Share

1  คนที่ต้องสาป

last update Tanggal publikasi: 2025-11-27 14:02:32

1  คนที่ต้องสาป

สมัยอยุธยาตอนปลาย 

ณ เรือนหลวงพิริยเดช ศรีสงคราม

“ข้าไม่อาจถอนคำสาปนี้ได้”

โหรหลวงชายชราผมยาวขาวโพลนมัดรวบขมวดเป็นปมด้านหลัง สวมชุดโจงกระเบนสีเข้มตัวเสื้อแขนขาวสีขาว กล่าวเสียงหนักติดแหบพร่า  เขามองคู่สนทนาด้วยแววตาเห็นใจระคนสงสาร

หลวงพิริยเดช ศรีสงคราม เป็นถึงขุนนางกรมคลังมากบารมี รูปร่างสันทัด ใบหน้าเหลี่ยมแกร่งทว่าเปล่งประกายขาวผ่อง เว้นเสียแต่ดวงตามืดมนดำคล้ำ

“ท่าน ท่านหมายความว่ากระไร”

หลวงพิริยเดชเสียงสั่นเครือ ไม่กล้าเหลียวหลังกลับไปทางภรรยาคู่บุญ คุณหญิงจันทร์ฉาย ซึ่งนั่งเยื้องห่างออกไปเล็กน้อย ระหว่างคิ้วขมวดตึงเครียดเพ่งมองโหรหลวง ผู้ซึ่งเขาให้คนไปตามมายามค่อนดึก

ในเวลานี้ทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนปกคลุมด้วยความเงียบสงัดของราตรีกาล แว่วเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมมาจากผืนป่าข้างเรือน บ่าวไพร่ในเรือนเองล้วนยังไม่หลับนอน นั่งรอ ยืนรอด้านล่าง หวาดหวั่นไปด้วยอย่างร้อนใจ

“คำสาป... มีมาช้านานยังครั้งสุโฆฑยะ ท่านแจ้งแก่ใจว่าคาถา อาคมผิดแผกแลแก่กล้ายิ่ง”

“ทว่า...กาลล่วงเลยหลายร้อยปี อาคมควรเสื่อมถอยลง มิใช่หรือ?” หลวงพิริยเดชพูดด้วยน้ำเสียงมีความหวัง “จากบันทึกที่ข้าเจอ มิได้กล่าวสิ่งใดนอกจากเล่าถึงเหตุการณ์คำสาปแช่งของขุนสิงหไกร”

“หลวงพิริยเดช บอกตรง ๆ ข้าตรวจดูดวงชะตาแล้ว ยามนี้คือยามที่อาคมแกร่งกล้าที่สุด”

“เหตุใดกัน” คุณหญิงจันทร์ฉายถามแทรก ใบหน้าเครียดกังวลใจ

“ที่ผ่านมาอาคมนี้ ทำลายตระกูลท่านได้เพียงผิวเผินเท่านั้น”

โหรหลวงเว้นช่วงหายใจยกน้ำขึ้นจิบ สองสามีภรรยานั่งตัวเกร็งรอคอยด้วยใจระทึก

“นั่นเพราะบุญบารมีที่ตระกูลสั่งสมมา ทำความดีแก่เจ้าอยู่หัวจนรัศมีพระคุณท่านปกคลุมเผื่อแผ่ลงมา พวกท่านจึงได้อยู่รอดถึงทุกวันนี้ ทว่า”

“ทว่า! ทว่ากระไรท่านโหร” คุณหญิงจันทร์ฉายผุดลุกคุกเข่าคลานเข้ามาใกล้

“วันอังคาร แรมสิบห้าค่ำ คืนเดือนดับปีขาล ธรรมดาแล้วคนที่เกิดวันนี้อัปมงคล นำเคราะห์กรรมมาสู่วงศ์ตระกูลนับว่าแย่แล้ว แต่พวกท่านดันเป็นลูกแฝด สองดวงชะตาแข็งกร้าว เร่งให้อาคมของขุนสิงหไกรแก่กล้าขึ้นอีกหลายเท่าตัว”

“แฝด!!” หลวงพิริยเดชอุทานตกใจ “ท่านรู้ได้เยี่ยงใดกัน ข้าและบ่าวไพร่ในเรือนมิเคยแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้”

ตึง! ท่านโหรกระแทกเท้าลงพื้นเสียงดัง ใบหน้าทมึงถึง

“ท่านเห็นข้าโง่หรือไรท่านหลวง ข้าเป็นถึงโหรประจำราชสำนัก จับยามดูชั่วครู่ย่อมรู้แจ้ง”

“ขอท่านโหรอย่าได้โกรธเคือง พวกข้าเพียงแค่แปลกใจ” คุณหญิงจันทร์ฉายรีบเอ่ยขึ้น คลานเข้าไปใกล้กระซิบเบา ๆ “ขอท่านจงบอกหนทาง พวกข้าย่อมช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ว่าเงินทองหรือแม้แต่บ่าวไพร่”

จันทร์ฉายชำเลืองสายตาไปทางบ่าวเด็กสาวในเรือน หน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้านผุดผ่องผิดไปจากบ่าวทั่วไป ด้วยรู้ดีว่าท่านโหรหลวงชราผู้นี้ชื่นชอบเป็นพิเศษ

โหรหลวงปรายตามองตามคุณหญิงแล้วชะงักงัน ลมหายใจหอบถี่ฉับพลัน พยักหน้าเชื่องช้า “มีทางแก้”

น้ำเสียงชราพร่าลงอีกก่อนจะหันกลับมาทางหลวงพิริยเดช ทอดถอนใจหนักอก กล่าวอย่างช้า ๆ เน้นเสียงหนักให้คนทั้งคู่เข้าใจ

"หากมิอาจทำลายคำสาป จำต้อง 'เปลี่ยนผู้รับมัน' ไปยังบุรุษที่มีอาคมแข็งแกร่ง พวกท่านเข้าใจหรือไม่ คนที่จะรับคำสาปนั้นไว้ได้..."

“คนที่จะรับคำสาป...” หลวงพิริยเดชพึมพำสบตาภรรยา

“คนที่ดวงแข็ง คนที่ดวงชะตาแข็งกร้าว คนที่คำสาปตกอยู่กับผู้นั้นแล้วจักไม่อาจทำอันตรายผู้ใดได้อีก ผู้นั้นคือ...จอมเวทย์แห่งอโยธยา ขุนอัครเดช”

“ขุนอัครเดช...”

“ให้ธิดาคนที่ต้องสาปร่วมหลับนอน ย้ายมนตร์ดำมาสิงสู่ขุนอัครเดช เช่นนั้นจึงจักมลายหายไป”

คุณหญิงจันทร์ฉายสะดุ้งสุดตัวยกมือทาบอก ใบหน้าร้อนรน ริมฝีปากสั่นเทา เปล่งเสียงเบาเกือบไม่เป็นคำ  

“ม่ะ ไม่ ท่านพี่อย่านะเจ้าคะ”

“คุณหญิง” โหรหลวงหันไปทางคุณหญิง “ขุนอัครเดชมนตร์คาถาแกร่งกล้า ย้ายคำสาปถอนอาคมจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้”

“เช่นนั้นแล้วเหตุใดไม่ใช้บ่าวไพร่ เหตุใดต้องร่วมหลับนอน ท่านพี่ ข้าไม่ยอม”

“น้องหญิง... ใจเย็น ๆ ก่อนเถิด”

“หากกระทำเช่นนั้นได้ บรรพบุรุษพวกท่านคงทำไปแล้ว อาคมนี้แก่กล้าเกินไป คงเป็นขุนอัครเดชเท่านั้นจึงดวงชะตาแข็งพอ”

“ขุนอัครเดชแม้นว่าอาคมแก่กล้า ซ้ำต้นตระกูลรั้งตำแหน่งนี้ร่วมเป็นร้อยปี ทว่าตัวเขานั้นเป็นคนหยิ่งยโสจองหอง มิสุงสิงผู้ใด ซ้ำดุดันยิ่งนัก เรื่องภายในเรือนมิมีผู้ใดล่วงรู้ว่าออกเรือนมีภรรยา เมียเก็บแล้วหรือไม่”

“ท่านหลวง ขอจงอย่าตื่นตระหนก ท่านควรนำความนี้ไปปรึกษายังขุนอัครเดชโดยเร็ววัน อย่าปล่อยให้โมงยามล่วงเลย ยิ่งนานเท่าใด อาคมแรงอาฆาตยิ่งโหมแรง ใกล้เดือนดับอีกคราแล้ว”

“แล้วผู้ใดกัน ลูกข้าคนใดที่ต้องคำสาป”

“จากที่ข้าดูวันตกฟาก เห็นว่า...แฝดคนพี่ ตกยามเร็วกว่าส่งผลให้ไม่พ้นช่วงราหูอมจันททร์”

จันทร์ฉายแทบสิ้นสติเป็นล้มแดดิ้นเสียตรงนั้น ดารานีผู้พี่คือบุตรสาวที่เธอรักยิ่งกว่าดวงใจ หมายใจตั้งมั่นแล้วว่าให้ตกให้แต่งเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล เลี้ยงทะนุมถนอมฟูกฟักไม่เคยให้ลงจากเรือน ขับกลอน ร้องรำ ดนตรีล้วนแตกฉาน แล้วคนเป็นแม่จะหักใจได้เยี่ยงไรกันที่จะส่งลูกสาวไปร่วมหลับนอนกับชายผู้ซึ่งมิใช่สามี

“พวกท่านสองคนคิดดูให้ถ้วนถี่ นี่ดึกมากแล้ว เราเห็นต้องขอตัว”

“ไอ้หมาย!!” หลวงพิริยเดชตะโกนเสียงสั่นเรียกหัวหน้าบ่าว

“ขอรับหลวงท่าน”

“ให้คนไปส่งท่านโหรหลวง”

“ขอรับ”

ไอ้หมายหัวหน้าบ่าววัยหกสิบ ทำงานรับใช้มาตั้งแต่รุ่นบิดาท่านหลวง กระวีกระวาดลงจากเรือนไปก่อนรอท่า

“ข้าขอขอบใจท่านโหรหลวงยิ่งนักที่มีน้ำใจมาช่วยดูแม้ว่าจะค่อนดึกมากแล้ว”

“มิเป็นไรดอกหลวงพิริยเดช เราเป็นสหายกันมาช้านาน เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ข้าย่อมยินดีช่วยเหลือ”

“สินน้ำใจเจ้าค่ะท่านโหร” จันทร์ฉายหยิบถุงเงินยื่นให้ ชั่งน้ำหนักแล้วมากโขอยู่ “วันพรุ่งข้าจะให้คนที่เรือนพาบ่าวไปส่งให้นะเจ้าคะ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจแม่จันทร์ฉายมาก” โหรหลวงยังปรายตามองบ่าวรับใช้ขณะที่เดินลงเรือนดวงตาแพรวพราวต้องใจยิ่ง

สองสามีภรรยาตัวสะท้านยามนึกถึงคืนไร้จันทร์ที่ใกล้เข้ามาทุกที แม้ว่ายามนี้ยังไม่ถึงวันพิฆาต ภายในเรือนกลับร้อนรุ่ม มีเรื่องสุมเข้ามามิได้ขาด บ่าวไพร่ล้มป่วยทยอยตายจากเดือนละคนสองคน

“น้องหญิง เราต้องเร่งตัดสินใจ”

“คุณพี่ แต่แม่ดารานี...น้องไม่อยากให้เป็นดารานี”

“น้องหญิง พี่เองก็หนักใจมิใช่น้อย แม้นว่าเราส่งดารากาแฝดน้องไปทำบุญปฏิบัติธรรมมิได้ขาด เพื่อลดทอนคาถาอาคม ทว่ามิสำเร็จ ให้ย้ายลงจากเรือนใหญ่อยู่เรือนเล็กด้านหลัง ออกนอกบ้านให้พูดเพียงเป็นแม่ดารานี ท่านโหรหลวงยังล่วงรู้ นี่เป็นเรื่องชี้ชะตาศรีสงคราม เห็นควรเรียกลูกทั้งสองมาพร้อมหน้า”

“ท่านพี่...” เสียงสั่นเครือของผู้เป็นภรรยาทำให้หลวงพิริยเดชทอดถอนใจแผ่วเบาอย่างคนที่แบกความรับผิดชอบไว้หนักอึ้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษหลายเดือนถัดมา ยามเช้าวันพระราชทานสมรส ณ เรือนบวรเวทย์กาลเวลาผันผ่านล่วงแปรเปลี่ยนเป็นคิมหันตฤดู ฤกษ์งามยามดีที่เรือนศรีสงครามเร่งหามาได้ดั่งใจท่านขุนต้องการสายลมเหนือพัดเอื่อยเรี่ยผิวน้ำหน้าเรือนบวรเวทย์ที่บัดนี้คราคร่ำไปด้วยเรือลำน้อยใหญ่แขกเหรื่อมากมายต่างเห่แหนมาร่วมแสดงความยินดีในพิธีพระราชมงคลสมรส ซึ่งองค์เหนือหัวทรงโปรดเกล้าให้เจ้าฟ้าธรรมาเทพเป็นตัวแทนในพระองค์เจิมหน้าผากด้วยแป้งมงคลปลุกเสกจากวังหลวงดารากางดงามยิ่งในชุดสไบสีชมพูอ่อนทับซ้อนด้วยสไบโปร่งทักทอลายด้วยดิ้นทองพาดเฉียงยาว ซิ่นชมพูเข้มลายยกดอกพุดซ้อนปักดิ้นด้วยมือเป็นปุ่มแทรกเม็ดพลอยเข็มขัดทองเก่าแก่ตกทอด เกล้าผมมวยต่ำแซมมีเพียงรัดเกล้าเพชรชมพูทวีปเท่านั้นประดับศีรษะข้างกายของเธอในยามนี้คือท่านขุนจอมเวทย์สวมเต็มยศ กระโจงเบนผ้าไหมลายกนกทอยกด้วยดิ้นทองบนผืนผ้าน้ำตาลอ่อน ตัวบนเสื้อแขนยาวนวลตาทับด้วยเสื้อคลุมกรมท่าโปร่งทอสลับดิ้นเงิน องคาพยับล้วนน่าเกรงขาม สง่างาม ทว่าดวงหน้ากลับอ่อนโยนแลมีรอยยิ้มอ่อนหวานให้เธอเพียงคนเดียว“เช้านี้อากาศค่อนข้างเย็น น้องหญิงหนาวหรือไม่”“ไม่เจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าเพิ่งชวนคุยสิเจ้าค่

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    48 การง้อของท่านขุน จบบริบูรณ์

    48 การง้อของท่านขุน จบบริบูรณ์หลายวันถัดมา ยามเช้า ณ ท่าน้ำวัดพุทไธศวรรย์ กระไอหมอกขาวเบาบางลอยอ้อยอิ่งเหนือแผ่นน้ำเจ้าพระยา ลำน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงอโยธยามาเนิ่นนาน แสงยามเช้ายังไม่ทันจับคุ้งฟ้าทว่าผู้คนมากมายพากันหลั่งไหลมายังวัดพุทไธศวรรย์ ศูนย์รวมจิตใจแห่งศรัทธาดารากาเยื้องย่างแช่มช้อยในชุดแม่หญิงงดงามด้วยซิ่นไหมเนื้อดีสีม่วงอ่อนทอลายวิจิตร คาดเข็มขัดทองพอเหมาะสมตัว ท่อนบนห่มสไบไหมเรียบลื่นสีเหลืองนวลพาดเฉียง สวมสร้อยทองทับทิมลายสุโฆฑะยะ มวยผมเยี่ยงที่พึงใจร้อยรัดด้วยดอกพุดซ้อนวันนี้คือคราแรกที่แม่หญิงมาวัดด้วยชื่อของตนเอง มิใช่พี่ดารานีอีกต่อไป “พี่นี”แม่หญิงน้อยซอยเท้าแม้ว่าจะสวมชุดผ้าซิ่นรัดเรือนร่าง โอษฐ์อิ่มคลี่ออกเผยรอยยิ้มงดงามราวดอกไม้แรกแย้ม“ดารา”“วันนี้คนมากันมากเหลือเกินนะเจ้าคะ” เธอจับมือพี่สาวแล้วออกเดินไปทางอุโบสถ“เช้านี้เจ้าฟ้าธรรมาเทพมาด้วยพระองค์เอง คนเลยมากันแน่นขนัด”“น้องเพิ่งจะเคยเห็น พิธีห่มสไบหลวงพ่อ”ดารานีส่งรอยยิ้มอย่างละอายใจพลางบีบมือ “แต่ต่อนี้ไป น้องไม่ต้องหลบซ่อนแล้วจริงหรือไม่”“เจ้าค่ะ”ดารากาพยักพเยิดด้วยรอยยิ้ม ทว่าไม่ทันจะเดินขึ้นทา

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    47 รอวันฟ้าเปิด

    47 รอวันฟ้าเปิดขุนภพเดินกลับไปยังเปี่ยมด้วยท่าทีสงสัย แม่หญิงดาราการับของไว้ทุกสิ่ง แต่ไยจึงฝากถ้อยคำที่ขุนศึกเช่นเขามิเข้าใจแม้แต่น้อย หรือเขามันด้อยปัญญาจนมิอาจเฉลยได้“ลูก..ดารา” คุณหญิงจันทร์ฉายเรียกด้วยเสียงอ้อมแอ้ม เดินกลับออกมาเมื่อขุนภพลงเรือนแล้ว“ท่านแม่” ดารากายังจิ้มขนมเข้าปาก นั่งอมยิ้มหน้าแดงซ่าน“ท่านขุนฝากกระไรมาหรือออเจ้า”“ขนมเจ้าค่ะ ท่านแม่มาชิมสิเจ้าค่ะ หยกมณี ลูกเพิ่งจะเคยได้กิน”จันทร์ฉายหย่อนร่างลงนั่งข้างกันก้มมองขนมสีเขียวแล้วให้สะท้านใจ ขนมชนิดนี้ตัวเธอและลูกดารานีเคยได้ชิมแล้วบ่อย ๆ ยามออกงานมงคลเรือนขุนนาง แต่เธอมิกล้าพูดออกมาด้วยความละอายใจจึงเออออจิ้มขนมเข้าปาก“เจ้ามิใจอ่อนให้ท่านขุนสักหน่อยหรือ” จันทร์ฉายลองแย้มพรายเสียงเบา ลอบมองลูกสาวที่ทำหน้าเฉยชา“แม่เพียงพูดขึ้นเท่านั้น มิได้ว่ากระไรดอกหากออเจ้ามิยินยอม แม่กับพ่อเลี้ยงดูเจ้าได้ตลอดชีวิต”ดารากาชะงักหยุดเสมือนว่ามือเริ่มสั่นเทา ช้อนดวงหน้าขึ้น“จริงหรือเจ้าคะ หากลูกมิแต่งงานออกเรือน ขออยู่ที่เรือนนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ท่านแม่กับท่านพ่อยังยินดีหรือเจ้าคะ”จันทร์ฉายขยับมุมปากเป็นรอยยิ้ม ค่อยคลี่อย่าง

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    46 กลอนรักแทนใจ

    46 กลอนรักแทนใจหลายวันต่อมา ณ เรือนบวรเวทย์ยามฝนร่วงหล่นลงมาจากฟ้าฟากในเพลาสายพาให้บรรยากาศเศร้าหมอง เมฆครึ้มมืดแผ่ขยายคลุมทั่วเมืองอโยธยา คงคล้ายดั่งความรู้สึกของแม่หญิงดารากาในเพลานี้เรือนร่างอรชรนอนนิ่งบนเตียงมิทำสิ่งใดนอกจากกอดหมอนใบเล็กซุกหน้าลงสะท้านด้วยกลิ่นผูกพันธะอบอวล“ข้าชังท่าน” เสียงหวานอู้อี้ในหมอนทว่ามือกลับลูบไล้เนื้อผ้าขยำเบา ๆ ราวกับว่าเจ้าก้อนนุ่มในอ้อมแขนคือเขาผู้นั้น“ท่านง้อข้าเพียงเท่านั้นดอกหรือ ขุนอัครเดช”เธอยังบ่นกระเง้ากระงอดผู้เดียวหลับตาก็พลันมีแต่ภาพจอมเวทย์ลอยเข้ามา ยังรู้สึกถึงไออุ่นยามอิงแอบแนบกาย“ข้าจักหนีจากท่านได้เยี่ยงไรกัน”แม่หญิงน้อยทิ้งร่างนอนหงายเหม่อลอยดวงตาจดจ้องขื่อคาน เม้มริมฝีปากกรุ่นโกรธขึ้นมาอีกครา“ท่านมันจอมมุสา ปากหวานในบางเพลา ทว่าพอข้ามิยินยอมท่านก็ถอดใจ”ดารากายังทอดถอนใจออกมาอีกครากระทั่งได้ยินเสียงบ่าวบัวเดินถัดฝีเท้าหนักเข้ามาด้วยความเร่งรีบ“คุณหนู คุณหนู!”“มีกระไรพี่บัว” เธอเอียงหน้าไปทางประตู ขมวดคิ้วยามเห็นบ่าวบัวเปียกปอน“ขุนภพมายังเรือนใหญ่เจ้าค่ะ”“เรือนใหญ่?”“เจ้าค่ะ คุณหญิงให้มาตามคุณหนูไปเรือนใหญ่”“ไม่ดอก ข้าไ

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    45การง้อแม่หญิงสักคน

    45การง้อแม่หญิงสักคนแม้นว่าเรือนศรีสงครามบริเวณรอบบ้านมิได้กว้างใหญ่เท่าเรือนบวรเวทย์ ทว่าการเดินหาแม่หญิงสักคนกลับทำมิง่ายดายนักท่านขุนต้องหยุดถามบ่าวไพร่ในเรือนถึงสามครากว่าจะพบเจอบ่าวบัวที่พลันเห็นหน้าท่านขุนเท่านั้นก็ตัวสั่นเทาราวกับถูกผีสิงคุกเข่าลงพื้นเสียงดัง“ท่านขุน!!” มันก้มหน้าจดพื้นดินมิกล้าเงยด้วยเกรงอาญาฐานหลอกลวงข้าในพระองค์“เอ็งเห็นแม่หญิงดารากาหรือไม่”บ่าวบัวค่อยเอียงหน้าขึ้นทีละน้อยด้วยความประหลาดใจยิ่ง น้ำเสียงท่านขุนอ่อนโยนและเบากว่าที่มันเคยได้ยินมา“คุณหนูอยู่ยังท่าน้ำท้ายเรือนเจ้าค่ะ”“ท่าน้ำ”“เจ้าค่ะ เป็นท่าน้ำของพวกบ่าวไว้ใช้ซักผ้า กินอาบเจ้าค่ะ”บ่าวบัวสะดุ้งโหย่ง เมื่อครู่ดวงหน้าท่านขุนยังละมุนดั่งหนุ่มแรกรัก แล้วไยแปรเปลี่ยนกลายเป็นยักษ์อสูรแล้วเสียเล่า“พาข้าไป”“เจ้าค่ะ”ใจของจอมเวทย์หดเกร็งยามได้ยิน ‘ท่าน้ำของพวกบ่าว’ ไยดารากาแม่หญิงคนหนึ่งศักดิ์สูงยิ่งจึงได้ถูกกระทำเยี่ยงนี้จากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดามารดา บัดนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ริมฝั่งน้ำ ดวงตาพยัคฆ์อ่อนแสงลงจดจ้องเพียงร่างของหญิงในดวงใจดารากาสวมใส่ชุดธรรมดายิ่งนักด้วยผ้าคาดรักหน้าอกสีอ่อน ซิ่น

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    44 ท่านขุนรู้ความจริงแล้ววว

    44 ท่านขุนรู้ความจริงแล้วววหลายวันต่อมา ยามสาย ณ เรือนศรีสงครามเพราะงานพิธีสมรสของเจ้าฟ้าธรรมาเทพและธิดาหลวงพิริยเดช แม่หญิงดารานี กว่าจะแล้วเสร็จล่วงเลยใช้เวลาถึงอีกสี่วันจึงทำให้เพลานี้ท่านขุนอัครเดชเพิ่งมาง้อแม่หญิงดารากา ด้วยใจตุ่ม ๆ ต่อม ๆ มิรู้ว่าออเจ้านั่นจะแง่งอนหนักหนาปานใดแล้วเรือนศรีสงครามงดงามด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ท่ามกลางสวนไม้ดอกและหมากผลหลากหลายดั่งเช่นเรือนขุนนางทั่วไปท่านขุนแหงนมองลอดหลังคาเรือลำใหญ่โอ่อ่าอวดบารมีทั้งที่มิจำเป็น ภายในหนักอึ้งกับน้ำหนักของความรู้สึกผิด“ไอ้สิน ขุนภพ” จู่ ๆ ท่านขุนก็โพล่งขึ้นก่อนจะลงจากเรือน“ขอรับ?”“มึงว่าวันนี้กูแต่งกายเป็นเยี่ยงไรบ้าง”ขุนภพอ้าปากค้างมิกล้าเอ่ยตอบ คงเป็นไอ้สินปากเปราะ ดีดนิ้วแล้วส่งรอยยิ้มกว้างดั่งบ่าวประจบนาย“เช้านี้ท่านขุนสง่างามมากขอรับ ทั้งสีเสื้อ ทรงผม แล้วยัง...”ไอ้สินมิกล้าพูดต่อยามที่กวาดตาลงมายังข้อนิ้วที่บรรจุแหวนไว้เสียสี่วงหากเป็นบุรุษอโยธยาอื่นคงมิผิดแผกกระไร ทว่านี่คือขุนอัครเดชจอมเวทย์ มิเคยสวมใส่แหวนใดเนื่องจากต้องทำพิธีอยู่เสมอ จะพกก็เพียงดากไม้ตะพดเท่านั้น“กระไร?”จอมเวทย์ยังไม่ขยับลงจากเร

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    ตอนที่ 11 ท่านขุน 18+

    ตอนที่ 11 ท่านขุน 18+แอ๊ด!เปลือกตาแม่หญิงลืมโพล่งผวาเล็กน้อยยามเห็นเรือนร่างสูงใหญ่ไร้เสื้อท่อนบน สวมเพียงผ้าซิ่นสีขาวทำพิธีตัวยาวจดข้อเท้า ผิวเข้มคล้ำจากแดดเผาเลียจนรอยสักยันต์มากมายบนผิวหนังเกือบจะกลืนหายเธอไม่กล้าสบตาก้มศีรษะลงทันใด“นั่งชันเข่าไว้”เสียงทุ้มพร่ากว่าคราวก่อนยิ่งพาให้ท้องน้อยห

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    ตอนที่ 10 วันส่งตัว

    ตอนที่ 10 วันส่งตัวเช้าวันรุ่งขึ้น ณ เรือนบวรเวทย์เรือนไทยสูงตระหง่านตรงกลางแมกไม้หนาทึบ กลิ่นดอกกาสะลองชัดกว่ากลิ่นใด ในขณะที่ดารากาเยื้องย่างมาถึงยังเรือนแห่งนี้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ร่างอรชรในชุดบ่าวสีน้ำตาลโจงกระเบนเนื้อหยาบพันผ้าคาดอกเผยผิวนวลผิดไปจากทาสคนอื่น ปิดคลุมหน้าด้วยผ้าหยาบสีน้ำตา

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    ตอนที่ 9 ใจอันหนักอึ้ง

    ตอนที่ 9 ใจอันหนักอึ้งเช้าวันต่อมา ณ เรือนศรีสงครามเรือนนอนของดารากาอยู่ห่างจากเรือนใหญ่ไม่มากนัก เป็นเรือนไม้สักทองทั้งหลังงดงามไม่แพ้กันทว่าหลังเล็กกว่าและอยู่อย่างโดดเดี่ยวแสงยามเช้าสีทองสาดเข้ายังหน้าต่างห้องนอนทอดยาวเกิดเงาบนผนัง ผ้าม่านสีขาวโปร่งปลิวตามแรงลมเอื่อย ดวงหน้าขุนอัครเดชยังติดตา

  • พันธะสวาทจอมเวทย์    ตอนที่ 8 เจ็ดวันครา

    ตอนที่ 8 เจ็ดวันคราขุนอัครเดชยืดเรือนกายเคร่งเครียด ในเพลานี้เขาตระหนักแล้วว่าหลวงพิริยเดชหมายถึงสิ่งใด การถอนคำสาปแช่งอาคมแกร่งกร้าวที่ไร้ผู้สืบทอดจนหาต้นตอมิได้ มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น คือ ตาย!!“ท่านหมายใจจะให้ธิดาท่านสิ้นชีวาหรือ?”เขาพุ่งคำถามทันทีไม่รอช้า จ้องดวงตาคุณหลวงที่แฝงความกังวล ใบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status