LOGINชยุตม์มาถึงคฤหาสน์ก็อุ้มเวลัญจ์ขึ้นไปที่ห้องรับรอง ก่อนจะวางร่างอรชรลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด แล้วจึงถอยออกมาพิจารณาหล่อนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าสวยหวานเกลี้ยงเกลาภายใต้กรอบผมสลวยดำขลับ ถึงแม้พวงแก้มจะซีดเผือดเพราะความตกใจ หากความสวยก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด ขนตางอนงามปิดดวงตากลมโตเอาไว้ ไม่อย่างนั้นหล่อนคงมองเขาเป็นศัตรูเหมือนเช่นทุกครั้งที่เจอกัน จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่ออันน่าจูบ ไม่คิดว่าลูกสาวของเพื่อนต่างวัยจะงดงามได้ขนาดนี้ วสันต์เคยเล่าให้ฟังว่าบุตรสาวของตัวเองนั้นทั้งเก่งและเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก
“ประกาศเป็นศัตรูกับฉันแบบนี้ ไอ้พวกที่หวังเมกาคงได้หัวเราะครื้นเครงกันใหญ่...” ชยุตม์รู้สึกเป็นห่วงคนที่นอนอยู่บนเตียงมากขึ้นกว่าเดิม
“คุณหมอมาแล้วครับนาย” ราชิตพาหมอวิรุณเข้ามาในห้อง ชยุตม์ขยับไปยืนข้างหัวเตียง วิรุณเห็นคนไข้เป็นสาวหน้าตาสะสวยก็มองเพื่อนรักอย่างใคร่แปลกใจ
“นี่นายพาผู้หญิงเข้าบ้าน?” วิรุณเอ่ยถาม ขณะมองเจ้าพ่อหนุ่มราวกับเป็นเรื่องใหญ่นักหนา เพราะคฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้เข้ามาเหยียบ ถ้าชยุตม์จะมีกิจกรรมบนเตียงก็พาไปที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวริมทะเล
“ทำไมวะ ผิดนักหรือไงที่ฉันพาผู้หญิงมาที่นี่”
“ก็ไม่ผิดหรอก แต่มันแปลกตรงที่นายไม่เคยพาใครมาที่นี่ต่างหาก” วิรุณบอกพร้อมกับหยิบเครื่องฟังหัวใจออกมาจากกระเป๋าแพทย์ แล้วเริ่มขบวนการตรวจคนไข้ ไม่นานก็หันไปมองเจ้าของคฤหาสน์
“เธอไม่เป็นไรมาก คงแค่ตกใจเท่านั้น เดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ฟื้น” คุณหมอหนุ่มเก็บอุปการณ์ลงในกระเป๋าแพทย์
“ขอบใจมากเพื่อน” ชยุตม์เดินนำทุกคนออกจากห้อง แม่บ้านซึ่งรออยู่ด้านนอกก็รีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หญิงสาวทันที
เมื่อส่งหมอวิรุณเสร็จ ชยุตม์ก็ไปที่นั่งถกเครียดกับราชิตที่ห้องทำงาน “มือปืนมาจากซุ้มดังทางปักษ์ครับ ซุ้มนี้จะรับงานเฉพาะคนเงินหนา ยิ่งเป็นเงินดอลลาร์พวกมันยิ่งชอบครับนาย”
สิ่งที่ลูกน้องคนสนิทรายงานทำให้เจ้าพ่อหนุ่มถึงกับนิ่วหน้า และครุ่นคิดถึงซุ้มแก๊งค์มือปืนกลุ่มหนึ่งที่ข้ามประเทศมาขุดทองในเมืองไทย พวกนี้เป็นมาเฟียที่ถูกไล่ล่ามาจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ นี่เอง ฉากหน้าเป็นเจ้าของสถานบันเทิงหลายแห่งในภูเก็ต แถมพวกมันยังกร่างโดยไม่สนใจอะไร ซึ่งเขาเองก็สั่งให้คนจับตาอยู่เหมือนกัน
“ส่งข้อมูลให้สารวัตรทรงยศรู้ด้วยนะชิต แล้วเพิ่มคนดูแลความปลอดภัยของแฮปปีไนท์ด้วย ใครที่มันมาโชว์กร่างในเขตของเราก็จัดการสั่งสอนได้เลย”
“ครับนาย แล้วเรื่องคุณเวลัญจ์ นายจะเอายังไงต่อครับ ผมได้ข่าวว่าคุณเวลัญจ์จะเข้าไปบริหารเมกาเองทั้งหมด”
“อวดเก่งทั้งๆ ที่ในหัวไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจบันเทิงเลย ไอ้ณรงค์คงเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ เพราะกลัวเสียผลประโยชน์” ชยุตม์พูดเสียงห้วนๆ “ตอนนี้นายเดชอยู่ที่ไหน”
“หลบอยู่แถวๆ โรงงานที่บางปะกงครับ วันนี้คงไปรอคุณเวลัญจ์ที่นั่น แต่เธอถูกดักทำร้ายเสียก่อน”
“ให้คนติดตามต่อ จนกว่าหมอนั่นจะไว้ใจแล้วเอาหลักฐานสำคัญมาให้พวกเรา” ชยุตม์เชื่อว่าความจริงใจจะดึงเดชเข้ามาหาเขาในสักวัน จะห่วงก็แต่กวางน้อยแสนรั้นนี่แหละ ตื่นขึ้นมาคงอาละวาดกันยกใหญ่
ทางด้านณรงค์ที่กำลังนั่งรอฟังข่าวอยู่ในบ้านอย่างลุ้นระทึก และมั่นใจว่ามือปืนที่ตนส่งไปจัดการเวลัญจ์คงไม่พลาดแน่นอน อวดดีไม่ยอมเชื่อฟังเขาก็ต้องเจอแบบนี้
“ช่วยไม่ได้นะวสันต์ ลูกสาวแกมันขวากหนามที่ฉันจะต้องกำจัดทิ้งไปซะ” ณรงค์แสยะยิ้มมุมปาก แววตาเรืองรองเมื่อคิดถึงเงินที่จะเข้ากระเป๋าตัวเอง ธุรกิจที่เขาบริหารจัดการจนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจะต้องตกเป็นของเขา ไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนอย่างเวลัญจ์
กริ๊ง…กริ๊ง...
เสียงโทรศัพท์ดึงให้ชายวัยกลางคนหลุดออกจากภวังค์ แล้วรีบกดรับทันที “เป็นไงบ้าง...หวังว่างานคงเรียบร้อยดีนะ” ถามเสร็จก็หยุดหายใจเพื่อฟังคำตอบ
“พวกไอ้ชยุตม์มันมาช่วยไว้ได้ทัน คนของผมตายไปหนึ่ง ยังไงจะส่งคนไปจัดการอีกครั้ง” คนปลายสายบอกด้วยสำเนียงภาษาไทยไม่ค่อยชัด
“บ้าเอ้ย…ผู้หญิงคนเดียวยังจัดการไม่ได้ ส่งมือปืนกระจอกไปทำงานหรือเปล่าจอนนี” ณรงค์ต่อว่าอย่างผิดหวังเพราะเสียค่าจ้างไปไม่น้อย
“คุณก็รู้ว่ามือปืนที่นี่ระดับไหน”
“ไอ้ชยุตม์นี่มันแส่ได้ทุกเรื่องจริงๆ สงสัยมึงกับกูคงจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วล่ะ” ณรงค์ตาลุกวาว ก่อนจะสั่งงานเพิ่มจากงานเดิม “ในเมื่อมันชอบทำตัวยุ่งเรื่องของชาวบ้านดีนัก ก็จัดการมันไปด้วยพร้อมๆ กันเลย เสียเท่าไหร่ฉันก็ยอม”
“เงินถึง งานเดิน แต่ผมมีข้อเสนอใหม่ ร่วมขันแล้วแบ่งผลประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอคุณณรงค์” คนปลายสายเสนอ ณรงค์คิดตามแล้วหัวเราะลั่น จากนั้นการเจรจาผลประโยชน์สีเทาก็เริ่มขึ้น
สองเดือนต่อมา...ชยุตม์สั่งให้ทนายประจำตระกูลของเวลัญจ์เปิดพินัยกรรมซึ่งเป็นฉบับจริง แล้วจัดการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างกลับคืนสู่เจ้าของคนเดิม หญิงสาวจัดการตกแต่งบ้านใหม่และพาพ่อกับแม่กลับมาอยู่ตามที่ตัวเองได้สัญญาเอาไว้“ลัญจ์พาพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้านของเราแล้วนะคะ เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด คนชั่วก็ได้รับผลกรรมไปแทน ลัญจ์เองก็อโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วค่ะ จากนี้ลัญจ์จะสานต่องานทุกอย่างของพ่อเองนะคะ” เวลัญจ์น้ำตาซึม ขณะมองภาพผู้ให้กำเนิดที่ติดคู่กันอยู่บนผนังในห้องโถง“ถ้าลัญจ์มีหลานให้พวกท่าน ผมคงต้องให้หยุดทำงานทันที แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาคนที่ไว้ใจที่สุดไปดูแลเมกาเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่เดินมายืนอยู่ข้างๆ สายตามองไปยังภาพบนผนัง“คงอีกนานค่ะพ่อขาแม่ขา เพราะลูกเขยคนนี้ไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย” เวลัญจ์ย่นจมูกใส่ ชยุตม์หน้าตึงที่ถูกเมียรักท้าทายเช่นนั้น“ว่าผัวไม่มีน้ำยาแบบนี้ คงต้องจัดชุดใหญ่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวแล้วอุ้มร่างกลมกลึงลอยหวืดขึ้นจากพื้น หญิงสาวตาโต รีบยกมือขึ้นคล้องคอหนาอย่างรวดเร็ว“คนบ้า...นี่กลางวันแสกๆ นะ” หล่อนต่อว่าปอดแปด พวงแก้มเปลี
“มอบตัวเถอะคุณณรงค์ คุณไม่มีทางหนีอีกแล้ว” สารวัตรหนุ่มและตำรวจทุกนายเล็งปืนมาที่ร่างของณรงค์เป็นจุดเดียวกัน เมื่อหมดหนทางต่อสู้ณรงค์ถึงกับเหงื่อตกแล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ เพื่อที่จะมอบตัว แต่จัสมินก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด หญิงสาววิ่งไปแย่งปืนจากมือเดชซึ่งกำลังเดินสวนเข้ามาในห้องโถงพอดี“อย่าอยู่เลยไอ้ผัวสารเลว” เสียงแหลมเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืน ณรงค์หันไปมองจัสมินซึ่งเป็นจังหวะที่กระสุนเจาะเข้าบริเวณอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจจนเลือดพุ่งกระฉูดออกมาปัง!!!...“อ๊าก…” ณรงค์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง แต่ยังไม่สิ้นใจ ร่างหนาค่อยๆ เดินลากเท้าไปหา ก่อนจะใช้มือประกบที่ปืนของหญิงสาวแล้วบังคับปลายกระบอกจี้เข้าที่บริเวณคอหอย จากนั้นกดลั่นไกทันทีปัง!!!...กระสุนเจาะทะลุคอของจัสมินจนร่างกระตุกตุบๆ ณรงค์เหยียดยิ้มมองไปที่ชยุตม์และเวลัญจ์ แล้วล้มลงพื้นด้วยลมหายใจสุดท้าย เลือดไหลนองพื้นคอนกรีต“เรียกรถพยาบาล” ทรงยศสั่งการด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ชยุตม์กอดเวลัญจ์แนบอกเพื่อไม่ให้ภรรยาเห็นภาพสะเทือนใจ จัสมินเอามือกุมที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับทำปากขมุบขมิบเหมือนจะ
“แต่อาก็กำลังได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้” หญิงสาวจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว ณรงค์จึงสะบัดมือออกจากกรามเรียวจนร่างระหงถอยหลังไปชนกับพนักพิงโซฟา “อาทำกับพ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่พ่อเห็นอาเหมือนคนในครอบครัว”“พ่อแกไม่ยอมยกเมกาผับให้ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันขอดีๆ มันหวงเอาไว้ให้แก ในขณะที่ฉันทำมันใหญ่โตเกือบจะเท่ากับแฮปปีไนท์ของไอ้ชยุตม์ด้วยช้ำ” ณรงค์พูดตาแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความคับแค้น “ฉันก็เลยต้องฆ่ามัน แล้วจัดการโอนเมกามาเป็นของฉัน”“ฉันไม่คิดเลยว่าอาจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ แถมยังส่งคนไล่ฆ่าฉันอีกด้วย” เวลัญจ์ตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด จัสมินเห็นอีกฝ่ายเริ่มทำตัวฉุนเฉียวก็รีบเข้าไปจิกทึ้งผมแล้วออกแรงกระชากไปข้างหลังจนหน้าหงาย “โอ้ย…ฉันคิดว่าเธอจะสำนึกได้แล้วนะจัสมิน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินในความมืดอีก”“เพราะคนที่จะให้ชีวิตใหม่ฉันได้ก็มีแค่คุณรงค์คนเดียวเท่านั้น ส่วนแกอีนังหน้าโง่ ปากก็บอกว่าจะช่วย แต่พอเสร็จคดีก็รีบไปนอนกกผัวเหมือนไก่ในเล้ากกไข่จนไม่เห็นหัวคนอย่างฉัน” จัสมินยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ“เธอแน่ใจเหรอจัสมิน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง เธอดูน้าเกศเป็นตัวอย่างสิ ต้องเป็นคนส่งยาจ
เวลัญจ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถตำรวจและมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน คนรับใช้พักงานเพราะตำรวจขออำนาจศาลปิดจนกว่าจะสอบสวนคดีเสร็จ หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงโทร.ไปหาชยุตม์ รอสายไม่นานเสียงทุ้มก็ทักทายมา“ว่าไงครับที่รัก”“เอ่อ ตอนนี้ฉันมาหาจัสมินที่บ้านนะคะ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะมีตำรวจอยู่ด้วย” เวลัญจ์บอกเสียงหวานเพราะกลัวเขาโกรธ“ให้ตายสิลัญจ์ คุณออกไปคนเดียวได้ยังไง ผมอยากจะจับคุณขังในห้องจริงๆ เลย” ชยุตม์สบถอย่างหัวเสีย อุตส่าห์กำชับแล้วเชียวว่าอย่าออกไปไหนลำพังจนกว่าเขาจะกลับมา นี่ถ้าไม่ติดธุระกับคนมีสีเขาคงต้องหิ้วตัวหล่อนมาด้วย“ขอโทษค่ะ กลับไปจะให้ลงโทษเต็มที่เลย โอเคป๊ะ” หล่อนบอกเสียงหวานแล้วส่งจูบดังจุ๊บๆๆ ผ่านโทรศัพท์เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ชยุตม์คงแทบคลั่ง“ไม่ต้องมาหวาน ยังไงคืนนี้คุณโดนหนักแน่ลัญจ์ ผมจะรีบไปหานะ เปิดเครื่องไว้ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่เป็นไร” เขาสั่งเสียงเข้ม เวลัญจ์ย่นจมูกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าสะพาย แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าชยุตม์ได้โทร.หาทรงยศหลังวางสายจากหล่อน“จัสมิน…” เวลัญจ์เดินเข้าไปในห้องโถงขณะมองหาจัสมิน เมื่อไม่เจอก็เรียกหาอี
เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานก็เข้าตรวจสอบแล้วเดินมารายงานทรงยศ “ผงขาวเกรดพรีเมียมครับสารวัตร ถ้าหลุดออกไปได้ มูลค่าของมันไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”“ไอ้พวกชั่ว ร่ำรวยบนความทุกข์ของคนอื่น ฉันจะจัดการพวกมันให้หมดทั้งแก๊งค์เลยคอยดู” พูดจบทรงยศก็เดินองอาจไปที่รถตำรวจซึ่งมีจอนนีและจัสมินนั่งอยู่ท้ายกระบะ จากนั้นก็ลากตัวต้นเรื่องลงมา“ไงมึง คราวนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม” สารวัตรหนุ่มบอกเสียงต่ำ แต่กลับถูกจอนนีเหยียดยิ้มใส่ จนทรงยศแทบจะสะกดอารมณ์ไว้ไม่ไหว โชคดีที่ชยุตม์ตามมาทันและจับเพื่อนรักออกห่างจากผู้ต้องหา“มันไม่ใช่ของฉัน มันอยู่ในเมกาก็ต้องเป็นของณรงค์ ไม่เกี่ยวกับฉัน” จอนนีไปได้น้ำขุ่นๆ จัสมินกลัวตัวเองจะมีความผิดไปด้วย จึงรีบแฉทุกอย่างหมดเปลือก“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ ไอ้ฝรั่งคนนี้แหละเป็นคนชวนคุณณรงค์ค้ายา ฉันเป็นพยานได้”จอนนีตวัดสายตามองจัสมินอย่างโมโหแล้วปรี่ไปที่ท้ายกระบะ จัสมินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังชยุตม์อย่างกลัวๆ“งานนี้โดนหนักแน่มึง” ทรงยศบอกอย่างสะใจแล้วให้สัญญาณลูกน้องพาผู้ต้องหาไปสอบสวน“เสียดายนายณรงค์หนีไปได้ ยังไงคุณลัญจ์ก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ
“ผมมั่นใจว่าของยังอยู่ที่เมกาครับ และที่สำคัญมันซ่อนอยู่ในน้ำ” ทรงยศพูดออกมาอย่างมั่นใจและบอกจุดซ่อนของยาเสพติด “ให้นักดำน้ำลงไปตรวจใต้สระหน้าเมกาผับด้วยครับ” สิ้นคำสั่งดังกล่าว สารวัตรหนุ่มก็รีบขับรถกลับไปสมทบเพื่อปิดบัญชีพ่อค้ายารายใหญ่อย่างจอนนีและพวกพ้องของมัน“แกเสร็จฉันแน่ไอ้จอนนี ไอ้นายณรงค์” ทรงยศบดกรามเข้าหากันแน่นทางด้านณรงค์และจอนนีรู้ว่าสินค้าที่เกศนีย์เอาไปส่งนั้นถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนรับของถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทั้งหมด ส่วนเกศนีย์ถูกฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันความลับเอาไว้“พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราจะขนของคืนนี้”“งานนี้ขาดทุนย่อยยับ ผมไม่น่ามาลงทุนกับคุณเลยจริงๆ” จอนนีเริ่มออกลายเพื่อเอาตัวรอด ณรงค์ตวัดสายตาไปมองอย่างไม่พอใจ ประจวบกับเหมาะกับที่จัสมินเปิดประตูเข้ามาพอดี“คุณณรงค์ฉันดูข่าวเรื่องเกศนีย์ นังนั่นค้ายาเสตติดตั้งแต่เมื่อไหร่” จัสมินถามด้วยสีหน้าร้อนรน และมองณรงค์กับจอนนีสลับกันไปมาขณะรอคำตอบ“ไม่รู้ มันคงอยากรวยถึงทำเรื่องพวกนี้” ณรงค์บอกปัดๆ เป็นเชิงรำคาญ จัสมินจึงขยับมาใกล้อย่างคลางแคลงใจ เพราะคนอย่างเกศนีย์ไม่น่าจะกล้าค้ายาเองถ้าไม่มีคนบงการ“คุณไม่ได้อยู่เบื้องห







