มารดาอย่างข้าไม่ใช่พลับนิ่ม

มารดาอย่างข้าไม่ใช่พลับนิ่ม

last updateآخر تحديث : 2026-05-11
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
156فصول
5.0Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

“ฟื้นจากความตายมาพบว่าลูกสาวกำลังจะถูกขาย ซูเหมยฮัวจึงงัดวิญญาณแม่ค้าปากแจ๋วมาสู้สุดใจ! ใครว่าข้าเป็นลูกพลับนิ่ม? คอยดูเถิด... ข้าจะใช้ ‘ไหผักดอง’ ใบนี้สร้างอาณาจักรความมั่งคั่ง และจะทวงคืนทุกความแค้น คิดบัญชีทบต้นทบดอกกับตระกูลจ้าวให้สาสม!”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นริ้วไปทั่วลำคอ ราวกับกระดูกคอจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ...

นั่นคือความรู้สึกแรกที่ ‘ซูเหมยฮัว’ สัมผัสได้ ลมหายใจของนางติดขัด ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกหินทับ ทว่าสิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าความเจ็บทางกาย คือเสียงร้องไห้จ้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังอยู่ข้างหู

“ท่านแม่... ฮือออ ท่านแม่ตื่นสิเจ้าคะ ท่านแม่ อย่าทิ้งอันเล่อไป!”

เสียงเล็กๆ นั้นสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เจือด้วยเสียงสะอื้นจนตัวโยนอย่างน่าสงสาร

“นังเด็กโง่! หลบไป!”

เสียงตวาดแหลมสูงดังแทรกขึ้นมา ตามมาด้วยเสียง ผลัวะ! เหมือนของหนัก ๆ กระทบเนื้อ พร้อมกับเสียงร้อง โอ๊ย! ของเด็กน้อยที่เงียบเสียงไปครู่หนึ่งเพราะความจุก

ไฟโกรธสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาในสติที่กำลังเลือนรางของซูเหมยฮัว... ใคร? ใครกล้าทำร้ายเด็ก?

นางพยายามลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวจากแสงสลัวในห้องที่อับชื้น กลิ่นราและกลิ่นฟางเก่า ๆ ลอยเข้าจมูก ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่นางคุ้นเคย แต่มันคือห้องเก็บฟืนซอมซ่อที่ผนังทำจากดินเหนียวสีแดงผสมกับฟางอัดทำเป็นผนังห้อง

“ท่านแม่... นางตายหรือยังเจ้าคะ?” เสียงหญิงสาวอีกคนถามขึ้น น้ำเสียงไม่ได้มีความห่วงใยแม้แต่น้อย กลับเจือด้วยความรังเกียจปนขยะแขยง

“ฮึ! เชือกป่านรัดคอแน่นขนาดนั้น ไม่ตายก็พิการ!” หญิงชราเจ้าของเสียงตวาดเมื่อครู่แค่นเสียงตอบ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างของซูเหมยฮัวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนกองฟางอย่างดูแคลน เหมือนเศษสวะไร้ค่า

“ตายๆ ไปเสียได้ก็ดี ตระกูลจ้าวของข้าจะได้หมดเสนียดจัญไรเสียที ลูกสะใภ้คบชู้สู่ชายเช่นนี้ อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน!”

“ท่านย่า... ท่านแม่ไม่ได้คบชู้นะเจ้าคะ ฮือออ” ร่างเล็กผอมโซของ ‘อันเล่อ’ ในชุดผ้าเนื้อหยาบเก่าขาดวิ่น พยายามคลานเข้ามาขวางเท้าของหญิงชราที่กำลังจะเตะร่างแม่ของตน มือน้อย ๆ ที่เปรอะเปื้อนดินโคลนเกาะขาหญิงชราไว้แน่น

“ปล่อยข้านะ นังมารหัวขน!”

หญิงชราสะบัดขาอย่างแรงจนร่างของอันเล่อกระเด็นไปกระแทกกองฟืน

“พ่อเจ้ากุลีแบกหามชู้รักนังซูเหมยฮัวตายไปแล้ว แม่เจ้าก็กำลังจะตามไป... เจ้าเองก็อย่าอยู่ให้เปลืองข้าวสุกเลย วันนี้พ่อค้าทาสจะมารับตัว อู๋เจิน! ไปลากตัวนังเด็กนี่ออกไปมัดไว้หน้าบ้าน!”

“เจ้าค่ะท่านแม่” อู๋เจิน น้องสะใภ้ผู้มีใบหน้าฉาบด้วยเครื่องแป้งหนาเตอะ ยิ้มเยาะที่มุมปากพลางเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาก้อนแป้งน้อยที่นอนขดตัวด้วยความเจ็บปวด

“ไม่! ข้าไม่ไป! ข้าจะอยู่กับท่านแม่!” อันเล่อกรีดร้อง ดิ้นรนสุดชีวิตเมื่อถูกมือหยาบกระด้างกระชากแขนเล็ก ๆ จนตัวลอย

“ฤทธิ์มากนักนะนังตัวดี!” อู๋เจินง้างมือขึ้นเตรียมจะตบสั่งสอน

หมับ!

ฝ่ามือที่กำลังจะฟาดลงมาหยุดชะงักกลางอากาศ... ไม่ใช่เพราะอู๋เจินยั้งมือ แต่เพราะมีมือซีดขาวราวกับซากศพมือหนึ่งพุ่งออกมาคว้าข้อมือนางไว้แน่น!

แรงบีบนั้นมหาศาลจนอู๋เจินหน้าเปลี่ยนสี

“กร็อบ...” เสียงกระดูกข้อมือลั่นเบา ๆ

บรรยากาศในห้องเก็บฟืนเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน อู๋เจินและฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวหันขวับไปมองที่กองฟางเป็นตาเดียว

ร่างที่ควรจะสิ้นลมไปแล้วค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงปรกหน้าปรกตา แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งห้องขนลุกซู่ คือดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมองและยอมคน บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยประกายอำมหิต ราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล

ซูเหมยฮัวบิดข้อมือของน้องสะใภ้จนร่างอีกฝ่ายบิดงอลงไปกองกับพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ

“ใครกล้าแตะต้องลูกข้า... ข้าจะหักกระดูกมันให้แหลกคามือ!”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
156 فصول
บทนำ
ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นริ้วไปทั่วลำคอ ราวกับกระดูกคอจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ...นั่นคือความรู้สึกแรกที่ ‘ซูเหมยฮัว’ สัมผัสได้ ลมหายใจของนางติดขัด ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกหินทับ ทว่าสิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าความเจ็บทางกาย คือเสียงร้องไห้จ้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังอยู่ข้างหู“ท่านแม่... ฮือออ ท่านแม่ตื่นสิเจ้าคะ ท่านแม่ อย่าทิ้งอันเล่อไป!”เสียงเล็กๆ นั้นสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เจือด้วยเสียงสะอื้นจนตัวโยนอย่างน่าสงสาร“นังเด็กโง่! หลบไป!”เสียงตวาดแหลมสูงดังแทรกขึ้นมา ตามมาด้วยเสียง ผลัวะ! เหมือนของหนัก ๆ กระทบเนื้อ พร้อมกับเสียงร้อง โอ๊ย! ของเด็กน้อยที่เงียบเสียงไปครู่หนึ่งเพราะความจุกไฟโกรธสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาในสติที่กำลังเลือนรางของซูเหมยฮัว... ใคร? ใครกล้าทำร้ายเด็ก?นางพยายามลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวจากแสงสลัวในห้องที่อับชื้น กลิ่นราและกลิ่นฟางเก่า ๆ ลอยเข้าจมูก ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่นางคุ้นเคย แต่มันคือห้องเก็บฟืนซอมซ่อที่ผนังทำจากดินเหนียวสีแดงผสมกับฟางอัดทำเป็นผนังห้อง“ท่านแม่... นางตายหรือยังเจ้าคะ?” เสียงหญิงสาวอีกคนถามขึ้น น้ำเสียงไม่ได้มีความห่วงใยแม้แต่น้อย กลับเจือด้วยคว
اقرأ المزيد
บทที่ 1 มารดามิใช่คนเดิม 1/2
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ในปากผสมปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของฟางเน่า แต่ในความทรงจำส่วนลึกของนางกลับยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของ ‘เนื้อตุ๋นยาจีน’ใช่... นางจำได้แม่นยำนางคือแม่ค้าขายมาม่าเนื้อตุ๋นเจ้าดังย่านตงเหมินที่เมืองเซินเจิ้น ฉายา ‘เจ๊เหมยถ้วยด่วน’ ผู้สามารถตักน้ำซุปร้อน ๆ ราดเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสิร์ฟลูกค้าได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เพียงแค่สองชั่วโมงช่วงพักเที่ยง หม้อตุ๋นใบยักษ์ที่เคี่ยวเนื้อน่องลายจนเปื่อยนุ่มละลายในปากก็เกลี้ยงหม้อ เงินสดนับหมื่นหยวนถูกยัดจนแน่นกระเป๋าคาดเอวและด้วยความที่อยากให้พ่อแม่ที่ชนบทสุขสบายและย้ายมาอยู่กับเธอในเมืองจึงริเริ่มเพิ่มรอบในการขายเป็นช่วงเย็นด้วยอีก จะได้มีเงินซื้อบ้านอยู่ด้วยกันพร้อมหน้านางทำงานหนักเยี่ยงทาส อดหลับอดนอนเคี่ยวเนื้อข้ามวันข้ามคืนเพื่อสร้างฐานะ หวังว่าสักวันจะสบาย...แต่แล้วภาพสุดท้ายที่จำได้ คือความวูบโหว่งขณะกำลังเดินกลับบ้าน ร่างกายที่ตรากตรำเกินขีดจำกัดประท้วงด้วยการปิดสวิตช์ตัวเองกลางอากาศ พร้อมกับแสงไฟหน้ารถยนต์ที่พุ่งเข้ามา...คนขับหลับใน!‘โครม!’เสียงรถยนต์ที่พุ่งชนร่างของเธอกับรถเข็นที่เธอเข็นหม้อเปล่า ๆ กลับไปยังห้องแ
اقرأ المزيد
บทที่ 1 มารดามิใช่คนเดิม 2/2
“ในเมื่อไม่ตายก็ไสหัวไปซะ! บ้านตระกูลจ้าวไม่ต้อนรับหญิงแพศยาคบชู้!”คำก็คบชู้สองคำก็คบชู้...ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าคนที่คบชู้คือผู้ใดกันแน่“ไปแน่! ข้าเองก็ขยะแขยงบ้านที่จ้องจะขายหลานกินเต็มทน! คิดว่าข้าคบชู้ดูหน้าลูกสาวข้า ใบหน้าเหมือนคนตระกูลจ้าวมากกว่าลูกชายคนรองของท่านด้วยซ้ำ!”ซูเหมยฮัวตวาดกลับเสียงดังฟังชัด และให้ดังพอไปถึงผู้เฒ่าจ้าวที่ทึมทือเป็นกระบือให้ภรรยาจูง เล่นเอาฮูหยินเฒ่าจ้าวอ้าปากค้าง คล้ายกับกำลังโดนจับผิด...‘นางไม่รู้หรอกว่าสมัยยังสาวฮูหยินผู้เฒ่าทำตัวเช่นไร แต่ทว่าใบหน้าลูกสาวของข้า ยังมีส่วนคล้ายบิดาสามีถึงแปดส่วนด้วยซ้ำ’แต่บุตรชายคนรองของมารดาสามีเล่า...เหมือนผู้ใด?นางค่อย ๆ พยุงร่างลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าเก่าขาดกระรุ่งกระริ่ง แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่จิตวิญญาณของ ‘เจ๊เหมย’ ผู้ผ่านสมรภูมิปากตลาดมานับสิบปียังคงอยู่ครบถ้วนนางเดินย่างสามขุมเข้าหาฮูหยินเฒ่า ราศีนางพญาแผ่ออกมาจนหญิงชราเผลอก้าวถอยหลัง“แต่ก่อนจะไป... เรามาคิดบัญชีกันหน่อยดีไหมเจ้าคะท่านแม่?” นางยกยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า...ก่อนไปย่อมทำให้คนตรงหน้าอัดอั้นแทบขาดใจก่อนเถอะ ยิ่งเห็นว่าตรงกำแพงบ้านมีหัว
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ยืมเงินศัตรูซื้ออิสรภาพ 1/2
ในสายตาของ ‘อู๋เจิน’ สตรีตรงหน้าช่างโง่เง่าสิ้นดี!เมื่อครู่ที่นางเห็นซูเหมยฮัวลุกขึ้นมาอาละวาดพร้อมแววตาวาวโรจน์ อู๋เจินยอมรับว่านางตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ นึกว่าพี่สะใภ้ใหญ่ผู้แสนจืดชืดและโง่เง่าคนนั้นจะถูกผีร้ายเข้าสิง หรือสติแตกจนลุกขึ้นมาฆ่าล้างโคตรตระกูลจ้าวเสียแล้วแต่ที่ไหนได้... สุดท้ายก็แค่สุนัขจนตรอกที่เห่าเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในใจของตัวเองอู๋เจินลอบมองไหดินเผาเก่าคร่ำครึในอ้อมแขนของ ซูเหมยฮัวแล้วแอบแสยะยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน ในใจนางหัวเราะเยาะจนแทบสำลักกับความโง่ของนังพี่สะใภ้ ตั้งแต่ให้แม่สามียืมเงินซ่อมบ้านไปแล้วเห็นชัด ๆ ว่าไม่ได้คืนแน่นอน แต่นางก็ยังควักเนื้อออกมา ผ่านมาสี่ปีแล้วอย่างไร นางทำงานให้ตายความดีก็ไม่มีหรอก แถมยังโดนข้าเป่าหูแม่สามี สงสัยในครรภ์ของนาง เพราะว่าตอนนั้นนางยังสาวจึงดูไม่ออกว่าท้อง จึงยัดข้อหาคบชู้ให้แม่สามีเกลียดเสียเลยสะใจจริง ๆเมื่อครู่ก็หลงคิดว่านางตายแล้วเกิดใหม่ เป็นผีร้ายมาสิงร่าง...‘โธ่เอ๋ย... นึกว่าจะฉลาดขึ้นชั่วพริบตา ที่แท้ก็ยังโง่ดักดานเหมือนเดิม! เงินยี่สิบตำลึงไม่เอา ดันไปเลือกเอาไหผักดองเน่า ๆ กับเด็กเหลือขอคนหนึ่ง’ช่างเป
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ยืมเงินศัตรูซื้ออิสรภาพ 2/2
ซูเหมยฮัวกวาดสายตาอ่านเนื้อหาเพียงแวบเดียว นางไม่แยแสข้อกล่าวหาไร้สาระพวกนั้น ปลายพู่กันในมือนางจรดลงบนกระดาษ ก่อนจะประทับลายนิ้วมือด้วยชาดสีแดงสดอย่างไม่ลังเล“เสร็จแล้วใช่ไหม?” ฮูหยินผู้เฒ่ากระชากกระดาษแผ่นนั้นไปถือไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่ามันจะบินหนีซูเหมยฮัวปัดฝุ่นที่นิ้วมือ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงเล่ห์กล“หนังสือหย่านี้ยังไม่สมบูรณ์ ต้องนำไปให้นายอำเภอประทับตราเสียก่อนถึงจะมีผลทางกฎหมาย... เอามาเถิด ข้าจะนำไปจัดการที่ที่ว่าการอำเภอด้วยตัวเอง ไหน ๆ ข้าก็จะออกจากที่นี่แล้ว จะได้ไม่รบกวนเวลาพวกท่าน”นางทำท่าจะยื่นมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นคืน ทั้งแสร้งลอบยิ้มให้อู๋เจินเห็น คล้ายกับว่านางมีแผนอื่นในใจทันใดนั้น อู๋เจินก็เอาตัวเข้ามาขวางทันควัน!“ช้าก่อน!” อู๋เจินร้องเสียงหลง นัยน์ตาฉายแววหวาดระแวง “ให้เจ้าเอาไปจัดการเอง? ฝันไปเถอะ! ใครจะไปรู้ว่าระหว่างทางเจ้าอาจจะฉีกมันทิ้ง แล้วย้อนกลับมาเรียกร้องสิทธิ์ทีหลัง คนปลิ้นปล้อนอย่างเจ้า ข้าไม่ไว้ใจ!”ซูเหมยฮัวแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ นางถอนหายใจยาวเหยียดราวกับจนปัญญา“โธ่... น้องสะใภ้ ข้าแค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระ เพราะการจะประทับตราหย
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ต้องมีเสบียงสิ 1/2
ณ ที่ว่าการอำเภอบรรยากาศในโถงราชการเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงจอแจ แต่สำหรับอู๋เจินแล้ว เสียงที่ดังที่สุดในหัวของนางคือเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความเสียดาย“หนึ่งตำลึงครึ่ง...!!! ท่านเจ้าหน้าที่ ลดหน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ? แค่ประทับตรากระดาษแผ่นเดียวเอง”อู๋เจินพยายามต่อรองเสียงอ่อย มือข้างหนึ่งกุมถุงเงินแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไม่อยากจะควักออกจ่ายเลยสักนิด แต่ว่าจะให้พี่สะใภ้ที่ปีกกล้าขาแข็งอยู่ก็ไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องพลิกผัน หากพี่ใหญ่ของสามีกลับมาก่อน อะไร ๆ ที่วางแผนไว้จะล่มไม่เป็นท่า‘น่าจะตาย ๆ ไปได้เสียก็ดี แต่นางให้บ้านมารดาของนางสืบแล้วไม่พบศพ ไม่แน่ว่าอาจจะยังมีชีวิต ผ่านมาสี่ปีแล้วก็ครบกำหนดสอบจิ้นซื่อแล้ว หากกลับมาพร้อมกับตำแหน่งขุนนาง สมบัติพัสถานรวมทั้งที่ดินให้ชาวบ้านเช่าอีกกว่าห้าสิบหมู่อาจจะตกเป็นของพี่ใหญ่นางและสามีก็จะไม่ได้อะไรเลย บางทีอาจจะต้องแยกบ้านออกไปก็ได้ เพราะยายแก่เจียงเซียงนั้นชอบสะใภ้มีชาติตระกูล ที่ซูเหมยฮัวแต่งเข้าบ้านได้นั้น เพราะนางหัวอ่อนและเอามาดูแลรับใช้คนในบ้าน’“ไม่ได้! นี่คือค่าธรรมเนียมเร่งด่วนตามระเบียบ หากไม่จ่าย ก็รอไปอีกสามสิบวัน!” เสมียนที่ว
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ต้องมีเสบียงสิ 2/2
แววตาของนางเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ สายตาเหลือบไปเห็นฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวที่กำลังนั่งจิบชาดับกระหาย และดับแค้นในใจอยู่ที่ระเบียงบ้าน คอยจับตาดูไม่ให้นางขโมยของซูเหมยฮัวยิ้มหวาน...หวานจนน่าขนลุก นางเดินตรงเข้าไปหาแม่สามีทันที“ท่านแม่เจ้าขา...”ฮูหยินผู้เฒ่าสะดุ้งเฮือก วางถ้วยชาลงกระแทกโต๊ะ “อะไรอีก! เก็บของเสร็จแล้วก็รีบไปสิ หรือจะรอให้อู๋เจินกลับมาลากคอเจ้าออกไป!”“ข้ากำลังจะไปเจ้าค่ะ แต่พอดีนึกขึ้นได้ว่า...การเดินทางกลับบ้านเดิมต้องใช้เกวียน หรือไม่ก็ต้องจ้างรถม้า อีกทั้งหนทางยาวไกล ข้ากับอันเล่อหิวโหยมาหลายวัน เกรงว่าจะเดินไปไม่ถึงปากทางหมู่บ้านก็เป็นลมตายเสียก่อน”“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า! ข้าไม่มีเงินให้เจ้าหรอกนะ!” หญิงชราตวาดแว้ด รีบเอามือปิดถุงเงินทัน แม้แต่เศษอีแปะก็ไม่ให้กระเด็นออกจากกระเป๋าเด็ดขาด“ข้ามิได้ขอเงินเจ้าค่ะ” ซูเหมยฮัวเอ่ยเสียงนุ่ม แต่เน้นถ้อยคำชัดเจน “ข้าแค่จะขอค่าแรง ในส่วนที่ข้าควรจะได้”“ค่าแรงบ้าบออะไร! เจ้าเป็นสะใภ้ กินข้าวบ้านข้า นอนบ้านข้า ยังจะมาทวงค่าแรง เนรคุณ!”ใช้คำว่ากินข้าวได้ไม่อายปากทั้งที่กับข้าวมีแต่ผักต้มให้นางกิน หากอยากบำรุงก็ต้องไปจับปลามาตุ๋นน้ำแก
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ปากว่าตาขยิบ 1/2
เสียงล้อไม้ของรถเข็นเก่าคร่ำครึบดเบียดไปกับพื้นดินลูกรังดังครืดคราดบาดหู ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มทีซูเหมยฮัวกัดฟันออกแรงเข็นรถบรรทุกของที่หนักอึ้ง บนรถมีทั้งกระสอบข้าวสาร ถุงแป้งหมี่ และไหผักดองวางซ้อนกัน โดยมีร่างเล็กของ ‘อันเล่อ’ นั่งกอดเข่าอยู่บนกองสัมภาระ ดวงตาแป๋วแหววของเด็กน้อยมองมารดาด้วยความรักและเทิดทูน ราวกับมารดาคือทั้งชีวิตของนาง ต่อให้นางอดมื้อกินมื้อก็ยอมขอแค่อยู่กับมารดาที่รักนางเท่าชีวิตทันทีที่ล้อรถพ้นธรณีประตูบ้านตระกูลจ้าว... ราวกับมีการนัดหมาย บรรดาชาวบ้านร้านตลาดที่อาศัยอยู่ละแวกนั้นต่างพากันโผล่หน้าออกมาจากประตูบ้าน บ้างก็แสร้งทำเป็นกวาดพื้นหน้าบ้าน บ้างก็ยืนจับกลุ่มกระซิบกระซาบ ชี้ชวนกันดูภาพสะใภ้ใหญ่ตระกูลจ้าวที่กำลังจะถูกขับไล่“นั่นไง! ข้าว่าแล้วเชียว เสียงดังโครมครามเมื่อครู่ต้องมีเรื่องแน่” ป้าข้างบ้านกระซิบกับเพื่อนบ้าน“น่าสงสารนะ หอบลูกหอบของออกไปตอนเย็นย่ำเช่นนี้ จะไปซุกหัวนอนที่ไหน”“เฮอะ! น่าสงสารอะไรกัน ได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าตะโกนด่าว่าคบชู้นี่นา สมควรโดนไล่ออกไปแล้ว!”“แต่ว่าน่าจะไม่จริงนะ หน้าตาแม่หนูอันเล่อเหมือนผู้
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ปากว่าตาขยิบ 2/2
“โกหก! ท่านแม่ขี้งกจะตาย... เอ้ย! ท่านแม่ประหยัดมัธยัสถ์จะตายไป ไม่มีทางให้ข้าวของราคาแพงพวกนี้กับเจ้าแน่!” อู๋เจินไม่เชื่อ นางปราดเข้ามาจับด้ามรถเข็นไว้แน่น หวังจะยื้อแย่งคืน“ทิ้งไว้เดี๋ยวนี้! เจ้าเอาไปได้แค่ไหผักดองเน่า ๆ นั่น นอกนั้นเป็นของตระกูลจ้าว!”ชาวบ้านเริ่มฮือฮา บางคนเริ่มส่ายหน้าในความงกของบ้านนี้ ไล่คนออกไปแล้วยังจะแย่งข้าวสารอีก จิตใจอำมหิตผิดมนุษย์ ราวกับชิงผีจากปรโลกลงมาเกิดไม่มีความเมตตาต่อเด็กและสตรีอ่อนแอซูเหมยฮัวถอนหายใจเบา ๆ นางปล่อยมือจากรถเข็น แล้วขยับเข้าไปใกล้อู๋เจิน จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ“ไม่อยากให้ข้าเอาไปหรือ? ได้สิ...” นางเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน“ข้าจะทิ้งข้าวของพวกนี้ไว้ก็ได้... แต่เจ้าต้องจ่ายเงินสดมาให้ข้าสองตำลึง เป็นข้อแลกเปลี่ยน” นางเพิ่งคิดอะไรดี ๆ ออกพอดี สองตำลึงไม่ต้องขนของให้หนัก แถมยังไปพักที่โรงเตี้ยมได้อีกด้วย ก่อนจะเดินทางพรุ่งนี้เช้าก็ไม่สายนัก“สองตำลึง! เจ้าบ้าไปแล้วรึ!” อู๋เจินทำท่าจะโวยวาย“จุ๊ ๆ... อย่าเพิ่งโวยวายไป” ซูเหมยฮัวยกนิ้วชี้แตะปาก พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้อู๋เจินขนลุกซู่“สองตำลึงนี้ ไม่ใช่ค่าข้าวสาร... แต่เ
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ระเบิดสองลูกหน้าตระกูลจ้าว 1/2
บรรดาชาวบ้านร้านตลาดที่ยืนมุงอยู่ต่างพากันชะเง้อคอจนคอแทบเคล็ด พยายามเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองตระกูลจ้าว“พวกนางคุยอะไรกันนะ? ทำไมต้องกระซิบกระซาบ” “นั่นสิ เมื่อกี้ยังจะตบตีแย่งข้าวสารกันอยู่เลย ไหงตอนนี้ยื่นหน้าเข้าไปคุยกันเสียใกล้”ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นนับสิบคู่ อู๋เจินกำลังยืนเหงื่อตก นางหันไปสบตากับจ้าวฝูสามีที่ยืนหลบมุมอยู่ จ้าวฝูพยักหน้าหงึกหงักส่งสัญญาณว่า ‘ยอมจ่ายเถอะ ทองคำตั้งสิบแท่งเชียวนะ!’อู๋เจินกัดริมฝีปากจนเจ็บ นางล้วงมือเข้าไปหยิบถุงเงินใบเดิมที่เพิ่งจ่ายค่าธรรมเนียมหย่าไปหมาด ๆ ขึ้นมาอย่างยากลำบาก นิ้วมือของนางสั่นระริกขณะหยิบก้อนเงินออกมา สองตำลึงหัวใจของนางกรีดร้องด้วยความเสียดาย เงินจำนวนนี้ซื้อผ้าแพรดี ๆ ได้หลายพับ ซื้อหมูได้เป็นตัว ๆ แต่เพื่อทองคำสิบแท่ง... นางต้องยอมแลก!“เอ้านี่! สองตำลึง!” อู๋เจินกระแทกเสียงกระซิบ ยัดเงินใส่มือซูเหมยฮัวอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครทันสังเกต “รีบบอกที่ซ่อนมา!”ซูเหมยฮัวรับเงินมา ตรวจสอบน้ำหนักในมือแล้วยิ้มกริ่ม ทันใดนั้นนางก็ทำสิ่งที่อู๋เจินไม่คาดคิดซูเหมยฮัวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว แล้วตะโกนเสียงดังลั่น
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status