Compartir

บัณฑิตพบสาวงาม

last update Fecha de publicación: 2026-06-22 22:26:14

บรรยากาศในห้องนอนแคบ ๆ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็น ฉินมู่อิงถอนหายใจทิ้งเบา ๆ พลางเหลือบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปใกล้โต๊ะหัวเตียงเพื่อจัดการกับตะเกียงน้ำมันที่ส่องแสงสว่างจ้าเกินจำเป็น

อาเหยียนยังคงนอนนิ่งประหนึ่งก้อนหิน เปลือกตาปิดสนิทแต่แพขนตากลับสั่นระริกน้อย ๆ อย่างที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัว เขารับรู้ถึงเงาร่างของสตรีที่โน้มใกล้ลงมา กลิ่นหอมจาง ๆ ของพุทราป่าและเหงื่อไคลจากการทำงานหนักโชยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาควบคุมไม่อยู่

ฉินมู่อิงยื่นมือออกไปหวังจะหรี่ไฟให้มืดลง แต่นางกลับชะงักมือไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแสงตะเกียงสะท้อนใบหน้าคมคายของเขา แม้จะซูบผอมและซีดเซียวไปบ้าง แต่โครงหน้าของเขากลับดูสง่างามจนนางอดคิดไม่ได้ว่าคนผู้นี้ไม่ควรมานอนทุกข์ระทมอยู่ที่หมูบ้านเชิงเขาเช่นนี้เลย

นางเป่าลมเบา ๆ จนเปลวไฟวูบดับลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทันที มีเพียงแสงจันทร์รำไรที่ส่องผ่านรอยแตกของฝาบ้านเข้ามาพอให้เห็นเงาราง ๆ

ฉินมู่อิงขยับตัวก้าวถอยหลังพยายามไม่ให้เกิดเสียง แล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อจัดการเปลี่ยนถ่ายอาหารและล้างชามแกงของป้าเจี่ยข้างนอกทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ

เมื่อเสียงฝีเท้าของนางลับหายไป อาเหยียนก็ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางพ่นลมออกทางปากยาวเหยียดอย่างโล่งอก ราวกับเพิ่งผ่านศึกหนักที่ต้องใช้สมาธิสูงสุดในชีวิต ร่างกายที่เกร็งแข็งเมื่อครู่ผ่อนคลายลงจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มของฟูกใต้ร่าง

'เข้าหออย่างนั้นหรือ'

คำพูดของป้าเจี่ยยังคงดังก้องอยู่ในหู เขาขยับผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงอก ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ข้างแก้มยังไม่จางหายไปง่าย ๆ ในใจเขาทั้งนึกขันทั้งสับสน คนอย่างเขาต้องมาแกล้งหลับหนีสตรีตัวเล็ก ๆ เพียงเพราะคำพูดหยอกเย้าของหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง

ยามดึกสงัดแม้อากาศจะหนาวเย็น แต่หัวใจของคนบนเตียงกลับเต้นแรงและแผ่ไอความร้อนอย่างประหลาด

เช้าวันต่อมา อากาศที่หมู่บ้านเวยเซียงยังคงเย็นเยียบ ฉินมู่อิงตื่นขึ้นมาจัดการกวาดลานหน้าบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ผิวพรรณของนางแม้มิได้ประทินโฉมด้วยเครื่องประทินผิวราคาแพง แต่ความสดใสตามธรรมชาติและดวงตามุ่งมั่นทำให้พวงแก้มดูระเรื่อชวนมอง

ในขณะที่นางกำลังกวาดใบไม้แห้งอยู่นั้น เสียงล้อเกวียนที่บดเบียดกับพื้นดินขรุขระก็หยุดลงไม่ไกลนัก ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตผ้าเนื้อปานกลางทว่าสะอาดสะอ้านก้าวลงมาจากเกวียน เขาคือบัณฑิตจาง ลูกชายเจ้าของที่ดินรายย่อยในตำบลที่เพิ่งกลับมาจากการสอบปิดภาคเรียน ปกติเขาจะใช้เส้นทางหลักเข้าบ้านตนเอง แต่วันนี้เกวียนบรรทุกของหนักจึงต้องมาจอดส่งเขาที่ทางลาดใกล้บ้านของฉินมู่อิงแทน

บัณฑิตจางชะงักไปทันทีที่เห็นเงาร่างอ้อนแอ้นในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ 

'สตรีผู้นั้น แม่นางคนงามที่เคยไปถามตำราข้านี่นา'

หัวใจของบัณฑิตหนุ่มพองโตขึ้นวูบหนึ่งด้วยความสนใจในโฉมงามที่เขายังติดตาตรึงใจ แต่พอสายตาเลื่อนไปมองสภาพบ้านไม้ไผ่ที่ค่อนข้างเก่า หลังคามุงหญ้าคาที่ดูใกล้ผุพังและรั้วบ้านที่แทบจะกันลมไม่ได้ ความชื่นชมเมื่อครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกดูแคลนขึ้นมาทันที

เขาขยับคอเสื้อให้ตรง กางพัดในมือออกโบกเบา ๆ ทั้งที่อากาศยังหนาว พลางเดินทอดน่องเข้าไปทักทายด้วยท่าทีที่คิดว่าดูภูมิฐานที่สุด

"นึกว่าโฉมงามที่ใด ที่แท้ก็แม่นางคนขยันนั่นเอง" 

บัณฑิตจางเอ่ยทักทาย น้ำเสียงแฝงความลำพอง 

"ไม่นึกเลยว่าที่พักของเจ้าจะ...เรียบง่ายถึงเพียงนี้"

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้านอย่างไม่ปิดบังความนึกคิด ในใจก็นึกเสียดายว่าความงามระดับนี้กลับมาโอบกอดกับความจนยากอยู่ในหมู่บ้านเชิงเขาที่แม้แต่เกวียนยังเข้าถึงลำบาก

"ข้าเพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษาน่ะ พอดีผ่านมาทางนี้เลยแวะมาทักทายเพื่อนบ้านเสียหน่อย" 

เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย หวังจะให้นางถามถึงการเล่าเรียนหรือแสดงอาการเลื่อมใสในตัวบัณฑิตอย่างเขา

ฉินมู่อิงหยุดไม้กวาดในมือ นางหันไปมองบัณฑิตหนุ่มด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาของนักจัดการสาวมองทะลุปรุโปร่งถึงความย้อนแย้งในท่าทางของคนตรงหน้า ทั้งอยากจีบแต่ก็อยากกดข่มในคราวเดียวกัน

"ขอบคุณท่านบัณฑิตที่ให้เกียรติแวะมาทักทายเจ้าค่ะ" 

นางตอบด้วยเสียงเรียบเรื่อย ไม่ได้ดูตื่นเต้นอย่างที่เขาคาดหวัง 

"บ้านข้าอาจจะเรียบง่ายไปสักหน่อย แต่มันก็สงบพอที่จะไม่ต้องคอยปั้นหน้าใส่ใคร ท่านบัณฑิตเดินทางมาเหนื่อย ๆ รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวแดดจะร้อนเสียก่อน"

คำตอบที่ดูเหมือนสุภาพแต่แฝงไปด้วยการขับไล่กลาย ๆ ทำเอาบัณฑิตจางหน้าชาเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วมองนางอีกครั้ง

'สตรีชาวบ้านธรรมดา เหตุใดถึงมีท่าทีจองหองนัก หรือนางยังไม่รู้ว่าข้ามีโอกาสจะได้เป็นขุนนางในอนาคต'

ในขณะที่บัณฑิตจางกำลังจะอ้าปากอวดอ้างสรรพคุณตัวเองต่อ อาเหยียนที่นั่งฟังอยู่หลังประตูในห้องนอนก็กำหมัดแน่น เขาได้ยินทุกคำดูถูกที่บัณฑิตผู้นี้มีต่อฉินมู่อิงและบ้านของนาง ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เขาอยากจะลุกออกไปสั่งสอนเจ้าบัณฑิตหน้าขาวนี่นัก แต่ร่างกายที่ยังขยับได้ไม่คล่องทำได้เพียงส่งเสียงไอแห้ง ๆ ออกมาเบา ๆ เพื่อเตือนให้คนข้างนอกรู้ว่าบ้านหลังนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย

บัณฑิตจางได้ยินเสียงชายหนุ่มข้างในก็ชะงักไปเล็กน้อย

 "อ้อ สามีเจ้าเป็นคนป่วยรึ น่าสงสัยนัก สตรีงดงามเช่นเจ้ากลับต้องมาต้มยาให้คนขี้โรคกินทิ้งกินขว้างไปวัน ๆ ช่างเสียดายของจริง ๆ"

เขาถอนหายใจยาว สะบัดพัดเดินจากไปพลางส่ายหัว ทิ้งให้ฉินมู่อิงมองตามด้วยความรู้สึกสมเพชในความหลงตัวเองของเขา

บรรยากาศยามเช้าเริ่มอบอุ่นขึ้นด้วยแสงแดดที่ทอดผ่านรอยขัดแตะเข้ามาเป็นลำ ฉินมู่อิงเดินกลับเข้ามาในห้องหลังจากกวาดลานเสร็จ นางเห็นอาเหยียนนั่งพิงพนักเตียง ในมือมีมีดพกเล่มเล็กที่พ่อนางทิ้งไว้ให้ เขากำลังจดจ่ออยู่กับการแกะสลักกิ่งไม้แห้งให้กลายเป็นรูปทรงแหลมคมคล้ายปลายทวน แต่อ่อนช้อยด้วยลวดลายตามขอบ

"ใครมาหรือ"

เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากงานในมือ

"ข้าก็ไม่รู้ บัณฑิตที่ไหนก็ไม่รู้มาพูดจาเลอะเทอะ ข้าเลยไล่ไปแล้ว"

ฉินมู่อิงตอบพลางวางถ้วยยาที่ควันลอยกรุ่นลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง อาเหยียนเงียบลงทันที มือที่กำลังตวัดมีดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มขยับต่ออย่างประณีต ความเงียบนั้นดูหนักอึ้งกว่าปกติ แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรนางต่อ

ฉินมู่อิงไม่ได้เดินออกไปเหมือนทุกครั้ง แต่นางกลับทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ข้างเตียง แล้วนั่งเท้าคางมองปลายนิ้วเรียวยาวของเขาที่ตวัดใบมีดอย่างแคล่วคล่อง ลวดลายที่เขาแกะสลักนั้นดูมีพลังและวิจิตรบรรจงจนนางอดทึ่งไม่ได้ แม้ร่างกายเขาจะดูซูบซีด แต่ท่วงท่าการจับมีดกลับดูองอาจและสุขุมอย่างบอกไม่ถูก

อาเหยียนขยับตัวอย่างประหม่า เมื่อรู้ว่าถูกจ้องมองอยู่นาน เขาหยุดมือแล้วเงยหน้าสบตานาง แววตาคมเข้มดุจพยัคฆ์ซ่อนเล็บมีรอยฉงนใจ

"มีอะไรหรือ"

 เขาถาม

 "เจ้าไม่เคยมานั่งเฝ้าข้าเช่นนี้"

ฉินมู่อิงยิ้มบาง ๆ พลางชี้ไปที่ชิ้นงานในมือเขา

 "มันสวยมากเลยนะ ลวดลายดูมีชีวิต ข้ากำลังคิดว่า ถ้าท่านลองแกะสลักลงบนกล่องไม้เล็ก ๆ ให้สวยแบบนี้ แล้วข้าเอาไปขายพ่วงกับสินค้าให้ร้านประทินโฉมใหญ่ ๆ ในเมือง ท่านว่าเราจะขายได้ราคาดีหรือไม่"

อาเหยียนนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขามองชิ้นไม้ในมือสลับกับมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยแผนการของนาง พลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

"ทำการค้ากับร้านใหญ่รึ"

 เขาถามย้ำ น้ำเสียงแฝงแววไม่มั่นใจ 

"ในเมืองมีร้านเครื่องประทินผิวที่ขึ้นชื่ออยู่เพียงร้านเดียว ร้านที่คนระดับขุนนางไปอุดหนุน เจ้าเป็นเพียงชาวบ้านท้ายป่า จะเข้าไปเจรจากับเจ้าของร้านเช่นนั้นเป็นหรือ"

ฉินมู่อิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ แววตาของนักจัดการสาวเป็นประกายฉายแสงออกมา 

"เรื่องซื้อขายไว้ใจข้าเถิด ขอเพียงงานของท่านดีมากพอ ข้ามีวิธีทำให้คนยอมควักเงินออกมาซื้อแน่นอน"

อาเหยียนมองท่าทางกอดอกพยักหน้าพึมพำกับตัวเองของนางแล้วก็ได้แต่ถอนใจเบา ๆ เขาแสร้งทำเป็นก้มลงแกะสลักต่อ แต่ที่มุมปากกลับแอบขยับยิ้มบาง ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะทำได้"

 เขาเอ่ยสั้น ๆ อย่างท้าทาย

 "แต่ถ้าเจ้าอยากได้กล่อง ข้าก็จะลองทำให้ดูสักใบ อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งรอความตายไปวัน ๆ"

ฉินมู่อิงยิ้มกว้างกว่าเดิม 

"งั้นตกลงตามนี้ ท่านทำกล่อง ข้าทำการตลาด เราสองคนจะรวยด้วยกันที่หมู่บ้านเวยเซียงนี่แหละ"

 

 

 

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พันธะรักเร้นกาย   โรงเตี๊ยมลับ

    ฉินมู่อิงเล่าเรื่องคุณชายหลี่ให้หมอกู่ฟัง ท่านหมอกู่เห็นท่าไม่ดี เพราะหากคุณชายหลี่บุกมาที่โรงหมอจริง จะไม่ใช่แค่เรื่องแย่งตัวสตรี แต่อาจจะทำให้ความลับรั่วไหลท่านหมอจึงรีบประสานงานกับสหายอย่างท่านหมอหลิว วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทันทีกลางดึกฉินมู่อิงช่วยหมอกู่ประคองร่างที่ยังไม่ได้สติของอาเหยียนขึ้นรถม้าที่พรางตาเป็นรถส่งฟืน นางใช้ผ้าห่มคลุมร่างเขาไว้หนาแน่นและกุมมือเขาไว้ตลอดทาง รถม้าลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มืดมิด จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมลับขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพักอาศัยของเหล่าบัณฑิตยากจน พื้นที่แถบนี้เงียบสงบและเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยสลับซับซ้อนเกินกว่าที่พวกนักเลงของคุณชายหลี่จะตามหาได้พบฉินมู่อิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อส่งอาเหยียนลงบนเตียงในห้องพักชั้นบนได้สำเร็จ "ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะที่ช่วยหาที่พักพิงที่นี่ ข้าเกือบจะต้านทานคนพรรค์นั้นไม่ไหวแล้ว"หมอเทวดากู่เอ่ยขึ้น"ที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว ข้าให้คนของโรงหมอคอยเฝ้าที่หน้าปากซอยไว้แล้ว เจ้าวางใจเถอะ ตอนนี้หน้าที่ของเจ้าคือดูแลเขาให้ฟื้นขึ้นมา ยาที่ข้าให้ไปต้องเคี่ยวให้ครบสามชั่วยามห้ามขาดแม้แต่นิดเดียว"เช้าวันรุ่งขึ้น ค

  • พันธะรักเร้นกาย   พบหมอเทวดา

    ท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึก แสงตะเกียงในโรงหมอเทียนอันวูบไหวตามแรงลม บรรยากาศที่เคร่งเครียดพลันเปลี่ยนไปเมื่อมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบุรุษผู้หนึ่งตรงเข้ามา ท่านหมอรีบออกไปต้อนรับด้วยความดีใจ เพราะผู้ที่มาถึงคือท่านหมอเทวดากู่ สหายของเขาที่เดินทางล่วงหน้ามาถึงก่อนกำหนดฉินมู่อิงไม่ได้พักผ่อน นางรีบพาท่านหมอกู่มาที่เตียงของอาเหยียนทันที ท่านหมอกู่ในชุดเดินทางสีหม่นรีบวางย่ามยาลงและทำการจับชีพจรอาเหยียนอย่างละเอียด แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับเบิกกว้างด้วยความตระหนก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสชีพจรและเห็นสีผิวที่คล้ำเสียใต้เล็บมือหมอเทวดากู่พึมพำกับตนเองเบา ๆ"พิษสะกดวิญญาณ นี่มันพิษร้ายจากแคว้นทางเหนือที่ใช้สังหารแม่ทัพในสนามรบชัด ๆ"ขณะที่เขากำลังฝังเข็มเงินลงบนจุดสำคัญรอบอกเพื่อประคองลมหายใจ สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับโครงหน้าซูบผอมของคนไข้ แม้จะดูเปลี่ยนไปมากจากอาการป่วย แต่เครื่องหน้าที่เด่นชัดและแผลเป็นจาง ๆ ที่หางตา ทำให้ท่านหมอกู่ซึ่งเคยเป็นหมออาสาอยู่ที่ชายแดนถึงกับมือสั่น'เป็นไปไม่ได้ ข่าวจากค่ายทหารแจ้งว่าซื่อจื่อถูกลอบสังหารและร่างถูกโยนทิ้งลงทะเลสาบไปเมื่อเดือนก่อนแล้ว"ฉินมู่อิงที่ยืนกุ

  • พันธะรักเร้นกาย   อาเหยียนป่วยหนัก

    ห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ ณ เมืองหน้าด่านชายแดนที่ลมเหนือพัดกระโชกจนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย บรรยากาศภายในกระโจมแม่ทัพตึงเครียดและเงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวไฟจากตะเกียงบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเต็มยศ ผู้มีใบหน้าคมเข้มและร่องรอยประสบการณ์ศึกปรากฏชัดบนหางตา เขายืนเอามือไพล่หลังจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งรีบดังขึ้นก่อนที่ผ้าม่านกระโจมจะถูกเลิกออก สายลับในชุดรัดกุมสีเข้มคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีบุรุษผู้อยู่ด้านในเอ่ยเสียงต่ำแต่ทรงพลังโดยไม่หันกลับมามอง"ว่าอย่างไร เจอเบาะแสบ้างหรือไม่""เรียนท่านแม่ทัพ หน่วยของเรากระจายกำลังออกไปตามหัวเมืองรายทางทั้งหมดแล้วขอรับ แต่ร่องรอยของซื่อจื่อขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงรอยต่อเขาลึกพรมแดนตะวันออก"เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "แต่มีรายงานวงในแจ้งมาว่าพบกลุ่มคนแปลกหน้าที่พยายามสะกดรอยตามหาคนลักษณะเดียวกันในเขตหมู่บ้านรอบนอกเมืองหลวงเช่นกันขอรับ ดูเหมือนพวกเขายังไม่ยอมรามือ"จ้าวจิ่วเหอกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาที่ห่วงใยฉายชัดออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและด

  • พันธะรักเร้นกาย   เสียหน้าและอาฆาต

    บรรยากาศที่บ้านยามค่ำฉินมู่อิงกลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเบิกบาน นางยื่นถุงเงินให้อาเหยียนดูพลางเล่าเรื่องที่เถ้าแก่เนี้ยชมไม่ขาดปาก"อาเหยียน เรามีเงินเยอะแล้วนะเดือนหน้านอกจากจะพาท่านไปหาหมอเทวดาแล้ว ข้าว่าเราควรซ่อมรั้วบ้านให้แข็งแรงขึ้น และซื้อเตียงนุ่ม ๆ ให้ท่านดีไหม"อาเหยียนรับถุงเงินมาวางไว้ข้างตัว เขาไม่ได้ดูดีใจเท่านาง แต่กลับดึงมือนางมาจับไว้แน่น"เงินทองพวกนี้สำคัญก็จริง แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ วันนี้ตอนเจ้าไปเมือง ข้าเห็นคนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวรั้วบ้านเราหลายรอบ ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี"ฉินมู่อิงชะงักไป ความอบอุ่นจากมืออาเหยียนทำให้ใจนางสงบลง"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ใครมาดีเราต้อนรับ ใครมาร้ายข้าจะเอาไม้พายกวนเผือกตีให้หัวโนเลย"บ่ายวันถัดมา ในขณะที่ฉินมู่อิงกำลังแจกขนมชิมฟรีและนับเงินอีแปะอย่างมีความสุข รถม้าหรูของคุณชายหลี่ก็มาจอดที่หน้าบ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีอาเหมย และเสี่ยวหลันคอยเดินตามต้อย ๆ มาดูความล่มจมของนางด้วยคุณชายหลี่สะบัดพัดเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า"แม่นางมู่อิง ข้าเห็นเจ้าขยันขันแข็งทำขนมขายตากแดดตากลมเช่นนี้แล้ว ข้าก็เวทนาจับใจ เงินไม

  • พันธะรักเร้นกาย   งานฝีมือชั้นสูง

    หลังจากที่เห็นคุณชายหลี่มาดูถูกเหยียดหยาม แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นห้าวหาญ เขาขลุกตัวอยู่แต่ในมุมห้องของบ้านเร่งมือแกะสลักกล่องเครื่องหอม เสียงมีดกรีดลงบนเนื้อไม้ดังสม่ำเสมอแสดงถึงสมาธิขั้นสูง เขาตั้งใจจะทำงานนี้ให้วิจิตรบรรจงที่สุด เพื่อให้ฉินมู่อิงนำไปแลกเงินก้อนใหญ่มาบำรุงบ้านและเตรียมตัวรักษาตัวเขาเอง ส่วนฉินมู่อิงก็ไม่ได้ย่อท้อ นางยังคงเปิดแผงขายขนมเผือกกวนหน้าบ้านเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือการใช้กลยุทธ์ใหม่ วันนี้ฉินมู่อิงจัดเต็มกว่าเดิม นางจัดเรียงขนมเผือกกวนจี่ไฟจนเหลืองทองสวยงาม และที่พิเศษคือมีถาดเล็ก ๆ วางอยู่ด้านหน้า พร้อมป้ายไม้แผ่นน้อยที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่าชิมฟรี ไม่ซื้อไม่ว่ากัน "อ้าว แม่มู่อิง วันนี้ให้ชิมฟรีเชียวรึ ไม่กลัวขาดทุนหรือไร" ชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านมาเจอพอดี ฉินมู่อิงยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ "ไม่ขาดทุนหรอกเจ้าค่ะ ของดีต้องลองชิมดูให้รู้รส ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครยังไม่พร้อมก็ชิมให้ชื่นใจก่อนได้เจ้าค่ะ ข้าทำด้วยใจ อยากให้คนในหมู่บ้านเราได้กินของอร่อย ๆ" นางตักขนมชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้ทุกคนที่เดินผ่าน ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ หรือคนเฒ่าคนแก่ ความใจกว้างของนาง

  • พันธะรักเร้นกาย   คุณชายหลี่

    วันต่อมาฉินมู่อิงเปิดร้านแต่เช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนออกจากบ้านจะไปขายของป่าในเมืองหรือไม่ก็กลับจากขึ้นเขาเสี่ยวหลันที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ตาเป็นประกาย รีบขยับเข้าไปเป่าหูอาเหมยและหาจังหวะยุยงมู่อิงทันที"มู่อิง ดูนั่นสิ คุณชายหลี่ที่เจ้าเคยเพ้อหามาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านเราแล้วนะ เจ้าสวยขึ้นขนาดนี้ลองเข้าไปทักเขาสิ เผื่อเขาจะพาเจ้าไปเที่ยวในเมือง ไม่ต้องมานั่งจี่ขนมงก ๆ เลี้ยงคนป่วยอยู่ที่นี่"ในใจเสี่ยวหลันถ้าฉินมู่อิงไปหาคุณชายหลี่ นางจะได้เข้าใกล้อาเหยียนมากขึ้นคุณชายหลี่หรือใต้เท้าหลี่ซวนหยุดลงหน้าแคร่ขนม เขามองฉินมู่อิงที่ดูเปล่งปลั่งมีราศีผิดจากสาวชาวบ้านทั่วไปที่เขาเคยเมินเฉย ความเจ้าชู้ในตัวบุรุษผู้นี้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีคุณชายหลี่เชิดหน้าพรางหุบพัด "แม่นาง ข้าได้ยินมาว่าเจ้านิยมชมชอบในตัวข้าถึงขั้นลงทุนลงแรงไปมากมาย วันนี้ข้ามาเห็นเจ้าด้วยตาตัวเอง ก็นับว่าเจ้ามีวาสนาที่ข้าจะชายตาแล หากเจ้ายังสนใจข้าอาจจะพิจารณาให้เจ้าไปอยู่เป็นอนุที่เรือนหลังของข้าในเมือง ดีกว่ามาตกระกำลำบากในกระท่อมไม้ไผ่เช่นนี้"ฉินมู่อิงกำลังจะอ้าปากด่าชุดใหญ่ แต่อยู่ ๆ สัมผัสอุ่นวาบก็พาดลงบนไหล่บอบบางขอ

  • พันธะรักเร้นกาย   ท่านผู้ตรวจการ

    สามวันต่อมาเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ฉินมู่อิงจัดการแบ่งพุทราที่ตากจนแห้งสนิท ผิวสีแดงเข้มย่นระยิบระยับและมีกลิ่นหอมหวานลุ่มลึก นางแบ่งส่วนหนึ่งใส่โหลดินเผาไว้ต้มให้อาเหยียนดื่มบำรุงกำลัง ส่วนที่เหลือห่อผ้าสะอาดอย่างดีเตรียมเข้าเมือง"อาหารวางไว้บนโต๊ะ ข้าอุ่นแกงของป้าเจี่ยไว้ให้แล้ว พุทราแห้งนี่ท่านก็

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามจากป้าเจี่ย

    นางนับเงินในมือได้ไม่มากนัก แต่ก็พอให้ใจชื้น พอเดินผ่านร้านรวงที่มีผ้าสวย ๆ และขนมหน้าตาน่ากิน แต่นางข่มใจไม่ซื้อแม้แต่อย่างเดียว "ต้องรอพุทราตากแห้งรอบหน้า ถ้าขายให้ร้านยาได้ราคาดีกว่านี้ค่อยซื้อยาและของกินดี ๆ กลับไปให้อาเหยียน" นางเดินกลับบ้านด้วยความหวัง ทิ้งปริศนาไว้ที่สายตาของคุณชายผู้จากไป

  • พันธะรักเร้นกาย   หญิงงามในคราบแม่ค้า

    ฉินมู่อิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงไฟจากตะเกียงในห้องครัวสว่างราง ๆ ก่อนใครในละแวกนี้ นางอุ่นซุปเมื่อคืนที่ยังเหลือครึ่งหม้อและเคี่ยวยาให้อาเหยียนไปด้วย "เขาถูกพิษร้ายแรงหรือไรถึงต้องใช้หมอเทวดา" นางไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่นางมีวิธีบริหารจัดการเพื่อเสาะหาหมอดี ๆ มารักษาเขาได้ "หมอเก่ง ๆ ใน

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามที่ไม่มีคำตอบ

    ฉินมู่อิงเดินจากมาด้วยความสะใจ นางเดินกลับบ้านพลางคิดไปตามทาง ไม่ว่าโลกยุคไหนก็ยังมีคนที่เหยียดหยามผู้ที่ดูด้อยกว่า นางมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งติดตัวมา การโดนดูแคลนเช่นวันนี้นางจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมา ความทรงจำร่างเก่าผุดขึ้นมาในทันใด เมื่อก่อนฉินมู่อิงไม่เคยพบปะผู้คนมากมายขนาดนี้ หากสายตาเหล่า

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status