ログイン"แม่ชีครับ มีคนมาหาครับ"
เด็กลูกวัดเข้ามาบอกจีรานุชอย่างสุภาพ หญิงวัยห้าสิบต้น ๆ กำลังนั่งพับดอกบัวอยู่กับแม่ชีและคนนุ่งขาวห่มขาวอีกหลายคน คงเป็นคนที่มาปฏิบัติธรรมเหมือนกัน
วัดแห่งนี้ค่อนข้างคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่อธิปนึกภาพไว้
กระนั้น เมื่อเขาเห็นหน้าจีรานุชที่ลุกเดินออกมาหา ก็ใจหาย...
จีรานุชดวงตาเบิกกว้างอย่างยินดี
"อาร์ต!"
ชายหนุ่มยกมือไหว้เก้ ๆ กัง ๆ
"น้า...แม่ชี..."
"เรียกน้านุชเหมือนเดิมก็ได้จ้ะ"
จีรานุชบอกยิ้ม ๆ ถึงเธอจะโกนผมแต่ก็ถือศีลแปดข้อเหมือนเนกขัมมนารีทั่วไป จะเรียกว่าอะไรก็ไม่เป็นปัญหาหรอก
แม่ชีจีรานุชพาอธิปไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังอุโบสถ ที่พลุกพล่านน้อยกว่าบริเวณอื่น ๆ ของวัด
"กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"สามเดือนแล้วครับ"
เขาหมายถึงกลับจากอังกฤษ เพราะแม้จะเรียนจบแล้วอธิปก็ยังแทบไม่กลับไทย เลือกจะใช้ชีวิตสุขสำราญอยู่ต่างประเทศ
"พ่อเขาคงดีใจนะ ที่ลูกชายคนโตกลับมาอยู่ใกล้ ๆ"
"น้านุช...สบายดีไหมครับ"
"ก็ดีจ้ะ สงบใจดี"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่อธิปก็ทันสังเกตเห็นแววหม่นหมองบางอย่างพาดผ่านดวงตาของจีรานุช
มันทำให้เขาคิดว่า ผู้หญิงตรงหน้าแค่กำลังพยายามจะมีความสุข พยายามจะสงบ เพื่อดิ้นรนหนีความเจ็บปวดบางอย่าง...
เขาจะไม่ถาม เพราะรู้ดีว่าความเจ็บปวดนั้นคงไม่พ้นเรื่องที่พ่อของเขาแต่งงานใหม่ กับยายรองนางสาวไทยนั่น!
"ได้เจอโอมบ้างไหมอาร์ต"
จู่ ๆ จีรานุชก็ถามถึงลูกชาย แววตาเปล่งประกายคาดหวังขึ้นมา
"เจอครับ ผมแวะไปชวนมันมาแต่มันบอกไม่ว่าง"
"อย่างนั้นหรือ"
แววตาจีรานุชดูเศร้าไปอีก...อธิปรู้สึกแปลบในใจ
"ถ้าน้าคิดถึงไอ้เจ้าโอม คราวหน้าอาร์ตจะบังคับพามันมาด้วยให้ได้ ต่อให้ต้องโปะยาสลบแล้วอุ้มมาก็จะทำ"
ท่าทีขึงขังของเขาทำให้จีรานุชหัวเราะออกมาได้เบา ๆ
"อย่างนั้นเลยหรือ อาร์ตยังใจดีกับน้าจริง ๆ ขอบใจนะจ๊ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ถ้าโอมเขาอยากมาเขาก็คงจะมาเอง อาร์ตไม่ต้องไปบังคับน้องหรอกนะลูก เดี๋ยวอาร์ตจะหงุดหงิดเปล่า ๆ"
"น้านุชครับ... น้านุชอยากกลับกรุงเทพฯ มั้ย ไปอยู่กับผมก็ได้"
"ขอบใจมากนะลูก...น้าขอบใจมาก"
จีรานุชเอ่ยเสียงเบา แต่ซึ้งใจจนน้ำตาคลอ
เธอแทบไม่ได้เลี้ยงเขามาด้วยซ้ำ เพราะคุณอรรถส่งอธิปไปเรียนโรงเรียนประจำที่เมืองนอกตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่น ปีนึงจะได้กลับบ้านสักครั้ง
แต่แปลกที่เด็กชายอธิป ไม่เคยแสดงอาการต่อต้านหรือพยศต่อจีรานุช เขาค่อนข้างติดเธอมากด้วยซ้ำ กลับไทยหนไหนก็จะเรียกหาแต่น้านุช ๆ ทุกครั้งไป
ไม่เหมือนกับพ่อของเขา อธิปมักพยศและก่อเรื่องให้คนเป็นพ่อต้องบินตามไปแก้ไขปัญหาให้หลายครั้ง บ่อยครั้งเขาอรรถก็ส่งทนายไปแทน
'เจ้าอาร์ตมันไม่อยากเห็นหน้าผม เห็นหน้าพ่อมันทีไร ก็ทำหน้าเหมือนกำลังอมยาพิษ'
อรรถเคยบอกจีรานุชแบบนั้น
'ผมก็คิดถึงลูกนะ แต่ถ้าลูกไม่อยากเห็นหน้า ผมก็ไม่อยากเอาหน้าไปทำให้มันหงุดหงิด'
'ลูกที่ไหนจะไม่คิดถึงพ่อล่ะคะ คุณอรรถน่าจะคิดมากไปเองนะ'
'ไม่หรอกคุณนุช ผมว่าลูกคงกำลังโตเป็นหนุ่ม อยากมีอิสระ ถ้าผมไปหาเขาบ่อย ๆ คงคิดว่าผมไปจับผิด... อยู่ห่าง ๆ กันแบบนี้ก็ดีแล้ว'
อรรถยืนยันกับเธอ จีรานุชไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่มีอะไรจะไปโต้แย้งเขา อรรถเป็นคนฉลาด เก่ง ถ้าเขาเชื่อเช่นนั้น เธอก็ไม่มีอะไรจะไปแก้ไขความเชื่อได้
จีรานุชนึกถึงอดีตสามี และอดถามถึงเขาไม่ได้
"คุณพ่อสบายดีไหมอาร์ต"
"พ่อน่ะหรือครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ค่อยได้เจอเขา"
"โถ่ แล้วอาร์ตไม่ได้อยู่บ้านกับพ่อเขาหรือไง"
"อาร์ตอยู่คอนโดฮะ เจ้าโอมก็เหมือนกัน อยู่หอ ไม่มีใครอยากอยู่บ้านสักคน"
"น่าเศร้านะ บ้านออกจะใหญ่โตแบบนั้น...ไปอยู่บ้านกับพ่อเถอะนะอาร์ต น้ารู้ว่าพ่อเขาก็อยากให้อาร์ตอยู่บ้าน ถึงเขาจะทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลา แต่เวลาที่เขากลับบ้่าน เขาก็อยากเจอหน้าลูกนะรู้ไหม"
ชายหนุ่มเกือบพูดออกไปด้วยอารมณ์พาลแล้วว่าพ่อเขาก็มีเมียใหม่แล้ว จะมาสนใจอะไรกับลูกชายที่เป็นไม้เบื้อไม้เมากัน...
แต่เขาไม่ได้พูด เพราะยังมีสติยั้งไว้ทันและเขาก็นึกขอบคุณตัวเอง เพราะไม่อย่างนั้นแววตาของจีรานุชคงจะเศร้ายิ่งกว่านี้
ไม่คิดเลยว่า จีรานุชกลับเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมา
"คุณลินดากับลูกสาว...เขามาอยู่ที่บ้านแล้วใช่ไหม"
อธิปนิ่งไป ไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร แต่สุดท้ายก็แค่พยักหน้า
จีรานุชยิ้มแต่แววตาแห้งผาก เธอเหม่อมองออกไปทางอื่นแล้วพูดต่อ
"ทำดีกับเธอนะอาร์ต ดูแลเธอกับลูกสาว...นึกเสียว่าทำแทนน้าก็ได้"
"ทำไมผมต้องดูแลพวกนั้นด้วยล่ะครับ ถ้าไม่มีสองแม่ลูกนั่น น้านุชก็อาจไม่ต้องหนีมาบวช"
"ไม่ใช่นะอาร์ต ไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณลินดาหรือลูกสาวเขาเลย... มันเป็นการตัดสินใจของน้าเอง"
จีรานุชรีบบอก เหมือนกลัวเขาจะรู้สึกไม่ดีกับภรรยาใหม่ของพ่อ
ดวงตาของจีรานุชมีน้ำตาคลอหน่วย...
"สัญญากับน้าได้ไหมว่าจะดีกับเขา จะไม่โกรธไม่เกลียดเขา"
อธิปไม่ตอบ ยิ่งเห็นจีรานุชพยายามจะให้อภัยลินดา เขาก็ยิ่งหงุดหงิด
"ผมเข้าใจน้านุชนะครับ เข้าใจทุกอย่าง..."
"ไม่จริงหรอก อาร์ตไม่เข้าใจน้า เพราะถ้าอาร์ตเข้าใจ..."
จีรานุชพูดต่อไม่ออก น้ำตาร่วงหล่นเบา ๆ เธอหันหน้าหนีไปอีกทาง หยิบชายผ้าพาดไหล่สีขาวมาซับน้ำตา
น่าสงสาร...อธิปใจไหวไปด้วย
และเขายิ่งสงสารจีรานุชมากเท่าไหร่
เขาก็ยิ่งเกลียดลินดากับลูกสาวของเธอมากเท่านั้น
"ผมขอโทษ..."
"จะขอโทษอะไรน้าล่ะ น้าดีใจมากนะที่ได้เจออาร์ตอีก นึกว่าจะลืมน้าไปแล้ว"
"ใครจะลืมน้านุชได้ล่ะครับ"
อธิปยิ้ม ถ้าไม่เพราะจีรานุชอยู่ในรูปลักษณ์ของนักบวช เขาก็คงจะสวมกอดนางไปแล้ว
"น้าคงยังไม่กลับไปง่าย ๆ ยังไงฝากโอมด้วยนะอาร์ต...โอมเขารักอาร์ตนะ เขาบอกน้าเสมอว่าเขารักพี่ชายคนเดียวคนนี้ของเขามาก"
"ครับน้านุช ผมจะไม่ทิ้งน้องครับ"
ชายหนุ่มรับปากอย่างจริงใจ ถึงโอมจะทำปั้นปึ่งตามประสาวัยรุ่น แต่เขาก็ไม่มีวันรู้สึกไม่ดีกับน้องชาย
ก่อนลากลับ จีรานุชเอื้อมมือที่ผอมลงไปมากมาจับมืออธิปแล้วบีบไว้ เงยหน้าชายหนุ่มตัวสูงใหญ่อย่างปลาบปลื้มระคนอาทร...
"ขอบใจมากที่มาหาน้า... น้าดีใจมากนะที่ได้เจออาร์ตอีก"
"ผมก็ดีใจครับ แล้วผมจะแวะมาหาอีก คราวหน้าจะลากไอ้โอมมาด้วยให้ได้แน่นอน"
ชายหนุ่มรับปาก
* * * * *
ตอนแรกอธิปตั้งใจจะกลับกรุงเทพฯ เย็นวันนั้นเลยเพราะเพื่อนสนิทอย่างบพิตรตามมาด้วยไม่ได้ แต่เขาก็เปลี่ยนใจเพราะได้แอร์โฮสเตสสาวสวยหุ่นนางแบบอย่างโชติรสมาอยู่เป็นเพื่อนแทน
ครั้งนี้เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามอย่างครั้งแรกที่เจอกัน ชายหนุ่มเปิดห้องพักที่โรงแรมหรูใกล้แม่น้ำปิงและจองโต๊ะดินเนอร์ให้เขากับเธอสองคน
เมื่อได้พิจารณากันใกล้ ๆ อย่างไม่ต้องรีบร้อน อธิปก็รู้สึกว่าโชติรสสวยและมีเสน่ห์ซุกซนที่ทำให้ไม่น่าเบื่อ
"มีอะไรหรือคะ มองหน้าโชทำไม"
โชติรสถามเขิน ๆ แต่แววตาพราวระยิบระยับ
"แค่อยากมองให้ชัด เพราะครั้งก่อนแทบไม่มีเวลาได้มอง...หน้าเลย"
ชายหนุ่มตอบเรียบ ๆ แต่ก็ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านมาได้ทันที
โชติรสกระแอม ก่อนชวนคุย
"คุณอาร์ตจะพักเชียงใหม่กี่วันหรือคะ"
"พรุ่งนี้ก็คงกลับแล้ว ถ้ามีตั๋วว่าง"
หญิงสาวหัวเราะเสียงใส
"ลูกชายแชร์แมนทั้งคนนะคะ จะไม่มีที่ว่างให้เชียวหรือ"
อธิปหมุนไวน์ในมือเบา ๆ พ่อของเขาพูดเสมอว่าสักวัน เขาในฐานะลูกชายคนโต จะต้องเข้าไปบริหารสยามเจ็ตต่อจากพ่อ ไม่ใช่แค่สายการบินนี้แต่หมายถึงทุกกิจการภายใต้บริษัทที่พ่อของเขาเป็นเจ้าของ
แต่วันนี้เขากลับทำในสิ่งที่อาจจะมีผลต่อการบริหารในอนาคต นั่นคือการหลับนอนกับพนักงานของตัวเอง
ชายหนุ่มคิดแล้วก็เผลอหัวเราะออกมา
โชติรสเลิกคิ้วเป็นคำถาม
และอธิปก็ไม่คิดจะปิดบัง เขาบอกเธอตามตรง
"พ่อคงไม่ยกบริษัทให้ผมแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าผม...มีอะไรกับแอร์โฮสเตสสายการบินตัวเอง"
โชติรสหน้าเจื่อนไป
นั่นสิ สำหรับอธิป เธอก็คงเป็นแค่ลูกจ้าง แค่ความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวก็อาจส่งผลต่อธุรกิจของเขาได้
"ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ คุณไม่พูด โชไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้ ทางที่ดีเราจบกันตรงนี้เลยก็น่าจะดีกว่า ขอตัวนะคะ"
โชติรสไม่ได้คิดจะเล่นละคร เธอรู้สึกเจ็บแปลบในใจขึ้นมาจริง ๆ
แต่อธิปชะโงกตัวมาแตะแขนเธอไว้
"คุณ...โช..."
หญิงสาวชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยชื่อเธอ แค่เรียกชื่อน้ำเสียงของเขาก็ยังเซ็กซี่จนเธอใจสั่น
นี่มันผิดกฎวันไนต์สแตนด์ชัด ๆ!
"ช่างมันสิ ผมไม่แคร์นะ หรือคุณแคร์"
"โชก็...ไม่แคร์ค่ะ"
โชติรสหย่อนตัวนั่งลงตามเดิม เธอรู้ว่ากฎของคู่นอน ต้องไม่เอาใจลงไปเล่น แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้ว...
เธอชอบและอยากได้ผู้ชายคนนี้เหลือเกิน!
"หมู่นี้ไม่มีลูกค้าเลยหรือลูก...แม่ไม่เห็นลูกออกไปส่งขนมที่ไหนเลย"ลินดาถาม มื้อเที่ยงวันนี้หล่อนให้แม่บ้านยกถาดขนมจีนกับแกงเขียวหวานไก่หม้อย่อมๆ มานั่งกินกับลูกสาวที่บ้านฝรั่ง น้ำตาลที่กินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็ป้วนเปี้ยนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่แถวนั้นพอให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา"ก็พอมีจ้ะแม่ แต่ลูกแค่อยากพักบ้างน่ะค่ะก็เลยยังไม่ค่อยได้รับทำ ได้แต่ส่งออเดอร์ให้เพื่อนๆ ร้านอื่นไปก่อน""แล้วเราจะไม่เสียโอกาสหรือ ถ้าเขาไม่กลับมาจ้างลูกอีกแล้วล่ะ""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้วนี่จ๊ะแม่"ลลิตราตอบตามตรงพร้อมรอยยิ้มขบขัน ลินดาร้องอ้อเบาๆ แล้วกินขนมจีนต่อคนเป็นลูกสาวนึกละอายอยู่ในใจ... เธอไม่ได้โกหกแม่ เพียงแต่พูดความจริงไม่หมดก็จะพูดได้อย่างไรว่าที่ช่วงนี้แทบไม่ได้ทำขนมเลยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ อธิปเข้ามาหาเธอทุกคืนและคืนที่แค่นอนกอดกันจนหลับไปเฉยๆ โดยไม่ได้โรมรัมพันตูนั้นก็แทบจะนับนิ้วได้บางวันลลิตราตื่นมาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัว แค่จะลุกไปอาบน้ำยังเหนื่อย นับประสาอะไรกับทำขนมทั้งที่อยากจะโมโห แต่เธอกลับวูบวาบในช่องท้องจนหน้าแดงนี่โชคดีที่สัปดาห์นี้อธิปติดตามบิดาของ
"คุณโชคะ...ท่านประธานคะ..."ผู้ช่วยเอ่ยเรียกซ้ำเบา ๆ อย่างกังวล เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของคนเป็นเจ้านายตั้งแต่แขกคนสำคัญกลับไป โชติรสก็ดูเหมือนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และสมาธิก็หลุดลอยไปจากงานที่อยู่ตรงหน้า"เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน"ผู้ช่วยสองคนพร้อมใจกันถาม โชติรสกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม"เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ ช่วยบอกแม่บ้านให้ยกน้ำส้มมาให้ทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"หญิงสาวสั่งเสียงเบาก่อนลุกออกจากห้องประชุมเล็กเธอเข้าไปในใช้ห้องน้ำส่วนตัวในห้องทำงานของตัวเอง ห้องน้ำปูหินโมเสกสีดำดูหรูหรา และตอนนี้มันยิ่งขับให้ผิวที่ขาวเผือดของเธอยิ่งซีดเหมือนกระดาษ...'...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาสัญญาอะไรกับคุณ แต่ถ้าเขาบอกว่าจะหย่า...คุณคงฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันเชื่อถือได้แค่ไหน...'เสียงเอเวลินที่เอ่ยกับเธออย่างเนิบนาบใจเย็นตอนที่อยู่ในห้องรับรองเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังอยู่ข้างหูตอนนั้นโชติรสตัวชา ขาชา ได้แต่ยืนแข็งทื่อ ใจเต้นแรง พูดอะไรไม่ออก ไม่ต่างกับคนทำผิดร้ายแรงที่โดนจับได้คาหนังคาเขายิ่งเอเวลินยิ้มหวานให้ โชติรสก็ยิ่งรู้สึกหนาวสะท้านนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เธอจะรับมือได้เลย'ฉันไม่แคร์หรอก
เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าตอนที่โชติรสเพิ่งเดินออกจากลิฟต์พร้อมผู้ช่วยที่เธอไว้ใจอีก 2 คนที่เดินตามออกมา แต่ละคนสีหน้าเหมือนเพิ่งเอาชีวิตรอดจากการถูกกองเอกสารหลายพันตันถล่มทับ"สองวันนี้พักให้เต็มที่เลยนะ ขอบใจมากที่อยู่ช่วยฉัน"ประธานฯ สาวหันไปบอกผู้ช่วยทั้งสองคน ก่อนจะให้สั่งให้คนขับรถของบริษัทไปส่งคนทั้งคู่ให้ถึงบ้าน"คุณดูเป็นเจ้านายที่ใจดีกว่าที่ผมคิดนะ"โชติรสสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ มีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นด้านข้าง เธอหันขวับ ใจเต้นแรงยิ่งขึ้น แต่สีหน้ากลับบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง""ผมก็มารอพบท่านประธานน่ะสิครับ" ภพธรตอบยิ้ม ๆ โชติรสเชิดหน้าขึ้น"ฉันคงต้องโละทีมรักษาความปลอดภัยออกให้หมด โทษฐานที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่าม...""ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ แต่ผมแค่อยากเจอคุณจริง ๆ"ภพธรเอ่ยเสียงนุ่ม และก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าว โชติรสเหลียวซ้ายแลขวา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ล็อบบี้ยังอยู่ครบทุกจุด และเหมือนกำลังมองมาทางนี้ด้วยหางตา...ถ้าหญิงสาวเอ่ยเสียงดังขึ้นกว่านี้อีกนิด เธอก็รู้ว่าพนักงานกะดึกของเธอจะต้องวิ่งเข้ามาพาตัวภพธรออกไปแน่นอนโชติรสกลืนน้ำลาย สูดลม
"ไม่! ฉันคบกับพี่ต้นแล้ว นายจะมาทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว!" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด "ใครอีกล่ะ คราวนี้เธอให้ใครมาเล่นละครอีก" "ครั้งนี้ไม่ใช่ คราวก่อนฉันยอมรับว่าฉันโกหกนาย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว" "งั้นเหรอ งั้นคราวนี้มันเป็นใครล่ะ" เขาถามอย่างอดทน ทั้งที่อยากกดเธอลงบนเตียงเต็มทีแล้ว ลลิตราขยุ้มคอเสื้อแน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าแค่สายตาของเขาก็จะทำให้เสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยล่อนจ้อนได้ "เขาเป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียน ฉันเคยชอบเขามาก่อนแต่ตอนนั้นเราเด็กเกินไปเลยไม่ได้คบกัน ฉันเพิ่งกลับไปเจอพี่ต้นที่ตราด...ใช่ฉันเพิ่งไปเที่ยวทะเลที่ตราดมา โรงแรมนั่นเป็นของพี่ต้น และฉันกับเขาก็...ตกลงเป็นแฟนกัน" อธิปหัวเราะพรืดทั้งที่แววตาไม่ขำด้วยสักนิด ก็เธอเล่นบอกเขาเหมือนท่องเตรียมมาแล้ว "เลิกตั้งแง่ใส่กันเถอะนะลูกอม เราทั้งคู่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกัน โชติรสไม่ใช่ปัญหาเลย โชก็อยากถอนหมั้นพอ ๆ กับฉันนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะ..." อธิปหยุดไปเล็กน้อย ถอนหายใจ เขาสัญญากับโชติรสว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ "เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ฉันกับโชยังไม่ถอนหมั้นเพราะมันมีเรื่องธุร
"อาร์ต เมื่อไหร่แม่จะได้รู้จักคู่หมั้นของลูกล่ะ"ออเดรย์ถามขึ้นมาระหว่างที่มือกำลังหั่นสเต๊ก ลลิตราทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น กินอาหารของเธอไปตามปกติแม้จะรู้สึกว่าสายตาของอธิปพุ่งตรงมาที่ตัวเองก็ตามอธิปแทบไม่ชะงักเลยเหมือนกันตอนที่ตอบ"ไม่จำเป็นหรอก เพราะอีกไม่นานผมกับเขาก็จะถอนหมั้นกัน"คราวนี้นายอรรถเงยหน้ามองทันที แม้แต่ลินดาก็ยังอดหันมาด้วยไม่ได้"หมายความว่ายังไง อาร์ต""ตามนั้นแหละครับ"อธิปตอบ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น และเมื่อเห็นว่าพ่อยังคงจ้องเขาอยู่ เขาจึงขยายความ"ยังไม่เป็นทางการหรอกนะครับพ่อ และยังไม่ได้บอกใคร แต่ผมกับโช เราตกลงกันแล้วว่าถ้าผ่านเรื่องยุ่ง ๆ ไปสักระยะ เราค่อยถอนหมั้นกันเงียบ ๆ""เหตุผล?""เหตุผลก็คือ ผมกับโชไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก เราแค่หมั้นกันด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างคลึ่คลาย เราก็จะคืนอิสรภาพให้กัน""ตอนลูกมาขอให้พ่อไปสู่ขอเขา ลูกไม่ได้พูดแบบนี้นี่"อรรถอดตำหนิไม่ได้ อาจเพราะเขาเห็นว่าบนโต๊ะนี้ก็มีแต่คนกันเองจึงเผลอพูดออกมา"ผมทราบ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว...เอาเป็นว่าผมกับโชเราคิดตรงกัน ผมไม่ได้ทำร้ายใจเธอ ถ้าพ่อคิดว่าผม
ลลิตรากลับจากตราดพร้อมของฝากเกินสองมือจะถือได้ไหว เมื่อรถแท็กซี่มาจอด คมสันต์ต้องวิ่งลงมาช่วยหิ้วด้วยหลายถุง เธอยอมรับกับตัวเองว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่สามารถจับจ่ายอะไรได้มือเติบแบบนี้"ฉันซื้อขนมของกินมาฝาก เดี๋ยวคมสันต์แบ่งไปได้เลยนะจ๊ะ"ลลิตราบอก รปภ. หนุ่มรุ่นน้อง คมสันต์ตะเบ๊ะแข็งขัน"ครับผม ขอบคุณครับ""แม่อยู่บ้านใช่ไหมจ๊ะ"เธอถามทั้งที่ก็รู้ว่าลินดาคงไม่ได้มีธุระที่ไหน แม่ของลลิตราไม่ใช่คนชอบเที่ยว แม้อรรถจะคะยั้นคะยอให้ออกไปใช้เงินบ้างแต่ลินดาก็พอใจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่บ้าน และเดี๋ยวนี้หล่อนกลับมาถักไหมพรมอีกครั้งอย่างที่จิตแพทย์เคยแนะนำ เวลาเดียวที่ลินดาจะออกไปห้างสรรพสินค้าก็คือตอนที่จะไปซื้อไหมพรมเซ็ตใหม่ ๆ นั่นแหละ"ครับผม คุณผู้ชายก็อยู่ครับ""คุณอรรถอยู่บ้านงั้นหรือ"ลลิตราแปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่วันหยุด ปกติอรรถยังไม่กลับจากบริษัทเลยไม่ใช่หรือ คมสันต์รีบอธิบายต่อ"ตอนแรกมีแขกมาหาคุณผู้หญิงครับ แล้วสักพักคุณผู้ชายก็รีบกลับมา""แขก? มาหาแม่เหรอ""ครับ มาหาคุณลินดาครับ คุณผู้ชายโทรบอกผมเองว่าให้เข้าไปได้"คมสันต์รีบบอกเพราะกลัวจะโดนตำหนิว่าปล่อยคนแปลกหน้าเข้าบ้านโดยพลการลลิต
แม้จะได้เป็น 'ว่าที่สะใภ้' ของเจ้าของสายการบิน แต่โชติรสยังวางตัวปกติ และขอร้องแกมบังคับให้เพื่อนฝูงทุกคนในสยามเจ็ตทำตัวปกติกับเธอด้วย "ก็แค่คู่หมั้น ใครจะรู้อีกไม่กี่เดือนโชอาจถอนหมั้นก็ได้" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ รุ่นพี่ที่อาวุโสกว่าหลายปีถึงกับตีมือเบาๆ "ทำไมพูดอะไรแบบนั้นฮึ ยัยโช เพิ
ในห้องพิเศษ โชติรสฟื้นจากฤทธิ์ยานอนหลับมาได้หลายชั่วโมงแล้ว ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดขึ้นบ้างเมื่อได้กินข้าวต้มกับน้ำผลไม้ที่เธอกระหาย ยลดาเห็นเพื่อนกินข้าวกินน้ำได้ก็ค่อยสบายใจ "เดี๋ยวกูออกไปหาอะไรกินก่อนนะมึง...มึงอยู่ได้ใช่ไหม"ยลดากระซิบถามเบาๆ เพราะในห้องไม่ได้มีแค่เธออยู่กับโชติรสตามลำพัง
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อธิปคิดว่าเขามีความรัก...เมื่อก่อนเขารู้จักแต่ความต้องการทางกาย ความปรารถนาในเรือนร่างของผู้หญิง และความสุขสมในเรื่องอย่างว่า...แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยากนอนกอดใครสักคนโดยไม่มีความรู้สึกอยากร่วมรัก...มีแค่กอดด้วยความรู้สึกรักที่หอมหวานแสนสุข"หิวหรือยัง ฉันมีร้านอร่อยๆ แถว
อธิปไม่ลังเลหรือชะงักให้เสียเวลาสักวินาทีเดียว เหมือนเขาก็รออยู่แล้ว ทันทีที่เธอจูบเขา เขาก็จูบตอบกลับไปอย่างร้อนแรงยิ่งกว่า มืออีกข้างรั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิด"...ไปที่ห้องเถอะ"เขากระซิบและไม่รอคำตอบ ดึงมือเธอไปยังห้องนอนแล้วลงกลอนทันทีดวงตาสองคู่ที่กำลังลุกโชนเหมือนไฟสบมองกันในความมืด อธิปถอดเ





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

