Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 5 เริ่มต้นด้วยความเกลียด

Share

บทที่ 5 เริ่มต้นด้วยความเกลียด

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-18 20:44:51

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ภัทรวดีต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพราะมีข้อความส่งตรงถึงคุณแม่บ้านให้แต่งตัวหญิงสาวให้เหมาะสม

ภัทรวดีจำใจสวมชุดเดรสยาวสีครีม สวมทับด้วยเสื้อไหมพรมสีขาว ที่คุณแม่บ้านจัดเตรียมให้ เธอมองดูการแต่งตัวที่ค่อนข้างเรียบร้อยและสุภาพ เป็นผู้ลากมากดี

ภายในจิตใจของภัทรวดีกำลังพังทลาย ยิ่งเมื่อเธอเดินลงมาที่โถงด้านล่าง เห็นพีรวิชญ์ยืนรอเธออยู่แล้ว เขาดูดีมากๆ ยังกะจะไปงานประชุมใหญ่ ไม่ใช่ไปโรงพยาบาล

เพราะเขาสวมชุดสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แต่ดูไปก็ไร้อารมณ์พิศวาส เพราะใบหน้าของเขาก็ยังฉาบไปด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินน้ำหน้าภัทรวดีไปขึ้นรถ

“ไปกันเถอะ” เขาหันไปพูดกับคนขับรถ

โดยที่ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำถามกับภัทรวดีแม้แต่คำเดียว ในใจของหญิงสาวเดือดปุดๆ เหมือนกัน

เขาทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ จะถามสักคำว่า... เธอสบายดีไหม อยู่กินที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ก็ไม่มี ภัทรวดีได้แต่เดินตามเขาออกไปที่รถอย่างเงียบๆ

ระหว่างทางไปโรงพยาบาล รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวผ่านถนนในเมืองที่จอแจและคลาคล่ำไปด้วยรถรา ท้องฟ้าแจ่มใสกว่าทุกวัน

ตอนที่ภัทรวดีมองออกไปข้างนอก ท้องฟ้าใสมากไร้ก้อนเมฆ แต่บรรยากาศภายในรถกลับตึงเครียดขึง หากจะเป็นเชือกได้ เชือกเส้นนี้ก็ขึงเคร่ง จนใช้มีดตัดได้ พีรวิชญ์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างเธอ เขาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวเธอเป็นแค่อากาศ

“คุณพีรวิชญ์คะ คุณไม่คิดจะพูดอะไรกับฉันบ้างเหรอคะ” ภัทรวดีเริ่มพูด แต่เสียงของเธอแหบแห้งเกินไป เธอต้องกระแอมต่อท้าย นั่นแหละทำให้พีรวิชญ์หันมามองเธอด้วยสายตาเรียบ

“ผมจำเป็นต้องพูดอะไรกับคุณหรือ”

“ฉันก็เป็นคนที่มาอาศัยบ้านของคุณอยู่นะคะ และวันนี้เรากำลังจะทำอะไรบางอย่าง ที่มันสำคัญมากๆ”

“มันสำคัญสำหรับผมและมนสิชา สำหรับคุณ...มันเป็นแค่งาน และคุณต้องมาทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ผมสั่งเท่านั้น” เขาตอบ

แต่คำตอบที่ได้ ทำให้ภัทรวดีกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้า แต่เธอจะไม่มีวันยอมให้มันไหลออกมา

“คุณเป็นคนที่ไร้หัวใจที่สุด เท่าที่ฉันเคยเจอมาค่ะ” ทำไมก็ไม่รู้ หญิงสาวรู้สึกอยากจะประชดประชันเขาขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้สักนิด

“ขอบคุณครับสำหรับคำชมนะ” พีรวิชญ์ยิ้มหยันตอบแทน

แวบหนึ่งเธอเห็นแววตาแบบสะใจ ในดวงตาคู่นั้นของเขา หัวใจของภัทรวดีเจ็บแทบกระอักเลือด

รถยนต์จอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่เธอมาเมื่อวานนี้ พีรวิชญ์พาเธอเดินผ่านทางเข้าพิเศษไปยังคลินิกเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์โดยไม่ต้องรอคิว แพทย์หญิงคนเดิมที่เคยตรวจร่างกายของเธอ ท่านมายืนรออยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีค่ะคุณพีรวิชญ์ คุณภัทรวดี” แพทย์หญิงทักทาย ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“วันนี้เราจะทำการเก็บไข่ของคุณภัทรวดีก่อนนะคะ จากนั้นก็จะนำมาผสมกับสเปิร์มของคุณพีรวิชญ์ แล้วรอให้ตัวอ่อนพัฒนา ก่อนจะย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไป”

ภัทรวดีฟังแล้ว รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะอาเจียนออกมาเลย หญิงสาวรู้สึกคลื่นไส้มากๆ เหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง จนหน้ามืด

มีจังหวะหนึ่งที่เธอเซ พีรวิชญ์ก็รับ และช่วยเธอประคองเอาไว้ ภัทรวดีจึงได้หยิบเอายาดมออกมาดมอย่างเลี่ยงไม่ได้

ต่อมาเขาก็ประคองเธอมาจนถึงห้องตรวจ ที่แพทย์หญิงและทีมงานได้เตรียมเอาไว้

“ขั้นตอนนี้ จะต้องใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ คุณอาจจะรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยค่ะคุณภัทรวดี” แพทย์หญิงอธิบายต่อ หันไปจัดการกับตัวยา และอุปกรณ์ของตัวเอง

พีรวิชญ์ก็ยังคงเดินตามเข้าไป พอพาเธอนั่ง เขาก็ขยับไปยืนห่างๆ หลังพิงกำแพง สองมือล้วงกระเป๋า และสายตาจับจ้องมาที่เธอ ราวกับเฝ้าดูการทดลองทางวิทยาศาสตร์

“คุณไม่ต้องไปไหนเหรอคะ” ภัทรวดีอดที่จะหันมาถามไม่ได้ เธอกับเขาไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่

“อ๋อ...  ผมต้องรอเพื่อเก็บสเปิร์มน่ะ” เขาตอบตรงๆ

“ใช่ค่ะ รอสักครู่นะคะ คุณพีรวิชญ์ เพราะว่ามันเป็นขั้นตอนน่ะค่ะ”

แพทย์หญิงเสริมอีกคน ภัทรวดีรู้สึกหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้

“ไหนคุณว่า จะเก็บเอาไข่ของคุณมน มิใช่หรือคะ”

“มนไม่แข็งแรง เก็บไข่ไม่ได้เลย ทำไปสองรอบแล้ว และฉันไม่อยากให้มนต้องมาเจ็บตัวอีกน่ะ”

พอได้ยินแบบนั้น ภัทรวดีก็ชักสีหน้า

‘ไข่ของฉัน แต่น้ำเชื้อของเขา’

แต่ก็ตัดใจได้ ดีกว่าต้องท้องลูกของคนอื่น เธอจึงหันไปบอกแพทย์หญิงทันที

“ฉัน...ฉันพร้อมแล้วค่ะ”

กระบวนการเก็บไข่ดำเนินไปประมาณสี่สิบนาที ภัทรวดีนอนอยู่บนเตียงตรวจในชุดคลุมคนไข้ สายตาจ้องไปที่เพดาน ในหัวก็คิดว่า ฉันพาตัวเองมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปนับตั้งแต่บัดนี้

พอเจอยาที่หมอว่าเข้าไป ภัทรวดีก็มึนๆ หญิงสาวยังคิดวนเวียนอีกอว่า ‘มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่’

เธอรู้สึกถึงเข็ม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในร่างกายของเธอ ความเจ็บปวดทางกายไม่เท่ากับความเจ็บปวดในใจ ที่กำลังถูกบดขยี้

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เธอนอนพักไปอีกยี่สิบนาทีเห็นจะได้ เพื่อให้ยาที่ได้รับไปคลายลง จนกระทั่งมีนางพยาบาลช่วยให้เธอลุกขึ้นนั่ง 

“พักผ่อนสักครู่ก่อนนะคะ แล้วเราจะพาคุณไปทำขั้นตอนต่อไป ส่วนเรื่องอื่นๆ จะต้องติดตามผลในอีกสามวันข้างหน้าค่ะ”

ภัทรวดีพยักหน้า ก่อนจะหันไปเห็นพีรวิชญ์ยืนอยู่ที่ประตูห้อง เขามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก

แต่ในนั้นมีความเย็นชาแฝงอยู่ เธอหวังสักนิดจะให้เขาอ่อนโยน และแสดงความเห็นอกเห็นใจออกมาบ้าง แต่อย่างไรก็ไม่รู้... ภัทรวดีเห็นแต่เพียงความสะใจในแววตาของเขา

“เป็นไงบ้าง” เขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่ตายค่ะ ขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวังนะคะ” ภัทรวดีตอบอย่างเหน็บแนม

พีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นมือไปช่วยเธอ เพราะหญิงสาวไม่เห็นสีหน้าของตัวเอง มันซีดอย่างกับไก่ต้ม

ภัทรวดียังจองหอง เธอปัดมือเขาทิ้งอย่างแรง

“ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด สีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน จนคนตัวโตขมวดคิ้ว เพราะไม่เข้าใจ

ภัทรวดียังพูดต่อ “คุณไม่ต้องทำเป็นดีกับฉันเลย เรารู้กันดีว่า ความสัมพันธ์ของเรา มันคืออะไร”

“ผมไม่ได้จะไยดีอะไรคุณหรอกนะ แต่หน้าคุณน่ะ อย่างกับกระดาษสีขาว ผมก็แค่กลัวว่าคุณจะเป็นลมเป็นแล้งไปตรงนี้ต่างหาก มันจะเสียเวลาของผม” เขาตอบเย็นชา

“คุณ...” ภัทรวดีกำหมัดแน่น

พีรวิชญ์ก็ไม่สนใจเธอแล้ว ชายหนุ่มหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความโกรธและความน้อยใจที่ปะปนกันไป

ภารกิจวันนั้นเสร็จสิ้นด้วยดี เขาไปทำงานต่อ โดยให้คนขับรถอีกคนมารับ เธอจึงได้กลับบ้านไปคนเดียว เมื่อมาถึงที่บ้าน คุณแม่บ้านมารอรับอยู่แล้วและพาเธอขึ้นไปบนห้อง

โดยที่ภัทรวดีไม่เห็นสายตาของใครอีกคนที่ มองตามแบบไม่พอใจ

สามวันต่อมา

ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอน ภัทรวดีต้องเข้ารับการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นทุกอย่าง เพื่อให้รองรับการเป็นเครื่องผลิตลูก

สุดท้ายก็ถึงวันย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก เธอนอนอยู่บนเตียงในห้องผ่าตัดเล็กๆ มองจออัลตราซาวนด์ที่แสดงให้เห็นตัวอ่อนขนาดเล็ก ที่กำลังถูกสอดเข้าไปในร่างกายผ่านท่อบางๆ

“ตัวอ่อนอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากค่ะ ตอนนี้เราต้องรออีกประมาณสิบวันเพื่อตรวจยืนยันการตั้งครรภ์” แพทย์หญิงพูดด้วยน้ำเสียงยินดี

ภัทรวดีหลับตาลง รู้สึกถึงบางอย่างที่แตกต่างในร่างกายของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเหมือนมีชีวิตเล็กๆ กำลังเริ่มต้นอยู่ภายในตัวเธอ แต่มันไม่ใช่ลูกของเธอ

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ แพทย์หญิงแนะนำให้ภัทรวดีพักผ่อนเต็มที่ ห้ามยกของหนัก ห้ามเครียด และที่สำคัญ...ห้ามมีเพศสัมพันธ์

พีรวิชญ์ขับรถพาเธอกลับคฤหาสน์ด้วยตัวเองในวันนี้

บรรยากาศในรถเงียบเช่นเคย คราวนี้มันเงียบแตกต่างออกไป ภัทรวดีสังเกตเห็นว่า พีรวิชญ์เหลือบมองเธอหลายครั้งด้วยแววตาที่ซับซ้อน

“คุณมองฉันทำไมคะ มองบ่อยเหลือเกิน” เธอถาม

“ผมแค่... คิดว่า คุณเป็นไงบ้าง” เขาหยุดคิดสักครู่ หันกลับมองไปยังถนน

ภัทรวดีเบิกตาโตเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ เขาถามถึงความรู้สึกของเธออย่างนี้

“ฉันก็ยังอยู่ดีค่ะ ไม่แน่นหน้าอก ยังหายใจออก แสดงว่ายังไม่ใกล้จะตาย และฉันรู้สึกดีมากๆ ค่ะ ที่ได้ทำแบบนี้” หญิงสาวประชดประชันออกมา

ทำไมเวลาที่เห็นใบหน้าของเขาที่แสดงออกอย่างไม่ยี่หระ ทำให้ภัทรวดีอยากจะกรี๊ดๆ ออกมาเสียอย่างนั้น หรือไม่ก็เอากำปั้นทุบลงไปที่ใบหน้าของเขา รอยยิ้มแบบนี้ แววตาแบบนี้ เธอเกลียดนัก

“ผมหมายถึงร่างกายคุณ คุณเจ็บไหม” พีรวิชญ์ถอนหายใจ

“คุณสนใจเหรอคะ หรือคุณแค่กลัวว่า ทารกในท้องฉันจะเป็นอะไรไป” ภัทรวดีถามกลับ

พีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาจับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ผมแค่ถาม เพราะมันเป็นหน้าที่ของผม”

“หน้าที่ อ๋อ...ใช่ค่ะ คุณทำทุกอย่างเพราะหน้าที่ แต่อย่าหวังว่าฉันจะขอบคุณคุณนะคะ” ภัทรวดีหัวเราะอย่างขมขื่น

เขาเพิ่งรู้ว่า ภัทรวดีเป็นผู้หญิงที่เข้าถึงยาก เขาอ่านใจเธอออกหมด เพราะเธอช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่ซับซ้อนอะไรเลย ซึ่งเอาจริงๆ แตกต่างกับมนสิชา ที่เขาแทบจะเดาใจเธอไม่ถูกเลยสักครั้ง ทั้งสองจึงได้เลิกคุยกัน เพราะพีรวิชญ์ไม่ชอบฟังคำประชดเหล่านั้น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 36 บริบูรณ์รัก

    เจ้าตัวเล็กราวกับจะรับรู้ภาษา น้องพัพพีที่กำลังส่งเสียงจ๊อบแจ๊บ ทำปาก แล้วอยู่ๆ ก็ค่อยๆ คลี่ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูออก... เผยรอยยิ้มหวานจ๋อยแรกให้กับพ่อกับแม่ได้ยลโฉม“งงเลย ดูสิภัทร เขายิ้ม น้องพัพพียิ้มรับคำพ่อด้วย” พีรวิชญ์ตื่นเต้นจนตัวโยน ชี้ให้ภัทรวดีดูรอยยิ้มแรกแย้มของลูกชายภัทรวดีมองรอยยิ้มของลูกชายตัวน้อย แล้วหัวใจพองโตฟูฟ่อง ความอบอุ่นสายใหญ่เอ่อล้นจนทะลักออกจากอก หญิงสาวน้ำตารื้นออกมาอีกครั้ง รอยยิ้มละมุนผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน“รู้ความแต่เกิดเลยนะเรา...” ภัทรวดีเอ่ยเอ็นดูลูกชาย พยาบาลค่อยๆ อุ้มน้องพัพพีขึ้นเพื่อนำไปชั่งน้ำหนัก ทำความสะอาดอย่างละเอียด และแจ้งกับทั้งสองคนว่า จะพาเข้าตู้อบ เพื่อให้ความอบอุ่นต่อในห้องเด็กอ่อน พีรวิชญ์กุมมือภัทรวดี ส่งสายตามองตามลูกชายไปจนสุดสายตา“ไว้ถ้าภัทรออกไป หมอก็คงจะให้กินนม”“ค่ะ” เขาสบตาภัทรวดีนัยน์ตาหวานซึ้งทีมแพทย์เริ่มทำการเย็บปิดแผลผ่าตัดหน้าท้องอย่างประณีตพีรวิชญ์โน้มกายลงมาใกล้ โอบประคองศีรษะของภัทรวดีไว้ ประทับจูบให้กำลังใจที่แก้มเนียนทั้งสองข้างซ้ำๆ ด้วยความรักใคร่“ตอนไหนจะหายเจ็บครับ” เขาถามหมอ“น่าจะอีกสองวันครับ แต่ไม่เจ็บมากเ

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 35 มาแล้วเด็กชายพัพพี

    ในห้องเตรียมรอผ่าตัดของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เสียงจังหวะของเครื่องเฝ้าระวังชีพจรกลิ่นสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาล ไม่ได้ทำให้ภัทรวดีรู้สึกผวาเหมือนอย่างเคย เพราะมือข้างขวาของเธอถูกกุมเอาไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่อบอุ่น ที่ไม่เคยยอมปล่อยเลยแม้แต่วินาทีเดียวภัทรวดีนอนอยู่บนเตียงคนไข้ สวมชุดคลุมผ่าตัดสีฟ้าสะอาดตา หมวกคลุมผมสีเดียวกันเก็บเรือนผมสลวยไว้จนมิดชิด ใบหน้าหวานแม้จะมีความตื่นตระหนกแฝงอยู่บ้างแต่นัยน์ตากลับสะท้อนภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นสามี ซึ่งบัดนี้สวมชุดคลุมชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้ม พร้อมหมวกคลุมผมเรียบร้อยพีรวิชญ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง ประสานมือเรียวของเธอไว้ที่ข้างแก้มของเขา กดยกขึ้นจูบซ้ำๆ ลงบนหลังมือเบาๆ ด้วยความรักใคร่ถนอมผดุง“ตื่นเต้นเหรอครับภัทร” เสียงทุ้มนุ่มถามชิดผิวเนื้อ สบตาเธอด้วยแววตาอ่อนโยนลึกซึ้ง“นิดหน่อยค่ะคุณพี... ใจมันเต้นแรง จนกลัวว่าเครื่องวัดมันจะร้องดังเกินไปเลยค่ะ” ภัทรวดีส่งรอยยิ้มเจือความประหม่าตอบกลับ“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี ผมอยู่นี่แล้ว... ยืนยันคำเดิมว่า ผมจะเข้าห้องผ่าตัดไปอยู่ข้างๆ ภัทรกับลูกด้วย ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางปล่อยให้ภ

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 34 รักและเข้าใจ

    พีรวิชญ์มองใบหน้าของเธอด้วยสายตาพราวระยับ มุมปากหยักระบายรอยยิ้มอุ่นทว่าร่างสูงทำท่าถอนหายใจยาวๆ ทำหน้ามุ่ย คิ้วขมวด เหมือนเด็กถูกขัดใจ“เป็นอะไรไปอีกคะ”“ภัทรจ๋า ถ้าหมอมา ภัทรบอกหมอนะ ขอเปลี่ยนเป็นยาฉีดเข้าตรงนี่ แทนยากิน เพราะว่า ตอนนี้มันขมคอไปหมดแล้ว”“ภัทรมีลูกอมเอาไหมคะ มีบ๊วย แล้วก็... นึกออกแล้ว เมื่อกี้เพิ่งได้ไอติมมา กินด้วยกันไหมคะ”“เหรอ กินครับ” ทำหน้าตาดีใจ“มีคนมาแอบเมาท์นะคะ เวลาที่คุณพีไม่สบาย ชอบกินไอติม”“ใครอีกล่ะ อ๋อ... รู้แล้ว ป้า... ฮึ! หักเงินเดือนเสียดีไหม”“ไม่ดีค่ะ ไม่ดี ดีแล้วที่มีป้า เพราะว่าภัทรจะได้รู้ว่าคุณพีชอบ หรือไม่ชอบอะไรบ้างน่ะค่ะ”“แต่ผมชอบภัทร และรักภัทรมาก”ฟอด.. ฟอด... ฟอด.. ฟอด...เขาระดมหอมแก้มเธอไปอีกหลายที“โอ้! ช้ำหมดแล้วค่ะ”“ไม่ช้ำ” แล้วยังจับแก้มยุ้ยๆ ของเธอบี้ด้วย ตอนนี้น้ำหนักของเธอขึ้นมาบ้าง ตามน้ำหนักของลูกน้อยในครรภ์ ภัทรวดียังบ่นว่า มันออกทั้งหน้าเลย“พอแล้วค่ะ แก้มของภัทรช้ำหมด”“จ้ะ” แต่ชายหนุ่มส่งสายตาเว้าวอน ออดอ้อนเต็มที่“อยากให้ลูกคลอดออกมาไวๆ”“ถึงเวลาก่อนสิคะ แต่ภัทรว่า เจ้าตัวน้อยดิ้นเก่งๆ ค่ะ สงสัยตัวโตแล้วอึดอัด แต่เอ

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 33 ชำระแค้น

    “ตายซะนังภัทรวดี” เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังแหวกอากาศ มนสิชาชูมีดปลายแหลมในมือขึ้นสูงเงาของเธอสะท้อนกับแสงไฟไซเรน พุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังของภัทรวดีหมายจะแท้งเข้าที่ท้องนูนให้ตายทั้งแม่และลูก“ภัทร ระวัง!” พีรวิชญ์เบิกตากว้าง เมื่อเห็นเงาร่างของมนสิชาพุ่งเข้ามาในระยะกระชั้นชิดชายหนุ่มไม่มีเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว เขาสวมวิญญาณคนเป็นสามีและพ่อ ใช้เรือนร่างสูงใหญ่ของตนเอง ตระกองกอดภัทรวดีไว้มิดชิด แล้วหมุนตัวสลับตำแหน่ง เอาแผ่นหลังกว้างของตนเองรับการโจมตีแทนฉึก! คมมีดพกสั้นทิ่มแทงเข้าที่ไหล่หนาของพีรวิชญ์อย่างแรง!“อึก!” พีรวิชญ์ส่งเสียงร้องในลำคอด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาเปรอะเสื้อเชิ้ตสีขาวทันที“คุณพี!” ภัทรวดีกรีดร้องเสียงหลง หัวใจดับวูบเมื่อเห็นเลือดสดๆ ทะลักออกมาจากคนที่เธอรักมนสิชาช็อกซีดเกร็งอยู่กับที่ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะมารับมีดแทน มือที่ถือด้ามมีดสั่นระริกๆ เมื่อเห็นว่าคนที่เธอลงมีดแทงลงไปไม่ใช่ภัทรวดี... แต่เป็นพีรวิชญ์ ชายผู้เป็นรักแรกในชีวิตของเธอ“พี... พี... ไม่นะ ไม่ใช่! มนไม่ได้ตั้งใจจะแทงพี” มนสิชาปล่อยมือออกจากด้ามมีดอย่างขวัญผวา ก้าวถอยหลังล้มลงกับพื้น“ก

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 32 แผนลวงไปทำร้าย

    ตำแหน่งที่ถูกส่งมาทางข้อความ คือโกดังร้างเก่าท้ายซอย ซึ่งอยู่ห่างจากอาณาบริเวณบ้านหลังนี้ไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรสายลมยามค่ำคืนพัดกวาดเอาความหนาวเย็นปะทะใบหน้า ซอยแยกร้างผู้คนไร้แสงไฟส่องทาง มีเพียงแสงจันทร์กะพริบริบหรี่ผสานกับไฟถนนหรี่ดวงที่ไกลออกไปภัทรวดีประคองหน้าท้องนูนด้วยสองมือที่สั่นเทา ก้าวเท้าวิ่งสลับเดินอย่างเอาเป็นเอาตาย หัวใจเต้นระทึกตื่นตระหนก จนแทบหลุดออกมานอกอก สองตาเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่บดบังทัศนวิสัย‘แม่... แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะคะ’ หญิงสาวร้องไห้กะพริบตาไล่หยาดน้ำตา สมองวนเวียนคิดถึงแต่คำข่มขู่ในข้อความ ที่บอกว่าหากบอกพีรวิชญ์ แม่ของเธอจะต้องกลายเป็นศพความกลัวทำให้เธอตกอยู่ในภาวะตาบอดชั่วขณะ ละเลยความสมเหตุสมผลไปสิ้นอีกด้านหนึ่ง... ในคฤหาสน์หลังใหญ่ พีรวิชญ์ซึ่งเพิ่งคุยงานเสร็จ เขาเดินกลับเข้ามาในห้องนอน เพื่อมองหาหญิงสาวอันเป็นที่รักสิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือความเงียบเชียบ และตู้เสื้อผ้าที่ถูกเปิดค้างไว้ หมวกและเสื้อคลุมตัวหนาของภัทรวดีหายไป มือถือของเธอถูกวางลืมไว้บนโต๊ะแต่งตัวชั่ววินาทีนั้น สัญชาตญาณในกายชายหนุ่มร่ำร้องถึงความผิดปรกติ พีรวิชญ์ก้าวฉับๆ ไปหยิบโทรศัพ

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 31 สวัสดีเจ้าตัวเล็ก

    ภัทรวดีชะงัก พร้อมกับช้อนสายตามองหน้าเขา“แต่ว่า...”“มีอะไรครับ”“แม่ก็บอกนะคะ ว่าห้ามซื้ออะไรเตรียมไว้”“โธ่! แบบนั้นมันจะไม่ทันการนะสิที่รัก เดี๋ยวนี้ต้องเลี้ยงหน่อย ลูกเราเพิ่งเกิด ผิวก็ยังบอบบาง”“เฮ้อ... งั้นก็ตามใจคุณค่ะ” เธอเงยหน้าสบตากับคนตัวโต ที่เขาดูจะเห่อมากๆ เธอดีใจที่พีรวิชญ์แสดงออกมาแบบนี้ เท่ากับคำว่ารักที่แท้จริง ภัทรวดีสัมผัสได้“ที่จริงคุณพีไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้นะคะ ภัทรเกรงใจ ไม่อยากให้เสียเวลาด้วยค่ะ”พีรวิชญ์วางช้อนลง สบตาเธอด้วยความจริงจัง“ภัทร...”“คะ?”“การได้ใช้เวลากับภัทรและลูก... มันไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเลยสักนิด แต่มันคือสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอดต่างหาก เอาเถอะ วันนี้อยากได้อะไร ชี้ให้หมดเลยนะ”“อย่างงั้นเชียว”“ใช่สิ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่า ต้องใช้อะไรบ้าง อะไรที่ต้องเตรียมให้ลูก ดูในยูทูบมาหลายวันแล้ว งงไปหมด”“ค่อยๆ เป็นไปค่ะ ไม่ต้องรีบ”“ภัทรดูจะใจเย็นกว่าผมเสียอีก”“ลูกเกิดมา แป๊บๆ ก็โตแล้วค่ะ”“ใช่ๆ ลูกของเจ้าธง เพิ่งเกิดไปสามเดือน วันก่อนส่งคลิปมาให้ดู จะคว่ำแล้ว”“น่ารักไหมคะ”“นี่ไง” เขาหยิบมือถือ มาเปิดคลิปให้ภัทรวดีดู เธอเพิ่งเห็นเขาตั้งรูปเด็กน่า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status