เข้าสู่ระบบฉินมู่อิงเล่าเรื่องคุณชายหลี่ให้หมอกู่ฟัง ท่านหมอกู่เห็นท่าไม่ดี เพราะหากคุณชายหลี่บุกมาที่โรงหมอจริง จะไม่ใช่แค่เรื่องแย่งตัวสตรี แต่อาจจะทำให้ความลับรั่วไหลท่านหมอจึงรีบประสานงานกับสหายอย่างท่านหมอหลิว วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทันทีกลางดึกฉินมู่อิงช่วยหมอกู่ประคองร่างที่ยังไม่ได้สติของอาเหยียนขึ้นรถม้าที่พรางตาเป็นรถส่งฟืน นางใช้ผ้าห่มคลุมร่างเขาไว้หนาแน่นและกุมมือเขาไว้ตลอดทาง รถม้าลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มืดมิด จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมลับขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพักอาศัยของเหล่าบัณฑิตยากจน พื้นที่แถบนี้เงียบสงบและเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยสลับซับซ้อนเกินกว่าที่พวกนักเลงของคุณชายหลี่จะตามหาได้พบฉินมู่อิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อส่งอาเหยียนลงบนเตียงในห้องพักชั้นบนได้สำเร็จ "ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะที่ช่วยหาที่พักพิงที่นี่ ข้าเกือบจะต้านทานคนพรรค์นั้นไม่ไหวแล้ว"หมอเทวดากู่เอ่ยขึ้น"ที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว ข้าให้คนของโรงหมอคอยเฝ้าที่หน้าปากซอยไว้แล้ว เจ้าวางใจเถอะ ตอนนี้หน้าที่ของเจ้าคือดูแลเขาให้ฟื้นขึ้นมา ยาที่ข้าให้ไปต้องเคี่ยวให้ครบสามชั่วยามห้ามขาดแม้แต่นิดเดียว"เช้าวันรุ่งขึ้น ค
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึก แสงตะเกียงในโรงหมอเทียนอันวูบไหวตามแรงลม บรรยากาศที่เคร่งเครียดพลันเปลี่ยนไปเมื่อมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบุรุษผู้หนึ่งตรงเข้ามา ท่านหมอรีบออกไปต้อนรับด้วยความดีใจ เพราะผู้ที่มาถึงคือท่านหมอเทวดากู่ สหายของเขาที่เดินทางล่วงหน้ามาถึงก่อนกำหนดฉินมู่อิงไม่ได้พักผ่อน นางรีบพาท่านหมอกู่มาที่เตียงของอาเหยียนทันที ท่านหมอกู่ในชุดเดินทางสีหม่นรีบวางย่ามยาลงและทำการจับชีพจรอาเหยียนอย่างละเอียด แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับเบิกกว้างด้วยความตระหนก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสชีพจรและเห็นสีผิวที่คล้ำเสียใต้เล็บมือหมอเทวดากู่พึมพำกับตนเองเบา ๆ"พิษสะกดวิญญาณ นี่มันพิษร้ายจากแคว้นทางเหนือที่ใช้สังหารแม่ทัพในสนามรบชัด ๆ"ขณะที่เขากำลังฝังเข็มเงินลงบนจุดสำคัญรอบอกเพื่อประคองลมหายใจ สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับโครงหน้าซูบผอมของคนไข้ แม้จะดูเปลี่ยนไปมากจากอาการป่วย แต่เครื่องหน้าที่เด่นชัดและแผลเป็นจาง ๆ ที่หางตา ทำให้ท่านหมอกู่ซึ่งเคยเป็นหมออาสาอยู่ที่ชายแดนถึงกับมือสั่น'เป็นไปไม่ได้ ข่าวจากค่ายทหารแจ้งว่าซื่อจื่อถูกลอบสังหารและร่างถูกโยนทิ้งลงทะเลสาบไปเมื่อเดือนก่อนแล้ว"ฉินมู่อิงที่ยืนกุ
ห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ ณ เมืองหน้าด่านชายแดนที่ลมเหนือพัดกระโชกจนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย บรรยากาศภายในกระโจมแม่ทัพตึงเครียดและเงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวไฟจากตะเกียงบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเต็มยศ ผู้มีใบหน้าคมเข้มและร่องรอยประสบการณ์ศึกปรากฏชัดบนหางตา เขายืนเอามือไพล่หลังจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งรีบดังขึ้นก่อนที่ผ้าม่านกระโจมจะถูกเลิกออก สายลับในชุดรัดกุมสีเข้มคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีบุรุษผู้อยู่ด้านในเอ่ยเสียงต่ำแต่ทรงพลังโดยไม่หันกลับมามอง"ว่าอย่างไร เจอเบาะแสบ้างหรือไม่""เรียนท่านแม่ทัพ หน่วยของเรากระจายกำลังออกไปตามหัวเมืองรายทางทั้งหมดแล้วขอรับ แต่ร่องรอยของซื่อจื่อขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงรอยต่อเขาลึกพรมแดนตะวันออก"เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "แต่มีรายงานวงในแจ้งมาว่าพบกลุ่มคนแปลกหน้าที่พยายามสะกดรอยตามหาคนลักษณะเดียวกันในเขตหมู่บ้านรอบนอกเมืองหลวงเช่นกันขอรับ ดูเหมือนพวกเขายังไม่ยอมรามือ"จ้าวจิ่วเหอกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาที่ห่วงใยฉายชัดออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและด
บรรยากาศที่บ้านยามค่ำฉินมู่อิงกลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเบิกบาน นางยื่นถุงเงินให้อาเหยียนดูพลางเล่าเรื่องที่เถ้าแก่เนี้ยชมไม่ขาดปาก"อาเหยียน เรามีเงินเยอะแล้วนะเดือนหน้านอกจากจะพาท่านไปหาหมอเทวดาแล้ว ข้าว่าเราควรซ่อมรั้วบ้านให้แข็งแรงขึ้น และซื้อเตียงนุ่ม ๆ ให้ท่านดีไหม"อาเหยียนรับถุงเงินมาวางไว้ข้างตัว เขาไม่ได้ดูดีใจเท่านาง แต่กลับดึงมือนางมาจับไว้แน่น"เงินทองพวกนี้สำคัญก็จริง แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ วันนี้ตอนเจ้าไปเมือง ข้าเห็นคนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวรั้วบ้านเราหลายรอบ ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี"ฉินมู่อิงชะงักไป ความอบอุ่นจากมืออาเหยียนทำให้ใจนางสงบลง"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ใครมาดีเราต้อนรับ ใครมาร้ายข้าจะเอาไม้พายกวนเผือกตีให้หัวโนเลย"บ่ายวันถัดมา ในขณะที่ฉินมู่อิงกำลังแจกขนมชิมฟรีและนับเงินอีแปะอย่างมีความสุข รถม้าหรูของคุณชายหลี่ก็มาจอดที่หน้าบ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีอาเหมย และเสี่ยวหลันคอยเดินตามต้อย ๆ มาดูความล่มจมของนางด้วยคุณชายหลี่สะบัดพัดเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า"แม่นางมู่อิง ข้าเห็นเจ้าขยันขันแข็งทำขนมขายตากแดดตากลมเช่นนี้แล้ว ข้าก็เวทนาจับใจ เงินไม
หลังจากที่เห็นคุณชายหลี่มาดูถูกเหยียดหยาม แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นห้าวหาญ เขาขลุกตัวอยู่แต่ในมุมห้องของบ้านเร่งมือแกะสลักกล่องเครื่องหอม เสียงมีดกรีดลงบนเนื้อไม้ดังสม่ำเสมอแสดงถึงสมาธิขั้นสูง เขาตั้งใจจะทำงานนี้ให้วิจิตรบรรจงที่สุด เพื่อให้ฉินมู่อิงนำไปแลกเงินก้อนใหญ่มาบำรุงบ้านและเตรียมตัวรักษาตัวเขาเอง ส่วนฉินมู่อิงก็ไม่ได้ย่อท้อ นางยังคงเปิดแผงขายขนมเผือกกวนหน้าบ้านเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือการใช้กลยุทธ์ใหม่ วันนี้ฉินมู่อิงจัดเต็มกว่าเดิม นางจัดเรียงขนมเผือกกวนจี่ไฟจนเหลืองทองสวยงาม และที่พิเศษคือมีถาดเล็ก ๆ วางอยู่ด้านหน้า พร้อมป้ายไม้แผ่นน้อยที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่าชิมฟรี ไม่ซื้อไม่ว่ากัน "อ้าว แม่มู่อิง วันนี้ให้ชิมฟรีเชียวรึ ไม่กลัวขาดทุนหรือไร" ชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านมาเจอพอดี ฉินมู่อิงยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ "ไม่ขาดทุนหรอกเจ้าค่ะ ของดีต้องลองชิมดูให้รู้รส ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครยังไม่พร้อมก็ชิมให้ชื่นใจก่อนได้เจ้าค่ะ ข้าทำด้วยใจ อยากให้คนในหมู่บ้านเราได้กินของอร่อย ๆ" นางตักขนมชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้ทุกคนที่เดินผ่าน ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ หรือคนเฒ่าคนแก่ ความใจกว้างของนาง
วันต่อมาฉินมู่อิงเปิดร้านแต่เช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนออกจากบ้านจะไปขายของป่าในเมืองหรือไม่ก็กลับจากขึ้นเขาเสี่ยวหลันที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ตาเป็นประกาย รีบขยับเข้าไปเป่าหูอาเหมยและหาจังหวะยุยงมู่อิงทันที"มู่อิง ดูนั่นสิ คุณชายหลี่ที่เจ้าเคยเพ้อหามาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านเราแล้วนะ เจ้าสวยขึ้นขนาดนี้ลองเข้าไปทักเขาสิ เผื่อเขาจะพาเจ้าไปเที่ยวในเมือง ไม่ต้องมานั่งจี่ขนมงก ๆ เลี้ยงคนป่วยอยู่ที่นี่"ในใจเสี่ยวหลันถ้าฉินมู่อิงไปหาคุณชายหลี่ นางจะได้เข้าใกล้อาเหยียนมากขึ้นคุณชายหลี่หรือใต้เท้าหลี่ซวนหยุดลงหน้าแคร่ขนม เขามองฉินมู่อิงที่ดูเปล่งปลั่งมีราศีผิดจากสาวชาวบ้านทั่วไปที่เขาเคยเมินเฉย ความเจ้าชู้ในตัวบุรุษผู้นี้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีคุณชายหลี่เชิดหน้าพรางหุบพัด "แม่นาง ข้าได้ยินมาว่าเจ้านิยมชมชอบในตัวข้าถึงขั้นลงทุนลงแรงไปมากมาย วันนี้ข้ามาเห็นเจ้าด้วยตาตัวเอง ก็นับว่าเจ้ามีวาสนาที่ข้าจะชายตาแล หากเจ้ายังสนใจข้าอาจจะพิจารณาให้เจ้าไปอยู่เป็นอนุที่เรือนหลังของข้าในเมือง ดีกว่ามาตกระกำลำบากในกระท่อมไม้ไผ่เช่นนี้"ฉินมู่อิงกำลังจะอ้าปากด่าชุดใหญ่ แต่อยู่ ๆ สัมผัสอุ่นวาบก็พาดลงบนไหล่บอบบางขอ
อาเหยียนได้ยินเสียงโต้เถียงกันครู่หนึ่งก็สงบลง เรื่องปากร้ายใครจะสู้ภรรยาของเขา เพียงแต่นางไม่ได้ด่าเขาแต่ด่าคนอื่นแทน ที่นางบอกว่านางสวยกว่าเสี่ยวหลันนั่นก็ไม่ผิดแม้แต่น้อยนางสวยมากเกินหญิงชาวบ้านธรรมดา หากไม่นับกิริยาและมันสมองที่มีไม่มากนัก เขาก็คิดว่านางคงเป็นคุณหนูจวนขุนนางชั้นสูงสักจวน แต่เพ
นางโง่เองที่หลงเชื่อเสี่ยวหลันกับอาเหมย เพราะอีกสิบวันจะมีงานรื่นเริงในตัวเมือง นางอยากได้ชุดสวย ๆ ใส่ไปอวดกับสหายและทำตัวเหมือนเหล่าคุณหนูที่มาเที่ยวงาน เผื่อความสวยของนางจะไปถูกตาต้องใจเหล่าคุณชายตระกูลดี ๆ บ้างยิ่งนึกทบทวนก็ยิ่งปวดหัว นี่เจ้าของร่างเดิมคิดจะทิ้งสามีถึงกับวางแผนชั่วร้ายขนาดนี้เช
ฉินมู่อิงไม่ได้ดื่มยาที่อาเหยียนนำมาให้ นางนอนหลับไปจนถึงเช้าของอีกวัน อาการปวดหัวลดลงไปมาก นางลุกจากเตียงเดินออกไปข้างนอก สงสัยว่าคนเมื่อคืนหายไปไหนแล้วควันลอยออกมาจากห้องครัว แสดงว่ามีคนอยู่ในนั้น ฉินมู่อิงเดินไปดู นางเห็นอาเหยียนกำลังพัดวีเตาที่มีหม้อดินตั้งอยู่"ทำอะไรแต่เช้า"เขาเงยหน้าละสายต
ลมฤดูใบไม้ร่วงโชยมากระทบร่างบอบบางของฉินมู่อิงที่นอนหมดสติอยู่กลางป่า ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วศีรษะจนนางต้องนิ่วหน้า สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือไม้ท่อนใหญ่ที่ฟาดลงมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันของโจรป่าที่ฉกชิงเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตไปนางลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พลางหยิบสมุนไพรสดในตะกร้ามาขยี้แล้วโปะลงบนแ







