LOGIN“ตกใจอะไรขนาดนั้น หน้าฉันเหมือนบรรพบุรุษเธอรึไง”
“คุณเฮคเตอร์” ซีลีนเรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาด้วยความตกใจ
‘ป้าตะวันคุณแม่ของเขาเป็นคนใจดี พูดจาหวานละมุมน่าฟังทุกคำ คุณลุงฮันเตอร์คุณพ่อของเขาถึงจะดูสุขุม แต่ก็ใจดีกับเธอมากๆ’
‘...แล้วทำไมลูกชายคนเล็กของพวกท่านถึงได้เป็นคนหยาบคายแบบนี้ได้นะ’ ซีลีนทำได้เพียงคิดอยู่ภายในใจไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมา
“หยาบคาย”
“ห๊ะ!!” ซีลีนร้องออกมาทันทีด้วยความตกใจ ดวงตากลมเบิกโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจเขาทำราวกับว่าเขาอ่านใจเธอออกอย่างไงอย่างงั้น
“เธอกำลังว่าฉันอยู่ในใจอยู่สินะ”
“นะ นี่คุณมีความสามารถพิเศษอ่านใจคนออกด้วยเหรอคะ” ซีลีนยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยความตกใจกว่าตอนแรกเสียอีก
“ยัยเตี้ย...นี่เธอกล้าว่าฉันจริงๆ อย่างนั้นเหรอ”
“ฉันแค่คิดในใจเอง คุณนั้นแหละถือวิสาสะมาอ่านใจฉันเอง”
“หึหึ”
“แล้วเมื่อกี้คุณว่าใครเตี้ยคะ” ซีลีนชะงักไปทันทีที่นึกถึงสรรพนามที่คนตรงหน้าใช้แทนชื่อของเธอ ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเขาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสัย
“ที่นี่มีเพียงเราอยู่ด้วยกัน ฉันคงเรียกจิ้งจกที่อยู่บนนั้นละมั้ง” มุมปากหนาของชายหนุ่มยกยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยตอบคำถามของคนตัวเล็กตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่จงใจจะยั่วยวนเธอ
“นี่คุณ!!”
“ไม่แกล้งเธอแล้วก็ได้ เธอออกมาทำไม...” เฮคเตอร์เอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัย วันนี้เป็นงานวันเกิดของคุณแม่ของเธอ เธอควรจะอยู่ในงานสิถึงจะถูก
“ฉันออกมาสูดอากาศน่ะค่ะ”
“...”
“แต่ไม่คิดว่าอากาศข้างนอกจะเป็นพิษแบบนี้” ซีลีนพึมพำออกมาพร้อมกับหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง ปกติเธอไม่ค่อยพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตรงๆ กับคนอื่น แต่กับเขาคนนี้ไม่รู้เป็นอะไรเธอกลับกล้าพูดมันออกมา
“เธอหมายความว่ายังไงยัยเตี้ย”
“คุณดูดบุหรี่ด้วยเหรอคะ” ซีลีนไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่เธอเลือกที่จะเอ่ยถามเขากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ดวงตากลมโตของคนตัวเล็กมองไปยังร่างสูงตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเหลือบไปมองก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งไว้ในกระถางที่วางอยู่ไม่ไกล
“ถามทำไม”
“ฉันเห็นคุณดูด แถมกลิ่นก็ยังมีติดตัวอีกต่างหาก” ซีลีนเขย่งเท้าขึ้นพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้อกแกร่งของร่างสูง พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายของเขาที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ อย่างลืมตัว
“...” เฮคเตอร์มองดูการกระทำของหญิงด้วยสายตาที่เรียบเฉย แต่ริมฝีปากหนากลับเม้นเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองของเขาลวนไปหมดกับสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า ตั้งแต่เล็กจนโตผู้หญิงที่เข้าใกล้เขาได้ขนาดนี้นอกจากคุณแม่แล้วก็มีเพียงพี่สาวของเขาเท่านั้น
“เธอทำอะไรของเธอน่ะ”
“ฮัดฉิว!! ขอโทษค่ะ ฉันแพ้บุหรี่ค่ะ” ซีลีนขยับถอยห่างจากชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเผลอจามออกมาอย่างห้ามไม่ได้ หญิงสาวก้มหัวให้คนตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยขอโทษเขาออกไปอย่างนอบน้อม
“แพ้มากรึไง”
“ค่ะ”
“พี่ชายเธอไม่สูบอย่างนั้นเหรอ” เฮคเตอร์เอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัย
“ไม่สูบค่ะ” ซีลีนตอบคำถามของร่างสูงตรงหน้ากลับไป ก่อนที่เธอจะชะงักไปเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินประโยคต่อมาจากเขา...
“แต่แฟนของเธอก็สูบนี่ มันสูบหนักกว่าฉันเสียอีก”
“...”
“เรื่องนี้เธอก็ไม่รู้เหรอ” คิ้วหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาอย่างรู้ทัน ถึงเธอจะไม่บอก แต่ท่าทางที่เธอแสดงออกมามันก็เป็นคำตอบให้กับคำถามของเขาได้อยู่แล้ว
“เธอไม่ได้กลิ่นจากตัวมันบ้างเลยหรือไง”
“...”
“หรือเธอไม่เคยเข้าใกล้มันเลย...ต้องใช่แน่ๆ เป็นแฟนกันแต่ไม่เคยใกล้ชิดกันเหรอวะ”
“เรื่องของฉันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” ซีลีนเอ่ยบอกกับร่างสูงเสียงเรียบ พร้อมกับเดินหนีเขาไปอีกทาง...
“เดี๋ยวสิยัยเตี้ย”
ซีลีนไม่ได้สนใจเสียงเรียกของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เธอรีบเดินกลับไปยังห้องจัดเลี้ยงพร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ
‘เขารู้ได้ยังไงว่าฉันมีแฟนแล้ว’
‘เขารู้ได้ยังไงว่าแฟนฉันเป็นใคร’
“ตาเฮคกลับมาแล้วค่ะ” ตะวันกวักมือเรียกลูกชายคนเล็กของเธอให้เดินเข้ามาใกล้ ก่อนที่เธอจะนำเสนอเด็กหนุ่มข้างกายให้กับน้ากะทิรุ่นน้องของตัวเองได้รู้จักอีกครั้ง
“เฮคเตอร์เรียนคณะเดียวกับลูกของน้าเลย เคยเจอกันบ้างไหมคะ” กะทิเอ่ยถามเด็กหนุ่มตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัย ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะเด็กกว่าลูกชายของเธอถึง 2 ปี แต่อาจจะมีโอกาสได้เจอกันบ้างในรั้วของมหาวิทยาลัย...
“ไม่เคยเจอเลยครับ”
“จริงเหรอลูก”
“พี่ว่าก็ไม่แปลกหรอกกะทิ เซนต์กับเซบบ์เรียนอยู่ปี 4 แล้วคงจะยุ่งค่ะ” ตะวันเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือบางลูบลงไหล่แกร่งของลูกชายอย่างอ่อนโยน
“ว่าแต่เฮคเตอร์มีแฟนรึยังคะ คือน้าไม่ได้จะว่าอะไรนะคะ แต่ลูกสาวของน้ากันยังไม่มีใคร”
“น้ากับแม่คุยกันแล้ว พวกเราอยากให้เด็กๆ ได้ทำความรู้จักกันเอาไว้น่ะค่ะ” กะทิยกยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ยบอกกับเด็กหนุ่มตรงหน้าออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง
“แม่ก็เห็นด้วยค่ะ”
“...” เฮคเตอร์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ออกมาเขาเพียงแค่ก้มหัวให้กับผู้ใหญ่ทั้ง 2 คนเล็กน้อย แต่ตาคมกลับมองไปยังร่างบางที่กำลังเต้นรำกับคุณพ่อของเธออยู่ที่กลางฟลอร์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ครับ ผมก็อยากทำความรู้จักกับซีลีน...”
“ดีแล้วค่ะ เด็กๆ ทำความรู้จักกันไว้น่ะดีแล้ว” ตะวันเอ่ยบอกกับลูกชายของตัวเอง ก่อนที่กะทิจะเรียกลูกสาวของเธอให้เดินเข้ามาหา...
“ป้าตะวันกำลังจะกลับแล้ว ซีลีนไปส่งพวกท่านเป็นเพื่อนคุณแม่หน่อยได้ไหมคะ” กะทิเอ่ยถามความสมัครใจของลูกสาวเพียงคนเดียวของเธออย่างออดอ้อน
“ค่ะ” เด็กสาวยกยิ้มออกมาพร้อมกับตอบคุณแม่ของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังของคุณแม่ของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง
“เชิญค่ะ”
“เอาไว้สัปดาห์หน้าเราไปทานข้าวกันนะคะพี่ตะวัน”
“ได้สิจ๊ะ หนูซีลีนก็มาด้วยนะคะ” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนที่หญิงวัยกลางคนตรงหน้าจะหันมาบอกเด็กสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงที่หัวน้อยๆ ของซีลีนอย่างเอ็นดู ยิ่งได้เจอก็ยิ่งรู้สึกตกหลุมรับเด็กสาวคนนี้มากขึ้นไปอีก
“ค่ะคุณป้า”
“น่ารักจัง”
“รถมาแล้วป้าต้องกลับก่อนนะลูก พี่กลับก่อนนะกะทิ”
“สวัสดีค่ะคุณป้า” ซีลีนไหว้ลาหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม ก่อนที่คุณแม่ของเธอจะกุมมือบางของป้าตะวันไปยังรถตู้ที่จอดรออยู่ไม่ไกล
“...”
“...”
ซีลีนยืนสบตากับเฮคเตอร์อยู่อย่างนั้น ก่อนที่หญิงสาวจะหันไปมองคุณแม่ของตัวเองสลับกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธออีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“ไม่กลับเหรอคะ”
“ไว้เจอกันยัยเตี้ย”
“ใครเตี้ยไม่ทราบ ฉันสูงตั้ง 160 เชียวนะ” ซีลีนเถียงร่างสูงตรงหน้ากลับไปอย่างลืมตัว
“แต่ฉันสูง 189”
“คนหรือเปรต” ซีลีนมองตามแผ่นหลังแกร่งของร่างสูงที่เดินจากไปอย่างอึ้งๆ ‘นี่เขาบูลี่ส่วนสูงของฉันอย่างนั้นเหรอ’
“ฉันได้ยินนะยัยเตี้ย”
ณ ห้องคลอด“เจ็บไหมครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หลังฉากกั้นคุณหมอและพยาบาลกำลังช่วยกันทำผ่าคลอดให้กับเธออยู่“ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ แต่ซีนหนาวมากกว่า”“อุ่นขึ้นบ้างไหม” มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมออกมากุมไหล่มนของคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“ค่ะ”“หนาวแบบนี้ถือว่าปกติไหม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนที่เขาจะหันไปถามพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“ค่ะ ถ้าคุณแม่คลอดแล้วยังรู้สึกหนาวอยู่เรามียาให้ทานค่ะ”“ไหวไหม”“ไหวค่ะ” ซีลีนยกยิ้มหวานออกมาก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเขากลับไป“รู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขียงเลยค่ะ”“หึหึ”“เลขที่ออก...”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ลูกชายออกมาก่อนครับ”“ซะ ซีนลูกคลอดแล้วครับ” เฮคเตอร์พึมพำออกมาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น“ตามมาด้วย...ลูกสาวครับ”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ออกแล้ว” ซีลีนเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาในขณะที่ใบหน้าเธอยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมๆ กัน“เฮค เฮคเตอร์...”“คะ ครับ ละ ลูกออกมาแล้
7 เดือนต่อมา...“เฮคเตอร์!!!”“ครับ...!!” เฮคเตอร์รีบวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวก่อนจะเดินตรงมาหาภรรยาของเขาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยความตกใจ“ปวดเท้ามากเลยค่ะ” ซีลีนเอ่ยออกมาพร้อมกับพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเท้าบวมขึ้นมาก และรู้สึกปวดอย่างบอกไม่ถูก“ปะ ปวดเท้า ตะ ต้องไปหาหมอครับ”“เฮคเตอร์ใจเย็นๆ ค่ะ” ซีลีนกุมมือหนาของสามีเอาไว้พร้อมกับเอ่ยบอกเขาอย่างใจเย็น ตอนนี้นอกจากปวดเท้าแล้วก็ยังไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลดีที่สุด“ช่วยพยุงซีนขึ้นหน่อยค่ะ”“เราไปหาหมอกัน”“ค่ะ”เฮคเตอร์ประคองร่างบางของซีลีนเดินไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ชายหนุ่มดูแลซีลีนเป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่าเธอท้องเขาก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย ส่วนตัวของเขาทำงานอย่างหนัก จะมีก็แค่ช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เขาแทบจะไม่ออกไปไหนเลย ในทุกเช้าลูกน้องของเขาจะเอางานมาให้ที่บ้าน และตอนเย็นก็จะมารับคืนกลับไป“กลัวเหรอคะ” ซีลีนมองสามีของตัวเองก่อนจะเอ่ยถามเขาออกมาอย่างรู้ทัน มือบางบีบแก้มของชาย
วันต่อมา...“อากาศดีจังเลยเนอะ” ซีลีนเดินนำเฮคเตอร์ออกมาจากภายในบ้านก่อนที่เธอจะหยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง วิวลำธารกับหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ รวมถึงเสียงน้ำไหลทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“อยากอยู่ต่อไหม” เฮคเตอร์เดินเข้ามากอดซีลีนเอาไว้จากทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะกระซิบถามเธอออกมาเสียงกระเส่า พร้อมกับมือหนาทั้งสองข้างของเขาลูบลงที่หน้าท้องของคนรักอย่างอ่อนโยน“อยากค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่ต่อ”“วันนี้คงไม่ได้ค่ะ อีกไม่กี่วันก็งานแต่งแล้วขืนอยู่ต่อกลับไปเฮคคงเตรียมงานจนไม่มีเวลานอนแน่ๆ” ซีลีนหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงที่แก้มเนียนของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนตั้งแต่วันแรกที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเฮคเตอร์จนกระทั่งคุณแม่ของเธอและเขาพากันไปหาฤกษ์งามยามดีมาให้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ก็เป็นคนจัดการงานเองแทบทุกอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะจ้างออแกไนซ์ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงควบคุมและดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”“...” ซีลีนยกยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่สามีของตัวเองด้ว
ณ นครนายก“มีรีสอร์ทอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ด้วยเหรอ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะรีบลงจากรถ และเดินลงไปใกล้กับลำธารที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่ตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับช่วงน้ำหลากก็ตาม“คุณพาซีนมาที่นี่ทำไมเหรอคะ” ซีลีนมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัยที่อยู่ดีๆ เขาก็พาเธอขับรถเข้ามาในป่าหลายสิบนาทีกว่าจะมาถึงที่นี่“มาพักผ่อนไงครับ”“หืม...”“เราวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง เฮคกลัวซีนจะเหนื่อยเกินไปก็เลยพามาพักที่สงบๆ ไงครับ” เฮคเตอร์เดินตามมาโอบไหล่มนของแฟนสาวเอาไว้อย่างห่วงแหน ก่อนที่เขาจะหันไปมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก“ใครวุ่นคะ งานแต่งของเราเฮคเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือไง ซีนยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”“หึหึ”“ไหนๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่กันแล้ว วันนี้ก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ไปเลยเนอะ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเดินจูงมือของชายหนุ่มให้เดินตามเธอไปยังบ้านต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ...เดินดีๆ นะระวังล้ม”“ไม่ล้มหรอกค่ะ มือเฮคคอยประคองซีนอยู่ไม่ห่างเลยนี่ วางใจได้...” ซีลีนก้มลงไปมองมือหนาของชายหนุ
2 วันต่อมา...“ลุงเพิร์ชเมื่อไหร่เฮคจะได้ออกไปจากห้องนี้ล่ะครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอย่างร้อนใจ ถึงความดันของเขาจะยังไม่คงที่ และยังเจ็บแผลอยู่มากก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้อยากอยู่ในห้องไอซียูนี่แล้ว เขาอยากออกไปเจอหน้าซีลีนจะแย่แล้ว“จะรีบออกไปไหน”“ก็รีบออกไปหาเมียของเฮคไงครับ”“พูดเมียเต็มปากเต็มคำเขารับเฮคเป็นสามีแล้วเหรอครับ” หมอเพิร์ชเอ่ยถามหลานชายออกมาด้วยความสงสัย“...”“ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”“ก็ใช่ครับ แต่เดี๋ยวนะลุงหมอพูดแบบนี้แสดงว่ารู้เรื่องแล้วเหรอครับ”“ใช่”“แล้วเรื่อง...” เฮคเตอร์พึมพำออกมาอย่างคิดไม่ตก หรือว่าเมื่อคืนก่อนเขาเผลอพูดออกไป คืนนั้นเขาพึ่งฟื้นและยังมึนยาสลบจึงทำให้พูดอะไรออกไปไม่ทันรู้ตัว“เรื่องที่หนูซีนท้องลูกแฝดน่ะเหรอ”“...” เฮคเตอร์พยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาอีกครั้งเสียงดังลั่นห้องทันทีที่เขาพึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้“คุณพ่อกับคุณแม่ก็รู้แล้วเหรอครับ อะ โอ้ยยยยย!!!” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นแต่แล้วความเจ็บปวดบริเวณกลางอกแกร่งของเขาก็ทำให้เขาต้องกลับลงไปนอนอีกครั้
“.../.../.../...” ทุกคนชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จีซัสจะอุทานออกมาด้วยความยินดี“น่ายินดีจริงๆ นี่ป๊ากำลังจะได้เป็นคุณตาแล้วเหรอเนี่ย” จีซัสยกยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่มือหนาของเขาจะบีบแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวน้อยเอาไว้อย่างเอ็นดู“จริงด้วยค่ะ ตอนนี้ลูกยังไม่ต้องคิดอะไรมากทำใจให้สบายนะคะ” กะทิเอ่ยบอกกับลูกสาวคนเล็กของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ก่อนที่เธอจะดึงร่างบางของลูกสาวเข้ามากอด“ทุกคนไม่โกรธหนู ไม่อยากดุด่าหนูจริงๆ เหรอคะ” ซีลีนเงยหน้าขึ้นไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของเฮคเตอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างรอคำตอบ“พวกเราเคยดุด่าลูกที่ไหนกันซีลีน ป๊ามั่นใจว่าทุกอย่างที่ลูกเลือกมันต้องดีสำหรับลูกแล้ว”“ใช่ค่ะ แม่รักหนูนะ”“พวกเราก็รู้สึกดีใจมากๆ นะซีลีนที่กำลังจะมีหลาน” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับลูกสะใภ้ออกมาตามความรู้สึกจริง อย่างน้อยในวันที่โชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมาบ้าง“แต่ว่าเฮคเตอร์...”“ตาเฮคไม่เป็นอะไรหรอกครับ ก่อนเข้ามาพ่อไปคุยกับหมอมาแล้วเขาบอกว่ากระสุนไม่ได้เข้าจุดสำคัญไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” ฮันเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยบอ
“พี่เป็นผู้ชายนะซีลีน พี่ก็มีความอยากเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ”“ที่พี่ต้องหาเศษหาเลยแบบนี้ ก็เพราะน้องให้พี่ไม่ได้ไง”“เหตุผลของคุณฟังดูแย่มากอะ ความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความรัก แต่คุณไม่มีให้ฉันเพราะฉะนั้น...”“เราเลิกกับเถอะค่ะ”“ซะ ซีลีน”“ต่อไปนี้หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก” ซีลีนเอ่ยบอกกับชายต
“เรื่องในวันนี้อาจารย์จะถือว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”“ค่ะ/ค่ะ/.../...” ทั้ง 4 คนเดินออกมาจากห้องปกครองหลังจากที่คุยกับอาจารย์เสร็จเรียบร้อย“ซีนเราไปเข้าห้องน้ำแป๊ปนะ รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ” เอวารีบบอกกับเพื่อนสาวออกมาอย่างลนลาน ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่อ
3 วันต่อมา...“ก่อนซ้อมดรัมเราไปกินข้าวหลังมหาลัยกันดีไหม” เอวาเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าผ้าของตัวเองก่อนที่เธอจะหันไปถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“ดี...เราก็อยากกินอยู่พอดีเลย” ซีลีนหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายเอาไว้ ก่อนที่เธอจะตอบรับคำเชิญชวนของเพื่อนรักออกมาเสียงดังฟังชัดร้านอาหารตามสั่งหลั
“คุณหมายความว่ายังไง” ซีลีนเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาเสียงสั่น พร้อมกับมองไปยังร่างสูงตรงหน้าอย่างรอคำตอบ มือบางของเธอสั่นไหวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในตอนนี้เธอไม่ได้กลัวคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่เธอกลัวในสิ่งที่เขาพูดออกมาจะเป็นเรื่องจริง“...” เฮคเตอร์ยักไหล่ให้กับคำถามของคนตัวเล็ก ก่อนที่คิ้วหนาของชายหน






![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
