LOGINหลายอาทิตย์ต่อมา
ผ่านมาหนึ่งเดือนกว่าๆแล้วที่หลิงไม่ได้ออกไปทำงาน เพราะเธอยังหางานไม่ได้ ในขณะที่เธอกำลังหางานในเวปไซด์อยู่นั้น จู่ๆเธอก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา หญิงสาวลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง หลิงเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วทิ้งตัวนอนบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนที่ไม่นานเธอจะผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย สามวันต่อมา “อ๊วก” เป็นเวลาสามวันแล้วที่เธอเอาแต่อาเจียน และยิ่งเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆถึงขั้นไม่อยากกินอาหาร วันนี้เธอจึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิกที่อยู่ไม่ไกลกับห้องเช่าของเธอ คลินิก ห้องตรวจ เมื่อเข้ามาในห้องตรวจเธอก็เล่าอาการให้หมอฟัง จากนั้นหมอจึงเอ่ยถามออกไป “ประจำเดือนมาปกติไหมครับ” “…” หลิงถึงกับชะงักไปเมื่อหมอถามถึงประจำเดือนที่เดือนนี้ยังไม่มา แล้วคิดไปถึงตอนนั้นเมื่อเดือนก่อน หลังจากคืนนั้นเธอก็ไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินเพราะลืมไปสนิทเลย คืนนั้นเธอไม่ได้สังเกตว่าเขาสวมถุงยางอนามัยหรือเปล่า แต่ถึงจะรู้ว่าเขาสวมถุงยางหรือไม่สวมถุงยาง อันที่จริงเธอควรต้องกินยาคุมฉุกเฉินป้องกันไว้ แต่ที่เธอไม่ได้กินเพราะลืม “คุณครับ” “คะ?” เสียงของคนตรงหน้าดึงสติของเธอกลับมาแล้วเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันที่เท่าไหร่ครับ” “วันที่สิบแปดค่ะ “นี่ก็เลยมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว งั้นผมขอตรวจปัสสาวะดูก่อนนะครับ” “ค่ะ” จากนั้นเธอก็ไปเก็บปัสสาวะแล้วกลับมานั่งที่เดิม เวลาต่อมา “คุณตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้วนะครับ” “…” ร่างกายของเธอชาวาบตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า เหมือนกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อได้ยินสิ่งที่หมอบอก เธอท้องกับเขาคนนั้นที่ชื่อเจย์เลอร์ “ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรจะถามบ้างไหมครับ” “ไม่มีค่ะ” “งั้นเดือนหน้าผมจะนัดมาตรวจเลือดนะครับ” “ค่ะคุณหมอ” “เชิญคุณไปรับยาบำรุงข้างนอกได้เลยครับ” “สวัสดีค่ะคุณหมอ” เธอยกมือไหว้แล้วออกจากห้องตรวจไปรับยา วันต่อมา ด้านหลิง ตั้งแต่เมื่อวานที่รู้ว่าท้อง หลิงก็คิดไม่ตกว่าจะจัดการกับชีวิตของตัวเองยังไงดี อยู่ตัวคนเดียวแถมยังท้องอีก พอคลอดออกมาเธอคงลำบากน่าดู เพราะไหนจะต้องทำงานหาเงินอีก แล้วเธอจะเอาเวลาไหนไปเลี้ยงลูก ยิ่งตอนนี้เธอก็ยังตกงานอยู่ แต่ต้องใช้จ่ายทุกวัน เงินเก็บที่มีอยู่ตอนนี้ก็เหลือไม่ถึงห้าพันแล้ว ในขณะที่เธอกำลังสับสนกับชีวิตของตัวเองอยู่นั้น เธอก็ฉุกคิดไปถึงคนเป็นพ่อของลูก ถ้าไปบอกเขาว่าท้องลูกของเขา เขาอาจจะรับผิดชอบก็ได้ เพราะเธออยากให้ลูกมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากเหมือนเธอ “หรือลองไปหาเขาดู เผื่อว่าเขาจะเห็นแก่เด็กตาดำๆก็ได้” เธอพึมพำออกมาพลางคิดในใจว่าเธอไม่มีพ่อแม่ ดังนั้นเธอจึงอยากให้ลูกของเธอมีทั้งพ่อและแม่ เมื่อคิดได้อย่างนั้นเธอจึงได้ข้อสรุปแล้วเอ่ยออกไป “งั้นไปหาเขาดีกว่า ลองเสี่ยงดูแล้วกัน เผื่อบางทีเขาอาจจะยอมรับลูกในท้องของเราก็ได้” ว่าจบเธอก็ออกไปจากห้องเช่าแล้วขึ้นแท็กซี่ไปยังบริษัทของเขา เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนเธอลองเสิร์ชหาข้อมูลของเขาแล้วจึงรู้ว่าเขามีบริษัท บริษัทเจย์เลอร์ ร่างเล็กสมส่วนที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยเดินเข้ามาในบริษัท เมื่อเห็นพนักงานสาวคนหนึ่งนั่งอยู่จึงเดินเข้าไปเอ่ยถามด้วยท่าทีนอบน้อม “พี่คะ ฉันมาหาคุณเจย์เลอร์ค่ะ” “คุณได้นัดท่านรองไว้หรือเปล่าคะ” “ไม่ได้นัดค่ะ” “งั้นคุณรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันโทรไปแจ้งเลขาให้บอกท่านรองให้” “ค่ะ” จากนั้นพนักงานสาวก็ต่อสายไปยังเลขาของเจย์เลอร์ แล้วบอกว่ามีผู้หญิงมาขอพบ เลขาบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับ เพราะต้องบอกท่านรองก่อนวันต่อมาเมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จ โทรศัพท์ของเจย์เลอร์ก็มีสายโทรเข้ามาจากเกล ซึ่งตั้งแต่ที่เขามาอยู่กับหลิงเกลก็ยังไม่ได้โทรมาหาเขา เจย์เลอร์กดปิดเสียงทันทีเพราะคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับเกลอีก“ใครโทรมาเหรอคะ”“เกลน่ะ”“ไม่รับเหรอคะ”“พี่ไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับเขาอีก เขาไม่ได้มีความสำคัญกับพี่อีกแล้ว ตอนนี้คนที่สำคัญกับพี่ที่สุดก็คือหลิงนะ” เขามองหน้าเธอแล้วพูดออกไปด้วยแววตาจริงใจ“งั้นก็รีบไปกันเถอะ หลิงหิวแล้ว” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันลงไปขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารชื่อดัง เมื่อทานข้าวเสร็จจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลโรงพยาบาลเมื่อทั้งสองลงจากรถก็พากันเดินเข้าไปในโรงพยาบาล เกลที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นคนตัวสูงจึงรีบสาวเท้าตามมาพร้อมกับเรียกเขา“พี่เจย์เลอร์คะ”เจย์เลอร์กับหลิงที่เดินจูงมือกันเมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงชะงักฝีก้าวแล้วหันมอง ก่อนที่เกลจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม“เกลโทรหาพี่ตั้งหลายสาย ทำไมพี่ถึงไม่รับคะ”“พี่ไม่ว่าง” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ที่เกลโทรหาพี่ เพราะเกลอยากให้พี่ไปรับที่บ้าน เพราะเกลต้องมาโรงพยาบาลค่ะ วันนี้หมอนัด”“อ๋อ งั้นพี่ขอตัวพาเม
“พี่จะให้เธอไปทำงานจนถึงสิ้นเดือนนี้ แล้วพี่ค่อยให้เธอลาออก”“แต่หลิงยังทำงานได้นะคะคุณเจย์เลอร์”“เรียกพี่สิครับ” เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ย“อ เอ่อ”“เรียกพี่สิครับน้องหลิง”“ค่ะพี่เจย์เลอร์”“ออกมาอยู่บ้านเฉยๆดีกว่านะ ถึงเธอไม่ออกไปทำงาน เงินของพี่ที่มีอยู่ก็เลี้ยงเธอและลูกได้ทั้งชาติอยู่แล้ว”“แต่หลิงยังทำงานได้นะคะ ท้องยังเล็กอยู่เลย ค่อยลาออกตอนท้องเจ็ดแปดเดือนได้ไหมคะ ถ้าให้หลิงออกมาอยู่บ้านเฉยๆ หลิงคงเบื่อแย่ค่ะ เพราะไม่รู้จะคุยกับใคร อยู่ที่ทำงานหลิงได้คุยกับฝ้ายทุกวัน”“เอางั้นก็ได้ เอาไว้ถ้าท้องครบเจ็ดเดือนเมื่อไหร่ เธอต้องลาออกจากงานมาอยู่บ้านนะ” เมื่อได้ฟังเหตุผลของเธอก็รู้สึกเห็นใจและเข้าใจจึงจำต้องยอมให้เธอทำงานต่อ“ได้ค่ะ”“งั้นก็นอนนะ”“พี่เจย์เลอร์คะ”“ครับ”“หลิงอยากรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เจย์เลอร์กับเกลค่ะ” เธอที่ยังคาใจกับเรื่องระหว่างเขากับเกลถามออกไปเพื่อให้แน่ใจ“พี่กับเกลไม่ได้เป็นอะไรกัน และพี่ก็ยังไม่ได้บอกความในใจกับเกล”“หลิงคิดว่าพี่จะบอกความในใจกับเกลตอนไปอยู่เชียงใหม่แล้วซะอีก”“พี่ไม่อยากบอกความในใจกับเกลแล้ว”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะความรู้สึกของพี่ที่มีต่อเกลม
วันต่อมา ตอนเย็นที่ทำงานของหลิงเมื่อเจย์เลอร์เห็นหลิงออกมาจากออฟฟิศ เขาที่มารอเธอสักพักแล้วก็รีบเดินไปหาเธอทันทีพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ไปกับฉันนะ”“ไม่ค่ะ” ว่าจบเธอก็เดินออกไป ร่างสูงคว้าข้อมือบางไว้แล้วพาเธอไปที่รถของเขา ในขณะที่คนตัวเล็กก็พยายามขัดขืน“ปล่อยนะ หลิงจะกลับเอง” เธอบิดข้อมือที่เขาจับไว้ พลางดวงตาสวยจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาขุ่นเคืองพร้อมกับพูดออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังโกรธฉันอยู่ และตอนนี้ฉันก็กำลังง้อเธออยู่” เรียวปากหยักได้รูปขยับเอ่ยพลางคลี่ยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่ดวงตาคมจดจ้องไปยังใบหน้างดงาม“หลิงไม่ได้โกรธอะไรคุณค่ะ ไม่ต้องมาง้อหรอก”“ถึงจะไม่ถึงขั้นโกรธ แต่ฉันก็รู้ว่าเธอกำลังไม่สบายใจอยู่”“หลิงสบายใจดีค่ะ”“ขึ้นรถเถอะ ฉันอยากคุยกับเธอ” พูดจบเขาก็เปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งพร้อมกับปิดประตู ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งประจำที่คนขับแล้วขับมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งร้านอาหาร ห้องวีไอพีเมื่อทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว โดยเจย์เลอร์นั่งข้างเธอ เขาหยิบเมนูยื่นให้เธอพร้อมกับพูดออกไป“เธออยากกินอะไรก็สั่งเลยสิ”“คุณสั่งเองเถอะ” ส
ด้านเจย์เลอร์เมื่อเกลส่งข้อความไปหาหลิงเสร็จ เธอก็จัดการลบภาพและข้อความที่ส่งไปเหมือนกับตอนที่อยู่เชียงใหม่ จากนั้นจึงเอาโทรศัพท์ไปคืนชายหนุ่มที่อยู่ด้านนอกซึ่งตอนนี้เขากำลังสูบบุหรี่อยู่ในห้องโถง ก่อนที่เธอจะกลับเข้าไปในห้องนอนวันต่อมาเมื่อเจย์เลอร์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปจากคอนโด ในขณะที่เกลยังนอนหลับอยู่ วันนี้เขาจำต้องเข้าบริษัทเพราะเมื่อคืนพ่อโทรมาบอกว่าวันนี้มีประชุมในช่วงเช้า ซึ่งเขาต้องร่วมประชุมด้วยการประชุมเสร็จสิ้นไปในเวลาตอนเที่ยง จากนั้นเจย์เลอร์ก็เข้ามาในห้องทำงานของตัวเองแล้วสะสางงานที่เขาไม่ได้เข้ามาจัดการในช่วงสามสี่วันที่ผ่านมานี้เมื่อทำงานไปได้สักพัก เขาก็บอกให้เลขาสั่งของกินมาให้ เมื่อทานเสร็จเขาก็ทำงานต่อไปจนกระทั่งสี่โมงเย็น เจย์เลอร์ลุกจากเก้าอี้เบาะหนังราคาแพงแล้วออกจากบริษัทไปขึ้นรถและมุ่งหน้าไปยังบริษัทที่หลิงทำงานอยู่เจย์เลอร์ขับรถเข้ามาจอดหน้าออฟฟิศ เรียวขายาวก้าวลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้าไปภายในออฟฟิศก็เห็นว่าคนตัวเล็กที่เขาไม่ได้เห็นและไม่ได้คุยมาสี่วันแล้วเดินออกมาจากลิฟต์กับเพื่อนของเธอพอดีใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มดีใจที่วันนี้ได้เจอเธอ เท้าหนักย่างก้
บนรถเจย์เลอร์ที่รู้สึกเซ็งๆและไม่อยากกลับคอนโดหยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาเจฟทันทีตู๊ด“ไงมึง”(ออกมาดื่มกันหน่อยดิ คืนนี้กูเบื่อๆว่ะ ไม่อยากอยู่คอนโด) ตั้งแต่คืนนั้นที่เขาโดนยาปลุกเซ็กส์ ก็ยังไม่ได้ออกไปดื่มที่ไหนเลย ซึ่งก็สามเดือนมาแล้ว“ไม่อยากอยู่คอนโด? มึงอยากอึ๊บเด็กอะดิ ว่าแต่…นานแล้วนะที่มึงไม่ได้ออกมาอึ๊บสาวๆกับพวกกู”(ก็อยากนั่นแหละ แต่กูไม่ได้อยากทำกับพวกสาวๆอย่างว่า)“แล้วมึงอยากอึ๊บใครวะ ถ้าไม่ใช่สาวบริการที่เคยจ้างมา”(ช่วงหลังๆมานี้กูอยากทำแบบนั้นกับคนๆเดียว กูไม่ได้อยากทำไปเรื่อยแบบเมื่อก่อนแล้ว) ก่อนหน้านี้เจย์เลอร์ เจฟ นาวาจะมีเรื่องนั้นกับผู้หญิงไม่ค่อยซ้ำหน้าตามประสาหนุ่มโสดที่ต้องการปลดปล่อยแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่พอได้มีอะไรกับหลิง เขาก็ไม่อยากทำแบบนั้นกับผู้หญิงคนไหนเลย“ที่มึงบอกว่าอยากกินซ้ำ แสดงว่ามึงมีสาวประจำให้กินอยู่แล้วใช่ไหม”(อืม)“ใครวะ กูขอกินด้วยได้ไหม”(คนนี้ไม่ได้) เจย์เลอร์ปฏิเสธทันควัน ที่แล้วมาพวกเขาสามคนมักจะกินผู้หญิงคนเดียวกัน หมุนเวียนและสลับกินกันไปเรื่อยๆด้วยความคึกคะนอง บางครั้งซื้อผู้หญิงมาคนเดียว แล้วพวกเขาก็กินพร้อมกันเลยก็มี หรือเรียกว่าเ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เจย์เลอร์เข้ามานอนกับหลิงทุกคืน และวันนี้ก็เป็นวันที่เขาต้องไปเชียงใหม่กับเกล ส่วนหลิงก็ไปทำงานตามปกติของเธอจังหวัดเชียงใหม่โรงแรมชื่อดังเมื่อเข้ามาในโรงแรมเกลก็เดินไปเช็คอินที่หน้าฟร้อนท์แล้วรับคีย์การ์ดห้องพักมาหนึ่งใบ จากนั้นทั้งสองจึงพากันขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักที่มีราคาแพงเมื่อมาถึงหน้าห้องเกลก็สแกนคีย์การ์ดที่ประตู ก่อนเจย์เลอร์จะเอ่ยถามออกไป“ไหนคีย์การ์ดห้องของพี่ล่ะ”“เราต้องนอนห้องเดียวกันค่ะพี่เจย์เลอร์ วันนั้นที่เกลโทรมาจองห้องพัก เขาบอกว่ามีห้องว่างแค่ห้องเดียว ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่นด้วยแหละ มีแขกเข้าพักเยอะค่ะ ก็เลยมีห้องว่างแค่ห้องเดียว” เธอตั้งใจโทรมาจองแค่ห้องเดียว เพราะอยากให้เขานอนกับเธอ เนื่องจากเธอมีแผนบางอย่างเอาไว้ในหัวแล้ว“แต่เราไม่เคยนอนห้องเดียวกันเลยนะเกล”“ไม่เคยนอนด้วยกัน งั้นเราก็ลองนอนด้วยกันดูสิคะ พี่เจย์เลอร์อย่าคิดมากเลยค่ะ เข้าห้องกันเถอะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็เปิดประตูเข้าไปในห้องพักหรูที่มีขนาดกว้างขวาง ผนังสีขาวสะอาดตา ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตามเข้าไปอย่างจำใจ เขารู้สึกไม่ชินเลยถ้าต้องนอนเตียงเดียวกับเธอ20.45
“อย่าเพิ่งไป”“คะ คุณมีอะไรหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอทำงานอะไร”“หลิงไม่ได้ทำงานมาเดือนนึงแล้วค่ะ เพราะยังหางานไม่ได้”“ฉันบอกแล้วว่าจะรับผิดชอบเด็กด้วยการให้เป็นเงินทุกเดือน งั้นเธอก็จดเลขบัญชีให้ด้วย เดี๋ยวฉันจะโอนเงินให้เธอไว้ใช้จ่าย” ว่าจบ เขาก็ยื่นสมุดบันทึกกับปากกาให้เธอ ก่อนที่เธอจะเขียนเลขบัญชีล
ด้านเจย์เลอร์หลังจากเลขาสาววางหูโทรศัพท์ก็เข้ามาในห้องของเจ้านายพร้อมกับกล่าวรายงานออกไป“ท่านรองคะ มีคนมาขอพบท่านรอง เขาอยู่ข้างล่างค่ะ”“ผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วเขาชื่ออะไร”“เป็นผู้หญิงค่ะ แต่ดิฉันไม่ได้ถามชื่อค่ะ งั้นดิฉันขอไปถามชื่อก่อนนะคะ”“คุณไปบอกให้เขาขึ้นมาพบผมได้เลย”“ได้ค่ะท่านรอง” เธอก
วันต่อมาเมื่อหลิงรู้สึกตัวตื่นก็ลุกไปทำธุระในห้องน้ำแล้วออกมาสวมใส่เสื้อผ้าและรีบออกไปจากโรงแรมทันที ในขณะที่เจย์เลอร์ยังนอนหลับอยู่ห้องเช่าเมื่อเข้ามาในห้องเช่าที่มีขนาดเนื้อที่ใช้สอยเพียงยี่สิบตารางเมตรพอได้ซุกหัวนอน หลิงก็ล้มตัวนอนบนเตียงขนาดสามฟุต ดวงตาคู่งามจ้องมองเพดานพลางนึกไปถึงเหตุการณ์
โรงแรมเจย์เลอร์ลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งที่หลิงนั่ง ร่างบางขยับถอยหนีเพราะไม่อยากลงไปกับเขา ชายหนุ่มเอื้อมไปจับข้อมือพร้อมกับลากเธอออกมาจากรถ“ปล่อยนะคุณ ฉันจะไม่เข้าไปกับคุณ” เธอยื้อตัวเองให้ออกจากเขา แต่ร่างกายของเธอกลับรู้สึกต้องการเขา ทำไมเธอถึงได้มีอาการแบบนี้“ตอนนี้เราสองคนต้องการสิ่งน







