Masukเช้าวันต่อมา
อากาศยามเช้าอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วสด เสียงพูดคุยของลูกค้าตามโต๊ะดังคลอไปกับเสียงเครื่องบดกาแฟที่ทำงานเป็นจังหวะ เพลงผ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท มือเรียวหยิบแก้วกระดาษขึ้นมา ก่อนจะหันไปเติมน้ำแข็งลงในเครื่องดื่มที่เพิ่งเสร็จเรียบร้อย
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ลลิตา เพื่อนรักของเธอก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเร่งรีบ แม้จะอยู่ในชุดสูทกระโปรงสีกรมท่าของทนายฝึกหัด แต่เธอก็ยังดูเป็นกันเองและมีชีวิตชีวา
ลลิตาส่งยิ้มให้ลูกความที่มาด้วย ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาเพลงผ้าที่กำลังถือถาดกาแฟไปเสิร์ฟ
"เพลง" เสียงของเธอดังขึ้นเล็กน้อย
เพลงผ้าหันกลับมามองเพื่อนสาว ก่อนจะยิ้มบาง ๆ "มากินกาแฟเหรอ?"
"เปล่า แวะมาหาลูกความ" ลลิตาโบกมือ "แต่ก็คิดถึงเธอด้วย"
เธอรับกาแฟจากถาดของเพลงผ้า ก่อนจะเอียงคอมองเพื่อนสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
"ว่าแต่... แกเปิดเฟสใหม่เหรอ?"
เพลงผ้าชะงัก ดวงตากลมโตกะพริบช้า ๆ
"เฟสใหม่?"
"ใช่ เมื่อคืนฉันเลื่อนฟีดไปเจอพอดี ชื่อโปรไฟล์เหมือนเธอเป๊ะ รูปก็เป็นรูปเธอ แต่มีโพสต์แปลก ๆ ด้วย"
ลลิตาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
"หวิว ๆ เซ็กซี่ดีนะ ปกติไม่เห็นโพสต์อะไรแบบนี้เลย"
เพลงผ้าเผลอขมวดคิ้วแน่น หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น
"โพสต์อะไร? เฟสอะไร?" เสียงของเธอแผ่วลงเล็กน้อย
"นี่ไง ดูสิ" ลลิตายื่นโทรศัพท์ให้เธอดู
เพลงผ้าจ้องมองหน้าจออย่างไม่เชื่อสายตา
ชื่อโปรไฟล์คือ ‘PLANG PHA’รูปโปรไฟล์ของเธอ
ภาพโพสต์ล่าสุดของเธอหรือใครบางคนที่ใช้ภาพของเธอสวมชุดเดรสเปิดไหล่ ยิ้มหวานให้กล้อง ท่าทางดูเป็นธรรมชาติ แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ที่เธอไม่เคยตั้งใจแสดงออกมาเธอไม่เคยโพสต์รูปนี้...
"ฉันมีเฟสเดียว แล้วฉันก็ไม่ค่อยได้โพสต์อะไรด้วย"
เพลงผ้าพึมพำ ดวงตาของเธอไหววูบด้วยความตกใจ
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วร้าน เสียงพูดคุยของลูกค้าดังแว่วเป็นระยะ เพลงผ้ากำลังวุ่นอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือเรียวหยิบแก้วกระดาษขึ้นมา ก่อนจะเติมน้ำแข็งลงในเครื่องดื่มที่เพิ่งทำเสร็จ
"ถ้าไม่ใช่แก แกควรจัดการรายงานเลยนะ"
เสียงของลลิตาดังขึ้นขณะที่เธอยื่นโทรศัพท์ให้เพลงผ้าดูอีกครั้ง
เพลงผ้าขมวดคิ้ว หัวใจเต้นแรงขึ้น เธอมองหน้าจอที่มีชื่อของเธอเอง รูปของเธอเอง แต่เธอไม่เคยโพสต์อะไรแบบนั้น
"เลิกงานแล้วฉันจะรีบจัดการ"
เธอตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
ลลิตาพยักหน้า
"ดี รีบจัดการก่อนที่เรื่องมันจะบานปลาย"
แต่หลังจากนั้น ความยุ่งวุ่นวายในร้านกาแฟก็ทำให้เธอลืมเรื่องนี้ไปโดยสิ้นเชิง
อีกด้านหนึ่ง
ภายในห้องพักของแพรไหม แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าของเธอ ขณะที่เธอกำลังพิมพ์ข้อความลงในแชตกับอธิป ปลายนิ้วเรียวไล้ไปบนคีย์บอร์ดด้วยความชำนาญ คำพูดของเธออ่อนหวานพอเหมาะพอดี จนไม่ทำให้ดูจงใจมากเกินไป
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น อธิปตอบกลับมาพร้อมสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ แพรไหมกระตุกยิ้มพึงพอใจ
"ง่ายกว่าที่คิดอีก" เธอพึมพำกับตัวเอง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยร่างสูงของป๊อบที่ก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดตัวเก่า กับกางเกงยีนส์ซีด ๆ ดวงตาของเขาฉายแววกังวลขณะที่มองไปที่หน้าจอ
"แพร" น้ำเสียงของเขาจริงจัง
"เธอควรล็อคโปรไฟล์ของเธอให้เฉพาะเพื่อนเห็นข้อมูล"
แพรไหมยังไม่ละสายตาจากหน้าจอ เธอเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ทำไม?"
"เธอกำลังเล่นกับไฟอยู่นะ" ป๊อบพ่นลมหายใจ
"ถ้าเพลงผ้ารู้ตัว แล้วแจ้งเรื่องไปยังเฟซบุ๊กจริง ๆ เธออาจโดนตรวจสอบได้"
แพรไหมหัวเราะเบา ๆ
"ตรวจสอบเหรอ? ก็แค่เฟซบุ๊กปลอมอันหนึ่ง ไม่มีใครจับได้หรอก"
"มันไม่ใช่แค่เฟซบุ๊กปลอม"
ป๊อบทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอ พลางสอดมือเข้าไปในเส้นผมของตัวเองด้วยความหงุดหงิด "ฉันรู้ว่าเธอฉลาด แต่ฉันอยากให้เธอระวังตัวมากกว่านี้"
แพรไหมหันมามองเขา ดวงตาเป็นประกายขบขัน
"ฉันไม่ได้ประมาท แค่รู้ว่าต้องเล่นยังไงให้เนียนต่างหาก"
ป๊อบถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดหน้าจอให้เธอดู
"เธอควรรายงานเฟซของเพลงผ้าว่าเป็นของปลอมไปก่อน อย่าให้มันย้อนกลับมาเล่นงานเธอ"
แพรไหมยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์จากเขา
"ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองพลาดหรอกป๊อบ" เธอกระซิบเสียงเบา
นิ้วเรียวของเธอเลื่อนลงบนหน้าจอ กดส่งคำร้องขอรายงานเฟซบุ๊กของ ‘เพลงผ้า’ ว่าเป็นของปลอม
แสงจากหน้าจอสะท้อนบนดวงตาของเธอ เป็นแววตาของผู้ล่า ที่มั่นใจว่าตัวเองกำลังชนะ
เกมนี้... เธอจะเป็นฝ่ายคุมมันอยู่ในมือเอง
ห้องสวีทของโรงแรมระดับห้าดาวในภูเก็ตตกแต่งอย่างหรูหรา ผ้าม่านสีขาวสะอาดปลิวไหวเบา ๆ ตามแรงลมจากระเบียง ห้องทั้งห้องเงียบสงบยกเว้นเพียงเสียงของคลื่นกระทบฝั่งที่ดังแผ่วเบาอยู่ไกล ๆ
แต่ในบรรยากาศที่เงียบสงบนั้น มีบางสิ่งที่ไม่ปกติ
อธิป วราธิป นั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจก โทรศัพท์มือถือในมือของเขายังอยู่แนบหู ดวงตาฉายแววหลงใหลราวกับถูกสะกดจิต
วิดีโอคอลปรากฏภาพหญิงสาวที่ส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้
"พี่อธิปคะ~ หนูคิดถึงจังเลยค่ะ วันนี้เหนื่อยไหม?"
ริมฝีปากของอธิปกระตุกยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่แทบไม่มีใครเคยเห็นจากเขา
อธิป: “พี่ก็คิดถึงหนูเหมือนกัน… แค่อยากเห็นหน้าเธอทุกวันก็พอ”
เสียงหวานหัวเราะเบา ๆ จากปลายสาย ทำให้อธิปรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
08:30 น. – คฤหาสน์วราธิปแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดี อากาศยามเช้าสดชื่น ลมอ่อนพัดเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเพลงผ้าขยับตัวเบา ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทุกอย่างรอบตัวดูปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ… ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้ให้เธอเสร็จสรรพเสื้อผ้าถูกพับวางไว้อย่างเรียบร้อย อาหารเช้าที่จัดเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของกาแฟและครัวซองต์ที่อบใหม่ยังคงลอยอวลไปทั่วและที่สำคัญที่สุดอคิน วราธิป กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนอน ราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาเพลงผ้าเลื่อนสายตาไปมองเขาด้วยความสับสน “นี่มัน… อะไรกันคะ”อคินวางเอกสารลง พลางยกกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มจาง ๆ“ดูแลเมียจ๋าไง”เธอสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “คุณ… ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้นะ”“รู้” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหยิบจานครัวซองต์ไปวางตรงหน้าเธอ “แต่ฉันอยากดูแล”เพลงผ้ากะพริบตาปริบ ๆ เธอไม่เคยชินกับการถูกเอาใจขนาดนี้เลยสักนิด12:00 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเมื่อถึงที่ทำงาน บรรยากาศในออฟฟิศดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทุกสายตาที่เคยมองเธออย่างสง
ความหวาน แผ่ซ่านไปถึงที่ทำงาน08:30 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับบรรยากาศคึกคักภายในตึกสูงระฟ้าของ วราธิป กรุ๊ป พนักงานแต่ละคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมและภารกิจของวันใหม่แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในวันนี้คือ…เจ้านายของพวกเขาเปลี่ยนไปอคิน วราธิป ชายผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อมาดขรึม เคร่งขรึม และเย็นชา เดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับ รอยยิ้มมุมปาก ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนพนักงานที่นั่งอยู่แอบเหลือบมองกันไปมา ก่อนที่เสียงกระซิบจะเริ่มกระจายไปทั่วออฟฟิศ"คุณพระ บอสของเรายิ้ม ยิ้มจริง ๆ""ฉันเห็นกับตา เมื่อเช้าแก้วกาแฟที่คุณแอนนาเอาไปเสิร์ฟ… บอสพูดว่า 'ขอบคุณ' ด้วยนะ""เวรแล้ว โลกจะแตกไหมเนี่ย""หรือว่าบอสของเราจะ… มีความรัก?"เสียงซุบซิบยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังเดินเข้ามาในตึกพร้อมกับเจ้านายของพวกเขาเพลงผ้า เดินตามหลังอคินเข้ามา ใบหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง พยายามทำตัวปกติให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าทุกสายตาจับจ้องมาแต่ปัญหาคือ…อคินไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่าง 'ปกติ' เลยสักนิด เขาเดินช้าลงก่อนจะหันไปมองเธอเต็ม
– ผัวจ๋า~ เมียจ๋า~ หวานให้โลกอิจฉา11:30 น. – ชายหาดส่วนตัวลมทะเลพัดเอื่อย หอบเอาความเย็นสบายมากระทบผิวกาย แสงแดดอ่อน ๆ กระทบผืนน้ำสีฟ้าใสระยิบระยับ คลื่นทะเลซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ พาเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังแว่วมาจากใต้ร่มไม้ริมชายหาดเพลงผ้านั่งอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ ร่างบอบบางในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวปล่อยชายยาวสะบัดไหวตามสายลม ดวงตาสดใสจดจ่ออยู่กับเปลือกหอยที่เธอเรียงไว้บนตัก นิ้วเรียวสัมผัสมันอย่างระมัดระวัง พลางพยายามร้อยเชือกเส้นเล็กให้ทะลุผ่านรูของเปลือกหอยแต่ละชิ้นอคินเอนตัวนอนหนุนตักเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดกายอย่างสบายใจ ใบหน้าแหงนมองท้องฟ้า มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากั้นแสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้า ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนเอวเธอเบา ๆ“เธอกำลังทำอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ก็… เก็บเปลือกหอยมาทำสร้อยไง” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น“ทำสร้อย?” เขาทวนคำ พลางหรี่ตามองเธอ“อืม… อยากได้สร้อยเปลือกหอยเป็นที่ระลึกไง”“แล้วทำให้ฉันด้วยหรือเปล่า”เพลงผ้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขำ “คุณจะใส่จริงเหรอ”“ถ้าเธอทำให้ ฉันจะใส่” เขายืนยันเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธอไม่วางเธอใจเต้นแปลก ๆ กับคำพูดข
06:30 น. – บ้านพักริมทะเล เกาะส่วนตัวของอคินลมทะเลพัดเอื่อย แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผืนน้ำสีฟ้าใสเป็นประกายระยิบระยับ แต่ตอนนี้… ทะเลทั้งผืนน่าจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูไปแล้ว เพราะบรรยากาศภายในบ้านพักมันหวานเกินจะบรรยายเพลงผ้านอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของอคิน ร่างกายเธอยังคงระทวยจากเหตุการณ์ ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่า’ ทั้งเมื่อคืน… และเช้านี้ มือแกร่งของเขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยราวกับยังหลงเหลืออยู่ในภวังค์ความฝันแห่งค่ำคืนที่ผ่านไปอคินมองเธอและยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเธอ… เป็นของเขาแล้วเพลงผ้าขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น“อรุณสวัสดิ์ เมียจ๋า” เขาเอ่ยทักเสียงเจ้าเล่ห์เธอสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมเบิกกว้าง ก่อนจะรีบซุกหน้าลงกับอกเขาเขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโอบรัดเธอแน่นขึ้น“ยังจะเขินอะไรอีก ก็ดูสิ… เธออยู่ในอ้อมกอดฉันแบบนี้แล้วนะ”“อคิน หยุดพูดเลยนะ” เธอทุบอกเขาเบา ๆ ใบหน้าร้อนวูบจนแทบไหม้ แต่เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหู“เมื่อคืนเธอเรียกฉันว่าอะไรนะ… พูดอีกทีสิ”“ฉันไม่พูดแล้ว!”“ไม่พูดเหรอ งั้นฉันก็ต้องหาวิธีให้เธอพูด…”“อคิน
02:30 น. – ห้องนอนริมทะเล บ้านไม้บนเกาะส่วนตัวเสียงลมพัดแผ่วไหว ผ้าม่านสีขาวบางสะบัดเบา ๆ ตามจังหวะลมทะเลยามค่ำคืน แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่าง กระทบลงบนเตียงที่มีร่างสองร่างโอบกอดกันแน่นเพลงผ้าหอบหายใจแผ่วเบา ผิวกายของเธออุ่นร้อนดวงตาพร่าเลือน ความรู้สึกปั่นป่วนในร่างกายยังไม่จางหาย“อคิน…” เธอพึมพำเสียงเบา ขณะที่มือเรียวขยับขึ้นแตะลาดไหล่กว้างของเขาเขาก้มลงมองเธอ ดวงตาทอประกายร้อนแรงแต่ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนนี่เป็นครั้งแรกของเธอ… และเขาก็รู้ อคินเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยน จูบของเขาแนบลงบนไหล่เปลือยของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้เธอสั่นไหวทุกสัมผัสของเขา ปลุกให้เธอรับรู้ถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้ง ทุกจังหวะของเขาทำให้เธอรับรู้ถึงความอ่อนโยนที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเขาไม่ได้ต้องการเพียงร่างกายของเธอ แต่เขาต้องการครอบครองหัวใจของเธอด้วยจนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านม่านสีขาวเพลงผ้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาหลับพริ้ม ร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เธอไม่อาจลืมตาขึ้นได้อีกแต่อ้อมแขนของอคิน… ยังคงโอบรัดเธอไว้แน่นคืนนี้… เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกแล้ว07:15 น. – บ้านไม้ริมทะเล เกาะส
บนเรือส่วนตัวของอคินทะเลสีครามกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา เรือยอชต์ส่วนตัวแล่นตัดผ่านคลื่น ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศสงบเงียบเกินคาดเพลงผ้ามองออกไปยังเส้นขอบฟ้า น้ำทะเลสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายระยิบระยับ เธอมองเกาะเล็ก ๆ ที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างสงสัย"เราจะไปที่นั่นเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามเสียงเบา พลางหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆอคินยกมุมปากเล็กน้อย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ในขณะที่อีกข้างจับราวเรือไว้หลวม ๆ สายตาคมกริบทอดมองไปยังเกาะที่อยู่ตรงหน้า"ใช่"เพลงผ้ากะพริบตา เธอรู้ว่าเขามีทรัพย์สินมากมาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีเกาะส่วนตัวด้วย"ที่นี่ไกลเกินกว่าจะเปิดให้ลูกค้าเข้าพัก"เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสะท้อนแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก"ใช่""อะไรนะคะ"เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร มีเพียงเธอ เขา และลูกเรือไม่กี่คนบนเรือลำนี้ "หรือเธอคิดว่าฉันพาเธอไปกักขังไว้บนเกาะ?"น้ำเสียงของเขาทำให้เพลงผ้าชะงัก ก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ค่ะ ฉันแค่สงสัยว่าถ้าคุณต้องมาดูเกาะที่จะเปิดให้ลูกค้ามาพักทำไมพาฉันมาคนเดียว คุณแอนนาทำไมไม่มาด้วย"อคินไม่ได้ตอบในทันที แต่
นี่อาจเป็นโอกาสของเธอ08.45 น. – หน้าบริษัทวราธิปกรุ๊ปรถยนต์อีกคันแล่นมาจอดที่อาคารสูงระฟ้าใจกลางเมือง เพลงผ้าก้าวลงจากรถ พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆเธอเดินผ่านพนักงานต้อนรับ พร้อมทักทายพวกเขาตามมารยาท แม้ภายในใจจะไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลยแม้แต่น้อยเมื่อเธอเดินไปถึงห้องทำงานของอคิน เธออดไม
เพลงผ้ากลืนน้ำลายลงคอช้าๆ คำพูดนั้นราวกับโซ่ตรวนอีกเส้นที่รัดแน่นเข้าไปในชีวิตของเธอทำงานที่นี่… อยู่ในสายตาของเขาตลอด 24 ชั่วโมง…"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" อคินถามเสียงเรียบเพลงผ้าเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมเข้มที่จ้องมองเธออย่างกดดัน"ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"เธอไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเส
รถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์วราธิปเพลงผ้าก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหมดแรง ดวงตาของเธอฉายแววสิ้นหวังอคินเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง“คืนนี้… หลับให้สบาย”เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอเบาๆ“เพราะพรุ่งนี้… เธอจะได้เข้าสู่โลกของฉันจริงๆ”เสียงของเขาต่
เธอคิดว่าแค่กดวางสายแล้วปิดเครื่อง... เธอจะหนีฉันพ้นเหรอ?อคินละสายตาจากมือถือ ก่อนหันไปหยิบรีโมตที่วางอยู่ข้าง ๆปลายนิ้วกดปุ่มหนึ่งเบา ๆหน้าจอแสดงผลของระบบรักษาความปลอดภัยปรากฏขึ้นตำแหน่งของโทรศัพท์เธอ... ยังคงแสดงอยู่บนแผนที่เขาเอนกายลงบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว้ หัวเราะในลำคอ“ไปให้สุดเลย เพลงผ้า”“แต







