เข้าสู่ระบบฉินมู่อิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงไฟจากตะเกียงในห้องครัวสว่างราง ๆ ก่อนใครในละแวกนี้ นางอุ่นซุปเมื่อคืนที่ยังเหลือครึ่งหม้อและเคี่ยวยาให้อาเหยียนไปด้วย
"เขาถูกพิษร้ายแรงหรือไรถึงต้องใช้หมอเทวดา" นางไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่นางมีวิธีบริหารจัดการเพื่อเสาะหาหมอดี ๆ มารักษาเขาได้ "หมอเก่ง ๆ ในโลกนี้ต้องมีแน่ ขอแค่มีเงินจ่ายและวาสนาที่มีต่อกัน" ภายในห้องนอน อาเหยียนนอนหลับสนิทท้องฟ้าเริ่มสว่างแต่ยังไร้แสงแดด ไม่นานเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ฉินมู่อิงนำยาต้มและซุปมาให้ วันนี้นางทำข้าวต้มและผัดผักเพิ่ม "ข้าจะไปขึ้นเขาแต่เช้าเผื่อหาของมาขายได้ ท่านอยู่คนเดียวดูแลตัวเองด้วย" เขาลุกขึ้นนั่งเชื่องช้าเหมือนร่างกายอ่อนเพลียลง "เจ้า...ไม่กลัวหรือ" สายตาของเขาดูกังวลแม้ก่อนหน้านี้นางจะขึ้นเขาไปหลายรอบแล้วก็ตาม นางส่ายหน้าแววตามั่นใจอย่างที่ไม่เคยเห็น การเดินขึ้นภูเขาวันนี้เร็วขึ้นกว่าวันก่อน ๆ นางจำเส้นทางได้จากความทรงจำเดิม เดินลัดเลาะเข้าไปด้านในที่อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ นางหยุดยืนมองเบื้องหน้าแม้จะไม่แปลกใจมากก็อดตื่นตะลึงไม่ได้ นางเงยหน้ามองต้นพุทราของยุคโบราณ กิ่งก้านมันโค้งโน้มลงมาเพราะน้ำหนักของผลทรงกลมรีขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ ผิวมีสีเขียวสลับแดงเข้มจนเกือบเป็นสีเลือดหมู ดูมันวาวราวกับเคลือบด้วยขี้ผึ้ง นางเคยกินพุทราป่าแบบนี้มาแล้วหลายครั้งในโลกเดิม รสชาติเปรี้ยวนำหวานตาม เนื้อกรอบแน่น สรรพคุณช่วยบำรุงตับและม้าม ที่สำคัญที่สุดคือช่วยกล่อมประสาทให้หลับสบาย นั่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูร่างกายคนป่วย "นับว่าเป็นของดีได้เหมือนกัน" นางพึมพำแล้วเอาตะกร้ามาวางเตรียมไว้หาไม้ยาว ๆ มาฟาดตามกิ่งต่าง ๆ จนผลพุทราร่วงหล่นเกรียวกราว ถ้ากิ่งไหนอยู่ต่ำลงมานางก็กระโดดโน้มลงมาแล้วเก็บสด ๆ กับต้นอย่างเพลิดเพลิน พุทราป่ามีรสชาติหวานกว่าพุทราทั่วไป ยิ่งอยู่ในป่าลึกและผลใหญ่กว่านั่นย่อมหมายถึงขายได้ราคาสูงกว่าแน่นอน เวลาผ่านไปครู่ใหญ่พุทราเต็มตะกร้าแต่ยังเหลืออีกมาก นางเดินไปเด็ดใบไม้ขนาดใหญ่มาปิดเอาไว้มิดชิดราวกับกลัวจะบอบช้ำ จากนั้นสะพายตะกร้าที่หนักอึ้งเข้าที่หลังเดินออกมาทันที นางเดินกลับบ้านอย่างทุลักทุเลจากน้ำหนักเกินพอดีที่หลัง ระหว่างทางลงจากเขามีคนเดินผ่านสองสามคนแม้จะไม่เห็นด้านในแต่กลิ่นหอมโชยออกมาจากตะกร้าทำให้ชาวบ้านหัวเราะ "ขึ้นเขาเหนื่อยแทบตายแต่เก็บพุทราป่าเปรี้ยว ๆ กลับมา บ้านเจ้ายากจนถึงขนาดกินพุทราประทังความหิวเชียวหรือ" พวกเขาส่ายหน้าเดินผ่านนางไป คนที่นี่ไม่เก็บพุทราติดตัวมามากมายจนแทบแบกไม่ไหว เพราะมันเป็นเพียงของป่าไว้ให้กระรอกแทะกินเล่น สำหรับผู้อื่นแค่เด็ดมาลองชิมลูกสองลูกก็คายทิ้งเนื่องจากรสชาติเปรี้ยวจัดของมัน "ไม่รู้จักของดีซะแล้ว เป็นทั้งอาหารและยา" นางพูดคนเดียวตามหลังคนกลุ่มนั้นมุ่งหน้าเดินต่อจนกระทั่งถึงบ้าน นางรีบวางตะกร้าลงพลางทุบกำปั้นเล็กไปตามบ่าไหล่คลายความเมื่อยล้า อาเหยียนเดินมาจากหลังบ้าน เห็นตะกร้าวางบนพื้นจึงเร่งฝีเท้าที่เรี่ยวแรงไม่มากเข้ามาหา ถามด้วยเสียงไม่ดังมากนัก "เจ้าไปหามาจากที่ไหน หากไม่ไหวควรเอามาน้อย ๆ น่าจะพอ" นางนั่งลงพลางหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะรินใส่ถ้วยกินไปสองถ้วยดับกระหาย "ถ้าเอามาน้อยไม่น่าจะพอขาย ข้าก็เลยเอามาให้เต็มนั่นแหละ ยังเหลืออีกมาก เขตนั้นเหมือนไม่เคยมีใครเข้าไปเลยนะ" นางกระซิบบอกเขา แววตาคมกริบของชายหนุ่มเบิกขึ้นเล็กน้อย นางเพิ่งขึ้นเขาไม่กี่ครั้ง ทุกครั้งมีเพื่อนบ้านไปด้วยกัน ครั้งนี้นางไม่เอ่ยถึงเพื่อนร่วมทางสักคนและยังเข้าป่าลึกที่อันตรายกว่าที่ชาวบ้านธรรมดาไม่กล้าย่างกรายเข้าไป "เจ้าไปคนเดียวหรือ" "ใช่ เอ๊ย เจอลุงหวังกับเสี่ยวจิ่วออกจากบ้านพอดีข้าเลยตามเขาไป" นางตอบได้อย่างลื่นไหล "ถ้าไม่เจอล่ะ" เขายังถามต่อ "ก็...ไปกับกลุ่มใหม่ มีคนไปทุกวัน" อาเหยียนเงียบลง หากถามคำถามต่อไปนางก็คงแถได้ไม่สิ้นสุด คิดถึงตรงนี้มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย พลางคิดว่านี่นางก็เอาตัวรอดเป็นหรือไร "ช่างเถอะ ๆ ข้ากลับมาได้ก็พอ ข้าจะคัดพุทราไว้ขายสดและตากแห้งด้วย จะแบ่งไว้ต้มบำรุงให้ท่านส่วนหนึ่ง" นางกล่าวแผนการอย่างร่าเริง สายตาคู่คมวูบไหวก่อนกลับเป็นปกติอย่างไม่ทันสังเกต "ข้าจะช่วยเจ้า" เขาหยิบถาดมาเตรียมไว้ โดยที่ฉินมู่อิงหมดสิทธิ์ปฏิเสธ "อ้อ ได้สิ แต่ถ้าเหนื่อยต้องรีบบอกข้านะ" นางกำชับเขาเหมือนแม่ห่วงใยลูกชาย อาเหยียนเพียงยิ้มบางเอ่ย "ข้า...ไม่เป็นไร" สองสามีภรรยานั่งคัดพุทราสดด้วยกันเงียบ ๆ จู่ ๆ อาเหยียนก็พูดขึ้นมา "เจ้ารู้หรือว่าพุทราป่ามีประโยชน์อะไรบ้าง" นางตอบโดยไม่เงยหน้ามองเขา "อย่างน้อยก็อร่อยแหละ คราวหน้าข้าจะเอามาเคลือบน้ำตาลเสียบไม้ขายให้เด็ก ๆ" นางยิ้มหวานกระตือรือร้นอย่างคนที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งคู่คัดเลือกลูกที่มีขนาดใหญ่ผิวตึงสีแดงก่ำได้ส่วนหนึ่งเช็ดจนขึ้นเงา ฉินมู่อิงนำใบไม้ใหญ่ที่เด็ดมาด้วยห่ออย่างประณีตได้สี่ห่อขนาดกลาง นางจะเอาส่วนนี้ไปขายให้โรงเตี๊ยมในเมือง "ของสดจะได้ราคาไม่สูงมาก" อาเหยียนบอกกับนางไว้ล่วงหน้าไม่อยากให้คาดหวังสูงเกินไป "ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้เงิน ราคาสูงจะอยู่ที่ผลแห้งมากกว่า กลับมาจากในเมืองข้าถึงจะมาทำตากแห้ง" นางตอบสบาย ๆ "ผลแห้งเจ้าจะไปขายที่ไหนหรือ" "ผลแห้งเป็นยา ข้าจะเอาไปขายร้านขายยา" คำตอบคล่องแคล่วเช่นนี้ไม่มีทางเป็นลักษณะของฉินมู่อิงคนเก่าเป็นแน่ แต่อาเหยียนก็ไม่เข้าใจว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ภายในช่วงไม่กี่วันแนบเนียนขนาดนี้ เป็นเช่นนี้ก็สงบดีไปอีกอย่าง แต่เขายังวางใจไม่ได้ หากนางไม่พอใจขึ้นมาอาจจะขุดคำพูดด่าทอเขาขึ้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง รุ่งเช้านางสะพายตะกร้าใบเดิมออกไปแต่เช้าหลังเตรียมอาหารและยาให้อาเหยียน ระยะนี้อากาศแปรปรวนร่างกายของเขาแย่ลงเล็กน้อยเขาจึงตื่นขึ้นเมื่อแสงแดดทอแสงอบอุ่นแล้ว เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่าง หน้าบ้านเงียบสนิท ยามสายแล้วคนในหมู่บ้านต่างออกไปทำงานกันหมด แม่บ้านที่อยู่บ้านคงสาละวนกับงานบ้าน เขาเลื่อนสายตากลับเข้ามามองเห็นชามใส่อาหารปิดฝาอย่างดีวางอยู่บนโต๊ะพร้อมชามยา นึกถึงก่อนที่ฉินเหวินเสียชีวิตเขามักเตรียมไว้ก่อนออกไปล่าสัตว์ สำหรับฉินมู่อิงนางไม่เคยสนใจมาแต่แรกแล้วจนกระทั่งแต่งงานกัน อาเหยียนลุกขึ้นช้า ๆ ล้างหน้าทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งกินข้าว "นางก็ทำอาหารได้ไม่เลว" เขากินช้า ๆ จนอิ่มแล้วเก็บไปล้างเก็บเรียบร้อย เห็นพุทราที่เหลือครึ่งตะกร้าเขาจึงนำไปล้างและต้มเพื่อตากแห้งไว้รอนาง เขาต้มเพียงส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ให้นางเผื่อนางเก็บไว้กินและทำประโยชน์อย่างอื่นได้ ที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ฉินมู่อิงยืนอยู่ด้านหน้า ทันทีที่เสี่ยวเอ้อหนุ่มเห็นโฉมหน้างดงามของนางก็ตาเป็นประกาย ถามไถ่ได้ความว่านางมาขายพุทราป่าพร้อมเปิดให้ดูผลสด ๆ ขนาดใหญ่กว่าพุทราทั่วไป เขาแสร้งทำเป็นประจบหลงจู๊ให้รับซื้อ "หลงจู๊ขอรับ พุทรานี่สวยจริง ๆ นาน ๆ จะเห็นของป่าดีขนาดนี้" ก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม หลงจู๊มองใบหน้าสวยสลับกับมองพุทรา ยืดตัวขึ้นกล่าวเสียงเรียบ "แม่นาง หากอยากได้ราคาที่สูงกว่าตลาดสักหน่อย ไปนั่งจิบน้ำชากับข้าที่ห้องรับรองด้านหลังดีหรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากหารือกับเจ้าเป็นการส่วนตัว" เสี่ยวเอ้อหน้าเสียเล็กน้อยแต่ก็พยักพเยิดตามเขา ฉินมู่อิงยิ้มเหยียดเย็นชาตอบกลับทันควัน "น้ำชาของท่านข้าคงไม่กล้าดื่ม พุทราของข้ามีค่าเพราะมันมาจากป่าลึก ถ้าให้ราคาจริงไม่ได้ก็เก็บน้ำชาของท่านไว้ดื่มล้างปากเถิด" นางสะบัดหน้าหนี เดินออกจากร้านท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลงจู๊และเสี่ยวเอ้อ นางเดินไปยังโรงเตี๊ยมอีกด้านก็ยังพยายามกดราคา แต่นางก็ไม่ยอมลดตัวลงไปเจรจาด้วย นางมาหยุดยืนขายที่ตลาดอีกฝั่งอย่างไม่ง้อใคร ไม่นานก็มีคุณชายท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามา เขามองพุทราแล้วมองใบหน้าหมดจดของนาง พลางนึกในใจว่าสตรีงดงามเช่นนี้เหตุใดมาขายของป่าตัวคนเดียว "พุทราผลใหญ่น่ากิน ข้าเหมาหมด" เขาจ่ายเงินโดยไม่ต่อสักคำ ก่อนจะถามหยั่งเชิง "แม่นางมาจากหมู่บ้านใดหรือ" "หมูบ้านเวยเซียงเจ้าค่ะ" นางดีใจที่ขายหมดทันทีจึงบอกชื่อหมู่บ้านไปโดยไม่คิดมาก เพราะคิดว่าเป็นเพียงลูกค้าชั้นดี แต่เขากลับมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แฝงความพึงพอใจบางอย่างก่อนจะเดินจากไปพร้อมผู้ติดตาม เขาทวนชื่อนั้นในใจระหว่างทาง พลางนึกถึงแผนที่เขตการปกครองที่เพิ่งอ่านมา หมู่บ้านนั้นเป็นจุดที่กันดารที่สุดในแถบนี้ ดินแตกระแหงและตัดขาดจากโลกภายนอกยามฤดูน้ำหลาก ความจริงที่ว่าสตรีรูปร่างอ้อนแอ้นและงดงามราวกับคุณหนูในห้องหอคนนี้ เดินเท้ามาจากสถานที่ที่ลำบากเช่นนั้นเพียงเพื่อขายพุทราป่าไม่กี่ห่อ ทำให้เขามองนางด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้นไปอีก "ความงามที่ผุดขึ้นกลางกองขยะงั้นหรือ น่าสนใจจริง ๆ" เขาคิดพลางขึ้นรถม้าวกกลับไปอีกด้านหนึ่งฉินมู่อิงเล่าเรื่องคุณชายหลี่ให้หมอกู่ฟัง ท่านหมอกู่เห็นท่าไม่ดี เพราะหากคุณชายหลี่บุกมาที่โรงหมอจริง จะไม่ใช่แค่เรื่องแย่งตัวสตรี แต่อาจจะทำให้ความลับรั่วไหลท่านหมอจึงรีบประสานงานกับสหายอย่างท่านหมอหลิว วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทันทีกลางดึกฉินมู่อิงช่วยหมอกู่ประคองร่างที่ยังไม่ได้สติของอาเหยียนขึ้นรถม้าที่พรางตาเป็นรถส่งฟืน นางใช้ผ้าห่มคลุมร่างเขาไว้หนาแน่นและกุมมือเขาไว้ตลอดทาง รถม้าลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มืดมิด จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมลับขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพักอาศัยของเหล่าบัณฑิตยากจน พื้นที่แถบนี้เงียบสงบและเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยสลับซับซ้อนเกินกว่าที่พวกนักเลงของคุณชายหลี่จะตามหาได้พบฉินมู่อิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อส่งอาเหยียนลงบนเตียงในห้องพักชั้นบนได้สำเร็จ "ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะที่ช่วยหาที่พักพิงที่นี่ ข้าเกือบจะต้านทานคนพรรค์นั้นไม่ไหวแล้ว"หมอเทวดากู่เอ่ยขึ้น"ที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว ข้าให้คนของโรงหมอคอยเฝ้าที่หน้าปากซอยไว้แล้ว เจ้าวางใจเถอะ ตอนนี้หน้าที่ของเจ้าคือดูแลเขาให้ฟื้นขึ้นมา ยาที่ข้าให้ไปต้องเคี่ยวให้ครบสามชั่วยามห้ามขาดแม้แต่นิดเดียว"เช้าวันรุ่งขึ้น ค
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึก แสงตะเกียงในโรงหมอเทียนอันวูบไหวตามแรงลม บรรยากาศที่เคร่งเครียดพลันเปลี่ยนไปเมื่อมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบุรุษผู้หนึ่งตรงเข้ามา ท่านหมอรีบออกไปต้อนรับด้วยความดีใจ เพราะผู้ที่มาถึงคือท่านหมอเทวดากู่ สหายของเขาที่เดินทางล่วงหน้ามาถึงก่อนกำหนดฉินมู่อิงไม่ได้พักผ่อน นางรีบพาท่านหมอกู่มาที่เตียงของอาเหยียนทันที ท่านหมอกู่ในชุดเดินทางสีหม่นรีบวางย่ามยาลงและทำการจับชีพจรอาเหยียนอย่างละเอียด แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับเบิกกว้างด้วยความตระหนก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสชีพจรและเห็นสีผิวที่คล้ำเสียใต้เล็บมือหมอเทวดากู่พึมพำกับตนเองเบา ๆ"พิษสะกดวิญญาณ นี่มันพิษร้ายจากแคว้นทางเหนือที่ใช้สังหารแม่ทัพในสนามรบชัด ๆ"ขณะที่เขากำลังฝังเข็มเงินลงบนจุดสำคัญรอบอกเพื่อประคองลมหายใจ สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับโครงหน้าซูบผอมของคนไข้ แม้จะดูเปลี่ยนไปมากจากอาการป่วย แต่เครื่องหน้าที่เด่นชัดและแผลเป็นจาง ๆ ที่หางตา ทำให้ท่านหมอกู่ซึ่งเคยเป็นหมออาสาอยู่ที่ชายแดนถึงกับมือสั่น'เป็นไปไม่ได้ ข่าวจากค่ายทหารแจ้งว่าซื่อจื่อถูกลอบสังหารและร่างถูกโยนทิ้งลงทะเลสาบไปเมื่อเดือนก่อนแล้ว"ฉินมู่อิงที่ยืนกุ
ห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ ณ เมืองหน้าด่านชายแดนที่ลมเหนือพัดกระโชกจนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย บรรยากาศภายในกระโจมแม่ทัพตึงเครียดและเงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวไฟจากตะเกียงบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเต็มยศ ผู้มีใบหน้าคมเข้มและร่องรอยประสบการณ์ศึกปรากฏชัดบนหางตา เขายืนเอามือไพล่หลังจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งรีบดังขึ้นก่อนที่ผ้าม่านกระโจมจะถูกเลิกออก สายลับในชุดรัดกุมสีเข้มคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีบุรุษผู้อยู่ด้านในเอ่ยเสียงต่ำแต่ทรงพลังโดยไม่หันกลับมามอง"ว่าอย่างไร เจอเบาะแสบ้างหรือไม่""เรียนท่านแม่ทัพ หน่วยของเรากระจายกำลังออกไปตามหัวเมืองรายทางทั้งหมดแล้วขอรับ แต่ร่องรอยของซื่อจื่อขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงรอยต่อเขาลึกพรมแดนตะวันออก"เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "แต่มีรายงานวงในแจ้งมาว่าพบกลุ่มคนแปลกหน้าที่พยายามสะกดรอยตามหาคนลักษณะเดียวกันในเขตหมู่บ้านรอบนอกเมืองหลวงเช่นกันขอรับ ดูเหมือนพวกเขายังไม่ยอมรามือ"จ้าวจิ่วเหอกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาที่ห่วงใยฉายชัดออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและด
บรรยากาศที่บ้านยามค่ำฉินมู่อิงกลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเบิกบาน นางยื่นถุงเงินให้อาเหยียนดูพลางเล่าเรื่องที่เถ้าแก่เนี้ยชมไม่ขาดปาก"อาเหยียน เรามีเงินเยอะแล้วนะเดือนหน้านอกจากจะพาท่านไปหาหมอเทวดาแล้ว ข้าว่าเราควรซ่อมรั้วบ้านให้แข็งแรงขึ้น และซื้อเตียงนุ่ม ๆ ให้ท่านดีไหม"อาเหยียนรับถุงเงินมาวางไว้ข้างตัว เขาไม่ได้ดูดีใจเท่านาง แต่กลับดึงมือนางมาจับไว้แน่น"เงินทองพวกนี้สำคัญก็จริง แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ วันนี้ตอนเจ้าไปเมือง ข้าเห็นคนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวรั้วบ้านเราหลายรอบ ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี"ฉินมู่อิงชะงักไป ความอบอุ่นจากมืออาเหยียนทำให้ใจนางสงบลง"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ใครมาดีเราต้อนรับ ใครมาร้ายข้าจะเอาไม้พายกวนเผือกตีให้หัวโนเลย"บ่ายวันถัดมา ในขณะที่ฉินมู่อิงกำลังแจกขนมชิมฟรีและนับเงินอีแปะอย่างมีความสุข รถม้าหรูของคุณชายหลี่ก็มาจอดที่หน้าบ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีอาเหมย และเสี่ยวหลันคอยเดินตามต้อย ๆ มาดูความล่มจมของนางด้วยคุณชายหลี่สะบัดพัดเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า"แม่นางมู่อิง ข้าเห็นเจ้าขยันขันแข็งทำขนมขายตากแดดตากลมเช่นนี้แล้ว ข้าก็เวทนาจับใจ เงินไม
หลังจากที่เห็นคุณชายหลี่มาดูถูกเหยียดหยาม แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นห้าวหาญ เขาขลุกตัวอยู่แต่ในมุมห้องของบ้านเร่งมือแกะสลักกล่องเครื่องหอม เสียงมีดกรีดลงบนเนื้อไม้ดังสม่ำเสมอแสดงถึงสมาธิขั้นสูง เขาตั้งใจจะทำงานนี้ให้วิจิตรบรรจงที่สุด เพื่อให้ฉินมู่อิงนำไปแลกเงินก้อนใหญ่มาบำรุงบ้านและเตรียมตัวรักษาตัวเขาเอง ส่วนฉินมู่อิงก็ไม่ได้ย่อท้อ นางยังคงเปิดแผงขายขนมเผือกกวนหน้าบ้านเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือการใช้กลยุทธ์ใหม่ วันนี้ฉินมู่อิงจัดเต็มกว่าเดิม นางจัดเรียงขนมเผือกกวนจี่ไฟจนเหลืองทองสวยงาม และที่พิเศษคือมีถาดเล็ก ๆ วางอยู่ด้านหน้า พร้อมป้ายไม้แผ่นน้อยที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่าชิมฟรี ไม่ซื้อไม่ว่ากัน "อ้าว แม่มู่อิง วันนี้ให้ชิมฟรีเชียวรึ ไม่กลัวขาดทุนหรือไร" ชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านมาเจอพอดี ฉินมู่อิงยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ "ไม่ขาดทุนหรอกเจ้าค่ะ ของดีต้องลองชิมดูให้รู้รส ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครยังไม่พร้อมก็ชิมให้ชื่นใจก่อนได้เจ้าค่ะ ข้าทำด้วยใจ อยากให้คนในหมู่บ้านเราได้กินของอร่อย ๆ" นางตักขนมชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้ทุกคนที่เดินผ่าน ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ หรือคนเฒ่าคนแก่ ความใจกว้างของนาง
วันต่อมาฉินมู่อิงเปิดร้านแต่เช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนออกจากบ้านจะไปขายของป่าในเมืองหรือไม่ก็กลับจากขึ้นเขาเสี่ยวหลันที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ตาเป็นประกาย รีบขยับเข้าไปเป่าหูอาเหมยและหาจังหวะยุยงมู่อิงทันที"มู่อิง ดูนั่นสิ คุณชายหลี่ที่เจ้าเคยเพ้อหามาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านเราแล้วนะ เจ้าสวยขึ้นขนาดนี้ลองเข้าไปทักเขาสิ เผื่อเขาจะพาเจ้าไปเที่ยวในเมือง ไม่ต้องมานั่งจี่ขนมงก ๆ เลี้ยงคนป่วยอยู่ที่นี่"ในใจเสี่ยวหลันถ้าฉินมู่อิงไปหาคุณชายหลี่ นางจะได้เข้าใกล้อาเหยียนมากขึ้นคุณชายหลี่หรือใต้เท้าหลี่ซวนหยุดลงหน้าแคร่ขนม เขามองฉินมู่อิงที่ดูเปล่งปลั่งมีราศีผิดจากสาวชาวบ้านทั่วไปที่เขาเคยเมินเฉย ความเจ้าชู้ในตัวบุรุษผู้นี้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีคุณชายหลี่เชิดหน้าพรางหุบพัด "แม่นาง ข้าได้ยินมาว่าเจ้านิยมชมชอบในตัวข้าถึงขั้นลงทุนลงแรงไปมากมาย วันนี้ข้ามาเห็นเจ้าด้วยตาตัวเอง ก็นับว่าเจ้ามีวาสนาที่ข้าจะชายตาแล หากเจ้ายังสนใจข้าอาจจะพิจารณาให้เจ้าไปอยู่เป็นอนุที่เรือนหลังของข้าในเมือง ดีกว่ามาตกระกำลำบากในกระท่อมไม้ไผ่เช่นนี้"ฉินมู่อิงกำลังจะอ้าปากด่าชุดใหญ่ แต่อยู่ ๆ สัมผัสอุ่นวาบก็พาดลงบนไหล่บอบบางขอ
สามวันต่อมาเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ฉินมู่อิงจัดการแบ่งพุทราที่ตากจนแห้งสนิท ผิวสีแดงเข้มย่นระยิบระยับและมีกลิ่นหอมหวานลุ่มลึก นางแบ่งส่วนหนึ่งใส่โหลดินเผาไว้ต้มให้อาเหยียนดื่มบำรุงกำลัง ส่วนที่เหลือห่อผ้าสะอาดอย่างดีเตรียมเข้าเมือง"อาหารวางไว้บนโต๊ะ ข้าอุ่นแกงของป้าเจี่ยไว้ให้แล้ว พุทราแห้งนี่ท่านก็
บรรยากาศในห้องนอนแคบ ๆ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็น ฉินมู่อิงถอนหายใจทิ้งเบา ๆ พลางเหลือบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปใกล้โต๊ะหัวเตียงเพื่อจัดการกับตะเกียงน้ำมันที่ส่องแสงสว่างจ้าเกินจำเป็นอาเหยียนยังคงนอนนิ่งประหนึ่งก้อนหิน เปลือกตาปิดสนิทแต่แพขน
นางนับเงินในมือได้ไม่มากนัก แต่ก็พอให้ใจชื้น พอเดินผ่านร้านรวงที่มีผ้าสวย ๆ และขนมหน้าตาน่ากิน แต่นางข่มใจไม่ซื้อแม้แต่อย่างเดียว "ต้องรอพุทราตากแห้งรอบหน้า ถ้าขายให้ร้านยาได้ราคาดีกว่านี้ค่อยซื้อยาและของกินดี ๆ กลับไปให้อาเหยียน" นางเดินกลับบ้านด้วยความหวัง ทิ้งปริศนาไว้ที่สายตาของคุณชายผู้จากไป
ฉินมู่อิงเดินจากมาด้วยความสะใจ นางเดินกลับบ้านพลางคิดไปตามทาง ไม่ว่าโลกยุคไหนก็ยังมีคนที่เหยียดหยามผู้ที่ดูด้อยกว่า นางมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งติดตัวมา การโดนดูแคลนเช่นวันนี้นางจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมา ความทรงจำร่างเก่าผุดขึ้นมาในทันใด เมื่อก่อนฉินมู่อิงไม่เคยพบปะผู้คนมากมายขนาดนี้ หากสายตาเหล่า







