวงเอาไว้ให้แก ในขณะที่ฉันทำมันใหญ่โตเกือบจะเท่ากับแฮปปีไนท์ของไอ้ชยุตม์ด้วยช้ำ” ณรงค์พูดตาแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความคับแค้น “ฉันก็เลยต้องฆ่ามัน แล้วจัดการโอนเมกามาเป็นของฉัน”“ฉันไม่คิดเลยว่าอาจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ แถมยังส่งคนไล่ฆ่าฉันอีกด้วย” เวลัญจ์ตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด จัสมินเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำตัวฉุนเฉียวก็รีบเข้าไปจิกทึ้งผมแล้วออกแรงกระชากไปข้างหลังจนหน้าหงาย “โอ้ย…ฉันคิดว่าเธอจะสำนึกได้แล้วนะจัสมิน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินในความมืดอีก”“เพราะคนที่จะให้ชีวิตใหม่ฉันได้ก็มีแค่คุณรงค์คนเดียวเท่านั้น ส่วนแกอีนังหน้าโง่ ปากก็บอกว่าจะช่วย แต่พอเสร็จคดีก็รีบไปนอนกกผัวเหมือนไก่ในเล้ากกไข่จนไม่เห็นหัวคนอย่างฉัน” จัสมินยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ“เธอแน่ใจเหรอจัสมิน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง เธอดูน้าเกศเป็นตัวอย่างสิ ต้องเป็นคนส่งยาจ
เวลัญจ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถตำรวจและมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน คนรับใช้พักงานเพราะตำรวจขออำนาจศาลปิดจนกว่าจะสอบสวนคดีเสร็จ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงโทร.ไปหาชยุตม์ รอสายไม่นานเสียงทุ้มก็ทักทายมา“ว่าไงครับที่รัก”“เอ่อ ตอนนี้ฉันมาหาจัสมินที่บ้านนะคะ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะมีตำรวจอยู่ด้วย” เวลัญจ์บอกเสียงหวานเพราะกลัวเขาโกรธ“ให้ตายสิลัญจ์ คุณออกไปคนเดียวได้ยังไง ผมอยากจะจับคุณขังในห้องจริงๆ เลย” ชยุตม์สบถอย่างหัวเสีย อุตส่าห์กำชับแล้วเชียวว่าอย่าออกไปไหนลำพังจนกว่าเขาจะกลับมา นี่ถ้าไม่ติดธุระกับคนมีสีเขาคงต้องหิ้วตัวหล่อนมาด้วย“ขอโทษค่ะ กลับไปจะให้ลงโทษเต็มที่เลย โอเคป๊ะ” หล่อนบอกเสียงหวานแล้วส่งจูบดังจุ๊บๆๆ ผ่านโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ชยุตม์คงแทบคลั่ง“ไม่ต้องมาหวาน ยังไงคืนนี้คุณโดนหนักแน่ลัญจ์ ผมจะรีบไปหานะ เปิดเครื่องไว้ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่เป็นไร” เขาสั่งเสียงเข้ม เวลัญจ์ย่นจมูกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าสะพาย แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าชยุตม์ได้โทร.หาทรงยศหลังวางสายจากหล่อน“จัสมิน…” เวลัญจ์เดินเข้าไปในห้องโถงขณะมองหาจัสมิน เมื่อไม่เจอก็เรียกหาอี
เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก็เข้าตรวจสอบแล้วเดินมารายงานทรงยศ “ผงขาวเกรดพรีเมียมครับสารวัตร ถ้าหลุดออกไปได้ มูลค่าของมันไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”“ไอ้พวกชั่ว ร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น ฉันจะจัดการพวกมันให้หมดทั้งแก๊งค์เลยคอยดู” พูดจบทรงยศก็เดินองอาจไปที่รถตำรวจซึ่งมีจอนนีและจัสมินนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นก็ลากตัวต้นเรื่องลงมา“ไงมึง คราวนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม” สารวัตรหนุ่มบอกเสียงต่ำ แต่กลับถูกจอนนีเหยียดยิ้มใส่ จนทรงยศแทบจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่ไหว โชคดีที่ชยุตม์ตามมาทันและจับเพื่อนรักออกห่างจากผู้ต้องหา“มันไม่ใช่ของฉัน มันอยู่ในเมกาก็ต้องเป็นของณรงค์ ไม่เกี่ยวกับฉัน” จอนนีไปได้น้ำขุ่นๆ จัสมินกลัวตัวเองจะมีความผิดไปด้วย จึงรีบแฉทุกอย่างหมดเปลือก“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ ไอ้ฝรั่งคนนี้แหละเป็นคนชวนคุณณรงค์ค้ายา ฉันเป็นพยานได้”จอนนีตวัดสายตามองจัสมินอย่างโมโหแล้วปรี่ไปที่ท้ายกระบะ จัสมินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังชยุตม์อย่างกลัวๆ“งานนี้โดนหนักแน่มึง” ทรงยศบอกอย่างสะใจแล้วให้สัญญาณลูกน้องพาผู้ต้องหาไปสอบสวน“เสียดายนายณรงค์หนีไปได้ ยังไงคุณลัญจ์ก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ
“ผมมั่นใจว่าของยังอยู่ที่เมกาครับ และที่สำคัญมันซ่อนอยู่ในน้ำ” ทรงยศพูดออกมาอย่างมั่นใจและบอกจุดซ่อนของยาเสพติด “ให้นักดำน้ำลงไปตรวจใต้สระหน้าเมกาผับด้วยครับ” สิ้นคำสั่งดังกล่าว สารวัตรหนุ่มก็รีบขับรถกลับไปสมทบเพื่อปิดบัญชีพ่อค้ายารายใหญ่อย่างจอนนีและพวกพ้องของมัน“แกเสร็จฉันแน่ไอ้จอนนี ไอ้นายณรงค์” ทรงยศบดกรามเข้าหากันแน่นทางด้านณรงค์และจอนนีรู้ว่าสินค้าที่เกศนีย์เอาไปส่งนั้นถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนรับของถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทั้งหมด ส่วนเกศนีย์ถูกฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันความลับเอาไว้“พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราจะขนของคืนนี้”“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ ผมไม่น่ามาลงทุนกับคุณเลยจริงๆ” จอนนีเริ่มออกลายเพื่อเอาตัวรอด ณรงค์ตวัดสายตาไปมองอย่างไม่พอใจ ประจวบกับเหมาะกับที่จัสมินเปิดประตูเข้ามาพอดี“คุณณรงค์ฉันดูข่าวเรื่องเกศนีย์ นังนั่นค้ายาเสตติดตั้งแต่เมื่อไหร่” จัสมินถามด้วยสีหน้าร้อนรน และมองณรงค์กับจอนนีสลับกันไปมาขณะรอคำตอบ“ไม่รู้ มันคงอยากรวยถึงทำเรื่องพวกนี้” ณรงค์บอกปัดๆ เป็นเชิงรำคาญ จัสมินจึงขยับมาใกล้อย่างคลางแคลงใจ เพราะคนอย่างเกศนีย์ไม่น่าจะกล้าค้ายาเองถ้าไม่มีคนบงการ“คุณไม่ได้อยู่เบื้องห







