Home / รักโบราณ / พิศวาสตำหนักลืมเลือน / ตอนที่ 3 อุปราชปีศาจ!!! 1.3

Share

ตอนที่ 3 อุปราชปีศาจ!!! 1.3

last update Huling Na-update: 2026-01-28 03:31:10

สระหยกมณี

 ร่างอ้วนป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงหกปีเท่านั้น กำลังเดินลัดเลาะมาจากอุทยานหลวงจนมาถึงสระหยกมณีซึ่งน้ำในสระใสดั่งกระจกจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ภายใต้สายธารา 

 และเด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่นางคือองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจากแคว้นเย่ว พระราชธิดาองค์เล็กซึ่งประสูติจากเริ่นฮองเฮา อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วนั้นเอง

 พระธิดาตัวน้อยเดินดูตัวปลาแหวกว่ายไปตามสายน้ำด้วยความไร้เดียงสา แต่น่าแปลกก็คือทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้าสู่เขตสระหยกมณีซึ่งเป็นอาณาเขตของพระตำหนักลืมเลือน ฝูงปลามากมายต่างแหวกว่ายตรงไปหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวราวกับดีใจที่เห็นนางอย่างยิ่งยวด จนพระธิดาตัวน้อยเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาและเดินมาตามทางที่ทอดยาวข้ามสะพานสระหยกมณี 

 จวบจนกระทั่งองค์หญิงน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูพระตำหนักลืมเลือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอื้อมมืออ้วนกลมไขว่คว้าผีเสื้อหลากสีมากมาย ที่จู่ๆ ก็บินมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าองค์หญิงน้อย 

 ก่อนจะพากันบินนำหน้าลอดเข้าไปใต้รั้วที่มีรอยแตกของกำแพงพระตำหนัก จึงทำให้องค์หญิงน้อยมุดรั้วลอดเข้าไปตามรอยแตกเข้าไปภายในเขตของตำหนักลืมเลือนเพื่อติดตามฝูงผีเสื้อเหล่านั้น

 องค์หญิงน้อยกระโดดไขว่คว้าเหล่าผีเสื้อราวกับว่าพวกมันกำลังชวนนางเล่นด้วย โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าได้เดินพลัดหลงเข้ามาภายในพระตำหนักลืมเลือนจนลึกเข้าไปถึงเขตพระตำหนักชั้นใน อันเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของอุปราชเฟิงหลงอยู่ในเวลานี้ 

 ทั่วทั้งบริเวณเงียบงันไร้สิ้นเสียงผู้คน ด้วยเหล่าข้าราชบริพารต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนที่องค์อุปราชจะตื่นพระบรรทมและต้องรีบออกจากบริเวณที่เป็นเขตหวงห้ามเพื่อมิให้ชีวิตต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีเมื่ออุปราชเฟิงหลงปรากฏพระวรกาย

 องค์หญิงน้อยวิ่งจับผีเสื้อมาตามทางเดินที่ทอดยาว จวบจนกระทั่งมาถึงห้องกว้างที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้และสระน้ำที่เต็มไปด้วยตัวปลา ตรงกลางห้องมีโต๊ะหนังสือและตั่งขนาดใหญ่วางอยู่ พรั่งพร้อมไปด้วยกาน้ำและชุดถ้วยชาสำหรับดื่มกำลังส่งกลิ่นหอมพวยพุ่งออกมา 

 และบริเวณกลางห้องดังกล่าวปรากฏบุรุษรูปร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนตั่งเห็นเพียงด้านหลังกำลังนั่งจิบชาอย่างเพลิดเพลิน กำลังจ้องสิ่งที่อยู่ภายในมือนั่นก็คือตำราไม้ไผ่ ดวงตาเฝ้าจับจ้องอยู่แต่ตัวอักษรโบราณตรงหน้า 

 เส้นผมยาวสยายหากแต่ไม่ใช่สีดำแต่กลับเป็นสีเงินยวงยาวจนถึงบั้นเอว เกล้าขึ้นไว้ครึ่งศีรษะพับเป็นมวยเสียบปิ่นหยกขาวเนื้อดีเพียงหนึ่งอัน เส้นผมสีเงินส่องแสงประกายเงางามสาดแสงกระทบกับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า 

 ทันทีที่องค์หญิงน้อยเห็นบุรุษคนดังกล่าวกำลังนั่งจิบชาอย่างละเมียดละไมอยู่ในเวลานั้น ร่างน้อยๆ ที่อ้วนกลมสมบูรณ์สวมอาภรณ์องค์หญิงชั้นเอกเดินตรงเข้าไปหาบุรุษผู้นั้นอย่างรวดเร็วด้วยเพราะนางกระหายน้ำอย่างยิ่งยวดเสียเหลือเกิน 

 เสียงฝีเท้าของเด็กหญิงตัวน้อยเบาและเงียบกริบจนทำให้บุรุษที่กำลังนั่งหันหลังอยู่ในขณะนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไร สาเหตุเพราะภายในบริเวณดังกล่าวจะเป็นอุทยานดอกไม้ ดังนั้นบรรดากระรอกมักจะวิ่งผ่านไปมาอยู่เสมอ และทันทีที่องค์หญิงตัวน้อยเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของบุรุษคนดังกล่าว 

 ตุบ! ตุบ! ตุบ! มือน้อยอ้วนกลมตบลงบนไหล่กว้างภายใต้อาภรณ์ขาวสีงาช้างเหลื่อมระยับพร้อมเอ่ยขึ้น

 “ท่านปู่! ท่านปู่! ข้าขอดื่มชาสักถ้วยจะได้หรือไม่”เสียงขององค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยเอ่ยขึ้น

 ตึก! มือใหญ่ที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบอยู่ในเวลานั้นหยุดชะงักไปโดยพลัน ทันทีที่ถูกเด็กหญิงตัวน้อยใช้มือของนางตบลงบนบ่ากว้างราวเขาคือเพื่อนสนิทของนาง 

 ควับ!!! ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมาตามเสียงเรียกของเด็กน้อยโดยพลันด้วยความตกใจอย่างยิ่งยวดเมื่อได้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยกำลังยืนอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ไม่ถึงหนึ่งฉื่อเสียด้วยซ้ำไป และที่สำคัญร่างขององค์หญิงน้อยหาได้สลายกลายเป็นเถ้าธุลีขาวดั่งที่ควรจะเป็น

 ดวงเนตรสีนิลกาฬคมกล้าจับจ้องใบหน้ากลมของเด็กหญิงตัวน้อย ที่กำลังส่งยิ้มให้จนแก้มนวลเนียนอมชมพูทั้งสองข้างเห็นลักยิ้มได้อย่างชัดเจนอยู่เป็นเวลานานด้วยความตกใจไม่รู้วาย 

 องค์หญิงตัวน้อยไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้นางกำลังเผชิญหน้ากับอุปราชเฟิงหลงในตำนานของแคว้นเป่ยถังด้วยความบังเอิญหรือสวรรค์เบื้องบนลิขิตให้ทั้งสองได้มาพานพบกันก็มิอาจรู้ได้ 

 พระองค์คืออุปราชปีศาจที่ผู้ใดเพียงแค่เข้าใกล้ร่างจะต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีขาวไปชั่วพริบตา ทว่าองค์หญิงน้อยกลับไม่เป็นเช่นนั้น

 เวลาผ่านไปไม่รู้เนินนานเพียงใดที่อุปราชปีศาจจับจ้องใบหน้าขององค์หญิงน้อยอยู่เช่นนั้น ร่างของนางยังคงอยู่รอดปลอดภัยไม่สลายไปดั่งที่ควรจะเป็น พร้อมหันพระวรกายกลับมาเผชิญหน้ากับองค์หญิงน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในตำหนักลืมเลือนของพระองค์ ครั้นทอดพระเนตรอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่บนร่างขององค์หญิงน้อยก็ทรงล่วงรู้ได้ทันทีว่าเป็นองค์หญิงชั้นเอกของพระราชธิดาฮ่องเต้ซึ่งประสูติจากฮองเฮา

 “เด็กน้อยผู้นี้เป็นเหลนรุ่นปัจจุบันในเวลานี้ของข้าเองหรือนี่”อุปราชปีศาจรำพึงอยู่ในพระทัยพร้อมมีรับสั่งถาม

 “เจ้ามีนามว่าอะไรองค์หญิงน้อย”รับสั่งถามเสียงนุ่ม

 องค์หญิงน้อยฉีกยิ้มกว้างส่งกลับไปให้จนเห็นไรฟันขาว แก้มยุ้ยน่าเอ็นดูเป็นยิ่งนัก

 “ข้ามีนามว่าเพ่ยเพ่ย...เย่วเพ่ยเพ่ยคือนามเต็มของข้าท่านปู่!”องค์หญิงน้อยตอบกลับไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 อุปราชหนุ่มพยักพระพักตร์ขึ้นลงเมื่อองค์หญิงน้อยตอบกลับมาก่อนจะรับสั่งถามขึ้นอีกครั้ง

 “ปีนี้เจ้ากี่ขวบแล้วองค์หญิง”รับสั่งถามกลับไปด้วยความอยากรู้

 “ปีนี้ข้าหกขวบแล้วท่านปู่”องค์หญิงน้อยตอบกลับไป

 อุปราชปีศาจชะงักงันไปทันทีครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น เมื่อล่วงรู้ว่าองค์หญิงน้อยตรงพระพักตร์มีอายุปีนี้เท่ากับหกพระชันษา ซึ่งเมื่อหกปีก่อนมีปรากฏการณ์สำคัญบางอย่างเกิดขึ้นและมีผลต่อพระองค์อย่างยิ่งยวด หากแต่ยังไม่ทันที่จะมีรับสั่งถามเสียงขององค์หญิงน้อยก็ดังแทรกขึ้นมาทันใด

 “พี่หญิงของเพ่ยเพ่ยเล่าให้ฟังว่า ข้าเกิดในวันที่ดวงดาวไท่อี๋ปรากกฎ”สิ้นเสียงขององค์หญิงน้อย

 พระเนตรคมกล้าและเต็มไปด้วยความดุดันของอุปราชปีศาจแปรเปลี่ยนไปทันใดเมื่อได้ยินองค์หญิงน้อยกล่าวออกมาเช่นนั้น

 “ผู้มาจากดวงดาวหรือนี่”อุปราชปีศาจรับสั่งพึมพำ

 รอยยกยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอุปราชผู้กล้าที่ยังหล่อเหลาและรูปงามดั่งเช่นในครั้งอดีตกาลไม่มีเปลี่ยน พระพักตร์ในขณะที่มีพระชันษาปีที่ 23 ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด 

 พระวรกายสูงใหญ่กำยำยังเต็มไปด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของวัยหนุ่มเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อนอย่างไรก็อย่างนั้น มีเพียงเส้นผมสีดำสนิทเท่านั้นที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีเงินยวงไม่เหมือนเดิมดั่งเช่นกาลก่อน พระหัตถ์เรียวยาวยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อจับจูงองค์หญิงน้อยให้เข้ามาหาพระองค์

 “มาหาข้าเพ่ยเพ่ย...เด็กดี!!!”รับสั่งพร้อมกวักพระหัตถ์ขึ้นลงให้นางก้าวเข้ามา

 องค์หญิงน้อยด้วยความไร้เดียงสายื่นมืออ้วนกลมของนางไปให้อุปราชเฟิงหลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะถูกดึงร่างน้อยๆ เข้ามาหาพระองค์จนหยุดยืนอยู่ตรงพระพักตร์ รอยแย้มเยือนด้วยความดีใจปรากฏขึ้นบนพระพักตร์หล่อเหลานั้นมิคลาดครา

 “เพ่ยเพ่ยของข้า!”รับสั่งสุระเสียงเต็มไปด้วยความยินดีอย่างเห็นได้ชัด 

 พระเนตรจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าอ้วนกลมขององค์หญิงน้อยอยู่เช่นนั้นนิ่งนาน ประหนึ่งได้พานพบสิ่งที่เฝ้ารอคอยมาตลอดสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา 

 ด้วยวิชาอมตะนั้นจะทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้พระองค์ได้เลยเพราะร่างต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีก่อนจะถึงตัวเสมอ แต่มีเพียงผู้ที่เกิดในวันที่ดาวไทอี๋ปรากฏ ซึ่งถือว่าเป็นจักรพรรดิแห่งดวงดาวที่สามารถเข้าใกล้และสัมผัสพระองค์ได้ 

  และผู้ที่ถือกำเนิดในวันดังกล่าว คือผู้ที่ถูกสวรรค์ลิขิตให้มาพานพบอุปราชปีศาจ ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดสามารถเข้าใกล้ได้เลยแม้แต่เพียงผู้เดียว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 65 ตำหนักรักนิรันดร์ (อวสาน)

    บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ไ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 64 อภิเษกสมรส

    แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 63 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.2

    ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 62 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.1

    เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 61 พบนาง! 1.2

    ร้านปักผ้า“อะไรกันเนี่ย!!!”เสียงของสองพี่เลี้ยงต่างพูดออกมาพร้อมกัน เมื่อทั้งสองนับเงินค่าจ้างตรงหน้าที่ได้รับจากการปักผ้าไม่ตรงตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ และในเวลานี้สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของทั้งสองพี่เลี้ยงกำลังจับจ้องเจ้าของร้านปักผ้าด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งยวด “เหตุใดท่านจึงจ่ายค่าจ้างให้พวกเราสองคนเพียงเท่านี้ ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าหากสามารถทำงานเสร็จและส่งมอบงานทั้งหมดให้ท่านภายในหนึ่งเดือน จะเพิ่มค่าแรงให้พวกเราจากห้าสิบตำลึงเป็นแปดสิบตำลึงแล้วเหตุใดจึงจ่ายให้พวกข้าเพียงแค่หกสิบตำลึงเท่านั้น แบบนี้ข้าไม่ยอมนะ” ฮุ่ยหลันพูดพลางถลึงดวงตาของนางแทบจะถลนออกมานอกเบ้าเลยทีเดียว “แต่ไหนแต่ไรทำการค้าด้วยกันก็มานาน พอเงินมากเข้าหน่อย ท่านก็ส่อสันดานคดโกงออกมาแล้วอย่างนั้นเหรอ คิดว่าทำเช่นนี้จะสามารถเปิดร้านดำรงอยู่ได้อีกต่อไปอย่างนั้นสิ!!!”ฉิงซู่ถามกลับไปอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่เจ้าของร้านปักผ้าไม่สะทกทะท้านและมีความรู้สึกใดๆ ออกมาทั้งสิ้น นางไม่ยี่หระกับความโกรธที่สองพี่เลี้ยงกำลังระเบิดออกม

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 60 พบนาง! 1.1

    หนึ่งเดือนผ่านไปจวนตระกูลมู่ ร่างสันทัดของมู่เหยียนเจิ้งกำลังก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวภายในจวนที่ได้ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในราคาที่ยุติธรรมทั้งสองฝ่ายไม่ถูกจนเกินไปและไม่แพงจนทำให้คนซื้อรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ จวนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาใช้ตามแซ่ของมู่เหยียนเจิ้งหัวหน้าองครักษ์ดำซึ่งรับผิดชอบทำหน้าที่คอยหาข่าวในแผ่นดินต้าซ่งเพื่อถวายรายงานกลับไปให้แก่ฮ่องเต้ต้าเฟิง ซึ่งฮ่องเต้หนุ่มได้มีพระบัญชาให้จัดหาสถานที่พำนักถาวรเพื่อให้สายข่าวของพระองค์ได้ปักหลักแทรกซึมอยู่ภายในต้าซ่งราวกับเป็นชาวต้าซ่งโดยกำเนิดเพื่อความแนบเนียน และนับตั้งแต่วันแรกที่เสด็จมาถึงจนเวลานี้เวลาผ่านไปนานนับเดือนแล้วก็ยังไม่มีข่าวคืบหน้าของชายาผู้เป็นที่รักในครั้งอดีตแต่อย่างใด มิหนำซ้ำฮ่องเต้หนุ่มต้องคอยหลีกหนีธิดาของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งอยู่ในวัยออกเรือนแล้วถึงห้าคน อีกสามคนยังเยาว์วัย ธิดาเจ้าเมืองหยวนไท่ทั้งห้าต่างพากันหลงใหล คลั่งไคล้ อาจารย์หนุ่มผู้หล่อเหลาของนางเป็นยิ่งนัก เวลาในการเรียนหนังสือจากที่เบื่อ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status