Masukกลิ่นกาแฟคั่วสดหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วร้าน ลูกค้านั่งจับจองโต๊ะ พูดคุยกันเบาๆ ภายใต้แสงไฟสีอุ่นที่ตกกระทบบนโต๊ะไม้
เพลงผ้า กำลังยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมเครื่องดื่มหลังเคาน์เตอร์ ร่างบางขยับตัวคล่องแคล่ว ขณะที่เสียงเครื่องบดกาแฟทำงานเป็นจังหวะ
เสียงกระดิ่งตรงประตูดังขึ้นเบาๆ บ่งบอกถึงการมาถึงของลูกค้าคนใหม่
เธอเงยหน้าขึ้น และพบกับสายตาคุ้นเคยของใครบางคน
ภูวดล...ชายหนุ่มที่ช่วยเธอตามหาเด็กชายวันก่อน วันนี้เขาไม่ได้สวมชุดออกกำลังกายอีกแล้ว แต่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงสแลคสีน้ำเงินเข้ม เขาดูเหมาะกับลุคของนักธุรกิจที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
“สวัสดีครับ”
เสียงทุ้มของเขาทำให้เพลงผ้าชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ
“คุณ… คุณคือ…”
“ภูวดลครับ” เขาเดินมายืนหน้าเคาน์เตอร์ “จำกันได้ไหม?”
เพลงผ้าหัวเราะเบาๆ
“จำได้ค่ะ คุณช่วยฉันตามหาแม่ของน้องปันเมื่อวันก่อน”
“ผมบังเอิญรู้จากแม่ของน้องปันว่า คุณทำงานที่ร้านนี้ เลยแวะมาลองกาแฟหน่อย”
เธอยิ้มบาง “งั้นจะรับอะไรดีคะ?”
“แล้วแต่คุณเลย ผมไม่ค่อยมีเมนูโปรด”
เพลงผ้าหัวเราะ “แต่ลูกค้าประจำของร้านนี้ มักจะสั่งเมนูเดิมเสมอนะคะ”
“งั้นผมก็ต้องเริ่มเป็นลูกค้าประจำสินะ” เขาพูดติดตลก ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะมุมร้าน และเฝ้ามองเธอขณะทำเครื่องดื่ม
เขาเริ่มสนใจเธอมากขึ้น… มากขึ้นทุกที
สนามบินสุวรรณภูมิคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ เสียงประกาศเที่ยวบินดังเป็นระยะ แสงไฟสลัวจากเพดานสะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงา บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความรีบร้อนของนักเดินทาง
แต่สำหรับอธิป วราธิป... เวลาราวกับหยุดนิ่ง
ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูนั่งอยู่ภายในเลานจ์สายการบิน ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ สีหน้าเรียบนิ่งที่มักใช้รับมือกับการเจรจาธุรกิจหายไปแทนที่ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เขาแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังเผยออกมา
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเบาๆ และเมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนกดเข้าไปอ่านข้อความ หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
PLANG PHA:“พี่อธิปคะ~ หนูคิดถึงจังเลย ”
ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้มบาง ดวงตาฉายแววอ่อนโยนขณะไล่อ่านข้อความซ้ำอีกครั้ง
เธอช่างน่ารัก… หวาน และทำให้หัวใจเขาสั่น
อธิป:“พี่ต้องไปดูงานที่ภูเก็ตหลายวัน คิดถึงพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ไม่นานนัก… ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
PLANG PHA:“ใช่ค่ะ หนูเหงาแย่เลย…”
อธิปเอนกายพิงพนักโซฟา สูดลมหายใจเข้าเบาๆ รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังรอคอยเขา… เป็นห่วงเขา…
มันเป็นความรู้สึกที่เขาแทบไม่เคยได้รับจากใครมานานแล้ว
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พิมพ์ตอบ เสียงแจ้งเตือนอีกครั้งก็ดังขึ้น แต่คราวนี้ไม่ใช่ข้อความแต่เป็นวิดีโอที่ถูกส่งมา
คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยก่อนปลายนิ้วจะกดเปิดเล่น
เสียงหวานนุ่มดังขึ้นทันที
“พี่อธิปคะ… หนูกำลังนั่งคิดถึงพี่เลย รู้ไหมว่าหนูชอบตอนที่พี่เล่าเรื่องธุรกิจให้ฟังจัง…”
เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากปลายสายทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระตุกหัวใจ ความอ่อนโยนเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้น มันฟังดู… จริงใจ และแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ก่อนที่วิดีโอจะจบลง อีกไฟล์หนึ่งถูกส่งต่อมา
ภาพของเธอในชุดนอนสีขาวบางเบา ผมยาวสยายอยู่บนหมอน แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนให้เห็นผิวเนียนละเอียด ดวงตาหวานฉ่ำที่ดูเหมือนจะกำลังเฝ้ามองมาทางเขา
อธิปกลืนน้ำลายเล็กน้อย ความร้อนแปลกๆ แล่นวาบไปทั่วร่าง
แรงดึงดูดของเธอ… มันรุนแรงขึ้นทุกวัน
ปลายนิ้วเลื่อนจ้องมองภาพนั้นเนิ่นนาน ใบหน้าคมก้มลงเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจแรงๆ อย่างคนที่พยายามควบคุมความรู้สึกตัวเอง
“โธ่เว้ย… ทำไมฉันต้องคิดถึงเธอขนาดนี้”
เขาขยับตัวไปด้านหลัง มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดขมับเบาๆ
ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร… แต่ตอนนี้… เขาหลงเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
ภายในห้องพักเล็ก ๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียง เพลงผ้านั่งอยู่บนฟูกเก่า ๆ บนเตียงไม้ มือของเธอถือโทรศัพท์ไว้อย่างหลวม ๆ สายตาจับจ้องหน้าจอขณะเลื่อนนิ้วไปมาบนแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย
เธอไม่ได้เป็นคนติดโซเชียลมากนัก นอกจากใช้เพื่อติดตามข่าวสารและดูรูปภาพของคนรู้จัก แต่ค่ำคืนนี้กลับแตกต่างจากทุกคืนที่ผ่านมา
ข้อความหลายข้อความปรากฏขึ้นในช่องแชตของเธอ—มากกว่าปกติ
"พี่เพลง วันนี้ดูสดใสมาก เหมือนในโพสต์เมื่อวานเลย"
"เพลงผ้า ผมชอบข้อความที่เธอโพสต์มากเลยครับ"
" ฉันไม่รู้เลยว่าเธอชอบถ่ายรูปดอกไม้"
คิ้วของเพลงผ้าขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยขณะอ่านข้อความเหล่านั้น
เธอไม่ได้โพสต์อะไรเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
มือของเธอกระชับโทรศัพท์แน่นขึ้น ก่อนจะรีบกดเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของตัวเอง
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีโพสต์ใหม่ ไม่มีรูปภาพที่เธออัปโหลดเพิ่มเติม ทุกอย่างเงียบงัน ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่หากเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมคนเหล่านั้นถึงพูดเหมือนกับว่าเธอเพิ่งโพสต์อะไรบางอย่าง?
ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด มือของเธอเย็นเฉียบแม้จะอยู่ในอากาศอบอ้าวของค่ำคืน
หรือว่ามีใครบางคน... กำลังสวมรอยเป็นเธอ?
คฤหาสน์วราธิป – วันเกิดครบรอบ 5 ขวบของอิงฟ้าวันนี้เป็นวันพิเศษของ ‘อิงฟ้า วราธิป’ ลูกสาววัย 5 ขวบของอคินและเพลงผ้าทั้งบ้านถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งและริบบิ้นสีชมพู งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นที่สวนหลังคฤหาสน์ แขกที่มาร่วมงานก็มีแค่ครอบครัวและเพื่อนสนิทเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วสนามหญ้าและทุกอย่างก็ดูปกติดี…จนกระทั่ง ‘เด็กชายตัวแสบ’ คนหนึ่งเดินเข้ามาหาอิงฟ้า พร้อมยื่นดอกไม้ให้เธอ"อิงฟ้าครับ… นี่ดอกไม้ให้ครับ" เด็กชายตัวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงเขินอายอคินที่กำลังคุยกับภูวดลอยู่หันขวับใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีทันที"เดี๋ยวนะ… นี่มันเด็กไหนวะ?"อิงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ มองดอกไม้ในมือ ก่อนจะยิ้มหวาน “ขอบคุณนะคะ พี่พัฒน์”"พี่พัฒน์?" อคินแทบสำลักน้ำส้มที่กำลังดื่มอยู่เด็กนี่เป็นใครกัน? ทำไมลูกสาวของเขาถึงเรียกมันว่า ‘พี่’ ได้อย่างสนิทสนมขนาดนี้?อคินรีบก้าวเข้าไปหาทันที ดึงอิงฟ้าเข้ามากอดแน่น ก่อนจะหรี่ตามองเด็กชายตัวเล็กตรงหน้า"หนูชื่ออะไรนะ?" อคินถามเสียงต่ำ"ผมชื่อพัฒน์ครับ""อายุเท่าไหร่?""หกขวบครับ"อคินหรี่ตาลง "อายุหกขวบ แต่กล้าให้ดอกไม้ลูกสาวฉัน?"พัฒน์กระพริบตาปริบ ๆ “ก็
เสียงเพลงคลอแผ่วเบา สายลมเย็นพัดพากลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดที่บานสะพรั่งในสวนอันกว้างใหญ่ ตะวันยามเย็นสาดแสงสีทองอ่อน ทอประกายลงมายังพื้นที่จัดงานเพลงผ้าสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ลูกไม้ละเอียดถักทอเป็นลวดลายงดงาม โอบกระชับกับเรือนร่างของเธอ ผ้าคลุมหน้าโปร่งแสงปล่อยยาวลงมาจรดแผ่นหลัง เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง ขณะยืนอยู่หน้ากระจก ยายทวดของเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้ ๆ มองเธอด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก“หลานยายสวยที่สุด” เสียงของท่านสั่นเครือเพลงผ้ายิ้ม น้ำตาคลอเบา ๆ ก่อนจะก้มลงจูบมือเหี่ยวย่นของยาย “ขอบคุณค่ะยาย”ประตูห้องแต่งตัวเปิดออก แม่ของเธอเดินเข้ามาพร้อมอิงฟ้า ลูกสาวตัวน้อยวัยสองขวบในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาว“คุณแม่สวยจังเลย” อิงฟ้าพูดเสียงใส ดวงตากลมโตเป็นประกายเพลงผ้าหัวเราะพลางอุ้มลูกขึ้นมาหอมแก้ม “แล้วลูกสาวแม่ล่ะ สวยเหมือนแม่ไหมคะ?”อิงฟ้าพยักหน้าหงึก ๆ อย่างมั่นใจ “สวยเหมือนคุณพ่อค่ะ”ทุกคนในห้องหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูอคินยืนอยู่ปลายทางเดิน หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นเจ้าสาวของเขาก้าวออกมาพร้อมแม่ของเธอเธอสวย… สวยกว่าทุกวันที่เขาเคยเห็นอิงฟ้าเดินนำหน้าโปรยกลีบดอกไม้ไปต
คฤหาสน์วราธิป – สายวันหนึ่งเสียงกริ่งหน้าคฤหาสน์ดังขึ้น เพลงผ้าซึ่งกำลังกล่อมอิงฟ้าให้หลับเงยหน้าขึ้น ก่อนจะหันไปมองอคินที่กำลังอ่านเอกสารอยู่“คุณคะ มีคนมากดกริ่ง”อคินละสายตาจากเอกสาร ก่อนจะพยักหน้าไปทางแม่บ้าน “ป้าพิส ไปดูให้หน่อยว่าใครมา”ไม่กี่นาทีต่อมา แม่บ้านเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “คุณผู้หญิงคะ คุณลลิตากับคุณภูวดลมาหาค่ะ”เพลงผ้าชะงัก ก่อนจะเบิกตากว้าง “ลลิตา?”เธอรีบลุกขึ้นทันที แต่อคินจับแขนเธอไว้เบา ๆ “เดี๋ยวสิ เดินช้า ๆ ก่อน เดี๋ยวสะดุด”เพลงผ้าหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่ได้ท้องอีกครั้งนะคะ”อคินเบ้ปาก “แต่เธอเป็นแม่ลูกอ่อน ฉันเป็นห่วง”เพลงผ้าอมยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปที่ห้องรับแขก และเมื่อเธอเห็นผู้มาเยือน เธอก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่“ลลิตา”ลลิตาลุกขึ้นจากโซฟาทันที ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดเพื่อนรักของเธอแน่น“เพลงผ้า ฉันคิดถึงเธอมาก”“ฉันก็คิดถึงเธอ ฮือออ” เพลงผ้าหัวเราะทั้งน้ำตา กอดเพื่อนรักไว้แน่น “ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ติดต่อไปเลย”ลลิตาส่ายหน้า “ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันเข้าใจทุกอย่าง ฉันดีใจที่เธอมีความสุข”เพลงผ้าผละออก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้า
โรงพยาบาล – วันพิเศษของครอบครัวหลังจากที่เพลงผ้าคลอด ‘อิงฟ้า วราธิป’ ได้ประมาณสามเดือน ข่าวดีอีกอย่างก็มาถึงแม่ของเธอ… อาการดีขึ้น และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ววันนี้ทั้งอคิน เพลงผ้า และยายพากันมารับแม่ของเธอออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่รักษาตัวมานานหลายเดือนเพลงผ้าเดินเข้าไปในห้องพักของแม่ ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น"แม่…"แม่ของเธอหันมายิ้มอ่อน ๆ เมื่อเห็นหน้าลูกสาวที่อุ้มหลานตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขน"แม่… อิงฟ้ามาหาแม่แล้วนะคะ" เพลงผ้าพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะพาเด็กน้อยเข้าไปใกล้แม่ของเธอรับอิงฟ้าไปอุ้มเบา ๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรัก"หลานยาย…" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "ยายดีใจที่ได้เจอหนูนะลูก"อิงฟ้าทำตาแป๋ว มองหน้าคุณยายของเธอ ก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้"อุแว้~"ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน อคินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาพยุงแม่ของเพลงผ้า"คุณแม่พร้อมกลับบ้านหรือยังครับ?"แม่ของเพลงผ้ายิ้ม "ขอบคุณนะอคิน… ที่ดูแลเพลงผ้าและอิงฟ้าอย่างดี"อคินพยักหน้าหนักแน่น "แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลทั้งสองคนไปตลอดชีวิต"เพลงผ้ามองสามีของเธอด้วยความรัก ก่อนจะจับมือของเขาไว้แน
สวนสาธารณะกลางเมือง – ที่แห่งความทรงจำสายลมเย็นพัดผ่านใบไม้ที่ไหวเอน ส่งเสียงกระซิบเบา ๆ ยามค่ำคืน สวนสาธารณะแห่งนี้เงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟส่องสว่างเป็นระยะ และเสียงจักจั่นที่ร้องประสานกันเพลงผ้ายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ต้นไม้ที่เธอมักมานั่งพักใจเวลาที่เหนื่อยล้าและที่สำคัญ…มันคือที่แรก ที่เขาบังคับให้เธอเซ็นสัญญา…ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นด้วยความเจ็บปวดแต่คืนนี้…เธอไม่รู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไมเธอได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา อคินเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเธอ เว้นระยะห่างเพียงเล็กน้อยเขาไม่ได้แตะต้องเธอ ไม่ได้พยายามบีบบังคับอะไรเหมือนเมื่อก่อนเขาแค่… มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึก“ทำไมถึงพาฉันมาที่นี่?” เพลงผ้าถามเสียงเรียบอคินเงยหน้ามองต้นไม้ต้นนั้น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ“เพราะฉันอยากแก้ไขอดีต”เพลงผ้าหันมามองเขา ดวงตาของเธอฉายแววสงสัย“ที่นี่คือที่แรกที่ฉันทำร้ายเธอ” อคินพูดช้า ๆ “ฉันบังคับเธอ ฉันทำทุกอย่างผิดพลาดไปหมด… และฉันอยากขอโทษเธอที่นี่”เธอเงียบลง ปล่อยให้ลมพัดผ่านใบหน้า“ฉันรู้ว่าคำขอโทษอาจจะไม่มีความหมายมากพอ…” อคินพูดต่อ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแต
อคินชะงัก "เป็นไปไม่ได้!"แอนนาแอบขำ "มีวิจัยออกมาแล้วนะคะ ว่าผู้ชายบางคนที่รักภรรยามาก จะมีอาการแพ้ท้องร่วมไปด้วย… แบบนี้ บอสคงรักคุณเพลงผ้าสุดหัวใจเลยล่ะสิคะ?"อคินถลึงตาใส่ "เธอเงียบไปเลยนะ แอนนา!"เชษฐหัวเราะหนักกว่าเดิม "โอ๊ย! บอสโหด ๆ ของพวกเรากลายเป็นคนแพ้ท้องแทนเมียไปซะแล้ว!""พอเลยนะ!" อคินตวาดเสียงเข้ม ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย เขาพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายยังรู้สึกโอนเอนนิดหน่อยแอนนารีบส่งขวดน้ำให้ "บอสลองจิบน้ำหน่อยไหมคะ? หรือจะให้ฉันโทรบอกคุณเพลงผ้าให้มารับ?"อคินชะงัก รีบโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่ต้อง!" 11:00 น. – หน้าโต๊ะทำงานของอคินข่าวเรื่อง บอสแพ้ท้องแทนเมีย กระจายไปทั่วออฟฟิศในเวลาไม่นานพนักงานหลายคนแอบซุบซิบกันขำ ๆ"จริงเหรอเนี่ย? บอสอคินแพ้ท้องแทนภรรยา?""ดูท่าทางเขาจะรักเมียมากจริง ๆ นะ!""สงสัยอีกไม่นาน บอสคงยอมสยบแทบเท้าเมียแน่ ๆ!"เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นทั่วบริษัทส่วนอคินที่นั่งฟังอยู่ในห้องทำงาน…เขาได้แต่กุมขมับ แล้วบ่นกับตัวเองเบา ๆ"ฉันหมดสิ้นความน่าเกรงขามแล้วใช่ไหมเนี่ย…"หลังจากที่โดนพนักงานแซวเรื่อง แพ้ท้องแทนเมีย มาทั้งเช้า อคินก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต
รถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์วราธิปเพลงผ้าก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหมดแรง ดวงตาของเธอฉายแววสิ้นหวังอคินเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง“คืนนี้… หลับให้สบาย”เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอเบาๆ“เพราะพรุ่งนี้… เธอจะได้เข้าสู่โลกของฉันจริงๆ”เสียงของเขาต่
เธอคิดว่าแค่กดวางสายแล้วปิดเครื่อง... เธอจะหนีฉันพ้นเหรอ?อคินละสายตาจากมือถือ ก่อนหันไปหยิบรีโมตที่วางอยู่ข้าง ๆปลายนิ้วกดปุ่มหนึ่งเบา ๆหน้าจอแสดงผลของระบบรักษาความปลอดภัยปรากฏขึ้นตำแหน่งของโทรศัพท์เธอ... ยังคงแสดงอยู่บนแผนที่เขาเอนกายลงบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว้ หัวเราะในลำคอ“ไปให้สุดเลย เพลงผ้า”“แต
เธอเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ยังมีเวลา… เขาจะกลับมาตอนสี่โมงเย็นเสียงฝีเท้าเบา ๆ ทำให้เธอสะดุ้ง มะลิกลับเข้ามาแล้วในมือของสาวใช้มีชุดสีดำที่คุ้นตา… ยูนิฟอร์มของคนรับใช้ในบ้าน“นี่ค่ะ” มะลิยื่นให้เธอ สีหน้าลังเล “คุณใส่ชุดนี้จะดูเหมือนสาวใช้ในบ้าน มันจะปลอดภัยกว่า”เพลงผ้าพยักหน้า รับชุดมาถือไว้ เธ
แสงอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ สาดส่องลอดผ่านม่านผ้าสีเข้ม กระทบลงบนเรือนร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้างเพลงผ้าลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกถึงความเย็นของอากาศที่แตกต่างจากห้องเดิมของเธอ ที่นี่... ทุกอย่างดูแปลกตาและน่ากลัวเพดานสูง เฟอร์นิเจอร์หรูหรา เตียงนุ่มกว่าที่เคยนอน แต่กลับให้ความรู้สึกหนักอึ้งและเย็นชาเ







