ホーム / รักโบราณ / พันธะรักเร้นกาย / หญิงงามในคราบแม่ค้า

共有

หญิงงามในคราบแม่ค้า

last update 公開日: 2026-06-21 20:38:41

ฉินมู่อิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงไฟจากตะเกียงในห้องครัวสว่างราง ๆ ก่อนใครในละแวกนี้ นางอุ่นซุปเมื่อคืนที่ยังเหลือครึ่งหม้อและเคี่ยวยาให้อาเหยียนไปด้วย

"เขาถูกพิษร้ายแรงหรือไรถึงต้องใช้หมอเทวดา"

นางไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่นางมีวิธีบริหารจัดการเพื่อเสาะหาหมอดี ๆ มารักษาเขาได้

"หมอเก่ง ๆ ในโลกนี้ต้องมีแน่ ขอแค่มีเงินจ่ายและวาสนาที่มีต่อกัน"

ภายในห้องนอน อาเหยียนนอนหลับสนิทท้องฟ้าเริ่มสว่างแต่ยังไร้แสงแดด ไม่นานเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมา

ฉินมู่อิงนำยาต้มและซุปมาให้ วันนี้นางทำข้าวต้มและผัดผักเพิ่ม

"ข้าจะไปขึ้นเขาแต่เช้าเผื่อหาของมาขายได้ ท่านอยู่คนเดียวดูแลตัวเองด้วย"

เขาลุกขึ้นนั่งเชื่องช้าเหมือนร่างกายอ่อนเพลียลง

"เจ้า...ไม่กลัวหรือ"

สายตาของเขาดูกังวลแม้ก่อนหน้านี้นางจะขึ้นเขาไปหลายรอบแล้วก็ตาม

นางส่ายหน้าแววตามั่นใจอย่างที่ไม่เคยเห็น

การเดินขึ้นภูเขาวันนี้เร็วขึ้นกว่าวันก่อน ๆ นางจำเส้นทางได้จากความทรงจำเดิม เดินลัดเลาะเข้าไปด้านในที่อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ

นางหยุดยืนมองเบื้องหน้าแม้จะไม่แปลกใจมากก็อดตื่นตะลึงไม่ได้ นางเงยหน้ามองต้นพุทราของยุคโบราณ กิ่งก้านมันโค้งโน้มลงมาเพราะน้ำหนักของผลทรงกลมรีขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือ ผิวมีสีเขียวสลับแดงเข้มจนเกือบเป็นสีเลือดหมู ดูมันวาวราวกับเคลือบด้วยขี้ผึ้ง

นางเคยกินพุทราป่าแบบนี้มาแล้วหลายครั้งในโลกเดิม รสชาติเปรี้ยวนำหวานตาม เนื้อกรอบแน่น สรรพคุณช่วยบำรุงตับและม้าม ที่สำคัญที่สุดคือช่วยกล่อมประสาทให้หลับสบาย นั่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูร่างกายคนป่วย

"นับว่าเป็นของดีได้เหมือนกัน"

นางพึมพำแล้วเอาตะกร้ามาวางเตรียมไว้หาไม้ยาว ๆ มาฟาดตามกิ่งต่าง ๆ จนผลพุทราร่วงหล่นเกรียวกราว ถ้ากิ่งไหนอยู่ต่ำลงมานางก็กระโดดโน้มลงมาแล้วเก็บสด ๆ กับต้นอย่างเพลิดเพลิน พุทราป่ามีรสชาติหวานกว่าพุทราทั่วไป ยิ่งอยู่ในป่าลึกและผลใหญ่กว่านั่นย่อมหมายถึงขายได้ราคาสูงกว่าแน่นอน

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่พุทราเต็มตะกร้าแต่ยังเหลืออีกมาก นางเดินไปเด็ดใบไม้ขนาดใหญ่มาปิดเอาไว้มิดชิดราวกับกลัวจะบอบช้ำ จากนั้นสะพายตะกร้าที่หนักอึ้งเข้าที่หลังเดินออกมาทันที

นางเดินกลับบ้านอย่างทุลักทุเลจากน้ำหนักเกินพอดีที่หลัง ระหว่างทางลงจากเขามีคนเดินผ่านสองสามคนแม้จะไม่เห็นด้านในแต่กลิ่นหอมโชยออกมาจากตะกร้าทำให้ชาวบ้านหัวเราะ

"ขึ้นเขาเหนื่อยแทบตายแต่เก็บพุทราป่าเปรี้ยว ๆ กลับมา บ้านเจ้ายากจนถึงขนาดกินพุทราประทังความหิวเชียวหรือ"

พวกเขาส่ายหน้าเดินผ่านนางไป คนที่นี่ไม่เก็บพุทราติดตัวมามากมายจนแทบแบกไม่ไหว เพราะมันเป็นเพียงของป่าไว้ให้กระรอกแทะกินเล่น สำหรับผู้อื่นแค่เด็ดมาลองชิมลูกสองลูกก็คายทิ้งเนื่องจากรสชาติเปรี้ยวจัดของมัน

"ไม่รู้จักของดีซะแล้ว เป็นทั้งอาหารและยา"

นางพูดคนเดียวตามหลังคนกลุ่มนั้นมุ่งหน้าเดินต่อจนกระทั่งถึงบ้าน นางรีบวางตะกร้าลงพลางทุบกำปั้นเล็กไปตามบ่าไหล่คลายความเมื่อยล้า

อาเหยียนเดินมาจากหลังบ้าน เห็นตะกร้าวางบนพื้นจึงเร่งฝีเท้าที่เรี่ยวแรงไม่มากเข้ามาหา ถามด้วยเสียงไม่ดังมากนัก

"เจ้าไปหามาจากที่ไหน หากไม่ไหวควรเอามาน้อย ๆ น่าจะพอ"

นางนั่งลงพลางหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะรินใส่ถ้วยกินไปสองถ้วยดับกระหาย

"ถ้าเอามาน้อยไม่น่าจะพอขาย ข้าก็เลยเอามาให้เต็มนั่นแหละ ยังเหลืออีกมาก เขตนั้นเหมือนไม่เคยมีใครเข้าไปเลยนะ"

นางกระซิบบอกเขา แววตาคมกริบของชายหนุ่มเบิกขึ้นเล็กน้อย นางเพิ่งขึ้นเขาไม่กี่ครั้ง ทุกครั้งมีเพื่อนบ้านไปด้วยกัน ครั้งนี้นางไม่เอ่ยถึงเพื่อนร่วมทางสักคนและยังเข้าป่าลึกที่อันตรายกว่าที่ชาวบ้านธรรมดาไม่กล้าย่างกรายเข้าไป

"เจ้าไปคนเดียวหรือ"

"ใช่ เอ๊ย เจอลุงหวังกับเสี่ยวจิ่วออกจากบ้านพอดีข้าเลยตามเขาไป"

นางตอบได้อย่างลื่นไหล

"ถ้าไม่เจอล่ะ"

เขายังถามต่อ

"ก็...ไปกับกลุ่มใหม่ มีคนไปทุกวัน"

อาเหยียนเงียบลง หากถามคำถามต่อไปนางก็คงแถได้ไม่สิ้นสุด คิดถึงตรงนี้มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย พลางคิดว่านี่นางก็เอาตัวรอดเป็นหรือไร

"ช่างเถอะ ๆ ข้ากลับมาได้ก็พอ ข้าจะคัดพุทราไว้ขายสดและตากแห้งด้วย จะแบ่งไว้ต้มบำรุงให้ท่านส่วนหนึ่ง"

นางกล่าวแผนการอย่างร่าเริง สายตาคู่คมวูบไหวก่อนกลับเป็นปกติอย่างไม่ทันสังเกต

"ข้าจะช่วยเจ้า"

เขาหยิบถาดมาเตรียมไว้ โดยที่ฉินมู่อิงหมดสิทธิ์ปฏิเสธ

"อ้อ ได้สิ แต่ถ้าเหนื่อยต้องรีบบอกข้านะ"

นางกำชับเขาเหมือนแม่ห่วงใยลูกชาย อาเหยียนเพียงยิ้มบางเอ่ย

"ข้า...ไม่เป็นไร"

สองสามีภรรยานั่งคัดพุทราสดด้วยกันเงียบ ๆ จู่ ๆ อาเหยียนก็พูดขึ้นมา

"เจ้ารู้หรือว่าพุทราป่ามีประโยชน์อะไรบ้าง"

นางตอบโดยไม่เงยหน้ามองเขา

"อย่างน้อยก็อร่อยแหละ คราวหน้าข้าจะเอามาเคลือบน้ำตาลเสียบไม้ขายให้เด็ก ๆ"

นางยิ้มหวานกระตือรือร้นอย่างคนที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ทั้งคู่คัดเลือกลูกที่มีขนาดใหญ่ผิวตึงสีแดงก่ำได้ส่วนหนึ่งเช็ดจนขึ้นเงา ฉินมู่อิงนำใบไม้ใหญ่ที่เด็ดมาด้วยห่ออย่างประณีตได้สี่ห่อขนาดกลาง นางจะเอาส่วนนี้ไปขายให้โรงเตี๊ยมในเมือง

"ของสดจะได้ราคาไม่สูงมาก"

อาเหยียนบอกกับนางไว้ล่วงหน้าไม่อยากให้คาดหวังสูงเกินไป

"ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้เงิน ราคาสูงจะอยู่ที่ผลแห้งมากกว่า กลับมาจากในเมืองข้าถึงจะมาทำตากแห้ง"

นางตอบสบาย ๆ

"ผลแห้งเจ้าจะไปขายที่ไหนหรือ"

"ผลแห้งเป็นยา ข้าจะเอาไปขายร้านขายยา"

คำตอบคล่องแคล่วเช่นนี้ไม่มีทางเป็นลักษณะของฉินมู่อิงคนเก่าเป็นแน่ แต่อาเหยียนก็ไม่เข้าใจว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ภายในช่วงไม่กี่วันแนบเนียนขนาดนี้

เป็นเช่นนี้ก็สงบดีไปอีกอย่าง แต่เขายังวางใจไม่ได้ หากนางไม่พอใจขึ้นมาอาจจะขุดคำพูดด่าทอเขาขึ้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง

รุ่งเช้านางสะพายตะกร้าใบเดิมออกไปแต่เช้าหลังเตรียมอาหารและยาให้อาเหยียน ระยะนี้อากาศแปรปรวนร่างกายของเขาแย่ลงเล็กน้อยเขาจึงตื่นขึ้นเมื่อแสงแดดทอแสงอบอุ่นแล้ว

เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่าง หน้าบ้านเงียบสนิท ยามสายแล้วคนในหมู่บ้านต่างออกไปทำงานกันหมด แม่บ้านที่อยู่บ้านคงสาละวนกับงานบ้าน

เขาเลื่อนสายตากลับเข้ามามองเห็นชามใส่อาหารปิดฝาอย่างดีวางอยู่บนโต๊ะพร้อมชามยา นึกถึงก่อนที่ฉินเหวินเสียชีวิตเขามักเตรียมไว้ก่อนออกไปล่าสัตว์

สำหรับฉินมู่อิงนางไม่เคยสนใจมาแต่แรกแล้วจนกระทั่งแต่งงานกัน อาเหยียนลุกขึ้นช้า ๆ ล้างหน้าทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งกินข้าว

"นางก็ทำอาหารได้ไม่เลว"

เขากินช้า ๆ จนอิ่มแล้วเก็บไปล้างเก็บเรียบร้อย เห็นพุทราที่เหลือครึ่งตะกร้าเขาจึงนำไปล้างและต้มเพื่อตากแห้งไว้รอนาง

เขาต้มเพียงส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ให้นางเผื่อนางเก็บไว้กินและทำประโยชน์อย่างอื่นได้

ที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ฉินมู่อิงยืนอยู่ด้านหน้า ทันทีที่เสี่ยวเอ้อหนุ่มเห็นโฉมหน้างดงามของนางก็ตาเป็นประกาย ถามไถ่ได้ความว่านางมาขายพุทราป่าพร้อมเปิดให้ดูผลสด ๆ ขนาดใหญ่กว่าพุทราทั่วไป เขาแสร้งทำเป็นประจบหลงจู๊ให้รับซื้อ

"หลงจู๊ขอรับ พุทรานี่สวยจริง ๆ นาน ๆ จะเห็นของป่าดีขนาดนี้"

ก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม หลงจู๊มองใบหน้าสวยสลับกับมองพุทรา ยืดตัวขึ้นกล่าวเสียงเรียบ

"แม่นาง หากอยากได้ราคาที่สูงกว่าตลาดสักหน่อย ไปนั่งจิบน้ำชากับข้าที่ห้องรับรองด้านหลังดีหรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากหารือกับเจ้าเป็นการส่วนตัว"

เสี่ยวเอ้อหน้าเสียเล็กน้อยแต่ก็พยักพเยิดตามเขา

ฉินมู่อิงยิ้มเหยียดเย็นชาตอบกลับทันควัน

"น้ำชาของท่านข้าคงไม่กล้าดื่ม พุทราของข้ามีค่าเพราะมันมาจากป่าลึก ถ้าให้ราคาจริงไม่ได้ก็เก็บน้ำชาของท่านไว้ดื่มล้างปากเถิด"

นางสะบัดหน้าหนี เดินออกจากร้านท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลงจู๊และเสี่ยวเอ้อ นางเดินไปยังโรงเตี๊ยมอีกด้านก็ยังพยายามกดราคา แต่นางก็ไม่ยอมลดตัวลงไปเจรจาด้วย

นางมาหยุดยืนขายที่ตลาดอีกฝั่งอย่างไม่ง้อใคร ไม่นานก็มีคุณชายท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามา

เขามองพุทราแล้วมองใบหน้าหมดจดของนาง พลางนึกในใจว่าสตรีงดงามเช่นนี้เหตุใดมาขายของป่าตัวคนเดียว

"พุทราผลใหญ่น่ากิน ข้าเหมาหมด"

เขาจ่ายเงินโดยไม่ต่อสักคำ ก่อนจะถามหยั่งเชิง

"แม่นางมาจากหมู่บ้านใดหรือ"

"หมูบ้านเวยเซียงเจ้าค่ะ"

นางดีใจที่ขายหมดทันทีจึงบอกชื่อหมู่บ้านไปโดยไม่คิดมาก เพราะคิดว่าเป็นเพียงลูกค้าชั้นดี แต่เขากลับมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แฝงความพึงพอใจบางอย่างก่อนจะเดินจากไปพร้อมผู้ติดตาม

เขาทวนชื่อนั้นในใจระหว่างทาง พลางนึกถึงแผนที่เขตการปกครองที่เพิ่งอ่านมา หมู่บ้านนั้นเป็นจุดที่กันดารที่สุดในแถบนี้ ดินแตกระแหงและตัดขาดจากโลกภายนอกยามฤดูน้ำหลาก ความจริงที่ว่าสตรีรูปร่างอ้อนแอ้นและงดงามราวกับคุณหนูในห้องหอคนนี้ เดินเท้ามาจากสถานที่ที่ลำบากเช่นนั้นเพียงเพื่อขายพุทราป่าไม่กี่ห่อ ทำให้เขามองนางด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้นไปอีก

"ความงามที่ผุดขึ้นกลางกองขยะงั้นหรือ น่าสนใจจริง ๆ"

เขาคิดพลางขึ้นรถม้าวกกลับไปอีกด้านหนึ่ง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธะรักเร้นกาย   คืนสู่ฐานันดร

    เสียงดาบกระทบกันเริ่มเบาบางลงเหลือเพียงเสียงคร่ำครวญของผู้แพ้ ทหารองครักษ์ผู้ภักดีต่อฮ่องเต้ทรราชถูกสยบจนหมดสิ้น จ้าวจิ้งเซียนในชุดเกราะที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดยืนเด่นอยู่หน้าบัลลังก์ทอง ดาบในมือชี้ตรงไปที่คอของอดีตฮ่องเต้ที่ยามนี้มงกุฎหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกอดีตฮ่องเต้ตัวสั่นด้วยความขลาดเขลา "จิ้งเซียน ข้าเป็นอาของเจ้านะ เจ้าจะฆ่าสหายแท้ ๆ ของพ่อเจ้าเพื่อบัลลังก์เย็นชานี่รึ"จ้าวจิ้งเซียนสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง"ท่านไม่ใช่ญาติของข้า ท่านคือฆาตกรที่พรากทุกอย่างไปจากข้า บัลลังก์นี้ข้าไม่ได้อยากได้ แต่มันต้องถูกทำลายทิ้งพร้อมกับความชั่วช้าของท่าน ทหาร! ลากตัวมันไปขังคุกใต้ดินที่มืดที่สุด รอวันประหารเจ็ดชั่วโคตร!"เสียงโซ่ตรวนที่ลากไปกับพื้นหินขัดดังก้องไปทั่วโถง เป็นสัญญาณว่ารัชสมัยแห่งความหวาดกลัวได้สิ้นสุดลงแล้วในขณะที่ข้างนอกรบกันจนแผ่นดินสะเทือน ฮองเฮาทรงกักตัวอยู่ในห้องรับรองพร้อมฉินมู่อิงและข้าราชบริพารบางส่วนฉินมู่อิงนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในความมืด นางไม่ได้กลัวความตาย แต่นางเป็นห่วง อาเหยียนจนหัวใจจะขาด นางภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงให้เขารอดกลับมาหานางก็พอ

  • พันธะรักเร้นกาย   แผนปลิดชีพ

    งานเลี้ยงส่วนพระองค์แสงโคมส่องสว่างไปทั่วโถงใหญ่ กลิ่นสุราเลิศรสและเสียงดนตรีดังก้อง ฮ่องเต้แคว้นหยวนประทับบนบัลลังก์ทองด้วยรอยสรวลที่ดูเมตตา แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกในงานเลี้ยงนี้มีแขกจากแคว้นโฮ่วเว่ยที่ได้รับคำเชิญเป็นกรณีพิเศษ แม้สายลับของพวกเขาจะยังสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ได้ชัดเจน แต่การมาร่วมงานครั้งนี้ก็เพื่อจับตาดูดุลอำนาจที่กำลังจะเปลี่ยนไปฮ่องเต้ยกจอกสุราขึ้นกล่าวเปิดงาน "วันนี้เป็นวันมงคลยิ่งนักที่เหล่ามิตรประเทศมารวมตัวกัน และยังเป็นวันที่ข้าจะได้ประกาศข่าวดีเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างราชวงศ์กับจวนกั๋วกง จิ้งเซียน เจ้าจงมาดื่มสุรามงคลนี้ร่วมกับองค์หญิงสามเสีย"ในขณะที่หน้าฉากดูชื่นมื่น แต่ในใจของฮ่องเต้กลับวางหมากไว้หมดแล้ว พระองค์ตรัสกับขันทีคนสนิทเบา ๆ ในมุมมืด "ให้จิ้งเซียนแต่งงานไปก่อนเถิด ข้าไม่อยากให้มือตัวเองเปื้อนเลือดหลานในงานมงคล ให้องค์หญิงสามเป็นคนลงมือในคืนเข้าหอ ยาพิษที่ข้ามอบให้นางจะทำให้เขาสิ้นใจเหมือนเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ใคร ๆ ก็จะคิดว่าซื่อจื่อผู้น่าสงสารสิ้นใจเพราะร่างกายอ่อนแอจากการรบ ส่วนข้าก็จะได้ครองอำนาจจวนกั๋วกงทั้งหมดโ

  • พันธะรักเร้นกาย   รับสมรสพระราชทาน

    จ้าวจิ้งเซียนยืนตัวตรงนิ่งสง่า เขาพยักหน้ารับราชโองการสมรสพระราชทานด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก ท่ามกลางความดีใจของท่านกั๋วกงและฮูหยินที่คิดว่าลูกชายยอมสยบต่ออำนาจแล้ว"กระหม่อมจ้าวจิ้งเซียน น้อมรับพระมหากรุณาธิคุณพะย่ะค่ะ"ในขณะที่เขากล่าวคำนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นฉินมู่อิงที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มสาวใช้ท้ายแถว นางก้มหน้าลงต่ำ แต่เขาก็ยังเห็นหยดน้ำตาที่หยดลงบนพื้นดิน หัวใจของพยัคฆ์หนุ่มเหมือนถูกกรีด แต่เขาต้องต้องกลั้นใจ เขาต้องทำให้นางไร้ตัวตนที่สุดในสายตาฮ่องเต้ เพื่อให้นางปลอดภัยจากพายุที่กำลังจะมาจ้าวจิ้งเซียนลอบเข้ามาหาฉินมู่อิงที่ห้องพักสาวใช้เหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้เขากลับคุกเข่าลงต่อหน้านางและกุมมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของนางขึ้นมาแนบแก้ม"มู่อิงยกโทษให้ข้าด้วย วันนี้ที่ข้าต้องเมินเฉยต่อเจ้า และยอมรับสมรสกับสตรีผู้นั้น ทั้งหมดคือละครฉากหนึ่ง ข้าต้องเข้าใกล้ฮ่องเต้ให้มากที่สุดในวันพิธี เพื่อจะปลิดชีพฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ข้า"ฉินมู่อิงสะอื้นไห้แต่ลูบผมเขาอย่างเบามือ "อาเหยียน ข้าเข้าใจ แม้ข้าจะเจ็บที่ต้องเห็นท่านยืนเคียงคู่ผู้อื่น แต่ข้ารู้ว่าหัวใจของท่านอยู่กับข้า ข้าจะรอวั

  • พันธะรักเร้นกาย   แผนการสำคัญ

    จ้าวจิ้งเซียนเดินออกมาจากการหารือกับท่านกั๋วกงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ฝีเท้าของเขากลับชะงักเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังคุกเข่าขัดพื้นหินอ่อนอย่างโดดเดี่ยว ฉินมู่อิงตัวสั่นเทา ผิวแก้มซูบซีด และที่สะดุดตาที่สุดคือรอยแดงพองจากการถูกน้ำร้อนลวกที่แขน ซึ่งนางพยายามใช้แขนเสื้อปกปิดไว้"มู่อิง!" จ้าวจิ้งเซียนถลาเข้าไปประคองร่างนางขึ้นมาทันที เมื่อสัมผัสถูกตัวนางถึงกับสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดจ้าวจิ้งเซียนเสียงสั่นด้วยความโกรธ "นี่มันอะไรกัน! ใครทำเจ้าบาดเจ็บขนาดนี้"ฉินมู่อิงส่ายหน้าทั้งน้ำตาพยายามจะดึงแขนกลับ "ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ซุ่มซ่ามเอง"แต่ซื่อจื่อผู้เฉลียวฉลาดมีหรือจะเชื่อ เขาเหลือบไปเห็นเสี่ยวชิวที่ยืนถือแส้อยู่ไม่ไกล แววตาของจ้าวจิ้งเซียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาอุ้มฉินมู่อิงขึ้นแนบอกแล้วเดินดิ่งเข้าไปในห้องของฮูหยินกั๋วกงทันทีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากบ่าวไพร่ปัง! เสียงประตูถูกถีบเปิดออก ฮูหยินกั๋วกงที่กำลังจิบชาถึงกับสะดุ้งโหยงจ้าวจิ้งเซียนตวาดลั่นจนแจกันสั่นสะเทือน "ท่านแม่! ท่านทำอะไรลงไป! ข้าบอกแล้วว่านางคือภรรยาของข้า แต่ท่านกลับปฏิบัติกับนางเยี่ยงสัตว์เด

  • พันธะรักเร้นกาย   จวนกั๋วกงที่หนาวเหน็บ

    ทันทีที่รถม้าหยุดสนิท ท่านกั๋วกง ยืนหน้าดำคร่ำเครียดรออยู่พร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม แววตาของเขาฉายชัดถึงความกริ้วโกรธที่บุตรชายขัดคำสั่งไปนานวัน และเมื่อเห็นจ้าวจิ้งเซียนประคองฉินมู่อิงลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอม โทสะของเขาก็พุ่งถึงขีดสุด "จิ้งเซียน! เจ้ายังมีหน้าพาแม่นางผู้นี้กลับมาอีกรึ รู้หรือไม่ว่าเจ้าทำให้ตระกูลจ้าวต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงใดเพราะความดื้อรั้นของเจ้า!"จ้าวจิ้งเซียนประสานมือคารวะ แต่ท่าทางยังคงนิ่งสงบ"ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้วตามความประสงค์ของท่าน และที่ข้าพานางมาด้วย เพราะนางคือภรรยาของข้า ข้าไม่มีวันทิ้งนางไว้ข้างหลัง"ฮูหยินกั๋วกง ที่นั่งรออยู่ด้านในถึงกับลุกพรวดเมื่อได้ยินคำว่าภรรยา นางจ้องมองฉินมู่อิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาหยามเหยียด"ภรรยางั้นหรือ จิ้งเซียน เจ้าสับสนอะไรอยู่หรือไม่ สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้จะเป็นสะใภ้จวนกั๋วกงได้อย่างไร ตำแหน่งภรรยาเอกของเจ้ามีไว้ให้องค์หญิงสามเท่านั้น""ข้าไม่สนตำแหน่งที่ใครยัดเยียดให้ ข้าสนเพียงสตรีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้าในยามที่ข้าเจ็บหนักเจียนตายเท่านั้น"ฮูหยินกั๋วกงแค่นหัวเราะ "ดี! ในเมื่อเจ้าจะพานางเข้าจวนให้ได้

  • พันธะรักเร้นกาย   พานางกลับจวน

    ท่านกั๋วกงนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ต่อหน้าพระราชโองการที่แฝงไปด้วยคำขู่ ฮ่องเต้ทรงใช้ไม้ตายสุดท้ายด้วยการบังคับ สมรสพระราชทานกับองค์หญิงสาม โดยไม่สนข่าวลือเรื่องอาการวิปริตหรือไร้สมรรถภาพของจ้าวจิ้งเซียนแม้แต่น้อย"หากจิ้งเซียนไม่กลับมารับตำแหน่งและสมรสตามกำหนดจวนกั๋วกงทั้งหมดต้องรับโทษฐานขัดพระราชโองการ"ด้วยความกลัวอาญาและห่วงในอำนาจของตระกูล ท่านกั๋วกงจึงรีบเขียนจดหมายลับสั่งให้บุตรชายกลับเมืองหลวงทันที โดยหารู้ไม่ว่าจดหมายฉบับนี้คือชนวนเหตุแห่งความร้าวรานในขณะที่จ้าวจิ้งเซียนและจ้าวจิ่วเหอกำลังเคร่งเครียดกับการหารือแผนรับมือการลอบสังหารที่อาจจะส่งมาอีกระลอก รวมถึงแผนการอารักขาท่านอาที่จ้องจะกำจัดทิ้ง จ้าวจิ้งเซียนตัดสินใจไม่บอกใครเรื่องที่เขารู้แผนสังหารตนเองในงานโคมไฟ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปถึงหูคนในจวนกั๋วกงฉินมู่อิงที่กำลังจะยกน้ำแกงเข้ามาให้ บังเอิญเห็นจดหมายจากจวนกั๋วกงที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้ากระโจม นางหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัย แต่แล้วมือของนางก็เริ่มสั่นเทาเนื้อความในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า"จิ้งเซียน เจ้าจงรีบกลับมารับสมรสพระราชทานกับองค์หญิงสามตามกำหนดการเดิม อย่าปล่อยให

  • พันธะรักเร้นกาย   บัณฑิตพบสาวงาม

    บรรยากาศในห้องนอนแคบ ๆ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็น ฉินมู่อิงถอนหายใจทิ้งเบา ๆ พลางเหลือบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปใกล้โต๊ะหัวเตียงเพื่อจัดการกับตะเกียงน้ำมันที่ส่องแสงสว่างจ้าเกินจำเป็นอาเหยียนยังคงนอนนิ่งประหนึ่งก้อนหิน เปลือกตาปิดสนิทแต่แพขน

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามจากป้าเจี่ย

    นางนับเงินในมือได้ไม่มากนัก แต่ก็พอให้ใจชื้น พอเดินผ่านร้านรวงที่มีผ้าสวย ๆ และขนมหน้าตาน่ากิน แต่นางข่มใจไม่ซื้อแม้แต่อย่างเดียว "ต้องรอพุทราตากแห้งรอบหน้า ถ้าขายให้ร้านยาได้ราคาดีกว่านี้ค่อยซื้อยาและของกินดี ๆ กลับไปให้อาเหยียน" นางเดินกลับบ้านด้วยความหวัง ทิ้งปริศนาไว้ที่สายตาของคุณชายผู้จากไป

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามที่ไม่มีคำตอบ

    ฉินมู่อิงเดินจากมาด้วยความสะใจ นางเดินกลับบ้านพลางคิดไปตามทาง ไม่ว่าโลกยุคไหนก็ยังมีคนที่เหยียดหยามผู้ที่ดูด้อยกว่า นางมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งติดตัวมา การโดนดูแคลนเช่นวันนี้นางจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมา ความทรงจำร่างเก่าผุดขึ้นมาในทันใด เมื่อก่อนฉินมู่อิงไม่เคยพบปะผู้คนมากมายขนาดนี้ หากสายตาเหล่า

  • พันธะรักเร้นกาย   เข้าเมือง

    อาเหยียนได้ยินเสียงโต้เถียงกันครู่หนึ่งก็สงบลง เรื่องปากร้ายใครจะสู้ภรรยาของเขา เพียงแต่นางไม่ได้ด่าเขาแต่ด่าคนอื่นแทน ที่นางบอกว่านางสวยกว่าเสี่ยวหลันนั่นก็ไม่ผิดแม้แต่น้อยนางสวยมากเกินหญิงชาวบ้านธรรมดา หากไม่นับกิริยาและมันสมองที่มีไม่มากนัก เขาก็คิดว่านางคงเป็นคุณหนูจวนขุนนางชั้นสูงสักจวน แต่เพ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status