LOGIN“ทำไมมาช้าจังวะ” เอเดนเอ่ยถามเพื่อนรักของเขาที่พึ่งเดินเข้ามาสมทบด้วยความสงสัย ปกติเฮคเตอร์เป็นคนที่ตรงต่อเวลาเสมอ แต่นี่เขามาช้ากว่าที่นัดกันเอาไว้ตั้ง 15 นาที
“ไอ้เสือมันมาแกว่งเท้าหาเสี้ยนอีกแล้วเหรอวะ”
“ไอ้เสือไหนวะ” เอเดนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย พวกเขาเป็นเพื่อนรักกันมานาน แต่มีเพียงเอเดนคนเดียวที่เรียนอยู่คณะอักษร เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นที่คณะวิศวะหากเพื่อนๆ ของเขาไม่เล่าให้ฟังเขาก็คงไม่มีทางรู้อย่างแน่นอน
“ไอ้เสือรุ่นพี่ปี 3 ที่กูเล่าให้ฟังไง สมองมึงจำอะไรได้บ้างไหมเนี่ย” ฟาโรห์เอ่ยออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ที่ข้างกายของเอเดน
“ไอ้เวรนั่นอะนะ จัดแม่งเลยดิ...”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก...”
“แล้วเรื่องอะไรวะ ที่ทำให้คุณชายเฮคเตอร์ของพวกเราหยุดใส่ใจได้ตั้ง 15 นาที”
“เรื่องที่มึงไม่ต้องรู้อะครับ”
“โธ่!! คุณเพื่อนครับ”
“ไปๆ รีบไปกันได้แล้ว”
“เออ วันนี้กูยอมมึงก่อนก็ได้”
ชายหนุ่มทั้ง 3 คนพากันเดินขึ้นไปบนรถตู้คันหรูที่จอดรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว เพียงไม่นานรถคันดังกล่าวก็ถูกขับออกไปในทันที...
1 สัปดาห์ต่อมา...
“วันนี้ลูกสาวของคุณแม่สวยจังเลยค่ะ” กะทิเดินเข้ามากอดไหล่มนของลูกสาวเอาไว้อย่างอ่อนโยน พร้อมกับเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าออกมาเสียงอ่อน ใบหน้าสวยของหญิงวัยกลางคนยกยิ้มหวานออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“นั่นสิครับ ลูกสาวป๊าโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” จีซัสที่แอบมองลูกสาวกับเมียรักคุยกันอยู่ที่หน้าประตูเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาประคองไหล่มนของเมียรักและลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาเอาไว้อย่างทะนุถนอม
ผู้หญิงทั้ง 2 คนในอ้อมแขนของเขาในตอนนี้เป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดในชีวิต ไม่ว่าเขาจะเสียอะไรเขายอมได้หมด แต่จะไม่ยอมเสียเธอทั้งคู่ไปอย่างแน่นอน
“หนูโตได้สักพักแล้วนะคะ”
“โธ่!! ซีลีนลูกรัก...ป๊าไม่อยากให้หนูโตไปมากกว่านี้แล้วนะคะ” จีซัสเอ่ยบอกกับลูกสาวเสียงหงอย เขาทะนุถนอมดูแลลูกรักของเขามาอย่างดีสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือ กลัวลูกสาวของเขาต้องเสียใจ เสียน้ำตา...เพราะคนอื่น
“ไม่ได้หรอกค่ะคุณ ไม่ว่ายังไงสักวันลูกของเราก็จะต้องโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ในแบบของตัวเอง”
“หนูครับ”
“หนูพูดจริงค่ะ แม่อยากจะบอกกับลูกอีกครั้งนะคะ...” กะทิเอ่ยบอกกับสามีของตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง
“ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นป๊ากับม๊าจะอยู่ข้างหลังลูกเสมอ” มือบางลูบลงที่หัวน้อยๆ ของซีลีนอย่างเอ็นดู ก่อนที่เธอจะซบลงที่ไหล่มนของลูกสาวพร้อมกับเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“และไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย และต้องการหลุมหลบภัยลูกสามารถวิ่งกลับมาหาป๊าได้ตลอด ป๊าจะอยู่ที่นี่ข้างหลังของหนูหนึ่งก้าวจะมีป๊าเสมอ” จีซัสเอ่ยสมทบขึ้นอีกคน
“หนูโชคดีมากเลยค่ะพี่มีทั้งคุณแม่ทั้งป๊า และก็ยังมีเฮียที่รักและเอ็นดูหนูมากๆ ถึงสองคน”
“ว่าแต่เฮียของหนูไปไหนกันหมดล่ะครับเนี่ย”
“หนูก็ยังไม่เห็นเหมือนกันค่ะ แต่เฮียเซนต์บอกว่าสอบเสร็จแล้วจะรีบตามมาค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นป๊าว่าพวกเราออกไปด้านนอกกันดีกว่า แขกเริ่มทยอยกันมาแล้ว” จีซัสในวัย 40 กว่าปีประคองไหล่มนของเมียรัก และลูกสาวพียงคนเดียวของเขาเอาไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนที่พวกเขาจะพากันเดินไปยังห้องจัดเลี้ยงที่อยู่ไม่ไกล
“เดี๋ยวหนูมานะคะ” กะทิเอ่ยบอกกับสามีก่อนที่เธอจะรีบเดินไปยังประตูทางเขาทันทีที่เธอเห็นใครบางคนกำลังเดินเข้ามาภายในห้องจัดงาน
“พี่ตะวันมาแล้วเหรอคะ”
“ของขวัญวันเกิดค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ” กะทิยกมือไหว้หญิงสาวตรงหน้าอย่างนอบน้อม ก่อนที่เธอจะรับของขวัญวันเกิดที่คนตรงหน้ามอบให้มาถือเอาไว้ ตะวันกับเธอรู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ประถมศึกษา ตะวันเป็นรุ่นพี่ที่เธอรักและเคารพมาโดยตลอดจนกระทั่งทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
“ฮาญา เฮคเตอร์”
“สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ” ลูกสาวและลูกชายของตะวันไหว้ทักทายหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างอ่อนน้อม
“จำน้ากะทิได้ไหมคะ”
“ญ่าจำได้ค่ะ นี่ก็ผ่านไปหลายปีแล้วคุณน้ายังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ”
“หนูญ่านี่ปากหวานนะจ๊ะ พูดแบบนี้น้าก็เขินแย่สิคะ”
“ญ่าพูดจริงนะคะ”
“หนูฮาญาของน้าก็โตขึ้นมาสวยมากเลยนะคะ”
“ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้คงจะเป็น...เฮคเตอร์ใช่ไหมครับ” กะทิยกยิ้มออกมาก่อนจะหันไปทักทายชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวของเธอด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ครับ”
“ยิ่งโตยิ่งหล่อนะครับ...”
“คุณน้าชมผมขนาดนี้ ผมคงไม่กล้าปฏิเสธหรอกนะครับ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า น่ารักจัง...”
“คุณแม่ค่ะ” ซีลีนเดินเข้ามาหาคุณแม่ของเธอด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เธอจะชะงักนิ่งงันไปทันทีด้วยความตกใจที่เห็นร่างสูงของใครอีกคนยืนอยู่ตรงหน้าห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก
“สวัสดีค่ะ / สวัสดีค่ะ / ...” ซีลีนไหว้ทักทายทั้งสามคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม
“ซีลีนลูกสาวคนเล็กของกะทิเองค่ะ”
“ไหว้พระนะลูก...ยิ่งโตยิ่งน่ารักน่าเอ็นดู” ตะวันรับไหว้เด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยชมเธอออกมาอย่างเอ็นดู ยิ่งเธอเห็นแก้มขาวเนียนของคนตรงหน้ากำลังแดงระเรื่อเธอก็ยิ่งเอ็นดูเข้าไปกันใหญ่
“อายุเท่าไหร่แล้วคะเนี่ย”
“19 ค่ะคุณป้า”
“เท่ากับตาเฮคเลยนี่”
“คุณแม่ครับ” เฮคเตอร์โน้มตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบเรียกชื่อมารดาบังเกิดเกล้าของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างรู้ทันว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ภายในใจ
“แม่ก็แค่อยากให้ทำความรู้จักกันไว้”
“นั่นสิคะ น้าเห็นด้วยค่ะ”
“ซีลีนพาพี่ฮาญากับเฮคเตอร์ไปหาอะไรทานสิคะ”
“ค่ะคุณแม่”
“เชิญทางด้านนี้ค่ะ” ซีลีนเดินนำพวกเขาไปยังโซนอาหารก่อนที่เธอจะแนะนำโซนต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นให้กับทั้งคู่ได้รู้ ร่างบางมัวแต่มองไปยังโต๊ะอาหารตรงหน้าจนไม่ได้สนใจว่าสองคนพี่น้องกำลังคุยอะไรกันอยู่ ซีลีนพาทั้งคู่มายังโต๊ะรับรองของพวกเขา ก่อนที่เธอจะขอแยกตัวออกไปรับแขกท่านอื่นต่อ
“น้องซีลีนน่ารักดีนะ”
“พูดอย่างนี้หมายความว่าไงครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามพี่สาวออกมาทันทีอย่างรู้ทัน
“พี่ก็หมายความอย่างที่พูดไง...ตัวเล็ก น่ารัก กิริยามารยาทก็ดี หรือเฮคไม่ได้คิดแบบนั้น?” คิ้วเรียวของหญิงสาวยกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอีกครั้งด้วยความสงสัย
“ไม่ขอแสดงความคิดเห็นครับ” เฮคเตอร์หันหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเรียบ แค่มองตาเขาก็รู้อยู่แล้วว่าคุณแม่กับพี่สาวของเขากำลังคิดอะไรอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะคิดแบบเดียวกันกับพี่สาว แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบเพราะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าเธอมีคนรักอยู่แล้ว
“...” หลังจากที่ทุกคนอวยพรเจ้าของวันเกิดเสร็จแล้ว ปาร์ตี้วันเกิดของผู้ใหญ่วัย 40 ปี ก็เริ่มขึ้นเพลงที่บรรเลงก็คงจะเป็นเพลงที่ดังในช่วงวัยหนุ่มสาวของพวกเขา แน่นอนว่าไม่ใช่ทางของเฮคเตอร์เด็กหนุ่มที่อายุกำลังจะย่างเข้า 20 ปีในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ และอีกเหตุผลหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่อยากอยู่ในนั้น ก็เพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าใครบางคน กลัวว่าจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้...
เฮคเตอร์เดินออกมาสูดอากาศที่ด้านนอกอาคาร ก่อนที่ตาคมจะเหลือบไปเห็นร่างบางของใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาตามทางที่เขากำลังยืนอยู่
“ไง...”
“คุณ!!” ซีลีนร้องเรียกร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะขยับถอยห่างจากเขาเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ณ ห้องคลอด“เจ็บไหมครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หลังฉากกั้นคุณหมอและพยาบาลกำลังช่วยกันทำผ่าคลอดให้กับเธออยู่“ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ แต่ซีนหนาวมากกว่า”“อุ่นขึ้นบ้างไหม” มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมออกมากุมไหล่มนของคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“ค่ะ”“หนาวแบบนี้ถือว่าปกติไหม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนที่เขาจะหันไปถามพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“ค่ะ ถ้าคุณแม่คลอดแล้วยังรู้สึกหนาวอยู่เรามียาให้ทานค่ะ”“ไหวไหม”“ไหวค่ะ” ซีลีนยกยิ้มหวานออกมาก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเขากลับไป“รู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขียงเลยค่ะ”“หึหึ”“เลขที่ออก...”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ลูกชายออกมาก่อนครับ”“ซะ ซีนลูกคลอดแล้วครับ” เฮคเตอร์พึมพำออกมาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น“ตามมาด้วย...ลูกสาวครับ”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ออกแล้ว” ซีลีนเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาในขณะที่ใบหน้าเธอยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมๆ กัน“เฮค เฮคเตอร์...”“คะ ครับ ละ ลูกออกมาแล้
7 เดือนต่อมา...“เฮคเตอร์!!!”“ครับ...!!” เฮคเตอร์รีบวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวก่อนจะเดินตรงมาหาภรรยาของเขาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยความตกใจ“ปวดเท้ามากเลยค่ะ” ซีลีนเอ่ยออกมาพร้อมกับพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเท้าบวมขึ้นมาก และรู้สึกปวดอย่างบอกไม่ถูก“ปะ ปวดเท้า ตะ ต้องไปหาหมอครับ”“เฮคเตอร์ใจเย็นๆ ค่ะ” ซีลีนกุมมือหนาของสามีเอาไว้พร้อมกับเอ่ยบอกเขาอย่างใจเย็น ตอนนี้นอกจากปวดเท้าแล้วก็ยังไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลดีที่สุด“ช่วยพยุงซีนขึ้นหน่อยค่ะ”“เราไปหาหมอกัน”“ค่ะ”เฮคเตอร์ประคองร่างบางของซีลีนเดินไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ชายหนุ่มดูแลซีลีนเป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่าเธอท้องเขาก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย ส่วนตัวของเขาทำงานอย่างหนัก จะมีก็แค่ช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เขาแทบจะไม่ออกไปไหนเลย ในทุกเช้าลูกน้องของเขาจะเอางานมาให้ที่บ้าน และตอนเย็นก็จะมารับคืนกลับไป“กลัวเหรอคะ” ซีลีนมองสามีของตัวเองก่อนจะเอ่ยถามเขาออกมาอย่างรู้ทัน มือบางบีบแก้มของชาย
วันต่อมา...“อากาศดีจังเลยเนอะ” ซีลีนเดินนำเฮคเตอร์ออกมาจากภายในบ้านก่อนที่เธอจะหยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง วิวลำธารกับหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ รวมถึงเสียงน้ำไหลทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“อยากอยู่ต่อไหม” เฮคเตอร์เดินเข้ามากอดซีลีนเอาไว้จากทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะกระซิบถามเธอออกมาเสียงกระเส่า พร้อมกับมือหนาทั้งสองข้างของเขาลูบลงที่หน้าท้องของคนรักอย่างอ่อนโยน“อยากค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่ต่อ”“วันนี้คงไม่ได้ค่ะ อีกไม่กี่วันก็งานแต่งแล้วขืนอยู่ต่อกลับไปเฮคคงเตรียมงานจนไม่มีเวลานอนแน่ๆ” ซีลีนหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงที่แก้มเนียนของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนตั้งแต่วันแรกที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเฮคเตอร์จนกระทั่งคุณแม่ของเธอและเขาพากันไปหาฤกษ์งามยามดีมาให้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ก็เป็นคนจัดการงานเองแทบทุกอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะจ้างออแกไนซ์ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงควบคุมและดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”“...” ซีลีนยกยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่สามีของตัวเองด้ว
ณ นครนายก“มีรีสอร์ทอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ด้วยเหรอ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะรีบลงจากรถ และเดินลงไปใกล้กับลำธารที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่ตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับช่วงน้ำหลากก็ตาม“คุณพาซีนมาที่นี่ทำไมเหรอคะ” ซีลีนมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัยที่อยู่ดีๆ เขาก็พาเธอขับรถเข้ามาในป่าหลายสิบนาทีกว่าจะมาถึงที่นี่“มาพักผ่อนไงครับ”“หืม...”“เราวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง เฮคกลัวซีนจะเหนื่อยเกินไปก็เลยพามาพักที่สงบๆ ไงครับ” เฮคเตอร์เดินตามมาโอบไหล่มนของแฟนสาวเอาไว้อย่างห่วงแหน ก่อนที่เขาจะหันไปมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก“ใครวุ่นคะ งานแต่งของเราเฮคเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือไง ซีนยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”“หึหึ”“ไหนๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่กันแล้ว วันนี้ก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ไปเลยเนอะ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเดินจูงมือของชายหนุ่มให้เดินตามเธอไปยังบ้านต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ...เดินดีๆ นะระวังล้ม”“ไม่ล้มหรอกค่ะ มือเฮคคอยประคองซีนอยู่ไม่ห่างเลยนี่ วางใจได้...” ซีลีนก้มลงไปมองมือหนาของชายหนุ
2 วันต่อมา...“ลุงเพิร์ชเมื่อไหร่เฮคจะได้ออกไปจากห้องนี้ล่ะครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอย่างร้อนใจ ถึงความดันของเขาจะยังไม่คงที่ และยังเจ็บแผลอยู่มากก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้อยากอยู่ในห้องไอซียูนี่แล้ว เขาอยากออกไปเจอหน้าซีลีนจะแย่แล้ว“จะรีบออกไปไหน”“ก็รีบออกไปหาเมียของเฮคไงครับ”“พูดเมียเต็มปากเต็มคำเขารับเฮคเป็นสามีแล้วเหรอครับ” หมอเพิร์ชเอ่ยถามหลานชายออกมาด้วยความสงสัย“...”“ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”“ก็ใช่ครับ แต่เดี๋ยวนะลุงหมอพูดแบบนี้แสดงว่ารู้เรื่องแล้วเหรอครับ”“ใช่”“แล้วเรื่อง...” เฮคเตอร์พึมพำออกมาอย่างคิดไม่ตก หรือว่าเมื่อคืนก่อนเขาเผลอพูดออกไป คืนนั้นเขาพึ่งฟื้นและยังมึนยาสลบจึงทำให้พูดอะไรออกไปไม่ทันรู้ตัว“เรื่องที่หนูซีนท้องลูกแฝดน่ะเหรอ”“...” เฮคเตอร์พยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาอีกครั้งเสียงดังลั่นห้องทันทีที่เขาพึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้“คุณพ่อกับคุณแม่ก็รู้แล้วเหรอครับ อะ โอ้ยยยยย!!!” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นแต่แล้วความเจ็บปวดบริเวณกลางอกแกร่งของเขาก็ทำให้เขาต้องกลับลงไปนอนอีกครั้
“.../.../.../...” ทุกคนชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จีซัสจะอุทานออกมาด้วยความยินดี“น่ายินดีจริงๆ นี่ป๊ากำลังจะได้เป็นคุณตาแล้วเหรอเนี่ย” จีซัสยกยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่มือหนาของเขาจะบีบแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวน้อยเอาไว้อย่างเอ็นดู“จริงด้วยค่ะ ตอนนี้ลูกยังไม่ต้องคิดอะไรมากทำใจให้สบายนะคะ” กะทิเอ่ยบอกกับลูกสาวคนเล็กของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ก่อนที่เธอจะดึงร่างบางของลูกสาวเข้ามากอด“ทุกคนไม่โกรธหนู ไม่อยากดุด่าหนูจริงๆ เหรอคะ” ซีลีนเงยหน้าขึ้นไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของเฮคเตอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างรอคำตอบ“พวกเราเคยดุด่าลูกที่ไหนกันซีลีน ป๊ามั่นใจว่าทุกอย่างที่ลูกเลือกมันต้องดีสำหรับลูกแล้ว”“ใช่ค่ะ แม่รักหนูนะ”“พวกเราก็รู้สึกดีใจมากๆ นะซีลีนที่กำลังจะมีหลาน” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับลูกสะใภ้ออกมาตามความรู้สึกจริง อย่างน้อยในวันที่โชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมาบ้าง“แต่ว่าเฮคเตอร์...”“ตาเฮคไม่เป็นอะไรหรอกครับ ก่อนเข้ามาพ่อไปคุยกับหมอมาแล้วเขาบอกว่ากระสุนไม่ได้เข้าจุดสำคัญไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” ฮันเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยบอ
2 วันต่อมา...ณ พื้นป่าคาเฟ่“ซีนมาถึงแล้วนะคะ” ซีลีนกดส่งข้อความไปให้กับเอวาและปิ่น ก่อนที่เธอจะหยิบรายงานที่พึ่งทำเสร็จออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า วันนี้เธอมีนัดไปส่งรายงานกับเพื่อนๆ ถ้ารายงานฉบับนี้ไม่มีปัญหาอะไรเธอคงจะได้จบพร้อมเพื่อนๆ ของเธออย่างแน่นอน“ไปสืบ...เฮคเตอร์ให้ธนาไปสืบอะไรกันแน่นะ” ซี
“รู้ด้วยเหรอคะว่าซีนอยู่ที่นี่” ซีลีนมองไปป้ายทางเข้าหมู่บ้านที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะหันกลับไปถามเขาด้วยความสงสัย เธอยังไม่เคยเอ่ยปากบอกกับเขาออกมาเลยแม้แต่คำเดียวว่าตัวเองพักอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงมาส่งเธอที่ล่ะ...“หืม...”“ทางนี้เป็นทางผ่านไปบ้านของคุณยายของเอวาค่ะ”“อย่างนั้นเหรอ
บ่ายวันต่อมา...“เอเดนเราจะไปทำงานกลุ่มกันที่ไหนดี” ซีลีนเดินเข้ามาถามเพื่อนร่วมคลาสด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างเช่นทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ดวงตากลมของเธอที่บวมซ้ำไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก“ที่สวนหลังคณะดีไหมครับ” เอเดนตอบกลับหญิงสาวตรงหน้ากลับไปอย่
“พี่เป็นผู้ชายนะซีลีน พี่ก็มีความอยากเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ”“ที่พี่ต้องหาเศษหาเลยแบบนี้ ก็เพราะน้องให้พี่ไม่ได้ไง”“เหตุผลของคุณฟังดูแย่มากอะ ความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความรัก แต่คุณไม่มีให้ฉันเพราะฉะนั้น...”“เราเลิกกับเถอะค่ะ”“ซะ ซีลีน”“ต่อไปนี้หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก” ซีลีนเอ่ยบอกกับชายต







