LOGINยามเซิน
ร่างสูงกำยำของอุปราชปีศาจทรงยืนทอดพระเนตร องค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานภายในอุทยานตำหนักลืมเลือนมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนล่วงเลยมาถึงยามเซินโดยไม่รู้ตัว องค์หญิงน้อยช่างพูด ช่างเจรจาและฉลาดเฉลียวเป็นยิ่งนัก เรียนรู้อะไรได้เร็วและที่สำคัญนางเป็นผู้มาจากดวงดาว อุปราชปีศาจฝึกวิชาอมตะ ซึ่งเป็นวิชาโบราณสุดยอดของวรยุทธ์ ไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จมาก่อนด้วยเพราะจะต้องจบชีวิตลงทุกคนเมื่อฝึกถึงขั้นสุดท้าย หากแต่อุปราชรูปงามเป็นเพียงผู้เดียวที่ฝึกวิชาอมตะนี้เป็นผลสำเร็จ ทั่วหล้าไร้ผู้ใดเทียมทานไม่มีคู่ต่อสู้ใดที่จะสามารถเปรียบเทียบวรยุทธ์ด้วยได้ มีชีวิตที่ไม่มีวันตายและยังคงรูปกายเดิมเป็นอุปราชหนุ่มในวัย 23 พระชันษาไปชั่วกาลนานเพราะสำเร็จวิชาอมตะในขณะที่ยังหนุ่มแน่น ทว่าพระองค์ต้องแลกกับการมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว และความอ้างว้างเดียวดาย ผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพบเห็นคนรอบข้างล้มตายไปคนแล้วคนเล่าด้วยเพราะอายุขัยที่เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ อีกทั้งการสำเร็จวิชาอมตะทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้พระองค์ได้เลย จึงเป็นเหตุให้พระองค์ไร้สิ้นพระชายา ไม่มีแม้กระทั่งนางสนมหรือคนรัก ไร้สิ้นพระโอรสและพระธิดาของตัวเอง วิชาอมตะทำให้พระองค์มีแต่ความเลือดเย็น หัวใจนั้นว่างเปล่าและด้านชาอย่างยิ่งยวด ชีวิตอมตะที่ความตายไม่อาจมาเยี่ยมเยือนอุปราชเฟิงหลงได้นั้น กลับก่อให้เกิดความเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยวเกิดขึ้นกับอุปราชปีศาจไปด้วยเช่นกัน จวบจนกระทั่งสวรรค์ได้ลิขิตให้พระองค์พานพบกับองค์หญิงตัวน้อยจากแคว้นเยว่ ซึ่งพระองค์ก็ล่วงรู้เช่นกันจากเคล็ดวิชาที่จารึกเอาไว้ว่า ผู้ที่เกิดในวันที่จักรพรรดิแห่งดวงดาวปรากฏ คนผู้นั้นสามารถย่างกายเข้าใกล้และสัมผัสพระองค์ได้ ซึ่งเมื่อหกปีก่อนดวงดาวไท่อี๋ ได้ปรากฏขึ้นในเวลาเช้าตรู่พร้อมกับแสงพระอาทิตย์แรกโผล่ขึ้นขอบฟ้า พร้อมกับองค์หญิงน้อยได้ประสูติออกจากครรภ์พระมารดาและมีเพียงชีวิตเดียวเท่านั้นที่ถือกำเนิดในวันดังกล่าว ในขณะที่อุปราชปีศาจล่วงรู้แต่เพียงว่าผู้ที่ถือกำเนิดในวันดังกล่าวจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเข้าใกล้พระองค์ หากแต่ทรงไม่ล่วงรู้ว่า นอกจากจะเข้าใกล้พระองค์ได้แล้วยังสามารถสังหารอุปราชปีศาจได้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญผู้มาจากดวงดาวถูกลิขิตให้เป็นคู่ครองของอุปราชปีศาจซึ่งพระองค์ไม่เคยล่วงรู้ความลับนี้เลย ทันใดนั้นเอง “องค์หญิงเพคะ! องค์หญิง!” “เพ่ยเอ๋อร์! เพ่ยเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่ไหน...ส่งเสียงขานรับพี่หน่อยเพ่ยเอ๋อร์!!!!” “ทูนหัวของหม่อมฉันหายไปไหนเพคะ...ตายแน่เลย ตายแน่ๆ หายไปไหนตั้งแต่เช้าก็ไม่รู้จนเย็นย่ำเข้ายามเซินแล้วก็ยังหาองค์หญิงไม่พบเลย” เสียงเอ็ดอึงของบรรดาทหารและนางกำนัล รวมไปถึงเย่วฮองเฮาที่ออกตามหาองค์หญิงน้อยด้วยตัวเอง ดังไปทั่วบริเวณอันเป็นที่ตั้งของพระราชวังถังเฉี่ยน ซึ่งมีสระน้ำขนาดใหญ่ขวางกั้นระหว่างกลางตำหนักลืมเลือนที่ถูกลืม บรรดาทหารหลวงและทหารองครักษ์รวมไปถึงนางกำนัลขันที ต่างทยอยเข้ามารายงานเย่วฮองเฮาเมื่อออกตามหาจนทั่วแล้วก็ยังไม่พบ “พวกเจ้าออกไปค้นหาองค์หญิงแล้วได้ความว่าอย่างไรบ้าง”เย่วฮองเฮารับสั่งถาม บรรดาทหารหลวงและทหารองครักษ์ รวมไปถึงนางกำนัลและขันทีต่างพากันส่ายหน้าไปมาอย่างพร้อมเพรียง อันเป็นคำตอบที่ถูกส่งกลับมาทำให้เย่วฮองเฮา พระทัยหายไปโดยพลันครั้นทอดพระเนตรอาการเช่นนั้น “องค์หญิงตัวเล็กนิดเดียว ทหารทั่วทั้งวังหลวงกลับหาน้องสาวของข้าไม่พบเหรอนี่! นางไม่สามารถออกไปนอกวังได้เพียงตามลำพังอย่างแน่นอน พวกเจ้าหาจนทั่วดีแล้วอย่างนั้นเหรอ”เย่วฮองเฮารับสั่งถามสุรเสียงขุ่นเคือง ก่อนจะได้ยินเสียงของหัวหน้าองค์รักษ์เอ่ยขึ้น “ออกค้นหาจนทั่วทั้งวังหลวงแล้วก็ไม่พบเลยพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่ามียังมีอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่ได้เข้าไปค้นหาซึ่งก็คือตำหนักลืมเลือน อันเป็นสถานที่ต้องห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปใกล้แม้เพียงหนึ่งฉื่อเลยพ่ะย่ะค่ะ”หัวหน้าองครักษ์รายงานกลับไป รายงานของหัวหน้าองครักษ์ทำให้เย่วฮองเฮาขมวดพระขนงเข้าหากันครั้นได้ยินเช่นนั้น “ตำหนักลืมเลือนอย่างนั้นเหรอ”รับสั่งสุระเสียงพึมพำพร้อมเอ่ยขึ้น “ในเมื่ออยู่ในเขตของพระราชวังหลวงเช่นกันเหตุใดจึงได้รับการยกเว้นอยู่นอกเหนือเช่นนี้ ไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นสถานที่แห่งนั้นได้”รับสั่งด้วยไม่เข้าพระทัย “พระตำหนักทุกหนทุกแห่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยน แห่งนี้ มีเพียงตำหนักลืมเลือนเท่านั้นที่ไม่ว่าผู้ใดก็ตามห้ามเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาดพ่ะย่ะค่ะ องค์ฮ่องเต้ปฐมราชวงศ์ของเป่ยถัง ทรงมีพระราชโองการจารึกเอาไว้หน้าพระตำหนักลืมเลือน ห้ามผู้ใดเข้าไปบุกรุก ยึดครองและทำลายตำหนัก รวมไปถึงห้ามถอดถอนพระยศหวังเพื่อทำลายความสงบของมหาอุปราช ซึ่งเป็นพระเชษฐาเป็นอันขาด เรื่องเล่านี้มีมาตั้งแต่สร้างแคว้นเป่ยถังมานานแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เย่วฮองเฮาทรงยืนนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินถ้อยคำกราบทูลของหัวหน้าองครักษ์เช่นนั้น ใบหน้างามยังคงคลางแคลงใจไม่รู้วายด้วยไม่คาดคิดว่าตำนานเรื่องเล่าของอุปราชปีศาจจะมีอยู่จริง “นี่เจ้ากำลังบอกกับข้าว่า ตำหนักลืมเลือนคือสถานที่ประทับของอุปราชปีศาจ ที่ทั่วหล้าต่างกล่าวขานกันตามตำนานมาอย่างช้านานอย่างนั้นนะเหรอ”เย่วฮองเฮารับสั่งถามย้ำเพื่อความแน่พระทัย “ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตำหนักลืมเลือนก็คือสถานที่ประทับของมหาอุปราชเฟิงหลงในตำนานสร้างแคว้นเป่ยถัง”หัวหน้าองครักษ์ทูลย้ำเสียงหนักแน่น และนั่นทำให้เย่วฮองเฮาจากที่ยืนนิ่งไปชั่วครู่ค่อยๆ ปรากฏเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ “แต่เรื่องเล่าของอุปราชปีศาจผ่านมานานสามร้อยกว่าปีแล้ว พวกเจ้ายังคิดว่าอุปราชในตำนานยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่อย่างนั้นหรอกเหรอ หากนับอายุแล้วนับตั้งแต่เป่ยถังสถาปนาแคว้นจนถึงทุกวันนี้ก็เกือบสามร้อยสามสิบปีแล้วมิใช่รึ มหาอุปราชจะมีอายุยืนยาวนานได้ตราบเท่าทุกวันนี้ได้อย่างไร...ข้าไม่มีวันเชื่อหรอก”เย่วฮองเฮารับสั่งพลางส่ายพระพักตร์ไปมา “แต่เอาเถิดนั่นคือเรื่องเล่าในตำนานสร้างแคว้นของเป่ยถัง ข้ามิอาจก้าวล่วงได้ ในเมื่อตำหนักลืมเลือนเป็นสถานที่หวงห้ามของพระราชวังถังเฉี่ยนนี้ ข้าในฐานะแม่ของแผ่นดินเป่ยถัง ก็จะไม่กระทำการหมิ่นพระเกียรติอุปราชในตำนาน เช่นนั้นพวกเจ้าทั้งหมดแยกย้ายออกตามหาองค์หญิงเยว่เพ่ยเพ่ยให้พบ!!!”เยว่ฮองเฮารับสั่งสุระเสียงเฉียบขาด “รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”บรรดาทหารองครักษ์ต่างขานรับคำสั่งกันอย่างพร้อมเพรียง ทว่าเย่วฮองเฮามิล่วงรู้เลยว่า ถ้อยรับสั่งของพระนางทุกประโยคและทุกคำที่พรั่งพรูออกมานั้น ตลอดจนการสนทนาตอบโต้เมื่อครู่ อุปราชปีศาจล้วนได้ยินจนหมดสิ้นสี่ปีผ่านไป ทั่วทั้งพระราชวังหลวงของถังเฉี่ยนในเวลานี้เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มองไปแห่งหนใดขาวโพลนละลานตาไปจนหมด อากาศเย็นยะเยียบช่างจับไปจนถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว ภายในแต่ละตำหนักต้องจุดโคมไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และก่อกองไฟเอาไว้เพื่อมิให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้ อากาศในฤดูหนาวของแคว้นเป่ยถังในปีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันล้มป่วยเป็นไข้ลมหนาวกันอย่างถ้วนหน้า ด้วยเพราะอากาศที่เย็นจัดกว่าทุกปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข้ลมหนาวเริ่มแผ่ออกเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยนก็ด้วยเช่นกัน ต่างพากันล้มป่วยกันอย่างถ้วนหน้า ทุกตำหนักเต็มไปด้วยคนป่วย จนหมอหลวงต่างพากันทำงานหนัก ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งมีพระชนมายุเข้าปีที่ 46 พระองค์ประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และยังพลอยทำให้เย่วฮองเฮาซึ่งกำลังตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปด และเป็นการตั้งพระครรภ์ครั้งแรกอีกด้วย ก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวพร้อมก
และทุกถ้อยเจรจาของเย่วฮองเฮาหาได้รอดพ้นหรือตกหล่นไปแม้แต่เพียงประโยคเดียว รอยแย้มเยือนปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบาครั้นอุปราชปีศาจได้ยินทุกอย่างจนหมดสิ้นพระวรกายสูงสง่าฉลองพระองค์สีขาวงาช้าง กำลังยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังจับผีเสื้อและปล่อยไปทางองค์หญิงน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีมากมายอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้วิชาอมตะของพระองค์ นอกจากจะได้มอบชีวิตที่เป็นนิรันดร์ให้แล้ว ยังสามารถทำให้พระองค์มีหูทิพย์สามารถได้ยินการสนทนาของผู้คนร่วมไปถึงความในใจทุกอย่าง“ดูท่าฮองเฮาผู้นี้จะรักและหวงน้องสาวของนางเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”รับสั่งพลางหันหลังกลับไปทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานั้น“เพ่ยเพ่ย”สุรเสียงนุ่มรับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อยร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ที่กำลังวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้ออยู่ในเวลานั้น หยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังครั้นได้ยินเสียงเพรียกหาดังกล่าว ก่อนจะเห็นอุปราชปีศาจยื่นพระหัตถ์ออกมา“มาหาข้าเด็กดี!&rdquo
ยามเซิน ร่างสูงกำยำของอุปราชปีศาจทรงยืนทอดพระเนตร องค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานภายในอุทยานตำหนักลืมเลือนมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนล่วงเลยมาถึงยามเซินโดยไม่รู้ตัว องค์หญิงน้อยช่างพูด ช่างเจรจาและฉลาดเฉลียวเป็นยิ่งนัก เรียนรู้อะไรได้เร็วและที่สำคัญนางเป็นผู้มาจากดวงดาว อุปราชปีศาจฝึกวิชาอมตะ ซึ่งเป็นวิชาโบราณสุดยอดของวรยุทธ์ ไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จมาก่อนด้วยเพราะจะต้องจบชีวิตลงทุกคนเมื่อฝึกถึงขั้นสุดท้าย หากแต่อุปราชรูปงามเป็นเพียงผู้เดียวที่ฝึกวิชาอมตะนี้เป็นผลสำเร็จ ทั่วหล้าไร้ผู้ใดเทียมทานไม่มีคู่ต่อสู้ใดที่จะสามารถเปรียบเทียบวรยุทธ์ด้วยได้ มีชีวิตที่ไม่มีวันตายและยังคงรูปกายเดิมเป็นอุปราชหนุ่มในวัย 23 พระชันษาไปชั่วกาลนานเพราะสำเร็จวิชาอมตะในขณะที่ยังหนุ่มแน่นทว่าพระองค์ต้องแลกกับการมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว และความอ้างว้างเดียวดาย ผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพบเห็นคนรอบข้างล้มตายไปคนแล้วคนเล่าด้วยเพราะอายุขัยที่เป็นไปตามกลไกของธรรมชาต
สระหยกมณี ร่างอ้วนป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงหกปีเท่านั้น กำลังเดินลัดเลาะมาจากอุทยานหลวงจนมาถึงสระหยกมณีซึ่งน้ำในสระใสดั่งกระจกจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ภายใต้สายธารา และเด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่นางคือองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจากแคว้นเย่ว พระราชธิดาองค์เล็กซึ่งประสูติจากเริ่นฮองเฮา อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วนั้นเอง พระธิดาตัวน้อยเดินดูตัวปลาแหวกว่ายไปตามสายน้ำด้วยความไร้เดียงสา แต่น่าแปลกก็คือทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้าสู่เขตสระหยกมณีซึ่งเป็นอาณาเขตของพระตำหนักลืมเลือน ฝูงปลามากมายต่างแหวกว่ายตรงไปหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวราวกับดีใจที่เห็นนางอย่างยิ่งยวด จนพระธิดาตัวน้อยเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาและเดินมาตามทางที่ทอดยาวข้ามสะพานสระหยกมณี จวบจนกระทั่งองค์หญิงน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูพระตำหนักลืมเลือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอื้อมมืออ้วนกลมไขว่คว้าผีเสื้อหลากสีมากมาย ที่จู่ๆ ก็บินมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าองค์หญิงน้อย ก่อนจะพากันบินนำหน้าลอดเข้าไปใต้รั้วที่มีรอยแตกของกำแพงพระตำหนัก จึงทำให้องค์หญิงน้อยมุดรั้วลอดเข้าไปตามรอยแตกเข้าไปภายในเขตของตำหนักลืมเลือนเพื่อติดตามฝูงผีเสื้อเหล่านั้น
พระตำหนักลู่เหวิน พระตำหนักลู่เหวินเป็นที่ประทับของฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยถัง ในยามนี้เซวียนฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ลงด้วยทรงประชวรมาเป็นเวลานานเพราะพระพลานามัยอ่อนแอมาโดยตลอด สามวันดีสี่วันไข้จนไม่อาจปกครองวังหลังได้ทำให้อำนาจของวังหลังตกมาอยู่กับจีฟูเหรินซึ่งถูกสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งฟูเหรินอันดับหนึ่งเป็นรองเพียงแค่เซวียนฮองเฮา และจีฟูเหรินหมายมั่นตำแหน่งฮองเฮาว่าจะต้องตกมาอยู่ในกำมือของนางอย่างแน่นอน หากแต่เกิดเหตุพลิกผันอย่างไม่คาดฝันเมื่อเฟิงอวิ๋นฮ่องเต้ กลับทรงตัดสินพระทัยเลือกองค์หญิงเย่วซูเจินจากแคว้นเย่วเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนาง เพื่อต้องการจะครอบครองแคว้นเย่วเอาไว้ในกำมือ อีกทั้งองค์หญิงเย่วซูเจินนี้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือจึงทำให้ฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นนักรักผู้ยิ่งใหญ่หลงใหลนางยิ่งนัก ครั้นนางพลาดจากตำแหน่งฮองเฮาไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้จีฟูเหรินเจ็บแค้นอยู่ในใจอย่างยิ่งยวด แต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อรอดูลาดเลาว่าฮองเฮาพระองค์ใหม่จะสามารถกำจัดได้โดยง่ายหรือไม่ เพราะเซวียนฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ลงไม่ใช่มาจากเพราะสุขภาพของพระนางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะจีฟูเหรินเป็นผ
แคว้นเป่ยถัง แคว้นเป่ยถังตั้งอยู่ระหว่างกลางแคว้นต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยน มีพรมแดนติดกับต้าเหยี่ยนเสียเป็นส่วนใหญ่ และติดกับชายแดนของคนเถื่อนหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือชาวทุ่งหญ้า ท่ามกลางแคว้นใหญ่ที่ล้อมรอบและชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่ต้องการครอบครองเป่ยถังมาโดยตลอด มาจากสาเหตุที่เป่ยถังมีพื้นที่ราบเหมาะทำการเกษตรและให้พืชผลเป็นอย่างดีเยี่ยม อีกทั้งอากาศภายในแคว้นไม่แปรปรวน มีครบทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรมีออกมาครบทุกฤดูกาล มีเทือกเขาสูงและอากาศที่เย็นจัดจนเป็นเทือกเขาน้ำแข็งเฉพาะที่มีชายแดนติดต่อต้าเหยี่ยนเท่านั้นซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือสุด และที่สำคัญเป่ยถังมีทองคำและหยกสูงค่าเนื้องามหายากอย่างยิ่งยวดที่เกิดจากธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงทั้งลูก และด้วยสาเหตุที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูมิประเทศคล้ายหัวมังกรเกือบครึ่งตัวเลยที่เดียว ส่วนหัวคือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ส่วนลำตัวนั้นคือพื้นที่ราบและมีแม่น้ำฉางเจียงซึ่งไหลมาจากตอนเหนือสุดพาดผ่านมาจากดินแดนแห่งคนเถื่อน(ทิเบต) หรือในปัจจุบันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำแ







