Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 4 ไปทำพรุ่งนี้เลย

Share

บทที่ 4 ไปทำพรุ่งนี้เลย

last update publish date: 2026-10-18 19:02:01

แต่ในขณะที่เขาเดินเข้าหา แววตาของเขามันคาดเดาอะไรไม่ได้เลย ภัทรวดีอดคิด ไปในทางไม่ดี ไม่ได้... เพราะสภาพของมนสิชา ช่างดูไม่ได้

‘หรือว่าเขาขาดเรื่องบนเตียงมานานแล้ว แล้วเขาจะนอนกับฉัน มีอะไรกันกับฉัน’

แต่เขาก็พูดขึ้นมาก่อน... ขัดขวางจินตนาการที่ฟุ้งกระจายของเธอ

“การฝากตัวอ่อน คุณจะได้รับการฉีดฮอร์โมนเพื่อเตรียมมดลูก และเมื่อพร้อมแล้ว ก็จะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกของคุณ” พีรวิชญ์อธิบายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับกำลังพูดถึงขั้นตอนการทำงาน

แม้จะรู้สึกโล่งใจ ที่ไม่ต้องขึ้นเตียงกับเขา แต่ทว่าภัทรวดีรู้สึกได้ถึงความอับอายที่ถาโถมเข้ามา

“คุณ...คุณไม่มีความรู้สึกอะไรเลยเหรอ นี่คือร่างกายของผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ” ภัทรวดีอดที่จะโพล่งปากออกไปไม่ได้

“คุณเซ็นสัญญาแล้ว ยังจะมาลังเล อีกอย่างคุณได้เอาเงินจำนวนหนึ่งไปใช้หนี้ของพ่อคุณ และจ่ายเงินรักษาแม่ของคุณที่โรงพยาบาลแล้วนี่” พีรวิชญ์หยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงหนึ่งฟุต ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ

“คุณยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว อย่ามาทำเป็นผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกกระทำในตอนนี้”

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ แต่ฉันก็เป็นคน ฉันมีความรู้สึก ฉันไม่ได้เป็นแค่...” ภัทรวดีระเบิดอารมณ์ออกมา

“แค่อะไร? แม่อุ้มบุญ หรือว่าพวกขายมดลูกกัน”

พีรวิชญ์พูดตัดบท เขายกมือขึ้นแตะที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบา ท่าทางที่อ่อนโยน

“แล้วคุณเป็นอะไรล่ะภัทรวดี” แววตาเย็นชา

“คุณมาเพื่อเงิน คุณยอมขายร่างกายตัวเองก็แค่นั้นแหละ ทำเป็นเศร้า ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่บอกตั้งแต่แรก”

“อย่ามาแตะต้องฉัน” ภัทรวดีปัดมือเขาออกอย่างแรง

“ผมจะแตะต้องคุณเมื่อไหร่ก็ได้ ตั้งแต่คุณเซ็นสัญญานั้น คุณเป็นของผมแล้ว” พีรวิชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

เธอเกลียดรอยยิ้มของเขาเหลือเกิน ที่ดูยังไง...ก็เยาะหยันเธอมากที่สุด หัวใจของหญิงสาวเจ็บปวดรวดร้าวมาก

เขาหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ภัทรวดียืนนิ่งอยู่กับที่ ด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม ภัทรวดีทรุดตัวลงนั่งกับพื้น จับขอบเตียงไว้แน่น

‘นี่คือสิ่งที่เธอเลือกแล้ว...จะไปโทษใครได้ล่ะ ภัทรวดี’

ค่ำวันนั้น เวลาสองทุ่มกว่าๆ ภัทรวดีนั่งอยู่บนเตียง เปิดโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเธอแล้วดูรูปของแม่ เธอโทรศัพท์ไปหาพยาบาลที่ดูแลแม่ ภัทรวดีได้ข่าวดีว่า แม่ของเธอเริ่มตอบสนองต่อการรักษาแล้ว เพราะเธอได้จ่ายเงินค่ารักษาไปแล้ว

‘อย่างน้อย...ฉันก็ทำอะไรได้บ้าง’ รอยยิ้มอย่างสบายใจเผยขึ้นมาบนใบหน้านวล เธอกำลังจะวางสาย

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเดินไปเปิด ก็พบกับคุณแม่บ้านที่ยืนถือถ้วยน้ำอุ่น และยาบางชนิดอยู่

“คุณหมอสั่งให้คุณกินยาก่อนนอนค่ะ เป็นฮอร์โมนที่ต้องใช้สำหรับการเตรียมตัว” ภัทรวดีรับถ้วยน้ำและยามา แล้วมองมันด้วยความรู้สึกขมขื่น

“คุณแม่บ้านคะ...ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ได้ค่ะ”

“เอ่อ... คุณพีรวิชญ์...เขารักภรรยาของเขามากใช่ไหมคะ”

เพราะดูๆ แล้ว เขาเหมือนจะไม่รักมนสิชา เท่ากับที่มนสิชาแสดงออก คุณแม่บ้านมองเธออย่างประหลาดใจ ก่อนจะตอบ

“คุณพีรวิชญ์เป็นคนไม่ค่อยแสดงความรู้สึกค่ะ”

“ตายด้านหรือคะ หรือว่าไม่มีหัวใจ”

แม่บ้านถึงกับอมยิ้มกับคำประชดประชันของเธอ

“ไม่ใช่หรอกค่ะ บางครั้งคนแสดงออกไม่เก่งมากกว่าค่ะ”

“มากๆ มากๆ มากๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่มากกว่า”

คุณแม่บ้านเกือบหลุดขำออกมา แม้ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียดนี้

ภัทรวดีรีบถามต่อ “แล้วเขาคิดยังไงกับภรรยาของเขาคะ”

“เอ่อ... ก็ยังแต่คุณมนสิชาละคะ ที่เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขายอมให้เข้ามาในชีวิต...หลังจากเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน”

“เหตุการณ์เมื่อห้าปี?” คุณแม่บ้านหยุดนิ่งครู่หนึ่ง

“ขออภัยนะคะ ดิฉันไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้” เธอโค้งคำนับแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ภัทรวดีอยู่กับความสงสัย เพราะท่าทางที่ต้อนคนเก่ง ยิ่งคำพูดของภัทรวดีด้วยแล้ว เกือบทำให้แม่บ้านเล่าทุกอย่างออกไป

‘ห้าปีที่แล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับพีรวิชญ์กันแน่?’

ทว่าเธอไม่มีเวลาจะใส่ใจเรื่องเขา ภัทรวดีรีบกินยากลืนลงคอไป แล้วนอนลงบนเตียง

ดวงตาจ้องมองเพดานสูงที่ประดับด้วยโคมระย้าเล็กๆ สลับกับดวงดาวที่ส่องประกายผ่านหน้าต่างบานใหญ่

ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปในพริบตา จากหญิงสาวธรรมดากลายมาเป็น... สิ่งที่เธอไม่อยากจะเรียกว่าอะไรด้วยซ้ำ

แล้วจู่ๆ เธอก็นึกถึงบางอย่าง ที่พีรวิชญ์พูดกับเธอ เมื่อตอนที่พบกันครั้งแรก มันเป็นประโยคที่เธอไม่เข้าใจในตอนนั้น แต่ตอนนี้มันเริ่มจะเชื่อมโยงกัน

“คุณรู้ไหม...ว่าฉันต้องการตัวคุณ เพราะอะไร”

‘เขาบอกว่าต้องการเธอ เพราะเธอมีร่างกายแข็งแรง และไม่มีใครรู้จัก...แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกไหม?’

ภัทรวดีเริ่มสงสัย ข้อเสนอแค่อุ้มบุญ อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดก็เป็นได้ เพราะดวงตาของเขาเมื่อมองมาทางเธอ มันไม่ใช่แค่การประเมินราคาของสินค้า มีความเกลียดชังบางอย่างซ่อนอยู่

‘คุณพีรวิชญ์… เขาเกลียดฉัน...แต่ทำไม?’

ภัทรวดีหลับตาลง พยายามไล่ความคิดเหล่านั้นออกไปจากหัว... แต่ก็ไม่สำเร็จ

อีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ ที่ห้องทำงานส่วนตัวของพีรวิชญ์ยังคงมีแสงไฟสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้ามืดค่ำแล้ว ชายหนุ่มจ้องมองไฟล์เอกสารที่เปิดอยู่บนจอคอมพิวเตอร์

ประวัติของ ภัทรวดี ธาดาไพศาล นามสกุลเดิมของเธอนามสกุลเดียวกับศัตรูที่ทำลายครอบครัวของเขา พีรวิชญ์กำแก้ววิสกี้ในมือแน่น เส้นเลือดบนขมับของเขาเต้นเป็นจังหวะ

ห้าปีที่แล้ว...พ่อของเขาถูกธุรกิจคู่แข่งที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกจนล้มละลาย พ่อของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังจากความเครียดสะสม ครอบครัวของเขาถูกยึดทรัพย์สินเกือบทั้งหมด เขาต้องเริ่มต้นจากศูนย์...และคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดก็คือ นาย ธีรพงศ์ ธาดาไพศาล พ่อของภัทรวดี

พีรวิชญ์หลับตาลง ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมา เขาเห็นพ่อของเขาที่ล้มลงกับพื้นในวันที่รู้ว่าตัวเองพังทลาย เห็นแม่ของเขาที่ร้องไห้ทุกคืนจนตาบวม เห็นตัวเองที่ต้องกัดฟันสู้เพื่อฟื้นฟูทุกอย่างด้วยมือเปล่า

และแล้วเมื่อโอกาสมาถึง เขาสืบพบว่า ธีรพงศ์มีลูกสาวคนหนึ่ง ที่กำลังลำบากเพราะหนี้สินของพ่อตัวเอง ช่างเป็นการแก้แค้นที่สมบูรณ์แบบ

พีรวิชญ์เปิดภาพถ่ายของภัทรวดี ในไฟล์หญิงสาวหน้าตาสะสวย ดวงตาใสซื่อที่เต็มไปด้วยความทุกข์ แต่แววตานั้นช่างเหมือนกับพ่อของเธอเหลือเกิน

“คุณไม่รู้หรอก... ว่าคุณกำลังถูกหลอกใช้ เพื่อชดใช้บาปของพ่อคุณ” พีรวิชญ์เอ่ยกับภาพถ่ายนั้น เขาวางแก้วลง แล้วหันไปมองพระจันทร์ที่ส่องแสงนวลผ่านหน้าต่างบานใหญ่

‘พ่อครับ...ผมจะต้องทำให้ตระกูลธาดาไพศาลได้รับสิ่งที่สมควรได้รับ หนึ่งในนั้น คือการที่ลูกสาวของเขาต้องแบกลูกของศัตรู แล้วก็ถูกทิ้งไปอย่างไร้ค่า เหมือนกับที่ครอบครัวของเราเคยถูกทรยศหักหลัง’ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา

แต่มันก็มีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ แววตาของภัทรวดีตอนที่เธอมองเขาด้วยความเจ็บปวด

เธอบริสุทธิ์เกินไป เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่เธอต้องได้รับโทษ เพียงเพราะเธอคือเลือดเนื้อของนายธีรพงษ์

พีรวิชญ์ดับไฟในห้องทำงาน แล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย

อีกด้านของตึก... ในห้องหญิงสาวที่เขาเกลียด เธอกำลังนอนหลับอยู่ และพรุ่งนี้...ทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้น

แสงแดดสาดผ่านม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องนอนของภัทรวดี เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในร่างกาย

หญิงสาวคลื่นไส้เล็กน้อย และรู้สึกเวียนหัว ฤทธิ์ของยาฮอร์โมนที่คุณหมอให้กินเมื่อคืน ยังคงหลงเหลืออยู่ในระบบเลือดที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ

ภัทรวดีลุกขึ้นอย่างช้าๆ เดินไปที่กระจกบานใหญ่

หญิงสาวมองใบหน้าของตัวเองที่ซีดเซียวกว่าปกติ ถุงใต้ตาดำคล้ำ เพราะนอนไม่หลับอีกคืน วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะต้องเริ่มต้นกระบวนการ

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะมีคนเปิดโดยไม่รอการอนุญาตจากเจ้าของห้อง

คุณแม่บ้านที่เข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า อาหารต่างๆ ถูกจัดวางอย่างประณีต

“สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณภัทรคะ กรุณารับประทานอาหารเช้า แล้วเตรียมตัวให้พร้อม คุณพีรวิชญ์จะมารับคุณไปโรงพยาบาล ในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าค่ะ”

ภัทรวดีพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร และยิ้มเป็นการขอบคุณ เธอมองอาหารบนถาดไข่ลวกที่สุกกำลังดี ขนมปังปิ้งเนย น้ำส้มคั้นสด และผลไม้ตามฤดูกาล มันดูดีเกินกว่าที่เธอจะกินลงได้ในสภาพจิตใจแบบนี้

“คุณแม่บ้านคะ...” เธอเรียกคุณแม่บ้านที่กำลังจะออกไป

“คุณพีรวิชญ์...เขาจะไปกับฉันจริงๆ เหรอคะ แบบเขาไม่มีธุระอย่างอื่นหรือไง”

“คือเรื่องนี้นะคะ คุณพีรวิชญ์เป็นคนดูแลกระบวนการทั้งหมดด้วยตัวเองค่ะ” คำตอบที่ได้ ทำให้ภัทรวดีกลืนน้ำลายลงคอ เธอต้องไปกับเขา... ผู้ชายที่มีท่าทางรังเกียจเธอ สายตาของเขามันฟ้องมาก ดูจะปิดไม่มิดด้วยซ้ำ

และที่สำคัญในใจของภัทรวดีเวลานี้ ก็คือ หญิงสาวก็รู้สึกเกลียดเขาเช่นเดียวกัน เธอได้แต่ถอนหายใจ จะกลับใจเวลานี้ก็คงจะไม่ได้ ต้องฝืนใจตัวเองต่อไป...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

    “อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวดเรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 23 หมดใจกับคนทรยศ

    พีรวิชญ์ส่ายหน้า มองมนสิชาด้วยความสมเพช“ผมมอบโอกาส มอบเงินทอง ที่อยู่อาศัย และความเมตตาให้คุณมามากเกินพอแล้ว... มันน่าเสียใจ และผมบอกได้เลย ผมแค้นนะที่คุณตอบแทนผมด้วยการหลอกลวง และพยายามฆ่าลูกของผมให้ตาย อย่าทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนคุณมากไปกว่านี้เลย นี่ยังถือว่าผมปรานีคุณอยู่” เขาสะบัดขาออกจากการกุมรัดอย่างเด็ดขาด“ไปซะ” มนสิชากองลงกับพื้นพรม ร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจ“พี... มนรักพีนานแล้วนะ... มนรักพี... หรือว่าเพราะอีนั่น คุณเปลี่ยนใจจากมนเพราะอี...”เพล้ง... เขาปัดแก้วลงจากโต๊ะ ก่อนที่มนสิชาจะพูดจบ เสียงแก้วแตกและกระจัดกระจายเป็นสัญญาณว่า เขาไม่ทนฟังคำแก้ตัวของมนสิชา พีรวิชญ์ไม่หันกลับไปมองอีก เขาก้าวตรงไปที่ประตู ผลักบานประตูเปิดออกกว้างแล้วหันกลับมาส่งสัญญาณสุดท้าย“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้มนสิชาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับความจริงเพียงลำพังหนึ่งชั่วโมงต่อมา...หน้าบานประตูเหล็กดัดโค้งก็เปิดออก มนสิชายืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ ใบหน้าที่เคยตกแต่งสวยงามบัดนี้ทรุดโทรม นัยน์ต

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

    “พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามาพีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับสายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว“พี... นี่มัน...”“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลงมนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

    พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขาเธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทนประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครองแท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเองที่เลวร้ายที่สุด... คือกา

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 20 ความจริงที่ซ่อนอยู่

    แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสำริดตั้งโต๊ะ สาดกระทบกองเอกสารธุรกิจที่วางตั้งสูงเกือบครึ่งเมตรบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสายตาของพีรวิชญ์ กลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขผลกำไร หรือกราฟหุ้นเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งหมุนปากกาสเตนเลสไปมาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ หากแต่ดวงตาคู่ลึกกลับทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมายความคิดในหัวมวนซ่านคล้ายพายุหมุนที่เริ่มตั้งเค้า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มีบางสิ่งบางอย่างผิดกลิ่นเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นรอยร้าวลึก ที่เขาพยายามมองข้าม เพราะความเชื่อใจ แต่ยิ่งมองข้าม ก็ยิ่งสะกิดใจให้ระแวงทุกอย่างเริ่มต้นราวสองสัปดาห์ก่อน ในวันที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ พีรวิชญ์ตั้งใจเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อเยี่ยมดูอาการของมนสิชา ภรรยาตามกฎหมายที่แต่งงานกันมานานหลังจากที่คุณแม่บ้านรายงานด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า อาการป่วยของเธอกำเริบหนักจนนอนซมทั้งวันเขาก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่แล้ววินาทีที่มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักห้องนอนของเธอเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับตบหน้าเขาเข้าอย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 19 เรื่องลับ

    ภัทรวดีนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องนอน มองแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านซุ้มไม้เลื้อยลงมากระทบพื้นหินอ่อนเป็นลายตารางหญิงสาวลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลินมือ ลูกน้อยในครรภ์ดิ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ช่วงนี้ภัทรวดีรู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ วันที่เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เพื่อไปห้องครัว เพราะอยากกินของเปรี้ยวๆ แบบที่คนท้องชอบระหว่างทางเธอเห็นประตูห้องนอนของมนสิชาเปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดนอนผ้าไหม กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มนสิชากำลังยืดตัวขึ้นสุดแขนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงแตะปลายเท้าติดพื้นได้สบายๆภัทรวดีชะงัก ‘คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะก้มแตะปลายเท้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ’ เธอเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนป่วยอยู่บนเตียงมาสองปีเต็มแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งยังต้องใช้เวลาเป็นนาที กว่าจะหายใจครบถ้วน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับยืนตัวตรง กระดูกสันหลังโค้งงอได้อย่างคนสุขภาพดีภัทรวดีสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป เธอบอกตัวเองว่า อาจจะคิดมากไปเอง ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีช่วงที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แต่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status