/ รักโบราณ / พันธะรักเร้นกาย / คำถามจากป้าเจี่ย

공유

คำถามจากป้าเจี่ย

last update 게시일: 2026-06-21 20:38:45

นางนับเงินในมือได้ไม่มากนัก แต่ก็พอให้ใจชื้น พอเดินผ่านร้านรวงที่มีผ้าสวย ๆ และขนมหน้าตาน่ากิน แต่นางข่มใจไม่ซื้อแม้แต่อย่างเดียว

"ต้องรอพุทราตากแห้งรอบหน้า ถ้าขายให้ร้านยาได้ราคาดีกว่านี้ค่อยซื้อยาและของกินดี ๆ กลับไปให้อาเหยียน"

นางเดินกลับบ้านด้วยความหวัง ทิ้งปริศนาไว้ที่สายตาของคุณชายผู้จากไปคนนั้น

เมื่อฉินมู่อิงเดินลากสังขารที่เหนื่อยล้ากลับมาถึงรั้วบ้านไม้ไผ่ของหมู่บ้านเว่ยเซียงนางก็ต้องชะงัก ภาพตรงหน้าคืออาเหยียนในชุดผ้าป่านสีซีดที่ดูหลวมโคร่งเพราะความซูบผอม เขากำลังนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ย ๆ หน้าบ้าน มือเรียวยาวที่แม้จะดูอ่อนแรงแต่ยังคงความมั่นคง กำลังหยิบพุทราป่าที่เหลือจากการคัดต้มล้างอย่างประณีต วางเรียงลงบนกระด้งไม้ไผ่อย่างเป็นระเบียบเพื่อให้โดนแดดสุดท้ายของวันอย่างทั่วถึง

อาเหยียนหยิบพุทราลูกหนึ่งขึ้นมาพิจารณา ผิวของมันสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นสีแดงก่ำ

ความทรงจำอันโหดร้ายวูบเข้ามาในหัว กลิ่นคาวเลือด ควันไฟ และความเหน็บหนาวในป่าลึกทางเหนือ ในตอนนั้นเขารอดชีวิตมาได้ก็เพราะพุทราป่าที่แห้งเหี่ยวและแคระแกร็นเพียงไม่กี่ลูกที่หล่นอยู่บนพื้นดิน

แต่พุทราในมือนี้กลับต่างออกไป มันทั้งอวบอิ่ม ผิวเต่งตึง และมีกลิ่นหอมสะอาด

'ป่าลึกหลังหมู่บ้านเวยเซียงอุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ'

ฉินมู่อิงเดินเข้าไปใกล้พลางวางตะกร้าเปล่าลง

"ท่านลุกมาทำอะไรคนเดียว ร่างกายยังไม่ดีขึ้นเลย"

นางไม่ได้รอคำตอบ แต่หยิบพุทราสดลูกที่แดงที่สุดจากอีกถาดที่เขาคัดออกมาส่งให้ถึงปากเขา แววตาชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย

"ลองชิมดูสิ วันนี้ข้าขายได้ราคาดีเพราะคนชมว่ารสชาติดีมาก"

อาเหยียนมองสบตานางครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ อ้าปากรับพุทราลูกนั้น ยามนี้เขารู้สึกว่าตัวเองช่างดูน่าอายเหลือเกิน แต่ทันทีที่ฟันกัดลงบนเนื้อกรอบ รสหวานอมเปรี้ยวที่พลุ่งพล่านอยู่ในปากทำให้เขาชะงักไป

รสชาตินี้ มันไม่ใช่แค่รสของผลไม้ป่า แต่มันเหมือนรสชาติของดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและน้ำที่ใสสะอาดที่สุด รสชาติที่เข้มข้นนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้าไปในร่างกายที่แสนจะอ่อนแอ

"เป็นอย่างไร รสชาติดีใช่ไหม"

ฉินมู่อิงถามใกล้ ๆ พลางยิ้มภูมิใจ

อาเหยียนเคี้ยวช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้า สายตาก็มองหน้าหวานนั้นไปด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

"อืม ดีกว่าที่ข้าเคยกินมาทั้งชีวิต"

นางกุลีกุจอยกกระด้งไม้ไผ่จากมือเขาจะเอาไปวางบนหลังคา ทว่าความสูงของนางกลับยื่นไปไม่ถึงแม้จะเขย่งเท้าจนสุดปลายเท้า

อาเหยียนลุกขึ้นยืนชิดด้านหลังนางพลางยื่นแขนยกกระด้งขึ้นวางบนหลังคา แขนของเขาอยู่เหนือหัวของนาง

"อ้ะ... เอ่อ...ข้า"

นางสะดุ้งเมื่อแผนหลังสัมผัสกับส่วนท้องของบุรุษ ทั้งคู่ผละออกราวถูกน้ำร้อน อาเหยียนถอยออกมาก้าวหนึ่งเปิดทางให้นางออกมาจากช่องทางแคบของปลายหลังคาและตัวของเขา

"ข้า...ไม่ได้ตั้งใจ"

ใบหน้าผอมจนเห็นสันกรามเห่อร้อนขึ้นมาทันใด สายตาที่เคยมั่นคงสั่นไหวเล็กน้อย

"ตากแห้งสักสี่ห้าวันก็เอาไปขายได้ ผลสดในถาดนั้นข้าจะเอาใส่ชามไว้กินเล่นได้"

ว่าแล้วนางก็ก้มหน้างุดเบี่ยงตัวเดินผ่านเขาไปเอาพุทราจากถาดจัดใส่ชาม ปล่อยให้เขายืนนิ่งเป็นแท่งหินเพียงคนเดียว

บรรยากาศยามโพล้เพล้ในหมู่บ้านเวยเซียงดูสงบเงียบผิดกับในเมืองที่เพิ่งจากมา ฉินมู่อิงทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ไผ่ข้าง ๆ อาเหยียน นางหยิบพุทราผลโตที่เขาเพิ่งเช็ดจนขึ้นเงาส่งเข้าปากตัวเองพลางเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะยื่นอีกผลไปจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม

"ท่านลองชิมลูกนี้อีกสิ รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ สดชื่นเหมือนน้ำค้างบนยอดเขาเลยนะ"

อาเหยียนยกมือเรียวยาวรับไปเคี้ยวช้า ๆ คราวนี้เขามีสติมากขึ้นไม่ได้มองหน้านางจนเผลอไผลอ้าปากอีก รสสัมผัสที่แผ่ซ่านในปากทำเอาเขาชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่แค่ความหวาน แต่เป็นความสดชื่นที่เหมือนปลุกเรี่ยวแรงที่ตีบตันให้ไหลเวียนขึ้นมา

"ท่านรู้ไหม"

ฉินมู่อิงเริ่มเล่า แววตาของนางเป็นประกายล้อแสงตะเกียงที่เริ่มสลัว

"ตอนที่ข้าข้ามโขดหินใหญ่หลังเขาน่ะ ข้าต้องมุดฝ่าพงหนามเข้าไปลึกมาก กิ่งไม้พวกนั้นมันเหมือนมีชีวิตคอยจะเกี่ยวผ้าข้าไว้ตลอด แต่พอพ้นพงหนามไปได้นะ โอ้โห ต้นพุทราต้นนั้นใหญ่เท่าสองคนโอบ กิ่งก้านมันโน้มลงมาหาข้าเหมือนมันรอให้ข้าไปเก็บมันอย่างไรอย่างนั้นแหละ"

นางเล่าไปพลางทำท่าทางประกอบอย่างสนุกสนาน น้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่เจอขุมทรัพย์

"ข้าเอาไม้ยาว ๆ ฟาดไปไม่กี่ทีก็ได้เต็มตะกร้าแล้ว ตอนนั้นข้ามองลงมาเห็นท้ายหมู่บ้านเราด้วยนะ สวยจนข้าเกือบลืมทางกลับบ้านเลยล่ะ"

อาเหยียนมองใบหน้าที่เต็มไปความสดใสดูมีชีวิตชีวาของสตรีตรงหน้า แววตามั่นใจและสนุกสนานของนางทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาไหววูบ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหนึ่งก็แล่นเข้ามาจุกที่อก

เขาทั้งทึ่งในตัวนางและสมเพชตัวเอง

เขามองมือของนางที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากกิ่งไม้ แล้วก้มมองมือตัวเองที่ซีดเซียวและสั่นเทาเพียงเพราะแค่ล้างพุทราไม่กี่ลูก

สายตาของเขาที่มองฉินมู่อิงเริ่มเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความขมขื่นลึก ๆ เขาหลบสายตาลงต่ำ จ้องมองถาดพุทราตรงหน้า

"เจ้า... เหนื่อยหรือไม่"

เสียงเขาทุ้มต่ำและแผ่วเบาเหมือนคนหมดแรง

"ที่ต้องมาดูแลคนอ่อนแอเช่นข้า"

ฉินมู่อิงชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองออกว่าแววตาคมคู่นั้นกำลังหม่นแสงลงเพราะความคิดฟุ้งซ่านตามประสาคนป่วย นางไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำซึ้ง ๆ แต่กลับยัดพุทราอีกลูกเข้าปากเขาดื้อ ๆ

"เหนื่อยสิ เหนื่อยมากด้วย"

นางตอบเสียงใส

"เพราะฉะนั้นท่านก็รีบ ๆ กินพุทรานี่เข้าไปเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรงไว ๆ จะได้ลุกขึ้นมาช่วยข้าแบกตะกร้าขึ้นเขาไง ท่านเป็นผู้ชายนะอาเหยียน จะปล่อยให้สตรีตัวเล็ก ๆ อย่างข้าไปฟัดกับกิ่งไม้คนเดียวได้ยังไงกัน"

นางหัวเราะร่วนพลางตบไหล่เขาเบา ๆ ความสดใสของนางเหมือนแสงแดดที่พยายามส่องทะลุเมฆหมอกในใจของผู้เป็นสามี

อาเหยียนเคี้ยวพุทราลูกนั้นพลางมองคนข้างตัว รสชาติของมันในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความหวาน แต่มันมีความหวังที่เขาหลงลืมไปนานแฝงอยู่ด้วย

บรรยากาศยามค่ำในหมู่บ้านเวยเซียงเริ่มขรึมลงด้วยแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมัน เสียงจิ้งหรีดเรไรประสานเสียงแข่งกับสายลมที่พัดผ่านยอดเขา ชั่วครู่อาเหยียนขอตัวเข้าไปพักขณะที่นางเก็บข้าวของด้านนอกก่อน จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้าวเข้ามาที่รั้วบ้านพร้อมเสียงทักทายที่คุ้นเคย

"มู่อิง นอนหรือยัง ข้าเอาแกงมาฝาก"

ป้าเจี่ยเดินจูงมืออาเป่า หลานชายตัวน้อยที่ตาปรือปรอยเดินเซไปมาเข้ามาในลานบ้าน นางเป็นคนที่สนิทกับฉินเหวินมานาน และยังเป็นคนเดียวที่คอยหยิบยื่นน้ำใจให้ครอบครัวนี้เสมอมาตั้งแต่ฉินมู่อิงคนเดิมยังอาละวาดเป็นจนกระทั่งเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

"ขอบคุณท่านป้ามากจ๊ะ เกรงใจแล้วคราวก่อนก็เอาไข่มาให้ ข้ายังไม่มีอะไรตอบแทนเลย"

ฉินมู่อิงออกมารับชามแกง กลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นบ้านโชยมาแตะจมูก

"พ่อเจ้าตายไป ก็เหลือแต่เจ้านี่แหละที่ต้องคอยดูแลคนป่วย"

ป้าเจี่ยพูดพลางชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูไว้

"อาเหยียนหลับไปแล้วรึ"

"จ๊ะ เพิ่งกินพุทราป่าไป ท่าทางจะเพลียเลยเข้าไปเอนหลังน่ะจ๊ะ"

เมื่อเห็นว่าเขาเข้าไปพักผ่อนแล้ว ป้าเจี่ยก็ขยับเข้ามาใกล้พลางลดเสียงลงแต่ความดังยังชัดเจนพอที่จะลอดผ่านฝาขัดแตะเข้าไปถึงข้างใน

"นี่ ถามจริง ๆ เถอะ ตั้งแต่แต่งงานกันมา พวกเจ้า...เข้าหอกันหรือยัง"

ฉินมู่อิงที่กำลังซดน้ำแกงถึงกับสำลักออกมา ใบหน้าเนียนใสเริ่มแดงเถือกไปถึงใบหู

"ท่านป้า! ถามอะไรอย่างนั้น เขายังป่วยอยู่นะจ๊ะ"

ข้างในห้องนอน อาเหยียนที่นอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียงถึงกับเบิกตาโพลงในความมืด ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวแรงจนน่ารำคาญ เขาอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหมู่บ้านเวยเซียงหนีไปเสียเดี๋ยวนี้

"ป่วยก็ส่วนป่วย เรื่องเข้าหอก็ส่วนเข้าหอ"

ป้าเจี่ยว่าพลางหัวเราะร่วน

"ผู้ชายนะแม่หนู ถึงร่างกายจะอ่อนแอเพียงใด แต่เรื่องหน้าที่สามีภรรยามันช่วยให้จิตใจเขากระชุ่มกระชวยนะ เจ้าต้องหัดออดอ้อนบ้าง ยิ่งอากาศเย็น ๆ ยามค่ำคืนเช่นนี้ เหมาะนักเชียว"

ฉินมู่อิงพยายามบ่ายเบี่ยง นางพูดตะกุกตะกักจนลิ้นพันกัน

"คือ... คือว่า... เขายังลุกไม่ค่อยไหวเลยจ๊ะ อีกอย่างห้องหออะไรกัน เตียงก็แคบแค่นั้น"

"แคบสิดี จะได้เบียดกันให้อุ่น"

ป้าเจี่ยตบเข่าฉาดใหญ่พลางหัวเราะเสียงดังลั่นบ้าน

เสียงหัวเราะทรงพลังของป้าเจี่ยทำให้อาเป่าที่นั่งสัปหงกเกือบจะร่วงหล่นจากม้านั่งถึงกับสะดุ้งสุดตัว เด็กน้อยลืมตาโพลงพลางหันซ้ายหันขวาด้วยความตกใจจนตัวโยน ทำเอาบรรยากาศความเขินอายเมื่อครู่กลายเป็นความตลกขบขัน

"โอ๊ย ข้าก็หัวเราะดังไปหน่อย หลานข้าตื่นเลย"

ป้าเจี่ยโอ๋หลานพลางขยิบตาให้ฉินมู่อิง

"จำคำข้าไว้นะ อย่าปล่อยให้สามีเหี่ยวเฉา รีบ ๆ มีเจ้าตัวเล็กมาให้ป้าอุ้มไว ๆ ล่ะ"

เมื่อป้าเจี่ยจูงหลานเดินลับหายไปในความมืด ทิ้งให้ฉินมู่อิงยืนถือชามแกงค้างอยู่ในท่าเดิม นางถอนหายใจยาวเหยียดพลางเดินกลับเข้าห้องนอนด้วยความกระอักกระอ่วน

พอนางก้าวเท้าเข้าห้องมา สายตาก็ไปปะทะกับอาเหยียนที่แสร้งทำเป็นหลับตาพริ้ม แต่หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงแรงผิดปกติกับใบหูที่แดงจัดของเขามันฟ้องชัดเจนว่าเขาได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พันธะรักเร้นกาย   คืนสู่ฐานันดร

    เสียงดาบกระทบกันเริ่มเบาบางลงเหลือเพียงเสียงคร่ำครวญของผู้แพ้ ทหารองครักษ์ผู้ภักดีต่อฮ่องเต้ทรราชถูกสยบจนหมดสิ้น จ้าวจิ้งเซียนในชุดเกราะที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดยืนเด่นอยู่หน้าบัลลังก์ทอง ดาบในมือชี้ตรงไปที่คอของอดีตฮ่องเต้ที่ยามนี้มงกุฎหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกอดีตฮ่องเต้ตัวสั่นด้วยความขลาดเขลา "จิ้งเซียน ข้าเป็นอาของเจ้านะ เจ้าจะฆ่าสหายแท้ ๆ ของพ่อเจ้าเพื่อบัลลังก์เย็นชานี่รึ"จ้าวจิ้งเซียนสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง"ท่านไม่ใช่ญาติของข้า ท่านคือฆาตกรที่พรากทุกอย่างไปจากข้า บัลลังก์นี้ข้าไม่ได้อยากได้ แต่มันต้องถูกทำลายทิ้งพร้อมกับความชั่วช้าของท่าน ทหาร! ลากตัวมันไปขังคุกใต้ดินที่มืดที่สุด รอวันประหารเจ็ดชั่วโคตร!"เสียงโซ่ตรวนที่ลากไปกับพื้นหินขัดดังก้องไปทั่วโถง เป็นสัญญาณว่ารัชสมัยแห่งความหวาดกลัวได้สิ้นสุดลงแล้วในขณะที่ข้างนอกรบกันจนแผ่นดินสะเทือน ฮองเฮาทรงกักตัวอยู่ในห้องรับรองพร้อมฉินมู่อิงและข้าราชบริพารบางส่วนฉินมู่อิงนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในความมืด นางไม่ได้กลัวความตาย แต่นางเป็นห่วง อาเหยียนจนหัวใจจะขาด นางภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงให้เขารอดกลับมาหานางก็พอ

  • พันธะรักเร้นกาย   แผนปลิดชีพ

    งานเลี้ยงส่วนพระองค์แสงโคมส่องสว่างไปทั่วโถงใหญ่ กลิ่นสุราเลิศรสและเสียงดนตรีดังก้อง ฮ่องเต้แคว้นหยวนประทับบนบัลลังก์ทองด้วยรอยสรวลที่ดูเมตตา แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกในงานเลี้ยงนี้มีแขกจากแคว้นโฮ่วเว่ยที่ได้รับคำเชิญเป็นกรณีพิเศษ แม้สายลับของพวกเขาจะยังสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ได้ชัดเจน แต่การมาร่วมงานครั้งนี้ก็เพื่อจับตาดูดุลอำนาจที่กำลังจะเปลี่ยนไปฮ่องเต้ยกจอกสุราขึ้นกล่าวเปิดงาน "วันนี้เป็นวันมงคลยิ่งนักที่เหล่ามิตรประเทศมารวมตัวกัน และยังเป็นวันที่ข้าจะได้ประกาศข่าวดีเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างราชวงศ์กับจวนกั๋วกง จิ้งเซียน เจ้าจงมาดื่มสุรามงคลนี้ร่วมกับองค์หญิงสามเสีย"ในขณะที่หน้าฉากดูชื่นมื่น แต่ในใจของฮ่องเต้กลับวางหมากไว้หมดแล้ว พระองค์ตรัสกับขันทีคนสนิทเบา ๆ ในมุมมืด "ให้จิ้งเซียนแต่งงานไปก่อนเถิด ข้าไม่อยากให้มือตัวเองเปื้อนเลือดหลานในงานมงคล ให้องค์หญิงสามเป็นคนลงมือในคืนเข้าหอ ยาพิษที่ข้ามอบให้นางจะทำให้เขาสิ้นใจเหมือนเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ใคร ๆ ก็จะคิดว่าซื่อจื่อผู้น่าสงสารสิ้นใจเพราะร่างกายอ่อนแอจากการรบ ส่วนข้าก็จะได้ครองอำนาจจวนกั๋วกงทั้งหมดโ

  • พันธะรักเร้นกาย   รับสมรสพระราชทาน

    จ้าวจิ้งเซียนยืนตัวตรงนิ่งสง่า เขาพยักหน้ารับราชโองการสมรสพระราชทานด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก ท่ามกลางความดีใจของท่านกั๋วกงและฮูหยินที่คิดว่าลูกชายยอมสยบต่ออำนาจแล้ว"กระหม่อมจ้าวจิ้งเซียน น้อมรับพระมหากรุณาธิคุณพะย่ะค่ะ"ในขณะที่เขากล่าวคำนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นฉินมู่อิงที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มสาวใช้ท้ายแถว นางก้มหน้าลงต่ำ แต่เขาก็ยังเห็นหยดน้ำตาที่หยดลงบนพื้นดิน หัวใจของพยัคฆ์หนุ่มเหมือนถูกกรีด แต่เขาต้องต้องกลั้นใจ เขาต้องทำให้นางไร้ตัวตนที่สุดในสายตาฮ่องเต้ เพื่อให้นางปลอดภัยจากพายุที่กำลังจะมาจ้าวจิ้งเซียนลอบเข้ามาหาฉินมู่อิงที่ห้องพักสาวใช้เหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้เขากลับคุกเข่าลงต่อหน้านางและกุมมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของนางขึ้นมาแนบแก้ม"มู่อิงยกโทษให้ข้าด้วย วันนี้ที่ข้าต้องเมินเฉยต่อเจ้า และยอมรับสมรสกับสตรีผู้นั้น ทั้งหมดคือละครฉากหนึ่ง ข้าต้องเข้าใกล้ฮ่องเต้ให้มากที่สุดในวันพิธี เพื่อจะปลิดชีพฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ข้า"ฉินมู่อิงสะอื้นไห้แต่ลูบผมเขาอย่างเบามือ "อาเหยียน ข้าเข้าใจ แม้ข้าจะเจ็บที่ต้องเห็นท่านยืนเคียงคู่ผู้อื่น แต่ข้ารู้ว่าหัวใจของท่านอยู่กับข้า ข้าจะรอวั

  • พันธะรักเร้นกาย   แผนการสำคัญ

    จ้าวจิ้งเซียนเดินออกมาจากการหารือกับท่านกั๋วกงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ฝีเท้าของเขากลับชะงักเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังคุกเข่าขัดพื้นหินอ่อนอย่างโดดเดี่ยว ฉินมู่อิงตัวสั่นเทา ผิวแก้มซูบซีด และที่สะดุดตาที่สุดคือรอยแดงพองจากการถูกน้ำร้อนลวกที่แขน ซึ่งนางพยายามใช้แขนเสื้อปกปิดไว้"มู่อิง!" จ้าวจิ้งเซียนถลาเข้าไปประคองร่างนางขึ้นมาทันที เมื่อสัมผัสถูกตัวนางถึงกับสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดจ้าวจิ้งเซียนเสียงสั่นด้วยความโกรธ "นี่มันอะไรกัน! ใครทำเจ้าบาดเจ็บขนาดนี้"ฉินมู่อิงส่ายหน้าทั้งน้ำตาพยายามจะดึงแขนกลับ "ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ซุ่มซ่ามเอง"แต่ซื่อจื่อผู้เฉลียวฉลาดมีหรือจะเชื่อ เขาเหลือบไปเห็นเสี่ยวชิวที่ยืนถือแส้อยู่ไม่ไกล แววตาของจ้าวจิ้งเซียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาอุ้มฉินมู่อิงขึ้นแนบอกแล้วเดินดิ่งเข้าไปในห้องของฮูหยินกั๋วกงทันทีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากบ่าวไพร่ปัง! เสียงประตูถูกถีบเปิดออก ฮูหยินกั๋วกงที่กำลังจิบชาถึงกับสะดุ้งโหยงจ้าวจิ้งเซียนตวาดลั่นจนแจกันสั่นสะเทือน "ท่านแม่! ท่านทำอะไรลงไป! ข้าบอกแล้วว่านางคือภรรยาของข้า แต่ท่านกลับปฏิบัติกับนางเยี่ยงสัตว์เด

  • พันธะรักเร้นกาย   จวนกั๋วกงที่หนาวเหน็บ

    ทันทีที่รถม้าหยุดสนิท ท่านกั๋วกง ยืนหน้าดำคร่ำเครียดรออยู่พร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม แววตาของเขาฉายชัดถึงความกริ้วโกรธที่บุตรชายขัดคำสั่งไปนานวัน และเมื่อเห็นจ้าวจิ้งเซียนประคองฉินมู่อิงลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอม โทสะของเขาก็พุ่งถึงขีดสุด "จิ้งเซียน! เจ้ายังมีหน้าพาแม่นางผู้นี้กลับมาอีกรึ รู้หรือไม่ว่าเจ้าทำให้ตระกูลจ้าวต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงใดเพราะความดื้อรั้นของเจ้า!"จ้าวจิ้งเซียนประสานมือคารวะ แต่ท่าทางยังคงนิ่งสงบ"ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้วตามความประสงค์ของท่าน และที่ข้าพานางมาด้วย เพราะนางคือภรรยาของข้า ข้าไม่มีวันทิ้งนางไว้ข้างหลัง"ฮูหยินกั๋วกง ที่นั่งรออยู่ด้านในถึงกับลุกพรวดเมื่อได้ยินคำว่าภรรยา นางจ้องมองฉินมู่อิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาหยามเหยียด"ภรรยางั้นหรือ จิ้งเซียน เจ้าสับสนอะไรอยู่หรือไม่ สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้จะเป็นสะใภ้จวนกั๋วกงได้อย่างไร ตำแหน่งภรรยาเอกของเจ้ามีไว้ให้องค์หญิงสามเท่านั้น""ข้าไม่สนตำแหน่งที่ใครยัดเยียดให้ ข้าสนเพียงสตรีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้าในยามที่ข้าเจ็บหนักเจียนตายเท่านั้น"ฮูหยินกั๋วกงแค่นหัวเราะ "ดี! ในเมื่อเจ้าจะพานางเข้าจวนให้ได้

  • พันธะรักเร้นกาย   พานางกลับจวน

    ท่านกั๋วกงนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ต่อหน้าพระราชโองการที่แฝงไปด้วยคำขู่ ฮ่องเต้ทรงใช้ไม้ตายสุดท้ายด้วยการบังคับ สมรสพระราชทานกับองค์หญิงสาม โดยไม่สนข่าวลือเรื่องอาการวิปริตหรือไร้สมรรถภาพของจ้าวจิ้งเซียนแม้แต่น้อย"หากจิ้งเซียนไม่กลับมารับตำแหน่งและสมรสตามกำหนดจวนกั๋วกงทั้งหมดต้องรับโทษฐานขัดพระราชโองการ"ด้วยความกลัวอาญาและห่วงในอำนาจของตระกูล ท่านกั๋วกงจึงรีบเขียนจดหมายลับสั่งให้บุตรชายกลับเมืองหลวงทันที โดยหารู้ไม่ว่าจดหมายฉบับนี้คือชนวนเหตุแห่งความร้าวรานในขณะที่จ้าวจิ้งเซียนและจ้าวจิ่วเหอกำลังเคร่งเครียดกับการหารือแผนรับมือการลอบสังหารที่อาจจะส่งมาอีกระลอก รวมถึงแผนการอารักขาท่านอาที่จ้องจะกำจัดทิ้ง จ้าวจิ้งเซียนตัดสินใจไม่บอกใครเรื่องที่เขารู้แผนสังหารตนเองในงานโคมไฟ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปถึงหูคนในจวนกั๋วกงฉินมู่อิงที่กำลังจะยกน้ำแกงเข้ามาให้ บังเอิญเห็นจดหมายจากจวนกั๋วกงที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้ากระโจม นางหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัย แต่แล้วมือของนางก็เริ่มสั่นเทาเนื้อความในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า"จิ้งเซียน เจ้าจงรีบกลับมารับสมรสพระราชทานกับองค์หญิงสามตามกำหนดการเดิม อย่าปล่อยให

  • พันธะรักเร้นกาย   บัณฑิตพบสาวงาม

    บรรยากาศในห้องนอนแคบ ๆ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนที่มองไม่เห็น ฉินมู่อิงถอนหายใจทิ้งเบา ๆ พลางเหลือบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้าไปใกล้โต๊ะหัวเตียงเพื่อจัดการกับตะเกียงน้ำมันที่ส่องแสงสว่างจ้าเกินจำเป็นอาเหยียนยังคงนอนนิ่งประหนึ่งก้อนหิน เปลือกตาปิดสนิทแต่แพขน

  • พันธะรักเร้นกาย   หญิงงามในคราบแม่ค้า

    ฉินมู่อิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงไฟจากตะเกียงในห้องครัวสว่างราง ๆ ก่อนใครในละแวกนี้ นางอุ่นซุปเมื่อคืนที่ยังเหลือครึ่งหม้อและเคี่ยวยาให้อาเหยียนไปด้วย "เขาถูกพิษร้ายแรงหรือไรถึงต้องใช้หมอเทวดา" นางไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้แต่นางมีวิธีบริหารจัดการเพื่อเสาะหาหมอดี ๆ มารักษาเขาได้ "หมอเก่ง ๆ ใน

  • พันธะรักเร้นกาย   คำถามที่ไม่มีคำตอบ

    ฉินมู่อิงเดินจากมาด้วยความสะใจ นางเดินกลับบ้านพลางคิดไปตามทาง ไม่ว่าโลกยุคไหนก็ยังมีคนที่เหยียดหยามผู้ที่ดูด้อยกว่า นางมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งติดตัวมา การโดนดูแคลนเช่นวันนี้นางจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมา ความทรงจำร่างเก่าผุดขึ้นมาในทันใด เมื่อก่อนฉินมู่อิงไม่เคยพบปะผู้คนมากมายขนาดนี้ หากสายตาเหล่า

  • พันธะรักเร้นกาย   เข้าเมือง

    อาเหยียนได้ยินเสียงโต้เถียงกันครู่หนึ่งก็สงบลง เรื่องปากร้ายใครจะสู้ภรรยาของเขา เพียงแต่นางไม่ได้ด่าเขาแต่ด่าคนอื่นแทน ที่นางบอกว่านางสวยกว่าเสี่ยวหลันนั่นก็ไม่ผิดแม้แต่น้อยนางสวยมากเกินหญิงชาวบ้านธรรมดา หากไม่นับกิริยาและมันสมองที่มีไม่มากนัก เขาก็คิดว่านางคงเป็นคุณหนูจวนขุนนางชั้นสูงสักจวน แต่เพ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status