Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 6 ความรู้สึกมันแปลกๆ

Share

บทที่ 6 ความรู้สึกมันแปลกๆ

last update publish date: 2026-10-19 21:00:06

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ ภัทรวดีก็พบกับมนสิชานั่งรอเธออยู่ที่โถงรับแขก ดวงตากลมโตของฝ่ายนั้นเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

“เป็นยังไงบ้างคะ สำเร็จหรือยัง?” มนสิชาลุกขึ้นเดินมาหาภัทรวดี ท่าทางที่แสดงออก ร่างกายที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เดินยังไม่ไหวกระย่องกระแย่ง

“หมอบอกว่า รอตรวจอีกสิบวันค่ะ ถึงทุกอย่างจะแน่ชัด แต่จะให้ดี ก็ต้องรอสัก สองหรือว่าสามเดือนค่ะ” ภัทรวดีตอบ

มนสิชาตรงเข้ามากอดเธอ ด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ

“ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ฉันดีใจมากๆ ที่ทุกอย่างมันรวดเร็วมาก อีกไม่นานฉันก็จะได้อุ้มลูกแล้ว”

แม้ภัทรวดีจะไม่ชอบนัก แต่ก็ไม่กล้าขัดอีกคน

ทั้งที่ภัทรวดีรู้สึกอึดอัดจริงๆ ในใจของหญิงสาวก็มีคำถามว่า

‘มนสิชาคงไม่รู้สินะ ว่าไข่ที่หมอได้เก็บของเธอไป มันใช่ไม่ได้ทั้งหมด พีรวิชญ์คงไม่ได้บอกเมียของเขา’

“ฉันกับพีอยากมีลูกมาตั้งนานแล้ว” พูดไป มนสิชาก็กอดรัดภัทรวดีแน่นขึ้นกว่าเดิม เธอไม่เคยถูกกอดด้วยความดีใจแบบนี้มาก่อน เลยไม่รู้ว่า...จะตอบสนองอย่างไร

“เดี๋ยวฉันจะไปทำอาหารให้คุณกินดีกว่านะคะ แบบพวกของบำรุง ฉันอยากจะบอกเหลือเกินว่า ฉันทำอาหารเก่งมากเลยนะคะ พียังชมอยู่บ่อยๆ และวันนี้ฉันอาสาเข้าครัวเอง พวกเราต้องฉลองกันค่ะ” มนสิชาพูดด้วยความกระตือรือร้น ทว่าพีรวิชญ์ก็รีบขัดขึ้น

“ไม่ต้องครับมน หมอบอกให้ทั้งคุณและเธอต้องพักผ่อนเยอะ เอาเวลาของมนไปนอนดีกว่า แล้วอยากจะกินอะไรก็แค่ให้คนในครัวทำให้ มนครับ...อย่าให้เสียเวลาไปกับเรื่องอื่น” น้ำเสียงของพีรวิชญ์เย็นชามาก

มนสิชาจึงหันไปมองสามีด้วยสีหน้าประหลาดใจ แต่เธอก็ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย

“แต่ว่า...มนอยากทำจริงๆ นี่คะ อีกอย่างคุณภัทรมาอยู่บ้านเรา พีคะ เรายังไม่ได้ต้อนรับเธออย่างเป็นทางการเลย”

“ไม่ใช่เรื่องจำเป็นน่ามน อีกอย่างเธอก็แค่มาทำงาน ไม่ใช่คนในครอบครัวของเรา อีกอย่างผมงานเยอะ วันนี้เสียเวลาอยู่ที่โรงพยาบาลมาทั้งวัน อีกอย่างหมอสั่งมาแล้วห้ามนั่ง ภัทรวดีเธอต้องกลับไปนอนพัก” พีรวิชญ์พูดจบ เขาก็คว้าข้อมือภัทรวดี แล้วดึงเธอขึ้นไปชั้นบน โดยมีสายตาของมนสิชามองตามหลัง ถ้าเกิดทั้งสองคนเห็นแววตา ก็คงจะขนหัวลุกแน่ๆ มนสิชากำมือจนข้อที่มือขึ้นขาว

ระหว่างทางขึ้นบันได ภัทรวดีพยายามสะบัดตัวเองออกให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา แต่เขากับยึดแน่น

“ปล่อยฉันนะคะคุณพีรวิชญ์ คุณบีบแขนของฉันแรงมาก”

“ก็ผมไม่ต้องการให้คุณไปยุ่มย่ามกับมนนี่นา” เขาบีบแขนของเธอแรงขึ้น

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะคะ” ภัทรวดีโวยวาย

“อ้าว... คุณก็ต้องไปคุยกับเมียของคุณสิคะ ว่าอย่าให้เขามายุ่งกับฉัน หรือว่า บอกเธอไปเลยว่าไม่ต้องเข้ามาเฉียดใกล้ฉันเลย ก็ยังได้”

“เธอนี่...ปากร้ายไม่ใช่ย่อยนะ”

“ค่ะ ต้องโทษคนของคุณด้วยนะคะ ที่สืบเรื่องของฉันแล้ว คุณไม่เจอเรื่องนี้”

“พอเถอะ ผมว่าการที่ผมเถียงกับคุณ ผมเหนื่อยมาก คุณแค่ทำตามที่หมอสั่ง ตั้งแต่ตอนนี้ คุณต้องเข้าห้องไปพักผ่อนนะ ขอย้ำว่า...ตามที่หมอสั่ง ไม่ใช่ตามที่ผมสั่งคุณ คุณไม่ต้องมาต่อต้าน”

พีรวิชญ์พูดดักคอ และเขาพาเธอมาถึงหน้าห้องแล้ว จากนั้นเขาก็ปล่อยมือ

“คุณรู้สึกอย่างไรเหรอคะ” ภัทรวดีถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“หรือคุณกลัวว่า ภรรยาสวยๆ ของคุณ จะเสียเวลาไปกับคนรับใช้อย่างฉันมากเกินไป หรือว่าไม่อยากให้ภรรยาที่เลอค่าของคุณมาคลุกคลีกับฉัน ที่เป็นคนไร้ค่ามากๆ จนไม่อยากให้ภรรยาของคุณเข้ามายุ่มย่ามด้วย”

“ภัทรวดีระวังคำพูดของคุณให้ดีด้วย” พีรวิชญ์ชักสีหน้า เขารู้สึกไม่พอใจ และหญิงสาวเริ่มพูดมากจนเกินไปแล้ว

“ค่ะ ต่อไปฉันจะระวังให้มากกว่านี้ แต่ใดๆ คุณควรจะอยู่ห่างๆ ฉันด้วยนะคะ เพราะภรรยาคุณอาจจะเข้าใจผิด อ้อ... อีกเรื่องคุณไม่บอกกับเธอหรือคะ ว่าไข่ของเธอ มันใช่ไม่ได้แม้แต่ฟองเดียว และเด็กในท้องของฉัน คือลูกของคุณกับฉันน่ะค่ะ”

“ฮึ! เธออย่าพูดมากเกินไปแล้วจริงๆ และผมบอกคุณแล้วว่าทุกอย่างเป็นความลับไง” เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จ้องตากับเธอด้วยตามันวาว

“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอให้คุณอยู่ห่างๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องตามติดฉันแบบนี้ แม้ฉันจะท้องลูกของคุณ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะเนื้อต้องตัวของฉันนะคะ” เธอมองไปที่มือของเขา ตอนนี้พีรวิชญ์ก็ยังไม่ปล่อยมือจากเธอ

“อีกอย่างฉันขอถามคุณเถอะ อะไรทำให้คุณกลัวฉันนักหนา กระทั่งห้ามเมียคุณไม่ให้มายุ่งกับฉันน่ะ หรือว่าคุณกลัวว่าเธอจะใจดีกับฉันมากจนเกินไป แล้วฉันจะลืมไปว่า ฉันเป็นแค่ผู้อาศัย และเครื่องมือในการทำให้ลูกให้กับความหวังของทั้งสองคนคะ บอกฉันมาสิคะคุณพีรวิชญ์... คุณรู้สึกผิดไหม?”

ภัทรวดีไม่ยอมหยุด

“รู้สึกผิดเรื่องอะไรอีก” เขาว่าภัทรวดีเริ่มจะหาเรื่องแล้ว ชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วแข็ง

“เรื่องที่คุณใช้ชีวิตของคนอื่น เพื่อผลประโยชน์ของคุณ เรื่องที่คุณทำเหมือนคนไม่มีหัวใจ” เธอตอบ ถ้าเขาพูดดีกับเธอสักนิด และเปลี่ยนสายตาที่มองเธอ

หญิงสาวคงจะไม่รู้สึกและพูดอย่างนี้ออกไป เขาจ้องมองเธออยู่นาน ด้วยดวงตาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง

แต่ในส่วนลึกข้างในจิตใจ เริ่มมีบางอย่างที่สั่นไหว เพราะเขาก็ประหลาดเหมือนกัน ว่าทำไมถึงได้ไม่ทำอะไรสักอย่างกับภัทรวดี ทั้งที่วันนี้ เธอพูดขัดหูของเขาทุกอย่าง แค่รู้ว่าในท้องของเธอมีลูกของเขา คำว่าห่วงใยก็แล่นริ้วเข้ามาเต็มหัวของเขา

“คุณพูดมากเกินไปแล้ว เข้าไปนอนพักผ่อนซะ” เขาหันหลังเดินจากไปทันที

ในแวบนั้นภัทรวดีเห็นบางอย่างในแววตาของเขา ความลังเลเหมือนไม่อยากจะไปจากเธอในตอนนี้ และเขาก็ยังอยากเข้าไปส่งเธอถึงในห้อง แต่มันก็แค่แวบเดียว ก่อนที่จะหายวับไปในพริบตา

‘บางที...ผู้ชายคนนี้อาจจะมีหัวใจอยู่บ้างก็ได้...’ ภัทรวดีรู้สึกมีความหวัง ซึ่งตรงนี้หญิงสาวไม่พอใจตัวเองเท่าไร ที่อยากให้เขาแสดงความอ่อนโยน และห่วงใยเธอมากกว่านี้

ภัทรวดีพยายามสลัดความรู้สึกหวั่นไหวออกไป แต่เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในตัวเธออย่างรวดเร็วต่างหาก ที่ทำให้เธอเป็นเหมือนคนเป็นไบโพลาร์ อารมณ์สวิงขึ้นๆ ลงๆ

‘หยุดคิดได้แล้วยายภัทร เธอมันก็เป็นเพียงแค่เครื่องผลิตลูกของเขาเท่านั้นนะ ยายภัทรเอ๊ย แล้วเธอไม่ต้องคิดถึงเขานะ เขาเป็นแค่เจ้าของน้ำเชื้อเท่านั้น’ ภัทรวดีเตือนสติตัวเอง

กลางดึกในคืนนั้น

ภัทรวดีนอนอยู่บนเตียง จ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่า มือทั้งสองข้างของเธอวางอยู่บนหน้าท้องที่ยังเรียบแบน ในนี้...มีชีวิตเล็กๆ กำลังเติบโต

เธอรู้ว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่เด็กน้อยถูกเนรมิตให้เข้ามาอยู่ภายในร่างกายของเธอ ทั้งไข่ก็เป็นของเธอ แล้วยังใช้เลือดเนื้อของเธอในการก่อร่างสร้างชีวิตเล็กๆ

ทำไมความรู้สึกของภัทรวดี เหมือนว่า เธอได้ยินเสียงของเด็กน้อยเต้น หัวใจดวงเล็กๆ ที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ

“หนูเป็นใครกันนะ” ภัทรวดีกระซิบเบาๆ

“หนูคือลูกของเขา...แต่หนูอยู่ในท้องของแม่”

คำว่าแม่ ทำให้น้ำตาของภัทรวดีไหลลงมาอาบแก้มของเธอ ภัทรวดีไม่รู้ว่า ทำไมตัวเธอเองถึงร้องไห้ ทั้งที่เธอควรจะรู้สึกว่างเปล่า ปากที่บอกกับเขาเสมอว่า ตัวเธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือ แต่ดันก่อเกิดความรู้สึกผูกพันบางอย่างที่งอกงามในหัวใจเสียแล้ว

“ขอโทษนะ ขอโทษที่แม่ไม่สามารถเป็นแม่ของหนูได้ ถ้าแม่คลอดหนูออกมา แม่ต้องลาจาก” เธอกระซิบบอกกับทารกในครรภ์ ภัทรวดีหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไม่หยุดไหล

ที่ห้องทำงานอีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์

พีรวิชญ์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เปิดกล้องวงจรปิดในห้องของภัทรวดี ที่เขาแอบติดตั้งไว้ โดยไม่มีใครรู้

เขาเห็นเธอร้องไห้ เห็นเธอพูดกับท้องของตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่บีบรัดหัวใจของเขา มันเหมือนกับคำว่ารู้สึกผิด เขารีบปิดหน้าจอทันที ในใจคร่ำครวญ ‘ภัทรวดี... เธอคือลูกของศัตรู...เธอต้องได้รับสิ่งที่สมควร ในเมื่อตามหาพ่อของเธอมารับโทษทัณฑ์ไม่ได้ สมควรแล้ว ที่เขาเอาไปลงกับเธอคนนี้’ เขาย้ำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในคืนนั้น พีรวิชญ์นอนไม่หลับไปด้วยเช่นกัน

สิบวันผ่านไป... แต่มันกลับรู้สึกยาวนานราวกับสิบปี

ในเช้าวันที่ต้องไปตรวจยืนยันผล ภัทรวดีตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านไปทั่วเรือนกาย ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวกับมีไฟลุกโชนอยู่ภายใน

ขณะเดียวกันอาการคลื่นไส้ก็แล่นปราดขึ้นมาจากท้องน้อย ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาด้วยซ้ำ เธอรีบสะบัดผ้าห่ม ลุกพรวดขึ้นจากเตียง แล้ววิ่งตะเกียกตะกายเข้าห้องน้ำด้วยขาที่อ่อนแรง

“อ๊อก... อ้วก...” เสียงอาเจียนดังสะท้อนไปทั่วห้องน้ำอันกว้างขวาง ภัทรวดีทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างโถสุขภัณฑ์ ใช้มือทั้งสองข้างยันขอบไว้แน่น

ขนาดที่ว่า ข้อนิ้วของเธอขึ้นขาว ร่างกายบอบบางสั่นระริกไปตามแรงสะท้อนของการขย้อนทุกครั้ง เส้นผมยาวสลวยร่วงหล่นเป็นม่านหนาปิดบังใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอ

นี่คือสัญญาณแรกที่บอกให้เธอรู้ว่า... มันสำเร็จแล้ว เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตได้เริ่มงอกเงยอยู่ในครรภ์ของเธอแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

    “อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวดเรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 23 หมดใจกับคนทรยศ

    พีรวิชญ์ส่ายหน้า มองมนสิชาด้วยความสมเพช“ผมมอบโอกาส มอบเงินทอง ที่อยู่อาศัย และความเมตตาให้คุณมามากเกินพอแล้ว... มันน่าเสียใจ และผมบอกได้เลย ผมแค้นนะที่คุณตอบแทนผมด้วยการหลอกลวง และพยายามฆ่าลูกของผมให้ตาย อย่าทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนคุณมากไปกว่านี้เลย นี่ยังถือว่าผมปรานีคุณอยู่” เขาสะบัดขาออกจากการกุมรัดอย่างเด็ดขาด“ไปซะ” มนสิชากองลงกับพื้นพรม ร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจ“พี... มนรักพีนานแล้วนะ... มนรักพี... หรือว่าเพราะอีนั่น คุณเปลี่ยนใจจากมนเพราะอี...”เพล้ง... เขาปัดแก้วลงจากโต๊ะ ก่อนที่มนสิชาจะพูดจบ เสียงแก้วแตกและกระจัดกระจายเป็นสัญญาณว่า เขาไม่ทนฟังคำแก้ตัวของมนสิชา พีรวิชญ์ไม่หันกลับไปมองอีก เขาก้าวตรงไปที่ประตู ผลักบานประตูเปิดออกกว้างแล้วหันกลับมาส่งสัญญาณสุดท้าย“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้มนสิชาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับความจริงเพียงลำพังหนึ่งชั่วโมงต่อมา...หน้าบานประตูเหล็กดัดโค้งก็เปิดออก มนสิชายืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ ใบหน้าที่เคยตกแต่งสวยงามบัดนี้ทรุดโทรม นัยน์ต

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

    “พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามาพีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับสายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว“พี... นี่มัน...”“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลงมนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

    พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขาเธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทนประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครองแท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเองที่เลวร้ายที่สุด... คือกา

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 20 ความจริงที่ซ่อนอยู่

    แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสำริดตั้งโต๊ะ สาดกระทบกองเอกสารธุรกิจที่วางตั้งสูงเกือบครึ่งเมตรบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสายตาของพีรวิชญ์ กลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขผลกำไร หรือกราฟหุ้นเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งหมุนปากกาสเตนเลสไปมาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ หากแต่ดวงตาคู่ลึกกลับทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมายความคิดในหัวมวนซ่านคล้ายพายุหมุนที่เริ่มตั้งเค้า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มีบางสิ่งบางอย่างผิดกลิ่นเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นรอยร้าวลึก ที่เขาพยายามมองข้าม เพราะความเชื่อใจ แต่ยิ่งมองข้าม ก็ยิ่งสะกิดใจให้ระแวงทุกอย่างเริ่มต้นราวสองสัปดาห์ก่อน ในวันที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ พีรวิชญ์ตั้งใจเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อเยี่ยมดูอาการของมนสิชา ภรรยาตามกฎหมายที่แต่งงานกันมานานหลังจากที่คุณแม่บ้านรายงานด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า อาการป่วยของเธอกำเริบหนักจนนอนซมทั้งวันเขาก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่แล้ววินาทีที่มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักห้องนอนของเธอเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับตบหน้าเขาเข้าอย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 19 เรื่องลับ

    ภัทรวดีนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องนอน มองแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านซุ้มไม้เลื้อยลงมากระทบพื้นหินอ่อนเป็นลายตารางหญิงสาวลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลินมือ ลูกน้อยในครรภ์ดิ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ช่วงนี้ภัทรวดีรู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ วันที่เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เพื่อไปห้องครัว เพราะอยากกินของเปรี้ยวๆ แบบที่คนท้องชอบระหว่างทางเธอเห็นประตูห้องนอนของมนสิชาเปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดนอนผ้าไหม กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มนสิชากำลังยืดตัวขึ้นสุดแขนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงแตะปลายเท้าติดพื้นได้สบายๆภัทรวดีชะงัก ‘คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะก้มแตะปลายเท้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ’ เธอเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนป่วยอยู่บนเตียงมาสองปีเต็มแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งยังต้องใช้เวลาเป็นนาที กว่าจะหายใจครบถ้วน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับยืนตัวตรง กระดูกสันหลังโค้งงอได้อย่างคนสุขภาพดีภัทรวดีสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป เธอบอกตัวเองว่า อาจจะคิดมากไปเอง ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีช่วงที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แต่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status