Accueil / รักโบราณ / พันธะรักเร้นกาย / คำถามจากป้าเจี่ย

Partager

คำถามจากป้าเจี่ย

last update Date de publication: 2026-06-21 20:38:45

นางนับเงินในมือได้ไม่มากนัก แต่ก็พอให้ใจชื้น พอเดินผ่านร้านรวงที่มีผ้าสวย ๆ และขนมหน้าตาน่ากิน แต่นางข่มใจไม่ซื้อแม้แต่อย่างเดียว

"ต้องรอพุทราตากแห้งรอบหน้า ถ้าขายให้ร้านยาได้ราคาดีกว่านี้ค่อยซื้อยาและของกินดี ๆ กลับไปให้อาเหยียน"

นางเดินกลับบ้านด้วยความหวัง ทิ้งปริศนาไว้ที่สายตาของคุณชายผู้จากไปคนนั้น

เมื่อฉินมู่อิงเดินลากสังขารที่เหนื่อยล้ากลับมาถึงรั้วบ้านไม้ไผ่ของหมู่บ้านเว่ยเซียงนางก็ต้องชะงัก ภาพตรงหน้าคืออาเหยียนในชุดผ้าป่านสีซีดที่ดูหลวมโคร่งเพราะความซูบผอม เขากำลังนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ย ๆ หน้าบ้าน มือเรียวยาวที่แม้จะดูอ่อนแรงแต่ยังคงความมั่นคง กำลังหยิบพุทราป่าที่เหลือจากการคัดต้มล้างอย่างประณีต วางเรียงลงบนกระด้งไม้ไผ่อย่างเป็นระเบียบเพื่อให้โดนแดดสุดท้ายของวันอย่างทั่วถึง

อาเหยียนหยิบพุทราลูกหนึ่งขึ้นมาพิจารณา ผิวของมันสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นสีแดงก่ำ

ความทรงจำอันโหดร้ายวูบเข้ามาในหัว กลิ่นคาวเลือด ควันไฟ และความเหน็บหนาวในป่าลึกทางเหนือ ในตอนนั้นเขารอดชีวิตมาได้ก็เพราะพุทราป่าที่แห้งเหี่ยวและแคระแกร็นเพียงไม่กี่ลูกที่หล่นอยู่บนพื้นดิน

แต่พุทราในมือนี้กลับต่างออกไป มันทั้งอวบอิ่ม ผิวเต่งตึง และมีกลิ่นหอมสะอาด

'ป่าลึกหลังหมู่บ้านเวยเซียงอุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ'

ฉินมู่อิงเดินเข้าไปใกล้พลางวางตะกร้าเปล่าลง

"ท่านลุกมาทำอะไรคนเดียว ร่างกายยังไม่ดีขึ้นเลย"

นางไม่ได้รอคำตอบ แต่หยิบพุทราสดลูกที่แดงที่สุดจากอีกถาดที่เขาคัดออกมาส่งให้ถึงปากเขา แววตาชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย

"ลองชิมดูสิ วันนี้ข้าขายได้ราคาดีเพราะคนชมว่ารสชาติดีมาก"

อาเหยียนมองสบตานางครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ อ้าปากรับพุทราลูกนั้น ยามนี้เขารู้สึกว่าตัวเองช่างดูน่าอายเหลือเกิน แต่ทันทีที่ฟันกัดลงบนเนื้อกรอบ รสหวานอมเปรี้ยวที่พลุ่งพล่านอยู่ในปากทำให้เขาชะงักไป

รสชาตินี้ มันไม่ใช่แค่รสของผลไม้ป่า แต่มันเหมือนรสชาติของดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและน้ำที่ใสสะอาดที่สุด รสชาติที่เข้มข้นนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้าไปในร่างกายที่แสนจะอ่อนแอ

"เป็นอย่างไร รสชาติดีใช่ไหม"

ฉินมู่อิงถามใกล้ ๆ พลางยิ้มภูมิใจ

อาเหยียนเคี้ยวช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้า สายตาก็มองหน้าหวานนั้นไปด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

"อืม ดีกว่าที่ข้าเคยกินมาทั้งชีวิต"

นางกุลีกุจอยกกระด้งไม้ไผ่จากมือเขาจะเอาไปวางบนหลังคา ทว่าความสูงของนางกลับยื่นไปไม่ถึงแม้จะเขย่งเท้าจนสุดปลายเท้า

อาเหยียนลุกขึ้นยืนชิดด้านหลังนางพลางยื่นแขนยกกระด้งขึ้นวางบนหลังคา แขนของเขาอยู่เหนือหัวของนาง

"อ้ะ... เอ่อ...ข้า"

นางสะดุ้งเมื่อแผนหลังสัมผัสกับส่วนท้องของบุรุษ ทั้งคู่ผละออกราวถูกน้ำร้อน อาเหยียนถอยออกมาก้าวหนึ่งเปิดทางให้นางออกมาจากช่องทางแคบของปลายหลังคาและตัวของเขา

"ข้า...ไม่ได้ตั้งใจ"

ใบหน้าผอมจนเห็นสันกรามเห่อร้อนขึ้นมาทันใด สายตาที่เคยมั่นคงสั่นไหวเล็กน้อย

"ตากแห้งสักสี่ห้าวันก็เอาไปขายได้ ผลสดในถาดนั้นข้าจะเอาใส่ชามไว้กินเล่นได้"

ว่าแล้วนางก็ก้มหน้างุดเบี่ยงตัวเดินผ่านเขาไปเอาพุทราจากถาดจัดใส่ชาม ปล่อยให้เขายืนนิ่งเป็นแท่งหินเพียงคนเดียว

บรรยากาศยามโพล้เพล้ในหมู่บ้านเวยเซียงดูสงบเงียบผิดกับในเมืองที่เพิ่งจากมา ฉินมู่อิงทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ไผ่ข้าง ๆ อาเหยียน นางหยิบพุทราผลโตที่เขาเพิ่งเช็ดจนขึ้นเงาส่งเข้าปากตัวเองพลางเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะยื่นอีกผลไปจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม

"ท่านลองชิมลูกนี้อีกสิ รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ สดชื่นเหมือนน้ำค้างบนยอดเขาเลยนะ"

อาเหยียนยกมือเรียวยาวรับไปเคี้ยวช้า ๆ คราวนี้เขามีสติมากขึ้นไม่ได้มองหน้านางจนเผลอไผลอ้าปากอีก รสสัมผัสที่แผ่ซ่านในปากทำเอาเขาชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่แค่ความหวาน แต่เป็นความสดชื่นที่เหมือนปลุกเรี่ยวแรงที่ตีบตันให้ไหลเวียนขึ้นมา

"ท่านรู้ไหม"

ฉินมู่อิงเริ่มเล่า แววตาของนางเป็นประกายล้อแสงตะเกียงที่เริ่มสลัว

"ตอนที่ข้าข้ามโขดหินใหญ่หลังเขาน่ะ ข้าต้องมุดฝ่าพงหนามเข้าไปลึกมาก กิ่งไม้พวกนั้นมันเหมือนมีชีวิตคอยจะเกี่ยวผ้าข้าไว้ตลอด แต่พอพ้นพงหนามไปได้นะ โอ้โห ต้นพุทราต้นนั้นใหญ่เท่าสองคนโอบ กิ่งก้านมันโน้มลงมาหาข้าเหมือนมันรอให้ข้าไปเก็บมันอย่างไรอย่างนั้นแหละ"

นางเล่าไปพลางทำท่าทางประกอบอย่างสนุกสนาน น้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่เจอขุมทรัพย์

"ข้าเอาไม้ยาว ๆ ฟาดไปไม่กี่ทีก็ได้เต็มตะกร้าแล้ว ตอนนั้นข้ามองลงมาเห็นท้ายหมู่บ้านเราด้วยนะ สวยจนข้าเกือบลืมทางกลับบ้านเลยล่ะ"

อาเหยียนมองใบหน้าที่เต็มไปความสดใสดูมีชีวิตชีวาของสตรีตรงหน้า แววตามั่นใจและสนุกสนานของนางทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาไหววูบ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหนึ่งก็แล่นเข้ามาจุกที่อก

เขาทั้งทึ่งในตัวนางและสมเพชตัวเอง

เขามองมือของนางที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากกิ่งไม้ แล้วก้มมองมือตัวเองที่ซีดเซียวและสั่นเทาเพียงเพราะแค่ล้างพุทราไม่กี่ลูก

สายตาของเขาที่มองฉินมู่อิงเริ่มเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความขมขื่นลึก ๆ เขาหลบสายตาลงต่ำ จ้องมองถาดพุทราตรงหน้า

"เจ้า... เหนื่อยหรือไม่"

เสียงเขาทุ้มต่ำและแผ่วเบาเหมือนคนหมดแรง

"ที่ต้องมาดูแลคนอ่อนแอเช่นข้า"

ฉินมู่อิงชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองออกว่าแววตาคมคู่นั้นกำลังหม่นแสงลงเพราะความคิดฟุ้งซ่านตามประสาคนป่วย นางไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำซึ้ง ๆ แต่กลับยัดพุทราอีกลูกเข้าปากเขาดื้อ ๆ

"เหนื่อยสิ เหนื่อยมากด้วย"

นางตอบเสียงใส

"เพราะฉะนั้นท่านก็รีบ ๆ กินพุทรานี่เข้าไปเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรงไว ๆ จะได้ลุกขึ้นมาช่วยข้าแบกตะกร้าขึ้นเขาไง ท่านเป็นผู้ชายนะอาเหยียน จะปล่อยให้สตรีตัวเล็ก ๆ อย่างข้าไปฟัดกับกิ่งไม้คนเดียวได้ยังไงกัน"

นางหัวเราะร่วนพลางตบไหล่เขาเบา ๆ ความสดใสของนางเหมือนแสงแดดที่พยายามส่องทะลุเมฆหมอกในใจของผู้เป็นสามี

อาเหยียนเคี้ยวพุทราลูกนั้นพลางมองคนข้างตัว รสชาติของมันในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความหวาน แต่มันมีความหวังที่เขาหลงลืมไปนานแฝงอยู่ด้วย

บรรยากาศยามค่ำในหมู่บ้านเวยเซียงเริ่มขรึมลงด้วยแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมัน เสียงจิ้งหรีดเรไรประสานเสียงแข่งกับสายลมที่พัดผ่านยอดเขา ชั่วครู่อาเหยียนขอตัวเข้าไปพักขณะที่นางเก็บข้าวของด้านนอกก่อน จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้าวเข้ามาที่รั้วบ้านพร้อมเสียงทักทายที่คุ้นเคย

"มู่อิง นอนหรือยัง ข้าเอาแกงมาฝาก"

ป้าเจี่ยเดินจูงมืออาเป่า หลานชายตัวน้อยที่ตาปรือปรอยเดินเซไปมาเข้ามาในลานบ้าน นางเป็นคนที่สนิทกับฉินเหวินมานาน และยังเป็นคนเดียวที่คอยหยิบยื่นน้ำใจให้ครอบครัวนี้เสมอมาตั้งแต่ฉินมู่อิงคนเดิมยังอาละวาดเป็นจนกระทั่งเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

"ขอบคุณท่านป้ามากจ๊ะ เกรงใจแล้วคราวก่อนก็เอาไข่มาให้ ข้ายังไม่มีอะไรตอบแทนเลย"

ฉินมู่อิงออกมารับชามแกง กลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นบ้านโชยมาแตะจมูก

"พ่อเจ้าตายไป ก็เหลือแต่เจ้านี่แหละที่ต้องคอยดูแลคนป่วย"

ป้าเจี่ยพูดพลางชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูไว้

"อาเหยียนหลับไปแล้วรึ"

"จ๊ะ เพิ่งกินพุทราป่าไป ท่าทางจะเพลียเลยเข้าไปเอนหลังน่ะจ๊ะ"

เมื่อเห็นว่าเขาเข้าไปพักผ่อนแล้ว ป้าเจี่ยก็ขยับเข้ามาใกล้พลางลดเสียงลงแต่ความดังยังชัดเจนพอที่จะลอดผ่านฝาขัดแตะเข้าไปถึงข้างใน

"นี่ ถามจริง ๆ เถอะ ตั้งแต่แต่งงานกันมา พวกเจ้า...เข้าหอกันหรือยัง"

ฉินมู่อิงที่กำลังซดน้ำแกงถึงกับสำลักออกมา ใบหน้าเนียนใสเริ่มแดงเถือกไปถึงใบหู

"ท่านป้า! ถามอะไรอย่างนั้น เขายังป่วยอยู่นะจ๊ะ"

ข้างในห้องนอน อาเหยียนที่นอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียงถึงกับเบิกตาโพลงในความมืด ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวแรงจนน่ารำคาญ เขาอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหมู่บ้านเวยเซียงหนีไปเสียเดี๋ยวนี้

"ป่วยก็ส่วนป่วย เรื่องเข้าหอก็ส่วนเข้าหอ"

ป้าเจี่ยว่าพลางหัวเราะร่วน

"ผู้ชายนะแม่หนู ถึงร่างกายจะอ่อนแอเพียงใด แต่เรื่องหน้าที่สามีภรรยามันช่วยให้จิตใจเขากระชุ่มกระชวยนะ เจ้าต้องหัดออดอ้อนบ้าง ยิ่งอากาศเย็น ๆ ยามค่ำคืนเช่นนี้ เหมาะนักเชียว"

ฉินมู่อิงพยายามบ่ายเบี่ยง นางพูดตะกุกตะกักจนลิ้นพันกัน

"คือ... คือว่า... เขายังลุกไม่ค่อยไหวเลยจ๊ะ อีกอย่างห้องหออะไรกัน เตียงก็แคบแค่นั้น"

"แคบสิดี จะได้เบียดกันให้อุ่น"

ป้าเจี่ยตบเข่าฉาดใหญ่พลางหัวเราะเสียงดังลั่นบ้าน

เสียงหัวเราะทรงพลังของป้าเจี่ยทำให้อาเป่าที่นั่งสัปหงกเกือบจะร่วงหล่นจากม้านั่งถึงกับสะดุ้งสุดตัว เด็กน้อยลืมตาโพลงพลางหันซ้ายหันขวาด้วยความตกใจจนตัวโยน ทำเอาบรรยากาศความเขินอายเมื่อครู่กลายเป็นความตลกขบขัน

"โอ๊ย ข้าก็หัวเราะดังไปหน่อย หลานข้าตื่นเลย"

ป้าเจี่ยโอ๋หลานพลางขยิบตาให้ฉินมู่อิง

"จำคำข้าไว้นะ อย่าปล่อยให้สามีเหี่ยวเฉา รีบ ๆ มีเจ้าตัวเล็กมาให้ป้าอุ้มไว ๆ ล่ะ"

เมื่อป้าเจี่ยจูงหลานเดินลับหายไปในความมืด ทิ้งให้ฉินมู่อิงยืนถือชามแกงค้างอยู่ในท่าเดิม นางถอนหายใจยาวเหยียดพลางเดินกลับเข้าห้องนอนด้วยความกระอักกระอ่วน

พอนางก้าวเท้าเข้าห้องมา สายตาก็ไปปะทะกับอาเหยียนที่แสร้งทำเป็นหลับตาพริ้ม แต่หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงแรงผิดปกติกับใบหูที่แดงจัดของเขามันฟ้องชัดเจนว่าเขาได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธะรักเร้นกาย   อาเหยียนป่วยหนัก

    ห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ ณ เมืองหน้าด่านชายแดนที่ลมเหนือพัดกระโชกจนฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย บรรยากาศภายในกระโจมแม่ทัพตึงเครียดและเงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวไฟจากตะเกียงบุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเต็มยศ ผู้มีใบหน้าคมเข้มและร่องรอยประสบการณ์ศึกปรากฏชัดบนหางตา เขายืนเอามือไพล่หลังจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เร่งรีบดังขึ้นก่อนที่ผ้าม่านกระโจมจะถูกเลิกออก สายลับในชุดรัดกุมสีเข้มคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีบุรุษผู้อยู่ด้านในเอ่ยเสียงต่ำแต่ทรงพลังโดยไม่หันกลับมามอง"ว่าอย่างไร เจอเบาะแสบ้างหรือไม่""เรียนท่านแม่ทัพ หน่วยของเรากระจายกำลังออกไปตามหัวเมืองรายทางทั้งหมดแล้วขอรับ แต่ร่องรอยของซื่อจื่อขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงรอยต่อเขาลึกพรมแดนตะวันออก"เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "แต่มีรายงานวงในแจ้งมาว่าพบกลุ่มคนแปลกหน้าที่พยายามสะกดรอยตามหาคนลักษณะเดียวกันในเขตหมู่บ้านรอบนอกเมืองหลวงเช่นกันขอรับ ดูเหมือนพวกเขายังไม่ยอมรามือ"จ้าวจิ่วเหอกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แววตาที่ห่วงใยฉายชัดออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและด

  • พันธะรักเร้นกาย   เสียหน้าและอาฆาต

    บรรยากาศที่บ้านยามค่ำฉินมู่อิงกลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเบิกบาน นางยื่นถุงเงินให้อาเหยียนดูพลางเล่าเรื่องที่เถ้าแก่เนี้ยชมไม่ขาดปาก"อาเหยียน เรามีเงินเยอะแล้วนะเดือนหน้านอกจากจะพาท่านไปหาหมอเทวดาแล้ว ข้าว่าเราควรซ่อมรั้วบ้านให้แข็งแรงขึ้น และซื้อเตียงนุ่ม ๆ ให้ท่านดีไหม"อาเหยียนรับถุงเงินมาวางไว้ข้างตัว เขาไม่ได้ดูดีใจเท่านาง แต่กลับดึงมือนางมาจับไว้แน่น"เงินทองพวกนี้สำคัญก็จริง แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ วันนี้ตอนเจ้าไปเมือง ข้าเห็นคนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวรั้วบ้านเราหลายรอบ ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี"ฉินมู่อิงชะงักไป ความอบอุ่นจากมืออาเหยียนทำให้ใจนางสงบลง"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว ใครมาดีเราต้อนรับ ใครมาร้ายข้าจะเอาไม้พายกวนเผือกตีให้หัวโนเลย"บ่ายวันถัดมา ในขณะที่ฉินมู่อิงกำลังแจกขนมชิมฟรีและนับเงินอีแปะอย่างมีความสุข รถม้าหรูของคุณชายหลี่ก็มาจอดที่หน้าบ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มีอาเหมย และเสี่ยวหลันคอยเดินตามต้อย ๆ มาดูความล่มจมของนางด้วยคุณชายหลี่สะบัดพัดเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า"แม่นางมู่อิง ข้าเห็นเจ้าขยันขันแข็งทำขนมขายตากแดดตากลมเช่นนี้แล้ว ข้าก็เวทนาจับใจ เงินไม

  • พันธะรักเร้นกาย   งานฝีมือชั้นสูง

    หลังจากที่เห็นคุณชายหลี่มาดูถูกเหยียดหยาม แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นห้าวหาญ เขาขลุกตัวอยู่แต่ในมุมห้องของบ้านเร่งมือแกะสลักกล่องเครื่องหอม เสียงมีดกรีดลงบนเนื้อไม้ดังสม่ำเสมอแสดงถึงสมาธิขั้นสูง เขาตั้งใจจะทำงานนี้ให้วิจิตรบรรจงที่สุด เพื่อให้ฉินมู่อิงนำไปแลกเงินก้อนใหญ่มาบำรุงบ้านและเตรียมตัวรักษาตัวเขาเอง ส่วนฉินมู่อิงก็ไม่ได้ย่อท้อ นางยังคงเปิดแผงขายขนมเผือกกวนหน้าบ้านเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือการใช้กลยุทธ์ใหม่ วันนี้ฉินมู่อิงจัดเต็มกว่าเดิม นางจัดเรียงขนมเผือกกวนจี่ไฟจนเหลืองทองสวยงาม และที่พิเศษคือมีถาดเล็ก ๆ วางอยู่ด้านหน้า พร้อมป้ายไม้แผ่นน้อยที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่าชิมฟรี ไม่ซื้อไม่ว่ากัน "อ้าว แม่มู่อิง วันนี้ให้ชิมฟรีเชียวรึ ไม่กลัวขาดทุนหรือไร" ชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านมาเจอพอดี ฉินมู่อิงยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ "ไม่ขาดทุนหรอกเจ้าค่ะ ของดีต้องลองชิมดูให้รู้รส ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครยังไม่พร้อมก็ชิมให้ชื่นใจก่อนได้เจ้าค่ะ ข้าทำด้วยใจ อยากให้คนในหมู่บ้านเราได้กินของอร่อย ๆ" นางตักขนมชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้ทุกคนที่เดินผ่าน ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ๆ หรือคนเฒ่าคนแก่ ความใจกว้างของนาง

  • พันธะรักเร้นกาย   คุณชายหลี่

    วันต่อมาฉินมู่อิงเปิดร้านแต่เช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนออกจากบ้านจะไปขายของป่าในเมืองหรือไม่ก็กลับจากขึ้นเขาเสี่ยวหลันที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ตาเป็นประกาย รีบขยับเข้าไปเป่าหูอาเหมยและหาจังหวะยุยงมู่อิงทันที"มู่อิง ดูนั่นสิ คุณชายหลี่ที่เจ้าเคยเพ้อหามาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านเราแล้วนะ เจ้าสวยขึ้นขนาดนี้ลองเข้าไปทักเขาสิ เผื่อเขาจะพาเจ้าไปเที่ยวในเมือง ไม่ต้องมานั่งจี่ขนมงก ๆ เลี้ยงคนป่วยอยู่ที่นี่"ในใจเสี่ยวหลันถ้าฉินมู่อิงไปหาคุณชายหลี่ นางจะได้เข้าใกล้อาเหยียนมากขึ้นคุณชายหลี่หรือใต้เท้าหลี่ซวนหยุดลงหน้าแคร่ขนม เขามองฉินมู่อิงที่ดูเปล่งปลั่งมีราศีผิดจากสาวชาวบ้านทั่วไปที่เขาเคยเมินเฉย ความเจ้าชู้ในตัวบุรุษผู้นี้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีคุณชายหลี่เชิดหน้าพรางหุบพัด "แม่นาง ข้าได้ยินมาว่าเจ้านิยมชมชอบในตัวข้าถึงขั้นลงทุนลงแรงไปมากมาย วันนี้ข้ามาเห็นเจ้าด้วยตาตัวเอง ก็นับว่าเจ้ามีวาสนาที่ข้าจะชายตาแล หากเจ้ายังสนใจข้าอาจจะพิจารณาให้เจ้าไปอยู่เป็นอนุที่เรือนหลังของข้าในเมือง ดีกว่ามาตกระกำลำบากในกระท่อมไม้ไผ่เช่นนี้"ฉินมู่อิงกำลังจะอ้าปากด่าชุดใหญ่ แต่อยู่ ๆ สัมผัสอุ่นวาบก็พาดลงบนไหล่บอบบางขอ

  • พันธะรักเร้นกาย   อาชีพใหม่

    หลังจากมีเรื่องพุทราป่าวันนั้นความเงียบสงบก็มาเยือนหมู่บ้านเวยเซียงอีกหลายวัน อาเหยียนตั้งใจแกะสลักอีกสองลวดลายอย่างประณีตที่สุด เขาใช้สมาธิจดจ่อกับงานสองชิ้นโดยไม่ออกไปไหน ทำให้งานของเขาเสร็จไวขึ้น"นี่มัน...ลายหงส์ นี่ลายบุปผา อาเหยียน งานฝีมือของท่านยอดเยี่ยมจริง ๆ"ฉินมู่อิงหยิบขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอมและตื่นเต้น อาเหยียนเพียงยิ้มบางเหมือนงานอดิเรกเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุ้นชินสายตา"ไม่ต้องแกะเพิ่มแล้ว สองชิ้นนี้พร้อมขายได้"เขาเอ่ยเสียงทุ้มยิ้มบางอย่างที่ทำเป็นประจำ"เช่นนั้นข้าจะรีบเอาไปส่งแล้วจะรีบกลับมา"นางเอากล่องห่อผ้าไว้อย่างมิดชิดดั่งกลัวสินค้าจะเสียหายฉินมู่อิงสะพายตะกร้าที่ห่อกล่องไม้สองชิ้นไว้อย่างดีเยี่ยม นางเดินเข้าเมืองด้วยความมุ่งมั่น ตรงไปยังร้านเครื่องหอมหลิงยิ่วทันทีเมื่อไปถึง เถ้าแก่เนี้ยรีบกุลีกุจอมาต้อนรับ"มาแล้วรึ! ข้ากำลังรออยู่เชียว ลูกค้าคนสำคัญของข้ากำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ไหนขอดูผลงานชิ้นใหม่หน่อยสิ"ฉินมู่อิงแกะห่อผ้าออก ค่อย ๆ วางกล่องลงบนโต๊ะไม้ปูผ้ากำมะหยี่ ความละเอียดของงานทำให้บรรยากาศในร้านดูเงียบขรึมขึ้นมาทันที"นี่มัน... เหนือกว่าที่ข้าจินตนาการ

  • พันธะรักเร้นกาย   ถูกแย่งแหล่งทำกิน

    บรรยากาศในกระท่อมไม้ไผ่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงหลังมานี้ อาเหยียน นั่งหลังตรงจดจ่ออยู่กับการตวัดปลายมีดแกะสลักไม้ชิ้นที่สองอย่างใจเย็น ลวดลายที่เขาเลือกคราวนี้ดูอ่อนช้อยและเข้ากับเครื่องประทินโฉมของผู้หญิงมากกว่าเดิม ฉินมู่อิงที่กำลังจัดระเบียบของแห้งอยู่ในครัว เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นความคืบหน้าของงาน "อาเหยียน ลายดูสูงค่ามากเลย ถ้าเถ้าแก่เนี้ยเห็นเข้า นางต้องขอผูกขาดงานของท่านแน่ ๆ" อาเหยียนหยุดมือชั่วคราว เขาไม่ได้ตอบคำชมนั้นตรง ๆ แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าใบเล็กที่วางอยู่ข้างตัว แล้วยื่นส่งให้นาง "นี่คือค่าเช่าเครื่องมือช่างที่ลุงเกาเอามาคืน เจ้าเก็บไว้เถอะ" ฉินมู่อิงชะงักไป มองถุงที่มีเหรียญอีแปะจำนวนหนึ่งข้างใน นางรีบโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่ได้ นั่นเป็นเงินที่ท่านหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการบริหารจัดการของท่าน ท่านควรมีเงินติดตัวไว้บ้างนะ เผื่ออยากได้อะไรหรืออยากกินอะไรตอนข้าไม่อยู่" สายตาเขามั่นคงและนิ่งสงบกว่าเดิม "ข้าอยู่ในบ้านหลังนี้ มีเจ้าคอยจัดหาทุกอย่างให้ ข้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินที่ไหนหรอก ให้เจ้าเก็บไว้ดีกว่า ข้าสบายใจกว่าหากรู้ว่าเงินอยู่ใ

  • พันธะรักเร้นกาย   เกือบตายซ้ำสอง

    ลมฤดูใบไม้ร่วงโชยมากระทบร่างบอบบางของฉินมู่อิงที่นอนหมดสติอยู่กลางป่า ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วศีรษะจนนางต้องนิ่วหน้า สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือไม้ท่อนใหญ่ที่ฟาดลงมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันของโจรป่าที่ฉกชิงเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตไปนางลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พลางหยิบสมุนไพรสดในตะกร้ามาขยี้แล้วโปะลงบนแ

  • พันธะรักเร้นกาย   ท่านผู้ตรวจการ

    สามวันต่อมาเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ฉินมู่อิงจัดการแบ่งพุทราที่ตากจนแห้งสนิท ผิวสีแดงเข้มย่นระยิบระยับและมีกลิ่นหอมหวานลุ่มลึก นางแบ่งส่วนหนึ่งใส่โหลดินเผาไว้ต้มให้อาเหยียนดื่มบำรุงกำลัง ส่วนที่เหลือห่อผ้าสะอาดอย่างดีเตรียมเข้าเมือง"อาหารวางไว้บนโต๊ะ ข้าอุ่นแกงของป้าเจี่ยไว้ให้แล้ว พุทราแห้งนี่ท่านก็

  • พันธะรักเร้นกาย   บัณฑิตพบสาวงาม

    บรรยากาศในห้องนอนแคบ ๆ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็น ฉินมู่อิงถอนหายใจทิ้งเบา ๆ พลางเหลือบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปใกล้โต๊ะหัวเตียงเพื่อจัดการกับตะเกียงน้ำมันที่ส่องแสงสว่างจ้าเกินจำเป็นอาเหยียนยังคงนอนนิ่งประหนึ่งก้อนหิน เปลือกตาปิดสนิทแต่แพขน

  • พันธะรักเร้นกาย   หญิงงามในคราบแม่ค้า

    ฉินมู่อิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงไฟจากตะเกียงในห้องครัวสว่างราง ๆ ก่อนใครในละแวกนี้ นางอุ่นซุปเมื่อคืนที่ยังเหลือครึ่งหม้อและเคี่ยวยาให้อาเหยียนไปด้วย "เขาถูกพิษร้ายแรงหรือไรถึงต้องใช้หมอเทวดา" นางไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่นางมีวิธีบริหารจัดการเพื่อเสาะหาหมอดี ๆ มารักษาเขาได้ "หมอเก่ง ๆ ใน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status