LOGINหลังกลับจากโรงพยาบาล ภาคินัยก็แวะพาคุณป้าและหลานสาวทานมื้อเที่ยงด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพราะเขายังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ใช้จากเธอ ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหาร ภาคินัยก็เริ่มชวนคุยที่เรื่องงานที่ค้างเอาไว้ทันที
“สรุปว่าถึงตอนนี้น้องอัญก็ยังไม่มีบริษัทไหนเรียกตัวใช่มั้ยครับ” ภาคินัยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง
“ตอนนี้ยังเลยค่ะ” อัญชลิดาตอบเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยหม่นแสงลงเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้น...” ภาคินัยเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ไปทำงานกับพี่นะครับ พี่คุยกับคุณป้าให้แล้ว” อัญชลิดาหันมามองคุณป้าของเธออย่างลังเล แต่ภาคินัยก็รีบพูดต่ออย่างกระตือรือร้น
“ที่ไร่ของพี่กำลังต้องการคนช่วยงานอยู่พอดี พี่เห็นว่าน้องอัญจบกีฏวิทยา น่าจะไม่ยากสำหรับตำแหน่งผู้จัดการไร่ ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ไม่ต้องห่วงนะครับ สำหรับผู้จัดการไร่สตาร์ทที่ห้าหมื่นบาท แถมมีประกันสังคมและประกันสุขภาพพร้อม” ภาคินัยยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ
“อืม...ว่าไงคะคุณป้า” อัญชลิดาถามคุณป้าอย่างมีความหวัง หญิงชราจึงตัดสินใจถามหลานสาวกลับไปบ้าง “แล้วหนูอัญคิดว่ายังไงล่ะลูก หนูทำไหวมั้ยล่ะ ไม่ใช่ไปแล้วกลับต้องเป็นภาระให้พ่อเลี้ยงเค้านะลูก” อัญชลิดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ถ้าพี่ภีมให้โอกาส อัญก็จะลองทำดูค่ะ แต่อัญไม่มีประสบการณ์นะคะ” ภาคินัยยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่จะสอนงานให้น้องอัญเอง”
“ฝากหลานป้าด้วยนะคะ...พ่อเลี้ยง” หญิงชราเอ่ยเสียงแผ่วเบา คล้ายจะฝากฝังดวงใจไว้ในมือของเขา ความโล่งใจฉายชัดบนใบหน้าเหี่ยวย่น เงินเดือนห้าหมื่นบาทนั้นช่างเป็นดั่งแสงสว่างในยามยาก สำหรับเศรษฐกิจที่ผันผวนเช่นนี้ การเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในหมู่บ้านที่รายได้ไม่แน่นอนนั้นช่างดูริบหรี่นัก
ภาคินัยคลี่ยิ้มอ่อนโยน ส่งผ่านความอบอุ่นไปยังหญิงชรา ก่อนจะหันมาสบตาหลานสาวของเธอ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายแห่งความเสน่หา ราวกับจะสะกดให้เธอตกอยู่ในภวังค์
“คุณป้าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลน้องอัญเป็นอย่างดี” เขาเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม ราวกับคำสัญญาที่มาจากหัวใจ ทว่าภายใต้ความอ่อนโยนนั้น กลับซ่อนเร้นแผนการอันดำมืด ที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มอดไหม้
สองวันต่อมา
8.00 น
เช้านี้เป็นวันทำบุญครบรอบ 7 วันให้รณพีร์ บรรยากาศภายในวัดโป่งสาอบอวลไปด้วยความสงบและศรัทธา ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างมาร่วมงานบุญด้วยความตั้งใจ ภายในงานบุญ มีการช่วยกันจัดเตรียม ขันข้าว ตามประเพณีทางเหนือ บนสำรับอาหารประกอบด้วยข้าว ผลไม้ อาหารคาวหวาน ส่วนด้านล่างก็มีสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงของใช้ใหญ่ ๆ อย่างมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ที่ผูกด้ายสีขาวโยงไปรวมเอาไว้กับสิ่งของด้านบน
ขันข้าวเหล่านี้ถูกจัดวางอย่างสวยงามบน สะลี หรือร้านวางของที่ทำจากไม้ไผ่ เมื่อถึงเวลาทำพิธี พระสงฆ์สวดมนต์และให้ศีลให้พร จากนั้นชาวบ้านนำขันข้าวไปถวายพระสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้รณพีร์ ขณะที่ถวายขันข้าว อัญชลิดาและคุณป้ากล่าวคำอธิษฐานขอให้รณพีร์ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่ทำไปให้
ภาคินัยสังเกตเห็นว่าอัญชลิดาและคุณป้าใส่ของใช้ส่วนตัวของรณพีร์ลงในขันข้าว เมื่อเสร็จพิธี เขาจึงเดินเข้าไปถามอัญชลิดา
“น้องอัญจะบูชาคืนพวกรถ มอเตอร์ไซค์ของพี่ชายไหมครับ”
“บูชาคืนสิคะ ยกเว้นพวกเสื้อผ้า” อัญชลิดาตอบเสียงเศร้า
“งั้นเดี๋ยวพี่ออกค่าบูชาให้เองนะครับ” ภาคินัยเสนอ อัญชลิดานำสิ่งของคืน มีรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และโทรศัพท์มือถือ
“น้องอัญตั้งใจจะเอาโทรศัพท์ของพี่ชายไปขายหรือใช้เองครับ” ภาคินัยถาม
“ก็น่าจะขายค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะกดราคาหรือเปล่า” อัญชลิดาตอบ
“งั้นลองเข้าไปขายในเมืองไหมครับ เดี๋ยวพี่พาไป” ภาคินัยเสนอ
“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวอัญไปขออนุญาตคุณป้าก่อนนะคะ” อัญชลิดาตอบ
“แล้วพวกรถยนต์กับมอเตอร์ไซค์ จะเก็บไว้ไหมครับ” ภาคินัยถามต่อ
“ก็คงขายเหมือนกันค่ะ คุณป้าขับไม่เป็นเลยสักอย่าง ทุกวันนี้แกยังปั่นจักรยานอยู่เลย” อัญชลิดาตอบ
“น้องอัญกับพี่ชายอยู่กับคุณป้ามานานแล้วเหรอครับ ขอโทษนะครับที่พี่ต้องถาม” ภาคินัยถามด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่ที่เจอเธอจนกระทั่งวันนี้ยังไม่เคยเห็นพ่อแม่ของอัญชลิดาเลย
“อัญกับพี่พีร์อยู่กับคุณป้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้มที่ปนเศร้า
“แล้วคุณพ่อคุณแม่ล่ะครับ” ภาคินัยถามต่อ
“ท่านเสียไปตั้งแต่พวกเราเด็ก ๆ แล้วค่ะ คุณพ่อเสียก่อน จากนั้นก็คุณแม่ ครอบครัวของอัญประสบอุบัติเหตุค่ะ คุณพ่อขับรถตกคลอง พอช่วยอัญกับพี่พีร์ขึ้นมาได้ คุณพ่อก็รีบลงไปช่วยคุณแม่ แต่พวกท่านหมดแรงก็เลยเสียชีวิต” อัญชลิดาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พี่เสียใจด้วยนะครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยความเห็นอกเห็นใจ เขาแสดงความห่วงใยออกมา จนเธอรู้สึกอบอุ่น
“เราเหลือกันแค่สองคน แต่พี่พีร์ก็มาด่วนจากไปอีก” อัญชลิดากล่าว ภาคินัยได้ยินดังนั้นก็ลืมความแค้นไปชั่วขณะ
เขาพาเธอไปขายโทรศัพท์มือถือเป็นอย่างแรก แต่ทางร้านกดราคา ทำให้อัญชลิดาลังเล พ่อเลี้ยงหนุ่มที่อยากได้โทรศัพท์ของรณพีร์อยู่แล้ว จึงเสนอเงินซื้อโทรศัพท์เครื่องนั้นกับเธอ โดยอ้างว่าจะเอาไปให้คนงานในไร่
“พี่ขอซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้ไว้ดีกว่าครับ ขายไปมันได้น้อยไม่คุ้มหรอก” ภาคินัยกล่าว อัญชลิดามองโทรศัพท์ในมือของภาคินัยด้วยความสงสัย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องการโทรศัพท์ของพี่ชาย
“สองหมื่นเป็นไงครับ” เขาเสนอราคาให้มากกว่าร้านเสนอเกือบเท่าตัว
“งั้นก็ได้ค่ะ” อัญชลิดาตอบรับอย่างไม่ลังเล เธอคิดว่าการขายโทรศัพท์เครื่องนี้น่าจะเป็นการตอบแทนน้ำใจของเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย ก่อนที่ภาคินัยจะยิ้มมุมปากและรีบโอนเงินให้หญิงสาวผ่านแอพของธนาคารแล้วจึงพาเธอกลับ
ตอนที่ 39 ตอนจบช่วงบ่ายประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออก ภาคินัยและอัญชลิดาก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดไฟในห้องส่องสว่างใบหน้าซีดเซียวของสิริกัญญาที่นอนอยู่บนเตียง สิริกัญญาหันมามองทั้งสองด้วยแววตาที่อ่อนล้า แต่ก็ฉายแววขอบคุณอย่างสุดซึ้ง“ภีม!!!...คุณอัญ” เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา“แบม!!..คุณเป็นยังไงบ้าง” ภาคินัยเดินเข้าไปใกล้เตียง เอื้อมมือไปจับมือของสิริกัญญาเอาไว้“แบม..ดีขึ้นแล้วค่ะ” สิริกัญญาตอบเสียงสั่นเครือ“ขอบคุณมากนะคะ ที่มาช่วยแบม”“ไม่เป็นไรเลยแบม..อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกัน” อัญชลิดาเดินเข้ามาใกล้เตียงอีกฝั่งหนึ่ง“เมื่อเราสองคนเป็นห่วงคุณมากค่ะ”“ฉัน...ฉันไม่รู้จะขอบคุณสองคนยังไงดี” สิริกัญญาเอ่ย“ถ้าไม่ได้พวกคุณ...ฉันคง...” เธอพูดไม่ออก น้ำตาไหลอาบแก้ม“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแบม..ผมเข้าใจคุณ” ภาคินัยบีบมือเธอเบาๆ“ทุกอย่างมันจบแล้ว”“ใช่ค่ะ..คุณแบมอย่าคิดมากเลยนะคะ” อัญชลิดาเสริม สิริกัญญายิ้มทั้งน้ำตา เธอรู้สึกซาบซึ้งใจกับความห่วงใยของทั้งสองคนทั้งสามคนคุยกันสักพัก สิริกัญญาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทั้งสองฟัง ภาคินัยและอัญชลิดาฟังเธออย่างตั้งใจ พวกเขาแสดงความเห็นใจและให้
ตอนที่ 38 เสียงจากความมืด เสียงหายใจของลูกน้องทั้งสามคนดังสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าพวกมันได้จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปแล้ว สิริกัญญาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เธอมองสำรวจไปรอบๆ ห้องด้วยสายตาที่หวาดระแวง เธอแน่ใจว่าพวกมันหลับสนิทจริงๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเงียบเชียบทุกการเคลื่อนไหวของสิริกัญญาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เธอพยายามไม่ให้เกิดเสียงดังแม้แต่น้อย หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นแต่ก็พยายามตั้งสติ เธอไม่รู้ว่าพวกมันจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ เธอรู้เพียงแต่ว่าเธอต้องหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเมื่อเท้าสัมผัสพื้นเย็นเยียบ สิริกัญญาก็แทบจะกลั้นหายใจ เธอค่อยๆ เดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ มือของเธอสั่นเทาขณะที่เอื้อมไปจับลูกบิดประตู ก่อนจะค่อยๆ หมุนลูกบิดอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อประตูเปิดออก สิริกัญญาแทบอยากจะกระโจนออกไปในทันที แต่เธอก็ขอสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วค่อยย่องออกมาจะดีกว่า พอพ้นประตูบ้านมาได้เธอก็แทบจะวิ่งออกจากบ้านพักของพวกมันด้วยความเร็วสูงสุด แต่ร่างกายของเธอก็ไม่ตอบสนอง เธอทำได้แค่เดินโซซัดโซเช สิริกัญญารู้ดีว่าถ้าพวกมันตื่นขึ้นมาในตอนนี้ เธอจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองแน่ร่างก
ตอนที่ 37 สามทมิฬรุมสวาท NC“ไปต่อกันที่อื่นเถอะ คุณนาย!!..” เสียงชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยกระซิบแหบพร่า ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับ มีรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรง ประกอบกับสภาพของสิริกัญญาที่อ่อนแรง ทำให้มันสามารถอุ้มเธอไปยังเตียงนอนได้อย่างง่ายดายหลังจากสิริกัญญาถูกพาไปยังเตียงภายในบ้านพักเล็กๆ ของมัน ลูกน้องคนสนิทของธีรภัทรอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของมันประดับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ทำให้สิริกัญญาที่กำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่านี่คือแผนการที่ธีรภัทรหักหลังปล่อยให้ลูกน้องมาย่ำยีทั้งๆ ที่เธอยินยอมเขาแล้วในตอนแรกลูกน้องคนหนึ่งเปิดประตูและเดินตรงมายังเตียงนอน ก่อนจะร่วมมือกับคนแรกที่อุ้มเธอมารุมโทรมเธออย่างไม่ไยดี ท่ามกลางเสียงร้องห้ามอันอ่อนแรงของเธอ“ไม่นะ...อย่า!!!” สิริกัญญาเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามขัดขืนแต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของชายทั้งสองได้ ในที่สุดร่างเปลือยเปล่าของเธอก็ปรากฏสู่สายตาของพวกเขา“อื้ออือออ...อย่า” สิริกัญญาครางเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอ ลูกน้องสามคนจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มสัมผัสเรือนร่างของเ
ตอนที่ 36 ฝันร้ายในโกดังร้าง NCหลังจากที่สิริกัญญาเดินออกมาจากร้านอาหารได้ไม่ทันไร ร่างบอบบางก็ถูกฉุดกระชากขึ้นรถตู้สีดำสนิทที่จอดรออยู่ริมถนน เธอถูกปิดปากและคลุมศีรษะด้วยผ้าหนาสีดำสนิท ก่อนจะถูกนำตัวไปยังโกดังร้างแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากผู้คนเมื่อผ้าคลุมศีรษะถูกกระชากออก สิริกัญญาพบว่าตัวเองถูกลูกน้องร่างกำยำหลายคนของธีรภัทรจับตัวไว้ เธอมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาหวาดกลัว ธีรภัทรยืนรอเธออยู่ด้วยสีหน้าโกรธเคือง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความแค้น“คุณกล้าดียังไงมาหักหลังผมเหรอ คุณแบม!” ธีรภัทรตะโกนใส่หน้าหญิงสาว เสียงดังลั่น“เมื่อคืนคุณโทรให้ไอ้พ่อเลี้ยงมาช่วยอัญทำไมไม่ทราบ ไหนคุณกับผมตกลงกันแล้วไง!”สิริกัญญาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่ก็พยายามเก็บซ่อนมันไว้“ฉันไม่ได้หักหลังคุณ ฉันแค่ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้”“เรื่องมันบานปลายไปตั้งนานแล้ว” ธีรภัทรแสยะยิ้ม“คิดว่าที่กล้าหักหลังผม...แล้วคุณจะรอดพ้นไปได้งั้นเหรอ” ธีรภัทรแสยะยิ้ม“หึ! คุณนี่มันน่าสมเพช ผู้หญิงเขาไม่รักก็หัดใช้วิธีอื่นสิ” ธีรภัทรเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ แววตาของเขาเต็มไปด้ว
ตอนที่ 35 รสชาติของความคิดถึงเมื่อเก็บของเสร็จในช่วงเที่ยง ภาคินัยก็พาอัญชลิดาออกจากโรงพยาบาล เขาพาเธอขับรถไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เขาโปรดปราน หวังจะปลอบขวัญเธอด้วยอาหารรสเลิศ“วันนี้พี่จะพาน้องอัญไปทานอาหารร้านหนึ่ง รับรองว่าอัญต้องชอบ” ภาคินัยเอ่ยเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกล้าเป็นประกายอบอุ่น จ้องมองใบหน้าหวานที่ยังคงมีร่องรอยความอ่อนเพลีย“ร้านอะไรเหรอเหรอคะ” อัญชลิดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา เธอรู้สึกซาบซึ้งใจที่เขาใส่ใจความรู้สึกของเธอ“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ!” เขาเอ่ยเสียงหยอกล้อ และหันมายิ้มให้เธออย่างอารมณ์ดี“ร้านอะไรเอ่ย?” อัญชลิดาเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยเป็นเปล่าประกายความอยากรู้ ก่อนจะยิ้มหวานให้พ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างออดอ้อน อัญชลิดารู้สึกดีใจที่มีเขาคอยใส่ใจความรู้สึกของเธอแบบนี้รถยนต์คันหรูแล่นไปตามถนนที่ทอดยาว ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามจนอัญชลิดาอดไม่ได้ที่จะชื่นชม เธอรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขที่ได้อยู่กับเขาในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ภาคินัยเปิดประตูรถให้เธอ“ถึงแล้วครับน้องอัญ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือมาให้เธอจับอัญชลิดาย
ตอนที่ 34 สวมรอย..คลายสวาท NCภาคินัยเงยหน้าขึ้นจากทรวงอกอิ่ม เขาจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของอัญชลิดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เขาเห็นเธอทรมานและมีความสุขไปพร้อมๆ กัน“อัญเสียวมั้ยครับ??” ภาคินัยเงยหน้าขึ้นถามเสียงกระซิบ ดวงตาคมกล้าจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของอัญชลิดาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงไปดูดไซร้ที่ใบหูและลำคอขาวเนียน แล้วเลื่อนริมฝีปากลงมาดูดเม้มที่หัวนมเธออีกครั้ง“เสียว...เสียวค่ะ...เสียว...หยุดก่อนค่ะ...” อัญชลิดาครางกระเส่า ร่างกายบิดเร่าไปตามสัมผัสที่เขามอบให้ ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับบางสิ่งกำลังจะทะลักล้นออกมาจากทรวงอกและเนินเนื้อกลางร่าง“อัญเสียวค่ะ...ๆ ...พอก่อนค่ะ...” เธอครางเสียงดัง ความเสียวสยิวกระตุ้นให้เธอใกล้ถึงจุดสุดยอดจากการปลุกเร้าด้วยปากและปลายนิ้วของเขา“เสียวน้ำจะแตก...จะแตกแล้วค่ะ...พอก่อน...อ๊า...อา...” อัญชลิดาถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง ร่างกายกระตุกงึกๆ เนินสวาทและหน้าท้องเกร็งกระตุกเป็นจังหวะ แต่ภาคินัยยังคงกระดกนิ้วข้างในรูสวาทของเธอต่อไปอย่างต่อเนื่องอัญชลิดาพยายามดันไหล่เขาเพื่อให้เขาถอนมือออก เธอพยายามจับข้อมือของเขาที่กำลังบำเรอสวาทให้เธออย






![เจ้าสาวจัดดอก [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
